ดานิเอล บทที่ 2
2. ชัยชนะเหนือการทำให้มืดบอดของมารที่ขัดขวางผู้คนไม่ให้มองเห็นปฏิมากรใหญ่รูปมนุษย์ (การสรุปรวมแห่งการปกครองของมนุษย์ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ) ในความฝันของนะบูคัศเนซัร
2:1-49
2:1-49
(1) ความฝันที่ประหลาดของนะบูคัศเนซัร
ข้อ 1-13
ข้อ 1-13
ดนอ.
2:1 ในปีที่สองของรัชกาลนะบูคัศเนซัร นะบูคัศเนซัรฝัน และวิญญาณของท่านก็กเป็นทุกข์และขนอนไม่หลับ.
ดนอ.
2:2 แล้วกษัตริย์จึงบัญชาให้เรียกกพวกที่ใช้เวทมนตร์และเสกคาถา นักวิทยาคม และคนเคเซ็ดเข้ามาเพื่อแจ้งกษัตริย์ให้ทราบเรื่องความฝันของท่าน เขาทั้งหลายก็เข้ามายืนอยู่เบื้องหน้ากษัตริย์.
ดนอ.
2:3 กษัตริย์กล่าวแก่พวกเขาว่า เราได้ฝัน และวิญญาณของเราก็เป็นทุกข์ อยากรู้ว่าฝันเรื่องอะไร.
ดนอ.
2:4 แล้วคนเคเซ็ดจึงกล่าวแก่กษัตริย์เป็นกภาษาอาราเมอิคว่า 1โอ ข้าแต่กษัตริย์ ขอให้กษัตริย์มีชีวิตยิ่งยืนนาน! ขอโปรดเล่าความฝันแก่บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ แล้วเราทั้งหลายจะแก้ฝันให้.
ดนอ.
2:5 กษัตริย์ตอบคนเคเซ็ดว่า เราได้บัญชาออกไปแล้ว ถ้าเจ้าไม่บอกให้เรารู้ความฝันพร้อมทั้งคำแก้ฝัน เจ้าจะถูกหั่นเป็นชิ้นๆ และบ้านเรือนของเจ้าจะถูกทำให้เป็นกองขยะ
ดนอ.
2:6 แต่ถ้าเจ้าบอกความฝันและแก้ฝันให้เรา เจ้าจะได้รับรางวัล บำเหน็จ และเกียรติยศยิ่งใหญ่จากเรา. ฉะนั้นจงบอกความฝันและแก้ฝันแก่เรา.
ดนอ.
2:7 เขาทั้งหลายตอบเป็นครั้งที่สองว่า ขอกษัตริย์เล่าความฝันแก่บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ และเราทั้งหลายจะแก้ฝันให้.
ดนอ.
2:8 กษัตริย์ตอบว่า เรารู้แน่แล้วว่า เจ้าพยายามจะถ่วงเวลาไว้ เพราะเจ้าเห็นว่าเราได้บัญชาออกไปแล้ว.
ดนอ.
2:9 ถ้าเจ้าไม่ให้เรารู้ความฝัน ก็มีกฤษฎีกาอยู่ข้อเดียวสำหรับเจ้า เพราะเจ้าทั้งหลายตกลงจะพูดคำเท็จและคำเสื่อมทรามต่อหน้าเรา จนกว่าเวลาจะเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นเจ้าจงบอกความฝันแก่เรา แล้วเราจะรู้ว่าเจ้าแก้ความฝันให้เราได้.
ดนอ.
2:10 คนเคเซ็ดจึงตอบต่อเบื้องหน้ากษัตริย์ว่า ไม่มีมนุษย์คนใดบนแผ่นดินโลกนี้จะสามารถบอกเล่าเรื่องนี้แก่กษัตริย์ได้ เพราะว่าไม่มีกษัตริย์หรือผู้ปกครองผู้ยิ่งใหญ่คนใดเคยถามเรื่องเช่นนี้จากพวกที่ใช้เวทมนตร์และเสกคาถา หรือคนเคเซ็ดมาก่อน.
ดนอ.
2:11 สิ่งซึ่งกษัตริย์ถามนั้นยากเกินไป ไม่มีใครจะบอกเล่าแก่กษัตริย์ได้นอกจากบรรดากพระที่ไม่ได้อาศัยอยู่กับมนุษย์ฝ่ายเนื้อหนัง.
ดนอ.
2:12 เพราะเรื่องนี้กษัตริย์จึงโกรธและเดือดดาลยิ่งนัก และสั่งให้ทำลายล้างพวกนักปราชญ์ทั้งหมดของบาบิโลน.
ดนอ.
2:13 เพราะฉะนั้นจึงมีพระราชกฤษฎีกาประกาศไปว่าให้ฆ่านักปราชญ์เสียทั้งหมด พวกเขาจึงตามหาดานิเอลและสหายของเขาเพื่อจะประหารเสีย.
(2) นิมิตของดานิเอลที่มาจากพระเจ้าเกี่ยวกับความฝันของนะบูคัศเนซัร
ข้อ 14-45
ข้อ 14-45
ก. นิมิตที่พระเจ้าประทานแก่ดานิเอล
ข้อ 14-23
ข้อ 14-23
ดนอ.
2:14 แล้วดานิเอลก็ตอบอะระโยคหัวหน้าราชองครักษ์ ผู้ออกไปประหารนักปราชญ์ของบาบิโลน ด้วยคำปรึกษาและด้วยความสุขุมรอบคอบ.
ดนอ.
2:15 เขาถามอะระโยคผู้บัญชาการของกษัตริย์ว่า ไฉนพระราชกฤษฎีกาของกษัตริย์จึงรุนแรงเช่นนี้? แล้วอะระโยคก็เล่าเรื่องให้ดานิเอลทราบ.
ดนอ.
2:16 แล้วดานิเอลก็เข้าไปและทูลขอกษัตริย์ให้เวลาแก่เขา เพื่อเขาจะแก้ฝันแก่กษัตริย์
ดนอ.
2:17 แล้ว1ดานิเอลก็กลับไปยังเรือนของเขา และแจ้งเรื่องแก่กฮะนันยา, มิซาเอล และอะซาระยาสหายของเขา
ดนอ.
2:18 และบอกพวกเขาให้ทูลขอพระกรุณาจากเบื้องพระพักตร์กพระเจ้าแห่งสวรรค์ทั้งหลายเกี่ยวกับเรื่องลับลึกนี้ เพื่อดานิเอลและสหายของเขาจะไม่ถูกทำลายล้างพร้อมกับบรรดานักปราชญ์ที่เหลืออยู่ของบาบิโลน.
ดนอ.
2:19 แล้วข้อลับลึกนั้นก็ได้ถูกเปิดเผยแก่ดานิเอลในกนิมิตเวลากลางคืน. แล้วดานิเอลก็ถวายสรรเสริญแด่พระเจ้าแห่งสวรรค์ทั้งหลาย.
ดนอ.
2:20 ดานิเอลกล่าวว่า ขอให้กพระนามของพระเจ้าได้รับการสรรเสริญตั้งแต่นิรันดร์กาลจนถึงนิรันดร์กาล เพราะสติปัญญาและฤทธานุภาพเป็นของพระองค์.
ดนอ.
2:21 พระองค์ทรงเปลี่ยนกาลเวลาและฤดูกาล กพระองค์ทรงถอดบรรดากษัตริย์และทรงตั้งกษัตริย์ขึ้นใหม่ พระองค์ประทานปัญญาแก่นักปราชญ์ และความรู้แก่คนที่มีความเข้าใจ.
ดนอ.
2:22 พระองค์ทรงกเปิดเผยสิ่งที่ลึกซึ้งและลี้ลับ พระองค์ทรงทราบสิ่งที่[ซ่อน]อยู่ในขความมืด และคความสว่างก็อาศัยอยู่กับพระองค์.
ดนอ.
2:23 โอ พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอบพระคุณและสรรเสริญพระองค์ เพราะพระองค์ประทานสติปัญญาและฤทธิ์อำนาจแก่ข้าพเจ้า
สิ่งนั้นที่พวกข้าพเจ้าทูลขอ พระองค์ก็ทรงให้ข้าพเจ้าทราบแล้ว เพราะพระองค์ได้ทรงทำให้พวกข้าพเจ้ารู้ถึงเรื่องของกษัตริย์.
ข. ดานิเอลแก้ความฝันของนะบูคัศเนซัร
ข้อ 24-45
ข้อ 24-45
(ก) ดานิเอลยกชูพระเจ้า
ข้อ 24-30
ข้อ 24-30
ดนอ.
2:24 แล้วดานิเอลก็เข้าไปหาอะระโยคผู้ซึ่งกษัตริย์แต่งตั้งให้ทำลายล้างนักปราชญ์ของบาบิโลน เขาได้เข้าไปและกล่าวว่า ขออย่าทำลายล้างนักปราชญ์ของบาบิโลน โปรดนำข้าพเจ้าไปเข้าเฝ้ากษัตริย์ และข้าพเจ้าจะแก้ฝันแก่กษัตริย์.
ดนอ.
2:25 แล้วอะระโยคก็รีบนำดานิเอลเข้าเฝ้ากษัตริย์ และกล่าวแก่ท่านว่า ข้าพเจ้าพบชายคนหนึ่งในท่ามกลางพวกที่ถูกจับเป็นเชลยจากยูดา ผู้จะแก้ฝันแก่กษัตริย์ได้.
ดนอ.
2:26 กษัตริย์จึงกล่าวแก่ดานิเอลผู้มีชื่อว่าเบละตะซาซัรว่า เจ้าสามารถให้เรารู้ถึงความฝันที่เราได้ฝันและคำแก้ฝันนั้นได้หรือ?
ดนอ.
2:27 ดานิเอลตอบต่อเบื้องหน้ากษัตริย์ว่า ไม่มีนักปราชญ์ หรือพวกที่เสกคาถา หรือพวกที่ใช้เวทมนตร์ หรือคนทำนายคนใดสามารถบอกข้อลับลึกนั้นแก่กษัตริย์ได้
ดนอ.
2:28 แต่มี1กพระเจ้าองค์หนึ่งในฟ้าสวรรค์ผู้ทรงเปิดเผยข้อลับลึกทั้งหลาย และพระองค์ทรงสำแดงให้กษัตริย์นะบูคัศเนซัรรู้ถึงสิ่งซึ่งจะเกิดขึ้นในวาระสุดท้าย. ความฝันของท่าน กระทั่งนิมิตที่ผุดขึ้นในศีรษะของท่านบนเตียงนั้นเป็นดังนี้.
ดนอ.
2:29 โอ ข้าแต่กษัตริย์ ขณะเมื่อนอนอยู่บนเตียง ความคิดในเรื่องซึ่งจะเกิดมาภายหลัง[เวลา]เหล่านี้ได้ผุดขึ้น และพระองค์นั้นผู้ทรงเปิดเผยข้อลับลึกก็ทรงให้ท่านรู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น.
ดนอ.
2:30 ส่วนข้าพเจ้านั้นได้รับการเปิดเผยข้อลับลึกนี้ ไม่ใช่เพราะข้าพเจ้ามีสติปัญญามากกว่าคน[อื่นๆ] ที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เพื่อกษัตริย์จะรู้คำแก้ฝัน และเพื่อท่านจะเข้าใจความคิดในใจของท่าน.
(ข) เนื้อหาความฝันของนะบูคัศเนซัร — ปฏิมากรใหญ่รูปมนุษย์และชะตากรรมของมัน
ข้อ 31-45
ข้อ 31-45
ดนอ.
2:31 โอ ข้าแต่กษัตริย์ ท่านมองดู และดูเถิด มี1กปฏิมากรขนาดใหญ่รูปหนึ่ง. ปฏิมากรนี้มหึมาและสุกใสยิ่งนัก ตั้งอยู่เบื้องหน้าท่าน และรูปลักษณะดูน่ากลัว.
ดนอ.
2:32 1ศีรษะของปฏิมากรนี้เป็นกทองคำเนื้อดี 1อกและแขนเป็นเงิน 1ท้องและโคนขาเป็นขทองเหลือง
ดนอ.
2:33 1ขาเป็นกเหล็ก เท้าเป็นเหล็กปนดิน.
ดนอ.
2:34 ท่านมองดูอยู่จนมี1กหินก้อนหนึ่งถูกตัดออกมามิใช่ด้วยมือมนุษย์2กระแทกปฏิมากรที่เท้าอันเป็นเหล็กปนดินและ2ขบดขยี้รูปนั้นจนแหลกละเอียด.
ดนอ.
2:35 ส่วนเหล็ก, ดิน, ทองเหลือง, เงิน, และทองคำก็ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดไป1พร้อมๆ กัน กลายเป็นเหมือนกแกลบจากลานนวดข้าวในฤดูร้อน และลมก็พัดพาเอาไปจนหา2ร่องรอยไม่พบอีก. ส่วนหินที่กระแทกปฏิมากรนั้นได้กลายเป็น3ขภูเขาใหญ่เติมเต็มคทั่วแผ่นดินโลก.
ดนอ.
2:36 นี่ก็คือความฝัน และพวกเราจะบอกคำแก้ฝันต่อเบื้องหน้ากษัตริย์.
ดนอ.
2:37 โอ ข้าแต่กษัตริย์ กกษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย ผู้ซึ่งขพระเจ้าแห่งสวรรค์ทั้งหลายได้ประทานอาณาจักร ฤทธิ์เดช กำลัง และสง่าราศีแก่ท่าน
ดนอ.
2:38 และได้ทรงมอบบุตรทั้งหลายของมนุษย์ กสัตว์ป่าในท้องทุ่งและนกบนฟ้า ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ใดไว้ในมือของท่าน ให้ท่านปกครองทุกอย่าง.
ท่านคือขศีรษะทองคำนั้น.
ดนอ.
2:39 ภายหลังจากท่านจะมีกอีกอาณาจักรหนึ่งที่ด้อยกว่าท่านปรากฏขึ้น และยังมีอาณาจักรที่ขสามเป็นทองเหลือง ซึ่งจะปกครองทั่วแผ่นดินโลก
ดนอ.
2:40 และจะมีอาณาจักรที่กสี่แข็งแกร่งดั่งเหล็ก เหมือนเหล็กที่บดขยี้และทำลายทุกสิ่งให้แหลกละเอียด เหล็กนั้นทุบทำลายทุกสิ่งเหล่านี้ฉันใด อาณาจักรนั้นก็จะบดขยี้และทุบทำลาย[อาณาจักรทั้งหลาย]ฉันนั้น.
ดนอ.
2:41 ดังที่ท่านได้เห็นกเท้าและนิ้วเท้าที่ส่วนหนึ่งเป็นดินของช่างปั้นหม้อกับอีกส่วนหนึ่งเป็นเหล็ก อาณาจักรนั้นจะเป็น1อาณาจักรประสม แต่2ความแข็งของเหล็กจะยังอยู่ในนั้นบ้าง ดังที่ท่านเห็นเหล็กปนกับ3ดินเหนียว
ดนอ.
2:42 และนิ้วเท้าที่ส่วนหนึ่งเป็นเหล็กกับอีกส่วนหนึ่งเป็นดิน[ฉันใด] อาณาจักรนั้นจึงมีส่วนหนึ่งแข็งแกร่งกับอีกส่วนหนึ่งเปราะบาง[ฉันนั้น].
ดนอ.
2:43 ดังที่ท่านเห็นเหล็กปนดินเหนียว พวกเขาจะปะปนกันด้วยเชื้อสายของมนุษย์ แต่จะไม่ยึดกันแน่น เช่นเดียวกับที่เหล็กไม่ประสมเข้ากับดิน
ดนอ.
2:44 และในสมัยของกษัตริย์เหล่านั้น กพระเจ้าแห่งสวรรค์ทั้งหลายจะทรงสถาปนาขอาณาจักรหนึ่ง ซึ่งคไม่มีวันถูกทำลาย และอำนาจครอบครองก็จะไม่ตกไปแก่ชนชาติอื่น อาณาจักรนั้นจะบดขยี้และทำให้อาณาจักรเหล่านี้ทั้งหมดจบสิ้นลง และอาณาจักรนั้นจะตั้งมั่นอยู่เป็นนิตย์.
ดนอ.
2:45 ดังที่ท่านเห็นกหินถูกตัดออกจากภูเขามิใช่ด้วยมือมนุษย์ และได้บดขยี้เหล็ก ทองเหลือง ดิน เงิน และทองคำ พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ได้ทรงให้กษัตริย์ทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ และความฝันนั้นเป็นจริง และคำแก้ฝันก็เชื่อถือได้.
(3) นะบูคัศเนซัรนับถือดานิเอล
ข้อ 46-49
ข้อ 46-49
ดนอ.
2:46 แล้วกษัตริย์นะบูคัศเนซัรก็กซบหน้าลงก้มกราบดานิเอล และบัญชาให้นำเครื่องบรรณาการและเครื่องหอมมาถวายดานิเอล.
ดนอ.
2:47 กษัตริย์กล่าวแก่ดานิเอลว่า แน่นอนทีเดียว พระเจ้าของท่านทรงเป็นพระเจ้าเหนือพระทั้งหลาย และทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของกษัตริย์ทั้งปวง ทรงเป็นกผู้เปิดเผยข้อลับลึก เพราะท่านสามารถเปิดเผยข้อลับลึกนี้ได้.
ดนอ.
2:48 แล้วกษัตริย์ได้ทำให้ดานิเอลเป็นใหญ่ และมอบของกำนัลใหญ่จำนวนมากแก่เขา อีกทั้งแต่งตั้งเขาให้เป็นกผู้ปกครองมณฑลทั้งหมดของบาบิโลน และเป็นขหัวหน้าดูแลนักปราชญ์ทั้งสิ้นของบาบิโลน.
ดนอ.
2:49 ดานิเอลก็ทูลขอต่อกษัตริย์ และท่านได้แต่งตั้งกซัดรัค, เมเซ็ค และอะเบ็ดนะโค เป็นผู้บริหารปกครองมณฑลบาบิโลน แต่ดานิเอลยังคงอยู่ในราชสำนัก.
คำอธิบาย ดานิเอล บทที่ 2
ดนอ.
2:1 ก ยนซ.41:8; ดนอ.4:5
ดนอ.
2:1 ข อธร.6:1; ดนอ.6:18
ดนอ.
2:2 ก ยนซ.41:8; อซด.7:11; ดนอ.4:6-7; 5:7
ดนอ.
2:4 ก อษร.4:7; ยซย.36:11
ดนอ.
2:4 1 ข้อความในที่นี้จนถึง 7:28 เป็นภาษาอาราเมอิค ไม่ใช่ภาษาเฮ็บราย.
ดนอ.
2:11 ก ดนอ.2:28; 5:11
ดนอ.
2:17 1 ความฝันที่ประหลาดของนะบูคัศเนซัรควรจะทำให้เขามีภาพลักษณ์ที่ลึกซึ้ง แต่เนื่องจากเขาถูกทำให้มืดบอดไปด้วยสง่าราศีและอำนาจฝ่ายโลก และไม่มีใจเพื่อสิทธิประโยชน์ของพระเจ้า เขาจึงไม่สามารถเข้าใจความฝันนั้นได้ และในที่สุดก็ลืมความฝันนั้นไป (ข้อ 1-3). พวกที่ใช้เวทมนตร์, พวกนักปราชญ์ทั้งปวงแห่งบาบิโลน และคนเคเซ็ดก็ไม่สามารถบอกความฝันนั้นแก่เขาได้ (ข้อ 4-13). อย่างไรก็ตาม มีบุคคลหนึ่งชื่อดานิเอลผู้ซึ่งไม่ใส่ใจต่อสง่าราศีและอำนาจฝ่ายโลก แต่ตั้งใจแน่วแน่อยู่กับเรื่องราวฝ่ายวิญญาณที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก และเป็นผู้ที่มีฐานะที่ถูกต้อง, มุมมองที่ถูกต้อง และศักยภาพทางภายในในการเข้าใจความฝันนั้น. แม้ว่าเขาจะไม่ได้เห็นความฝันนั้น แต่เขาได้รับนิมิตจากพระเจ้าเกี่ยวกับความฝันนั้น (ข้อ 17-23) และได้แก้ฝันนั้น (ข้อ 24-45).
ดนอ.
2:17 ก ดนอ.1:7; 3:12
ดนอ.
2:18 ก ยนซ.24:7; 2คนก.36:23; อษร.5:12; นฮย.1:4; ยนา.1:9; วว.11:13
ดนอ.
2:19 ก อฤธ.12:6; โยบ 33:15-16; ดนอ.7:7; 2กธ.12:1
ดนอ.
2:20 ก นฮย.9:5; บพส.72:19; 145:1
ดนอ.
2:21 ก โยบ 12:18; บพส.75:6-7; ยรม.27:5; ดนอ.4:17; ลก.1:52
ดนอ.
2:22 ก ดนอ.2:28-29; โยบ 12:22; บพส.25:14; รม.16:25-26; 1กธ.2:10-11; อฟ.3:5
ดนอ.
2:22 ข บพส.139:11-12
ดนอ.
2:22 ค 1ตธ.6:16; ยก.1:17; เทียบ บพส.36:9; ดนอ.5:11, 14
ดนอ.
2:28 ก ดนอ.2:18, 47; ยนซ.40:8; 41:16; อมศ.4:13
ดนอ.
2:28 1ก ในการแก้ฝันของนะบูคัศเนซัร ดานิเอลได้ยกชูพระเจ้า (ข้อ 25-30). เขาไม่ได้ยกชูตัวเขาเอง.
ดนอ.
2:31 ก เทียบ ดนอ.3:1
ดนอ.
2:31 1ก เนื้อหาในความฝันของนะบูคัศเนซัรคือปฏิมากรใหญ่รูปมนุษย์และชะตากรรมของมัน. นิมิตเกี่ยวกับปฏิมากรใหญ่ในบทนี้เป็นนิมิตที่คอยกำกับหนังสือดานิเอลทั้งเล่ม. ปฏิมากรใหญ่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการรวบยอดแห่งการปกครองของมนุษย์ตลอดประวัติศาสตร์มนุษย์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการปกครองของมนุษย์ที่บาเบล (บาบิโลน) ในดินแดนซีนาร (ยนซ.10:8-10; 11:1-9) ซึ่งมีศีรษะของปฏิมากรเป็นเครื่องหมายเล็ง ไปจนถึงจุดสิ้นสุดของการปกครองของมนุษย์ในประวัติศาสตร์มนุษย์ในจักรวรรดิโรมันพร้อมกับกษัตริย์สิบองค์ (ดูข้อ 32 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2) ซึ่งมีนิ้วเท้าสิบนิ้วเป็นเครื่องหมายเล็ง (ข้อ 40-44ก; 7:24; วว.13:1; 17:12). ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุด การปกครองของมนุษย์ได้ทำสามเรื่องนี้อยู่เสมอ คือ กบฏต่อพระเจ้า, ยกชูมนุษย์ และกราบไหว้รูปเคารพ (ยนซ.11:4 และคำอธิบาย 2).
ดนอ.
2:32 1 ศีรษะที่ทำด้วยทองคำ (ข้อ 36–38) ซึ่งสอดคล้องกับสัตว์ร้ายตัวแรกใน 7:3–4 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงนะบูคัศเนซัรกษัตริย์ผู้ก่อตั้งบาบิโลน. อกและแขนที่ทำด้วยเงิน (ข้อ 39ก) ซึ่งสอดคล้องกับสัตว์ร้ายตัวที่สองใน 7:5 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงมีเดีย–เปอร์เซีย ท้องและต้นขาที่ทำด้วยทองเหลือง (ข้อ 39ข) ซึ่งสอดคล้องกับสัตว์ร้ายตัวที่สามใน 7:6 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงกรีก รวมถึงมาซิโดเนีย. ขาที่ทำด้วยเหล็กและเท้าที่ทำด้วยเหล็กปนดิน (ข้อ 33) ซึ่งสอดคล้องกับสัตว์ร้ายตัวที่สี่ใน 7:7–8 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงจักรวรรดิโรมันพร้อมด้วยกษัตริย์สิบองค์สุดท้ายแห่งจักรวรรดิโรมัน (ข้อ 40–44ก; 7:7–11, 19–26; วว.17:7–13).
ถ้าว่าตามปฏิมากรรูปมนุษย์ในบทนี้ ในสายพระเนตรของพระเจ้านั้น การปกครองทั้งหมดของมนุษย์ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาประกอบขึ้นด้วยจักรวรรดิใหญ่สี่จักรวรรดิ คือ จักรวรรดิบาบิโลน, จักรวรรดิมีเดีย-เปอร์เซีย, จักรวรรดิมาซิโดเนีย-กรีก และจักรวรรดิโรมัน. การปกครองของมนุษย์เริ่มต้นขึ้นที่บาเบล (บาบิโลน) ซึ่งนิมโรดเป็นผู้สร้างขึ้น (ยนซ.10:8-10) และการปกครองของมนุษย์จะสิ้นสุดลงที่จักรวรรดิโรมันซึ่งจะเฟื่องฟูขึ้นอีกครั้งภายใต้ผู้ต่อต้านพระคริสต์. แม้รูปแบบและลักษณะที่ปรากฏของจักรวรรดิโรมันจะสูญสิ้นไปแล้ว แต่วัฒนธรรม, วิญญาณ และธาตุแท้ของจักรวรรดิโรมันก็ยังคงดำรงอยู่ต่อไปจนถึงทุกวันนี้ (ดู 7:12 คำอธิบาย 1). ในตอนต้นของภัยพิบัติใหญ่ (มธ.24:21) รูปแบบและลักษณะที่ปรากฏของจักรวรรดิโรมันจะถูกฟื้นสภาพกลับมาภายใต้ผู้ต่อต้านพระคริสต์. ถ้าว่าตามหนังสือดานิเอลและวิวรณ์ ซีซาร์องค์สุดท้ายของจักรวรรดิโรมันจะเป็นผู้ต่อต้านพระคริสต์ ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนจากกษัตริย์สิบองค์ (วว.17:10-12 และคำอธิบาย). ดังนั้นการรวบยอดแห่งจักรวรรดิทั้งหลายของมนุษย์ที่เริ่มต้นขึ้นจากนิมโรดที่บาเบลนั้นจะสำเร็จสุดยอดลงที่ผู้ต่อต้านพระคริสต์และกษัตริย์สิบองค์ของมัน.
หากศีรษะของปฏิมากรใหญ่รูปมนุษย์คือบาบิโลน ทุกส่วนของปฏิมากรก็ต้องเป็นบาบิโลนด้วย. ในสายพระเนตรของพระเจ้า การปกครองของมนุษย์ทั้งหมดตั้งแต่นิมโรดจนถึงผู้ต่อต้านพระคริสต์ล้วนแต่เป็นบาบิโลน. ภายใต้ผู้ต่อต้านพระคริสต์ผู้เป็นซีซาร์องค์สุดท้าย จักรวรรดิโรมันจะเป็นทั้งบาบิโลนฝ่ายการเมืองและบาบิโลนฝ่ายศาสนา (วว.17—18). จักรวรรดิของผู้ต่อต้านพระคริสต์จะเป็นบาบิโลนฝ่ายการเมืองและฝ่ายกายภาพ หรือ “เมืองบาบิโลนใหญ่” (วว.18:2) ในขณะที่โรมันคาทอลิกซึ่งถูกเรียกว่า “ข้อลับลึก เมืองบาบิโลนใหญ่ ” (วว.17:5) จะเป็นบาบิโลนฝ่ายศาสนา. ดู ยรม.50:1 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 1.
ถ้าว่าตามปฏิมากรรูปมนุษย์ในบทนี้ ในสายพระเนตรของพระเจ้านั้น การปกครองทั้งหมดของมนุษย์ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาประกอบขึ้นด้วยจักรวรรดิใหญ่สี่จักรวรรดิ คือ จักรวรรดิบาบิโลน, จักรวรรดิมีเดีย-เปอร์เซีย, จักรวรรดิมาซิโดเนีย-กรีก และจักรวรรดิโรมัน. การปกครองของมนุษย์เริ่มต้นขึ้นที่บาเบล (บาบิโลน) ซึ่งนิมโรดเป็นผู้สร้างขึ้น (ยนซ.10:8-10) และการปกครองของมนุษย์จะสิ้นสุดลงที่จักรวรรดิโรมันซึ่งจะเฟื่องฟูขึ้นอีกครั้งภายใต้ผู้ต่อต้านพระคริสต์. แม้รูปแบบและลักษณะที่ปรากฏของจักรวรรดิโรมันจะสูญสิ้นไปแล้ว แต่วัฒนธรรม, วิญญาณ และธาตุแท้ของจักรวรรดิโรมันก็ยังคงดำรงอยู่ต่อไปจนถึงทุกวันนี้ (ดู 7:12 คำอธิบาย 1). ในตอนต้นของภัยพิบัติใหญ่ (มธ.24:21) รูปแบบและลักษณะที่ปรากฏของจักรวรรดิโรมันจะถูกฟื้นสภาพกลับมาภายใต้ผู้ต่อต้านพระคริสต์. ถ้าว่าตามหนังสือดานิเอลและวิวรณ์ ซีซาร์องค์สุดท้ายของจักรวรรดิโรมันจะเป็นผู้ต่อต้านพระคริสต์ ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนจากกษัตริย์สิบองค์ (วว.17:10-12 และคำอธิบาย). ดังนั้นการรวบยอดแห่งจักรวรรดิทั้งหลายของมนุษย์ที่เริ่มต้นขึ้นจากนิมโรดที่บาเบลนั้นจะสำเร็จสุดยอดลงที่ผู้ต่อต้านพระคริสต์และกษัตริย์สิบองค์ของมัน.
หากศีรษะของปฏิมากรใหญ่รูปมนุษย์คือบาบิโลน ทุกส่วนของปฏิมากรก็ต้องเป็นบาบิโลนด้วย. ในสายพระเนตรของพระเจ้า การปกครองของมนุษย์ทั้งหมดตั้งแต่นิมโรดจนถึงผู้ต่อต้านพระคริสต์ล้วนแต่เป็นบาบิโลน. ภายใต้ผู้ต่อต้านพระคริสต์ผู้เป็นซีซาร์องค์สุดท้าย จักรวรรดิโรมันจะเป็นทั้งบาบิโลนฝ่ายการเมืองและบาบิโลนฝ่ายศาสนา (วว.17—18). จักรวรรดิของผู้ต่อต้านพระคริสต์จะเป็นบาบิโลนฝ่ายการเมืองและฝ่ายกายภาพ หรือ “เมืองบาบิโลนใหญ่” (วว.18:2) ในขณะที่โรมันคาทอลิกซึ่งถูกเรียกว่า “ข้อลับลึก เมืองบาบิโลนใหญ่ ” (วว.17:5) จะเป็นบาบิโลนฝ่ายศาสนา. ดู ยรม.50:1 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 1.
ดนอ.
2:32 ก ยซย.14:4; ยรม.51:7; ดนอ.2:38
ดนอ.
2:32 ข ดนอ.2:39
ดนอ.
2:33 1 ขาทั้งสองที่เป็นเหล็กเป็นเครื่องหมายเล็งถึงจักรวรรดิโรมันตะวันออกและจักรวรรดิโรมันตะวันตก ส่วนเท้าและนิ้วเท้าซึ่งเป็นเหล็กปนดิน (ข้อ 41-43) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงบรรดาประชาชาติในช่วงเวลาหลังการล่มสลายของโรมและก่อนการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์. ประชาชาติเหล่านี้มีบางส่วนที่เป็นเผด็จการ และบางส่วนที่เป็นประชาธิปไตย. นิ้วเท้าทั้งสิบของปฏิมากรนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกษัตริย์สิบองค์แห่งจักรวรรดิโรมันที่ได้รับการเฟื่องฟูและฟื้นสภาพขึ้นใหม่ภายใต้ผู้ต่อต้านพระคริสต์ (ข้อ 44ก; 7:7, 24; วว.17:12). ช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่มีเครื่องหมายเล็งโดยสามส่วนแรกของปฏิมากรใหญ่รูปมนุษย์และขาทั้งสองนั้นได้สำเร็จเป็นจริงไปแล้ว แต่ช่วงเวลาที่มีเครื่องหมายเล็งโดยนิ้วเท้าทั้งสิบยังไม่สำเร็จเป็นจริง. เรื่องนี้จะสำเร็จเป็นจริงในช่วงสุดท้ายของยุคปัจจุบัน. ดูข้อ 32 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2.
ดนอ.
2:33 ก ดนอ.2:40-43
ดนอ.
2:34 ก บพส.118:22; ยซย.28:16; 1ปต.2:4
ดนอ.
2:34 1ก ชะตากรรมของปฏิมากรใหญ่รูปมนุษย์นี้คือการถูกบดขยี้โดยหินก้อนหนึ่งที่ถูกตัดออกมามิใช่ด้วยมือมนุษย์ (ข้อ 34-35ก, 44ข-45). หินก้อนนี้ก็คือพระคริสต์. พระคริสต์ทรงถูกพระเจ้าตัดโดยการประหารให้ตายผ่านการตรึงกางเขนของพระองค์ (ซคย.3:9; กจ.2:23) และในการเป็นขึ้น (กจ.2:24) พระองค์ทรงถูกตัดเพื่อกลายเป็นศิลาในสามด้าน: ศิลารากกับศิลาหัวมุมเพื่อการก่อสร้างคริสตจักร (ยซย.28:16; มธ.21:42), ศิลาที่ทำให้สะดุดล้มต่อชาวยิวที่ไม่เชื่อ (ยซย.8:14; มธ.21:44ก; รม.9:33) และศิลาที่มาบดขยี้เพื่อทำลายการสรุปรวมแห่งการปกครองของมนุษย์ (มธ.21:44ข).
เมื่อพระคริสต์เสด็จมาในฐานะศิลาที่มาบดขยี้ พระองค์จะไม่ได้เสด็จมาเพียงลำพัง แต่จะเสด็จมาพร้อมกับเหล่าผู้มีชัยชนะของพระองค์ คือเจ้าสาวของพระองค์อันเป็นการเพิ่มพูนของพระองค์ในฐานะกองทัพของพระองค์ (ยฮ.3:29-30; วว.17:14; 19:7-8, 11, 14). ในยุคคริสตจักร ซึ่งเป็นยุคแห่งข้อลับลึกนั้น พระคริสต์ทรงกำลังก่อสร้างคริสตจักรเพื่อมาเป็นเจ้าสาวของพระองค์ (อฟ.5:25-29). ก่อนที่พระองค์จะเสด็จลงมายังแผ่นดินโลก พระคริสต์จะมีงานมงคลสมรส ซึ่งพระองค์จะทรงสมรสกับเหล่าผู้มีชัยชนะ (วว.19:7-9) คือผู้ที่ได้สู้รบกับศัตรูของพระเจ้ามาเป็นเวลาหลายปี และได้มีชัยชนะเหนือผู้ชั่วร้ายแล้ว (เทียบ วว.12:11). หลังจากงานมงคลสมรส พระองค์ในฐานะที่เป็นสามีจะเสด็จมาพร้อมกับเจ้าสาวที่เพิ่งสมรส เพื่อทำลายผู้ต่อต้านพระคริสต์พร้อมกับกองทัพของมัน ซึ่งจะสู้รบกับพระเจ้าโดยตรง (วว.17:14; 19:19).
เมื่อพระคริสต์เสด็จมาในฐานะศิลาที่มาบดขยี้ พระองค์จะไม่ได้เสด็จมาเพียงลำพัง แต่จะเสด็จมาพร้อมกับเหล่าผู้มีชัยชนะของพระองค์ คือเจ้าสาวของพระองค์อันเป็นการเพิ่มพูนของพระองค์ในฐานะกองทัพของพระองค์ (ยฮ.3:29-30; วว.17:14; 19:7-8, 11, 14). ในยุคคริสตจักร ซึ่งเป็นยุคแห่งข้อลับลึกนั้น พระคริสต์ทรงกำลังก่อสร้างคริสตจักรเพื่อมาเป็นเจ้าสาวของพระองค์ (อฟ.5:25-29). ก่อนที่พระองค์จะเสด็จลงมายังแผ่นดินโลก พระคริสต์จะมีงานมงคลสมรส ซึ่งพระองค์จะทรงสมรสกับเหล่าผู้มีชัยชนะ (วว.19:7-9) คือผู้ที่ได้สู้รบกับศัตรูของพระเจ้ามาเป็นเวลาหลายปี และได้มีชัยชนะเหนือผู้ชั่วร้ายแล้ว (เทียบ วว.12:11). หลังจากงานมงคลสมรส พระองค์ในฐานะที่เป็นสามีจะเสด็จมาพร้อมกับเจ้าสาวที่เพิ่งสมรส เพื่อทำลายผู้ต่อต้านพระคริสต์พร้อมกับกองทัพของมัน ซึ่งจะสู้รบกับพระเจ้าโดยตรง (วว.17:14; 19:19).
ดนอ.
2:34 2 ในการมาปรากฏของพระคริสต์ในฐานะที่เป็นศิลาซึ่งพระเจ้าตัดออกมานั้น พระคริสต์พร้อมกับเหล่าผู้มีชัยชนะของพระองค์ — พระคริสต์แห่งกลุ่มชน — จะโจมตีกษัตริย์สิบองค์พร้อมกับผู้ต่อต้านพระคริสต์ (วว.19:11-21) และด้วยเหตุนี้จึงบดขยี้ปฏิมากรใหญ่นั้นตั้งแต่นิ้วเท้าจนถึงศีรษะ (ข้อ 35). นี่จะเป็นการพิพากษาฝ่ายจักรวาลของพระคริสต์ที่มีต่อการรวบยอดแห่งการปกครองของมนุษย์ ตั้งแต่ผู้ต่อต้านพระคริสต์ย้อนกลับไปถึงนิมโรด อันเป็นการสิ้นสุดยุคแห่งการปกครองของมนุษย์บนแผ่นดินโลกในสิ่งทรงสร้างเก่า และเป็นการเริ่มต้นยุคแห่งอำนาจครอบครองของพระเจ้าเหนือทั้งแผ่นดินโลกในอาณาจักรพันปี และในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ไปตราบชั่วนิรันดร์.
ดนอ.
2:34 ข มธ.21:44; ลก.20:18
ดนอ.
2:35 1 กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการทำลายล้างการปกครองของมนุษย์ทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่นิมโรดไปจนถึงผู้ต่อต้านพระคริสต์.
ดนอ.
2:35 ก บพส.1:4; ยซย.41:15-16; ฮซอ.13:3
ดนอ.
2:35 2 หรือ ไม่พบที่สำหรับสิ่งเหล่านั้นอีกต่อไป.
ดนอ.
2:35 ข เทียบ ยซย.2:2-3
ดนอ.
2:35 3ข ภูเขาใหญ่ในที่นี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงอาณาจักรที่นิรันดร์ของพระเจ้า ซึ่งจะเติมเต็มทั่วทั้งแผ่นดินโลกตลอดไปเป็นนิตย์ (ข้อ 44; 7:13-14). หลังจากที่เสด็จมาเพื่อบดขยี้การรวบยอดแห่งการปกครองของมนุษย์แล้ว พระคริสต์แห่งกลุ่มชน — พระคริสต์พร้อมกับเจ้าสาวผู้มีชัยชนะของพระองค์ — จะกลายเป็นภูเขาใหญ่ที่เติมเต็มทั่วแผ่นดินโลก ทำให้ทั้งแผ่นดินโลกกลายเป็นอาณาจักรของพระเจ้า. ดังนั้นปฏิมากรใหญ่รูปมนุษย์จึงจะถูกแทนที่ด้วยอาณาจักรที่นิรันดร์ของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก (วว.11:15-17).
การที่หินก้อนนั้นขยายใหญ่ขึ้นเป็นภูเขาใหญ่เป็นเครื่องหมายถึงการเพิ่มพูนของพระคริสต์ (เทียบ ยฮ.3:29-30). คริสตจักรเป็นการเพิ่มพูนของพระคริสต์ในด้านชีวิต แต่อาณาจักรที่นิรันดร์ของพระเจ้าเป็นการเพิ่มพูนของพระคริสต์ในด้านการปกครอง (มก.4:26-29). ดังนั้นพระคริสต์จึงไม่เพียงเป็นคริสตจักรเท่านั้น แต่ยังเป็นอาณาจักรของพระเจ้าด้วย (1กธ.12:12; ลก.17:21). ในฐานะที่เป็นศิลา พระคริสต์ทรงเป็นศูนย์กลางแห่งการเคลื่อนไหวของพระเจ้า ส่วนในฐานะที่เป็นภูเขา พระองค์ทรงเป็นการแพร่หลาย. ดังนั้นพระองค์จึงเป็นองค์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง ผู้ทรงเติมเต็มสารพัดในสารพัด (อฟ.1:23).
การที่หินก้อนนั้นขยายใหญ่ขึ้นเป็นภูเขาใหญ่เป็นเครื่องหมายถึงการเพิ่มพูนของพระคริสต์ (เทียบ ยฮ.3:29-30). คริสตจักรเป็นการเพิ่มพูนของพระคริสต์ในด้านชีวิต แต่อาณาจักรที่นิรันดร์ของพระเจ้าเป็นการเพิ่มพูนของพระคริสต์ในด้านการปกครอง (มก.4:26-29). ดังนั้นพระคริสต์จึงไม่เพียงเป็นคริสตจักรเท่านั้น แต่ยังเป็นอาณาจักรของพระเจ้าด้วย (1กธ.12:12; ลก.17:21). ในฐานะที่เป็นศิลา พระคริสต์ทรงเป็นศูนย์กลางแห่งการเคลื่อนไหวของพระเจ้า ส่วนในฐานะที่เป็นภูเขา พระองค์ทรงเป็นการแพร่หลาย. ดังนั้นพระองค์จึงเป็นองค์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง ผู้ทรงเติมเต็มสารพัดในสารพัด (อฟ.1:23).
ดนอ.
2:35 ค บพส.72:19; ยซย.11:9; ซคย.14:9
ดนอ.
2:37 ก ยอค.26:7; อษร.7:12
ดนอ.
2:37 ข อษร.1:2
ดนอ.
2:38 ก ดนอ.4:21-22; ยรม.27:6
ดนอ.
2:38 ข ดนอ.2:32
ดนอ.
2:39 ก ดนอ.5:28, 31
ดนอ.
2:39 ข ดนอ.7:6; 8:5; 11:3
ดนอ.
2:40 ก ดนอ.7:7, 23
ดนอ.
2:41 ก ดนอ.2:33
ดนอ.
2:41 1 แปลตามตรงคือ แตกแยก.
ดนอ.
2:41 2 ชี้ถึงกำลังในการยืนหยัด.
ดนอ.
2:41 3 เป็นการเน้นลักษณะของดินเหนียวให้ตรงข้ามกับลักษณะของเหล็ก.
ดนอ.
2:44 ก ดนอ.2:28; วว.11:13
ดนอ.
2:44 ข มธ.3:2; 6:10; 13:41; วว.11:15
ดนอ.
2:44 ค ดนอ.4:3, 34; 6:26; 7:14; มคา.4:7; ลก.1:32-33
ดนอ.
2:45 ก ดนอ.2:34; ยซย.28:16
ดนอ.
2:46 ก กจ.10:25; 16:29
ดนอ.
2:47 ก ดนอ.2:28, 30
ดนอ.
2:48 ก ดนอ.5:29; 6:2
ดนอ.
2:48 ข ดนอ.4:9; 5:11
ดนอ.
2:49 ก ดนอ.1:7