เลวีติโก บทที่ 10
4. บทเรียนและกฎข้อบังคับของปุโรหิต
10:1-20
10:1-20
(1) จากบทเรียนของนาดาบและอะบีฮู
ข้อ 1-11
ข้อ 1-11
ลวต.
10:1 1นาดาบและอะบีฮูบุตรชายของอาโรนทั้งสองคนต่างเอากระถางไฟของตนเองมา แล้วใส่ไฟในนั้นใส่เครื่องหอมลงไป เขาได้ถวายด้วย2กไฟธรรมดาต่อพระพักตร์พระยะโฮวาซึ่งพระองค์มิได้ตรัสสั่งแก่เขา.
ลวต.
10:2 และมี1กไฟออกมาจากพระยะโฮวาเผาผลาญทั้งสองคนนั้น เขาทั้งสองก็ตายต่อพระพักตร์พระยะโฮวา.
ลวต.
10:3 ครั้งนั้นโมเซจึงกล่าวแก่อาโรนว่า “พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า กท่ามกลางคนที่อยู่ใกล้ชิดเรา เราจะ1สำแดงความบริสุทธิ์ของเราต่อหน้าประชาชนทั้งปวงเราจะต้อง1ได้รับสง่าราศี” ฝ่ายอาโรนก็นิ่งอยู่.
ลวต.
10:4 โมเซจึงเรียกมิศอาลและเอละซาฟานบุตรชายของอุซีเอล อาของอาโรนพูดแก่เขาว่า “จงเข้ามาใกล้แล้วหามเอาพี่น้องของท่านออกไปจากหน้าสถานที่บริสุทธิ์ไปยัง1ภายนอกค่าย”.
ลวต.
10:5 เขาจึงเข้ามาใกล้และหามร่างคนทั้งสองซึ่งยังสวมเสื้อตัวในออกไปนอกค่ายตามคำที่โมเซสั่งนั้น.
ลวต.
10:6 และโมเซสั่งแก่อาโรน และเอละอาซารและอีธามารบุตรของอาโรนว่า “ท่านทั้งหลายอย่า1ปล่อยให้ผมห้อยยุ่งเหยิงหรือ1ฉีกเสื้อผ้าของตนเพื่อท่านจะไม่ตาย และเพื่อพระพิโรธจะไม่ตกเหนือชุมนุมชน แต่ให้พี่น้องทั้งหลายของท่าน คือวงศ์วานอิสราเอล2ร้องไห้เพราะการที่พระยะโฮวาได้เผาผลาญเสียนั้น
ลวต.
10:7 และท่านทั้งหลายอย่าได้ออกไปจากประตูกระโจมประชุม เพื่อท่านจะไม่ตายเสียเพราะกน้ำมันชโลมของพระยะโฮวาอยู่บนท่านทั้งหลาย” และเขาทั้งหลายได้ทำตามคำของโมเซนั้น.
ลวต.
10:8 และพระยะโฮวาตรัสแก่อาโรนว่า
ลวต.
10:9 “1อย่าได้ดื่มกเหล้าอ่อนหรือเหล้าแก่ทั้งเจ้าก็ดี หรือบุตรชายทั้งหลายของเจ้าก็ดี เมื่อจะเข้าในกระโจมประชุมเพื่อเจ้าจะไม่ตายเสีย นี่จะเป็นบทบัญญัติถาวรสืบไปในทุกชั่วอายุทั้งหลายของเจ้า
ลวต.
10:10 เพื่อเจ้าทั้งหลายจะได้แบ่งแยกของบริสุทธิ์และของธรรมดา และแบ่งแยกของสะอาดและของไม่สะอาด
ลวต.
10:11 เพื่อเจ้าทั้งหลายจะได้สั่งสอนชนชาติอิสราเอลด้วยบรรดาบทบัญญัติที่พระยะโฮวาได้ตรัสแก่เขาผ่านโมเซ.”
(2) กฎข้อบังคับของปุโรหิต
ข้อ 12-20
ข้อ 12-20
ลวต.
10:12 และโมเซกล่าวแก่อาโรน และเอละอาซารและอีธามาร บุตรชายของอาโรนที่เหลืออยู่นั้นว่า “จงเอา1เครื่องบูชาธัญญาหารที่กเหลือจากเครื่องบูชาที่กระทำด้วยไฟถวายพระยะโฮวานั้น มารับประทานเสียที่ริมแท่นบูชาโดยไม่ใส่เชื้อเพราะเป็นของบริสุทธิ์ที่สุด.
ลวต.
10:13 จงรับประทานในสถานที่บริสุทธิ์เพราะนี่เป็นกส่วนของเจ้าและส่วนของบุตรชายของเจ้า ที่มาจากเครื่องบูชากระทำด้วยไฟถวายแก่พระยะโฮวาตามที่เราได้รับคำสั่งมานั้น.
ลวต.
10:14 และ1อกของเครื่องบูชาแกว่งกับ1โคนขาของเครื่องบูชายกนั้น ท่านจงรับประทานเสียในสถานที่สะอาด ท่านเองก็ดีและบุตรชายหญิงของท่านก็ดีจงรับประทานร่วมกัน เพราะนี่เป็นส่วนของท่านและส่วนของบุตรชายของท่าน ที่มาจากเครื่องบูชาสันติสุขของชนชาติอิสราเอล.
ลวต.
10:15 และโคนขาที่เป็นเครื่องบูชายกกับอกที่เป็นเครื่องบูชาแกว่งนั้น เขาจะนำมาด้วยกันกับไขมันของเครื่องบูชาที่กระทำด้วยไฟเพื่อเป็นเครื่องบูชาแกว่งที่แกว่งไปมาต่อพระพักตร์พระยะโฮวา นี่จะเป็นบทบัญญัติถาวรสำหรับเจ้าและบุตรทั้งหลายของเจ้าตามคำที่พระยะโฮวาตรัสสั่งไว้นั้น.”
ลวต.
10:16 และโมเซได้พยายามถามหากแพะตัวผู้สำหรับเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป แต่เขาได้เผาเสียแล้ว โมเซจึงโกรธเอละอาซาร และอีธามารบุตรชายที่เหลือของอาโรนนั้นว่า
ลวต.
10:17 “เหตุไฉนท่านมิได้กรับประทานเครื่องบูชาไถ่บาปในที่บริสุทธิ์ เพราะเป็นของบริสุทธิ์ที่สุด และพระเจ้าได้ประทานแก่ท่านเพื่อ1แบกรับความบาปของชุมนุมชน และเพื่อจะ2ปกปิดบาปของเขาต่อพระพักตร์พระยะโฮวา.
ลวต.
10:18 ดูเถิด กเลือดของสัตว์บูชานั้นท่านไม่ได้นำเข้ามาในที่บริสุทธิ์ ส่วนเนื้อสัตว์บูชานั้น ท่านควรจะรับประทานเสียในที่บริสุทธิ์ตามคำที่เราสั่งไว้นั้น.”
ลวต.
10:19 อาโรนก็กล่าวแก่โมเซว่า “ดูเถิดวันนี้เขาได้ถวายเครื่องบูชาไถ่บาป และเครื่องบูชาเผาของเขาต่อพระพักตร์พระยะโฮวา และเหตุการณ์ทั้งปวงนี้ก็บังเกิดแก่ข้า ถ้าหากว่าข้าพเจ้าได้1รับประทานเครื่องบูชาไถ่บาปวันนี้แล้ว พระยะโฮวาจะทรงเห็นดีด้วยหรือ”
ลวต.
10:20 ครั้นโมเซได้ยินดังนั้นก็เห็นดีด้วย.
คำอธิบาย เลวีติโก บทที่ 10
ลวต.
10:1 1 สภาพการณ์ในด้านลบเกี่ยวกับนาดาบและอะบีฮูบุตรชายของอาโรน ได้เกิดขึ้นหลังจากวันแห่งสง่าราศีและการอวยพรซึ่งถูกบรรยายไว้ใน 9:22–24 ไม่นาน อาจเกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของวันนั้น.
ลวต.
10:1 ก เทียบ วว.8:5
ลวต.
10:1 2ก ไฟธรรมดาที่นาดาบและอะบีฮูได้ถวายนั้นเป็นไฟธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่ไฟที่แบ่งแยกบริสุทธิ์. มันไม่ใช่ไฟที่มาจากแท่นบูชา (16:12) ซึ่งมาจากพระเจ้าและมาจากสวรรค์ (9:24) แต่เป็นไฟที่มาจากมนุษย์และมาจากแผ่นดิน โดยปราศจากการปกปิดบาปที่เป็นพื้นฐาน. ไฟธรรมดาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงใจที่ร้อนรนฝ่ายธรรมชาติ ความรักชอบฝ่ายธรรมชาติ กำลังฝ่ายธรรมชาติและความสามารถฝ่ายธรรมชาติซึ่งมนุษย์ได้นำไปถวายแด่พระเจ้า. นาดาบและอะบีฮูได้กระทำบางสิ่งเพื่อพระเจ้า แต่ได้กระทำโดยวิธีฝ่ายธรรมชาติ. ด้วยเหตุนี้พระเจ้าได้ทรงพิพากษาการถวายไฟธรรมดานี้โดยการเอาไฟเผาผลาญปุโรหิตสองคนนี้ (ข้อ 2). นี่เป็นการตักเตือนที่รุนแรงที่แสดงให้เราเห็นว่า ในการจับต้องเรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์นั้น เราต้องปรับใช้กางเขนกับชีวิตธรรมชาติของเรา. มิฉะนั้นหากเราจับต้องเรื่องราวอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าอย่างไม่ระมัดระวัง ความตายฝ่ายวิญญาณก็จะถูกนำเข้ามา กระทั่งอาจจะก่อให้เกิดความตายฝ่ายร่างกายด้วยซ้ำ (กจ.5:1–11; 1กธ.11:27–32; 1ยฮ.5:16) อันเป็นการพิพากษาที่มาจากพระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์. (ดู 2ซมอ.6;7 คำอธิบาย 2 และ ฮร.12:29 คำอธิบาย 1).
ลวต.
10:2 ก อฤธ.16:35; เทียบ ลวต.9:24
ลวต.
10:2 1ก ไฟนี้ตรงข้ามกับไฟธรรมดา. ไฟนี้มาจากพระเจ้าโดยไม่ใช่มาจากมนุษย์ และเป็นไฟที่มาจากสวรรค์ โดยไม่ใช่มาจากแผ่นดิน. ยิ่งกว่านั้น ไฟนี้มีไว้เพื่อการพิพากษา โดยไม่ใช่มีไว้เพื่อการต้อนรับ (เทียบ 9:24).
ลวต.
10:3 ก อซด.19:22; 29:43–44
ลวต.
10:3 1 ในด้านของพระเจ้าไฟแห่งการพิพากษาของพระองค์ (ข้อ 2) ก็ได้สำแดงความบริสุทธิ์ของพระองค์ท่ามกลางเหล่าผู้ปรนนิบัติพระองค์ที่อยู่ใกล้ชิดกับพระองค์ และได้ทำให้พระองค์ได้รับสง่าราศีต่อหน้าประชาชนทั้งปวงของพระองค์.
ลวต.
10:4 1 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ความตายที่ไม่บริสุทธิ์ควรถูกป้องกันให้ห่างจากสภาพแวดล้อมแห่งความบริสุทธิ์ของพระเจ้าและก็ให้ห่างจากการชุมนุมและการสามัคคีธรรมของพลไพร่ของพระเจ้า.
ลวต.
10:6 1 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า แม้กระทั่งญาติสนิทถูกพิพากษาถึงตาย ผู้ปรนนิบัติพระเจ้าก็ไม่ควรยึดเรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อที่จะไม่ยึดลำดับในเรื่องของการนอบน้อมต่ออำนาจแห่งความเป็นประมุขของพระคริสต์ (เทียบ 1กธ.11:10, 15) และทำลายความครบสมบูรณ์แห่งการประพฤติของเขา (เทียบ อซด.28:12 คำอธิบาย 1 และ 2) เพื่อเขาจะไม่ประสบความตายในชีวิตฝ่ายวิญญาณของเขาและไม่ให้พระเจ้าไม่พอพระทัยต่อพลไพร่ของพระองค์.
ลวต.
10:6 2 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พลไพร่ทั้งหมดของพระเจ้าควรโศกเศร้าเพราะการพิพากษาของพระเจ้าที่ทรงกระทำต่อความไม่บริสุทธิ์ของผู้ปรนนิบัติพระองค์.
ลวต.
10:7 ก ลวต.8:30; 21:12
ลวต.
10:9 1 คำกำชับนี้บ่งชี้ว่า สาเหตุที่นาดาบและอะบีฮูได้ประพฤติตัวอย่างไม่ระมัดระวัง และไร้ความยำเกรงในการนำไฟธรรมดาถวายแด่พระเจ้านั้นอาจเป็นเพราะว่าเขาได้มึนเมาด้วยเหล้าอ่อนเหล้าแก่. คำกำชับในข้อ 9–11 เป็นเครื่องหมายเล็งว่า เมื่อผู้ปรนนิบัติพระเจ้าเข้าไปในชีวิตคริสตจักร เขาไม่ควรดื่มสิ่งที่เป็นการรับสุขฝ่ายโลก ความสนใจฝ่ายเนื้อหนังหรือความตื่นเต้นฝ่ายธรรมชาติใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อเขาจะไม่ประสบความตายฝ่ายวิญญาณ แต่สามารถแยกแยะระหว่างของบริสุทธิ์และของธรรมดา ของไม่สะอาดและของบริสุทธิ์ และยังสามารถนำกฎเกณฑ์ของพระเจ้าสอนแก่พลไพร่ของพระองค์.
ลวต.
10:9 ก อฤธ.6:3; ยอค.44:21; ลก.1:15; เทียบ 1ตธ.3:3, 8
ลวต.
10:12 1 การรับประทานเครื่องบูชาธัญญาหารที่เหลือเป็นส่วนของปุโรหิตโดยไม่ใส่เชื้อในที่อันบริสุทธิ์ ซึ่งอยู่ริมแท่นบูชา (ข้อ 12–13) เป็นเครื่องหมายเล็งว่า หลังจากที่พระเจ้าได้ทรงรับสุขส่วนของพระองค์ (2:2, 9) ส่วนเหลือของพระคริสต์ในสภาพมนุษย์ของพระองค์ที่เป็นเครื่องบูชาธัญญาหารของเรานั้นก็มีไว้เพื่อให้เราซึ่งเป็นปุโรหิตแห่งพันธสัญญาใหม่รับสุข เป็นส่วนที่ปราศจากความบาป (ไร้เชื้อ) ในการสถิตอยู่ของพระเจ้า (ที่บริสุทธิ์) และอยู่ข้างๆ กางเขน (แท่นบูชา).
การพิพากษาของพระเจ้าที่มีต่อบุตรชายสองคนของอาโรนไม่ได้ทำให้พระเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อพลไพร่ของพระองค์สิ้นสุดลง. พระเจ้าได้ทรงประทานเครื่องบูชาธัญญาหารแก่อาโรนและบุตรชายสองคนของเขาทันทีต่อจากการพิพากษาและการแก้ไขแห่งการควบคุมสั่งสอนของพระเจ้าในข้อ 1–11 ซึ่งเป็นการสำแดงที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งถึงพระเมตตาและพระคุณของพระองค์.
การพิพากษาของพระเจ้าที่มีต่อบุตรชายสองคนของอาโรนไม่ได้ทำให้พระเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อพลไพร่ของพระองค์สิ้นสุดลง. พระเจ้าได้ทรงประทานเครื่องบูชาธัญญาหารแก่อาโรนและบุตรชายสองคนของเขาทันทีต่อจากการพิพากษาและการแก้ไขแห่งการควบคุมสั่งสอนของพระเจ้าในข้อ 1–11 ซึ่งเป็นการสำแดงที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งถึงพระเมตตาและพระคุณของพระองค์.
ลวต.
10:12 ก ลวต.2:3, 10
ลวต.
10:13 ก ลวต.2:3; 6:16; อฤธ.18:9–10
ลวต.
10:14 1 ดู 7:29 คำอธิบาย 1.
ลวต.
10:16 ก ลวต.9:15
ลวต.
10:17 ก ลวต.6:26
ลวต.
10:17 1 การที่ปุโรหิตรับสุขในเครื่องบูชาไถ่บาปเพื่อแบกรับความบาปของพลไพร่ เป็นเครื่องหมายเล็งว่า เราซึ่งเป็นปุโรหิตแห่งพันธสัญญาใหม่รับสุขพระคริสต์ที่เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปของผู้เชื่อ หมายความว่า มีส่วนในชีวิตของพระคริสต์ ซึ่งก็คือชีวิตที่แบกรับความบาปของผู้อื่นเป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของเรา เพื่อเราสามารถแบกรับปัญหาของพลไพร่ของพระเจ้า. การรับสุขพระคริสต์เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปของเราอย่างอุดมสมบูรณ์ในชีวิตคริสตจักร ทำให้เราสามารถนำพระคริสต์หล่อเลี้ยงแก่ผู้เชื่อเป็นชีวิตที่จัดการกับความบาปเพื่อเขาจะได้จัดการกับความบาปของตนและฟื้นฟูการสามัคคีธรรมของเขากับพระเจ้าที่ถูกตัดขาดไป (เทียบ ฆต.6:1–2; อฟ.4:2).
ลวต.
10:17 2 ดู 6:1 คำอธิบาย 1.
ลวต.
10:18 ก ลวต.6:30
ลวต.
10:19 1 อาโรนและบุตรชายของเขาไม่เหมาะสมที่จะรับประทานเครื่องบูชาไถ่บาป เนื่องด้วยความอ่อนแอของพวกเขา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพิพากษาที่พระเจ้ามีต่อนาดาบและอะบีฮู (ข้อ 16–17, 19–20). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า หากเราอ่อนแอ และไม่สามารถต้อนรับการพิพากษาของพระเจ้าอันมีต่อผู้ปรนนิบัติที่สนิทและใกล้ชิดกับเรา เราก็จะไม่สามารถรับสุขพระคริสต์เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปของเรา นั่นก็คือไม่อาจยึดชีวิตอันไม่มีบาปของพระองค์เป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของเราเพื่อเราสามารถนำพระองค์หล่อเลี้ยงแก่ผู้เชื่อเป็นชีวิตที่จัดการกับความบาปของเขา.
ในด้านหนึ่งอาโรนและบุตรชายของเขาอ่อนแอเพราะการพิพากษาของพระเจ้า แต่ในอีกด้านหนึ่ง อาโรนมีการพิจารณาอย่างถูกต้องด้วยว่าเขาและบุตรชายของเขาล้วนโศกเศร้าและไม่ยินดี หากรับประทานเครื่องบูชาไถ่บาปในสภาพการณ์เช่นนี้ย่อมไม่เป็นที่ชอบพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้า. ปฏิกิริยาของอาโรนทำให้โมเซผู้แทนของพระเจ้าชอบใจ (ข้อ 20). อาโรนและบุตรชายของเขาไม่ได้ถือตามกฎอันศักดิ์สิทธิ์อย่างตายตัว โดยไม่ได้เป็นเพราะการไม่นอบน้อม แต่เพราะการพิจารณาถึงสภาพการณ์ของเขาในทางบวก. กรณีนี้บ่งชี้ว่า เกี่ยวกับการถือรักษากฎเกณฑ์ที่กำหนดโดยพระเจ้านั้นจะมีทางหนีทีไล่ที่จะพิจารณาได้ในพระเมตตาของพระเจ้า. สิ่งที่อาโรนและบุตรชายของเขาได้กระทำนั้น ราวกับว่าเป็นการละเมิดกฎเกณฑ์ของพระเจ้า แต่แท้จริงแล้วเป็นการกระทำด้วยสติปัญญา.
ในด้านหนึ่งอาโรนและบุตรชายของเขาอ่อนแอเพราะการพิพากษาของพระเจ้า แต่ในอีกด้านหนึ่ง อาโรนมีการพิจารณาอย่างถูกต้องด้วยว่าเขาและบุตรชายของเขาล้วนโศกเศร้าและไม่ยินดี หากรับประทานเครื่องบูชาไถ่บาปในสภาพการณ์เช่นนี้ย่อมไม่เป็นที่ชอบพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้า. ปฏิกิริยาของอาโรนทำให้โมเซผู้แทนของพระเจ้าชอบใจ (ข้อ 20). อาโรนและบุตรชายของเขาไม่ได้ถือตามกฎอันศักดิ์สิทธิ์อย่างตายตัว โดยไม่ได้เป็นเพราะการไม่นอบน้อม แต่เพราะการพิจารณาถึงสภาพการณ์ของเขาในทางบวก. กรณีนี้บ่งชี้ว่า เกี่ยวกับการถือรักษากฎเกณฑ์ที่กำหนดโดยพระเจ้านั้นจะมีทางหนีทีไล่ที่จะพิจารณาได้ในพระเมตตาของพระเจ้า. สิ่งที่อาโรนและบุตรชายของเขาได้กระทำนั้น ราวกับว่าเป็นการละเมิดกฎเกณฑ์ของพระเจ้า แต่แท้จริงแล้วเป็นการกระทำด้วยสติปัญญา.