การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

อาฤธโม บทที่ 1

หัวข้อหลัก: พระคริสต์ทรงเป็นความหมายของการดำเนินชีวิต, พยาน, ศูนย์กลางของพลไพร่ของพระเจ้า ทั้งเป็นผู้นำ, หนทาง, และเป้าหมาย ของการเดินทางและการสู้รบของพวกเขา

ผู้เขียน: โมเซ (33:2; อษร.6:18 อ้างอิงถึง อฤธ.3:6–7) เป็นผู้เขียนหนังสือ เบญจบรรณ (พบญ.31:9, 24; ลก.24:27, 44; ยฮ.1:45; 5:46; กจ.28:23; 2กธ.3:15)

เวลาที่เขียน: ประมาณ 1452 ปี ก่อนคริสตศักราช ก่อนที่ชนชาติอิสราเอลได้สิ้นสุด การเร่ร่อนในป่ากันดารเป็นเวลา 40 ปี (32:13).

สถานที่เขียน: ที่ราบโมอาบริมแม่น้ำจอร์แดนตรงข้ามเมืองยะริโฮ (36:13).

ช่วงเวลาที่ได้ครอบคลุมถึง: เกือบ 39 ปี เริ่มตั้งแต่ 1490 — 1452 ปี ก่อนคริสตศักราช คือจากเดือนที่2 ปีที่ 2 หลังจากชนชาติอิสราเอลได้ออกจากอียิปต์ (1:1) จนถึงเดือนที่ 10 ของปี ที่ 40 (พบญ.1:3)

I. การจัดตั้งเป็นกองทัพ
1:1—9:14
1. การถูกนับ
1:1–54
(1) ตามครอบครัวและผู้นำของเขาตามอายุของเขา
ข้อ 1–46
อฤธ. 1:1 1ณ วันที่หนึ่งเดือนที่สองกปีที่สอง หลังจากชนชาติอิสราเอลได้ออกจากดินแดนอียิปต์ พระยะโฮวา2ตรัสแก่โมเซใน2กระโจมประชุมที่ป่ากันดารแห่งซีนายว่า
อฤธ. 1:2 จงกนับจำนวนรวมบรรดาชุมนุมชนอิสราเอลตาม1ครอบครัวและวงศ์วานทั้งหมดของเขา ตามขจำนวนรายชื่อผู้ชาย2เรียงทีละคนๆ.
อฤธ. 1:3 ตั้งแต่อายุได้1กยี่สิบปีขึ้นไป บรรดาคนที่สามารถออก2รบได้ในชนชาติอิสราเอล เจ้ากับอาโรนจง3นับเขาทั้งหลายไว้เป็นกองๆ.
อฤธ. 1:4 และจะต้องมีคนจากทุกเผ่าอยู่ด้วยกับเจ้าเผ่าละหนึ่งคน แต่ละคนเป็นหัวหน้าในวงศ์วานของเขา.
อฤธ. 1:5 และกชื่อคนทั้งหลายที่จะ1ช่วยเหลือเจ้านั้นมีดังนี้ จากเผ่ารูเบ็นคือ อะลีซูลบุตรซะเดอูร.
อฤธ. 1:6 จากเผ่าซิมโอนคือ ซะลูมีเอลบุตรซูรีซาดาย.
อฤธ. 1:7 จากเผ่ายูดาคือ นาโซนบุตรอะมีนาดาบ
อฤธ. 1:8 จากเผ่ายิศซาคารคือ นะธันเอลบุตรซูอาร.
อฤธ. 1:9 จากเผ่าซะบูโลนคือ เอลีอาบบุตรเฮโลน.
อฤธ. 1:10 จากลูกหลานของโยเซฟมีอะลีซามาบุตรอามีฮูดจากเผ่าเอ็ฟรายิม และฆะมาลิเอลบุตรฟะดาซูรจากเผ่ามะนาเซ.
อฤธ. 1:11 จากเผ่าเบ็นยามินคือ อะบีดาลบุตรฆิตโอนี.
อฤธ. 1:12 จากเผ่าดานคือ อะฮีเอเซ็รบุตรอามีซาดาย.
อฤธ. 1:13 จากเผ่าอาเซ็รคือ ฟัฆอีเอลบุตรอัคราน.
อฤธ. 1:14 จากเผ่าฆาดคือ เอละยาซาฟบุตรรูเอล.
อฤธ. 1:15 จากเผ่านัฟธาลีคือ อะฮีราบุตรเอนาน.
อฤธ. 1:16 คนเหล่านี้เป็นพวกที่ถูกกเรียกจากชุมนุมชนอิสราเอล เป็นขผู้นำเผ่าแห่งบรรพบุรุษของเขา พวกเขาเป็นหัวหน้าในท่ามกลางชนชาติอิสราเอลนับพันๆ คนนั้น.
อฤธ. 1:17 และ1โมเซกับอาโรนนำคนเหล่านี้ที่ถูกระบุตามชื่อออกมา.
อฤธ. 1:18 ในวันที่หนึ่งเดือนที่สอง โมเซกับอาโรนก็ได้เรียกชุมนุมชนทั้งปวงมาประชุมพร้อมกันและให้เขาทั้งหลาย1ขึ้นทะเบียนตามครอบครัวและวงศ์วานของตน ตามจำนวนชื่อคนทั้งปวงที่มีอายุตั้งแต่ยี่สิบปีขึ้นไปเรียงทีละคนๆ.
อฤธ. 1:19 โมเซได้นับคนทั้งปวงนั้นที่ป่ากันดารแห่งซีนาย ตามคำที่พระยะโฮวาทรงบัญชาไว้นั้น.
อฤธ. 1:20 กลูกหลานซึ่งเป็นพงศ์พันธุ์ของรูเบ็นผู้เป็นบุตรหัวปีแห่งอิสราเอลตามครอบครัวและวงศ์วานของเขา ตามจำนวนชื่อผู้ชายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปซึ่งสามารถออกรบได้เรียงทีละคนๆ
อฤธ. 1:21 พวกที่ถูกนับจากเผ่ารูเบ็นนั้นมีสี่หมื่นหกพันห้าร้อยคน.
อฤธ. 1:22 และลูกหลานซึ่งเป็นพงศ์พันธุ์ของซิมโอน ตามครอบครัวและวงศ์วานของเขาที่นับจำนวนตามชื่อผู้ชายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปที่สามารถออกรบได้เรียงทีละคนๆ
อฤธ. 1:23 พวกที่ถูกนับจากเผ่าซิมโอนนั้นมีห้าหมื่นเก้าพันสามร้อยคน.
อฤธ. 1:24 และลูกหลานซึ่งเป็นพงศ์พันธุ์ของฆาด ตามครอบครัวและวงศ์วานของเขา ตามจำนวนชื่อคนทั้งหลายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปที่สามารถออกรบได้
อฤธ. 1:25 พวกที่ถูกนับจากเผ่าฆาดนั้นมีสี่หมื่นห้าพันหกร้อยห้าสิบคน.
อฤธ. 1:26 และลูกหลานซึ่งเป็นพงศ์พันธุ์ของยูดา ตามครอบครัวและวงศ์วานของเขา ตามจำนวนชื่อคนทั้งหลายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปที่สามารถออกรบได้
อฤธ. 1:27 พวกที่ถูกนับจากเผ่ายูดานั้นมีเจ็ดหมื่นสี่พันหกร้อยคน.
อฤธ. 1:28 และลูกหลานซึ่งเป็นพงศ์พันธุ์ของยิศซาคาร ตามครอบครัวและวงศ์วานของเขา ตามจำนวนชื่อคนทั้งหลายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปที่สามารถออกรบได้
อฤธ. 1:29 พวกที่ถูกนับจากเผ่ายิศซาคารนั้นมีห้าหมื่นสี่พันสี่ร้อยคน.
อฤธ. 1:30 และลูกหลานซึ่งเป็นพงศ์พันธุ์ของซะบูโลน ตามครอบครัวและวงศ์วานของเขา ตามจำนวนชื่อคนทั้งหลายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปที่สามารถออกรบได้
อฤธ. 1:31 พวกที่ถูกนับจากเผ่าซะบูโลนนั้นมีห้าหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยคน.
อฤธ. 1:32 และลูกหลานซึ่งเป็นพงศ์พันธุ์ของโยเซฟคือพวกลูกหลานเอ็ฟรายิม ตามครอบครัวและวงศ์วานของเขา ตามจำนวนชื่อคนทั้งหลายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปที่สามารถออกรบได้
อฤธ. 1:33 พวกที่ถูกนับจากเผ่าเอ็ฟรายิมนั้นมีสี่หมื่นห้าร้อยคน.
อฤธ. 1:34 และลูกหลานซึ่งเป็นพงศ์พันธุ์ของมะนาเซ ตามครอบครัวและวงศ์วานของเขา ตามจำนวนชื่อคนทั้งหลายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปที่สามารถออกรบได้
อฤธ. 1:35 พวกที่ถูกนับจากเผ่ามะนาเซนั้นมีสามหมื่นสองพันสองร้อยคน.
อฤธ. 1:36 และลูกหลานซึ่งเป็นพงศ์พันธุ์ของเบ็นยามิน ตามครอบครัวและวงศ์วานของเขา ตามจำนวนชื่อคนทั้งหลายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปที่สามารถออกรบได้
อฤธ. 1:37 พวกที่ถูกนับจากเผ่าเบ็นยามินนั้นมีสามหมื่นห้าพันสี่ร้อยคน.
อฤธ. 1:38 และลูกหลานซึ่งเป็นพงศ์พันธุ์ของดาน ตามครอบครัวและวงศ์วานของเขา ตามจำนวนชื่อคนทั้งหลายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปที่สามารถออกรบได้
อฤธ. 1:39 พวกที่ถูกนับจากเผ่าดานนั้นมีหกหมื่นสองพันเจ็ดร้อยคน.
อฤธ. 1:40 และลูกหลานซึ่งเป็นพงศ์พันธุ์ของอาเซ็ร ตามครอบครัวและวงศ์วานของเขา ตามจำนวนชื่อคนทั้งหลายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปที่สามารถออกรบได้
อฤธ. 1:41 พวกที่ถูกนับจากเผ่าอาเซ็รนั้นมีสี่หมื่นหนึ่งพันห้าร้อยคน.
อฤธ. 1:42 และลูกหลานซึ่งเป็นพงศ์พันธุ์ของนัฟธาลี ตามครอบครัวและวงศ์วานของเขา ตามจำนวนชื่อคนทั้งหลายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปที่สามารถออกรบได้
อฤธ. 1:43 พวกที่ถูกนับจากเผ่านัฟธาลีนั้นมีห้าหมื่นสามพันสี่ร้อยคน.
อฤธ. 1:44 คนเหล่านี้เป็นคนที่โมเซกับอาโรน และผู้นำของชนชาติอิสราเอลสิบสองคน แต่ละคนต่างก็เป็นผู้แทนวงศ์วานของตนได้นับไว้.
อฤธ. 1:45 ดังนั้นคนทั้งหลายที่ได้ถูกนับในชนชาติอิสราเอล ตามวงศ์วานของเขาที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปที่สามารถออกรบได้ในท่ามกลางอิสราเอล
อฤธ. 1:46 จำนวนคนทั้งหลายที่ถูกนับนั้นมีกหกแสนสามพันห้าร้อยห้าสิบคน.
(2) คนเลวีไม่ได้ถูกนับเข้าร่วมท่ามกลางกองทัพ
ข้อ 47–54
อฤธ. 1:47 แต่1คนเลวีกไม่ได้ถูกนับไว้กับคนเหล่านั้นตามเผ่าบรรพบุรุษของเขา.
อฤธ. 1:48 เพราะพระยะโฮวาได้ตรัสแก่โมเซว่า
อฤธ. 1:49 เจ้าอย่าได้นับเผ่าเลวีหรือนับจำนวนรวมของเขาในท่ามกลางชนชาติอิสราเอล.
อฤธ. 1:50 แต่เจ้าจงตั้งกคนเลวีนั้นไว้สำหรับดูแล1ขพลับพลาแห่งพยานและสำหรับบรรดาเครื่องใช้รวมทั้งสิ่งทั้งปวงในพลับพลานั้น เขาทั้งหลายจะยกพลับพลาและเครื่องใช้ทั้งปวงในพลับพลานั้นและเขาทั้งหลายจะต้องปรนนิบัติพลับพลานั้น และจะตั้งค่ายรอบพลับพลา.
อฤธ. 1:51 และเมื่อพลับพลาจะถูกยกขึ้นเคลื่อนไป คนเลวีนั้นจะถอดรื้อพลับพลาลงและเมื่อจะตั้งพลับพลาขึ้น คนเลวีจะทำการตั้งพลับพลาขึ้นที่นั่น แต่1คนอื่นที่เข้ามาใกล้จะต้องถูกลงโทษถึงตาย.
อฤธ. 1:52 และให้ชนชาติอิสราเอลกตั้งค่ายตามกองทัพของตน แต่ละคนตามค่ายของตน และแต่ละคนตามธงประจำกองของตน.
อฤธ. 1:53 แต่คนเลวีนั้นให้ตั้งค่ายรอบพลับพลาแห่งพยาน เพื่อไม่ให้พระพิโรธเกิดแก่ชุมนุมชนอิสราเอลและให้คนเลวีเฝ้ารักษาพลับพลาแห่งพยาน.
อฤธ. 1:54 ชนชาติอิสราเอลได้กระทำเช่นนั้น บรรดาถ้อยคำที่พระยะโฮวาได้ทรงบัญชาแก่โมเซ เขาก็ได้กระทำตาม.

คำอธิบาย อาฤธโม บทที่ 1

อฤธ. 1:1 1 ในรูปภาพที่ได้บรรยายไว้ในหนังสืออาฤธโมนั้น การเคลื่อนไหวของพระเจ้าอยู่ในหีบพันธสัญญาร่วมกับพลับพลา ซึ่งก็คืออยู่ในพระคริสต์ร่วมกับคริสตจักร. พระคริสต์ในฐานะที่เป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้านั้น (กซ.2:9) ทรงเป็นมนุษย์พระเจ้า, เป็นการผสมกลมกลืนระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ (ดู อซด.25:11 คำอธิบาย 1); ส่วนคริสตจักรในฐานะที่ประทับของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกนั้น (1กธ.3:16; อฟ.2:21–22; 1ตธ.3:15) ก็คือการขยายใหญ่ขึ้น, การเพิ่มพูนของพระคริสต์ (ดู คำอธิบายใน อซด.26:15). รูปภาพในหนังสืออาฤธโมแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าตรีเอกภาพกับพลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรได้ผสมกลมกลืนเข้าด้วยกันกลายเป็นกายจริงกายเดียว เพื่อพระเจ้าจะสามารถเคลื่อนไหวบนแผ่นดินโลกและพิชิตศัตรูของพระองค์ เพื่อได้รับแผ่นดินโลกกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทำให้พระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระองค์สำเร็จเป็นจริง (เทียบ กจ.1:8).
อฤธ. 1:1 ก เทียบ อฤธ.9:1; อซด.40:17
อฤธ. 1:1 2 ดู ลวต.1:1 คำอธิบาย 2 และ 3
อฤธ. 1:2 ก ข้อ 2–46; เทียบ อฤธ.26:2–51
อฤธ. 1:2 1 ชนชาติอิสราเอลถูกจัดตั้งขึ้นเป็นกองทัพ โดยถูกนับตามครอบครัว (ตามวงศ์วาน) และตามผู้นำของพวกเขา (ข้อ 1–16) ซึ่งก็คือถูกนับตามต้นกำเนิดแห่งชีวิต (เทียบ 1กธ.4:15) และการสามัคคีธรรมแห่งชีวิต (1ยฮ.1:3) ภายใต้การนำพา (อำนาจ) แห่งชีวิต (เทียบ ฮร.13:17); นอกจากนั้นยังถูกนับตามอายุของพวกเขา (ข้อ 20–46) ซึ่งก็คือถูกนับตามความสุกงอมของชีวิต (เทียบ 1ยฮ.2:13). การที่บุตรหลานชาวอิสราเอลจะถูกนับได้นั้น พวกเขาต้องอยู่ในการสามัคคีธรรมแห่งชีวิตในวงศ์วานของพวกเขา และจำต้องเติบโตจนสุกงอมในชีวิตอีกด้วย.
อฤธ. 1:2 ข อซด.30:12; 2ซมอ.24:2; 1คนก.21:2
อฤธ. 1:2 2 แปลตามตรงคือ เรียงทีละหัว. ข้อ 18, 20, 22 ก็เช่นเดียวกัน.
อฤธ. 1:3 ก อซด.30:14; อฤธ.14:29; 1คนก.23:24
อฤธ. 1:3 1ก ดู อซด.30:14 คำอธิบาย 1. สำหรับการปฏิญาณตัวต่อพระเจ้านั้น ผู้ชายชาวอิสราเอลที่มีราคาประเมินสูงที่สุด ก็คือผู้ที่มีอายุระหว่างยี่สิบถึงหกสิบปี (ลวต.27:3) แต่สำหรับการสงครามนั้น ผู้ชายชาวอิสราเอลต้องมีอายุยี่สิบหรือยี่สิบปีขึ้นไป โดยไม่จำกัดว่าถึงอายุเท่าไร. กระทั่งเมื่อคาเล็บอายุแปดสิบห้าปี เขาก็ยังคงเป็นนักรบที่สามารถสู้รบเพื่อชนชาติอิสราเอล (ยฮซ.14:10:11).
อฤธ. 1:3 2 แปลตามตรงคือเกณฑ์ทหาร, เข้าร่วมกองทัพ. คำว่า “tsaba” (ชาบา) ในภาษาเฮ็บรายนั้น ใน 4:3 ยังสามารถแปลเป็นการปรนนิบัติ (สำหรับงานของปุโรหิต).
อฤธ. 1:3 3 หรือสังเกตการณ์ เรียกชุมนุม.
อฤธ. 1:5 ก ข้อ 5–15; เทียบ อฤธ.7:12–83
อฤธ. 1:5 1 แปลตามตรงคือ ยืนอยู่ด้วยกันกับเจ้า.
อฤธ. 1:16 ก อซด.18:21, 25; อฤธ.16:2; 26:9
อฤธ. 1:16 ข อฤธ.7:2; 34:18; ยฮซ.22:14; เทียบ 1คนก.27:16–22
อฤธ. 1:17 1 การนับจำนวนของชนชาติอิสราเอลได้รับการยอมรับจากอำนาจทั้งสามด้านดังนี้ (1) โดยโมเซซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงเป็นศีรษะ (อฟ.1:22; 1:18ก) ในการใช้อำนาจของพระองค์ (2) โดยอาโรนซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ในฐานะมหาปุโรหิต (ฮร.2:17) ที่มาทำการปฏิบัติในฐานะปุโรหิตของพระองค์ และ (3) โดยผู้นำของสิบสองเผ่า (ข้อ 4–16) ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้อาวุโสของคริสตจักรทั้งหลาย (กจ.14:23) ซึ่งทำการนำพาท่ามกลางพลไพร่ของพระเจ้าภายใต้การเป็นประมุขของพระคริสต์. ผู้ที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนอำนาจของพระองค์นั้น จะต้องยอมรับทุกสิ่งที่ได้กระทำสำเร็จตามกฎเกณฑ์ของพระเจ้า.
อฤธ. 1:18 1 แปลตามตรงคือ แจ้งประวัติของตนเอง.
อฤธ. 1:20 ก ข้อ 20–46; เทียบ อฤธ.2:2–32
อฤธ. 1:46 ก อซด.38:26;อฤธ.2:32; เทียบ อซด.12:37; อฤธ.11:21; 26:51
อฤธ. 1:47 1 คนเลวีไม่ได้ถูกนับรวมเข้าร่วมกองทัพ (ข้อ 47–49; 2:33). พวกเขาถูกมอบหมายให้ปรนนิบัติพลับพลาแห่งพยานและตั้งค่ายล้อมรอบพลับพลานั้น เพื่อรักษาไม่ให้ชนชาติอิสราเอลมาแตะต้องพลับพลา (ข้อ 50–53).
ชนชาติอิสราเอลที่ทำการสู้รบนั้นเป็นการปกป้องรักษาทางภายนอกให้กับคนเลวีที่ทำการปรนนิบัติ ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่เพื่อพยานของพระเจ้า. ชนชาติอิสราเอลที่ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นกองทัพเป็นแบบเล็งถึงคริสตจักรในฐานะนักรบแห่งกลุ่มชนที่ทำการต่อสู้เพื่อพยานของพระเจ้า (อฟ.6:10–20) คนเลวียังเป็นแบบเล็งถึงคริสตจักรในด้านของการปรนนิบัติพระเจ้าด้วย. ในด้านการสู้รบนั้น ผู้เชื่อคือนักรบแห่งกลุ่มชน ส่วนในด้านการปรนนิบัติ พวกเขาคือคนเลวี กระทั่งเป็นปุโรหิต (1ปต.2:5, 9).
อฤธ. 1:47 ก อฤธ.2:33; 1คนก.21:6; เทียบ อฤธ.26:62
อฤธ. 1:50 ก อซด.38:21; อฤธ.3:6–8, 25–38
อฤธ. 1:50 ข อซด.38:21; อฤธ.1:53; 10:11; กจ.7:44; วว.15:5
อฤธ. 1:50 1ข พลับพลาถูกเรียกว่ากระโจมประชุม สำหรับการพบปะระหว่างพลไพร่ของพระเจ้ากับพระเจ้า (1:1); พลับพลาถูกเรียกว่าพลับพลาแห่งพยาน สำหรับพยานของพระเจ้า (ข้อ 50, 53). ในพันธสัญญาใหม่ทั้งพระคริสต์และคริสตจักร ซึ่งเป็นการขยายใหญ่ขึ้นของพระคริสต์ ต่างก็เป็นความเที่ยงแท้ของพลับพลาในสองด้านนี้.
อฤธ. 1:51 1 คือคนธรรมดา ซึ่งไม่ได้เป็นคนเลวี.
อฤธ. 1:52 ก อฤธ.2:2, 34
สารบัญ