อาฤธโม บทที่ 32
10. การจัดแจงการจัดสรรแผ่นดินงามล่วงหน้า
32:1–42; 33:50—36:13
32:1–42; 33:50—36:13
(1) เกี่ยวกับดินแดนฝั่งตะวันออกของแม่นํ้าจอร์แดน
32:1–42
32:1–42
ก. คำร้องขอของสองเผ่าคือรูเบ็นและฆาด
ข้อ 1–5
ข้อ 1–5
อฤธ.
32:1 1แต่ลูกหลานของรูเบ็นกับลูกหลานของฆาดนั้นมีฝูงปศุสัตว์เป็นจำนวนมาก. ครั้นพวกเขาได้เห็นดินแดนยาเซรและดินแดนฆีละอาดว่าเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์.
อฤธ.
32:2 ลูกหลานของฆาดและลูกหลานของรูเบ็นก็มากล่าวแก่โมเซและเอละอาซารผู้เป็นปุโรหิต และเหล่าผู้นำของชุมนุมชนว่า
อฤธ.
32:3 เมืองอะตาโรธ, ดีโบน, ยาเซร, นิมรา, เฮ็ศโบน, เอลาเล, ซิบมา, เนโบ, และบะโอน
อฤธ.
32:4 กดินแดนเหล่านี้ที่พระยะโฮวาได้ทรงโจมตีต่อหน้าชุมนุมชนอิสราเอลนั้นเป็นดินแดนสำหรับเลี้ยงฝูงปศุสัตว์ และผู้รับใช้ของท่านก็มีฝูงปศุสัตว์.
อฤธ.
32:5 พวกเขายังกล่าวอีกว่า ถ้าเราทั้งหลายได้รับความกรุณาในสายตาของท่าน ขอให้ท่านยก1ดินแดนเหล่านี้ให้แก่ผู้รับใช้ของท่าน อย่าให้เรา2ข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปเลย.
ข. คำตำหนิและคำตักเตือนของโมเซ
ข้อ 6–15
ข้อ 6–15
อฤธ.
32:6 โมเซกล่าวแก่ลูกหลานของฆาดและลูกหลานของรูเบ็นว่า เจ้าจะให้พี่น้องทั้งหลายของเจ้าไปทำการสงคราม ฝ่ายพวกเจ้าทั้งหลายนั่งพักอยู่ที่นี่หรือ?
อฤธ.
32:7 เหตุใดเจ้าทั้งหลายจึงกระทำให้ชนชาติอิสราเอลท้อแท้ใจในการข้ามไปยังดินแดนที่พระยะโฮวาได้ประทานให้แก่พวกเขาเล่า?
อฤธ.
32:8 กบรรพบุรุษของเจ้าก็ได้กระทำดังนี้ ครั้งเมื่อเราได้ใช้เขาจากคาเดศบัรเนอะให้ไปสอดแนมดูดินแดน.
อฤธ.
32:9 ด้วยว่าเมื่อเขาทั้งหลายขึ้นไปถึงหุบเขาเอศโคลและได้เห็นดินแดนนั้นแล้ว เขาก็ได้กระทำให้ชนชาติอิสราเอลท้อแท้ใจที่จะเข้าไปในดินแดนที่พระยะโฮวาได้ประทานแก่พวกเขา.
อฤธ.
32:10 กและในวันนั้นพระยะโฮวาทรงพิโรธ และพระองค์ทรงตั้งสัตย์ปฏิญาณไว้ว่า
อฤธ.
32:11 จะไม่มีสักคนเดียวที่มีอายุตั้งแต่ยี่สิบปีขึ้นไป ซึ่งได้ออกจากอียิปต์จะได้เห็นดินแดนที่เราได้ตั้งสัตย์ปฏิญาณไว้ว่าจะมอบให้แก่อับราฮามและยิศฮาคและยาโคบเป็นแน่ เพราะเขาทั้งหลายมิได้ติดตามเราด้วยสุดใจ
อฤธ.
32:12 เว้นแต่คาเล็บบุตรยะฟูเนคนเคนี และยะโฮซูอะบุตรนูน เพราะพวกเขาได้ติดตามพระยะโฮวาด้วยกสุดใจ.
อฤธ.
32:13 และพระยะโฮวาก็ทรงพิโรธต่ออิสราเอล พระองค์จึงทรงให้พวกเขาเร่ร่อนอยู่ในป่ากันดารกสี่สิบปี จนชั่วอายุที่กระทำชั่วในสายพระเนตรของพระยะโฮวาถูกล้างผลาญไปจนหมดสิ้น.
อฤธ.
32:14 และบัดนี้เจ้าได้เติบโตขึ้นมาแทนบรรพบุรุษของท่าน เป็นพันธุ์คนบาปที่จะทำให้พระพิโรธของพระยะโฮวาต่ออิสราเอลทวีมากยิ่งขึ้น.
อฤธ.
32:15 ด้วยว่าถ้าเจ้าทั้งหลายหันไปเสียจากการติดตามพระองค์ พระองค์ก็จะทรงละทิ้งเขาทั้งหลายในป่ากันดารอีก และเจ้าทั้งหลายจะทำลายพลไพร่ทั้งหมดนี้เสีย.
ค. คำสัญญาของสองเผ่า
ข้อ 16–19
ข้อ 16–19
อฤธ.
32:16 เขาทั้งหลายเข้ามาใกล้โมเซกล่าวว่า เราทั้งหลายสร้างคอกสำหรับฝูงแพะแกะที่นี่ และสร้างเมืองสำหรับลูกเด็กเล็กๆ ทั้งหลาย
อฤธ.
32:17 แต่เราทั้งหลายจะกถืออาวุธพร้อมที่จะมุ่งไปข้างหน้าชนชาติอิสราเอล จนกว่าพวกเราจะนำเขาไปถึงสถานที่ของเขา แต่เด็กเล็กของเราจะอยู่ในเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบ เพราะเหตุผู้ที่อาศัยในดินแดนนี้.
อฤธ.
32:18 พวกเราจะไม่กลับมายังบ้านเรือนของเราจนกว่าชนชาติอิสราเอลจะได้รับมรดกของเขาทุกคน.
อฤธ.
32:19 เพราะเราจะไม่ได้รับมรดกด้วยกันกับเขา ซึ่งอยู่ฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้นและที่ไกลออกไป เพราะว่ามรดกที่ตกทอดมาถึงเรานั้นอยู่ฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างกตะวันออกนี้.
ง. คำอนุญาตของโมเซ
ข้อ 20–42
ข้อ 20–42
อฤธ.
32:20 โมเซกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า ถ้าเจ้าทั้งหลายจะกระทำดังนี้ ถ้าเจ้าทั้งหลายจะถืออาวุธต่อพระพักตร์พระยะโฮวาเพื่อการสงคราม
อฤธ.
32:21 และคนของเจ้าที่ถืออาวุธทุกคนจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปต่อพระพักตร์พระยะโฮวา จนกว่าพระองค์จะทรงกขับไล่ศัตรูให้พ้นเสียจากพระพักตร์พระองค์.
อฤธ.
32:22 และดินแดนนั้นได้สยบลงต่อพระพักตร์พระยะโฮวาแล้ว ภายหลังเจ้าจึงจะกลับไปและพ้นจาก1พันธะที่มีต่อพระยะโฮวาและต่ออิสราเอล และดินแดนนี้จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าต่อพระพักตร์พระยะโฮวา.
อฤธ.
32:23 แต่ถ้าเจ้าทั้งหลายไม่กระทำดังนี้ เจ้าก็ได้กระทำบาปต่อพระยะโฮวา และจงรู้ว่ากความบาปของเจ้าจะตามเจ้าทัน.
อฤธ.
32:24 เจ้าทั้งหลายจงสร้างเมืองสำหรับเด็กเล็กของเจ้า และคอกสำหรับแกะของเจ้า และกระทำตามคำที่ออกจากปากของเจ้า.
อฤธ.
32:25 ลูกหลานของฆาดและลูกหลานของรูเบ็นกล่าวแก่โมเซว่า ผู้รับใช้ของท่านจะกระทำตามคำที่นายของข้าพเจ้าได้บัญชานั้น.
อฤธ.
32:26 เด็กเล็ก, ภรรยา, ฝูงปศุสัตว์, และฝูงสัตว์ใช้ทั้งหมดของเรานั้นจะอยู่ในเมืองต่างๆ ของฆีละอาด.
อฤธ.
32:27 แต่ผู้รับใช้ของท่านจะข้ามไป คือทุกคนที่ถืออาวุธสำหรับการสงครามต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวา ดังที่นายของข้าพเจ้าได้กล่าวไว้นั้น.
อฤธ.
32:28 โมเซจึงได้บัญชาเรื่องของพวกเขาแก่เอละอาซารผู้เป็นปุโรหิต และยะโฮซูอะบุตรนูน และหัวหน้าวงศ์วานแห่งเผ่าต่างๆ ของชนชาติอิสราเอล.
อฤธ.
32:29 โมเซก็กล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า ถ้าลูกหลานของฆาดและลูกหลานของรูเบ็นข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปด้วยกันกับเจ้าทั้งหลาย คือทุกคนที่ถืออาวุธสำหรับการสงครามต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวา และดินแดนนั้นได้ถูกสยบลงต่อหน้าเจ้า เจ้าก็จงยกดินแดนฆีละอาดให้เป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเขา.
อฤธ.
32:30 แต่ถ้าเขาไม่ได้ถืออาวุธข้ามไปพร้อมกับเจ้าทั้งหลายแล้ว เขาทั้งหลายจะต้องรับเอาดินแดนคะนาอันเป็นกรรมสิทธิ์ท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย.
อฤธ.
32:31 ลูกหลานของฆาดและลูกหลานของรูเบ็นก็ตอบว่า เราทั้งหลายจะกระทำตามดังที่พระยะโฮวาตรัสแก่ผู้รับใช้ของท่าน.
อฤธ.
32:32 เราทั้งหลายจะถืออาวุธข้ามไปถึงดินแดนคะนาอันต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวา และที่ดินซึ่งเป็นมรดกของเรานั้นจะคงอยู่ฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้.
อฤธ.
32:33 โมเซได้มอบอาณาจักรของซีโฮนกษัตริย์แห่งชนชาติอะโมรี และอาณาจักรของโอฆกษัตริย์แห่งบาซาน ทั้งเขตแดนของพวกเขา คือเมืองต่างๆ รอบดินแดนนั้นให้แก่ลูกหลานของฆาดและลูกหลานของกรูเบ็นและครึ่งหนึ่งของเผ่ามะนาเซบุตรโยเซฟ.
อฤธ.
32:34 ลูกหลานของฆาดได้สร้างเมืองดีโบน, อะตาโรธ, อะโรเอล,
อฤธ.
32:35 อัตโรธ, โซฟา, ยาเซร, ยัฆบะฮา,
อฤธ.
32:36 เบธนิมรา, และเบธฮารานเป็นเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบ และสร้างคอกสำหรับฝูงแกะ.
อฤธ.
32:37 ลูกหลานรูเบ็นได้สร้างเมืองเฮ็ศโบน, เอลาเล, คีระอาธาอีม,
อฤธ.
32:38 เนโบ, บาอัลเมโอน (ชื่อเหล่านี้ถูกเปลี่ยนใหม่), และซิบมา พวกเขาได้ตั้งชื่ออื่นให้แก่เมืองที่เขาสร้างขึ้นนั้น.
อฤธ.
32:39 ลูกหลานของมาคีรบุตรมะนาเซเข้าไปยึดเมืองฆีละอาด และขับไล่คนอะโมรีซึ่งอยู่ในเมืองนั้น.
อฤธ.
32:40 โมเซก็ได้ยกเมืองกฆีละอาดนั้นแก่มาคีรบุตรมะนาเซ และเขาก็อาศัยอยู่เมืองนั้น.
อฤธ.
32:41 กยาอีรบุตรมะนาเซก็ยกไปยึดหมู่บ้านของเขาเหล่านั้น และเรียกชื่อว่า1ฮาโวธยาอีร.
อฤธ.
32:42 โนบาก็ยกไปยึดเมืองคะนัธ และตำบลรอบเมืองนี้ และเรียกเมืองนั้นว่าโนบาตามชื่อของตน.
คำอธิบาย อาฤธโม บทที่ 32
อฤธ.
32:1 1 การจัดแจงการจัดสรรแผ่นดินงามล่วงหน้าที่อยู่ในห้าบทสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้เป็นแบบเล็งถึงการแบ่งปันรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์. ในจุดนี้หลังจากที่พลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรและไถ่ไว้นั้นได้จัดตั้งขึ้นเป็นกองทัพฝ่ายปุโรหิตที่จะทำการสู้รบเพื่อพระเจ้า และออกเดินทางร่วมกับพระเจ้าแล้ว พระเจ้าก็ทรงจัดเตรียมให้พวกเขาเข้าครอบครองแผ่นดินงาม ซึ่งเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งผู้เป็นส่วนที่พระเจ้าทรงแบ่งให้แก่ผู้เชื่อทั้งหลายในพระคริสต์ (ดู พบญ.8:7 คำอธิบาย 1).
อฤธ.
32:4 ก อฤธ.21:24, 34
อฤธ.
32:5 1 คำร้องขอของทั้งสองเผ่า คือรูเบ็นและฆาดที่จะรับเอาสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้นั้น (ข้อ 1–5) ไม่ใช่เรื่องที่ผิด อย่างไรก็ตาม การที่พวกเขาต้องการที่จะได้รับสิ่งเหล่านั้นตามการเลือกสรรของพวกเขาเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดว่าดีที่สุดนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง. ในที่สุด ดินแดนของพวกเขาคือส่วนแรกของดินแดนอิสราเอลที่ถูกผู้รุกรานซึ่งเป็นชาวต่างชาติจากทางตะวันออกยึดครองไป (1คนก.5:25–26). ในเรื่องราวฝ่ายวิญญาณนั้น ทางที่ดีที่สุดเราไม่ควรที่จะกระทำตามการเลือกสรรของเราเอง แต่มอบเรื่องราวเหล่านี้ไว้ในพระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า และยอมให้พระองค์กระทำตามการเลือกสรรของพระองค์ (เทียบ ยนซ.13:5–8).
อฤธ.
32:5 2 ดินแดนที่รูเบ็นและฆาดร้องขอนั้นสามารถไปถึงได้โดยไม่ต้องข้ามแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคนเก่าที่ไม่ได้ถูกจัดการและฝังไว้ (ดู ยฮซ.3:16—4:12). มีเพียงเมื่อคนเก่าของเราได้รับการจัดการและถูกฝังเท่านั้น (รม.6:3–6) เราจึงอยู่ในฐานะที่จะยึดครองพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งเป็นแผ่นดินงามที่มีไว้เพื่อการรับสุขของเรา.
อฤธ.
32:8 ก ข้อ 8–9; อฤธ.13:2–33; พบญ.1:22
อฤธ.
32:10 ก ข้อ 10–12; พบญ.1:34–36; อฤธ.14:23–24, 29
อฤธ.
32:12 ก ยฮซ.14:8–9
อฤธ.
32:13 ก อฤธ.14:33–35
อฤธ.
32:17 ก ยฮซ.4:12–13
อฤธ.
32:19 ก ยฮซ.12:6; 13:8; 22:4
อฤธ.
32:21 ก อฤธ.33:52; อซด.23:28–31; 33:2; 34:11
อฤธ.
32:22 1 พันธะในที่นี้เป็นผลมาจากข้อเท็จจริงที่รูเบ็นและฆาดมีการเลือกสรรของตัวเองในส่วนของดินแดนของพวกเขา (ข้อ 1–5). ในการปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้านั้น เราต้องเรียนรู้ที่จะละทิ้งไปซึ่งการเลือกสรรของเราเอง เพื่อเราจะได้หลุดพ้นจากพันธะที่ผูกมัดตนเองต่อพระเจ้าและต่อพลไพร่ของพระองค์.
อฤธ.
32:23 ก เทียบ ยนซ.44:16; ยซย.59:2, 12
อฤธ.
32:33 ก พบญ.3:12–17; 29:8; ยฮซ.12:6; 13:8; 22:1–4
อฤธ.
32:40 ก พบญ.3:13, 15; ยฮซ.13:31; 17:1
อฤธ.
32:41 ก พบญ.3:14; ยฮซ.13:30; วนฉ.10:3–4; 1พกษ.4:13; 1คนก.2:22–23
อฤธ.
32:41 1 หมายถึง หมู่บ้านแห่งยาอีร.