การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

เลวีติโก บทที่ 23

IV. กฎเกณฑ์ของเทศกาล
23:1-44
1. เทศกาลในแต่ละสัปดาห์ วันซะบาโต
ข้อ 1-3
ลวต. 23:1 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า
ลวต. 23:2 “จงกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลว่า ต่อไปนี้เป็น1กเทศกาลเลี้ยงที่เรายะโฮวาเป็นผู้กำหนดไว้ เจ้าทั้งหลายจงประกาศว่าเป็นเทศกาลเลี้ยงแห่ง2การประชุมอันบริสุทธิ์.
ลวต. 23:3 กจงทำการงานในหกวันแต่วันที่เจ็ดเป็น1วันซะบาโตสำหรับการพักสงบที่ครบสมบูรณ์ เป็นวันสำหรับการประชุมอันบริสุทธิ์. เจ้าทั้งหลายอย่าได้กระทำการเลย นี่เป็นวันซะบาโตสำหรับยะโฮวาในสถานที่ทุกแห่งที่เจ้าทั้งหลายอาศัยอยู่.
2. เทศกาลในแต่ละปี
ข้อ 4-44
(1) เทศกาลปัศคา
ข้อ 4-5
ลวต. 23:4 นี่เป็น1กเทศกาลเลี้ยงที่พระยะโฮวาทรงกำหนด ซึ่งเป็นการประชุมอันบริสุทธิ์ ที่เจ้าทั้งหลายต้องป่าวประกาศตามวันเวลาที่กำหนดคือดังนี้
ลวต. 23:5 กในวันที่สิบสี่เดือนหนึ่ง 1เวลาเย็นวันนั้นเป็น2ขเทศกาลปัศคาของพระยะโฮวา
(2) เทศกาลขนมปังไร้เชื้อ
ข้อ 6-8
ลวต. 23:6 และในวันที่สิบห้าของเดือนเดียวกันนั้นเป็นกเทศกาลกินขนมไร้เชื้อแด่พระยะโฮวา ทั้งเจ็ดวันนั้นเจ้าทั้งหลายต้องกินขนมไร้เชื้อ.
ลวต. 23:7 กใน1วันแรกจงมีการประชุมอันบริสุทธิ์ อย่าทำงานตรากตรำหนักใดๆ.
ลวต. 23:8 แต่เจ้าทั้งหลายจงถวายเครื่องบูชากระทำด้วยไฟแด่พระยะโฮวา1เจ็ดวัน และวันที่เจ็ดนั้นเป็นเวลาประชุมอันบริสุทธิ์ อย่าทำงานตรากตรำหนักใดๆ.”
(3) เทศกาลผลสุกงอมรุ่นแรก
ข้อ 9-14
ลวต. 23:9 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า
ลวต. 23:10 “จงกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลว่า เมื่อเจ้าทั้งหลายมาถึงดินแดนที่เราประทานให้นั้น และจะเก็บเกี่ยวพืชผล จงเอา1ฟ่อนข้าวมัดหนึ่งที่เป็นกผลสุกงอมรุ่นแรกมาให้ปุโรหิต
ลวต. 23:11 และปุโรหิตจะเอาฟ่อนข้าวนั้นยกขึ้นกแกว่งไปมาต่อพระพักตร์พระยะโฮวา เพื่อจะ1เป็นที่ยินดีรับไว้ ในขวันรุ่งขึ้นถัดจากวันซะบาโตปุโรหิตจะเอาฟ่อนข้าวยกขึ้นแกว่งไปมาถวาย.
ลวต. 23:12 และในวันที่ยกฟ่อนข้าวขึ้นแกว่งนั้น เจ้าทั้งหลายจงถวายลูกแกะตัวผู้หนึ่งขวบปราศจากด่างพร้อย เป็น1กเครื่องบูชาเผาถวายแด่พระยะโฮวา.
ลวต. 23:13 พร้อมกับ1เครื่องบูชาธัญญาหาร คือเอาแป้งละเอียดสองในสิบของหนึ่งเอฟาผสมกลมกลืนกับน้ำมันเป็นเครื่องบูชากระทำด้วยไฟถวายแด่พระยะโฮวาเป็นกลิ่นหอมอันเป็นที่ชอบพระทัยพร้อมทั้ง2กเครื่องบูชาดื่มคือเหล้าองุ่นหนึ่งในสี่ของหนึ่งฮิน.
ลวต. 23:14 เจ้าทั้งหลาย1อย่าได้กินขนมปังก็ดี หรือเมล็ดข้าวคั่วก็ดีหรือรวงข้าวสดก็ดี กว่าจะถึงวันที่เจ้าทั้งหลายเอาเครื่องบูชามาถวายแด่พระเจ้า นี่แหละเป็นบทบัญญัติถาวรสืบไปทุกชั่วอายุทั้งหลายของเจ้าในสถานที่ทุกแห่งที่เจ้าอาศัยอยู่.
(4) เทศกาลเพ็นเทคอส
ข้อ 15-22
ลวต. 23:15 เจ้าทั้งหลายจงนับตั้งแต่วันรุ่งขึ้นถัดจากวันซะบาโต ตั้งแต่วันที่เจ้าทั้งหลายได้ถวายกฟ่อนข้าวเป็นเครื่องบูชาแกว่งให้ขครบเจ็ด1วันซะบาโต.
ลวต. 23:16 จงนับ1กห้าสิบวันถ้วนจนถึงวันรุ่งขึ้นถัดจากวันซะบาโตที่เจ็ด ในวันนั้น เจ้าทั้งหลายจงถวายขเครื่องบูชาธัญญาหารใหม่แด่พระยะโฮวา.
ลวต. 23:17 จงเอา1ขนมปังสองอันมาจากที่อาศัยของเจ้าสำหรับเป็นเครื่องบูชาแกว่งทำด้วยแป้งอันละเอียดสองในสิบของหนึ่งเอฟาใส่กเชื้อด้วย ทำการปิ้งแล้วถวายแด่พระยะโฮวาเป็นผลสุกงอมรุ่นแรก.
ลวต. 23:18 เจ้าทั้งหลายจงถวายลูกแกะหนึ่งขวบเจ็ดตัวปราศจากด่างพร้อย และลูกวัวตัวผู้ตัวหนึ่งและแกะตัวผู้สองตัวพร้อมกับขนมปัง ของเหล่านี้จะเป็น1เครื่องบูชาเผาถวายแด่พระยะโฮวาพร้อมกับ1เครื่องบูชาธัญญาหารและพร้อมกับ1เครื่องบูชาดื่ม เป็นเครื่องบูชากระทำด้วยไฟเป็นกลิ่นหอมอันเป็นที่ชอบพระทัย.
ลวต. 23:19 และจงเอาแพะผู้ตัวหนึ่งสำหรับเป็น1เครื่องบูชาไถ่บาป และลูกแกะตัวผู้หนึ่งขวบสองตัวสำหรับเป็น1เครื่องบูชาธัญญาหาร.
ลวต. 23:20 และปุโรหิตจะเอาของเหล่านี้ยกขึ้นแกว่งพร้อมกับขนมปังอันเป็นผลสุกงอมรุ่นแรกนั้นพร้อมกับลูกแกะผู้สองตัว เป็นเครื่องบูชาแกว่งต่อพระพักตร์พระยะโฮวาเพื่อเป็นของที่แยกบริสุทธิ์แด่พระยะโฮวาสำหรับปุโรหิต.
ลวต. 23:21 และเจ้าทั้งหลายจงประกาศว่าวันนั้นเป็นวันประชุมอันบริสุทธิ์ 1อย่าทำงานตรากตรำหนักใดๆ. นี่แหละเป็นบทบัญญัติถาวรสืบไปทุกชั่วอายุของเจ้าทั้งหลายในสถานที่ทุกแห่งที่เจ้าอาศัยอยู่.
ลวต. 23:22 และเมื่อเจ้าทั้งหลายเก็บเกี่ยวพืชผลอย่าเก็บเกี่ยวที่มุมนาจนหมด หรือกอย่าเก็บส่วนที่ตกเมื่อเกี่ยวนั้น จงทิ้งไว้ให้1คนจนและ1คนต่างแดน เราคือยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า.”
(5) เทศกาลเป่าเขาสัตว์
ข้อ 23-25
ลวต. 23:23 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า
ลวต. 23:24 “จงกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลว่า กในวันที่หนึ่งเดือนเจ็ดเจ้าทั้งหลาย จงพักสงบอย่างครบสมบูรณ์ เป็นวันประชุมบริสุทธิ์ให้เป็นที่ระลึกด้วย1ขการเป่าแตร.
ลวต. 23:25 อย่าทำงานตรากตรำหนักใดๆ แต่จงถวายเครื่องบูชากระทำด้วยไฟแด่พระยะโฮวา.”
(6) เทศกาลปกปิดบาป
ข้อ 26-32
ลวต. 23:26 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า
ลวต. 23:27 “กในวันที่สิบเดือนเจ็ดเป็นวัน1ปกปิดบาป จงมีการประชุมอันบริสุทธิ์แก่เจ้าทั้งหลาย เจ้าทั้งหลายจะต้องทน2ทุกข์ในจิต และถวายเครื่องบูชากระทำด้วยไฟแด่พระยะโฮวา.
ลวต. 23:28 เจ้าทั้งหลาย1อย่ากระทำการใดๆ ในวันนั้น เพราะเป็นวันปกปิดบาป จงทำการปกปิดบาปของเจ้าเองต่อพระพักตร์พระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า.
ลวต. 23:29 ด้วยผู้ใดไม่ทนทุกข์ในจิตของตนในวันนั้น ผู้นั้นต้องถูกตัดขาดจากท่ามกลางพลไพร่ของตน.
ลวต. 23:30 และผู้ใดจะกระทำการใดๆ ในวันนั้น เราจะทำลายผู้นั้นเสียจากท่ามกลางพลไพร่ของตน.
ลวต. 23:31 เจ้าทั้งหลายอย่ากระทำการใดๆ เลย นี่เป็นบทบัญญัติถาวรสืบไปทุกชั่วอายุทั้งหลายของเจ้าในสถานที่ทุกแห่งที่เจ้าอาศัยอยู่.
ลวต. 23:32 ให้เป็นวันซะบาโตแห่งการพักสงบที่ครบสมบูรณ์ เป็นเวลาทนทุกข์ในจิตนับตั้งแต่เย็นวันที่เก้าเดือนนั้น จนถึงเวลาเย็นของวันรุ่งขึ้น จงถือเป็นวันซะบาโตของเจ้าทั้งหลาย.”
(7) เทศกาลตั้งทับอาศัย
ข้อ 33-44
ลวต. 23:33 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า
ลวต. 23:34 “จงกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลว่า กในวันที่สิบห้าเดือนเจ็ดเป็นวัน1ขเทศกาล2ตั้งทับอาศัยถวายแด่พระยะโฮวาเป็นเวลา3เจ็ดวัน.
ลวต. 23:35 ในวันแรกนั้นจงมีการประชุมอันบริสุทธิ์ เจ้าทั้งหลายอย่าทำงานตรากตรำหนักใดๆ.
ลวต. 23:36 ใน1เจ็ดวันนั้นจงถวายเครื่องบูชากระทำด้วยไฟแด่พระยะโฮวา และ2กวันที่แปด จงมีการประชุมอันบริสุทธิ์ และถวายเครื่องบูชากระทำด้วยไฟแด่พระยะโฮวา. นี่เป็นการประชุมอันเคร่งขรึม อย่าทำงานตรากตรำหนักใดๆ.
ลวต. 23:37 นี่เป็นเทศกาลเลี้ยงที่พระยะโฮวาทรงกำหนดไว้ เจ้าทั้งหลายต้องประกาศให้เป็นการชุมนุมอันบริสุทธิ์ สำหรับถวายเครื่องบูชากระทำด้วยไฟแด่พระยะโฮวา คือเครื่องบูชาเผาและเครื่องบูชาธัญญาหารและเครื่องสัตวบูชา และเครื่องบูชาดื่มตามวันที่กำหนดไว้
ลวต. 23:38 นอกเหนือจากวันซะบาโตแห่งพระยะโฮวา และนอกเหนือจากเครื่องบูชาและคำปฏิญาณและบรรดาเครื่องบูชาด้วยใจสมัครที่เจ้าทั้งหลายเอามาถวายแด่พระยะโฮวา.
ลวต. 23:39 ในวันที่สิบห้าเดือนเจ็ดนั้น เมื่อเจ้าทั้งหลาย1กเก็บผลที่ดินแดนนั้นแล้ว จงถือเทศกาลเลี้ยงของพระยะโฮวาอยู่เจ็ดวัน ในวันแรกจงมีการพักสงบที่ครบสมบูรณ์ และวันที่แปดก็ต้องมีการพักสงบที่ครบสมบูรณ์ด้วย.
ลวต. 23:40 ในวันแรกนั้นเจ้าทั้งหลายจงเอา1ผลของต้นไม้งาม และกิ่งของ2กต้นอินทผลัมและกิ่งไม้ที่มีใบมากและต้นหลิวแห่งลำธาร และเจ้าทั้งหลายจงยินดีต่อพระพักตร์พระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าเจ็ดวัน.
ลวต. 23:41 เจ้าทั้งหลายจงถือเทศกาลเลี้ยงต่อพระยะโฮวาปีละเจ็ดวันทุกปี นี่จะเป็นบทบัญญัติถาวรสืบไปทุกชั่วอายุทั้งหลายของเจ้า จงถือเทศกาลเลี้ยงนี้ในเดือนเจ็ด.
ลวต. 23:42 เจ้าทั้งหลายจงอยู่ใน1เพิงเจ็ดวัน บรรดาคนพื้นเมืองของชนชาติอิสราเอลต้องอยู่ในกเพิงเจ็ดวัน
ลวต. 23:43 เพื่อจะให้พงศ์พันธุ์ทุกชั่วอายุของเจ้ารู้ว่า เมื่อเราได้นำชนชาติอิสราเอลออกจากดินแดนอียิปต์ เราได้ให้เขาอยู่ในเพิงเราคือยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า.”
ลวต. 23:44 และโมเซได้ประกาศแก่ชนชาติอิสราเอลถึง1เทศกาลเลี้ยงทั้งปวงที่พระยะโฮวาทรงกำหนดไว้.

คำอธิบาย เลวีติโก บทที่ 23

ลวต. 23:2 ก อซด.23:14–17; ลวต.23:4, 37; อฤธ.29:39
ลวต. 23:2 1ก เทศกาลเลี้ยงมีไว้เพื่อการพักสงบและการรับสุข ทั้งสองอย่างล้วนเป็นแบบเล็งว่าพระคริสต์ทรงเป็นการพักสงบและการรับสุขของเรา. หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่กล่าวถึงระบบกลุ่มปุโรหิตของพระเจ้าและการปรนนิบัติพระเจ้าในการสามัคคีธรรมกับพระเจ้า ในหนังสือเล่มนี้ได้กล่าวถึงเทศกาลเลี้ยง ซึ่งบ่งชี้ว่าการที่เราปรนนิบัติพระเจ้าในฐานะปุโรหิต นำมาซึ่งพระคริสต์ผู้เป็นการพักสงบและการรับสุขระหว่างเรากับพระเจ้า และระหว่างเราซึ่งกันและกัน. พระเจ้าทรงกำหนดเทศกาลเลี้ยงไว้เพื่อพลไพร่ของพระองค์สามารถมีการพักสงบและความชื่นชมยินดีกับพระองค์ร่วมกันและทำให้เขารับสุขทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงตระเตรียมเพื่อพลไพร่ที่พระองค์ทรงไถ่ไว้ร่วมกับพระเจ้าและซึ่งกันและกัน. การรับสุขและการพักสงบนี้ไม่ได้เป็นฝ่ายปัจเจกชน แต่เป็นฝ่ายกลุ่มชน.
ลวต. 23:2 2 เทศกาลที่พระยะโฮวาทรงกำหนดก็คือการประชุมอันบริสุทธิ์ อันเป็นการชุมนุมกันอย่างเป็นพิเศษของพลไพร่ของพระเจ้าที่ถูกรวบรวมเพื่อเป้าหมายอันพิเศษและเฉพาะเจาะจง. การประชุมอันบริสุทธิ์เหล่านี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ผู้เชื่อชุมนุมกันกลายเป็นคริสตจักร (ดู อฟ.1:22 คำอธิบาย 4) ต่อพระพักตร์พระเจ้าและยึดพระคริสต์เป็นการพักสงบและการรับสุขร่วมกับพระเจ้าและซึ่งกันและกันในลักษณะแห่งกลุ่มชน.
ลวต. 23:3 ก อซด.20:8–11; 23:12; 31:15; 34:21; 35:2; ลวต.19:3; พบญ.5:12–15; ลก.13:14
ลวต. 23:3 1 วันซะบาโตซึ่งเป็นเทศกาลเลี้ยงของแต่ละสัปดาห์ เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการพักสงบซึ่งผู้คนที่พระเจ้าทรงไถ่ได้รับสุขร่วมกับพระเจ้าและซึ่งกันและกัน. วันซะบาโตนี้กล่าวคือการพักสงบนี้ “ต้องถือรักษาต่อพระยะโฮวา” ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่มีส่วนในการพักสงบอันทำให้พระเจ้าชื่นชมยินดีและรับสุข. นี่ก็คือความหมายสำคัญของแต่ละเทศกาลแห่งเทศกาลทั้งเจ็ดของแต่ละปี (ข้อ 7–8, 21, 25, 28, 31, 32, 35–36, 39).
ลวต. 23:4 ก อซด.23:14–17
ลวต. 23:4 1ก แต่ละปีมีเทศกาลเลี้ยงเจ็ดครั้ง. หมายเลขเจ็ดคือตัวเลขแห่งความครบสมบูรณ์ อันเป็นเครื่องหมายเล็งว่า เทศกาลเลี้ยงเจ็ดครั้งล้วนอยู่ในความอุดมสมบูรณ์ของพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง. พระคริสต์ทรงเป็นความเที่ยงแท้ของวันซะบาโต (ข้อ 3) และก็คือความเที่ยงแท้ของเทศกาลทั้งหมดของแต่ละปี (กซ.2:16–17).
ลวต. 23:5 ก ข้อ 5–6; อซด.12:18; อฤธ.28:16–17; ยอค.45:21
ลวต. 23:5 1 แปลตามตรงคือ ระหว่างเวลาเย็นทั้งสองชี้ถึงช่วงเวลาระหว่างดวงอาทิตย์ตกจนถึงกลางคืน.
ลวต. 23:5 ข อซด.12:11, 12–27, 48; อฤธ.9:2–3
ลวต. 23:5 2ข เกี่ยวกับเทศกาลเลี้ยงปัศคา (ข้อ 5) กับเทศกาลเลี้ยงกินขนมปังไร้เชื้อ (ข้อ 6–8) ดู อซด.12 คำอธิบาย.
ลวต. 23:6 ก อซด.12:17; 13:3, 6; 23:15; 34:18; อฤธ.28:17
ลวต. 23:7 ก ข้อ 7–8; อฤธ.28:18–19; 24–25
ลวต. 23:7 1 วันแรกและวันสุดท้ายของเทศกาลเลี้ยงกินขนมปังไร้เชื้อ (ข้อ 8) มีการประชุมอันบริสุทธิ์ อย่าทำงานตรากตรำใดๆ ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ในช่วงเวลาแห่งการดำเนินชีวิตคริสเตียนของเราตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายเราได้รับสุขพระคริสต์ในลักษณะของกลุ่มชน โดยไม่มีการกระทำตรากตรำฝ่ายมนุษย์.
ลวต. 23:8 1 การนำเครื่องบูชากระทำด้วยไฟถวายแด่พระยะโฮวาเจ็ดวัน (ช่วงเวลาอันครบสมบูรณ์) เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ในตลอดช่วงเวลาแห่งชีวิตคริสเตียนของเรา เราถวายพระคริสต์เป็นอาหารแด่พระเจ้าอย่างไม่หยุดยั้ง. ที่โต๊ะงานเลี้ยงขององค์พระผู้เป็นเจ้า เราแสดงให้ทั่วทั้งจักรวาลเห็นว่า ในหนึ่งสัปดาห์เราปรับใช้พระคริสต์เป็นอาหารที่ไม่มีเชื้อของเราทุกๆ วัน เป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของเราและออกห่างจากความบาป (1กธ.5:7–8) นอกจากนั้นเราได้นำพระองค์มาร่วมงานเลี้ยงด้วย. จากนั้นเรานำพระองค์ผู้นี้ที่เราได้รับสุขถวายแด่พระเจ้าเพื่อความอิ่มหนำของพระองค์.
ลวต. 23:10 1 เทศกาลเลี้ยงครั้งที่สามของแต่ละปีคือเทศกาลเลี้ยงผลสุกงอมรุ่นแรก ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ผู้เป็นขึ้นในฐานะผลสุกงอมรุ่นแรก (1กธ.15:20) คืองานเลี้ยงที่ให้เรารับสุขในการเป็นขึ้น (ดู 1กธ.15:20 คำอธิบาย 2 และ มธ.27:53 คำอธิบาย 1). พระคริสต์ถูกตรึงบนกางเขนในวันเทศกาลเลี้ยงปัศคา (มก.14:12 คำอธิบาย 2) จากนั้นในวันที่สาม (1กธ.15:4) ก็คือวันถัดจากวันซะบาโต (ข้อ 11, ยฮ.20:1) พระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์. การคืนพระชนม์ของพระคริสต์คือการสำเร็จเป็นจริงของเทศกาลเลี้ยงผลสุกงอมรุ่นแรก และก็เป็นความเที่ยงแท้ของเทศกาลนี้.
ลวต. 23:10 ก อซด.23:19; 34:26; อฤธ.15:20–21; 28:26; พบญ.26:1–2; เทียบ วว.14:4
ลวต. 23:11 ก อซด.29:24; ลวต.23:20
ลวต. 23:11 1 การเอาฟ่อนข้าวยกขึ้นแกว่งไปมาต่อพระพักตร์พระยะโฮวาเพื่อจะเป็นที่ยินดีรับไว้เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ทรงเป็นขึ้นเพื่อให้เราได้รับการโปรดให้ชอบธรรมต่อพระพักตร์พระเจ้าและเป็นที่ยินดีรับไว้ของพระเจ้า (รม.4:25ข).
ลวต. 23:11 ข ลวต.23:15; เทียบ มธ.28:1; ยฮ.20:1
ลวต. 23:12 ก ลวต.1:10
ลวต. 23:12 1ก ในวันถวายเครื่องบูชาแกว่ง จงถวายลูกแกะตัวผู้หนึ่งขวบปราศจากด่างพร้อยแด่พระยะโฮวาเป็นเครื่องบูชาเผา ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ผู้เป็นขึ้นทรงใหม่สด ละเอียดอ่อน นุ่มนวล เข้มแข็ง และไม่มีด่างพร้อยอันใด พระองค์ถูกถวายแด่พระเจ้าเป็นเครื่องบูชาเผาและเป็นอยู่เพื่อพระเจ้าอย่างเด็ดขาด. เครื่องบูชานี้ไม่เพียงบ่งชี้เป็นนัยถึงตัวพระคริสต์เอง แต่ยังบ่งชี้เป็นนัยถึงผู้เชื่อทั้งหมดของพระองค์ด้วย ซึ่งก็คือคนที่อยู่ในพระองค์และร่วมเป็นขึ้นกับพระองค์ (อฟ.2:6). ผู้เชื่อถูกถวายแด่พระเจ้าเป็นเครื่องบูชาเผาในพระคริสต์และร่วมกับพระคริสต์ เช่นนี้เขาจึงสามารถดำเนินชีวิตที่เป็นอยู่เพื่อพระเจ้าอย่างเด็ดขาด.
ลวต. 23:13 1 เครื่องบูชาธัญญาหารในที่นี่ เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ผู้เป็นขึ้นทรงเป็นเครื่องบูชาธัญญาหารอันผสมกลมกลืนกับพระวิญญาณผู้ทรงทำการชโลมและถวายแก่พระเจ้าเป็นอาหารในการเป็นขึ้นของพระคริสต์ให้เป็นกลิ่นหอมเพื่อเป็นที่ชอบพระทัยของพระเจ้า.
ลวต. 23:13 ก อซด.29:40
ลวต. 23:13 2ก เครื่องบูชาขั้นพื้นฐาน 5 อย่างใน 1:1—6:7 ก็เป็นแบบเล็งถึงด้านต่างๆ แห่งสิ่งที่พระคริสต์ทรงเป็นสำหรับพระเจ้าเพื่อเรา. เครื่องบูชาดื่มก็คือเครื่องบูชาที่เพิ่มเข้ามานอกเหนือจากเครื่องบูชาพื้นฐาน. เครื่องบูชาดื่มเป็นการเพิ่มเติมนอกเหนือจากเครื่องบูชาพื้นฐานและถูกเทลงบนเครื่องบูชาพื้นฐาน (อฤธ.15:1–10, 28:7–10). เครื่องบูชาดื่มที่ถวายพร้อมกับเครื่องบูชาเผา (ข้อ 12) และเครื่องบูชาธัญญาหารในวันเทศกาลเลี้ยงแห่งผลสุกงอมรุ่นแรก เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ผู้เป็นขึ้นทรงมีชีวิตเป็นอยู่เพื่อพระเจ้าอย่างเด็ดขาดและถูกเทออกบนกางเขนในชีวิตฝ่ายมนุษย์ของพระองค์ (ยซย.53:12ข, ฟป.2:5–8) และถูกถวายแด่พระเจ้าในการเป็นขึ้นเป็นการรับสุขของพระเจ้า. เทียบ ฟป.2:17 และคำอธิบาย 1, 2ตธ.4:6 และคำอธิบาย 1.
ลวต. 23:14 1 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ผู้เป็นขึ้นได้เสด็จสู่สวรรค์ทั้งหลาย และนำตัวพระองค์เองถวายแด่พระเจ้าในการเป็นขึ้นของพระองค์พร้อมด้วยผลทั้งปวง เป็นอาหารของพระเจ้าเพื่อความอิ่มหนำของพระองค์ก่อน (ยฮ.20:17 และคำอธิบาย 1) จากนั้น พระองค์จึงได้กลายเป็นการหล่อเลี้ยงของมนุษย์เพื่อความอิ่มหนำของเขา.
ลวต. 23:15 ก เทียบ อซด.34:22; พบญ.16:9
ลวต. 23:15 ข
ลวต. 23:15 1 หรือ เจ็ดวัน. หลังจากเทศกาลเลี้ยงแห่งผลสุกงอมรุ่นแรกก็ตามมาด้วยเทศกาลเลี้ยงเพ็นเทคอสหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เทศกาลเลี้ยงครบรอบเจ็ดสัปดาห์ (พบญ.16:10) และเทศกาลเลี้ยงเก็บเกี่ยว (อซด.23:16).
ลวต. 23:16 ก เทียบ กจ.2:1
ลวต. 23:16 1ก ดู กจ.2:1 และคำอธิบาย. เทศกาลเลี้ยงเพ็นเทคอสก็คือ เทศกาลเลี้ยงแห่งวันที่ 50 นับจากวันถัดจากวันซะบาโตคือนับจากวันที่นำฟ่อนข้าวที่เป็นเครื่องบูชาแกว่งถวายแด่พระเจ้า (ข้อ 11) จนถึงวันถัดจากวันซะบาโตที่เจ็ด (ข้อ 15). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ความบริบูรณ์ที่เพิ่มเป็นเจ็ดเท่าแห่งการเป็นขึ้นของพระคริสต์บรรลุถึงขอบเขตที่สมบูรณ์ครบถ้วน และแบกรับหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างสมบูรณ์ ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งโดยหมายเลข 50 (อันประกอบด้วย 10x5 โดยมีหมายเลข 10 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความบริบูรณ์ และหมายเลข 5 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ) เพื่อเป็นพยานแห่งการเป็นขึ้น.
ในวันเพ็นเทคอสในยุคพันธสัญญาใหม่ การสำเร็จสุดยอดของพระเจ้าตรีเอกภาพ ซึ่งก็คือพระวิญญาณที่ครอบคุลมสรรพสิ่ง, ประทานชีวิต, และผสมผสานรวมกันของพระเจ้าตรีเอกภาพที่ทรงผ่านขั้นตอน อันเป็นการสรุปรวมของพระเจ้าตรีเอกภาพ ได้ทรงชโลมบนตัวสาวก 120 คนที่เป็นตัวแทนของพระกายของพระคริสต์ ผลลัพธ์แห่งการชโลมของพระวิญญาณแห่งแผนการบริหารของพระเจ้าเช่นนี้ก็นำมาซึ่งการก่อกำเนิดพระกายของพระคริสต์เป็นการเพิ่มทวีและการขยายใหญ่ขึ้นของพระคริสต์แห่งปัจเจกชนผู้ไร้ขอบเขตจำกัด ทำให้พระองค์กลายเป็นพระคริสต์แห่งกลุ่มชนระดับจักรวาล (1กธ.12:12–13) ซึ่งก็คือการผสมกลมกลืนระหว่างพระเจ้าตรีเอกภาพที่ทรงผ่านขั้นตอนและสำเร็จสุดยอดกับผู้คนที่พระองค์ทรงเลือกสรรและไถ่ไว้ และจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่.
ลวต. 23:16 ข อฤธ.28:26
ลวต. 23:17 1 เครื่องบูชาธัญญาหารใหม่ที่ถวายแด่พระยะโฮวา (ข้อ 16) คือขนมปังปิ้งที่ใส่เชื้อสองอันถวายแด่พระยะโฮวาเป็นผลสุกงอมรุ่นแรก นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ในช่วงเวลาที่เป็นผลสุกงอมรุ่นแรก (แป้งละเอียดที่ไม่มีเชื้อ) ได้กลายเป็นคริสตจักรซึ่งก็คือพระกายของพระคริสต์ที่ประกอบด้วยสองส่วน (ขนมปังสองอัน—1กธ.10:17) ในช่วงเวลาของเทศกาลเลี้ยงเพ็นเทคอส ถวายแด่พระเจ้าเป็นเครื่องบูชาธัญญาหารใหม่เพื่อความอิ่มหนำของพระองค์. ส่วนหนึ่งประกอบด้วยผู้เชื่อชาวยิว (กจ.1:1–4) อีกส่วนหนึ่งประกอบด้วยผู้เชื่อชาวต่างชาติ (กจ.10:34–38) ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ล้วนมีความบาป มีเครื่องหมายโดยเชื้อที่อยู่ภายใน (เทียบ กจ.5:1–11, 6:1).
ขนมปังสองอันนี้ก็คือผลแรกที่ถวายแด่พระยะโฮวา ซึ่งบ่งชี้ว่าไม่เพียงพระคริสต์ทรงเป็นผลสุกงอมรุ่นแรก แต่คริสตจักรก็เป็นผลสุกงอมรุ่นแรกเช่นกัน. พระคริสต์ที่เป็นผลสุกงอมรุ่นแรกทรงเป็นแป้งละเอียด พระองค์ทรงเป็นผลสุกงอมรุ่นแรกในวันแห่งการเป็นขึ้น (1กธ.15:20, ยฮ.20:17). ในที่สุดแป้งละเอียดนี้กลายเป็นขนมปังสองอันในวันเพ็นเทคอส. ตามแบบเล็ง นี่บ่งชี้ว่า พระคริสต์กลายเป็นคริสตจักร และคริสตจักรเป็นการขยายใหญ่ขึ้นของพระคริสต์ (ยฮ.3:29–30, 1กธ.12:12, กซ.3:10–11).
ลวต. 23:17 ก เทียบ ลวต.7:13
ลวต. 23:18 1 การนำเครื่องบูชาเผา เครื่องบูชาธัญญาหาร เครื่องบูชาดื่มและขนมปังถวายพร้อมกัน เป็นเครื่องหมายเล็งว่า คริสตจักรในวันเพ็นเทคอสนั้นคือมนุษย์แห่งกลุ่มชน สำหรับเป็นเครื่องบูชาเผาถวายแด่พระเจ้า และเป็นอยู่เพื่อพระเจ้าอย่างเด็ดขาด การดำเนินชีวิตของเขาเปรียบเสมือนเครื่องบูชาธัญญาหารที่ใส่เชื้อ (ความบาป) และยังประดุจเครื่องบูชาดื่ม (เทชีวิตออกมาเพื่อพระเจ้าโดยการพลีชีพ—ฟป.2:17, 2ตธ.4:6) ที่กลายเป็นเครื่องบูชากระทำด้วยไฟอันเป็นที่ยินดีรับไว้ของพระเจ้าโดยการถูกเผาผลาญ เพื่อความอิ่มหนำของพระเจ้าและมนุษย์.
ลวต. 23:19 1 การนำเครื่องบูชาไถ่บาปและเครื่องบูชาสันติสุขพร้อมด้วยขนมปังถวายเป็นเครื่องบูชาแกว่ง (ข้อ 20) เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ในวันเพ็นเทคอสเนื่องจากคริสตจักรมีบาป (เทียบ กจ.5:1–11) จึงต้องการพระคริสต์เป็นเครื่องบูชาไถ่บาป นอกจากนั้น เพราะเหตุการสามัคคีธรรมระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ และระหว่างมนุษย์ซึ่งกันและกัน ก็ต้องการพระคริสต์เป็นเครื่องบูชาสันติสุขเช่นกัน. ในขณะเดียวกันคริสตจักรยังรับสุขพระคริสต์เป็นเครื่องบูชาแกว่ง ซึ่งก็คือการเป็นขึ้น (แกว่งไปมา) ถวายแด่พระเจ้าเป็นองค์ผู้ทรงเป็นการรับสุขของคริสตจักร.
ลวต. 23:21 1 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าผู้คนที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้ซึ่งก็คือคริสตจักรรับสุขพระคริสต์ร่วมกับพระเจ้า โดยไม่ต้องการการทำงานตรากตรำหนักใดๆ ของมนุษย์มาเพิ่มเติมอะไร.
ลวต. 23:22 ก ลวต.19:9–10; เทียบ พบญ.24:19; นรธ.2:2–3, 7, 17
ลวต. 23:22 1 พืชผลที่มุมนาต้องเหลือไว้ ส่วนที่ตกเมื่อเก็บเกี่ยวต้องทิ้งไว้ให้คนจนและคนต่างแดน นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ในเทศกาลเพ็นเทคอส พระคุณของพระคริสต์ที่อยู่ในการเป็นขึ้นของพระองค์ยังมีส่วนที่เหลืออยู่เพื่อชาวต่างชาติได้มีส่วน. ดู นรธ.2:2–3 คำอธิบาย เทียบ มธ.15:21–28 และคำอธิบาย.
ลวต. 23:24 ก ข้อ 24–25; อฤธ.29:1–2
ลวต. 23:24 ข เทียบ ลวต.25:9
ลวต. 23:24 1ข เทศกาลเป่าแตร เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระเจ้าทรงร้องเรียกและรวบรวมพลไพร่ที่กระจัดกระจายของพระองค์ (ชนชาติอิสราเอลที่กระจายออกไป) และเตือนสติเขา พระองค์จะมีการทรงเรียกต่อเขาเช่นนี้ (มธ.24:31, เทียบ ยซย.27:13, บพส.81:31). เทศกาลนี้จัดขึ้นในวันที่หนึ่งเดือนเจ็ด ซึ่งก็คือการเริ่มต้นของครึ่งปีหลัง อันเป็นเครื่องหมายเล็งว่า การไถ่ของพระเจ้าอีกครึ่งหนึ่งจะสำเร็จบนตัวของชนชาติอิสราเอล โดยที่การไถ่ของพระเจ้าครึ่งแรกได้สำเร็จบนตัวของคริสตจักรแล้ว. ช่วงเวลาระหว่างเทศกาลเพ็นเทคอสกับเทศกาลเป่าแตรนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงยุคคริสตจักร ซึ่งก็คือยุคลับลึกอันเริ่มจากวันเพ็นเทคอสแห่งการก่อกำเนิดของคริสตจักร จนกระทั่งองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จกลับมา ในเวลานั้นพระเจ้าจะทรงรวบรวมชาวยิวที่กระจัดกระจายให้กลับคืนสู่แผ่นดินแห่งบรรพบุรุษของเขา. การที่พระเจ้าทรงร้องเรียกพลไพร่ของพระองค์ให้กลับมาพร้อมกันจากการกระจายไปตามที่ต่างๆ เพื่อให้เขามีการประชุมอันบริสุทธิ์ เป็นเครื่องหมายเล็งว่าเขาได้หันสู่พระเจ้า (กลับใจ) กลายเป็นพลไพร่แห่งกลุ่มชน. นี่เป็นการระลึกถึงและการพักสงบสำหรับพลไพร่ที่พระเจ้าทรงรวบรวมไว้ในเทศกาลนี้เขาสามารถนำพระคริสต์ถวายแด่พระเจ้าเป็นอาหาร เพื่อความอิ่มหนำร่วมกันของพระเจ้าและมนุษย์ (ข้อ 25).
ลวต. 23:27 ก ข้อ 27–28; อฤธ.29:7–8; ลวต.16:29–30
ลวต. 23:27 1 ว่าตามด้านฝ่ายวิญญาณแล้ว การเป่าแตรเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการป่าวประกาศกิตติคุณคือร้องเรียกให้คนบาปกลับใจและได้รับความรอด (เทียบ 25:9 คำอธิบาย 1) การปกปิดบาปเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการไถ่ของพระคริสต์ (ดู 16:1 คำอธิบาย 1). เทศกาลปกปิดบาปตามหลังเทศกาลเป่าแตรทันที ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่ชนชาติอิสราเอลกลับใจหันสู่พระเจ้า กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่า วันที่มนุษย์ได้รับการไถ่นั้นตามหลังการเป่าแตรแห่งกิตติคุณและการที่บุคคลนี้ตอบสนองเสียงแตรด้วยการกลับใจ. วันปกปิดบาปมีการปรับใช้สองชั้น. ตามความหมายฝ่ายวิญญาณ ข้อนี้ได้ถูกปรับใช้กับผู้เชื่อพันธสัญญาใหม่แล้ว ตามความหมายของตัวอักษร ข้อนี้จะถูกปรับใช้กับชาวยิวในอนาคต.
ลวต. 23:27 2 การที่พลไพร่ทนทุกข์ในจิต และถวายเครื่องบูชากระทำด้วยไฟแด่พระยะโฮวา (ข้อ 27ข ,29) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความเศร้าสลดเสียใจและชอกช้ำใจเพราะความบาป และถวายพระคริสต์แก่พระเจ้าเป็นอาหารเพื่อพระเจ้ากับมนุษย์มีความอิ่มหนำร่วมกัน. นี่ก็คือสิ่งที่ชาวยิวจะกระทำเมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา (ซคย.12:10–14, มธ.24:30, วว.1:7).
ลวต. 23:28 1 พลไพร่ห้ามกระทำการใดๆ แต่ต้องมีวันซะบาโตแห่งการพักสงบอย่างครบสมบูรณ์ (ข้อ 28, 30–32ก) ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่ไม่ต้องกระทำการใดๆ เพื่อการได้รับการไถ่ของตนเพียงแต่ต้องพักสงบในการไถ่ที่พระเจ้าทรงกระทำสำเร็จเพื่อเขา และให้พระเจ้าสามารถได้รับการพักสงบในคนที่พระองค์ทรงไถ่นั้น.
ลวต. 23:34 ก ข้อ 34–36; อฤธ.29:12–13
ลวต. 23:34 ข อซด.34:22; พบญ.16:13; อษร.3:4; นฮย.8:14
ลวต. 23:34 1ข กล่าวคือ เทศกาลรวบรวมพืชผล (อซด.23:16ข). ดู อซด.23:16 คำอธิบาย 2.
ลวต. 23:34 2 หรือ อยู่เพิง.
ลวต. 23:34 3 เจ็ดวันในที่นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงช่วงเวลาที่ครบถ้วน อันได้แก่หนึ่งพันปีในอาณาจักรพันปี.
ลวต. 23:36 1 ในเจ็ดวันนั้นจงถวายเครื่องบูชากระทำด้วยไฟแด่พระยะโฮวา ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการนำพระคริสต์ถวายแด่พระเจ้าเป็นอาหารทุกๆ วัน เพื่อความอิ่มหนำร่วมกันของพระเจ้าและมนุษย์. ตามแบบเล็งนี้ในอาณาจักรพันปีนั้น ต้องถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าทุกวัน ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่าในประสบการณ์ของเราพระคริสต์ทรงเป็นอาหารของพระเจ้าที่ถวายแด่พระเจ้าเพื่อความอิ่มหนำของพระองค์ เราก็สามารถรับสุขการพักสงบกับพระเจ้าซึ่งกันและกัน.
ลวต. 23:36 ก อฤธ.29:35
ลวต. 23:36 2ก นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พลไพร่ของพระเจ้าก็คือชุมนุมชนอันบริสุทธิ์ที่นำพระคริสต์ผู้เป็นขึ้น (มีเครื่องหมายโดยวันที่ 8—ยฮ.20:1) ถวายแด่พระเจ้าเป็นอาหารเพื่อความอิ่มหนำร่วมกันของพระเจ้าและมนุษย์เขาไม่ต้องทำสิ่งใด เพียงแต่ต้องพักสงบ. นี่บ่งชี้ว่า ตลอดหนึ่งพันปีของอาณาจักรพันปี จะเป็นการพักสงบของพระเจ้าและพลไพร่ของพระองค์. ดู ฮร.4:9 คำอธิบาย 1.
ลวต. 23:39 ก อซด.23:16; พบญ.16:13
ลวต. 23:39 1ก นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า อาณาจักรพันปีจะมาถึง หลังจากที่พระเจ้าได้ทรงเก็บเกี่ยวสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ที่จะได้รับบนแผ่นดินโลกผ่านสามกาลสมัยก่อนอาณาจักรพันปี ซึ่งได้แก่ กาลสมัยก่อนพระบัญญัติ (ตั้งแต่ อาดามจนถึงโมเซ — รม.5:14), กาลสมัยแห่งกฎบัญญัติ (ตั้งแต่โมเซจนถึงการเสด็จมาครั้งแรกของพระคริสต์ — ยฮ.1:17), และกาลสมัยแห่งคริสตจักร (ตั้งแต่วันของเทศกาลเพ็นเทคอสจนถึงการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสต์ — กจ.1:11). อาณาจักรพันปีซึ่งก็คือยุคอาณาจักร (วว.20:4, 6) จะเป็นกาลสมัยที่สี่ของฟ้าเก่าแผ่นดินโลกเก่า ทั้งยังเป็นกาลสมัยสุดท้ายซึ่งจะนำเข้าสู่ฟ้าใหม่แผ่นดินโลกใหม่และกรุงเยรูซาเล็มใหม่ตราบชั่วนิรันดร์ (วว.21:1–3).
ลวต. 23:40 1 หรือ ผลผลิต. ต้นไม้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงสภาพมนุษย์ของพระคริสต์ (ดู 1พกษ.6:15 คำอธิบาย 1). ต้นไม้ในข้อนี้เป็นรูปภาพบรรยายว่าสภาพการณ์ด้านต่างๆ ของสภาพมนุษย์ของพระคริสต์ เช่น ความเขียวสดไม่ร่วงโรย การบำรุงเลี้ยง ความงดงาม และความอุดมสมบูรณ์เป็นต้น จะสำแดงออกมาจากการดำเนินชีวิตของผู้มีชัยชนะท่ามกลางพลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่ในอาณาจักรพันปี.
ลวต. 23:40 ก เทียบ นฮย.8:15–17; มธ.21:8; ยฮ.12:13; วว.7:9
ลวต. 23:40 2ก ดู วว.7:9 คำอธิบาย 3.
ลวต. 23:42 1 อาณาจักรพันปีที่จะมาถึงจะเป็นการสรุปรวมของการงานทั้งหมดของพระเจ้าที่ทรงกระทำบนตัวของพลไพร่ที่พระองค์ทรงไถ่ในตลอดช่วงระยะเวลาแห่งยุคสมัยต่างๆ (กาลสมัยต่างๆ) ในสิ่งทรงสร้างเก่าของพระองค์. พลไพร่พักในเพิงเจ็ดวันซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ในสี่กาลสมัยของสิ่งทรงสร้างเก่านั้น มนุษย์ไม่มีที่อาศัยที่มั่นคง. ในที่สุดพลับพลาที่เคลื่อนย้ายได้ในปัจจุบันจะกลายเป็นที่อยู่อันมั่นคงซึ่งก็คือ กรุงเยรูซาเล็มใหม่อันมีฐานราก 12 ชั้น เพื่อพลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่ (ฮร.11:8–10, วว.21:2–3, 14). ดู ยฮ.7:2 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 3.
ลวต. 23:42 ก พบญ.31:10–11; นฮย.8:14
ลวต. 23:44 1 เทศกาลเลี้ยงทั้งเจ็ดในบทนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกมีสี่เทศกาลเลี้ยงและกลุ่มที่สองมีสามเทศกาลเลี้ยง. สี่เทศกาลเลี้ยงที่เป็นกลุ่มแรกล้วนจัดขึ้นในครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึง เวลาที่พระคริสต์ทรงตรึงตาย, เป็นขึ้น, เสด็จสู่สวรรค์, และเทพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมา. สามเทศกาลเลี้ยงที่เป็นกลุ่มที่สองจัดขึ้นในเดือนเจ็ดของทุกปี ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงเวลาที่พระคริสต์เสด็จกลับมา. ตามการสำเร็จเป็นจริงแห่งกาลสมัยนั้น สี่เทศกาลแรกได้เกิดขึ้นแล้ว ขณะสามเทศกาลหลังจะเกิดขึ้นในอนาคต. เทศกาลปัศคาได้สำเร็จเป็นจริงในวันที่พระคริสต์ทรงตรึงตาย (มธ.26:2, 17–19, 26–28, 1กธ.5:7). เทศกาลขนมปังไร้เชื้อกำลังสำเร็จเป็นจริงในยุคคริสตจักร (1กธ.5:7-8). เทศกาลผลสุกงอมรุ่นแรกได้ได้สำเร็จเป็นจริงในวันที่พระคริสต์ทรงเป็นขึ้น (1กธ.15:20) ซึ่งเป็นเวลาที่ได้ก่อกำเนิดอวัยวะของพระคริสต์เพื่อก่อรูปเป็นคริสตจักร (1ปต.1:3, อฟ.2:6). เทศกาลเพ็นเทคอสได้สำเร็จเป็นจริงในวันที่ห้าสิบหลังจากการเป็นขึ้นของพระคริสต์ ซึ่งก็คือวันที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เทลงมา (กจ.2.1–4, เทียบ กจ.1:3) ซึ่งเป็นเวลาที่พระคริสต์ผู้เป็นขึ้นและเสด็จสู่สวรรค์ในฐานะพระวิญญาณที่สำเร็จสุดยอด, ครอบคลุมสรรพสิ่ง, และประทานชีวิตทรงเทตัวของพระองค์ลงบนเหล่าอวัยวะของพระองค์เพื่อก่อรูปขึ้นเป็นคริสตจักร. เทศกาลเป่าแตรจะสำเร็จเป็นจริงในขณะที่พระคริสต์เสด็จกลับมา (มธ.24:31). เทศกาลปกปิดบาปจะสำเร็จเป็นจริงในวันที่ชนชาติอิสราเอลถูกรวบรวมและกลับคืนสู่แผ่นดินแห่งบรรพบุรุษของเขาและหันใจกลับสู่พระเจ้า (รม.11:26–27, ซคย.12:10–14). เทศกาลตั้งทับอาศัยจะสำเร็จเป็นจริงในอาณาจักรพันปีที่จะมาถึงเป็นเวลาหนึ่งพันปี (วว.20:4–6) ซึ่งเป็นการสรุปรวมของยุคสมัยทั้งปวงแห่งสิ่งทรงสร้างเก่าของพระเจ้า เพื่อการมาถึงของฟ้าใหม่แผ่นดินโลกใหม่ซึ่งมีกรุงเยรูซาเล็มใหม่เป็นศูนย์กลาง (วว.2:11–2).
สารบัญ