การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

อาฤธโม บทที่ 10

(2) โดยแตรสองตัว
10:1–10
อฤธ. 10:1 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า
อฤธ. 10:2 เจ้าจงทำแตร1เงินสองตัวด้วยการกตีขึ้นรูป และจงใช้แตรนั้นเพื่อเรียกชุมนุมชน และเพื่อยกเดินออกจากค่าย.
อฤธ. 10:3 เมื่อกเป่าแตรทั้งสองนั้น ชุมนุมชนทั้งหมดจะต้องมาประชุมพร้อมกันต่อหน้าเจ้าที่ประตูกระโจมประชุม.
อฤธ. 10:4 แต่ถ้าเขาเป่าแตรตัวเดียวก็ให้กเหล่าผู้นำ คือนายพันของชนชาติอิสราเอลมาประชุมพร้อมกันต่อหน้าเจ้า.
อฤธ. 10:5 เมื่อเจ้าเป่า1สัญญาณแตรปลุก ก็ให้ค่ายที่ตั้งอยู่ข้างกทิศตะวันออกยกเดินไป
อฤธ. 10:6 เมื่อเจ้าเป่าสัญญาณแตรปลุกครั้งที่สอง ก็ให้ค่ายที่ตั้งอยู่กทิศใต้ยกเดินไป. เขาทั้งหลายจะเป่าขสัญญาณแตรปลุกเพื่อให้ยกเดินไป.
อฤธ. 10:7 แต่เมื่อจะให้คนทั้งปวงมาประชุมพร้อมกัน เจ้าจงเป่าแตร แต่อย่าให้เป็นสัญญาณแตรปลุก.
อฤธ. 10:8 บุตรชายทั้งหลายของอาโรนผู้เป็นปุโรหิตจะเป็นผู้กเป่าแตร และนี่จะเป็นบทบัญญัติถาวรตลอดทุกชั่วอายุของเจ้าทั้งหลายเป็นนิตย์.
อฤธ. 10:9 เมื่อเจ้าทั้งหลายออกไปทำศึกกับศัตรูที่มากดขี่ในดินแดนของเจ้า ก็ให้เป่าแตรเป็นกสัญญาณปลุก เพื่อพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าจะระลึกถึงเจ้า และจะช่วยเจ้าทั้งหลายให้รอดพ้นจากศัตรูนั้น.
อฤธ. 10:10 และในวันที่เจ้าทั้งหลายมีความยินดี และในกวันเทศกาลเลี้ยงที่กำหนดไว้ และในวันต้นเดือนของเจ้า เจ้าจง1ขเป่าแตรเมื่อถวายเครื่องบูชาเผาและสัตวบูชาของเครื่องบูชาสันติสุข สิ่งเหล่านี้จะเป็นที่ให้พระเจ้าของเจ้าระลึกถึงเจ้า เราคือยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าทั้งหลาย.
2. การออกเดินทาง
10:11–36.
(1) การนำหน้าของเมฆ
ข้อ 11–13
อฤธ. 10:11 ครั้นมาถึงวันที่ยี่สิบเดือนสองปีที่สอง เมฆนั้นก็กลอยขึ้นเหนือพลับพลาแห่งพยาน.
อฤธ. 10:12 ชนชาติอิสราเอลก็ลุกขึ้นออกเดินทางจากป่ากันดารแห่งกซีนาย. แล้วเมฆนั้นก็1หยุดอยู่ที่ป่ากันดารแห่งขฟาราน.
อฤธ. 10:13 เขาทั้งหลายได้ออกเดินทางเป็นครั้งแรกตามคำที่พระยะโฮวาทรงบัญชาผ่านโมเซ.
(2) ลำดับการออกเดินทาง
ข้อ 14–28
อฤธ. 10:14 กธงของค่ายลูกหลานยูดายกเดินไปขก่อนตามกองทัพของเขา และมีนาโซนบุตรอะมีนาดาบเป็นนายกอง
อฤธ. 10:15 นะธันเอลบุตรซูอารเป็นนายกองของลูกหลานเผ่ายิศซาคาร.
อฤธ. 10:16 และเอลีอาบบุตรเฮโลนเป็นนายกองของลูกหลานเผ่าซะบูโลน.
อฤธ. 10:17 พลับพลาก็ถูกกถอดรื้อลง บุตรชายทั้งหลายของเฆระโซน และบุตรชายทั้งหลายของมะรารีที่ขแบกพลับพลานั้นก็ยกเดินไป.
อฤธ. 10:18 และธงค่ายของรูเบ็นก็ยกเดินไปตามกองทัพทั้งหลายของเขา และมีอะลีซูรบุตรซะเดอูรเป็นนายกอง
อฤธ. 10:19 ซะลูมีเอลบุตรซูรีซาดายเป็นนายกองของลูกหลานเผ่าซิมโอน.
อฤธ. 10:20 และเอละยาซาพบุตรดูเอลเป็นนายกองของลูกหลานเผ่าฆาด.
อฤธ. 10:21 คนโคฮาธที่กแบกของบริสุทธิ์ก็ยกเดินไป และพลับพลานั้นถูกตั้งขึ้นก่อนที่พวกเขาจะมาถึง.
อฤธ. 10:22 และธงค่ายของลูกหลานเอ็ฟรายิมก็ยกเดินไปตามกองทัพของเขา และมีอะลีซามาบุตรอามีฮูดเป็นนายกอง.
อฤธ. 10:23 ฆะมาลิเอลบุตรฟะดาซูรเป็นนายกองของลูกหลานเผ่ามะนาเซ.
อฤธ. 10:24 และอาบีดาลบุตรฆิดโอนีเป็นนายกองของลูกหลานเผ่าเบ็นยามิน.
อฤธ. 10:25 และธงค่ายของลูกหลานดาน ซึ่งเป็นกองหลังในท่ามกลางค่ายทั้งหมดนั้นก็ยกเดินไปตามกองทัพของเขา และมีอะฮีเอเซรบุตรอามีซาดายเป็นนายกอง.
อฤธ. 10:26 ฟัฆอีเอลบุตรอัครานเป็นนายกองของลูกหลานเผ่าอาเซ็ร.
อฤธ. 10:27 และอะฮีราบุตรเอนานเป็นนายกองของลูกหลานเผ่านัฟธาลี
อฤธ. 10:28 ดังนี้แหละเป็นลำดับที่ชนชาติอิสราเอลได้ยกเดินไปตามกองทัพของเขาทั้งหลาย.
(3) การเชื่อพึ่งมนุษย์
ข้อ 29–32
อฤธ. 10:29 โมเซพูดกับกโฮบาบบุตรขรูเอลคนมิดยานผู้เป็นพ่อตาของโมเซว่าเราทั้งหลายจะเดินไปถึงสถานที่ซึ่งพระยะโฮวาได้ตรัสไว้ว่า ‘เราจะคให้แผ่นดินนี้แก่เจ้า.’ เชิญท่านมากับเราเถิด และเราทั้งหลายจะทำดีต่อท่าน เพราะพระยะโฮวาได้งสัญญาไว้ว่าจะประทานสิ่งดีแก่ชนชาติอิสราเอล.
อฤธ. 10:30 แต่โฮบาบตอบโมเซว่า เราไม่ไป แต่เราจะไปยังดินแดนของเราและวงศ์ญาติของเรา.
อฤธ. 10:31 1โมเซกล่าวว่า ขอท่านอย่าพรากจากเราไปเลย เพราะท่านทราบถึงสถานที่ที่เราจะต้องตั้งค่ายในป่ากันดาร และท่านจะเป็น2นัยน์ตาให้กับเราทั้งหลาย.
อฤธ. 10:32 และถ้าท่านไปกับเรา เมื่อพระยะโฮวาจะกระทำดีประการใดต่อเรา เราจะกระทำอย่างนั้นต่อท่าน.
(4) การนำหน้าของหีบพันธสัญญา
ข้อ 33–36
อฤธ. 10:33 ชนชาติอิสราเอลยกเดินไปจากกภูเขาของพระยะโฮวาเป็นเวลาสามวัน และในสามวันนั้น 1ขหีบพันธสัญญาของพระยะโฮวาก็นำหน้าเขาไป เพื่อจะเสาะหาคที่หยุดพักสำหรับเขาทั้งหลาย.
อฤธ. 10:34 เมื่อเขาทั้งหลายรื้อค่ายแล้วยกออกไปนั้น กเมฆของพระยะโฮวาก็ลอยอยู่เหนือเขาทั้งหลายในเวลากลางวัน.
อฤธ. 10:35 ครั้นเมื่อหีบ[พันธสัญญา]ยกเดินไป โมเซก็ทูลว่า โอ ข้าแต่พระยะโฮวา ขอทรง1กลุกขึ้นเถิด ขอให้พวกศัตรูของพระองค์กระจัดกระจายไป และให้พวกที่ชังพระองค์นั้นหลบหนีไปจากพระพักตร์ของพระองค์.
อฤธ. 10:36 และเมื่อหีบ[พันธสัญญา]หยุดอยู่ โมเซก็ทูลว่า โอ 1ข้าแต่พระยะโฮวา ขอพระองค์2เสด็จกลับมาอยู่ท่ามกลางชนชาติอิสราเอลนับพันนับหมื่นคนนี้เถิด.

คำอธิบาย อาฤธโม บทที่ 10

อฤธ. 10:2 1 ในด้านแบบเล็ง เงินเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการไถ่ของพระคริสต์
อฤธ. 10:2 ก อซด.25:18, 31; อฤธ.8:4
อฤธ. 10:3 ก อฤธ.10:7–8; เทียบ ยรม.4:5; ยอล.2:15–16
อฤธ. 10:4 ก อฤธ.1:16; 7:2
อฤธ. 10:5 1 ในที่นี้เสียงเป่าแตรถูกเรียกว่า สัญญาณแตรปลุก เพราะว่าในแนวคิดของพระเจ้านั้น ชนชาติอิสราเอลอยู่ในการสงครามตลอดเวลา. เมื่อพวกเขาเคลื่อนย้าย พวกเขาก็เคลื่อนย้ายในรูปแบบของการสู้รบ (เทียบ อซด.12:51; 13:18). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าการดำเนินชีวิตหรือการเคลื่อนไหวของคริสเตียนนั้นจะต้องเป็นการเคลื่อนไหวในการสู้รบ (อฟ.6:10–20; 1ตธ.1:18; 6:12ก; 2ตธ.4:7ก).
อฤธ. 10:5 ก อฤธ.2:3–9
อฤธ. 10:6 ก อฤธ.2:10–16
อฤธ. 10:6 ข 2คนก.13:12; ยอล.2:1
อฤธ. 10:8 ก 1คนก.15:24; 2คนก.7:6
อฤธ. 10:9 ก อฤธ.31:6; 2คนก.13:14; เทียบ 1กธ.14:8
อฤธ. 10:10 ก อซด.23:14; ลวต.23:2, 4
อฤธ. 10:10 ข บพส.81:3
อฤธ. 10:10 1ข การเป่าแตรเมื่อถวายเครื่องบูชาเผาและสัตวบูชาของเครื่องบูชาสันติสุขในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการป่าวประกาศต่อพระเจ้าและพลไพร่ของพระองค์ถึงสิ่งที่พระคริสต์ทรงเป็น. เครื่องบูชาเผาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทำให้เราเป็นที่ยอมรับของพระเจ้าและเป็นการดำเนินชีวิตเพื่อพระเจ้าของเรา ส่วนเครื่องบูชาสันติสุขเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นสันติสุขและการรับสุขพระเจ้าของเรา (ดู ลวต.1:3 คำอธิบาย 1 และ ลวต.3:1 คำอธิบาย 1). ในบรรดาเครื่องบูชาพื้นฐานห้าประเภท (ลวต.1—7) เครื่องบูชาสองประเภทนี้เป็นเครื่องบูชาที่พระเจ้าและพลไพร่ของพระองค์รับสุขได้มากที่สุด. ในคริสตจักรทุกวันนี้ หากบุตรทั้งหลายของพระเจ้านั้นมีความเด็ดขาดเพื่อพระเจ้าและอาศัยร่วมกับพระเจ้าอย่างมีสันติสุขแล้ว นั่นก็เป็นวันที่ดีเลิศซึ่งควรค่าแก่การเป่าแตร.
อฤธ. 10:11 ก อซด.40:36; อฤธ.9:17, 22
อฤธ. 10:12 ก อซด.9:1–2; อฤธ.1:1; 9:5
อฤธ. 10:12 1 แปลตามตรงคือ ตั้งพลับพลา.
อฤธ. 10:12 ข อฤธ.12:16; 13:3, 26; พบญ.1:1
อฤธ. 10:14 ก ข้อ 14–28;อฤธ.2:3–31
อฤธ. 10:14 ข อฤธ.2:9 วนฉ.20:18; เทียบ ซคย.12:7
อฤธ. 10:17 ก อฤธ.1:51
อฤธ. 10:17 ข อฤธ.4:24–33
อฤธ. 10:21 ก อฤธ.4:15; 7:9; 10:17
อฤธ. 10:29 ก วนฉ.4:11
อฤธ. 10:29 ข อซด.2:18
อฤธ. 10:29 ค ยนซ.12:7
อฤธ. 10:29 ง เทียบ ยนซ.32:12; อซด.3:8
อฤธ. 10:31 1 แปลตามตรงคือ เขา.
อฤธ. 10:31 2 โมเซคิดว่าพ่อตาของเขาสามารถให้ความช่วยเหลือได้มาก แต่อำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้านั้นไม่อนุญาตให้มนุษย์คนใดเข้ามาได้. ดังนั้น โมเซและชนชาติอิสราเอลจึงต้องเชื่อพึ่งในองค์พระผู้เป็นเจ้า. เรื่องของโมเซเชื่อพึ่งมนุษย์นั้นถูกแทรกไว้ที่นี่เพื่อเปรียบเทียบระหว่างการนำพาของมนุษย์กับการนำพาของหีบพันธสัญญาในข้อต่อมา.
อฤธ. 10:33 ก อซด.3:1
อฤธ. 10:33 ข ยฮซ.3:3–4, 6; เทียบ อฤธ.14:44; อซด.25:16; พบญ.10:2
อฤธ. 10:33 1ข การนำทางโดยทั่วไปของพระเจ้าที่มีต่อพลไพร่ของพระองค์นั้นทรงอาศัยเมฆและแตร (9:15—10:10) ส่วนการนำพาอย่างเฉพาะเจาะจงนั้นทรงอาศัยหีบพันธสัญญา (ข้อ 33–36) ซึ่งเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ถูกตรึงตายและเป็นขึ้นที่อยู่ในการเป็นขึ้นของพระองค์. ดังนั้นผู้เดียวที่สามารถมานำพาพลไพร่ของพระเจ้าได้นั้นไม่ใช่มนุษย์คนใด (เทียบ ข้อ 29–32) แต่เป็นพระคริสต์ผู้ถูกตรึงตายและเป็นขึ้น (มธ.23:10). พระองค์ทรงเป็นผู้นำพา และในการเดินทางแห่งชีวิตคริสเตียนที่ยาวไกลและไม่เรียบง่ายของเรานั้น พระองค์จะทรงนำพาเราไปยังสถานที่พักสงบที่เหมาะสม (ฮร.4:8–9 และคำอธิบาย).
การนำพาของหีบพันธสัญญาบ่งชี้ว่าการนำพาของพระคริสต์สัตย์ซื่อและเป็นไปตามพันธสัญญา. พระเจ้าทรงตั้งพันธสัญญากับอับราฮามและลูกหลานของเขาว่าจะนำเขาทั้งหลายเข้าสู่แผ่นดินงาม (ยนซ.17:1–8; เทียบ อซด.23:20 คำอธิบาย 1). ในที่สุด พันธสัญญาของพระเจ้าก็จะถูกวางไว้ในหีบพันธสัญญา; ดังนั้น หีบนี้จึงถูกเรียกว่าหีบพันธสัญญา. พระคริสต์ผู้ทรงนำพาเราเข้าสู่สถานที่พักสงบนั้นทรงเป็นพระคริสต์แห่งพันธสัญญา พระคริสต์ผู้นี้ยังเป็นความสัตย์ซื่อของพระเจ้าด้วย (เทียบ 2กธ.1:19–20).
อฤธ. 10:33 ค พบญ.1:33; บพส.132:8; ยรม.31:2
อฤธ. 10:34 ก อซด.13:21–22
อฤธ. 10:35 ก บพส.68:1–2
อฤธ. 10:35 1ก อาฤธโม 10:35 ได้ถูกอ้างอิงใน บพส.68:1. ใน อฟ.4:8–10 เปาโลได้ปรับใช้พระคำใน บพส.68 กับการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์. ดังนั้นการลุกขึ้นในข้อนี้จึงชี้ถึงการที่พระคริสต์เสด็จขึ้นไปยังสวรรค์ในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์. ดู บพส.68:1 คำอธิบาย 1.
อฤธ. 10:36 1 หรือข้าแต่พระยะโฮวาของคนนับหมื่น ขอพระองค์เสด็จกลับมาอยู่ท่ามกลางชนชาติอิสราเอลนับพันคนนี้.
อฤธ. 10:36 2 ในเมื่อการลุกขึ้นในข้อ 35 ชี้ถึงการเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์ (ดูข้อ 35 คำอธิบาย 1) ดังนั้นคำว่า “เสด็จกลับมา” ในข้อนี้จะต้องชี้ถึงการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์อย่างแน่นอน. ถ้อยคำของโมเซในข้อ 35–36 ได้บรรยายถึงมุมมองที่ครบบริบูรณ์แห่งแผนการบริหารของพระเจ้า ตั้งแต่การกลายเป็นเนื้อหนังของพระคริสต์มาเป็นหีบพันธสัญญา ซึ่งก็คือการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้าตรีเอกภาพผ่านการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์ไปจนถึงการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์.
สารบัญ