อาฤธโม บทที่ 20
8. ความพ่ายแพ้ที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง
20:1–13, 23–29; 21:4–9
20:1–13, 23–29; 21:4–9
(1) ผลลัพธ์จากความพ่ายแพ้ของมิระยาม
20:1
20:1
อฤธ.
20:1 ณ เดือนที่หนึ่งทั้งชุมนุมชนอิสราเอลมาถึงที่ป่ากันดารแห่งซีน และพลไพร่ทั้งปวงก็อาศัยอยู่ที่คาเดศ กมิระยาม1ตายและถูกฝังไว้ที่นั่น.
(2) การโต้แย้งเพื่อนํ้า
20:2–13
20:2–13
อฤธ.
20:2 ชุมนุมชนกไม่มี1น้ำดื่ม เขาทั้งหลายจึงชุมนุมกันต่อต้านโมเซและอาโรน.
อฤธ.
20:3 พลไพร่ได้โต้แย้งกับโมเซว่า "เมื่อพวกพี่น้องของเราได้1ตายต่อพระพักตร์พระยะโฮวานั้น ถ้าเราทั้งหลาย1ตายเสียด้วยก็คงจะดี
อฤธ.
20:4 เหตุใดท่านจึงได้นำชุมนุมชนของพระยะโฮวาเข้ามาในป่ากันดารนี้ ให้เรากับฝูงสัตว์ของเราตายเสียที่นี่?
อฤธ.
20:5 เหตุใดท่านจึงได้นำเราออกจากอียิปต์ นำเรามาถึงสถานที่อันเลวร้ายนี้? เป็นกที่ซึ่งไม่อาจหว่านพืช ไม่มีต้นมะเดื่อเทศหรือเถาองุ่นหรือต้นทับทิม และกระทั่งไม่มีน้ำให้ดื่มด้วย."
อฤธ.
20:6 โมเซกับอาโรนก็ออกจากชุมนุมชนมาถึงประตูกระโจมประชุมและกซบหน้าลงถึงดิน และขสง่าราศีของพระยะโฮวาก็ปรากฏแก่พวกเขา.
อฤธ.
20:7 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า
อฤธ.
20:8 "เจ้าจงหยิบเอากไม้เท้าและเรียกประชุมชุมนุมชน ทั้งเจ้ากับอาโรนพี่ชายของเจ้า และจงพูดกับ1ขศิลานั้นต่อหน้าสายตาของคนทั้งปวง และศิลานั้นจะมี1น้ำไหลออกมา. แล้วเจ้าจงเอาน้ำออกจากศิลาให้เขา และให้น้ำแก่ชุมนุมชนและฝูงสัตว์ของเขาคดื่ม."
อฤธ.
20:9 โมเซก็หยิบเอากไม้เท้านั้นจากเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวา ตามที่พระองค์ได้ทรงบัญชาแก่เขานั้น.
อฤธ.
20:10 โมเซกับอาโรนก็ได้เรียกชุมนุมชนมาประชุมเบื้องหน้าศิลานั้น และโมเซก็กกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า "เจ้าพวก1ขกบฏทั้งหลายจงฟัง จะให้เราเอาน้ำออกจากศิลานี้ให้พวกเจ้าดื่มหรือ?"
อฤธ.
20:11 แล้วโมเซก็ยกมือขึ้นกตีศิลานั้นด้วยไม้เท้าสองครั้ง และน้ำก็ไหลออกมามากมาย ชุมนุมชนกับฝูงสัตว์ของเขาก็ได้ดื่มน้ำ.
อฤธ.
20:12 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซและอาโรนว่า "เพราะพวกเจ้ามิได้เชื่อเรา ไม่ได้1กกระทำให้เราเป็นที่นับถืออันบริสุทธิ์ในสายตาของชนชาติอิสราเอลเหตุฉะนั้นพวกเจ้าจะไม่ได้นำชุมนุมชนนี้ขเข้าไปยังดินแดนที่เราได้ประทานให้แก่พวกเขา."
อฤธ.
20:13 น้ำนั้นคือ1กน้ำแห่งมะรีบา เพราะชนชาติอิสราเอลได้โต้แย้งต่อพระยะโฮวา และพระองค์จึงได้เป็นที่นับถืออันบริสุทธิ์ท่ามกลางเขาทั้งหลาย.
9. การเดินทางต่อไป
20:14–22; 21:10–20
20:14–22; 21:10–20
(1) จากคาเดศมาถึงภูเขาฮาระ
20:14–22
20:14–22
อฤธ.
20:14 โมเซได้ใช้คนส่งสารจากกคาเดศไปถึงกษัตริย์เมือง1อะโดมว่า "ชนชาติอิสราเอลพี่น้องของท่านว่าดังนี้ ท่านทราบถึงบรรดาความทุกข์ลำบากที่บังเกิดแก่พวกเรา
อฤธ.
20:15 คือที่บรรพบุรุษของเราลงไปถึงกอียิปต์ เราได้ขอาศัยอยู่ในอียิปต์เป็นเวลาช้านาน และชนชาติอียิปต์ได้คข่มเหงเราและบรรพบุรุษของเรา
อฤธ.
20:16 เมื่อเรากร้องทูลต่อพระยะโฮวา พระองค์ได้สดับฟังเสียงของเราและได้ใช้ขทูตของพระองค์นำเราทั้งหลายออกจากอียิปต์ บัดนี้เราอยู่ที่คาเดศเมืองที่อยู่ชิดเขตแดนของท่าน.
อฤธ.
20:17 ขอโปรดกให้เราข้ามผ่านดินแดนของท่าน. เราจะไม่ผ่านไร่นาหรือสวนองุ่นของท่าน เราจะไม่ดื่มน้ำจากบ่อ เราจะเดินไปตามทางหลวงของกษัตริย์ ไม่หันไปทางขวาหรือทางซ้ายจนกว่าเราจะผ่านพ้นอาณาเขตของท่าน."
อฤธ.
20:18 แต่กษัตริย์เมืองอะโดมกล่าวแก่เขาว่า "ท่านจะข้ามผ่านอาณาเขตของเราไปไม่ได้ มิฉะนั้นเราจะยกออกมาสู้กับท่านด้วยดาบ."
อฤธ.
20:19 ชนชาติอิสราเอลก็กล่าวแก่กษัตริย์ว่า "เราจะเดินไปตามทางหลวง ถ้าเราหรือสัตว์ของเราก็ดีดื่มน้ำของท่าน เราจะจ่ายให้ตามราคา เราขอเพียงอย่างเดียวคือเดินเท้าข้ามไปเท่านั้น."
อฤธ.
20:20 แต่กษัตริย์เมืองอะโดมกล่าวว่า "ท่านจะผ่านไปไม่ได้." แล้วอะโดมก็ยกพลเป็นอันมากมาต่อสู้เขาทั้งหลายด้วยมืออันเข้มแข็ง.
อฤธ.
20:21 เช่นนี้แหละกษัตริย์เมืองอะโดมได้กปฏิเสธไม่ให้ชนชาติอิสราเอลเดินข้ามผ่านอาณาเขตของเขา เหตุฉะนั้นชนชาติอิสราเอลจึงได้หันไปเสียจากเขา.
อฤธ.
20:22 และชุมนุมชนอิสราเอลทั้งหมดก็ได้กยกเดินจากคาเดศมาถึงภูเขาฮาระ.
8. ความพ่ายแพ้ที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง (ต่อ)
(3) ผลลัพธ์จากความพ่ายแพ้ของอาโรน
20:23–29
20:23–29
อฤธ.
20:23 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซและอาโรนที่ภูเขาฮาระริมเขตแดนเมืองอะโดมนั้นว่า
อฤธ.
20:24 "อาโรนจะต้องกกลับคืนสู่พลไพร่ของเขา เขาจะไม่ได้เข้าไปในดินแดนที่เราได้ประทานแก่ชนชาติอิสราเอล เพราะพวกเจ้าได้ขกบฏต่อคำตรัสของเราด้วยเรื่องน้ำแห่งมะรีบานั้น.
อฤธ.
20:25 เจ้าจงนำอาโรนกับเอละอาซารบุตรชายของเขาขึ้นไปบนภูเขาฮาระ
อฤธ.
20:26 ปลดเปลื้องกเสื้อผ้าของอาโรน สวมให้แก่เอละอาซารบุตรชายของเขา อาโรนจะต้องกลับคืนสู่พลไพร่ของเขา และเขาจะตายเสียที่นั่น."
อฤธ.
20:27 โมเซได้กระทำดังที่พระยะโฮวาทรงบัญชานั้น พวกเขาก็ขึ้นไปบนภูเขาฮาระต่อหน้าสายตาของชุมนุมชนทั้งหมด.
อฤธ.
20:28 โมเซได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากอาโรน และสวมให้แก่เอละอาซารบุตรชายของเขา อาโรนก็1กสิ้นชีวิตลงที่ยอดภูเขานั้น. แล้วโมเซกับเอละอาซารก็ลงมาจากภูเขา.
อฤธ.
20:29 ครั้นคนทั้งปวงเห็นว่าอาโรนตายเสียแล้ว ทุกครอบครัวของชนชาติอิสราเอลก็ร้องไห้เป็นทุกข์โศกเพราะอาโรนกสามสิบวัน.
คำอธิบาย อาฤธโม บทที่ 20
อฤธ.
20:1 ก อซด.15:20; อฤธ.12:1; 26:59
อฤธ.
20:1 1 ดูข้อ 28 คำอธิบาย 1.
อฤธ.
20:2 ก เทียบ อซด.15:22; 17:1; อฤธ.33:14; พบญ.8:15
อฤธ.
20:2 1 ปัญหาในข้อ 2–13 นั้นเกิดขึ้นจากการขาดแคลนน้ำ ซึ่งเป็นแบบเล็งถึงพระวิญญาณแห่งชีวิต (ยฮ.7:37–39; รม.8:2). ในด้านแบบเล็ง เรื่องนี้แสดงว่าเมื่อใดที่พลไพร่ของพระเจ้าขาดไปซึ่งพระวิญญาณแห่งชีวิต พวกเขาก็จะมีปัญหา (เทียบ อซด.16:2 คำอธิบาย 1). เมื่อพลไพร่ของพระเจ้ามีพระวิญญาณอย่างเหลือล้น ปัญหาที่อยู่ท่ามกลางพวกเขาและปัญหาที่พวกเขามีต่อพระเจ้าจึงจะได้รับการแก้ไข.
อฤธ.
20:3 1 แปลตามตรงคือ หมดลมหายใจ.
อฤธ.
20:5 ก เทียบ อฤธ.16:14; พบญ.8:8
อฤธ.
20:6 ก อฤธ.14:5; 16:4, 22, 45
อฤธ.
20:6 ข อฤธ.14:10
อฤธ.
20:8 ก อซด.17:5
อฤธ.
20:8 ข อซด.17:6
อฤธ.
20:8 1ข ศิลาในบทนี้เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ถูกตรึงตายและเป็นขึ้น (1กธ.10:4ข) และน้ำที่ไหลออกมาจากศิลาเป็นแบบเล็งถึงพระวิญญาณนั้น (1กธ.10:4ก) ผู้ทรงเป็นน้ำที่มีชีวิตซึ่งไหลออกมาจากพระคริสต์ผู้ถูกตรึงตาย (ยฮ.19:34 และคำอธิบาย). ในเอ็กโซโดบทที่ 17 โมเซได้ตีศิลาด้วยไม้เท้าของเขา และน้ำก็ไหลออกมาให้พลไพร่ดื่ม (ดู อซด.17:6 คำอธิบาย 2 และ 3). ตามถ้อยคำของเปาโลใน 1กธ.10:4 นั้น (ดูคำอธิบาย 2 ในข้อนี้) ศิลานี้ก็คือศิลาฝ่ายวิญญาณที่ได้ติดตามพลไพร่ของพระเจ้าในการเดินทางผ่านป่ากันดารของพวกเขา. สิ่งนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ได้ทรงถูกตรึงตายเพื่อกลายเป็นศิลาที่มาติดตามพลไพร่ของพระองค์. ศิลาที่ติดตามนี้ก็คือพระคริสต์ผู้เป็นขึ้นที่ได้กลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต (1กธ.15:45) พระองค์ทรงสถิตอยู่กับคริสตจักรเพื่อจะหล่อเลี้ยงผู้เชื่อทั้งหลายของพระองค์ด้วยน้ำแห่งชีวิตเสมอ.
ในเมื่อพระคริสต์ทรงถูกตรึงตายและได้ประทานพระวิญญาณนั้นมาแล้ว ดังนั้นพระคริสต์จึงไม่ต้องถูกตรึงซ้ำอีก ซึ่งก็คือศิลานั้นไม่จำเป็นต้องถูกตีอีก เพื่อน้ำที่มีชีวิตจะไหลออกมา. ในแผนการบริหารของพระเจ้า พระคริสต์ควรถูกตรึงตายเพียงครั้งเดียวเท่านั้น (ฮร.7:27; 9:26–28ก). การที่เราจะต้อนรับน้ำที่มีชีวิตจากพระคริสต์ผู้ถูกตรึงตาย เราได้แต่ “ถือไม้เท้า” และ “พูดกับศิลา” เท่านั้น. การถือไม้เท้าคือการประสานสนิทกับพระคริสต์ในการตายของพระองค์และปรับใช้การตายของพระคริสต์กับตัวเราและสถานการณ์ของเรา. ส่วนการพูดกับศิลาคือการพูดกับพระคริสต์ผู้เป็นศิลาที่ถูกตีโดยตรง ทูลขอให้พระองค์ประทานพระวิญญาณแห่งชีวิตแก่เรา (เทียบ ยฮ.4:10) บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ว่าพระวิญญาณนั้นถูกประทานออกมาแล้ว. หากเราปรับใช้การตายของพระคริสต์กับตัวเราและทูลขอพระคริสต์ในความเชื่อให้พระองค์ประทานพระวิญญาณนั้นแก่เรา เราก็จะได้รับพระวิญญาณที่มีชีวิตมาเป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตที่ครบสมบูรณ์ (ฟป.1:19).
ในเมื่อพระคริสต์ทรงถูกตรึงตายและได้ประทานพระวิญญาณนั้นมาแล้ว ดังนั้นพระคริสต์จึงไม่ต้องถูกตรึงซ้ำอีก ซึ่งก็คือศิลานั้นไม่จำเป็นต้องถูกตีอีก เพื่อน้ำที่มีชีวิตจะไหลออกมา. ในแผนการบริหารของพระเจ้า พระคริสต์ควรถูกตรึงตายเพียงครั้งเดียวเท่านั้น (ฮร.7:27; 9:26–28ก). การที่เราจะต้อนรับน้ำที่มีชีวิตจากพระคริสต์ผู้ถูกตรึงตาย เราได้แต่ “ถือไม้เท้า” และ “พูดกับศิลา” เท่านั้น. การถือไม้เท้าคือการประสานสนิทกับพระคริสต์ในการตายของพระองค์และปรับใช้การตายของพระคริสต์กับตัวเราและสถานการณ์ของเรา. ส่วนการพูดกับศิลาคือการพูดกับพระคริสต์ผู้เป็นศิลาที่ถูกตีโดยตรง ทูลขอให้พระองค์ประทานพระวิญญาณแห่งชีวิตแก่เรา (เทียบ ยฮ.4:10) บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ว่าพระวิญญาณนั้นถูกประทานออกมาแล้ว. หากเราปรับใช้การตายของพระคริสต์กับตัวเราและทูลขอพระคริสต์ในความเชื่อให้พระองค์ประทานพระวิญญาณนั้นแก่เรา เราก็จะได้รับพระวิญญาณที่มีชีวิตมาเป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตที่ครบสมบูรณ์ (ฟป.1:19).
อฤธ.
20:8 ค เทียบ ยฮ.4:14
อฤธ.
20:9 ก อฤธ.17:10
อฤธ.
20:10 ก บพส.106:32–33
อฤธ.
20:10 ข เทียบ มธ.5:22
อฤธ.
20:10 1ข ในที่นี้โมเซได้ปรับโทษพลไพร่ว่าเป็นกบฏ ทว่าโมเซกลับเป็นผู้ที่ได้กบฏต่อพระคำของพระเจ้าเสียเอง (ข้อ 24; 27:14).
อฤธ.
20:11 ก อซด.17:6; บพส.78:20; เทียบ อฤธ.20:8
อฤธ.
20:12 ก อฤธ.27:14; พบญ.32:51
อฤธ.
20:12 1ก การกระทำให้พระเจ้าเป็นที่นับถืออันบริสุทธิ์คือการกระทำให้พระองค์แยกบริสุทธิ์ ซึ่งก็คือการแบ่งแยกพระองค์ออกจากพระเทียมเท็จทั้งหลาย; การไม่ทำให้พระเจ้าเป็นที่นับถืออันบริสุทธิ์คือการกระทำให้พระองค์กลายเป็นของธรรมดาทั่วไป. โมเซไม่ได้ทำให้พระเจ้าเป็นที่นับถืออันบริสุทธิ์ โดยได้โมโหต่อเหล่าพลไพร่ (ข้อ 10) และทำผิดพลาดในการตีศิลาสองครั้ง (ข้อ 11). การที่โมเซโมโหในขณะที่พระเจ้ามิได้ทรงพิโรธนั้น เขาก็ไม่ได้เป็นตัวแทนของพระนิสัยอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าอย่างถูกต้อง และการที่โมเซตีศิลาสองครั้ง เขาก็ไม่ได้รักษาพระคำของพระเจ้าที่อยู่ในแผนการบริหารของพระองค์ (ดูข้อ 8 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 2). ดังนั้นโมเซจึงได้ผิดต่อทั้งพระนิสัยอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าและแผนการบริหารอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์. ด้วยเหตุนี้แม้ว่าเขาจะใกล้ชิดสนิทสนมกับพระเจ้า และอาจถือได้ว่าเป็นสหายของพระเจ้า (อซด.33:11) แต่โมเซก็ได้สูญเสียสิทธิที่จะเข้าไปในแผ่นดินงาม.
ทุกสิ่งที่เราพูดและกระทำต่อพลไพร่ของพระเจ้านั้น ท่าทีของเราก็ต้องเป็นไปตามพระนิสัยอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าและการกระทำของเราจะต้องเป็นไปตามแผนการบริหารอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์. นี่ก็คือการทำให้พระองค์เป็นที่นับถืออันบริสุทธิ์. มิเช่นนั้น คำพูดและการกระทำของเราก็อาจกบฏต่อพระองค์และผิดต่อพระองค์ได้.
ทุกสิ่งที่เราพูดและกระทำต่อพลไพร่ของพระเจ้านั้น ท่าทีของเราก็ต้องเป็นไปตามพระนิสัยอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าและการกระทำของเราจะต้องเป็นไปตามแผนการบริหารอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์. นี่ก็คือการทำให้พระองค์เป็นที่นับถืออันบริสุทธิ์. มิเช่นนั้น คำพูดและการกระทำของเราก็อาจกบฏต่อพระองค์และผิดต่อพระองค์ได้.
อฤธ.
20:12 ข พบญ.1:37
อฤธ.
20:13 ก อซด.17:7; อฤธ.27:14; พบญ.32:51; 33:8; บพส.81:7; 95:8; 106:32
อฤธ.
20:13 1ก หมายความว่า โต้แย้ง.
อฤธ.
20:14 ก วนฉ.11:16–17
อฤธ.
20:14 1 ชนชาติอะโดมมาจากเชื้อสายของเอซาวพี่ชายของยาโคบ (ยนซ.36:1). ชนชาติอิสราเอลเป็นเชื้อสายของยาโคบ. ดังนั้นชนชาติอิสราเอลและชนชาติอะโดมนั้นจึงมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดต่อกัน. ในด้านแบบเล็งนั้น อิสราเอลสามารถเป็นเครื่องหมายเล็งถึงวิญญาณของเรา และอะโดมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงเนื้อหนังของเรา. การที่ชนชาติอิสราเอลต้องการที่จะขอความช่วยเหลือจากชนชาติอะโดมนั้น (ข้อ 14–17, 19) เป็นเครื่องหมายเล็งว่าบางครั้งเราก็ต้องการที่จะช่วยวิญญาณของเราโดยพึ่งพิงเนื้อหนัง. แต่ชนชาติอะโดมปฏิเสธที่จะช่วยเหลือชนชาติอิสราเอลฉันใด (ข้อ 18, 20–21) เนื้อหนังของเราก็จะไม่เคยให้ความช่วยเหลือวิญญาณของเราฉันนั้น (เทียบ ฆต.5:16–17). เราควรจะเป็นผู้ที่อยู่ในวิญญาณและไม่พยายามที่จะขอความช่วยเหลือจากเนื้อหนัง (ฟป.3:3).
อฤธ.
20:15 ก ยนซ.46:6; กจ.7:15
อฤธ.
20:15 ข เทียบ อซด.12:40
อฤธ.
20:15 ค อซด.1:10, 11; พบญ.26:6; กจ.7:19
อฤธ.
20:16 ก อซด.2:23; 3:7
อฤธ.
20:16 ข อซด.3:2; 14:19; 23:20; 33:2; วนฉ.2:1
อฤธ.
20:17 ก เทียบ อฤธ.21:22; พบญ.2:27
อฤธ.
20:21 ก วนฉ.11:17
อฤธ.
20:22 ก อฤธ.33:37
อฤธ.
20:24 ก อฤธ.27:13; พบญ.32:50; เทียบ ยนซ.25:8
อฤธ.
20:24 ข อฤธ.27:14
อฤธ.
20:26 ก อซด.28:1–43; 29:29–30
อฤธ.
20:28 ก อฤธ.33:38; พบญ.10:6; 32:50
อฤธ.
20:28 1ก ในการเดินทางของชนชาติอิสราเอลนั้น พวกเขาได้พ่ายแพ้หลายต่อหลายครั้ง. หนังสืออาฤธโมแสดงให้เราเห็นว่าผลลัพธ์ของความพ่ายแพ้เหล่านั้นก็คือความตาย ซึ่งไม่เพียงเกิดขึ้นกับชนชาติอิสราเอลธรรมดาๆ เท่านั้น (11:1, 33–34; 14:36–37, 45; 16:32–33; 25:3–9) แต่ยังเกิดขึ้นกับมิระยาม (20:1), อาโรน (20:23–29), และโมเซด้วย (27:12–14). สิ่งนี้ควรจะเป็นการเตือนสติเราให้ระมัดระวังต่อความพ่ายแพ้ เพราะว่าผลลัพธ์ของความพ่ายแพ้ก็คือความตาย และกระทั่งบางคนก็ประสบกับความตายฝ่ายกายภาพด้วย (เทียบ กจ.5:1–11; 1กธ.11:27–30; 1ยฮ.5:16).
อฤธ.
20:29 ก เทียบ พบญ.34:8