ยะเอศเคล บทที่ 48
(3) การแบ่งส่วนดินแดน
48:1-35
48:1-35
ยอค. 48:1 ต่อไปนี้เป็นชื่อของเผ่าต่างๆ ตั้งแต่ทางเหนือสุดตามทางไปยังเฮธโลน ถึงทางเข้าฮามัธ[และ]ฮะซัรเอโนน ซึ่งอยู่ตรงพรมแดนดาเมเซ็กกับฮามัธทางทิศเหนือ (โดยเริ่มจากข้างทิศตะวันออกทอดยาวไปถึงข้างทิศตะวันตกนั้น) เป็นหนึ่ง[ส่วน]ของเผ่ากดาน.
ยอค. 48:2 ติดกับเขตแดนของดานเริ่มจากข้างทิศตะวันออกไปถึงข้างทิศตะวันตกนั้นเป็นหนึ่ง[ส่วน]ของเผ่ากอาเซ็ร.
ยอค. 48:3 ติดกับเขตแดนของอาเซ็รเริ่มจากข้างทิศตะวันออกไปถึงข้างทิศตะวันตกนั้นเป็นหนึ่ง[ส่วน]ของเผ่ากนัฟธาลี.
ยอค. 48:4 ติดกับเขตแดนของนัฟธาลีเริ่มจากข้างทิศตะวันออกไปถึงข้างทิศตะวันตกนั้น เป็นหนึ่ง[ส่วน]ของเผ่ากมะนาเซ.
ยอค. 48:5 ติดกับเขตแดนของมะนาเซเริ่มจากข้างทิศตะวันออกไปถึงข้างทิศตะวันตกนั้น เป็นหนึ่ง[ส่วน]ของเผ่ากเอ็ฟรายิม.
ยอค. 48:6 ติดกับเขตแดนเอ็ฟรายิมเริ่มจากข้างทิศตะวันออกไปถึงข้างทิศตะวันตกนั้น เป็นหนึ่ง[ส่วน]ของเผ่ากรูเบ็น.
ยอค. 48:7 ติดกับเขตแดนรูเบ็นเริ่มจากข้างทิศตะวันออกไปถึงข้างทิศตะวันตกนั้นเป็นหนึ่ง[ส่วน]ของเผ่ากยูดา.
ยอค. 48:8 ติดกับเขตแดนยูดาเริ่มจากข้างทิศตะวันออกไปถึงข้างทิศตะวันตกนั้น จะเป็น1กเครื่องบูชายก[อันเป็นดินแดน]ซึ่งพวกเจ้าจะถวาย กว้างสองหมื่นห้าพัน[ไม้อ้อ] และยาวเท่ากับหนึ่งส่วน[ของแต่ละเผ่า] เริ่มจากข้างทิศตะวันออกไปถึงข้างทิศตะวันตก และจะมี2สถานที่บริสุทธิ์อยู่ท่ามกลางนั้น.
ยอค. 48:9 [ดินแดนซึ่งเป็น]เครื่องบูชายกที่เจ้าทั้งหลายจะถวายแด่พระยะโฮวานั้น ให้ยาวสองหมื่นห้าพัน[ไม้อ้อ] และกว้างหนึ่งหมื่น[ไม้อ้อ].
ยอค. 48:10 นี่เป็น[ดินแดนซึ่งเป็น]เครื่องบูชายกที่แยกบริสุทธิ์สำหรับกปุโรหิต ทางด้านเหนือ[ยาว]สองหมื่นห้าพัน[ไม้อ้อ] ทางด้านตะวันตกกว้างหนึ่งหมื่น[ไม้อ้อ] ทางด้านตะวันออกกว้างหนึ่งหมื่น[ไม้อ้อ] ทางด้านใต้ยาวสองหมื่นห้าพัน[ไม้อ้อ] และจะมีสถานที่บริสุทธิ์ของพระยะโฮวาจะอยู่ท่ามกลางนั้น.
ยอค. 48:11 ส่วนนี้ให้เป็นส่วนของบรรดาปุโรหิตผู้ถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์จากท่ามกลางบุตรหลานของกซาโดค ซึ่งได้ถือรักษาคำกำชับของเรา และไม่ได้หลงไปเหมือนดังที่คนเลวีได้หลงไปเมื่อชนชาติอิสราเอลหลงไป
ยอค. 48:12 และให้ดินแดนนี้เป็นของเขาทั้งหลาย เป็นเครื่องบูชายกจาก[ดินแดนซึ่งเป็น]เครื่องบูชายก เป็นบริเวณที่บริสุทธิ์ที่สุด ติดกับเขตแดนของคนเลวี.
ยอค. 48:13 ติดกับเขตแดนของปุโรหิตนั้น ให้เป็น[ส่วนแบ่ง]ของกคนเลวี ยาวสองหมื่นห้าพัน[ไม้อ้อ] กว้างหนึ่งหมื่น[ไม้อ้อ]. ส่วนยาวทั้งหมดจะเป็นสองหมื่นห้าพัน[ไม้อ้อ] และส่วนกว้างหนึ่งหมื่น[ไม้อ้อ].
ยอค. 48:14 ห้ามพวกเขาขายหรือแลกเปลี่ยนหรือโยกย้ายส่วนหนึ่งส่วนใดของดินแดนนี้ [นี่เป็น]ผลสุกงอมรุ่นแรกของดินแดน เพราะเป็นส่วนบริสุทธิ์แด่พระยะโฮวา.
ยอค. 48:15 ส่วนที่เหลืออยู่ซึ่งกว้างห้าพัน[ไม้อ้อ] ซึ่งอยู่ด้านข้าง[ดินแดน]สองหมื่นห้าพัน[ไม้อ้อ]นั้น ให้เป็นที่ใช้สอยทั่วไปสำหรับกเมือง สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยและสำหรับพื้นที่โล่งรอบเมือง และตัวเมืองจะอยู่ท่ามกลางนั้น.
ยอค. 48:16 ต่อไปนี้เป็นขนาดของด้านต่างๆ ของเมือง คือข้างทิศเหนือสี่พันห้าร้อย[ไม้อ้อ] ข้างทิศใต้สี่พันห้าร้อย[ไม้อ้อ] ข้างทิศตะวันออกสี่พันห้าร้อย[ไม้อ้อ] และข้างทิศตะวันตกสี่พันห้าร้อย[ไม้อ้อ].
ยอค. 48:17 เมืองนั้นจะต้องมีพื้นที่โล่งรอบเมือง ทางด้านเหนือออกไปสองร้อยห้าสิบ[ไม้อ้อ] ด้านใต้สองร้อยห้าสิบ[ไม้อ้อ] ด้านตะวันออกสองร้อยห้าสิบ[ไม้อ้อ] และด้านตะวันตกสองร้อยห้าสิบ[ไม้อ้อ]
ยอค. 48:18 และด้านยาวของส่วนที่เหลือซึ่งอยู่ติดกับ[ดินแดนซึ่งเป็น]เครื่องบูชายกที่แยกบริสุทธิ์นั้น ทางตะวันออกยาวหนึ่งหมื่น[ไม้อ้อ] และไปตะวันตกยาวหนึ่งหมื่น[ไม้อ้อ] และให้อยู่ติดกับ[ดินแดนซึ่งเป็น]เครื่องบูชายกที่แยกบริสุทธิ์. ผลผลิตที่ได้ในส่วนนี้จะเป็นอาหารของคนงานในเมืองนั้น.
ยอค. 48:19 คนงานของเมืองนั้นซึ่งมาจากอิสราเอลทุกเผ่าจะเป็นคนไถที่ผืนนี้.
ยอค. 48:20 [ดินแดนซึ่งเป็น]เครื่องบูชายกทั้งหมดกว้างยาวด้านละสองหมื่นห้าพัน[ไม้อ้อ]. พวกเจ้าจงถวาย[ดินแดนซึ่งเป็น]เครื่องบูชายกที่แยกบริสุทธิ์เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสนั้นรวมกับส่วนของตัวเมือง.
ยอค. 48:21 บริเวณที่เหลือซึ่งอยู่ทั้งสองข้างของ[ดินแดนซึ่งเป็น]เครื่องบูชายกที่แยกบริสุทธิ์และส่วนของตัวเมืองนั้นให้เป็นของกเจ้านาย ติดกับสองหมื่นห้าพัน[ไม้อ้อ]ของ[ดินแดนซึ่งเป็น]เครื่องบูชายกไปทางพรมแดนตะวันออก และทางตะวันตกติดกับสองหมื่นห้าพัน[ไม้อ้อของดินแดนซึ่งเป็นเครื่องบูชายก]ไปทางพรมแดนตะวันตก ขนานไปกับส่วนต่างๆ [ของเผ่า] ส่วนนี้ให้เป็นของเจ้านาย โดยมี[ดินแดนซึ่งเป็น]เครื่องบูชายกที่แยกบริสุทธิ์พร้อมกับสถานที่บริสุทธิ์ของพระนิเวศน์นั้นอยู่ท่ามกลางนั้น
ยอค. 48:22 และให้[แยกออกจาก]ส่วนที่เป็นของคนเลวีและส่วนของเมืองนั้นโดยให้อยู่ท่ามกลางส่วนที่เป็นของเจ้านาย. [พื้นที่ที่เหลือ]ระหว่างเขตแดนของยูดาและเขตแดนของเบ็นยามินจะเป็นส่วนของเจ้านาย.
ยอค. 48:23 ส่วนเผ่าที่เหลืออยู่ เริ่มจากข้างทิศตะวันออกไปข้างทิศตะวันตกนั้นเป็นหนึ่ง[ส่วน]ของเผ่ากเบ็นยามิน.
ยอค. 48:24 ติดกับเขตแดนของเบ็นยามินเริ่มจากข้างทิศตะวันออกไปถึงข้างทิศตะวันตกนั้นเป็นหนึ่ง[ส่วน]ของเผ่ากซิมโอน.
ยอค. 48:25 ติดกับเขตแดนของซิมโอนเริ่มจากข้างทิศตะวันออกไปถึงข้างทิศตะวันตกนั้นเป็นหนึ่ง[ส่วน]ของเผ่ากยิศซาคาร.
ยอค. 48:26 ติดกับเขตแดนของยิศซาคารเริ่มจากข้างทิศตะวันออกไปถึงข้างทิศตะวันตกนั้นเป็นหนึ่ง[ส่วน]ของเผ่ากซะบูโลน.
ยอค. 48:27 ติดกับเขตแดนของซะบูโลนเริ่มจากข้างทิศตะวันออกไปถึงข้างทิศตะวันตกนั้นเป็นหนึ่ง[ส่วน]ของเผ่ากฆาด
ยอค. 48:28 และติดกับเขตแดนของฆาดทางข้างทิศใต้ กเขตแดนนั้นจะเริ่มจากธามาร ถึงห้วงน้ำมะรีบา–คาเดศ และเรื่อยไปตามลำธาร[ของอียิปต์]ถึงทะเลใหญ่.
ยอค. 48:29 นี่เป็นดินแดนซึ่งพวกเจ้าจะกจับฉลากแบ่งให้เป็นมรดกแก่เผ่าต่างๆ ของอิสราเอล นี่เป็นส่วนของเขาทั้งหลาย องค์พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้แหละ.
ยอค. 48:30 ต่อไปนี้เป็นทางออกของเมือง ทางข้างทิศเหนือวัดได้สี่พันห้าร้อย[ไม้อ้อ]
ยอค. 48:31 (กประตูทั้งหลายของ1เมืองนั้นตั้งชื่อตามชื่อเผ่าทั้งหลายของอิสราเอล) มีประตู2สามประตูทางเหนือ คือหนึ่งประตูของรูเบ็น หนึ่งประตูของยูดา และหนึ่งประตูของเลวี
ยอค. 48:32 ทางข้างทิศตะวันออกสี่พันห้าร้อย[ไม้อ้อ] มีสามประตู คือหนึ่งประตูของโยเซฟ หนึ่งประตูของเบ็นยามิน และหนึ่งประตูของดาน
ยอค. 48:33 ทางข้างทิศใต้วัดได้สี่พันห้าร้อย[ไม้อ้อ] มีประตูสามประตู คือหนึ่งประตูของซิมโอน หนึ่งประตูของยิศซาคาร และหนึ่งประตูของซะบูโลน
ยอค. 48:34 ทางข้างทิศตะวันตกสี่พันห้าร้อย[ไม้อ้อ] มีประตูสามประตู คือหนึ่งประตูของฆาด หนึ่งประตูของอาเซ็ร และหนึ่งประตูของนัฟธาลี
ยอค. 48:35 รอบเมืองนั้นวัดได้หนึ่งหมื่นแปดพัน[ไม้อ้อ] ตั้งแต่วันนี้ไปเมืองนี้จะมีกชื่อว่า 1ขพระยะโฮวาสถิตอยู่ที่นั่น.
คำอธิบาย ยะเอศเคล บทที่ 48
ยอค. 48:1 ก ยฮซ.19:40-48
ยอค. 48:2 ก ยฮซ.19:24-31
ยอค. 48:3 ก ยฮซ.19:32-39
ยอค. 48:4 ก ยฮซ.13:29-31; 17:1-11
ยอค. 48:5 ก ยฮซ.16:1-10
ยอค. 48:6 ก ยฮซ.13:15-23
ยอค. 48:7 ก ยฮซ.15:1-63; 19:9
ยอค. 48:8 ก ยอค.45:1
ยอค. 48:8 1ก ในนิมิตนี้ ดินแดนคะนาอันทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน. ส่วนทางเหนือมีไว้สำหรับเจ็ดเผ่า (ข้อ 1-7) ส่วนทางใต้มีไว้สำหรับห้าเผ่า (ข้อ 23-28) และส่วนตรงกลางซึ่งเป็นส่วนที่แยกบริสุทธิ์นั้นเป็นเครื่องบูชายกแด่พระเจ้า (ข้อ 8-20). ส่วนตรงกลาง ซึ่งเป็นเครื่องบูชายกที่แยกบริสุทธิ์นั้น เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดสองหมื่นห้าพันไม้อ้อ (ข้อ 20) และถูกแบ่งออกเป็นสามแถบ คือส่วนหนึ่งสำหรับปุโรหิตและพระวิหาร (ข้อ 8-12), ส่วนหนึ่งสำหรับคนเลวี (ข้อ 13-14) และส่วนหนึ่งสำหรับเมืองพร้อมทั้งบรรดาผู้ที่ทำงานในเมืองนั้น (ข้อ 15-20). ส่วนที่เหลือของดินแดนทางด้านตะวันตกและด้านตะวันออกของส่วนตรงกลางนั้นถูกกำหนดไว้สำหรับกษัตริย์และราชวงศ์ (ข้อ 21).
รูปภาพที่บรรยายถึงการแบ่งส่วนดินแดนนี้แสดงให้เห็นว่า ในการฟื้นสภาพนั้น ตั้งแต่ดานทางเหนือ (ข้อ 1) จนถึงฆาดทางใต้ (ข้อ 27) ชนชาติอิสราเอลทุกคนจะรับสุขพระคริสต์ แต่ความใกล้ชิดระหว่างพวกเขากับพระคริสต์จะไม่เท่ากัน. ความใกล้ชิดระหว่างแต่ละเผ่ากับพระคริสต์ถูกกำหนดโดยความสำคัญของพวกเขา. กลุ่มคนที่สำคัญที่สุดคือปุโรหิต ซึ่งอยู่ใกล้ชิดพระคริสต์มากที่สุดและเป็นผู้ที่รักษาการสามัคคีธรรมระหว่างพลไพร่กับองค์พระผู้เป็นเจ้า. คนเลวีผู้รักษาการปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นมีความใกล้ชิดองค์พระผู้เป็นเจ้ารองลงมา. จากนั้นคือบรรดาผู้ที่ทำงานในเมือง ซึ่งผดุงรักษาการปกครองของพระเจ้า เป็นพวกที่ใกล้ชิดองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นลำดับที่สาม. นอกจากนี้ยังมีราชวงศ์พร้อมทั้งกษัตริย์และฐานะกษัตริย์อีกด้วย.
การสามัคคีธรรมของปุโรหิต, การปรนนิบัติของคนเลวี, การงานเพื่อผดุงรักษาการปกครองของพระเจ้า และฐานะกษัตริย์นั้นล้วนออกมาจากความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน. ถ้าว่าตามความหมายสำคัญฝ่ายวิญญาณแล้ว กรณีนี้หมายความว่า ในคริสตจักรนั้น การสามัคคีธรรม, การปรนนิบัติ, การงาน, การปกครอง, ฐานะราชวงศ์, ฐานะเจ้านาย และฐานะกษัตริย์ทั้งหมดล้วนออกมาจากการรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์. เรายิ่งรับสุขพระคริสต์ เราก็ยิ่งใกล้ชิดพระองค์ และเรายิ่งใกล้ชิดพระองค์ เราก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในพระประสงค์ของพระองค์. กลุ่มคนที่สำคัญที่สุดคือปุโรหิตและกษัตริย์. ถ้าว่าตามการเปิดเผยในพันธสัญญาใหม่ ผู้เชื่อทุกคนในพันธสัญญาใหม่ควรฝึกฝนตนให้เป็นปุโรหิตและกษัตริย์ (1ปต.2:5, 9; วว.1:6; 5:10; 20:6; 22:3ข-5).
รูปภาพที่บรรยายถึงการแบ่งส่วนดินแดนนี้แสดงให้เห็นว่า ในการฟื้นสภาพนั้น ตั้งแต่ดานทางเหนือ (ข้อ 1) จนถึงฆาดทางใต้ (ข้อ 27) ชนชาติอิสราเอลทุกคนจะรับสุขพระคริสต์ แต่ความใกล้ชิดระหว่างพวกเขากับพระคริสต์จะไม่เท่ากัน. ความใกล้ชิดระหว่างแต่ละเผ่ากับพระคริสต์ถูกกำหนดโดยความสำคัญของพวกเขา. กลุ่มคนที่สำคัญที่สุดคือปุโรหิต ซึ่งอยู่ใกล้ชิดพระคริสต์มากที่สุดและเป็นผู้ที่รักษาการสามัคคีธรรมระหว่างพลไพร่กับองค์พระผู้เป็นเจ้า. คนเลวีผู้รักษาการปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นมีความใกล้ชิดองค์พระผู้เป็นเจ้ารองลงมา. จากนั้นคือบรรดาผู้ที่ทำงานในเมือง ซึ่งผดุงรักษาการปกครองของพระเจ้า เป็นพวกที่ใกล้ชิดองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นลำดับที่สาม. นอกจากนี้ยังมีราชวงศ์พร้อมทั้งกษัตริย์และฐานะกษัตริย์อีกด้วย.
การสามัคคีธรรมของปุโรหิต, การปรนนิบัติของคนเลวี, การงานเพื่อผดุงรักษาการปกครองของพระเจ้า และฐานะกษัตริย์นั้นล้วนออกมาจากความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน. ถ้าว่าตามความหมายสำคัญฝ่ายวิญญาณแล้ว กรณีนี้หมายความว่า ในคริสตจักรนั้น การสามัคคีธรรม, การปรนนิบัติ, การงาน, การปกครอง, ฐานะราชวงศ์, ฐานะเจ้านาย และฐานะกษัตริย์ทั้งหมดล้วนออกมาจากการรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์. เรายิ่งรับสุขพระคริสต์ เราก็ยิ่งใกล้ชิดพระองค์ และเรายิ่งใกล้ชิดพระองค์ เราก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในพระประสงค์ของพระองค์. กลุ่มคนที่สำคัญที่สุดคือปุโรหิตและกษัตริย์. ถ้าว่าตามการเปิดเผยในพันธสัญญาใหม่ ผู้เชื่อทุกคนในพันธสัญญาใหม่ควรฝึกฝนตนให้เป็นปุโรหิตและกษัตริย์ (1ปต.2:5, 9; วว.1:6; 5:10; 20:6; 22:3ข-5).
ยอค. 48:8 2 สถานที่บริสุทธิ์หรือพระวิหาร คือพระนิเวศน์ของพระเจ้าที่มีไว้สำหรับการพักสงบของพระองค์ ส่วนเมืองนั้น (ข้อ 15) คืออาณาจักรของพระเจ้าที่มีไว้สำหรับอำนาจของพระองค์. ทั้งสองอย่างล้วนแต่เป็นแบบเล็งถึงคริสตจักรในฐานะพระนิเวศน์ของพระเจ้าและอาณาจักรของพระเจ้า (1ตธ.3:15; รม.14:17) ซึ่งจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ (วว.21:2–3, 22; 22:3, 5).
ยอค. 48:10 ก ยอค.45:3-4
ยอค. 48:11 ก ยอค.44:15
ยอค. 48:13 ก ยอค.45:5
ยอค. 48:15 ก ยอค.45:6
ยอค. 48:21 ก ยอค.45:7
ยอค. 48:23 ก ยฮซ.18:21-28
ยอค. 48:24 ก ยฮซ.19:1-9
ยอค. 48:25 ก ยฮซ.19:17-23
ยอค. 48:26 ก ยฮซ.19:10-16
ยอค. 48:27 ก ยฮซ.13:24-28
ยอค. 48:28 ก ยอค.47:19
ยอค. 48:29 ก ยอค.47:14, 21-22
ยอค. 48:31 ก เทียบ วว.21:12
ยอค. 48:31 1 เมืองในที่นี้มีสิบสองประตู ซึ่งมีชื่อของชาวอิสราเอลสิบสองเผ่าจารึกอยู่นั้นย่อมต้องเป็นกรุงเยรูซาเล็มอย่างแน่นอน (เทียบ วว.21:12–13). เมืองนี้จะเป็นที่พักอาศัยของชาวอิสราเอลที่ได้รับการฟื้นสภาพกับพระเจ้าในส่วนที่เป็นฝ่ายแผ่นดินโลกของอาณาจักรพันปี. เช่นนั้นเมืองนี้จึงเป็นแบบเล็งถึงผู้มีชัยชนะในคริสตจักรและวิสุทธิชนที่มีชัยชนะในพันธสัญญาเดิม ซึ่งจะกลายเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฐานะที่อาศัยซึ่งกันและกันของพระเจ้ากับผู้มีชัยชนะในส่วนที่เป็นฝ่ายสวรรค์ของอาณาจักรพันปี (ดู วว.3:12 คำอธิบาย 3) ซึ่งก็คือการปรากฏเป็นที่ประจักษ์ของอาณาจักรแห่งสวรรค์ทั้งหลาย.
ประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอลคือแบบเล็งที่ครบบริบูรณ์ของประวัติศาสตร์ของคริสตจักร. ประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอลเริ่มต้นด้วยประสบการณ์แห่งกลุ่มชนที่ชาวอิสราเอลมีต่อเทศกาลปัศคาในขณะที่พวกเขาอพยพออกจากอียิปต์ (อซด.12) และจะดำเนินต่อไปจนถึงการเสด็จมาครั้งที่สองขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งในเวลานั้นชาวอิสราเอลจะได้รับการฟื้นสภาพและจะก่อสร้างกรุงเยรูซาเล็มฝ่ายแผ่นดินโลกที่มีประตูสิบสองประตู. ประวัติศาสตร์ของคริสตจักรเริ่มต้นด้วยเทศกาลปัศคาเช่นเดียวกัน ซึ่งก็คือพระคริสต์ที่ได้ถูกฆ่าถวายเป็นเครื่องบูชา (1กธ.5:7) และจะดำเนินต่อไปจนถึงอาณาจักรพันปี ในเวลานั้นวิสุทธิชนที่มีชัยชนะจะกลายเป็นกรุงเยรูซาเล็มฝ่ายสวรรค์ ซึ่งก็คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ที่มีประตูสิบสองประตู. หลังจากหนึ่งพันปี กรุงเยรูซาเล็มฝ่ายสวรรค์จะขยายใหญ่ขึ้นเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฟ้าสวรรค์ใหม่แผ่นดินโลกใหม่. กรุงเยรูซาเล็มใหม่ครอบคลุมถึงผู้ที่ได้รับการไถ่ทั้งหมดทั้งชาวอิสราเอลและคริสตจักร เพื่อมาเป็นการสำแดงของพระเจ้าและที่อาศัยซึ่งกันและกันของพระเจ้ากับผู้ที่พระองค์ทรงไถ่ในนิรันดร์กาลในอนาคต. ดู ดนอ.12:1 คำอธิบาย 3.
ประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอลคือแบบเล็งที่ครบบริบูรณ์ของประวัติศาสตร์ของคริสตจักร. ประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอลเริ่มต้นด้วยประสบการณ์แห่งกลุ่มชนที่ชาวอิสราเอลมีต่อเทศกาลปัศคาในขณะที่พวกเขาอพยพออกจากอียิปต์ (อซด.12) และจะดำเนินต่อไปจนถึงการเสด็จมาครั้งที่สองขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งในเวลานั้นชาวอิสราเอลจะได้รับการฟื้นสภาพและจะก่อสร้างกรุงเยรูซาเล็มฝ่ายแผ่นดินโลกที่มีประตูสิบสองประตู. ประวัติศาสตร์ของคริสตจักรเริ่มต้นด้วยเทศกาลปัศคาเช่นเดียวกัน ซึ่งก็คือพระคริสต์ที่ได้ถูกฆ่าถวายเป็นเครื่องบูชา (1กธ.5:7) และจะดำเนินต่อไปจนถึงอาณาจักรพันปี ในเวลานั้นวิสุทธิชนที่มีชัยชนะจะกลายเป็นกรุงเยรูซาเล็มฝ่ายสวรรค์ ซึ่งก็คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ที่มีประตูสิบสองประตู. หลังจากหนึ่งพันปี กรุงเยรูซาเล็มฝ่ายสวรรค์จะขยายใหญ่ขึ้นเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฟ้าสวรรค์ใหม่แผ่นดินโลกใหม่. กรุงเยรูซาเล็มใหม่ครอบคลุมถึงผู้ที่ได้รับการไถ่ทั้งหมดทั้งชาวอิสราเอลและคริสตจักร เพื่อมาเป็นการสำแดงของพระเจ้าและที่อาศัยซึ่งกันและกันของพระเจ้ากับผู้ที่พระองค์ทรงไถ่ในนิรันดร์กาลในอนาคต. ดู ดนอ.12:1 คำอธิบาย 3.
ยอค. 48:31 2 การที่จำนวนของประตูเป็นเลขสิบสอง (ข้อ 31-34) ซึ่งประกอบด้วยสามคูณสี่นั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าเมืองบริสุทธิ์ของพระเจ้า คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่เป็นการผสมกลมกลืนกันระหว่างพระเจ้าตรีเอกภาพ (สาม) กับมนุษย์ที่เป็นสิ่งทรงสร้าง (สี่). เลขสิบสองยังเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความครบสมบูรณ์ที่เด็ดขาดและความครบถ้วนที่นิรันดร์ในการบริหารปกครองของพระเจ้าอีกด้วย. กรณีนี้บ่งชี้ว่ากรุงเยรูซาเล็มใหม่ไม่เพียงเป็นการผสมกลมกลืนที่นิรันดร์ระหว่างสภาพพระเจ้ากับสภาพมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นการปกครองที่ครบสมบูรณ์ซึ่งออกมาจากการผสมกลมกลืนนี้ด้วย. เมืองนี้จะใช้อำนาจอย่างครบบริบูรณ์เพื่อการบริหารปกครองที่ครบถ้วนของพระเจ้าในโลกนิรันดร์ (วว. 22:1, 3, 5).
ยอค. 48:35 ก ยรม.33:16
ยอค. 48:35 ข ยรม.3:17; ยอล.3:21; ซคย.2:10; วว.21:3; 22:3
ยอค. 48:35 1ข ในตอนท้ายของหนังสือเล่มนี้ พระเจ้าทรงได้มาซึ่งพระวิหารอันบริสุทธิ์ (บทที่ 40—44) และเมืองบริสุทธิ์ในแผ่นดินบริสุทธิ์ (บทที่ 47—48). พระเจ้าทรงอาศัยอยู่ในพระวิหาร และพระองค์ยังทรงอาศัยอยู่ในเมืองด้วย. ในพระวิหารนั้น พระเจ้าทรงสามัคคีธรรมกับพลไพร่ของพระองค์ และในเมืองนั้น พระเจ้าทรงครอบครองอยู่ท่ามกลางพลไพร่ของพระองค์. กรณีนี้บ่งชี้ว่าในพระวิหารและเมืองนั้น พระเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์เพื่อดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกับมนุษย์. พระวิหารและเมืองเป็นแบบเล็งถึงคริสตจักรในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำหรับการสามัคคีธรรมกับพระเจ้าและสำหรับการครอบครองของพระเจ้า (1กธ.3:16–17; ฮร.12:22–23). ในคริสตจักรในฐานะพระวิหารและเมือง ซึ่งอยู่ในพระคริสต์ผู้เป็นแผ่นดินงามนั้น พระเจ้าทรงได้มาซึ่งการสำแดงของพระองค์ และพระเจ้ากับพลไพร่ของพระองค์ก็ได้รับสุขซึ่งกันและกันและมีความอิ่มหนำซึ่งกันและกัน. คริสตจักรในฐานะพระวิหารของพระเจ้าและเมืองของพระเจ้าจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ไปตราบชั่วนิรันดร์ (วว.21:2–3, 22).