การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ยะเอศเคล บทที่ 40

V. นิมิตแห่งการก่อสร้างอันบริสุทธิ์ของพระเจ้า
40:1—48:35
1. เวลาและสถานที่
40:1-2
ยอค. 40:1 1ในปีที่2กยี่สิบห้าซึ่งเราถูกกวาดไปเป็นเชลย คือเมื่อ3ต้นปีใน[วันที่]3สิบของเดือนนั้นในปีที่สิบสี่ หลังจากที่กรุงเยรูซาเล็มขถูกทำลาย ในวันนั้นเองคพระหัตถ์ของพระยะโฮวามาอยู่เหนือข้าพเจ้า แล้วพระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปที่นั่น.
ยอค. 40:2 ในนิมิตของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงกนำข้าพเจ้ามาถึง1ดินแดนอิสราเอลและทรงวางข้าพเจ้าไว้ขบน1ภูเขาสูงมาก ซึ่งมีสิ่งก่อสร้างเหมือนเมืองๆ หนึ่งบนภูเขานั้นทางทิศใต้.
2. นิมิตของมนุษย์ผู้หนึ่ง
40:3
ยอค. 40:3 เมื่อพระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปยังที่นั่น มี1มนุษย์ผู้หนึ่งมีรูปลักษณ์ที่ปรากฏเหมือนรูปลักษณ์ที่ปรากฏของ1กทองเหลือง และมีเชือกป่านเส้นหนึ่งกับ2ขไม้อ้อสำหรับวัดอันหนึ่งอยู่ในมือท่าน และท่านยืนอยู่ที่ประตู
3. นิมิตของพระวิหารอันบริสุทธิ์
40:4—44:31
(1) ลานบริเวณภายนอก
40:4-27
ยอค. 40:4 และมนุษย์ผู้นั้นกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า กบุตรมนุษย์เอ๋ย จงมองดูด้วยตาของเจ้า และฟังด้วยหูของเจ้า และเอาใจใส่ในทุกสิ่งซึ่งเราสำแดงแก่เจ้า เพราะเรานำเจ้ามาที่นี่ก็เพื่อจะสำแดงให้เจ้าเห็น. ทุกสิ่งซึ่งเจ้าเห็นนั้น จงบอกแก่วงศ์วานอิสราเอล.
ยอค. 40:5 บัดนี้มี1กกำแพงล้อมอยู่รอบบริเวณด้านนอกของพระนิเวศน์ และในมือของมนุษย์ผู้นั้น[มี]ขไม้อ้อสำหรับวัดยาวหกศอก แต่ละ[ศอกยาว]หนึ่ง2ศอกกับหนึ่งคืบ. ท่านจึงวัดความหนาของกำแพงได้หนึ่งไม้อ้อและความสูงได้หนึ่งไม้อ้อ.
ยอค. 40:6 แล้วท่านเข้าไปทาง1ประตูซึ่งหันหน้าไปทิศตะวันออก ขึ้นไปตามบันไดและวัดธรณีประตูได้ลึกหนึ่งไม้อ้อ แต่ละธรณีลึกหนึ่งไม้อ้อ.
ยอค. 40:7 ส่วน1ห้องยามทุกห้องยาวหนึ่งไม้อ้อ และกว้างหนึ่งไม้อ้อ และ[ที่ว่าง]ระหว่างห้องยามเหล่านั้นวัดได้ห้าศอก ส่วนธรณีประตูที่อยู่ติดกับมุขประตูที่หันไปยังพระนิเวศน์นั้นวัดได้หนึ่งไม้อ้อ.
ยอค. 40:8 ท่านก็วัด1มุขประตูที่หันไปยังพระนิเวศน์ได้หนึ่งไม้อ้อ.
ยอค. 40:9 แล้วท่านก็วัดมุขประตูได้แปดศอก และเสามุขนั้นกว้างสองศอก และมุขประตูหันไปยังพระนิเวศน์.
ยอค. 40:10 ซุ้มประตูที่หันไปทางทิศตะวันออกมีห้องยาม ข้างหนึ่งมีสามห้อง อีกด้านหนึ่งก็มีสามห้อง ทั้งสามห้องมีขนาดเดียวกัน และเสาที่อยู่ทั้งสองข้างก็มีขนาดเดียวกัน.
ยอค. 40:11 แล้วท่านจึงวัดความกว้างของทางเข้าประตูได้1สิบศอก และวัดความยาว[รวม]ของประตูได้สิบสามศอก.
ยอค. 40:12 หน้าห้องยามนั้นมีแนวขอบ[ข้างนี้]หนึ่งศอก และข้างโน้นมีแนวขอบอีกหนึ่งศอก และห้องยามนั้นวัดได้ข้างนี้หกศอก ข้างโน้นหกศอก.
ยอค. 40:13 แล้วท่านก็วัดซุ้มประตูจาก[ขอบ]หลังคาของห้องยามห้องหนึ่งไปยัง[ขอบ]หลังคาของห้องยามอีกห้องหนึ่ง ได้กว้างยี่สิบห้าศอก. ทางเข้า[ของห้องยาม]หันหน้าเข้าหากัน.
ยอค. 40:14 แล้วท่านก็1วัดเสาได้[รวม]หกสิบศอก มีลานรอบๆ ซุ้มประตู[ไปถึง]เสา.
ยอค. 40:15 [ระยะจาก]ด้านหน้าประตูตรงทางเข้าไปยังด้านหน้าของมุขประตูชั้นในวัดได้ห้าสิบศอก.
ยอค. 40:16 ในห้องยามและเสามี1กหน้าต่างลูกกรงอยู่รอบข้างในซุ้มประตู. มุขประตูก็มีหน้าต่างอยู่รอบข้างในเหมือนกัน และมี2ขต้นอินทผลัมอยู่บนเสา[แต่ละ]ต้น.
ยอค. 40:17 แล้วท่านนำข้าพเจ้าเข้าไปที่กลานบริเวณภายนอก และมี1ห้องหลายห้อง และมีทางเดินที่ปูหินไว้รอบๆ ลาน มีห้องสามสิบห้องอยู่บนทางเดิน
ยอค. 40:18 และทางเดินนั้นขนาบอยู่ข้างซุ้มประตู ซึ่งมี[ความกว้าง]เท่ากับความยาวของซุ้มประตู [นี่เป็น]ทางเดินชั้นล่าง.
ยอค. 40:19 แล้วท่านก็วัดระยะจากด้านหน้าของประตูข้างล่างไปยังด้านหน้าของนอก[ประตู]ลานชั้นในได้หนึ่งร้อยศอก [ทั้ง]ทางตะวันออกและทางเหนือ.
ยอค. 40:20 แล้วท่านก็วัดความยาวและความกว้างของประตูลานบริเวณภายนอกซึ่งหันหน้าไปทางเหนือ.
ยอค. 40:21 มีห้องยามอยู่ข้างนี้สามห้อง ข้างโน้นสามห้อง. เสาและมุขมีขนาดเดียวกับซุ้มประตูแรก ยาวห้าสิบศอก กว้างยี่สิบห้าศอก.
ยอค. 40:22 ทั้งหน้าต่าง มุข และกต้นอินทผลัมของประตูนี้มีขนาดเดียวกันกับประตู ซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และมีบันไดเจ็ดขั้นนำขึ้นไปถึงประตูนี้ และมุขนั้นอยู่ข้างหน้า
ยอค. 40:23 และมีประตูที่เปิดไปสู่กลานชั้นในอยู่ฝั่งตรงข้ามกับประตู[ด้านนอก] [ทั้ง]ทางเหนือและทางตะวันออก. และท่านก็วัด[ระยะ]จากประตูหนึ่งไปถึงอีกประตูหนึ่งได้หนึ่งร้อยศอก.
ยอค. 40:24 แล้วท่านนำข้าพเจ้ามุ่งไปยังทางใต้ และมีประตูหันไปทางใต้ ท่านก็วัดเสาประตูและวัดมุขประตูตามขนาดเดียวกันกับก่อนหน้านั้น.
ยอค. 40:25 ที่1ซุ้มประตูและมุขของประตูมีช่องหน้าต่างอยู่โดยรอบเหมือนช่องหน้าต่างอื่นๆ ซุ้มประตูยาวห้าสิบศอก และกว้างยี่สิบห้าศอก.
ยอค. 40:26 มีบันไดเจ็ดขั้นนำขึ้นไปถึงประตู และมุขนั้นอยู่ข้างหน้า มีต้นอินทผลัมอยู่บนเสาด้านละต้น.
ยอค. 40:27 และมีประตูหนึ่งหันไปทางใต้ของลานชั้นใน แล้วท่านก็วัด[ระยะ]จากประตูหนึ่งไปยังอีกประตูหนึ่งทางใต้ได้หนึ่งร้อยศอก.
(2) ลานชั้นใน
40:28-47
ยอค. 40:28 แล้วท่านนำข้าพเจ้าเข้ามายังลานชั้นในผ่านประตูทางใต้ แล้วท่านก็วัดประตูทางใต้ตาม1ขนาดเดียวกันกับก่อนหน้านั้น.
ยอค. 40:29 ห้องยาม เสา และมุขของประตูนี้ก็วัดตามขนาดเดียวกับก่อนหน้านั้น มีช่องหน้าต่างโดยรอบที่ซุ้มประตูและที่มุข ซุ้มประตูยาวห้าสิบศอก และกว้างยี่สิบห้าศอก.
ยอค. 40:30 มีมุขอยู่โดยรอบยาวยี่สิบห้าศอก และกว้างห้าศอก.
ยอค. 40:31 มุขนั้นหันไปยังลานบริเวณภายนอก มีกต้นอินทผลัมอยู่บนเสา และประตูนี้มีบันได1แปดขั้น.
ยอค. 40:32 แล้วท่านก็นำข้าพเจ้าเข้าไปที่ลานชั้นในด้านตะวันออก และท่านก็วัดประตูตามขนาดเดียวกับก่อนหน้านั้น
ยอค. 40:33 ห้องยาม เสา และมุขของประตูก็วัดตามขนาดเดียวกับก่อนหน้านั้น มีช่องหน้าต่างโดยรอบที่ซุ้มประตูและที่มุข ซุ้มประตูยาวห้าสิบศอก และกว้างยี่สิบห้าศอก.
ยอค. 40:34 มุขนั้นหันไปยังลานบริเวณภายนอก มีกต้นอินทผลัมอยู่บนเสาด้านละต้น และประตูนี้มีบันไดแปดขั้น.
ยอค. 40:35 แล้วท่านก็นำข้าพเจ้ามายังประตูทางเหนือ และท่านก็วัดประตูตามขนาดเดียวกับก่อนหน้านั้น
ยอค. 40:36 คือห้องยาม เสา และมุขของประตู มีช่องหน้าต่างโดยรอบที่ซุ้มประตู ซุ้มประตูยาวห้าสิบศอก และกว้างยี่สิบห้าศอก.
ยอค. 40:37 1มุขนั้นหันไปยังลานบริเวณภายนอก มีต้นอินทผลัมอยู่บนเสาข้างละต้น และประตูนี้มีบันไดแปดขั้น
ยอค. 40:38 และมี1ห้องหนึ่งอยู่ข้างเสาของซุ้มประตู และมีทางเข้าสู่ห้องนั้น ที่นั่นพวกเขาใช้กล้างเครื่องบูชาเผา.
ยอค. 40:39 และที่มุขของประตูมี1โต๊ะข้างนี้สองตัว และข้างโน้นสองตัวใช้สำหรับฆ่าเครื่องบูชาเผา, กเครื่องบูชาไถ่บาป และเครื่องบูชาไถ่การล่วงละเมิด.
ยอค. 40:40 และทางข้างนอกข้างหนึ่งของมุขตรงทางเข้าประตูที่หันไปยังด้านเหนือมีโต๊ะสองตัว และอีกข้างหนึ่งของมุขประตูนั้นก็มีโต๊ะสองตัว.
ยอค. 40:41 มีโต๊ะอยู่ข้างประตูข้างนี้สี่ตัว และมีโต๊ะอีกสี่ตัวอยู่อีกข้างหนึ่งด้านข้างประตู รวมเป็นแปดตัวด้วยกัน ซึ่งเขาใช้เป็นที่ฆ่า[เครื่องสัตวบูชา].
ยอค. 40:42 มีโต๊ะสี่ตัว[ทำด้วย]กศิลาที่สกัดแล้วสำหรับเครื่องบูชาเผา ยาวหนึ่งศอกครึ่ง กว้างหนึ่งศอกครึ่ง และสูงหนึ่งศอก สำหรับวางเครื่องมือที่เขาใช้ฆ่าเครื่องบูชาเผาและเครื่องสัตวบูชา
ยอค. 40:43 มีขอเกี่ยวคู่ยาวหนึ่งคืบติดอยู่ด้านในโดยรอบ. เขาวางเนื้อของเครื่องบูชาบนโต๊ะ.
ยอค. 40:44 ข้างนอกประตูชั้นในที่อยู่ในลานชั้นในมีห้อง1สองห้อง ห้องหนึ่งอยู่ข้างประตูทางเหนือหันไปยังทิศใต้ อีกห้องหนึ่งอยู่ข้าง2ประตูทางใต้หันไปยังทิศเหนือ.
ยอค. 40:45 และท่านบอกข้าพเจ้าว่า ห้องนี้ซึ่งหันไปยังทางใต้มีไว้สำหรับปุโรหิตผู้กมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบพระนิเวศน์
ยอค. 40:46 และห้องซึ่งหันไปยังทางเหนือนั้นสำหรับปุโรหิตผู้มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบกแท่นบูชา. ปุโรหิตเหล่านี้เป็นบุตรหลานของขซาโดคในท่ามกลางบุตรหลานของเลวีที่เข้ามาใกล้พระยะโฮวาเพื่อจะปรนนิบัติพระองค์.
ยอค. 40:47 แล้วท่านก็วัดลานได้ยาวหนึ่งร้อยศอก และกว้างหนึ่งร้อยศอกเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส และ1กแท่นบูชาอยู่2ข้างหน้าพระนิเวศน์.
(3) พระวิหาร
40:48—41:26
ยอค. 40:48 แล้วท่านนำข้าพเจ้ามาที่กมุขของพระนิเวศน์ และวัดเสาแต่ละต้นของมุขได้ข้างนี้ห้าศอก ข้างโน้นห้าศอก และ1ประตูกว้างสิบสี่ศอก รวมกับส่วนเว้าด้านข้างประตูวัดได้ข้างนี้สามศอก ข้างโน้นสามศอก.
ยอค. 40:49 มุขนั้นยาวยี่สิบศอกและกว้าง1สิบสองศอก มี2บันไดสิบขั้นนำขึ้นไปถึงมุขนั้น และมี3เสาหานอยู่ข้างเสาข้างนี้ต้นหนึ่ง ข้างโน้นต้นหนึ่ง.

คำอธิบาย ยะเอศเคล บทที่ 40

ยอค. 40:1 1 สามช่วงแรกของหนังสือเล่มนี้ซึ่งกล่าวถึงสง่าราศีขององค์พระผู้เป็นเจ้า (บทที่ 1), การพิพากษาของพระเจ้า (บทที่ 2—32), และการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้า (บทที่ 33—39) ล้วนมีเพื่อการก่อสร้างที่แยกบริสุทธิ์ของพระเจ้า (บทที่ 40—48). พระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระเจ้าคือการได้มาซึ่งการก่อสร้าง ซึ่งเป็นการผสมกลมกลืนของพระองค์เองกับพลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้. ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำในท่ามกลางพลไพร่ของพระองค์และท่ามกลางบรรดาประชาชาติบนแผ่นดินโลกล้วนมีเพื่อการก่อสร้างของพระองค์. สิ่งนี้ได้รับการยืนยันโดยหนังสือวิวรณ์ ซึ่งคู่ขนานกับหนังสือยะเอศเคลและสรุปลงด้วยการก่อสร้างที่สุดยอดของพระเจ้า คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ (วว.21:2—22:5).
หลังจากที่พระวิหารซึ่งซะโลโมก่อสร้างได้ถูกทำลายไปแล้ว (2พกษ.25:8–9) พระวิหารก็ถูกก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยเหล่าเชลยที่กลับมาจากบาบิโลน (อษร.3:6ข–13; 6:13–15). ต่อมาพระวิหารนี้ก็ถูกแทนที่โดยพระวิหารของเฮโรด ซึ่งใช้เวลาก่อสร้าง 46 ปี (ยฮ.2:20). พระวิหารของเฮโรดถูกทำลายในปี ค.ศ.70 โดยกองทัพโรมันภายใต้การนำของติตัส (ดนอ.9:26; มธ.23:38; 24:2). ทั้งพระวิหารในสมัยของเอษราและพระวิหารในสมัยของเฮโรดต่างก็ไม่ได้เป็นการฟื้นฟูที่ครบบริบูรณ์ของพระวิหารที่ซะโลโมก่อสร้าง แต่พระวิหารในนิมิตของยะเอศเคลนั้นยังเหนือกว่าการฟื้นฟูที่ครบบริบูรณ์แห่งพระวิหารของซะโลโมเสียอีก. แม้ตัวของพระวิหารจะมีขนาดเท่ากันกับพระวิหารที่ซะโลโมก่อสร้าง (ยอค.41:2, 4; เทียบ 1พกษ.6:2) แต่รายละเอียดหลายอย่างในนิมิตของยะเอศเคลในส่วนของประตู, ลานพระวิหาร, และสิ่งก่อสร้างที่อยู่รอบพระวิหารล้วนบ่งชี้ถึงการขยายใหญ่ขึ้นของพระวิหารของซะโลโม. ดังนั้นเมื่อเริ่มนับจากกระโจมของอับราฮาม (ดู ยนซ.13:18 คำอธิบาย 1) ก้าวหน้าไปสู่พลับพลา ต่อมาก็เป็นพระวิหารของซะโลโม และสรุปลงที่พระวิหารในนิมิตของยะเอศเคลนั้น การก่อสร้างของพระเจ้าในพันธสัญญาเดิมก็มีการขยายใหญ่ขึ้นที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง. การขยายใหญ่ขึ้นนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่องในประสบการณ์ที่พลไพร่ของพระเจ้ามีต่อพระคริสต์ (เทียบ 1พกษ.6:20 คำอธิบาย 1). การก่อสร้างของพระเจ้าในพันธสัญญาเดิมเป็นภาพเล็งล่วงหน้าของการก่อสร้างฝ่ายวิญญาณของพระเจ้าในพันธสัญญาใหม่ ซึ่งเริ่มจากพระเยซูคริสต์ผู้เป็นพระเจ้าที่กลายเป็นเนื้อหนังมาเป็นพลับพลาของพระเจ้า (ยฮ.1:14) และพระวิหารของพระเจ้า (2:19–21) มุ่งหน้าไปสู่คริสตจักร ซึ่งเป็นพระกายของพระคริสต์ในฐานะที่เป็นการขยายใหญ่ขึ้นของพระคริสต์ (อฟ.1:22–23; 2:20–22) และสำเร็จสุดยอดที่กรุงเยรูซาเล็มใหม่อันเป็นการปรากฏเป็นที่ประจักษ์และการขยายใหญ่ขึ้นที่สุดยอดแห่งการก่อสร้างของพระเจ้าในโลกนิรันดร์ (วว.21:2–3, 15–17).
นิมิตต่างๆ ที่เกี่ยวกับการก่อสร้างอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าในยะเอศเคลบทที่ 40—48 จะสำเร็จเป็นจริงตามตัวอักษรในเวลาที่สรรพสิ่งได้รับการฟื้นสภาพ ซึ่งเป็นเวลาที่ชาวอิสราเอลที่ถูกฟื้นสภาพจะก่อสร้างพระวิหารและกรุงเยรูซาเล็มขึ้นมาใหม่เพื่อให้พวกเขาได้ร่วมอาศัยอยู่ด้วยกันกับพระเจ้าในอาณาจักรพันปี. ความหมายฝ่ายวิญญาณของรายละเอียดทั้งหมดนี้ควรถูกนำมาปรับใช้กับผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ซึ่งเป็นส่วนประกอบของการก่อสร้างฝ่ายวิญญาณของพระเจ้า ซึ่งก็คือคริสตจักร.
ยอค. 40:1 ก เทียบ ยอค.1:2
ยอค. 40:1 2ก ยะเอศเคลมองเห็นนิมิตแรก คือนิมิตเกี่ยวกับรูปลักษณ์ที่ปรากฏแห่งสง่าราศีขององค์พระผู้เป็นเจ้า ในเวลาที่เขามีอายุ 30 ปี ซึ่งเป็นอายุที่ปุโรหิตเริ่มปฏิบัติหน้าที่ (1:1). เขามองเห็นนิมิตสุดท้าย คือนิมิตเกี่ยวกับการก่อสร้างอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าในอีก 20 ปีต่อมา (เทียบ 1:2) ในตอนที่เขามีอายุ 50 ปี ซึ่งเป็นอายุที่ปุโรหิตจะต้องปลดเกษียณ (อฤธ.4:3). กรณีนี้บ่งชี้ว่าในการมองเห็นการก่อสร้างของพระเจ้า ยะเอศเคลจำเป็นต้องมีการสุกงอมในชีวิตที่มากขึ้น (เทียบ ยอค.1:1 คำอธิบาย 1).
ยอค. 40:1 3 ต้นปีบ่งชี้ว่านิมิตแห่งการก่อสร้างของพระเจ้าย่อมนำเราไปสู่การเริ่มต้นใหม่. วันที่ 10 เดือนที่หนึ่งเป็นวันที่พลไพร่ชาวอิสราเอลต้องเตรียมลูกแกะสำหรับเทศกาลปัศคา (อซด.12:3). กรณีนี้บ่งชี้ว่าทุกการเริ่มต้นใหม่ในชีวิตคริสเตียนของเราล้วนมีพระคริสต์ผู้เป็นลูกแกะปัศคา (ยฮ.1:29; 1กธ.5:7) และการไถ่ของพระองค์เป็นพื้นฐาน.
ยอค. 40:1 ข ยอค.33:21
ยอค. 40:1 ค ยอค.1:3
ยอค. 40:2 ก ยอค.8:3
ยอค. 40:2 1 ในการมองเห็นนิมิตแห่งการก่อสร้างอันบริสุทธิ์ของพระเจ้านั้น ยะเอศเคลได้ถูกนำออกจากดินแดนแห่งเชลยไปสู่ภูเขาสูง (เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเป็นขึ้นและการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์) ที่อยู่ในดินแดนของอิสราเอล ซึ่งเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งในฐานะส่วนที่พระเจ้าทรงจัดแบ่งให้แก่พลไพร่ของพระองค์ (ดู พบญ.8:7 คำอธิบาย 1) และในกรุงเยรูซาเล็ม. นี่คือตำแหน่ง, จุดยืน และแง่มุมที่ถูกต้องในการที่ยะเอศเคลจะมองเห็นนิมิตเช่นนี้. ดู วว.21:10 คำอธิบาย 1.
ยอค. 40:2 ข เทียบ วว.21:10
ยอค. 40:3 1 มนุษย์ผู้นี้ก็คือพระคริสต์. ในนิมิตนี้ พระองค์ไม่ได้อยู่บนพระที่นั่งโดยมีรูปลักษณ์ที่ปรากฏเหมือนทองผสมเงิน (1:26-28) แต่อยู่ที่ประตูของการก่อสร้างโดยมีรูปลักษณ์ที่ปรากฏเหมือนทองเหลือง. ทองเหลืองเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ทรงถูกทดสอบโดยการพิพากษาของพระเจ้า (อฤธ.16:37–39; 21:8–9). เมื่อผ่านการพิพากษาของพระเจ้าแล้ว พระคริสต์ก็ทรงมีคุณสมบัติอย่างครบบริบูรณ์ในการวัด (ครอบครองโดยการพิพากษา) ทุกสิ่งที่อยู่ในการก่อสร้างของพระเจ้า (ซคย.2:1 และคำอธิบาย).
ยอค. 40:3 ก ยอค.1:7; ดนอ.10:6; วว.1:15
ยอค. 40:3 ข วว.11:1; 21:15
ยอค. 40:3 2ข ไม้อ้อใช้สำหรับการวัด (เทียบ วว.11:1; 21:15) และการวัดคือการทดสอบผ่านการพิพากษาเพื่อทำการถือครอง.
ยอค. 40:4 ก ยอค.2:1
ยอค. 40:5 ก เทียบ ยอค.42:20
ยอค. 40:5 1ก กำแพงที่อยู่ล้อมรอบพระนิเวศน์มีไว้สำหรับการแบ่งแยก โดยแบ่งแยกสิ่งที่เป็นของพระเจ้าออกจากสิ่งที่ไม่อาจเป็นของพระองค์ได้. ความหนาและความสูงของกำแพงนั้นเท่ากันคือหกศอก ดังนั้นรูปหน้าตัดของกำแพงจึงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีความยาวด้านละหกศอก. เลขหกเป็นเครื่องหมายเล็งถึงมนุษย์ซึ่งถูกเนรมิตสร้างขึ้นมาในวันที่หก. ดังนั้นกำแพงที่มีหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดหกศอกจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงตัวของพระคริสต์เองผู้เป็นมนุษย์ที่เที่ยงตรง, ครบสมบูรณ์ และครบถ้วน (ดู วว.21:16 คำอธิบาย 1). พระคริสต์ผู้นี้เป็นเส้นแบ่งเขตแห่งการก่อสร้างของพระเจ้า. มีเพียงสิ่งที่ครอบคลุมอยู่ในพระคริสต์เท่านั้นที่เป็นฝ่ายสิทธิประโยชน์ของพระเจ้าและการก่อสร้างของพระเจ้า (อฟ.2:21).
ยอค. 40:5 ข วว.11:1
ยอค. 40:5 2 ศอกที่ใช้วัดการก่อสร้างอันบริสุทธิ์ของพระเจ้านั้นไม่ใช่ศอกของมนุษย์ทั่วไป. นี่บ่งชี้ว่าการวัดนั้นไม่ได้ทำด้วยมาตรฐานของมนุษย์ แต่ทำด้วยมาตรฐานของพระเจ้า.
ยอค. 40:6 1 ประตู (ชี้ถึงซุ้มประตู) แบ่งออกเป็นสี่ส่วนคือ ธรณีประตูด้านนอก (ข้อ 6), ทางผ่าน (ลาน — ข้อ 14), ธรณีประตูด้านใน (ข้อ 7), และมุขประตู (ข้อ 8–9). ในฐานะทางเข้าสู่การก่อสร้างของพระเจ้า ประตูเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นทางเข้าให้เราเข้าสู่พระเจ้า และเข้าสู่สิทธิประโยชน์ของพระเจ้า, การก่อสร้างของพระเจ้า และอาณาจักรของพระเจ้า (ยฮ.14:6, 20; วว.21:21ก). กำแพงกีดกันคนบาปไปจากพระเจ้า ส่วนประตูได้นำผู้คนเข้าสู่พระเจ้าและเข้าสู่การก่อสร้างของพระเจ้า. ดู วว.21:21 คำอธิบาย 1.
ยอค. 40:7 1 หรือ ห้องเล็กๆ แปลเหมือนกันตลอดทั้งบทนี้. ห้องยามหกห้องถูกแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละสามห้อง (ข้อ 10) ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่าห้องยามเหล่านี้คือตัวบุคคลผู้หนึ่ง นั่นคือตัวของพระคริสต์เองผู้เป็นพระเจ้าตรีเอกภาพ (สาม) ที่กลายเป็นมนุษย์ (หก) และถูก “แยกออก” บนกางเขน. ห้องยามแต่ละห้องมีพื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดหกศอก ซึ่งเท่ากับขนาดหน้าตัดของกำแพง (ดู ข้อ 5 คำอธิบาย 1). กรณีนี้บ่งชี้ว่าตัวตนและการงานขององค์พระเยซูเจ้าก็คือยามป้องกันสง่าราศีและการแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้า. เมื่อผ่านพระคริสต์ผู้เป็นประตูแล้ว เราจึงมีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่การก่อสร้างของพระเจ้าซึ่งเต็มไปด้วยสง่าราศีและการแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้าได้.
ยอค. 40:8 1 มุขประตูกว้างหกศอก ซึ่งเลขหกเป็นเครื่องหมายเล็งถึงมนุษย์ผู้ถูกเนรมิตสร้างในวันที่หก. มุขประตูยาวแปดศอก (ข้อ 9) ซึ่งเลขแปดเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเป็นขึ้นของพระคริสต์ซึ่งเกิดขึ้นในวันต้นสัปดาห์อันเป็นการเริ่มต้นใหม่ (ยฮ.20:1). มิติเหล่านี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่า องค์พระเยซูเจ้าในฐานะมนุษย์ผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นประตูแห่งการก่อสร้างของพระเจ้านั้น ทรงอยู่ในการเป็นขึ้นอย่างสิ้นเชิง. มิติเหล่านี้ยังเป็นเครื่องหมายเล็งว่า เมื่อเรามาถึงมุขประตูแล้ว เราก็อยู่ในการเป็นขึ้น อยู่ในการเริ่มต้นใหม่.
ยอค. 40:11 1 เลขสิบในที่นี้บ่งชี้เป็นนัยถึงพระบัญญัติสิบประการ. กรณีนี้บ่งชี้ว่าทางเข้าประตูนี้ได้สนองข้อเรียกร้องทุกอย่างในพระบัญญัติสิบประการ. องค์พระเยซูเจ้าผู้เป็นมนุษย์ที่เป็น “จัตุรัส”, เที่ยงตรง และครบสมบูรณ์ (ดู ข้อ 5 คำอธิบาย 1) ทรงสนองข้อเรียกร้องทุกอย่างของพระบัญญัติสิบประการและพระองค์ได้ทรงกลายเป็นประตูให้เราได้เข้าสู่การก่อสร้างของพระเจ้า. สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประตูให้ดู บทเรียนชีวิตยะเอศเคล ตอนที่ 19.
ยอค. 40:14 1 แปลตามตรงคือ สร้าง.
ยอค. 40:16 ก 1พกษ.6:4
ยอค. 40:16 1ก ดู 1พกษ.6:4 คำอธิบาย 1.
ยอค. 40:16 ข ยอค.40:26, 31, 34; 41:18; วว.7:9
ยอค. 40:16 2ข ต้นอินทผลัมเติบโตอยู่ในป่ากันดารและเป็นต้นไม้ที่เขียวสดตลอดทั้งปี. ต้นอินทผลัมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงชัยชนะและฤทธิ์เดชที่คงอยู่สืบไป (อซด.15:27; วว.7:9). ต้นอินทผลัมที่อยู่บนเสาของประตูเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ผู้เป็นยามป้องกันการแยกบริสุทธิ์และสง่าราศีของพระเจ้านั้นทรงเป็นผู้คงอยู่สืบไปและมีชัยชนะ ทรงยืนหยัด, แบกรับ, ค้ำชู และมีชัยชนะ. พระคริสต์ทรงเป็นเสาที่ค้ำชูและแบกรับการก่อสร้างของพระเจ้าด้วยชีวิตที่มีชัยชนะและคงอยู่สืบไป.
ยอค. 40:17 ก วว.11:2
ยอค. 40:17 1 ทางเดินที่ปูหินไว้โดยรอบซึ่งอยู่ข้างในกำแพงทางด้านทิศตะวันออก, ด้านทิศใต้ และด้านทิศเหนือของลานบริเวณภายนอกนั้นแบ่งเป็นหกส่วน หรือหกพื้นที่ และในแต่ละส่วนก็มีห้าห้อง รวมเป็น 30 ห้อง. นอกจาก 30 ห้องบนทางเดินนี้แล้ว ยังมีลานเล็กๆ อีกสี่แห่งตั้งอยู่ที่สี่มุมของลานบริเวณภายนอก (46:21–24 และ ข้อ 21 คำอธิบาย 1). ลานเหล่านี้เป็นสถานที่สำหรับให้พลไพร่ต้มเครื่องสัตวบูชา. ทางเดินอาจจะปูด้วยหินเป็นเครื่องหมายเล็งถึงจุดยืนแห่งการบังเกิดใหม่ซึ่งทำให้เรากลายเป็นศิลา (ยฮ.1:42; มธ.16:18) ซึ่งใช้แบ่งแยกเราออกจากสิ่งสกปรกจากฝ่ายโลก (เทียบ ลก.15:22 คำอธิบาย 7). ห้องเหล่านี้เป็นห้องอาหารที่เหล่าพลไพร่มากินเครื่องสัตวบูชา ซึ่งบ่งชี้ว่าห้องเหล่านี้เป็นสถานที่ให้เหล่าพลไพร่มารับสุขพระคริสต์เป็นเครื่องสัตวบูชาและเครื่องบูชา. (เหล่าปุโรหิตกินเครื่องบูชาอยู่ที่ลานชั้นใน [42:1–14] ขณะที่พลไพร่ทั้งปวงกินอยู่ที่ลานบริเวณภายนอก). เมื่อผ่านประตูแห่งที่ประทับของพระเจ้าแล้ว เราก็มาถึงลานบริเวณภายนอกและได้เข้าสู่ห้องเหล่านี้ เป็นที่ซึ่งเราได้กินและรับสุขพระคริสต์ผู้เป็นความเที่ยงแท้ของเครื่องบูชาทั้งปวง (ฮร.10:5–10) โดยยืนอยู่บน “ศิลา” แห่งการบังเกิดใหม่ของเรา.
ยอค. 40:22 ก ยอค.40:16; วว.7:9
ยอค. 40:23 ก ยอค.8:16; 40:28
ยอค. 40:25 1 แปลตามตรงคือ มัน.
ยอค. 40:28 1 ซุ้มประตูเข้าสู่ลานชั้นใน (ข้อ 28–37) มีรายละเอียดที่เหมือนกันกับซุ้มประตูเข้าสู่บริเวณภายนอก ซึ่งบ่งชี้ว่าขณะที่เราเข้าสู่ลานชั้นใน เราก็ต้องมีประสบการณ์ต่อพระคริสต์ซ้ำอีก. เรามีประสบการณ์ต่อพระคริสต์องค์เดิมก็จริง แต่เราก็มีประสบการณ์ต่อพระองค์มากขึ้น.
ยอค. 40:31 ก ยอค.40:16
ยอค. 40:31 1 ที่ทางเข้าสู่ลานชั้นในยังมีบันไดอีกชุดหนึ่ง (เทียบ ข้อ 22, 26) ซึ่งมีอยู่แปดขั้น. กรณีนี้บ่งชี้ว่าเมื่อประสบการณ์ที่เรามีต่อการก่อสร้างของพระเจ้ายิ่งก้าวหน้าเข้าไปสู่ข้างใน เราก็ยิ่งสูงขึ้น. เลขแปดเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเป็นขึ้น. กรณีนี้บ่งชี้ว่าถ้าเราอยากเข้าสู่ลานชั้นใน เราก็ต้องอยู่ในการเป็นขึ้น. ชีวิตธรรมชาติและมนุษย์ธรรมชาติทั้งหมดจะต้องถูกปฏิเสธและถูกกางเขนขจัดทิ้งไป.
ยอค. 40:34 ก ยอค.40:16
ยอค. 40:37 1 แปลตามฉบับเซ็บทัวจินต์; ข้อความภาษาเฮ็บรายอ่านว่า เสา.
ยอค. 40:38 1 ห้องนี้น่าจะอยู่ในซุ้มประตูทางเหนือของลานชั้นในมีไว้ให้เหล่าปุโรหิตล้างเครื่องบูชาเผา (ลวต.1:3-9). กรณีนี้บ่งชี้ว่าเมื่อประสบการณ์ของเรามาถึงจุดนี้ เราก็พร้อมที่จะเป็นเครื่องบูชาเผาสำหรับพระเจ้าแล้ว. เมื่อเราผ่านซุ้มประตูเข้าสู่ลานชั้นในแล้ว เราก็อยู่ในการเป็นขึ้นและอยู่ในระดับที่สูงขึ้น (ดูข้อ 31 คำอธิบาย 1). ในที่นี้ เราไม่ได้เป็นแค่พลไพร่ธรรมดาทั่วไปซึ่งอยู่ที่ลานบริเวณภายนอก แต่เราได้กลายเป็นเหล่าปุโรหิตซึ่งพร้อมที่จะทำการปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้าโดยการถวายเครื่องบูชาเผา ซึ่งก็หมายความว่าเราพร้อมที่จะเป็นผู้ที่เด็ดขาดเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า (ลวต.1:3 คำอธิบาย 1).
ยอค. 40:38 ก ลวต.1:13; 2คนก.4:6
ยอค. 40:39 1 โต๊ะแปดตัวที่อยู่ในซุ้มประตูทางเหนือมีไว้สำหรับฆ่าเครื่องบูชาต่างๆ (ข้อ 39–43). โต๊ะเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละสี่ตัว (ข้อ 41). แต่ละตัวมีขนาดกว้างยาวหนึ่งศอกครึ่ง และสูงหนึ่งศอก (ข้อ 42). เลขหนึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าผู้มีเพียงองค์เดียว. เลขสาม ซึ่งเป็นผลรวมของความยาวหนึ่งศอกครึ่งกับความกว้างหนึ่งศอกครึ่งนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในการเป็นขึ้น. พระเจ้าตรีเอกภาพได้ถูก “แยกออก” ดังที่บ่งชี้โดยโต๊ะที่อยู่ทั้งสองข้างของประตู รวมทั้งความกว้างของแต่ละโต๊ะที่มีขนาดเป็นครึ่งหนึ่งของสามศอก. ดังนั้น ตัวเลขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโต๊ะทั้งแปดจึงเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระเจ้าตรีเอกภาพ (สาม) คือพระเจ้าผู้มีเพียงองค์เดียว (หนึ่ง) ซึ่งได้กลายเป็นสิ่งทรงสร้าง (สี่) นั้นได้ถูก “แยกออก” บนกางเขน แต่พระองค์ก็ทรงเป็นขึ้น (แปด). บัดนี้ในการเป็นขึ้น พระองค์ทรงเป็นพยาน (สอง). ทุกวันนี้ การปรนนิบัติ, การปฏิบัติของเราต้องอยู่ในพระเจ้าตรีเอกภาพ คือพระเจ้าผู้มีเพียงองค์เดียวซึ่งได้ถูก “แยกออก” ในฐานะสิ่งทรงสร้าง และบัดนี้ทรงอยู่ในการเป็นขึ้นในฐานะพยานที่มีชีวิต.
ยอค. 40:39 ก ยอค.42:13; 46:20
ยอค. 40:42 ก อซด.20:25
ยอค. 40:44 1 แปลตามฉบับเซ็บทัวจินต์; ข้อความภาษาเฮ็บรายอ่านว่า ห้องสำหรับนักขับร้อง.
ยอค. 40:44 2 แปลตามฉบับเซ็บทัวจินต์; ข้อความภาษาเฮ็บรายอ่านว่า ทางตะวันออก.
ยอค. 40:45 ก อฤธ.3:27-28, 32, 38; 1คนก.9:23; ยอค.44:14
ยอค. 40:46 ก อฤธ.18:5
ยอค. 40:46 ข 1พกษ.2:35; 1คนก.24:3, 6; ยอค.43:19; 44:15
ยอค. 40:47 ก อซด.40:29; ยอค.43:13; มธ.23:35
ยอค. 40:47 1ก แท่นบูชา ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกางเขนของพระคริสต์นั้นไม่เพียงเป็นศูนย์กลางของลานชั้นในเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของบริเวณพระวิหารทั้งหมดอีกด้วย. แท้จริงแล้ว แท่นบูชานี้คือศูนย์กลางของจักรวาล. ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางของจักรวาล กางเขนชี้ไปถึงการตายที่ครอบคลุมสรรพสิ่งของพระคริสต์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับพระเจ้า, มนุษย์ และสิ่งทรงสร้างทั้งหมด (ดู 43:13 คำอธิบาย 2). การตายบนกางเขนเป็นการปลดปล่อยของพระเจ้า (ลก.12:49–50; ยฮ.12:24) และการสิ้นสุดของมนุษย์และทุกสิ่งที่อยู่ในด้านลบ (รม.6:6; ฮร.2:14; 9:26–28; ฆต.6:14; อฟ.2:14–15). ในการตายของพระคริสต์นั้น พระเจ้าได้ทรงผ่านการตายในมนุษย์เพื่อจะถูกปลดปล่อย ส่วนมนุษย์ก็ได้ตายแล้วในพระเจ้าเพื่อจะถูกสิ้นสุด.
กางเขนซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกางเขนของพระคริสต์นั้นไม่เพียงเป็นศูนย์กลาง แต่ยังเป็นเส้นรอบวงของการก่อสร้างที่แยกบริสุทธิ์ของพระเจ้าด้วย. กางเขนถูกเปิดเผยเป็นนัยอยู่ในประตู, ในการกินเครื่องสัตวบูชา, ในห้องต้มเครื่องสัตวบูชา และในโต๊ะที่ใช้ฆ่าเครื่องสัตวบูชา. ดังนั้นกางเขนจึงแผ่ออกไปทุกทิศทุกทาง ไปสู่ทุกซอกมุมแห่งการก่อสร้างของพระเจ้า. ถ้าเราปรารถนาที่จะติดต่อกับพระเจ้าและรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์ในพระนิเวศน์ของพระองค์ เราก็ต้องผ่านกางเขน.
ยอค. 40:47 2 แท่นบูชาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกางเขน ส่วนพระวิหารนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงทั้งพระคริสต์ (ยฮ.2:19–21) และคริสตจักร ซึ่งเป็นพระกายของพระคริสต์ (1กธ.3:16; อฟ.2:21). กางเขน, พระคริสต์ และคริสตจักร นอกจากจะเป็นหัวข้อศูนย์กลางของพันธสัญญาใหม่แล้ว ยังเป็นหัวข้อศูนย์กลางของพระคัมภีร์ทั้งเล่มด้วย. การที่แท่นบูชาตั้งอยู่เบื้องหน้าพระวิหารนั้นบ่งชี้ว่าถ้าแยกจากกางเขน เราก็ไม่อาจมีคริสตจักรได้. เราจะมีความเที่ยงแท้ของคริสตจักรได้ก็ต่อเมื่อเราได้ผ่านกางเขนแล้วเท่านั้น.
ยอค. 40:48 ก 1พกษ.6:3
ยอค. 40:48 1 แปลตามฉบับเซ็บทัวจินต์ ข้อความภาษาเฮ็บรายอ่านว่า ประตูกว้างสามศอก.
ยอค. 40:49 1 แปลตามฉบับเซ็บทัวจินต์ ข้อความภาษาเฮ็บรายอ่านว่า สิบเอ็ด.
ยอค. 40:49 2 แปลตามฉบับเซ็บทัวจินต์ ข้อความภาษาเฮ็บรายอ่านว่า มีบันไดนำไปถึงมุขนั้น. ระดับของพระวิหารอยู่สูงกว่าระดับของลานชั้นในอยู่ 10 ขั้น และสูงกว่าระดับของพื้นข้างนอกพระวิหารอยู่ 25 ขั้น (ข้อ 22, 31); กรณีนี้บ่งชี้ว่าเมื่อประสบการณ์ที่เรามีต่อการก่อสร้างของพระเจ้ายิ่งก้าวหน้าไปสู่ข้างใน เราก็ยิ่งขึ้นสู่ที่สูง.
ยอค. 40:49 3 ยะเอศเคลไม่ได้ระบุขนาดของเสาหานเอาไว้ ข้อเท็จจริงนี้บ่งชี้ว่าเสาหานเหล่านี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงกำลังในการค้ำชูที่ไร้จำกัดและไม่อาจหยั่งวัดได้. ดังนั้นเสาหานสองต้นที่อยู่ข้างเสาทั้งสองด้านจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ในฐานะพยานบุคคลของพระเจ้า (สอง) ที่ทรงแบกรับพระนิเวศน์ของพระเจ้าด้วยกำลังที่ไร้จำกัดและไม่อาจหยั่งวัดได้.
สารบัญ