การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

อาฤธโม บทที่ 2

2. การจัดขบวนแนวค่าย
2:1–34
อฤธ. 2:1 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซและอาโรนว่า
อฤธ. 2:2 ให้ชนชาติอิสราเอล1กตั้งค่าย แต่ละค่ายตาม2ธงประจำกองของตน ตามธงสัญลักษณ์แห่งวงศ์วานของตน ให้ตั้งค่าย3หันหน้าเข้าหากระโจมประชุมทุกด้าน.
อฤธ. 2:3 กพวกที่ตั้งค่ายของตนข้างทิศตะวันออกทางด้านดวงอาทิตย์ขึ้นให้เป็นพวกของธงค่ายยูดาตามกองทัพของเขา และนาโซนบุตรอะมีนาดาบเป็นผู้นำลูกหลานของยูดา
อฤธ. 2:4 และกองทัพของเขาที่ถูกนับนั้นมีเจ็ดหมื่นสี่พันหกร้อยคน.
อฤธ. 2:5 พวกที่ตั้งค่ายถัดจากเขาคือเผ่ายิศซาคาร นะธันเอลบุตรซูอารเป็นผู้นำลูกหลานของยิศซาคาร
อฤธ. 2:6 และกองทัพของเขาที่ถูกนับนั้นมีห้าหมื่นสี่พันสี่ร้อยคน.
อฤธ. 2:7 ถัดมาคือเผ่าซะบูโลน เอลีอาบบุตรเฮโลนเป็นผู้นำลูกหลานของซะบูโลน
อฤธ. 2:8 และกองทัพของเขาที่ถูกนับนั้นมีห้าหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยคน.
อฤธ. 2:9 บรรดาคนทั้งหลายที่ถูกนับในค่ายยูดาตามกองทัพของเขามีหนึ่งแสนแปดหมื่นหกพันสี่ร้อยคน พวกเขาจะยกไปเป็น1กองแรก.
อฤธ. 2:10 กให้ธงค่ายรูเบ็นตั้งข้างทิศใต้ตามกองทัพของเขา อะลีซูรบุตรซะเดอูรเป็นผู้นำลูกหลานของรูเบ็น
อฤธ. 2:11 และกองทัพของเขาที่ถูกนับนั้นมีสี่หมื่นหกพันห้าร้อยคน.
อฤธ. 2:12 พวกที่ตั้งค่ายถัดจากเขาคือเผ่าซิมโอน ซะลูมีเอลบุตรซูรีซาดายเป็นผู้นำลูกหลานของซิมโอน
อฤธ. 2:13 และกองทัพของเขาที่ถูกนับนั้นมีห้าหมื่นเก้าพันสามร้อยคน.
อฤธ. 2:14 ถัดมาคือเผ่าฆาด เอละยาซาพบุตรดูเอลเป็นผู้นำลูกหลานของฆาด
อฤธ. 2:15 และกองทัพของเขาที่ถูกนับนั้นมีสี่หมื่นห้าพันหกร้อยห้าสิบคน.
อฤธ. 2:16 บรรดาคนทั้งหลายที่ถูกนับในค่ายรูเบ็นตามกองทัพของเขามีหนึ่งแสนห้าหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยห้าสิบคน พวกนี้จะยกไปเป็นกองที่สอง.
อฤธ. 2:17 กแล้วให้ยกกระโจมประชุมเดินไปพร้อมกับค่ายเลวีซึ่งอยู่ตรงกลางค่ายทั้งหมด เขาตั้งค่ายลงอย่างไรก็ยกเดินไปอย่างนั้น ทุกคนอยู่ในที่ตั้งตามธงของตน.
อฤธ. 2:18 กให้ธงค่ายเอ็ฟรายิมตั้งข้างทิศตะวันตกตามกองทัพของเขา อะลีซามาบุตรอามีฮูดเป็นผู้นำลูกหลานของเอ็ฟรายิม
อฤธ. 2:19 และกองทัพของเขาที่ถูกนับนั้นมีสี่หมื่นห้าร้อยคน.
อฤธ. 2:20 พวกที่ตั้งค่ายถัดจากเขาคือเผ่ามะนาเซ ฆะมาลิเอลบุตรฟะดาซูรเป็นผู้นำลูกหลานของมะนาเซ
อฤธ. 2:21 และกองทัพของเขาที่ถูกนับนั้นมีสามหมื่นสองพันสองร้อยคน.
อฤธ. 2:22 ถัดมาคือเผ่าเบ็นยามิน อะบีดาลบุตรฆิดโอนีเป็นผู้นำลูกหลานของเบ็นยามิน
อฤธ. 2:23 และกองทัพของเขาที่ถูกนับนั้นมีสามหมื่นห้าพันสี่ร้อยคน.
อฤธ. 2:24 บรรดาคนทั้งหลายที่ถูกนับในค่ายเอ็ฟรายิมตามกองทัพของเขามีหนึ่งแสนแปดพันหนึ่งร้อยคน พวกนี้จะยกไปเป็นกองที่สาม.
อฤธ. 2:25 กให้ธงค่ายดานตั้งข้างทิศเหนือตามกองทัพของเขา อะฮีเอเซ็รบุตรอามีซาดายเป็นผู้นำลูกหลานของดาน
อฤธ. 2:26 และกองทัพของเขาที่ถูกนับนั้นมีหกหมื่นสองพันเจ็ดร้อยคน.
อฤธ. 2:27 พวกที่ตั้งค่ายถัดจากเขาคือเผ่าอาเซ็ร ฟัฆอีเอลบุตรอัครานเป็นผู้นำลูกหลานของอาเซ็ร
อฤธ. 2:28 และกองทัพของเขาที่ถูกนับนั้นมีสี่หมื่นหนึ่งพันห้าร้อยคน.
อฤธ. 2:29 ถัดมาคือเผ่านัฟธาลี อะฮีราบุตรเอนานเป็นผู้นำลูกหลานของนัฟธาลี
อฤธ. 2:30 และกองทัพของเขาที่ถูกนับนั้นมีห้าหมื่นสามพันสี่ร้อยคน.
อฤธ. 2:31 บรรดาคนทั้งหลายที่ถูกนับในค่ายดานมีหนึ่งแสนห้าหมื่นเจ็ดพันหกร้อยคน คนเหล่านี้จะยกเดินไปตามธงของเขาเป็นกองสุดท้าย.
อฤธ. 2:32 คนเหล่านี้แหละเป็นพวกลูกหลานชนชาติอิสราเอลที่ถูกนับตามวงศ์วานของเขา. บรรดาคนทั้งหลายที่ถูกนับในค่ายต่างๆ ตามกองทัพของเขารวมทั้งหมดกหกแสนสามพันห้าร้อยห้าสิบคน.
อฤธ. 2:33 แต่คนเลวีกไม่ได้ถูกนับรวมเข้าในท่ามกลางชนชาติอิสราเอล ตามที่พระยะโฮวาได้ทรงบัญชาแก่โมเซ.
อฤธ. 2:34 ชนชาติอิสราเอลได้กระทำตามทุกสิ่งที่พระยะโฮวาได้ทรงบัญชาแก่โมเซ ดังนั้นเขาทั้งหลายได้ตั้งค่ายตามธงของตน และแต่ละคนออกเดินทางตามครอบครัวและตามวงศ์วานของเขา.

คำอธิบาย อาฤธโม บทที่ 2

อฤธ. 2:2 ก อฤธ.1:52; 2:34
อฤธ. 2:2 1ก การที่ชนชาติอิสราเอลตั้งเรียงค่ายอย่างเป็นระเบียบนั้น เป็นแบบเล็งว่าพลไพร่ที่ได้รับการไถ่ของพระเจ้าจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่. กรุงเยรูซาเล็มใหม่มีประตูสิบสองบานอยู่สี่ด้าน แต่ละด้านมีสามประตู และมีชื่อของชนชาติอิสราเอลสิบสองเผ่าจารึกไว้ (วว.21:12–13). ในหนังสืออาฤธโมนั้น พลไพร่สิบสองเผ่าตั้งค่ายเรียงอยู่รอบพลับพลาซึ่งมีสี่ด้าน ในแต่ละด้านมีสามเผ่า และแต่ละเผ่าก็นับเป็นหนึ่งกองทัพ (ข้อ 2–31). ทั้งสี่ค่ายนั้น แต่ละค่ายมีสามกองทัพจึงทำให้เกิดเป็นตัวเลขสิบสอง. ตัวเลขนี้ประกอบขึ้นจากสามคูณด้วยสี่ ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพ (สาม) ทรงผสมกลมกลืนกับสิ่งทรงสร้างของพระองค์ (สี่) จึงก่อรูปเป็นหน่วยแห่งการปกครองที่นิรันดร์และครบสมบูรณ์ (เทียบ วว.21:12 คำอธิบาย 2).
อฤธ. 2:2 2 การที่แต่ละคนตั้งค่ายตามธงประจำกองของตนกับธงสัญลักษณ์แห่งวงศ์วานของตนนั้น เป็นเครื่องหมายเล็งว่าการจัดแจงที่มีต่อพลไพร่ของพระเจ้านั้นไม่ได้เป็นไปตามการเลือกสรรหรือความรักชอบของตนเอง แต่ตามการกำหนดและการจัดแจงของพระเจ้า (เทียบ 1กธ.12:18, 28)
อฤธ. 2:2 3 หรือ ห่างจากกระโจมประชุมระยะหนึ่ง. การที่ชนชาติอิสราเอลตั้งค่ายหันหน้าเข้าหากระโจมประชุมนั้นบ่งชี้ว่าพยานของพระเจ้า — หีบพันธสัญญาที่อยู่ในพลับพลา ซึ่งบรรจุกฎบัญญัติที่เป็นพยานของพระเจ้า (อซด.25:16) — เป็นศูนย์กลางและเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขา (ดู อซด.20:1 คำอธิบาย 1 และ 25:10 คำอธิบาย 1). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้านั้นทรงเป็นศูนย์กลางและเป้าหมายของพลไพร่ของพระเจ้าที่กำลังเดินทางและสู้รบเพื่อพยานของพระเจ้า.
การที่ชนชาติอิสราเอลตั้งค่ายล้อมรอบกระโจมประชุมนั้นบ่งชี้ว่าพวกเขาถูกจัดตั้งขึ้นเป็นกองทัพมาสู้รบเพื่อปกป้องรักษาพยานของพระเจ้า; พยานของพระเจ้าคือหีบพันธสัญญาที่อยู่ในพลับพลาซึ่งเป็นแบบเล็งว่าพระคริสต์และคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ นั้นคือพระเจ้าที่ได้กลายเป็นเนื้อหนังและได้แปรสภาพเป็นรูปธรรม. ในทำนองเดียวกัน คริสตจักรในวันนี้ก็กำลังสู้รบเพื่อปกป้องรักษาพระเจ้าที่ได้กลายเป็นเนื้อหนัง. ตัวของพระเจ้าเองไม่ต้องการการปกป้องแต่อย่างใด แต่พระเจ้าที่ได้แปรสภาพเป็นรูปธรรมนั้น พระองค์จำต้องได้รับการปกป้องรักษาโดยการสู้รบของคริสตจักร ซึ่งเป็นพระกายที่ก่อรูปขึ้นและร่วมประสานกัน (มธ.16:18 คำอธิบาย 6; ยฮ.1:14 คำอธิบาย 2; อฟ.6:10–20 และ 6:11 คำอธิบาย 2 ย่อหน้า 2).
อฤธ. 2:3 ก ข้อ 3–9; เทียบ อฤธ.10:14–16
อฤธ. 2:9 1 การเรียงลำดับของสี่ค่ายนั้นไม่ได้เป็นไปตามลำดับการเกิด แต่เป็นไปตามสภาพการณ์ฝ่ายวิญญาณ. รูเบ็นเป็นบุตรหัวปี (ยนซ.29:31–32) แต่เพราะเหตุการล่วงประเวณี เขาจึงสูญเสียสิทธิบุตรหัวปีไป (ยนซ.49:3–4; 1คนก.5:1–2) และในที่นี้จึงได้ยกทัพเดินไปเป็นกองที่สอง (ข้อ 16). ยูดาเกิดมาเป็นบุตรคนที่สี่ (ยนซ.29:31–35) แต่เขากลับยกทัพเดินไปเป็นกองแรก เพราะเขาเป็นสิงโตที่มีชัยชนะในท่ามกลางพี่น้องทั้งสิบสองคน (ยนซ.49:8–9) ซึ่งเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นนักรบที่มีชัยและเป็นสิงโตแห่งเผ่ายูดา (วว.5:5), ผู้ที่ทำให้ศัตรูของพระเจ้าต้องพ่ายแพ้ (ฮร.2:14). เพราะเหตุโยเซฟ (ยนซ.48:8–20) เอ็ฟรายิมบุตรชายของโยเซฟจึงยกทัพเดินไปเป็นกองที่สาม (ข้อ 24). ในบรรดาค่ายทั้งหมดนั้น ดานยกไปเป็นกองสุดท้าย (ข้อ 31) เพราะเขาเป็น “งู” (ยนซ.49:17) อีกทั้งเป็นคนแรกที่กบฏต่ออาณาจักรของพระเจ้าและตั้งศูนย์กลางการนมัสการแห่งที่สองขึ้น (1พกษ.12:26–30).
อฤธ. 2:10 ก ข้อ 10–16; เทียบ อฤธ.10:18–20
อฤธ. 2:17 ก เทียบ อฤธ.10:17, 21
อฤธ. 2:18 ก ข้อ 18–24; เทียบ อฤธ.10:22–24
อฤธ. 2:25 ก ข้อ 25–31; อฤธ.10:25–27
อฤธ. 2:32 ก อฤธ.1:46
อฤธ. 2:33 ก อฤธ.1:47
สารบัญ