การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

อาฤธโม บทที่ 35

(4) เมืองที่ยกให้คนเลวีและเมืองลี้ภัย
35:1–34
ก. เมืองที่ยกให้คนเลวี
ข้อ 1–8
อฤธ. 35:1 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซในที่ราบโมอาบริมแม่น้ำจอร์แดนตรงข้ามเมืองยะริโฮว่า
อฤธ. 35:2 จงบัญชาชนชาติอิสราเอลให้ยกเมืองบางส่วนที่พวกเขาได้เป็นมรดกให้กคนเลวีได้อาศัย และเจ้าจงยกทุ่งหญ้ารอบเมืองเหล่านั้นให้แก่คนเลวีด้วย.
อฤธ. 35:3 เมืองเหล่านั้นจะเป็นที่อยู่อาศัยของพวกเขา และทุ่งหญ้านั้นไว้สำหรับฝูงสัตว์ใช้, ฝูงปศุสัตว์, และฝูงสัตว์ทั้งปวงของเขา.
อฤธ. 35:4 ทุ่งหญ้าของเมืองที่เจ้ายกให้แก่คนเลวีนั้นให้มีเขตจากกำแพงเมืองและห่างออกไปหนึ่งพันกศอกโดยรอบ.
อฤธ. 35:5 เจ้าจงวัดจากนอกเมืองด้านตะวันออกสองพันศอก ด้านใต้สองพันศอก ด้านตะวันตกสองพันศอก ด้านเหนือสองพันศอก ให้ตัวเมืองอยู่ตรงกลาง นี่เป็นทุ่งหญ้าสำหรับเมืองเหล่านั้น.
อฤธ. 35:6 และเมืองที่เจ้าจะยกให้แก่คนเลวีนั้นจะเป็น1กเมืองลี้ภัยหกเมือง ซึ่งเจ้าจะให้ผู้ที่ฆ่าคนหนีไปอยู่ และเจ้าจงเพิ่มให้เขาอีกสี่สิบสองเมือง.
อฤธ. 35:7 เมืองทั้งหมดที่เจ้าจะยกให้คนเลวีนั้นมี1กสี่สิบแปดเมือง พร้อมทั้งทุ่งหญ้าของเมืองเหล่านั้นด้วย.
อฤธ. 35:8 และ1เมืองที่เจ้าจะให้คนเลวีจากกรรมสิทธิ์ของชนชาติอิสราเอลนั้น จากเผ่ากใหญ่เจ้าก็จงให้มาก จากเผ่าเล็กเจ้าก็จงให้น้อย แต่ละเผ่าตามส่วนของมรดกซึ่งเขาได้รับจะต้องยกบางเมืองของเขาให้แก่คนเลวี.
ข. เมืองลี้ภัย
ข้อ 9–34
อฤธ. 35:9 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า
อฤธ. 35:10 จงกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลว่า เมื่อเจ้าทั้งหลายข้ามแม่น้ำจอร์แดนเข้าไปในดินแดนคะนาอันแล้ว
อฤธ. 35:11 ก็ให้ตั้งบางเมืองไว้เป็นกเมืองลี้ภัยสำหรับเจ้า เพื่อผู้ที่ได้ฆ่าคนโดยมิได้เจตนาจะหลบหนีไปอยู่ที่นั่นได้.
อฤธ. 35:12 ให้เมืองเหล่านั้นเป็นเมืองลี้ภัยสำหรับเจ้าให้พ้นจากผู้แก้แค้น เพื่อมิให้ผู้ที่ฆ่าคนจะต้องตายก่อนที่เขาจะยืนอยู่ต่อหน้าชุมนุมชนเพื่อรับการพิพากษา.
อฤธ. 35:13 และเมืองที่เจ้ายกให้นั้นจะเป็นเมืองลี้ภัยของเจ้าหกเมือง.
อฤธ. 35:14 เจ้าจงให้กสามเมืองอยู่ทางฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้ และอีกสามเมืองอยู่ในดินแดนคะนาอัน เมืองเหล่านั้นจะเป็นเมืองลี้ภัย.
อฤธ. 35:15 สำหรับชนชาติอิสราเอลและสำหรับ1แขกแปลกหน้าและสำหรับ1ผู้ค้างแรมท่ามกลางพวกเขา เมืองทั้งหกเมืองนี้จะเป็นที่ลี้ภัย เพื่อผู้ที่ได้ฆ่าคนโดยมิได้เจตนาจะหลบหนีไปอยู่ที่นั่นได้.
อฤธ. 35:16 ถ้าผู้ใดตีเขาด้วยเครื่องมือเหล็กจนคนนั้นถึงตาย ผู้นั้นเป็น1ฆาตกร ฆาตกรนั้นจะต้องถูกกลงโทษถึงตายเป็นแน่.
อฤธ. 35:17 และถ้าผู้ใดทุบเขาด้วยหินที่อยู่ในมือซึ่งทำให้คนตายได้ และเขาถึงตาย ผู้นั้นเป็นฆาตกร ฆาตกรนั้นจะต้องถูกลงโทษถึงตายเป็นแน่.
อฤธ. 35:18 หรือถ้าผู้ใดทุบเขาด้วยท่อนไม้ที่อยู่ในมือซึ่งทำให้คนตายได้ และเขาถึงตาย ผู้นั้นเป็นฆาตกร ฆาตกรนั้นจะต้องถูกลงโทษถึงตายเป็นแน่.
อฤธ. 35:19 ให้กผู้แก้แค้นแทนโลหิตนั้นเป็นผู้ประหารชีวิตฆาตกรนั้น ถ้าผู้แก้แค้นพบเขาเมื่อใดก็ให้ฆ่าเขาเสีย.
อฤธ. 35:20 แต่ถ้าผู้ใดผลักเขาให้ล้มด้วยความเกลียดชัง หรือซุ่มคอยขว้างเขาด้วยบางสิ่งจนตาย
อฤธ. 35:21 หรือชกเขาจนตายเพราะเหตุเป็นศัตรูกัน ผู้ที่ชกเขานั้นจะต้องถูกลงโทษถึงตายเป็นแน่. ด้วยว่าเขาเป็นฆาตกร ถ้าผู้แก้แค้นแทนโลหิตพบเขาเมื่อใดก็ให้ฆ่าเขาเสีย.
อฤธ. 35:22 แต่ถ้าผู้ใดผลักเขาให้ล้มในทันทีทันใดโดยมิได้เป็นศัตรูกัน หรือเอาอะไรขว้างเขาโดยมิได้คอยซุ่มดักอยู่
อฤธ. 35:23 หรือขว้างหินที่ทำให้คนตายได้ไปโดนเขาโดยมิได้เห็น และเขาถึงตาย โดยไม่ได้เป็นศัตรูกัน และมิได้คิดจะทำร้ายเขา
อฤธ. 35:24 ก็ให้ชุมนุมชนกตัดสินความระหว่างผู้ที่ฆ่าและผู้แก้แค้นแทนโลหิตตามกฎเกณฑ์เหล่านี้.
อฤธ. 35:25 ให้ชุมนุมชนช่วยผู้ที่ฆ่าคนให้พ้นจากมือผู้แก้แค้นแทนโลหิต และชุมนุมชนจะนำตัวเขากลับไปยังเมืองลี้ภัยซึ่งเขาได้หนีไปอยู่นั้น ให้เขาอยู่ที่นั่นจนกว่า1มหาปุโรหิตที่ได้ถูกกชโลมด้วยน้ำมันชโลมอันบริสุทธิ์จะถึงแก่ความตาย.
อฤธ. 35:26 แต่ถ้าผู้ที่ฆ่าคนออกไปพ้นเขตเมืองลี้ภัย ซึ่งเขาหนีเข้าไปอยู่ในเวลาใด
อฤธ. 35:27 และผู้แก้แค้นแทนโลหิตพบเขานอกเขตเมืองลี้ภัยของเขา และผู้แก้แค้นแทนโลหิตได้ฆ่าผู้ที่ฆ่าคนนั้นเสีย ผู้แก้แค้นแทนโลหิตจะไม่มีความผิดเพราะเหตุโลหิตของเขา.
อฤธ. 35:28 เพราะผู้นั้นควรจะต้องคงอยู่ในเมืองลี้ภัยจนกว่ามหาปุโรหิตจะถึงแก่ความตาย ภายหลังเมื่อมหาปุโรหิตถึงแก่ความตายแล้ว ผู้ที่ฆ่าคนนั้นสามารถกลับไปยังดินแดนที่เขาถือกรรมสิทธิ์อยู่ได้.
อฤธ. 35:29 ข้อเหล่านี้จะเป็นบทบัญญัติแห่งคำตัดสินของเจ้าตลอดทุกชั่วอายุของเจ้าในที่อาศัยทั้งปวงของเจ้า.
อฤธ. 35:30 ผู้ใดฆ่าคนตาย ให้ประหารชีวิตฆาตกรนั้นเสียตามคำให้การของกพยาน แต่อย่าประหารชีวิตผู้ใดด้วยมีพยานเพียงปากเดียว.
อฤธ. 35:31 ยิ่งกว่านั้นอีก เจ้าอย่ารับค่าไถ่ชีวิตของฆาตกรผู้มีความผิดถึงตายนั้น แต่เขาจะต้องถูกลงโทษถึงตายเป็นแน่.
อฤธ. 35:32 และเจ้าอย่ารับค่าไถ่ของคนที่หลบหนีไปยังเมืองลี้ภัยของเขา เพื่อเขาจะกลับมาอยู่ในดินแดนของเขาก่อนที่มหาปุโรหิตจะสิ้นชีวิต.
อฤธ. 35:33 ดังนี้แหละเจ้าจึงไม่กระทำให้ดินแดนที่เจ้าทั้งหลายอาศัยอยู่เป็นมลทิน เพราะว่าโลหิตนั้นทำให้ดินแดนเป็นกมลทิน. และไม่มีสิ่งใดที่จะปกปิดบาปให้แก่ดินแดนที่โลหิตตกนั้นได้ นอกจากขโลหิตของผู้ที่ทำให้โลหิตตกนั้น.
อฤธ. 35:34 เจ้าอย่ากระทำให้ดินแดนที่เจ้าอาศัยอยู่เป็นมลทิน คือดินแดนที่เราตั้งกพลับพลาอยู่ท่ามกลางนั้น เพราะว่าเราคือยะโฮวาที่ได้ตั้งพลับพลาอยู่ขท่ามกลางชนชาติอิสราเอล.

คำอธิบาย อาฤธโม บทที่ 35

อฤธ. 35:2 ก ลวต.25:32–34; ยฮซ.14:3–4; 21:2
อฤธ. 35:4 ก เทียบ ยอค.45:1–5; 48:8–14
อฤธ. 35:6 ก อฤธ.35:13; ยฮซ.20:2; 21:13, 21, 27, 32, 38
อฤธ. 35:6 1ก เมืองลี้ภัยเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งผู้เป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้าผู้ทำการไถ่ ซึ่งคนบาปที่กระทำผิดพลาด (โดยไม่เจตนา) สามารถหนีเข้าไปหลบภัยได้. พระเจ้าทรงให้พระคริสต์ตกเข้าไปในมือของคนบาป (กจ.2:23; รม.4:25) ซึ่งได้ประหารพระองค์ด้วยความผิดพลาด (ลก.23:34; 1กธ.2:8). หากคนบาปคนใดกลับใจ พระเจ้าก็จะทรงถือว่าเขาเป็นคนบาปที่ผิดพลาดและจะทรงให้อภัยเขา (ลก.24:47; กจ.2:38). คนเช่นนี้สามารถหนีเข้าสู่พระคริสต์ได้. แต่หากคนใดปฏิเสธกิตติคุณและไม่กลับใจ พระเจ้าก็จะทรงถือว่าเขาเป็นคนกระทำบาปโดยเจตนา ซึ่งถูกกำหนดไว้ให้ต้องพินาศ (ข้อ 16; ยฮ.3:16–18).
เมืองลี้ภัยมีทั้งหมดหกเมือง คือสามเมืองในแต่ละฟากของแม่น้ำจอร์แดน (ข้อ 14). เลขหกเป็นเครื่องหมายเล็งถึงมนุษย์ที่กระทำความผิด ซึ่งพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างไว้ในวันที่หก (ยนซ.1:26–27, 31). เลขสามเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพในฐานะที่เป็นที่ลี้ภัยสำหรับมนุษย์ที่กระทำผิด. เลขสอง (สองหน่วยของเมืองสามเมืองในแต่ละฝั่ง) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพยานที่ยืนหยัดอยู่ในจักรวาลนี้ ซึ่งมาเป็นพยานและป่าวประกาศให้แก่จักรวาลนี้ว่าพระเจ้าตรีเอกภาพทรงดำเนินชีวิตอยู่บนแผ่นดินโลกท่ามกลางมนุษย์เพื่อมาเป็นเมืองลี้ภัยให้แก่พวกเขา.
อฤธ. 35:7 ก ยฮซ.21:41
อฤธ. 35:7 1ก เลขสี่สิบแปดประกอบขึ้นจาก หก (มนุษย์ธรรมชาติที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างในวันที่หก) คูณกับแปด (การเป็นขึ้น). เมืองสี่สิบแปดเมืองที่ยกให้แก่คนเลวีเป็นเครื่องหมายเล็งถึงมนุษย์ธรรมชาติที่ตกต่ำนั้นได้ถูกนำเข้าสู่การเป็นขึ้นผ่านการปรนนิบัติของคนเลวี. การปรนนิบัติของคนเลวีคือการปรนนิบัติต่อระบบกลุ่มปุโรหิต และเป้าหมายของระบบกลุ่มปุโรหิตก็คือการนำมนุษย์ที่ตกต่ำกลับคืนสู่พระเจ้าในการเป็นขึ้น. ดังนั้นจำนวนเมืองที่ยกให้แก่คนเลวีจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงจุดประสงค์แห่งการปรนนิบัติของคนเลวี.
เลขสี่สิบแปดยังประกอบขึ้นจาก สี่ (ก็เป็นเครื่องหมายเล็งถึงมนุษย์ที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้าง — ยอค.1:5) คูณสิบสอง (เลขแห่งความครบสมบูรณ์และครบถ้วนในการบริหารปกครองที่นิรันดร์ของพระเจ้า). ดังนั้นเลขสี่สิบแปดจึงบ่งชี้ว่ามนุษย์ที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างนั้นจะได้รับการกระทำให้สำเร็จและถูกกระทำให้ครบถ้วนในการบริหารปกครองที่นิรันดร์ของพระเจ้า.
อฤธ. 35:8 1 เมืองทั้งสี่สิบแปดเมืองที่ยกให้แก่คนเลวีนั้นจะถูกกระจายอยู่ท่ามกลางอิสราเอล ซึ่งได้เปลี่ยนการสาปแช่งของยาโคบที่มีต่อเลวีใน ยนซ.49:7 ให้กลายเป็นการอวยพร.
อฤธ. 35:8 ก
อฤธ. 35:11 ก พบญ.19:2–6;ยฮซ.20:2–6;อซด.21:13
อฤธ. 35:14 ก พบญ.4:41–43; เทียบ ยฮซ.20:7–9
อฤธ. 35:15 1 การที่เมืองลี้ภัยไม่ได้มีไว้สำหรับชนชาติอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังมีไว้สำหรับแขกแปลกหน้าและผู้ค้างแรมท่ามกลางพวกเขาด้วยนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระเจ้าตรีเอกภาพผู้เป็นที่ลี้ภัยสำหรับมนุษย์ที่กระทำผิดนั้นมีไว้สำหรับมนุษยชาติทั้งหมด. นอกจากนี้ การจัดสรรเมืองลี้ภัยทั้งหกเมืองไว้ในสถานที่ที่แตกต่างกันนั้นก็บ่งชี้ว่าพระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้าตรีเอกภาพนั้นทรงอยู่ใกล้และสะดวกง่ายดาย. พระเจ้าตรีเอกภาพทรงแผ่ขยายอยู่ท่ามกลางมนุษย์ ทรงอยู่ในทุกสถานที่ที่เราอยู่ พระองค์ทรงเป็นเมืองลี้ภัยสำหรับทุกคนที่กระทำความผิด.
อฤธ. 35:16 1 เมืองลี้ภัยไม่ได้มีไว้สำหรับฆาตกรที่ฆ่าคนโดยเจตนา (ข้อ 16–21). อาดามกระทำบาปโดยไม่เจตนา และเราผู้เป็นเชื้อสายของอาดามนั้นก็ได้กระทำบาปโดยไม่เจตนาเหมือนกัน (เทียบ รม.7:15–24). ดังนั้นในสายพระเนตรของพระเจ้า เราจึงเป็นผู้ที่กระทำบาปโดยไม่เจตนา และพระองค์ทรงถือว่าความบาปของเรานั้นถูกกระทำโดยไม่เจตนา. ดูข้อ 6 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 1.
อฤธ. 35:16 ก อซด.21:12, 14; ลวต.24:17; พบญ.19:11–12
อฤธ. 35:19 ก พบญ.19:6, 12; ยฮซ.20:3, 5
อฤธ. 35:24 ก อฤธ.35:12; ยฮซ.20:6
อฤธ. 35:25 1 มหาปุโรหิตในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ (ฮร.4:14) ผู้ทรงวายพระชนม์เพื่อความบาปของเรา. ในด้านฝ่ายวิญญาณ วิสุทธิชนในพันธสัญญาเดิมจะต้องคงอยู่ในเมืองลี้ภัยจนกว่าพระคริสต์จะทรงวายพระชนม์ ก่อนที่พระคริสต์จะสิ้นพระชนม์นั้น ไม่มีค่าไถ่ใดๆ อาจปลดปล่อยพวกเขาได้ (ข้อ 32). นี่ก็คือที่ลี้ภัยก่อนที่การช่วยให้รอดโดยตรงจะมาถึง. ในช่วงพันธสัญญาเดิมนั้น พระคริสต์ยังไม่ทรงวายพระชนม์ และผู้ที่หลบหนีเข้าไปในพระองค์ผู้เป็นเมืองลี้ภัยของเขานั้นจะต้องรอจนกว่าพระองค์จะเสด็จมาและวายพระชนม์บนกางเขน. ดังนั้นสำหรับวิสุทธิชนในพันธสัญญาเดิมแล้ว ที่ลี้ภัยจึงเป็นเหมือนคอกแกะใน ยฮ.10:1 นั่นเอง (ดูคำอธิบาย 2 ในข้อนั้น).
ในเมื่อพระคริสต์ผู้ทรงเป็นมหาปุโรหิตของเราได้ทรงวายพระชนม์แล้ว ดังนั้นพระองค์จึงทรงเป็นที่ลี้ภัยให้แก่ผู้เชื่อทั้งหลายของพระองค์ ไม่ใช่ในแง่ของพันธสัญญาเดิม แต่ในแง่ของพันธสัญญาใหม่. ที่ลี้ภัยนี้เป็นเรื่องของการช่วยให้รอดโดยตรง. ก่อนที่พระคริสต์จะทรงวายพระชนม์ พระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยให้แก่วิสุทธิชนในพันธสัญญาเดิม แต่บัดนี้หลังจากการวายพระชนม์ของพระองค์ พระองค์ก็ได้ทรงช่วยเราให้รอดโดยตรง. วันนี้เราจึงสามารถเข้าสู่พระคริสต์ด้วยความมั่นใจว่าพระองค์ได้ทรงวายพระชนม์แล้วและความบาปของเราได้รับการอภัยแล้ว (อฟ.1:7; กซ.2:13).
อฤธ. 35:25 ก อซด.29:7; ลวต.4:3; 21:10
อฤธ. 35:30 ก พบญ.17:6; 19:15; มธ.18:16; ยฮ.8:17; 2กธ.13:1; 1ตธ.5:19; ฮร.10:28
อฤธ. 35:33 ก บพส.106:38; ยซย.24:5
อฤธ. 35:33 ข ยนซ.9:5
อฤธ. 35:34 ก เทียบ ยฮ.1:14
อฤธ. 35:34 ข อซด.25:8; 29:45
สารบัญ