การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

เลวีติโก บทที่ 26

4. ถ้อยคำเตือน
26:1-46
(1) อย่าทำรูปเคารพขึ้น, จงถือวันซะบาโตของพระเจ้า, จงยำเกรงสถานที่บริสุทธิ์ของพระเจ้า
ข้อ 1-2
ลวต. 26:1 เจ้าทั้งหลายอย่าได้กระทำ1กรูปเคารพสำหรับตัว หรือตั้งรูปแกะสลักสำหรับตัว หรือเสาศักดิ์สิทธิ์ หรือตั้งรูปศิลาในดินแดนของเจ้าเพื่อกราบไหว้ เพราะเราคือยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า.
ลวต. 26:2 เจ้าทั้งหลายจงถือรักษา1กซะบาโตทั้งหลายของเรา และเคารพยำเกรง2สถานที่บริสุทธิ์ของเรา เราคือยะโฮวา.
(2) พระพรที่ผู้นอบน้อมได้รับ
ข้อ 3-13
ลวต. 26:3 ถ้าเจ้าทั้งหลาย1ดำเนินตามบทบัญญัติของเรา และรักษาบัญญัติทั้งหลายของเราและทำตาม
ลวต. 26:4 เราจะประทาน1กฝนตามฤดูแก่เจ้า และดินแดนนั้นจะเกิดพืชผล และต้นไม้ทั้งปวงในท้องทุ่งจะเกิดผล.
ลวต. 26:5 และเวลานวดข้าวของเจ้าจะยาวถึงฤดูเก็บผลองุ่น และฤดูเก็บผลองุ่นนั้น จะยาวไปถึงฤดูหว่านพืช. เจ้าทั้งหลายจะมีอาหารรับประทานอิ่มหนำ และจะอยู่ในดินแดนนั้นอย่างปลอดภัย.
ลวต. 26:6 และเราจะประทานสันติสุขในดินแดนนั้น เจ้าทั้งหลายจะนอนลง และจะไม่มีใครทำให้เจ้าทั้งหลายต้องกลัว เราจะกำจัดสัตว์ร้ายทั้งปวงจากดินแดนนั้น และจะไม่มีคมดาบผ่านดินแดนของเจ้าเลย.
ลวต. 26:7 เจ้าทั้งหลายจะขับไล่ศัตรูทั้งหลายและศัตรูนั้นจะล้มลงต่อหน้าเจ้าด้วยคมดาบ.
ลวต. 26:8 ห้าคนในพวกของเจ้าจะขับไล่ร้อยคนได้ และร้อยคนในพวกของเจ้าจะกขับไล่หมื่นคนได้ และศัตรูทั้งหลายจะล้มลงต่อหน้าเจ้าด้วยคมดาบ.
ลวต. 26:9 เพราะเราจะหันพระพักตร์ของเราหาเจ้า และจะให้เจ้ากบังเกิดทวีมากขึ้นและจะตั้งขพันธสัญญาของเราไว้กับเจ้าให้มั่นคง.
ลวต. 26:10 และเจ้าจะรับประทานเสบียงเก่าที่สะสมไว้นาน และจะเอาเสบียงเก่านั้นออกเสีย เพราะเสบียงใหม่มีมาก.
ลวต. 26:11 และเราจะตั้งกพลับพลาของเราไว้ท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย และจิตของเราจะไม่ชังเจ้าทั้งหลาย.
ลวต. 26:12 และเราจะดำเนินในกท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย จะเป็นขพระเจ้าของเจ้า และเจ้าทั้งหลายจะเป็นพลไพร่ของเรา.
ลวต. 26:13 เราคือยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า ผู้ที่ได้พาเจ้ากออกมาจากดินแดนอียิปต์ เพื่อจะมิให้เจ้าเป็นทาสของเขา และเราได้หักคานแอกของเจ้าออกเสียให้เจ้าเดินตัวตรงได้.
(3) การลงโทษที่ผู้ไม่นอบน้อมได้รับ
ข้อ 14-39
ลวต. 26:14 กแต่ถ้าเจ้าไม่1เชื่อฟังเรา ไม่ประพฤติตามบัญญัติของเรา
ลวต. 26:15 ถ้าเจ้าปฏิเสธละทิ้งบทบัญญัติของเรา หรือจิตของเจ้าเกลียดชังกฎเกณฑ์ของเรา ไม่ประพฤติตามบัญญัติทั้งหลายของเราเป็นเหตุให้ทำลายกพันธสัญญาของเรา
ลวต. 26:16 เรากระทำดังนี้แก่เจ้าทั้งหลาย คือเราจะตั้ง1ความหวาดกลัวเหนือพวกเจ้าอย่างฉับพลันซึ่งก็คือวัณโรคและความเจ็บไข้มาถึงเจ้าทั้งหลาย ซึ่งทำให้นัยน์ตาของเจ้าหมองมัวไปและจิตถูกบั่นทอน และเจ้าทั้งหลายจะหว่านพืชผลเสียเปล่า เพราะศัตรูของเจ้าจะกินเสีย.
ลวต. 26:17 และเราจะตั้งหน้าต่อสู้เจ้า และจะให้เจ้าทั้งหลายพ่ายแพ้ต่อหน้าศัตรู ผู้ที่ชังเจ้าจะปกครองเหนือเจ้าทั้งหลาย และเจ้าทั้งหลายจะหนีกระจายไปโดยไม่มีผู้ใดไล่ตาม.
ลวต. 26:18 หลังจากเรื่องราวเหล่านี้แล้ว ถ้าเจ้าทั้งหลายยังไม่เชื่อฟังเรา เราจะ1ลงโทษเจ้าทั้งหลายให้ทวีขึ้นอีกกเจ็ดเท่าเพราะการบาปของเจ้า.
ลวต. 26:19 เราจะทำลายความเย่อหยิ่งที่มาจากกำลังฤทธิ์เดชของเจ้า และเราจะทำให้ท้องฟ้าของเจ้าให้เป็นดุจดังเหล็ก และดินแดนของเจ้าดุจดังทองเหลือง
ลวต. 26:20 และเจ้าทั้งหลายจะเปลืองกำลังเสียเปล่า เพราะดินแดนของเจ้าจะกไม่เกิดพืชผลและต้นไม้ในดินแดนของเจ้าจะไม่เกิดผล.
ลวต. 26:21 ถ้าเจ้ายังดำเนินการขัดแย้งกับเราอยู่และไม่เชื่อฟังเรา เราจะนำ1ภัยพิบัติมาถึงเจ้าให้ทวีอีกเจ็ดเท่าเพราะการบาปของเจ้าทั้งหลาย.
ลวต. 26:22 เราจะใช้1สัตว์ป่ามาท่ามกลางพวกเจ้าทั้งหลายให้แย่งชิงเอาลูกหลานทั้งหลายของเจ้าเสีย และให้กัดกินสัตว์ใช้ของเจ้า และจะให้จำนวนคนของเจ้าน้อยลง และทางถนนทั้งหลายของเจ้าจะร้างเปล่าไป.
ลวต. 26:23 เพราะเหตุเรื่องราวเหล่านี้ถ้าเจ้ายังไม่ยอมหันกลับมา แต่ยังดำเนินการขัดแย้งกับเรา
ลวต. 26:24 เราจึงจะดำเนินการขัดแย้งกับเจ้าและจะ1เฆี่ยนตีเจ้าให้ทวีอีกกเจ็ดเท่าเพราะการบาปของเจ้า.
ลวต. 26:25 และเราจะนำ1คมดาบมาเหนือเจ้าเพื่อแก้แค้นที่เจ้าละเมิดพันธสัญญา และเมื่อเจ้าได้ชุมนุมกันในเมืองทั้งปวงนั้น เราจะให้1โรคร้ายมาท่ามกลางพวกเจ้าทั้งหลาย และเราจะ1มอบเจ้าทั้งหลายไว้ในมือศัตรูนั้น.
ลวต. 26:26 เมื่อเราจะ1ตัดเสบียงอาหารของเจ้านั้น ผู้หญิงสิบคนจะปิ้งขนมในเตาอันเดียวกัน แล้วจะเอาขนมนั้น2กชั่งเพื่อแบ่งส่วนให้แก่เจ้า และเจ้าทั้งหลายจะรับประทานแต่จะไม่อิ่ม.
ลวต. 26:27 เพราะเหตุเรื่องราวเหล่านี้ ถ้าเจ้าทั้งหลายยังไม่เชื่อฟังเรา แต่ยังดำเนินการขัดแย้งกับเรา
ลวต. 26:28 เราจะดำเนินการขัดแย้งกับเจ้าทั้งหลายด้วยความพิโรธ และเราคือเราเองจะ1ลงโทษแก่เจ้าให้ทวีอีกกเจ็ดเท่า เพราะการบาปของเจ้าทั้งหลาย.
ลวต. 26:29 และเจ้าทั้งหลายจะ1รับประทานเนื้อบุตรชายของเจ้า และจะกินเนื้อบุตรหญิงของเจ้าทั้งหลายด้วย.
ลวต. 26:30 และเราจะทำลายกแท่นอันสูงของเจ้า และจะตัดแท่นที่บูชาดวงอาทิตย์ของเจ้า และเราจะทิ้ง1ศพของเจ้าลงเหนือรูปเคารพนั้น และจิตของเราจะเกลียดชังเจ้า.
ลวต. 26:31 และเราจะกระทำให้กเมืองทั้งปวงของเจ้าเป็น1ที่ร้างเปล่าเสีย และเราจะให้ขสถานที่บริสุทธิ์ของเจ้าเป็นที่ร้าง และเราจะไม่ดมกลิ่นหอมของเจ้าที่ทำให้พึงพอใจนั้น.
ลวต. 26:32 และเราจะให้ดินแดนนั้น1กรกร้างไป และศัตรูทั้งหลายของเจ้าที่มาอาศัยในดินแดนนั้นจะตกตะลึง.
ลวต. 26:33 และเราจะให้เจ้าทั้งหลาย1กกระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางนานาประเทศ และเราจะชักดาบออกไล่ตามเจ้า และจะให้ดินแดนนั้นรกร้างไปและเมืองทั้งปวงของเจ้าร้างเปล่าเสีย.
ลวต. 26:34 และเมื่อเจ้าอยู่ในดินแดนของศัตรู และดินแดนของเจ้ารกร้าง และดินแดนก็จะรับสุข1กซะบาโต ในเวลานั้นแหละดินแดนจะพักสงบและรับสุขซะบาโต.
ลวต. 26:35 ดินแดนนั้นรกร้างอยู่นานเท่าใดก็จะมีเวลาพักสงบอยู่นานเท่านั้น เพราะว่าเมื่อเจ้าทั้งหลายได้อาศัยอยู่ที่ดินแดนนั้นๆ ก็ไม่มีซะบาโต.
ลวต. 26:36 และพวกเจ้าที่ยังเหลืออยู่ เราจะให้เขาขลาดกลัวในดินแดนแห่งศัตรูเขา จนเสียงใบไม้ไหวจะทำให้1เจ้าหนีไป และเขาทั้งหลายจะหนีดุจคนที่หนีคมดาบและจะล้มลงทั้งๆ ที่กไม่มีผู้ใดไล่ตาม.
ลวต. 26:37 เขาทั้งหลายจะล้มลงทับกันและกันดุจคนที่หนีคมดาบ ทั้งๆ ที่ไม่มีผู้ใดไล่ตามและเจ้าทั้งหลายจะไม่อาจยืนหยัดต่อหน้าพวกศัตรูได้.
ลวต. 26:38 และเจ้าทั้งหลายจะพินาศเสียท่ามกลางชนนานาประเทศ และดินแดนของศัตรูจะกลืนกินเจ้าทั้งหลายเสียหมด.
ลวต. 26:39 และเจ้าทั้งหลายที่เหลืออยู่นั้นจะเสื่อมโทรมไปเพราะการบาปชั่วของเจ้าในดินแดนของศัตรู และเจ้าทั้งหลายจะเสื่อมโทรมไปด้วยกันกับบรรพบุรุษ เพราะการบาปของเขาทั้งหลาย.
(4) การกลับใจของพลไพร่ในขณะที่ถูกจับไปเป็นเชลย และการระลึกถึงของพระเจ้า
ข้อ 40-46
ลวต. 26:40 ถ้าเขาทั้งหลาย1กสารภาพการบาปชั่วของเขา และการบาปชั่วแห่งบรรพบุรุษของเขาและการบาปชั่วที่เขาทั้งหลายได้ล่วงละเมิดโดยไม่สัตย์ซื่อต่อเราและสารภาพว่า เขาทั้งหลายได้ดำเนินการขัดแย้งกับเรา
ลวต. 26:41 ดังนั้นเราจึงได้ดำเนินการขัดแย้งกับเขา และได้นำเขาให้มาถึงดินแดนของพวกศัตรูของเขา ถ้าใจที่กไม่ได้รับสุหนัตของเขาถ่อมน้อมลงและยอมรับการลงโทษแห่งการบาปชั่วของเขา
ลวต. 26:42 เราจึงจะ1กระลึกถึงพันธสัญญาของเรากับยาโคบ และจะระลึกถึงพันธสัญญาของเรากับยิศฮาค และพันธสัญญาของเรากับอับราฮาม และเราจะระลึกถึงดินแดนนั้นด้วย.
ลวต. 26:43 เขาจะละทิ้งดินแดนนั้น และเมื่อดินแดนรกร้างเพราะเขาไม่อยู่ที่นั่น ดินแดนนั้นจึงรับสุขกซะบาโต และเขาทั้งหลายจะรับโทษแห่งการบาปชั่วของเขา เพราะเขาได้ปฏิเสธละทิ้งกฎเกณฑ์ของเรา และจิตของเขาได้เกลียดชังบทบัญญัติทั้งหลายของเรา.
ลวต. 26:44 แต่ถึงกระนั้นแล้วเมื่อเขาทั้งหลายอยู่ในดินแดนศัตรูของเขา เราจะกไม่1ปฏิเสธละทิ้งเขาเสีย และจะไม่เกลียดชังและไม่ทำลายเขาให้หมดทีเดียว และจะไม่หักทำลายพันธสัญญาของเราต่อเขา เพราะเราคือยะโฮวาพระเจ้าของเขา.
ลวต. 26:45 แต่เราจะกระลึกถึงพันธสัญญาของเราที่ตั้งไว้กับบรรพบุรุษของเขา ผู้ที่เราได้นำออกมาจากดินแดนอียิปต์ต่อหน้าชนนานาประเทศนั้น เพื่อเราจะได้เป็นพระเจ้าของเขา เราคือยะโฮวา.”
ลวต. 26:46 นี่แหละเป็นบทบัญญัติทั้งหลายและกฎเกณฑ์และกฎบัญญัติที่พระยะโฮวาทรงตั้งไว้กับชนชาติอิสราเอลที่ภูเขาซีนายโดยโมเซ.

คำอธิบาย เลวีติโก บทที่ 26

ลวต. 26:1 ก ลวต.19:4; อซด.20:4
ลวต. 26:1 1ก การไม่กระทำรูปเคารพหรือกราบไหว้รูปเคารพเป็นเครื่องหมายเล็งว่านอกจากพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนแล้ว เราก็ไม่แสวงหาเป้าหมายอื่นใดอีก ไม่เช่นนั้นเราก็จะสูญเสียไปซึ่งฐานะที่จะรับสุขทรัพย์สมบัติอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา. ดู 1ยฮ.5:21 คำอธิบาย 3 ย่อหน้า 1.
ลวต. 26:2 ก ลวต.19:30; อซด.20:8
ลวต. 26:2 1ก การถือรักษาวันซะบาโตเป็นเครื่องหมายเล็งว่าเรารู้ว่าการงานของพระเจ้าได้กระทำสำเร็จแล้วทั้งหมดโดยพระองค์ เพื่อเราจะสามารถรับสุข โดยที่เราไม่จำเป็นต้องกระทำการงานใดๆ เลย (ดู อซด.20:8 คำอธิบาย 1).
ลวต. 26:2 2 การเคารพยำเกรงสถานที่บริสุทธิ์เป็นเครื่องหมายเล็งว่าเราเคารพยำเกรงในทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็นและทรงกระทำสำเร็จในพระคริสต์ซึ่งเป็นที่ประทับ, การแปรสภาพเป็นรูปธรรม, และการสำแดงของพระองค์ (ยฮ.1:14; กซ.2:9) รวมถึงในคริสตจักรซึ่งเป็นการขยายใหญ่ขึ้นของพระคริสต์เพื่อกลายเป็นที่ประทับและการปรากฏออกที่นิรันดร์ของพระเจ้า (1ตธ.3:15-16; วว.21:10).
ลวต. 26:3 1 ในข้อ 1-2 พื้นฐานแห่งการเชื่อฟังพระเจ้าของเราก็คือ (1) ตัวของพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนและสำเร็จสุดยอดเองผู้ทรงเป็นเป้าหมายหนึ่งเดียวของเรา (ไม่มีรูปเคารพ), (2) การงานของพระเจ้าที่ทรงกระทำสำเร็จเพื่อการรับสุขและการพักสงบของเรา (ซะบาโตของพระองค์), และ (3) ผลลัพธ์แห่งการงานของพระเจ้า นั่นก็คือคริสตจักรในฐานะพระกายของพระคริสต์ ซึ่งเป็นการผสมกลมกลืนเป็นรูปกายเดียวระหว่างพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนกับพลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรและไถ่ไว้เพื่อจะเป็นการขยายใหญ่ขึ้นของพระคริสต์ผู้สำเร็จสุดยอดในฐานะที่ประทับของพระเจ้า, การแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้า, การสำแดงของพระเจ้า, และการปรากฏออกที่นิรันดร์ของพระเจ้า (สถานที่บริสุทธิ์ของพระเจ้า). การเชื่อฟังพระเจ้าก็คือการเคารพพระองค์ในฐานะพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอน, การเห็นด้วยกับทุกสิ่งที่พระองค์ทรงเป็นและทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำสำเร็จ. โดยการเชื่อฟังพระองค์ เราก็จะได้รับพระพรที่อุดมสมบูรณ์ของพระองค์ (ข้อ 4-13).
ลวต. 26:4 ก พบญ.28:12; ยอค.34:26–27; ยอล.2:23–24; กจ.14:17
ลวต. 26:4 1ก การที่คนเหล่านั้นเชื่อฟังบทบัญญัติของพระเจ้าจะได้รับการอวยพรเป็นเครื่องหมายเล็งว่า เราซึ่งเป็นผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ที่ได้ดำเนินตามพระวิญญาณนั้น (รม.8:4) จะได้รับการอวยพรหกประการ คือ (1) ฝนตามฤดู (ข้อ 4ก) เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระวิญญาณซึ่งมีฝนเป็นแบบเล็งนั้น (พบญ.11:14; ยรม.5:24; ยอล.2:23) ได้ถูกประทานให้แก่คริสตจักรหรือแก่ผู้เชื่อแต่ละคนตามกาลเวลา. (2) ดินแดนจะเกิดพืชผลอุดมสมบูรณ์ เพื่อพลไพร่จะได้รับประทานอาหารที่ใหม่ตลอดเวลา และจะอยู่ในดินแดนนั้นอย่างปลอดภัย (ข้อ 4ข-5, 10) เป็นเครื่องหมายเล็งว่าเราได้อาศัยอยู่ในพระคริสต์ผู้ทรงเป็นแผ่นดินงามของเราและรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์เพื่อจะกลายเป็นความอิ่มหนำและความปลอดภัยของเรา (อฟ.3:8; กซ.1:12). (3) สันติสุขที่ประทานให้ในดินแดนนั้น โดยปราศจากความกลัว, สัตว์ร้าย, และคมดาบ (ข้อ 6) เป็นเครื่องหมายเล็งว่าโดยปกติแล้วคริสตจักรจะอยู่ในสถานการณ์ที่มีสันติสุข คือไม่มี “สัตว์ร้าย” (เทียบ กจ.20:29) หรือการสู้รบท่ามกลางวิสุทธิชนทั้งหลาย (ยก.4:1). (4) การไล่ศัตรูทั้งหลายโดยห้าคนจะขับไล่ร้อยคน และร้อยคนจะขับไล่หมื่นคนนั้น (ข้อ 7-8) เป็นเครื่องหมายเล็งว่าคริสตจักรจะขับไล่ศัตรูทั้งหลาย (อฟ.6:12) โดยการร่วมมือกันกับพระกาย. (5) การบังเกิดทวีมากขึ้น (ข้อ 9) เป็นเครื่องหมายเล็งว่าคริสตจักรจะบังเกิดผลและเพิ่มทวีมากขึ้น (ยฮ.15:8, 16). (6) พระเจ้าจะทรงตั้งพลับพลาของพระองค์ไว้ท่ามกลางพลไพร่ (ข้อ 11) เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ที่ประทับของพระเจ้าจะถูกก่อสร้างขึ้นในคริสตจักรสำหรับความชอบพระทัยของพระองค์ที่จะได้อาศัยอยู่ท่ามกลางพลไพร่ของพระองค์ (เทียบ 2กธ.6:16-18).
ลวต. 26:8 ก เทียบ พบญ.32:30; ยฮซ.23:10; วนฉ.7:7; 1ซมอ.14:6, 14; 1คนก.11:11, 20; ยซย.30:17
ลวต. 26:9 ก ยนซ.17:6; นฮย.9:23
ลวต. 26:9 ข ลวต.26:15; อซด.19:5; 24:7; พบญ.5:2
ลวต. 26:11 ก อซด.25:8–9; เทียบ ยอค.37:26–28; วว.21:3
ลวต. 26:12 ก อซด.29:45; 2กธ.6:16
ลวต. 26:12 ข อซด.6:7; ยรม.7:23; 11:4; 24:7; 30:22; ยอค.11:20; 14:11; 36:28; 37:27
ลวต. 26:13 ก ลวต.25:38
ลวต. 26:14 ก ข้อ 14–39; เทียบ พบญ.28:15–68
ลวต. 26:14 1 คนเหล่านั้นที่ไม่เชื่อฟังบทบัญญัติของพระเจ้า (ข้อ 14-15) จะถูกลงโทษหรือตีสอนห้าชั้นด้วยกันเพื่อพวกเขาจะได้กลับใจ (ดู ข้อ 16-39 และคำอธิบาย). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ผู้เชื่อทั้งหลายที่ไม่ได้ดำเนินตามพระวิญญาณนั้น แต่ดำเนินตามเนื้อหนัง (เทียบ รม.8:7-8) จะต้องทนทุกข์กับการลงโทษ ซึ่งไม่เพียงเป็นการลงโทษครั้งเดียวเท่านั้น แต่เป็นการลงโทษหลายชั้นพร้อมด้วยบทลงโทษมากมาย เพื่อพวกเขาจะได้ถูกบีบบังคับให้กลับใจ.
ลวต. 26:15 ก ลวต.26:9
ลวต. 26:16 1 การลงโทษชั้นแรก (ข้อ 16-17) เป็นเครื่องหมายเล็งว่าเราจะเจ็บป่วยในวิญญาณและกระทั่งในร่างกาย (เทียบ 1กธ.11:29-32; ยก.5:14-16; 1ยฮ.5:16) เพื่อเราจะได้สูญเสียไปซึ่งสายตาของเราและชีวิตของเรา (เทียบ วว.3:1, 17) และศัตรูจะรับสุขการงานของเราทำให้สิ่งที่เราได้กระทำกลับสู่ความว่างเปล่า. ยิ่งไปกว่านั้น เราจะกลายเป็นผู้ที่อ่อนแอ จนกระทั่งไม่สามารถยืนอยู่ต่อหน้าศัตรูทั้งหลายได้ แต่จะต้องหนีไปจากพวกมัน.
ลวต. 26:18 1 การลงโทษชั้นที่สองนั้นเพิ่มขึ้นอีกเจ็ดเท่า คือ เพิ่มกำลัง. ท้องฟ้าถูกกระทำให้เป็นดุจเหล็ก และแผ่นดินดุจทองเหลืองที่ไม่บังเกิดผล (ข้อ 19-20) เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระวิญญาณนั้นจะไม่เสด็จมาหาเราจากสวรรค์ทั้งหลายและเราก็จะไม่มีผลผลิตฝ่ายวิญญาณสำหรับอาหารฝ่ายวิญญาณของเรา.
ลวต. 26:18 ก ลวต.26:21, 24, 28
ลวต. 26:20 ก ลวต.26:20, 24, 28; พบญ.11:17; ฮาฆ.1:10
ลวต. 26:21 1 การลงโทษชั้นที่สามนำมาซึ่งภัยพิบัติเจ็ดเท่า (ข้อ 21-22). ภัยพิบัติเหล่านี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงปัญหาต่างๆ ท่ามกลางผู้เชื่อทั้งหลายในคริสตจักร (1กธ.1:11; 2กธ.12:20).
ลวต. 26:21 ก ลวต.26:18
ลวต. 26:22 1 การที่สัตว์ป่าจะมาแย่งชิงเอาลูกหลานทั้งหลายของพลไพร่และกัดกินสัตว์ใช้ของพวกเขา, กระทำให้จำนวนคนลดน้อยลงและกระทำถนนทั้งหลายของพวกเขาให้ร้างเปล่าไปนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าผู้คนที่ดุร้าย (กจ.20:29) จะเกิดขึ้นในคริสตจักรเพื่อที่จะมาแย่งชิงผลผลิตแห่งชีวิตของเหล่าผู้เชื่อทั้งหลาย, ล้างผลาญทรัพย์สมบัติฝ่ายวิญญาณของพวกเขา, กระทำให้จำนวนคนลดน้อยลง, และกระทำให้การสามัคคีธรรมของพวกเขาร้างเปล่าไป.
ลวต. 26:24 1 การลงโทษชั้นที่สี่เป็นเรื่องของการเฆี่ยนตีถึงเจ็ดเท่า (ข้อ 24-26).
ลวต. 26:24 ก ลวต.26:18
ลวต. 26:25 1 การนำคมดาบมาเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ในคริสตจักรนั้นจะมีการสู้รบท่ามกลางพี่น้องทั้งหลาย (ฆต.5:15; ยก.4:1). การให้โรคร้ายมาเป็นเครื่องหมายเล็งว่าในคริสตจักรนั้นจะมีโรคระบาดฝ่ายวิญญาณบางอย่าง (เทียบ 1ตธ.6:4; 2ตธ.2:17). การมอบพลไพร่ไว้ในมือศัตรูนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าผู้เชื่อทั้งหลายในคริสตจักรจะตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของศัตรู (เทียบ 1ปต.5:8).
ลวต. 26:26 1 แปลตามตรงคือ หักไม้เท้าแห่งเสบียงของเจ้า. การตัดเสบียงอาหารเพื่อจะเอาขนมชั่งแบ่งส่วนและพลไพร่จะกินไม่อิ่มนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าการหล่อเลี้ยงฝ่ายวิญญาณจะถูกตัดขาดไปจากคริสตจักรอย่างมาก ทำให้ผู้เชื่อทั้งหลายไม่มีความอิ่มหนำ.
ลวต. 26:26 ก วว.6:5
ลวต. 26:26 2ก คือ ปริมาณตามอัตราส่วน.
ลวต. 26:28 1 การลงโทษในชั้นที่ห้านั้น พลไพร่ได้ถูกตีสอนถึงเจ็ดเท่าอีกครั้งหนึ่ง (ข้อ 27-39).
ลวต. 26:28 ก ลวต.26:18
ลวต. 26:29 1 การที่พลไพร่กินเนื้อบุตรชายหญิงของเขาเป็นเครื่องหมายเล็งว่าคริสตจักรได้ยากจนลงจนไม่สามารถทำให้อวัยวะทั้งหลายอิ่มหนำได้ แต่กลับต้องแย่งชิงการหล่อเลี้ยงแห่งอาหารของพวกเขาไป นอกจาก “บุตรชายหญิง” ซึ่งก็คือสิ่งที่อวัยวะของคริสตจักรผลิตขึ้นมาในอดีตแล้ว พวกเขาก็ไม่มีอะไรกินอีก.
ลวต. 26:30 ก 2คนก.14:5; 34:3–4, 7; ยอค.6:3–6
ลวต. 26:30 1 การทิ้งศพลงเหนือรูปเคารพที่ถูกทำลายเป็นเครื่องหมายเล็งว่าคริสตจักรที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนังนั้นได้เปรียบตนเองเหมือนซากศพวางไว้บนเป้าหมายอื่นที่นอกเหนือจากพระเจ้า ซึ่งก็คือสิ่งที่คริสตจักรเห็นว่าเป็นรูปเคารพ แต่พระเจ้าได้ทรงทำลายเสียแล้ว.
ลวต. 26:31 ก 2พกษ.25:8–10; นฮย.2:3; ยรม.4:7
ลวต. 26:31 1 การลงโทษในข้อนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่า คริสตจักรได้ร้างเปล่าและการนมัสการของคริสตจักรก็ร้างไปไม่มีสุคนธรสที่ทำให้พระเจ้าอิ่มหนำ.
ลวต. 26:31 ข บพส.74:7; มธ.23:38
ลวต. 26:32 ก พบญ.29:23; ยซย.1:7; ยรม.9:11
ลวต. 26:32 1ก การที่ดินแดนรกร้างไปและศัตรูทั้งหลายเข้ามาพักอาศัยในดินแดนเป็นเครื่องหมายเล็งว่า การรับสุขของคริสตจักรที่มีต่อพระคริสต์ในฐานะดินแดนที่อุดมสมบูรณ์นั้นได้ถูกกระทำให้รกร้างไปและถูกศัตรูขโมยไป.
ลวต. 26:33 ก พบญ.4:27; 28:64; นฮย.1:8; บพส.44:11; ยรม.9:16; ยอค.12:15; 20:23; 22:15; ซคย.7:14
ลวต. 26:33 1ก การที่พลไพร่ทั้งหลายกระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางนานาประเทศและเขาชักดาบไล่ตามนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าคริสตจักรได้กระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางชาวต่างชาติและถูกขับไล่โดยการพิพากษาแห่งความตายของพระเจ้า.
ลวต. 26:34 ก 2คนก.36:21; เทียบ ลวต.25:2
ลวต. 26:34 1ก การที่ดินแดนรับสุขซะบาโตในขณะที่พลไพร่ตกไปเป็นเชลย (ข้อ 34-35) เป็นเครื่องหมายเล็งว่า หลังจากที่ผู้เชื่อทั้งหลายได้กระจัดกระจายไปท่ามกลางชาวต่างชาติแล้ว การรับสุขของคริสตจักรที่มีต่อพระคริสต์ในฐานะดินแดนที่อุดมสมบูรณ์นั้นก็เสียเปล่าไป.
ลวต. 26:36 1 การลงโทษในข้อ 36-39 เป็นเครื่องหมายเล็งว่าในขณะที่ตกเป็นเชลยนั้น คริสตจักรต้องทนทุกข์และในที่สุดก็ถูกศัตรูทำลาย.
ลวต. 26:36 ก ลวต.26:17; เทียบ สภษ.28:1
ลวต. 26:40 ก นฮย.9:2; สภษ.25:13; 1ยฮ.1:9; เทียบ 1พกษ.8:33–36; ดนอ.9:4–19
ลวต. 26:40 1ก การที่พลไพร่ของพระเจ้าสารภาพการบาปของเขา, ถ่อมน้อมใจที่ไม่ได้รับสุหนัตลง, และยอมรับการลงโทษแห่งการบาปของเขานั้น (ข้อ 40-41) เป็นเครื่องหมายเล็งว่าคริสตจักรที่ตกเป็นเชลยภายใต้ศัตรูได้กลับใจ, สารภาพบาป, และยอมรับการลงโทษแห่งบาปของพระเจ้าแล้ว.
ลวต. 26:41 ก ยรม.9:26; กจ.7:51
ลวต. 26:42 ก อซด.2:24; 6:5; บพส.106:45; ยอค.16:60; ลก.1:72
ลวต. 26:42 1ก การที่พระเจ้าทรงระลึกถึงพันธสัญญาและดินแดนของพระองค์เป็นเครื่องหมายเล็งว่า เพื่อคริสตจักรที่ตกเป็นเชลยแล้ว พระเจ้าได้ทรงระลึกถึงพันธสัญญาใหม่ของพระองค์ (ฮร.8:10-12) และพระคริสต์ในฐานะดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ (กซ.1:12).
ลวต. 26:43 ก ลวต.26:34
ลวต. 26:44 ก พบญ.4:31; 2พกษ.13:23
ลวต. 26:44 1 การที่พระเจ้าจะไม่ทรงปฏิเสธละทิ้งพลไพร่หรือทำลายพวกเขาให้หมดและไม่หักทำลายพันธสัญญาของพระองค์ต่อเขาเป็นเครื่องหมายเล็งว่าหลังจากที่พระเจ้าทรงลงโทษคริสตจักรอย่างสาหัส พระองค์จะไม่ทรงละทิ้งคริสตจักร หรือทำลายคริสตจักรให้หมด และจะไม่ทรงหักทำลายพันธสัญญาของพระองค์ต่อคริสตจักรอีกด้วย.
หลักการฝ่ายวิญญาณในบทนี้ก็คือ ถ้าเราทำผิด เราก็ควรกลับใจ จากนั้นเราก็จะได้รับพระพรกลับมาเพื่อการรับสุขของเรา. ในกรณีของชาวอิสราเอลนั้น พระคำเหล่านี้จะสำเร็จเป็นจริงในเวลาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จกลับมา (ซคย.12:10; รม.11:25-27).
ลวต. 26:45 ก ลวต.26:42
สารบัญ