อาฤธโม บทที่ 21
III การสู้รบ
21:1–3; 21:21—32:42; 33:50—36:13
21:1–3; 21:21—32:42; 33:50—36:13
1. มีชัยต่อกษัตริย์แห่งอาราด
21:1–3
21:1–3
อฤธ.
21:1 เมื่อกษัตริย์แห่ง1เมืองอาราดชนชาติ2กคะนาอันผู้อาศัยในเนเกบได้ยินว่าชนชาติอิสราเอลกำลังยกพลมาตามทางอาธาริม ท่านจึงสู้รบกับชนชาติอิสราเอลและจับเอาบางคนไปเป็นเชลย.
อฤธ.
21:2 ชนชาติอิสราเอลได้กปฏิญาณต่อพระยะโฮวาว่า ถ้าพระองค์จะทรงมอบชนชาติเหล่านี้ไว้ในมือของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะขทำลายบ้านเมืองของเขาเสียให้สิ้น.
อฤธ.
21:3 และพระยะโฮวาได้สดับฟังเสียงของชนชาติอิสราเอล และได้มอบชนชาติคะนาอันให้แก่พวกเขา พวกเขาก็ได้ทำลายชนชาติคะนาอันทั้งบ้านเมืองของเขาเสียสิ้น จึงได้เรียกชื่อที่นั่นว่า1ฮัรมา.
II. การเดินทาง (ต่อ)
8. ความพ่ายแพ้ที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง (ต่อ)
8. ความพ่ายแพ้ที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง (ต่อ)
(4) พูดต่อต้านพระเจ้าและโมเซ
21:4–9
21:4–9
อฤธ.
21:4 เขาทั้งหลายออกเดินทางจากภูเขาฮาระตามทางที่ไปทะเลแดงเพื่อจะกอ้อมดินแดนอะโดม และ1จิตใจพลไพร่ก็ท้อแท้ในระหว่างทาง.
อฤธ.
21:5 เขาก็พูดต่อต้านพระเจ้าและต่อต้านโมเซว่า เหตุไฉนท่านได้นำเราออกจากอียิปต์มาตายเสียในป่ากันดารนี้? เพราะไม่มีอาหารและไม่มีน้ำ และจิตของเราก็ชิงชังอาหารอัน1กไร้รสชาตินี้.
อฤธ.
21:6 ดังนั้นพระยะโฮวาจึงส่งกงูไฟมายังท่ามกลางเหล่าพลไพร่ และงูเหล่านั้นก็กัดพลไพร่ ทำให้ชนชาติอิสราเอลล้มตายเป็นจำนวนมาก.
อฤธ.
21:7 พลไพร่ทั้งปวงมาหาโมเซกล่าวว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายได้กระทำบาปแล้ว เพราะพวกเราได้พูดต่อต้านพระยะโฮวา และพูดต่อต้านท่านด้วย ขอท่านได้อธิษฐานต่อพระยะโฮวาให้พระองค์เอาฝูงงูนี้ไปจากพวกเราเสีย. โมเซจึงอธิษฐานเพื่อเหล่าพลไพร่.
อฤธ.
21:8 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า เจ้าจงทำงูไฟขึ้นตัวหนึ่ง แล้วยกขึ้นไว้บน1ท่อนไม้ และทุกคนที่ถูกกัด เมื่อเขามองดูที่งูนั้นก็จะมีชีวิตรอด.
อฤธ.
21:9 และโมเซได้ทำ1กงูทองเหลืองและยกขึ้นไว้บนท่อนไม้ ถ้างูกัดผู้ใด เมื่อผู้นั้นขมองดูที่งูทองเหลืองก็จะมีชีวิตรอด.
9. การเดินทางต่อไป (ต่อ)
(2) มาถึงยอดเขาพิศฆา
21:10–20
21:10–20
อฤธ.
21:10 กชนชาติอิสราเอลก็ยกเดินไปตั้งค่ายอยู่ที่โอโบธ.
อฤธ.
21:11 แล้วเขายกเดินจากโอโบธมาตั้งค่ายอยู่ที่อิเยอาบาริมในป่ากันดาร ตรงข้ามโมอาบทางด้านดวงอาทิตย์ขึ้น.
อฤธ.
21:12 แล้วยกเดินจากที่นั่นมาตั้งค่ายอยู่ที่หุบเขากเซเร็ด.
อฤธ.
21:13 แล้วกยกเดินจากที่นั่นมาตั้งค่ายอยู่ที่อีกฟากของแม่น้ำอะระโนน ซึ่งอยู่ในป่ากันดารที่ยืดมาจากเขตแดนของชนชาติอะโมรี เพราะแม่น้ำอะระโนนนั้นอยู่ริมเขตแดนของโมอาบ ระหว่างโมอาบกับชนชาติอะโมรี.
อฤธ.
21:14 ดังนั้นในหนังสือสงครามของพระยะโฮวาจึงกล่าวไว้ว่า วาเฮบในเมืองสุฟา และหุบเขาแห่งแม่น้ำอะระโนน
อฤธ.
21:15 และที่ทางลาดของหุบเขา ซึ่งยืดไปจนถึงที่ตั้งของเมืองอาระ และพาดไปตามเขตแดนของโมอาบ.
อฤธ.
21:16 เขายกเดินจากที่นั่นมาถึง1บะเอร คือบ่อน้ำที่พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า จงรวบรวมพลไพร่เข้าด้วยกัน และเราจะให้กน้ำเขาดื่ม.
อฤธ.
21:17 ครั้งนั้นชนชาติอิสราเอลได้ขับร้องเพลงนี้ว่า โอ้ บ่อน้ำเอ๋ย จงมีน้ำพุพลุ่งขึ้น จงร้องเพลงให้บ่อน้ำนี้!
อฤธ.
21:18 คือบ่อน้ำที่1เหล่าผู้นำได้ขุดไว้ เป็นบ่อน้ำที่1ผู้สูงศักดิ์ของพลไพร่ได้ขุดไว้ด้วยคทาและไม้เท้าของเขาทั้งหลาย และพวกเขาก็ยกเดินจากป่ากันดารมาถึงมาธานา
อฤธ.
21:19 แล้วยกเดินจากมาธานามาถึงนะฮะลีเอล และจากนะฮะลีเอลมาถึงบาโมธ
อฤธ.
21:20 แล้วจากบาโมธมาถึงหุบเขาที่อยู่ในดินแดนของโมอาบ มาถึงยอดเขากพิศฆาซึ่งมองลงมาเห็นที่กันดาร.
III การสู้รบ (ต่อ)
2. มีชัยต่อซีโฮนกษัตริย์ของชนชาติอะโมรี
21:21–32
21:21–32
อฤธ.
21:21 แล้วชนชาติอิสราเอลได้กใช้คนส่งสารไปหาซีโฮนกษัตริย์ของ1ชนชาติอะโมรีว่า
อฤธ.
21:22 กขอโปรดให้เราทั้งหลายข้ามผ่านดินแดนของท่าน. เราจะไม่เลี้ยวเข้าไปในไร่นาหรือสวนองุ่นของท่าน เราจะไม่ดื่มน้ำจากบ่อ. เราจะเดินไปตามทางหลวงจนกว่าเราจะผ่านพ้นเขตแดนของท่าน.
อฤธ.
21:23 กแต่ซีโฮนไม่ยอมให้ชนชาติอิสราเอลข้ามผ่านเขตแดนของท่าน. ซีโฮนจึงรวบรวมพลไพร่ของท่านไปสู้รบกับชนชาติอิสราเอลในป่ากันดาร ท่านได้มาถึงยาฮาศและสู้รบกับชนชาติอิสราเอลที่นั่น.
อฤธ.
21:24 และชนชาติอิสราเอลได้กประหารท่านเสียด้วยคมดาบ และยึดครองดินแดนของท่านตั้งแต่แม่น้ำอะระโนนจนถึงยาโบค ไกลไปจนถึงชนชาติอำโมน เพราะเขตแดนของชนชาติอำโมนนั้นเข้มแข็งนัก.
อฤธ.
21:25 ชนชาติอิสราเอลก็ยึดเมืองเหล่านี้ทั้งหมด และชนชาติอิสราเอลได้เข้าอาศัยอยู่ในทุกเมืองของชนชาติอะโมรีในเฮ็ศโบน และในทุกตำบลรอบเมืองนั้นๆ.
อฤธ.
21:26 เพราะเฮ็ศโบนนั้นเป็นเมืองหลวงของซีโฮนกษัตริย์ของชนชาติอะโมรี ผู้ได้สู้รบกับกษัตริย์โมอาบองค์ก่อนนั้น และได้ยึดดินแดนของท่านทั้งสิ้นไกลไปจนถึงแม่น้ำอะระโนน.
อฤธ.
21:27 เหตุฉะนั้นจึงมีผู้แต่งบทเพลงว่า จงมาที่เฮ็ศโบน มาสร้างเมืองนี้ และสถาปนาเมืองของซีโฮนขึ้น.
อฤธ.
21:28 กเพราะมีไฟออกไปจากเฮ็ศโบน มีเปลวเพลิงออกไปจากเมืองของซีโฮน ซึ่งได้ไหม้ทำลายเมืองอาระของโมอาบ 1และกลืนแท่นสูงของแม่น้ำอะระโนนเสีย.
อฤธ.
21:29 โอ โมอาบเอ๋ย วิบัติแก่เจ้า โอ พลไพร่ของพระคีโมศเอ๋ย เจ้าต้องพินาศ พระคีโมศได้มอบบรรดาบุตรชายของตนเป็นผู้ลี้ภัย และบรรดาบุตรสาวของตนก็ตกเป็นเชลยของซีโฮนกษัตริย์ของชนชาติอะโมรี.
อฤธ.
21:30 เราได้ยิงเขาทั้งหลาย เฮ็ศโบนก็ถูกล้างผลาญไปจนถึงดีโบน และเราทั้งหลายได้ทำให้โนฟาเป็นที่ร้าง 1มีไฟเผาไหม้ไปถึงเมดะบา.
อฤธ.
21:31 ดังนี้แหละชนชาติอิสราเอลจึงได้เข้าอาศัยอยู่ในดินแดนของชนชาติอะโมรี.
อฤธ.
21:32 โมเซได้ใช้คนไปกสอดแนมเมืองยาเซร และเขาทั้งหลายได้ยึดตำบลรอบเมืองนั้น และขับไล่ชนชาติอะโมรีที่อยู่ที่นั่นเสีย.
3. มีชัยต่อโอฆกษัตริย์แห่งบาซาน
21:33–35
21:33–35
อฤธ.
21:33 แล้วเขาทั้งหลายก็หันและยกเดินขึ้นไปตามทางเมืองบาซาน และกโอฆกษัตริย์แห่ง1บาซานกับพลไพร่ทั้งปวงของท่านก็ออกมาสู้รบกับเขาที่เอ็ดระอี.
อฤธ.
21:34 แต่พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า อย่ากลัวเขาเลยเพราะเราได้มอบเขา ทั้งพลไพร่ของเขา และดินแดนของเขาไว้ในมือของเจ้า และเจ้าจะกระทำแก่เขาเหมือนที่เจ้าได้กระทำแก่ซีโฮนกษัตริย์ของชนชาติอะโมรีซึ่งอาศัยอยู่ที่เฮ็ศโบนนั้น.
อฤธ.
21:35 ดังนั้นพวกเขาจึงได้ประหารโอฆและบุตรชายทั้งหลายของท่านเสีย ทั้งพลไพร่ทั้งสิ้นของท่านจนไม่มีผู้ใดเหลืออยู่สักคนเดียว แล้วพวกเขาก็เข้ายึดดินแดนของท่าน.
คำอธิบาย อาฤธโม บทที่ 21
อฤธ.
21:1 1 กษัตริย์ของเมืองอาราด, กษัตริย์ของชนชาติอะโมรี (ข้อ 21), และกษัตริย์ของเมืองบาซานนั้น (ข้อ 33) เป็น “ผู้เฝ้าประตู” ทางด้านตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งได้ทำการปกป้องรักษาดินแดนคะนาอัน ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งความมืดให้กับซาตาน. การที่ชนชาติอิสราเอลจะเข้าสู่แผ่นดินงามได้นั้น พวกเขาจะต้องผ่านเขตแดนที่กษัตริย์เหล่านี้ปกครองและต้องสู้รบกับพวกเขา, ทำลายพวกเขา, และยึดครองเขตแดนของพวกเขา. สิ่งนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่าถ้าคริสตจักรจะรับสุขความอุดมสมบูรณ์อันหาที่สุดไม่ได้ของพระคริสต์ คริสตจักรก็จะต้องมีชัยชนะและยึดครองเขตแดนของเหล่าศัตรูดังที่มีกษัตริย์เหล่านี้เป็นเครื่องหมาย. ดู ข้อ 1 คำอธิบาย 1.
อฤธ.
21:1 ก อฤธ.33:40
อฤธ.
21:1 2ก ในพันธสัญญาเดิมนั้น คะนาอันมีแบบเล็งอยู่สองด้านคือ ในด้านบวก คะนาอันคือดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ (พบญ.8:7–10 และข้อ 7 คำอธิบาย 1) ซึ่งเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งพร้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์อันหาที่สุดไม่ได้ของพระองค์ (กซ.1:12; อฟ.3:8) ส่วนในด้านลบ คะนาอันเป็นเครื่องหมายเล็งถึงอาณาจักรแห่งความมืดของซาตานส่วนที่อยู่บนสถานอากาศและฟ้าสวรรค์. ในฐานะผู้ครองโลกนี้ (ยฮ.12:31) และหัวหน้าของผู้มีอำนาจในสถานอากาศ (อฟ.2:2) ซาตานมีอำนาจของมัน (กจ.26:18) และมีทูตสวรรค์ของมัน (มธ.25:41) ซึ่งอยู่ใต้บังคับบัญชาของมันมาเป็นผู้ปกครอง, ผู้มีอำนาจ, ผู้ครอบครองโลกแห่งความมืดนี้ (อฟ.6:12). ดังนั้นมันจึงมีอาณาจักรของมัน (มธ.12:26) ซึ่งก็คืออำนาจแห่งความมืด (กซ.1:13). ชนชาติคะนาอันเป็นแบบเล็งถึงทูตสวรรค์ที่ตกต่ำ, ทูตสวรรค์ที่กบฏ ซึ่งได้ติดตามซาตาน (วว.12:4, 7) และได้กลายเป็นผู้มีฤทธิ์เดช, ผู้ปกครอง, และผู้มีอำนาจในอาณาจักรของซาตาน (เทียบ ดนอ.10:13, 20). การที่ชนชาติอิสราเอลสู้รบกับชนชาติคะนาอันเพื่อพวกเขาจะได้ยึดครองและรับสุขแผ่นดินงามนั้นเป็นแบบเล็งถึงการที่ทั้งคริสตจักรรวมถึงทุกอวัยวะได้ทำการสู้รบฝ่ายวิญญาณกับ “อิทธิพลฝ่ายวิญญาณที่ชั่วร้ายในขอบเขตแห่งสวรรค์ทั้งหลาย” (อฟ.6:12) เพื่อวิสุทธิชนจะได้รับสุขพระคริสต์เป็นแผ่นดินที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง. คริสตจักรจะต้องเป็นนักรบแห่งกลุ่มชนเช่นนี้มาทำการสู้รบกับอิทธิพลของซาตานที่อยู่บนท้องฟ้า เพื่อให้พลไพร่ของพระเจ้าได้รับพระคริสต์มากขึ้น สำหรับการก่อสร้างพระกายของพระคริสต์ เพื่อก่อตั้งและแผ่ขยายอาณาจักรของพระเจ้า พระคริสต์จึงจะสามารถเสด็จกลับมารับแผ่นดินโลกเป็นมรดกได้.
อฤธ.
21:2 ก เทียบ ยนซ.28:20; วนฉ.11:30
อฤธ.
21:2 ข พบญ.7:2
อฤธ.
21:3 1 หมายถึง ทำลาย.
อฤธ.
21:4 ก วนฉ.11:18
อฤธ.
21:4 1 แปลตามตรงคือ จิตของพลไพร่ขาดตกบกพร่อง. ในบทที่ 20 การที่ชนชาติอิสราเอลโต้เถียงเพื่อน้ำนั้นเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะว่าสิ่งนั้นมาจากความกระหายของพลไพร่. แต่ในบทนี้ สิ่งที่พวกเขาโต้เถียงนั้นไม่สมเหตุสมผล เพราะว่าการโต้เถียงนี้เป็นสิ่งที่เกิดจากความท้อแท้ของเหล่าพลไพร่. พระเจ้าไม่ได้ทรงลงโทษพลไพร่ในบทที่ 20 แต่พระองค์ทรงลงโทษพวกเขาในบทนี้.
อฤธ.
21:5 ก เทียบ อฤธ.11:6
อฤธ.
21:5 1ก หรือ น่ารังเกียจ, ไร้ค่า.
อฤธ.
21:6 ก พบญ.8:15; ยรม.8:17; 1กธ.10:9; เทียบ วว.9:19; 12:9; 20:2; ยนซ.3:1; ลก.10:19
อฤธ.
21:8 1 หรือ ธง. ในข้อ 9 ก็เช่นเดียวกัน. ท่อนไม้หรือธงในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงกางเขนของพระคริสต์.
อฤธ.
21:9 ก อฤธ.21:8; ยฮ.3:14–15; เทียบ 2พกษ.18:4
อฤธ.
21:9 1ก ทองเหลืองเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการพิพากษา. งูทองเหลืองก็คือแบบเล็งขององค์พระเยซูเจ้าที่ได้ทรงถูกตรึงตายในรูปลักษณะของเนื้อหนังแห่งความบาป เพื่อมาเป็นตัวแทนและการแทนที่ให้เราได้ “มองดู” (เชื่อเข้าสู่) พระองค์ และได้รับชีวิตนิรันดร์ (ยฮ.3:14–15 และคำอธิบาย; รม.8:3 และคำอธิบาย 3).
อฤธ.
21:9 ข เทียบ ยซย.45:22; ซคย.12:10; ยฮ.1:29; ฮร.12:2
อฤธ.
21:10 ก ข้อ 10–11; อฤธ.33:43–44
อฤธ.
21:12 ก พบญ.2:13
อฤธ.
21:13 ก วนฉ.11:18
อฤธ.
21:16 1 หมายถึง บ่อน้ำ. ศิลาใน 20:8 และ อซด.17:5–6 เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ที่ได้ถูกพระเจ้าตรึงตาย (ตี) บนกางเขน เพื่อน้ำที่มีชีวิต ซึ่งก็คือพระวิญญาณที่สำเร็จสุดยอดของพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนจะได้ไหลออกมาเข้าสู่ภายในเรา ส่วนบ่อน้ำที่บะเอรนั้นเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ที่อยู่ภายในเรา (ยฮ.4:11–12, 14). การขุดบ่อน้ำ (ข้อ 18) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการขุด “สิ่งสกปรก” ซึ่งก็คือสิ่งกีดขวางที่อยู่ในใจ — ความคิด, อารมณ์, ความตั้งใจ, และมโนธรรมของเรา — เพื่อให้พระวิญญาณนั้นผู้เป็นน้ำที่มีชีวิตสามารถพลุ่งขึ้นภายในเราและหลั่งไหลอย่างอิสระ.
อฤธ.
21:16 ก เทียบ อซด.17:6; อฤธ.20:8
อฤธ.
21:18 1 ผู้ที่เสาะหาพระวิญญาณนั้นและนำหน้าในการขุดบ่อน้ำก็คือผู้ที่สูงศักดิ์และผู้ที่เป็นผู้นำ
อฤธ.
21:20 ก อฤธ.23:14
อฤธ.
21:21 ก พบญ.2:26; วนฉ.11:19
อฤธ.
21:21 1 ดู ข้อ 1 คำอธิบาย 2.
อฤธ.
21:22 ก เทียบ อฤธ.20:17
อฤธ.
21:23 ก พบญ.2:30; วนฉ.11:20
อฤธ.
21:24 ก พบญ.2:33; 29:7; ยฮซ.12:1–2; นฮย.9:22; บพส.136:19
อฤธ.
21:28 ก ข้อ 28–29; ยรม.48:45–46
อฤธ.
21:28 1 ตามฉบับเซ็บทัวจินท์ในภาษาเฮ็บรายคือ เจ้านายของแท่นสูงแห่งแม่น้ำอะระโนน.
อฤธ.
21:30 1 ตามฉบับเซ็บทัวจินท์ในภาษาเฮ็บรายคือ จนถึงโนฟาคือถึงเมดะบา
อฤธ.
21:32 ก อฤธ.13:2; ยฮซ.2:1
อฤธ.
21:33 ก พบญ.1:4; 3:1–6; ยฮซ.13:12
อฤธ.
21:33 1 บาซาน ซึ่งได้กล่าวถึงใน บพส.22:12; 68:15, 22; 135:11; และ 136:20 นั้นเป็นภูเขาที่อยู่ตรงข้ามกับที่ประทับของพระเจ้า. ดังนั้นบาซานจึงเป็นแบบเล็งถึงอำนาจฝ่ายซาตานที่อยู่ในสถานอากาศ. ดูข้อ 1 คำอธิบาย 2.