ดานิเอล บทที่ 11
จ. ทูตสวรรค์ผู้ถูกใช้มายืนขึ้นเพื่อค้ำชูและเสริมกำลังดาระยาศ
11:1
11:1
ดนอ.
11:1 ส่วนตัว1เรานั้น ในปีที่หนึ่งแห่งรัชกาลกดาระยาศคนมีเดีย เรายืนขึ้นเพื่อค้ำชูและเสริมกำลังเขา
(4) เนื้อหาของนิมิต — เกี่ยวกับชะตากรรมของอิสราเอล
11:2—12:13
11:2—12:13
ก. เกี่ยวข้องกับกษัตริย์ทางทิศใต้ (อียิปต์) และกษัตริย์ทางทิศเหนือ (ซีเรีย)
11:2-45
11:2-45
ดนอ.
11:2 และบัดนี้ เราจะบอก1ความจริงแก่เจ้าคือ จะมีกษัตริย์อีกสามองค์ขึ้นมาครองเปอร์เซีย และองค์ที่กสี่จะได้รับความมั่งคั่งยิ่งกว่าองค์อื่นทั้งหมด เมื่อเขาเข้มแข็งด้วยความมั่งคั่งของเขาแล้ว เขาก็จะปลุกระดมให้ทั้ง[จักรวรรดิ]ต่อสู้กับอาณาจักร2ยาวาน.
ดนอ.
11:3 แล้วจะมี1กกษัตริย์ผู้ทรงอำนาจขึ้นมา เขาจะปกครองด้วยอำนาจครอบครองยิ่งใหญ่ และทำตามความพอใจของตนเอง
ดนอ.
11:4 แต่เมื่อเขาขึ้นมาแล้ว อาณาจักรของเขาจะ1แตก และแบ่งแยกออกไปตามทางกลมทั้งสี่แห่งฟ้าสวรรค์ แต่จะไม่ตกอยู่กับทายาทของเขา และจะไม่มีอำนาจครอบครองอย่างที่เขาปกครองอยู่ เพราะว่าอาณาจักรของเขาจะถูกถอนออกเสีย และตกไปเป็นของผู้อื่นนอกเหนือจาก2พงศ์พันธุ์ของเขา.
ดนอ.
11:5 แล้ว1กษัตริย์ทางทิศใต้จะเข้มแข็ง เจ้านายคนหนึ่งของเขาจะเข้มแข็งกว่าเขาและมีอำนาจครอบครอง อำนาจครอบครองของเขาจะเป็นอำนาจครอบครองที่ยิ่งใหญ่
ดนอ.
11:6 ต่อมาอีกหลายปีในช่วงปลาย กษัตริย์ทั้งสองจะเป็นพันธมิตรกัน และบุตรสาวของกษัตริย์ทางทิศใต้จะมาหากษัตริย์ทางทิศเหนือ เพื่อทำสัญญาไมตรี แต่เธอจะรักษากำลัง1อำนาจของเธอเอาไว้ไม่ได้ กษัตริย์และ1อำนาจของเขาจะไม่ยั่งยืน แต่เธอจะถูกมอบให้[แก่ความตาย] รวมทั้งบรรดาผู้ที่นำเธอมา[เป็นพันธมิตร] ผู้ที่ให้กำเนิดเธอ และผู้ที่ค้ำชูเธอในเวลานั้น
ดนอ.
11:7 แต่จะมีกิ่งจากรากของเธอจะขึ้นมาแทนที่กษัตริย์ เขาจะยกมาต่อสู้กับกองทัพ และเข้าในป้อมของกษัตริย์ทางทิศเหนือ และเขาจะรบกับพวกเขาและจะชนะ.
ดนอ.
11:8 เขาจะขนเอาบรรดาพระ พร้อมทั้งรูปเคารพหล่อทั้งหลาย และภาชนะมีค่าที่ทำด้วยเงินและทองคำไปเป็นของริบยังอียิปต์ และเขาจะเว้นจากการโจมตีกษัตริย์ทางทิศเหนืออยู่หลายปี.
ดนอ.
11:9 แล้ว1กษัตริย์ทางทิศเหนือจะเข้ามาในอาณาจักรของกษัตริย์ทางทิศใต้ แต่ก็จะกลับไปยังดินแดนของตนเอง.
ดนอ.
11:10 บุตรทั้งหลายของเขาจะปลุกระดมให้ทำสงครามและรวบรวมพลรบเป็นอันมากไว้ และพลรบหนึ่งนี้จะมาอย่างไม่หยุดยั้ง และจะไหลท่วมท้นและเคลื่อนผ่านไป และจะกลับมาทำสงครามอีกจนถึงป้อมปราการของ1กษัตริย์ทางทิศใต้.
ดนอ.
11:11 แล้วกษัตริย์ทางทิศใต้จะโกรธมาก จะยกออกมาต่อสู้กับกษัตริย์ทางทิศเหนือ. แล้ว1กษัตริย์ทางทิศเหนือจะจัดพลรบเป็นอันมาก แต่พลรบมากมายนั้นก็จะถูกมอบไว้ในมือของ2กษัตริย์ทางทิศใต้
ดนอ.
11:12 และเมื่อพลรบมากมายนั้นถูกกวาดต้อนไปแล้ว ใจของ1กษัตริย์ทางทิศใต้ก็ผยองขึ้น และเขาจะทำให้คนเป็นหมื่นๆ ล้มลง แต่เขาจะไม่ชนะ.
ดนอ.
11:13 เพราะว่ากษัตริย์ทางทิศเหนือจะกลับมา และจะจัดกองทัพเป็นอันมากยิ่งใหญ่กว่าครั้งก่อน ต่อมาอีกหลายปีในช่วงปลาย เขาจะยกกองทัพใหญ่นั้นมาอย่างไม่หยุดยั้งพร้อมกับเสบียงมากมาย.
ดนอ.
11:14 ในเวลานั้น คนมากมายจะลุกขึ้นต่อสู้กับกษัตริย์ทางทิศใต้ และพวกหัวรุนแรงท่ามกลางชนชาติของเขาเองก็จะยกตัวขึ้นเพื่อทำให้นิมิตสำเร็จ แต่พวกเขาจะล้มเหลว.
ดนอ.
11:15 แล้ว1กษัตริย์ทางทิศเหนือจะมาล้อมและก่อเนินและยึดเมืองที่มีป้อมแข็งแรงได้ ส่วนกำลังกองทัพของทางทิศใต้จะสู้ไม่ไหว แม้พลรบที่คัดเลือกแล้วก็ยังสู้ไม่ได้ เพราะไม่มีกำลังยืนหยัดอยู่ได้
ดนอ.
11:16 แต่ผู้ยกมาต่อสู้กับ1กษัตริย์ทางทิศใต้จะทำตามความพอใจของเขาเอง และไม่มีใครยืนหยัดต่อหน้าเขาได้ และเขาจะยั่งยืนอยู่ใน2กดินแดนอันงดงาม และการทำลายล้างจะอยู่ในมือของเขา.
ดนอ.
11:17 เขาจะมุ่งหน้ามาด้วยกำลังแห่งอาณาจักรทั้งหมดของเขา และเขาจะทำตาม1ข้อตกลงสันติภาพ และเขาจะยกบุตรสาวคนหนึ่งให้2กษัตริย์ทางทิศใต้ เพื่อให้ทำลายอาณาจักรนั้น แต่นางจะไม่อาจยืนหยัด[เพื่อเขา]และไม่เป็นประโยชน์แก่เขาแต่อย่างใด.
ดนอ.
11:18 ภายหลังเขาจะหันหน้าไปตาม1ดินแดนชายฝั่งทะเล และจะยึดได้หลายเกาะ แต่ผู้นำคนหนึ่งจะยุติการด่าประณามที่เขาก่อขึ้นเสียเพื่อตัวเขาเอง และจะเอาการด่าประณามนั้นหันกลับมาตกแก่ตัวเขาเอง.
ดนอ.
11:19 แล้ว1กษัตริย์ทางทิศเหนือจะหันหน้ามุ่งตรงไปยังบรรดาป้อมปราการแห่งดินแดนของเขาเอง แต่เขาจะสะดุดและล้มลง หาตัวไม่พบอีกต่อไป.
ดนอ.
11:20 แล้วจะมีผู้หนึ่งขึ้นมาแทนที่เขา ผู้นี้จะให้ผู้กดขี่[เก็บภาษี]ผ่านไปทั่ว1ความเจิดจรัสแห่งอาณาจักร แต่ไม่กี่วันเขาก็จะถูกทำลาย ไม่ใช่ด้วยความโกรธหรือด้วยสงคราม.
ดนอ.
11:21 จะมี1กคนน่ารังเกียจคนหนึ่งตั้งตัวขึ้นแทนที่เขา โดยไม่มีผู้ใดมอบเกียรติแห่งอาณาจักรให้ แต่เขาจะยกเข้ามาในเวลาที่คนรู้สึกปลอดภัย แล้วยึดเอาอาณาจักรนั้นด้วยคำพูดและการกระทำที่ประจบประแจงและเต็มด้วยอุบาย.
ดนอ.
11:22 กองทัพที่หลั่งไหลเข้ามาดุจน้ำหลากจะถูกกวาดไปต่อหน้าเขา และถูกทำลาย รวมทั้ง1เจ้านายแห่งพันธสัญญาด้วย.
ดนอ.
11:23 ตั้งแต่เวลาที่เป็นพันธมิตรกับเขา เขาจะทำการกหลอกลวงอยู่เสมอ และเขาจะขึ้นมาและเข้มแข็งขึ้นด้วยคนจำนวนน้อย.
ดนอ.
11:24 เขาจะยกเข้ามาในส่วนของอาณาจักรซึ่งอุดมสมบูรณ์ที่สุดในเวลาที่คนรู้สึกปลอดภัย และเขาจะทำสิ่งที่บรรพบุรุษของเขาและบรรพบุรุษของบรรพบุรุษของเขาไม่เคยทำมาก่อน เขาจะเอาทรัพย์ที่ปล้นมา ของที่ริบมาได้ และทรัพย์สมบัติต่างๆ มากระจายแจกกันในท่ามกลางเขาทั้งหลาย เขาจะออกอุบายต่อสู้กับที่กำบังเข้มแข็ง แต่ก็ชั่วเวลาหนึ่ง[เท่านั้น]
ดนอ.
11:25 และเขาจะปลุกระดมกำลังของเขาและใจของเขาด้วยกองทัพใหญ่ ยกไปสู้กับกษัตริย์ทางทิศใต้ และกษัตริย์ทางทิศใต้จะทำสงครามด้วยกองทัพใหญ่และเข้มแข็งยิ่งนัก แต่เขาจะไม่อาจยืนหยัดอยู่ได้เพราะจะมีผู้วางอุบายต่อต้านเขา.
ดนอ.
11:26 ผู้ที่ร่วมรับประทานอาหารชั้นสูงของเขาก็จะทำลายเขา กองทัพของเขาก็จะถูกกวาดไปดุจน้ำหลาก คนเป็นอันมากจะถูกฆ่าฟันล้มตาย.
ดนอ.
11:27 ส่วนกษัตริย์สององค์นั้น ใจของพวกเขาต่างคิดกระทำการชั่วร้าย พวกเขาจะนั่งร่วมโต๊ะและพูดมุสากัน แต่[สิ่งที่พวกเขาทำ]จะไม่สำเร็จ เพราะกช่วงสุดปลายก็จะมาตามเวลากำหนด.
ดนอ.
11:28 แล้ว1กษัตริย์ทางทิศเหนือก็จะกลับมายังดินแดนของเขาพร้อมกับทรัพย์สมบัติมากมาย แต่ใจของเขาก็ต่อต้านพันธสัญญาอันบริสุทธิ์ เขาจะกระทำการ[ตามใจชอบ] และกลับไปยังดินแดนของตน.
ดนอ.
11:29 พอถึงเวลากำหนด เขาจะกลับมาสู้รบกับทางใต้ แต่ครั้งนี้เหตุการณ์จะไม่เป็นไปอย่างครั้งก่อน.
ดนอ.
11:30 เพราะว่ากองทัพเรือของเมือง1กคิททิมจะมาปะทะกับเขา เขาจะเสียขวัญและหันกลับไป และจะเกรี้ยวกราดต่อพันธสัญญาอันบริสุทธิ์ และกระทำการ[ตามใจชอบ]. เมื่อเขาจะหันกลับไป เขาจะสนใจบรรดาผู้ที่ละทิ้งพันธสัญญาอันบริสุทธิ์.
ดนอ.
11:31 กองทัพของเขาจะยกมา1ลบหลู่สถานที่บริสุทธิ์ [ตั้ง]ป้อมปราการ และยกเลิกกเครื่องสัตวบูชาประจำวัน และพวกเขาจะตั้ง2ขสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน ซึ่งก่อให้เกิดการรกร้างขึ้น.
ดนอ.
11:32 เขาจะใช้คำพูดประจบประแจงมาลบหลู่ผู้ที่กระทำการชั่วต่อพันธสัญญา แต่บรรดา1พลไพร่ที่รู้จักพระเจ้าของตนจะเข้มแข็งและกระทำการ
ดนอ.
11:33 และ1คนเหล่านั้นที่มีความเข้าใจลึกซึ้งในท่ามกลางพลไพร่จะทำให้คนเป็นอันมากเข้าใจ ทว่าเขาจะล้มลงด้วยดาบหรือด้วยเปลวไฟ ด้วยการเป็นเชลยหรือด้วยถูกปล้น[สักระยะเวลาหนึ่ง].
ดนอ.
11:34 เมื่อเขาล้มลงนั้น เขาจะได้รับความช่วยเหลือเล็กน้อย และจะมีคนจำนวนมากที่มาเข้าร่วมกับพวกเขาในคำพูดเท่านั้น.
ดนอ.
11:35 คนที่มีความเข้าใจลึกซึ้งบางคนจะล้มลงเพื่อจะกหลอม1เหล่าพลไพร่ ชำระ[พวกเขา]ให้บริสุทธิ์หมดจดและสะอาด จนกว่าจะถึงช่วงขสุดปลาย เพราะ[ช่วงสุดปลาย]ก็จะมาตามเวลากำหนด
ดนอ.
11:36 และกษัตริย์จะทำตามความพอใจของเขา เขาจะ1กยกตนขึ้น และถือตัวเองเป็นใหญ่เหนือพระทุกองค์ และจะพูดสิ่งที่แปลกประหลาดอัศจรรย์ต่อสู้พระเจ้าแห่งพระทั้งหลาย เขาจะเจริญขึ้นจนกว่าพระพิโรธจะครบถ้วน เพราะสิ่งใดที่ทรงกำหนดไว้จะต้องสำเร็จ.
ดนอ.
11:37 เขาจะไม่สนใจพระแห่งบรรพบุรุษของเขา หรือพระที่ผู้หญิงปรารถนา เขาจะกไม่สนใจพระองค์ใดเลย เพราะเขาจะถือว่าตัวเองใหญ่กว่าทุกสิ่งทุกอย่าง
ดนอ.
11:38 แต่เขาจะถวายเกียรติพระของบรรดาป้อมปราการ คือพระที่บรรพบุรุษของเขาไม่รู้จัก เขาก็จะถวายเกียรติด้วยทองคำ, เงิน, เพชรพลอย และทรัพย์ล้ำค่า.
ดนอ.
11:39 เขาจะสู้รบกับป้อมปราการที่แข็งแรงที่สุดด้วย[ความช่วยเหลือของ]พระต่างชาติ เขาจะทวีเกียรติยศให้แก่ผู้ที่ยอมรับ[เขา] เขาจะแต่งตั้งให้ปกครองคนเป็นอันมาก และเขาจะแบ่งที่ดินให้เป็นบำเหน็จตอบแทน.
ดนอ.
11:40 พอถึงช่วงสุดปลาย กษัตริย์ทางทิศใต้จะมาสู้กับเขา และกษัตริย์ทางทิศเหนือจะบุกโจมตีเขาดุจลมพายุ พร้อมด้วยรถรบ พลม้า และเรือรบเป็นอันมาก เขาจะรุกเข้าประเทศต่างๆ จนท่วมท้นและผ่านไป.
ดนอ.
11:41 เขาจะเข้ามาใน1กดินแดนอันงดงาม และ[ประเทศ]มากมายจะล้มลง แต่1ขอะโดม, โมอาบ และผู้นำของคนอำโมนจะพ้นจากมือของเขา.
ดนอ.
11:42 เขาจะยื่นมือออกต่อสู้ประเทศต่างๆ และดินแดนอียิปต์ก็จะหนีรอดไปไม่ได้.
ดนอ.
11:43 เขาจะเข้าควบคุมทรัพย์สมบัติที่ซ่อนอยู่เป็นทองคำและเงิน และสิ่งล้ำค่าทั้งหลายของคนอียิปต์ คนลิเบีย และคน1คูชก็จะ[ติดตาม]ย่างก้าวของเขา
ดนอ.
11:44 แต่ข่าวจากทิศตะวันออกและทิศเหนือจะทำให้เขาตกใจ และเขาจะยกออกไปด้วยความโกรธอย่างยิ่ง มุ่งจะทำลายและล้างผลาญคนเป็นอันมากจนสิ้นซาก
ดนอ.
11:45 และเขาจะปักกระโจมแห่งวังของเขาระหว่างทะเลและ1กภูเขาบริสุทธิ์งดงาม แต่เขาจะ2มาถึงขจุดจบและไม่มีใครช่วยเขาเลย.
คำอธิบาย ดานิเอล บทที่ 11
ดนอ.
11:1 1 ผู้ส่งสารซึ่งเป็นทูตสวรรค์ในบทที่ 10; ดู 10:11 คำอธิบาย 1.
ดนอ.
11:1 ก ดนอ.5:31; 9:1
ดนอ.
11:2 1 เนื้อหาของนิมิตในบทนี้เกี่ยวข้องกับชะตากรรมของอิสราเอล ตั้งแต่ช่วงปลายของอาณาจักรเปอร์เซียจนถึงช่วงสามปีครึ่งสุดท้ายของยุคปัจจุบัน และยังครอบคลุมไปถึงยุคของอาณาจักรและโลกนิรันดร์ด้วย ทั้งหมดนี้เป็นความจริงที่ถูกจารึกไว้ในหนังสือแห่งหลักความจริง (10:21) ซึ่งผู้ส่งสารที่เป็นทูตสวรรค์ได้บอกแก่ดานิเอล (11:2—12:13). นิมิตในบทนี้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจักรวรรดิเปอร์เซีย, จักรวรรดิกรีก และจักรวรรดิโรมัน จนกระทั่งถึงช่วงสุดท้ายของจักรวรรดิโรมันภายใต้การปกครองของผู้ต่อต้านพระคริสต์ในช่วงสามปีครึ่งสุดท้ายของยุคนี้ (ดู 2:32 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2).
ดนอ.
11:2 ก ดนอ.8:4
ดนอ.
11:2 2 หรือ กรีก.
ดนอ.
11:3 ก ดนอ.7:6; 8:5-8, 21
ดนอ.
11:3 1ก หรือ อเล็กซานเดอร์มหาราช (8:5-8ก, 20-21; 7:5-6ก) กษัตริย์แห่งกรีกผู้ได้ปราบเปอร์เซียให้พ่ายแพ้ไปเมื่อประมาณ 333 ปีก่อนคริสตศักราช.
ดนอ.
11:4 1 ไม่นานหลังจากที่อเล็กซานเดอร์มหาราชปราบอาณาจักรเปอร์เซียให้พ่ายแพ้ เขาก็สิ้นชีวิต และอาณาจักรของเขาก็ถูกแบ่งออกเป็นสี่อาณาจักร ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของแม่ทัพทั้งสี่ของเขา (8:8ข, 22; 7:6ข). ในบรรดาอาณาจักรทั้งสี่นั้น อียิปต์และซีเรียได้ทำสงครามกันไปมาผ่านดินแดนอิสราเอล. ในที่สุด บทนี้ได้เน้นถึงอาณาจักรและความชั่วร้ายของกษัตริย์สององค์ คือ อันติโอคัส เอพิฟาเนส กษัตริย์องค์หนึ่งทางทิศเหนือ (ข้อ 21-35) และผู้ต่อต้านพระคริสต์ กษัตริย์แห่งจักรวรรดิโรมันที่ได้รับการฟื้นสภาพ (ข้อ 36-45).
ดนอ.
11:4 ก ดนอ.8:8, 22
ดนอ.
11:4 2 แปลตามตรงคือ คนเหล่านี้.
ดนอ.
11:5 1 ข้อ 5-20 กล่าวถึงสงครามที่เกิดขึ้นไปมาระหว่างกษัตริย์ทางทิศใต้ (อียิปต์) กับกษัตริย์ทางทิศเหนือ (ซีเรีย). ขณะที่กษัตริย์ทั้งสองทำสงครามกันนั้น กองทัพของพวกเขาต้องเคลื่อนผ่านอิสราเอล. ด้วยเหตุนี้ อิสราเอลจึงตกอยู่ในความทุกข์ลำบาก (10:1).
ดนอ.
11:6 1 แปลตามตรงคือ แขน.
ดนอ.
11:9 1 แปลตามตรงคือ เขา.
ดนอ.
11:10 1 แปลตามตรงคือ เขา.
ดนอ.
11:11 1 แปลตามตรงคือ เขา.
ดนอ.
11:11 2 แปลตามตรงคือ เขา.
ดนอ.
11:12 1 แปลตามตรงคือ เขา.
ดนอ.
11:15 1 คำพยากรณ์ในข้อ 15-19 กล่าวถึงอันติโอคัสมหาราช (Antiochus the Great) ผู้เป็นบิดาของ อันติโอคัส เอพิฟาเนส (Antiochus Epiphanes) ซึ่งได้ปราบอียิปต์ให้พ่ายแพ้ไปเมื่อ 200 ปีก่อนคริสตศักราช และในที่สุดก็ถูกสังหารระหว่างการกบฏเมื่อ 187 ปีก่อนคริสตศักราช.
ดนอ.
11:16 1 แปลตามตรงคือ เขา.
ดนอ.
11:16 ก ดนอ.8:9
ดนอ.
11:16 2ก หรือ ดินแดนอิสราเอล.
ดนอ.
11:17 1 แปลตามตรงคือ สิ่งที่เที่ยงตรง.
ดนอ.
11:17 2 แปลตามตรงคือ เขา.
ดนอ.
11:18 1 หรือ เกาะต่างๆ และชายฝั่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน.
ดนอ.
11:19 1 แปลตามตรงคือ เขา.
ดนอ.
11:20 1 หรือ ยูเดีย หรือกล่าวให้เจาะจงยิ่งขึ้นคือ กรุงเยรูซาเล็ม.
ดนอ.
11:21 ก ดนอ.7:8; 8:9, 23, 25
ดนอ.
11:21 1ก หรือ อันติโอคัส เอพิฟาเนส. ข้อ 21-35 และ 8:23-25 บรรยายถึงอาณาจักรและความชั่วร้ายของอันติโอคัส เอพิฟาเนส ในฐานะกษัตริย์องค์หนึ่งทางทิศเหนือ. เขาได้ถูกเน้นย้ำเป็นพิเศษในบทนี้ เพราะในฐานะที่เป็นแบบเล็งที่ครบบริบูรณ์ของผู้ต่อต้านพระคริสต์นั้น เขาได้สร้างความเสียหายและทำให้พระวิหารเป็นมลทินอย่างมาก (ข้อ 31).
ดนอ.
11:22 1 หรือ เจ้านายผู้เป็นพันธมิตรกับเขา.
ดนอ.
11:23 ก ดนอ.8:25
ดนอ.
11:27 ก ดนอ.8:17; มธ.24:6
ดนอ.
11:28 1 แปลตามตรงคือ เขา.
ดนอ.
11:30 ก อฤธ.24:24; ยรม.2:10
ดนอ.
11:30 1ก หรือ ไซปรัส แต่คำนี้น่าจะใช้โดยทั่วไป เพื่อชี้ถึงดินแดนทั้งหมดรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน.
ดนอ.
11:31 1 กองทัพของอันติโอคัส เอพิฟาเนสได้ลบหลู่สถานที่บริสุทธิ์ ยกเลิกเครื่องสัตวบูชาประจำวัน และตั้งสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนซึ่งก่อให้เกิดการรกร้างขึ้น. การถวายเครื่องสัตวบูชา, การรับพิธีสุหนัต และการถือรักษาวันซะบาโตนั้นถูกห้ามโดยเด็ดขาด. อันติโอคัส เอพิฟาเนสถึงกับตั้งแท่นบูชาแด่เทพซูส (Zeus) บนแท่นเครื่องบูชาเผาในพระวิหาร. นอกจากนี้ เขายังตั้งรูปเคารพของตนเองไว้ในพระวิหาร, ถวายสุกรบนแท่นบูชา และประพรมเลือดของมันในพระวิหาร. เขาบังคับพลไพร่บริสุทธิ์ให้กราบไหว้รูปเคารพและกินเนื้อสุกร อีกทั้งล่อลวงชายหนุ่มให้กระทำการล่วงประเวณีภายในพระวิหาร. ในความชั่วร้ายทั้งปวงนี้ อันติโอคัส เอพิฟาเนสเป็นแบบเล็งของผู้ต่อต้านพระคริสต์ ผู้ซึ่งจะปรากฏขึ้นในสัปตสุดท้ายของเจ็ดสิบสัปต (9:27; วว.13:1-7) ดู 9:27 คำอธิบาย 1.
ถ้าว่าตามหนังสือดานิเอล ปฏิมากรใหญ่รูปมนุษย์ใน 2:31-45 ได้ทำลายและทำให้พระวิหารของพระเจ้าเป็นมลทินถึงสี่ครั้ง. ครั้งแรกโดยศีรษะ คือนะบูคัศเนซัร (1:1-2; 2คนก.36:18-19) ครั้งที่สองโดยอันติโอคัส เอพิฟาเนส พงศ์พันธุ์ของหนึ่งในสี่นายพลของจักรวรรดิกรีกของอเล็กซานเดอร์มหาราช (8:9-14; 11:31-32) ครั้งที่สามโดยติตัส เจ้าชายแห่งจักรวรรดิโรมัน ใน ค.ศ. 70 (9:26; มธ.24:2) และครั้งที่สี่โดยผู้ต่อต้านพระคริสต์ ผู้เป็นส่วนหนึ่งของนิ้วเท้าสิบนิ้วของจักรวรรดิโรมันที่ได้รับการฟื้นสภาพ ในช่วงกลางของเจ็ดปีสุดท้ายของยุคนี้ (9:27; 12:7, 11). เหตุการณ์ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า ศูนย์กลาง, จุดหมาย และเป้าหมายของการต่อสู้ของซาตานกับพระเจ้านั้นมีความเกี่ยวข้องกับพระวิหาร ซึ่งก่อนอื่นเป็นแบบเล็งของพระคริสต์ในฐานะที่ทรงเป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้า (ยฮ.2:19-21) และต่อมายังเป็นแบบเล็งของคริสตจักร ซึ่งก็คือพระกายของพระคริสต์อันเป็นการขยายใหญ่ขึ้นของพระคริสต์ (1กธ.3:16-17; อฟ.2:20-22). พระเจ้าทรงปรารถนาจะมีสถานที่แห่งหนึ่งบนแผ่นดินโลก ซึ่งพลไพร่ของพระองค์สามารถนมัสการพระองค์ได้ เพื่อเป็นพยานว่าพระองค์ยังทรงมีสิทธิประโยชน์บนแผ่นดินโลกนี้ แต่ซาตานก็พยายามต่อสู้อยู่เสมอเพื่อทำลายสถานที่นั้น (เทียบ มธ.16:18; ยฮ.2:19). ท้ายที่สุดดังที่เปิดเผยไว้ในพันธสัญญาใหม่ ซาตานจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง (วว.20:10) และคริสตจักรในฐานะพระนิเวศน์ของพระเจ้า (1ตธ.3:15; 1ปต.2:5) ซึ่งเป็นการผสมกลมกลืนระหว่างพระเจ้ากับพลไพร่ที่พระองค์ทรงไถ่ไว้จะได้รับการก่อสร้างขึ้นอย่างครบบริบูรณ์ในการเป็นขึ้นของพระคริสต์ และจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางของฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ไปตราบชั่วนิรันดร์ (วว.21—22).
ถ้าว่าตามหนังสือดานิเอล ปฏิมากรใหญ่รูปมนุษย์ใน 2:31-45 ได้ทำลายและทำให้พระวิหารของพระเจ้าเป็นมลทินถึงสี่ครั้ง. ครั้งแรกโดยศีรษะ คือนะบูคัศเนซัร (1:1-2; 2คนก.36:18-19) ครั้งที่สองโดยอันติโอคัส เอพิฟาเนส พงศ์พันธุ์ของหนึ่งในสี่นายพลของจักรวรรดิกรีกของอเล็กซานเดอร์มหาราช (8:9-14; 11:31-32) ครั้งที่สามโดยติตัส เจ้าชายแห่งจักรวรรดิโรมัน ใน ค.ศ. 70 (9:26; มธ.24:2) และครั้งที่สี่โดยผู้ต่อต้านพระคริสต์ ผู้เป็นส่วนหนึ่งของนิ้วเท้าสิบนิ้วของจักรวรรดิโรมันที่ได้รับการฟื้นสภาพ ในช่วงกลางของเจ็ดปีสุดท้ายของยุคนี้ (9:27; 12:7, 11). เหตุการณ์ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า ศูนย์กลาง, จุดหมาย และเป้าหมายของการต่อสู้ของซาตานกับพระเจ้านั้นมีความเกี่ยวข้องกับพระวิหาร ซึ่งก่อนอื่นเป็นแบบเล็งของพระคริสต์ในฐานะที่ทรงเป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้า (ยฮ.2:19-21) และต่อมายังเป็นแบบเล็งของคริสตจักร ซึ่งก็คือพระกายของพระคริสต์อันเป็นการขยายใหญ่ขึ้นของพระคริสต์ (1กธ.3:16-17; อฟ.2:20-22). พระเจ้าทรงปรารถนาจะมีสถานที่แห่งหนึ่งบนแผ่นดินโลก ซึ่งพลไพร่ของพระองค์สามารถนมัสการพระองค์ได้ เพื่อเป็นพยานว่าพระองค์ยังทรงมีสิทธิประโยชน์บนแผ่นดินโลกนี้ แต่ซาตานก็พยายามต่อสู้อยู่เสมอเพื่อทำลายสถานที่นั้น (เทียบ มธ.16:18; ยฮ.2:19). ท้ายที่สุดดังที่เปิดเผยไว้ในพันธสัญญาใหม่ ซาตานจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง (วว.20:10) และคริสตจักรในฐานะพระนิเวศน์ของพระเจ้า (1ตธ.3:15; 1ปต.2:5) ซึ่งเป็นการผสมกลมกลืนระหว่างพระเจ้ากับพลไพร่ที่พระองค์ทรงไถ่ไว้จะได้รับการก่อสร้างขึ้นอย่างครบบริบูรณ์ในการเป็นขึ้นของพระคริสต์ และจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางของฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ไปตราบชั่วนิรันดร์ (วว.21—22).
ดนอ.
11:31 ก ดนอ.8:11; 12:11
ดนอ.
11:31 ข ดนอ.8:13; 9:27; 12:11; มธ.24:15; มก.13:14; วว.13:4, 14
ดนอ.
11:31 2ข เทียบ มธ.24:15 คำอธิบาย 2.
ดนอ.
11:32 1 ชี้ถึงยูดาส มัคคาบี (Judas Maccabeus) และพลไพร่ของเขา ซึ่งได้รับการหนุนใจและเพิ่มกำลังโดยพระคำนี้ที่อยู่ในหนังสือดานิเอล ให้ลุกขึ้นกระทำการต่อต้านอันติโอคัส เอพิฟาเนส. พวกมัคคาบีได้เอาชนะเขาและชำระพระวิหารให้บริสุทธิ์. ดู 8:14 คำอธิบาย 1 กับ 2.
ดนอ.
11:33 1 หรือ อาจารย์ของพลไพร่. ใช้เหมือนกันจนจบหนังสือ. อันติโอคัส เอพิฟาเนสได้ข่มเหงและสังหารชาวยิวที่เสียสละเพื่อพระเจ้า (ข้อ 33-35). ในเรื่องนี้ เขาก็เป็นแบบเล็งถึงผู้ต่อต้านพระคริสต์ ซึ่งจะข่มเหงและฆ่าพลไพร่ของพระเจ้าในช่วงสุดปลายของยุคนี้ (วว.13:7 และคำอธิบาย).
ดนอ.
11:35 ก ดนอ.12:10; 1ปต.1:7
ดนอ.
11:35 1 แปลตามตรงคือ พวกเขา.
ดนอ.
11:35 ข ดนอ.8:17; มธ.24:6
ดนอ.
11:36 ก ดนอ.7:8, 25; 8:11, 23, 25; 2ธซ.2:4; วว.13:5-6
ดนอ.
11:36 1ก ดู 2ธซ.2:4 คำอธิบาย 1. ข้อ 21–35 ชี้ถึงอันติโอคัส เอพิฟาเนส ซึ่งเป็นแบบเล็ง ส่วนข้อ 36–45 ชี้ถึงผู้ต่อต้านพระคริสต์ ซึ่งเป็นการสำเร็จเป็นจริง (เทียบ 9:26–27). ในบทนี้ มีช่องว่างในบทบันทึกของประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่การสิ้นสุดการปกครองของผู้สืบทอดทั้งสี่ของอเล็กซานเดอร์มหาราช (ตั้งแต่ราวครึ่งหลังของศตวรรษสุดท้ายก่อนคริสตศักราช คือช่วงเวลาที่จักรวรรดิโรมันขึ้นมาแทนที่อาณาจักรกรีก และกลายเป็นมหาอำนาจของโลกที่จะมาสิ้นสุดยุคปัจจุบันนี้) ไปจนถึงช่วงสามปีครึ่งสุดท้ายของยุคปัจจุบัน. ช่องว่างของกาลเวลานี้ก็คือ ยุคคริสตจักรแห่งข้อลับลึก (อฟ.3:3–11; 5:32).
ดนอ.
11:37 ก ยซย.14:13; 2ธซ.2:4
ดนอ.
11:41 1 หรือ ดินแดนอิสราเอล.
ดนอ.
11:41 ก ดนอ.11:16
ดนอ.
11:41 ข ยซย.11:14
ดนอ.
11:43 1 หรือ ชาวเอธิโอเปีย.
ดนอ.
11:45 ก ดนอ.11:16, 24; บพส.48:2; เทียบ 2ธซ.2:4
ดนอ.
11:45 1ก ชี้ถึงซีโอน ที่ซึ่งกรุงเยรูซาเล็มตั้งอยู่.
ดนอ.
11:45 2 ผู้ต่อต้านพระคริสต์จะมาถึงจุดจบของมันเมื่อพระคริสต์ในฐานะหินที่ถูกตัดออกมามิใช่ด้วยมือมนุษย์เสด็จมาพร้อมกับเจ้าสาวของพระองค์ เพื่อบดขยี้ปฏิมากรใหญ่รูปมนุษย์ตั้งแต่นิ้วเท้าจนถึงศีรษะ (2:24-35 และคำอธิบาย).
ดนอ.
11:45 ข 2ธซ.2:8; วว.19:20