การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ยะเอศเคล บทที่ 33

IV. พระเจ้าทรงฟื้นฟูพลไพร่ของพระองค์โดยชีวิต
33:1—39:29
1. การตั้งคนเฝ้ายาม
33:1—34:10
ยอค. 33:1 1แล้วพระคำของพระยะโฮวามายังข้าพเจ้าว่า
ยอค. 33:2 กบุตรมนุษย์เอ๋ย จงพูดกับชนชาติของเจ้าและกล่าวกับเขาทั้งหลายว่า ถ้าเรานำขดาบมาเหนือดินแดนและถ้าพลไพร่ในดินแดนนั้นจะเลือกชายคนหนึ่งจากพวกเขา แล้วตั้งให้เป็นคคนเฝ้ายามของพวกเขา
ยอค. 33:3 และเมื่อเขาเห็นดาบมาเหนือดินแดน เขาจึงเป่ากแตรเพื่อเตือนพลไพร่
ยอค. 33:4 เมื่อคนหนึ่งคนใดได้ยินเสียงแตร แต่ไม่สนใจเสียงเตือน ถ้าดาบมาคร่าคนนั้นไปเสีย กโลหิตของเขาจะตกบนศีรษะของเขาเอง.
ยอค. 33:5 ด้วยว่าเขาได้ยินเสียงแตร แต่ไม่สนใจเสียงเตือน กโลหิตของเขาจะตกอยู่กับเขา แต่ถ้าเขาสนใจเสียงเตือน เขาก็จะช่วยชีวิตของตนให้รอดพ้น.
ยอค. 33:6 ถ้าคนเฝ้ายามเห็นดาบมาแล้วแต่ไม่ได้เป่าแตร พลไพร่จึงไม่ได้รับเสียงเตือน และดาบมาคร่าคนหนึ่งคนใดของพวกเขาไปเสีย คนนั้นถูกคร่าไปเนื่องจากความบาปชั่วของเขา แต่เราจะเรียกร้องโลหิตของเขาจากมือของคนเฝ้ายาม.
ยอค. 33:7 ส่วนเจ้า โอ บุตรมนุษย์เอ๋ย เราได้ตั้งเจ้าให้เป็น1คนเฝ้ายามสำหรับวงศ์วานอิสราเอล ดังนั้นเมื่อเจ้าได้ยินถ้อยคำจากปากเรา เจ้าจงเตือนพวกเขาแทนเรา.
ยอค. 33:8 ถ้าเรากล่าวกับคนชั่วว่า โอ คนชั่ว เจ้าจะต้องตายเป็นแน่ และเจ้าไม่ได้กล่าวเตือนคนชั่วให้กลับจากทางของเขา คนชั่วนั้นจะต้องตายเนื่องจากความบาปชั่วของเขา แต่เราจะเรียกร้องโลหิตของเขาจากมือของเจ้า
ยอค. 33:9 แต่ถ้าเจ้าได้เตือนคนชั่วให้หันกลับจากทางของเขา แต่เขาไม่หันกลับจากทางของเขา เขาจะต้องตายเนื่องจากความบาปชั่วของเขา แต่เจ้าจะกช่วยชีวิตของเจ้าเองให้รอดพ้น
ยอค. 33:10 และเจ้า บุตรมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงกล่าวกับวงศ์วานอิสราเอลว่า พวกเจ้ากล่าวดังนี้ว่า การล่วงละเมิดและความบาปทั้งหลายของเราอยู่เหนือเรา เราก็ค่อยๆ วอดวายไปเพราะสิ่งเหล่านี้. เราจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?
ยอค. 33:11 จงกล่าวต่อพวกเขาว่า องค์พระยะโฮวาเจ้าตรัสว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด กเราไม่พอใจในความตายของคนชั่ว แต่พอใจในการที่คนชั่วหันจากทางของเขาและมีชีวิตอยู่. จงหันกลับ จงหันกลับจากทางชั่วร้ายของเจ้า โอ วงศ์วานอิสราเอลเอ๋ย เหตุใดเจ้าจึงต้องตายเล่า?
ยอค. 33:12 เจ้า บุตรมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงกล่าวกับชนชาติของเจ้าว่า ความชอบธรรมของผู้ชอบธรรมจะไม่ช่วยเขาให้รอดพ้นในวันที่เขาทำการล่วงละเมิด ส่วนความชั่วของคนชั่วนั้นจะไม่ทำให้เขาสะดุดล้มลงในวันที่เขาหันกลับจากความชั่วของเขา. คนชอบธรรมจะไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ด้วย1ความชอบธรรม[ของเขา]ในวันที่เขาทำบาป.
ยอค. 33:13 เมื่อเรากล่าวถึงคนชอบธรรมว่า เขาจะมีชีวิตอยู่เป็นแน่ แต่ถ้าเขามีความเชื่อมั่นในความชอบธรรมของเขาและกระทำความบาปชั่ว การประพฤติที่ชอบธรรมทั้งหมดของเขาย่อมไม่ได้รับการจดจำอีกเลย และเขาจะต้องตายเพราะความบาปชั่วซึ่งเขาได้กระทำ.
ยอค. 33:14 นอกจากนี้ เมื่อเรากล่าวกับคนชั่วว่า เจ้าจะต้องตายเป็นแน่ แต่ถ้าเขาหันกลับจากความบาปของเขา มากระทำความยุติธรรมและความชอบธรรม
ยอค. 33:15 [ถ้า]คนชั่วยอมคืนของมัดจำ และชดใช้สิ่งที่เขาปล้นไป และดำเนินตามบทบัญญัติแห่งชีวิต ทั้งไม่กระทำความบาปชั่ว เขาก็จะมีชีวิตอยู่เป็นแน่ และเขาจะไม่ต้องตาย.
ยอค. 33:16 กความบาปทั้งหมดซึ่งเขาได้กระทำแล้วนั้นจะไม่ถูกระลึกถึงเพื่อเอาโทษเขา เขาได้กระทำความยุติธรรมและความชอบธรรมแล้ว เขาจะมีชีวิตอยู่เป็นแน่
ยอค. 33:17 กแต่ชนชาติของเจ้ายังกล่าวว่า ทางขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่เป็นธรรม แต่ทางของพวกเขาต่างหากที่ไม่เป็นธรรม.
ยอค. 33:18 เมื่อคนชอบธรรมหันจากความชอบธรรมของเขาและกระทำความบาปชั่ว เขาจะต้องตายเพราะสิ่งเหล่านั้น
ยอค. 33:19 และเมื่อคนชั่วหันกลับจากความชั่วของเขา และกระทำความยุติธรรมและความชอบธรรม เขาจะมีชีวิตอยู่ได้โดยสิ่งเหล่านั้น.
ยอค. 33:20 เจ้ายังกล่าวอีกว่า ทางขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่เป็นธรรม. โอ วงศ์วานอิสราเอลเอ๋ย เราจะพิพากษาเจ้าตามการประพฤติของเจ้าแต่ละคน
ยอค. 33:21 และอยู่มาเมื่อ[วันที่]ห้า [เดือนที่]สิบ ในปีที่สิบสอง ซึ่งเราได้ถูกจับไปเป็นเชลย คนหนึ่งที่หนีมาจากกรุงเยรูซาเล็มมาหาข้าพเจ้า กล่าวว่า เมืองนั้นกถูกตีแตกเสียแล้ว.
ยอค. 33:22 ในเวลาเย็นนั้น ก่อนผู้ที่หนีรอดจะมาถึงข้าพเจ้า กพระหัตถ์ของพระยะโฮวาได้มาอยู่เหนือข้าพเจ้า แล้วพระองค์ทรงเปิดปากข้าพเจ้าก่อนที่ชายคนนั้นมาถึงข้าพเจ้าในตอนเช้า. ดังนั้นขปากของข้าพเจ้าจึงถูกเปิดออก และข้าพเจ้าก็ไม่ได้เป็นใบ้อีกต่อไป.
ยอค. 33:23 พระคำของพระยะโฮวามายังข้าพเจ้าว่า
ยอค. 33:24 บุตรมนุษย์เอ๋ย ผู้ที่อาศัยอยู่ในซากปรักหักพังของดินแดนอิสราเอลกล่าวว่า อับราฮามเป็นเพียงกคนผู้เดียว และได้รับดินแดนนี้เป็นมรดก แต่เรามีจำนวนคนมาก เราย่อมได้รับดินแดนนี้เป็นมรดก[เป็นแน่].
ยอค. 33:25 เพราะฉะนั้น จงกล่าวกับเขาทั้งหลายว่า องค์พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้ว่า เจ้ากิน[เนื้อ]พร้อมกเลือด เจ้าเงยหน้ามองไปยังรูปเคารพของเจ้าและทำให้โลหิตตก. แล้วเจ้ายังจะได้รับดินแดนนี้เป็นกรรมสิทธิ์อีกหรือ?
ยอค. 33:26 พวกเจ้าพึ่งพาดาบของเจ้า เจ้ากระทำสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน และแต่ละคนได้ทำให้ภรรยาของเพื่อนบ้านเป็นมลทิน. แล้วเจ้ายังจะได้รับดินแดนนี้เป็นกรรมสิทธิ์อีกหรือ?
ยอค. 33:27 จงกล่าวเช่นนี้กับพวกเขาว่า ‘องค์พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้ว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด พวกที่อยู่ในซากปรักหักพังจะต้องล้มลงด้วยดาบ และพวกที่อยู่กลางทุ่ง เราจะมอบให้สัตว์ป่ากัดกิน ส่วนพวกที่อยู่ในที่กำบังเข้มแข็งหรืออยู่ในถ้ำก็จะตายด้วยโรคระบาด
ยอค. 33:28 และเราจะทำให้ดินแดนนั้นรกร้างและร้างเปล่า และกำลังอันเย่อหยิ่งของดินแดนนั้นจะสิ้นสุดลง ภูเขาของอิสราเอลจะรกร้างจนไม่มีคนเดินผ่าน.
ยอค. 33:29 แล้วพวกเขาจะรู้ว่า เราคือยะโฮวา เมื่อเราได้ทำให้ดินแดนนั้นรกร้างและร้างเปล่า เพราะสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนทั้งหมดที่เขาทั้งหลายได้กระทำนั้น.
ยอค. 33:30 ส่วนเจ้า บุตรมนุษย์เอ๋ย ชนชาติของเจ้าที่พูดเรื่องเจ้าที่ข้างกำแพงและตามประตูบ้าน เขาพูดต่อกันและกัน แต่ละคนพูดกับพี่น้องของตนว่า มาเถิด มาฟังพระคำซึ่งออกมาจากพระยะโฮวา
ยอค. 33:31 และพวกเขามาหาเจ้าอย่างที่คนทั้งหลายมา และเขามานั่งข้างหน้าเจ้าอย่างพลไพร่ของเรา พวกเขาจะกฟังสิ่งที่เจ้าพูด แต่เขาขไม่กระทำตาม เพราะว่าเขาแสดงความรักอย่างมากด้วยคปากของเขา แต่ใจของเขามุ่งอยู่ที่ผลกำไรของเขา.
ยอค. 33:32 และแน่ทีเดียว เจ้าเป็นเหมือนคนร้องเพลงรักแก่พวกเขา มีเสียงไพเราะและเล่นดนตรีได้เก่ง เพราะว่าพวกเขาจะฟังสิ่งที่เจ้าพูด แต่เขาจะไม่กระทำตาม.
ยอค. 33:33 และเมื่อสิ่งนี้มาถึง แน่ทีเดียว ก็มาถึงแล้ว เขาทั้งหลายจะรู้ว่ามีผู้เผยพระวจนะอยู่ท่ามกลางพวกเขา.

คำอธิบาย ยะเอศเคล บทที่ 33

ยอค. 33:1 1 พระเจ้าทรงปฏิบัติการตามการพิพากษาของพระองค์อย่างมีพระประสงค์เสมอ. พระประสงค์ในการพิพากษาของพระเจ้าคือเพื่อนำมาซึ่งการฟื้นฟู. พระเจ้าทรงปรารถนาจะฟื้นฟูพลไพร่ของพระองค์ตามความชอบธรรม, ความบริสุทธิ์ และสง่าราศีของพระองค์ โดยผ่านการพิพากษาของพระองค์ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความชอบธรรม, ความบริสุทธิ์ และสง่าราศีของพระองค์นั้น. การพิพากษาของพระเจ้านั้นใช้สื่อกลางหลายอย่าง (5:4; 14:21) แต่การฟื้นฟูของพระเจ้านั้นกระทำโดยชีวิต.
นิมิตต่างๆ เกี่ยวกับการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้าโดยชีวิตในบทที่ 33—39 พร้อมด้วยผลลัพธ์คือการก่อสร้างอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าในบทที่ 40—48 นั้นควรนำมาปรับใช้กับอิสราเอลในการฟื้นสภาพ คือในอาณาจักรพันปีซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาครั้งที่สอง (กจ. 3:20-21). นิมิตเหล่านี้ยังควรนำมาปรับใช้กับผู้เชื่อทั้งหลายในพระคริสต์ในการที่พวกเขามีประสบการณ์ต่อชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ในยุคพันธสัญญาใหม่ด้วย (เทียบ ยรม.31:31 คำอธิบาย 1).
ยอค. 33:2 ก ยอค.2:1
ยอค. 33:2 ข ยอค.14:17
ยอค. 33:2 ค ยอค.33:7; เทียบ ยซย.62:6
ยอค. 33:3 ก 1กธ.14:8
ยอค. 33:4 ก ยอค.18:13; กจ.18:6
ยอค. 33:5 ก กจ.20:26ง
ยอค. 33:7 1 ในการฟื้นฟูของพระองค์โดยชีวิตนั้น สิ่งแรกที่พระเจ้าทรงกระทำคือการตั้งคนเฝ้ายาม ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากพระเจ้าให้คอยเตือนพลไพร่ของพระองค์ และเป่าแตรเพื่อให้พลไพร่ของพระเจ้าหันกลับมาหาพระองค์และกลับใจเสียใหม่ เพื่อที่พวกเขาจะมีชีวิตอยู่ (ข้อ 2-11; เทียบกับ มธ.3:1-2) ดู 3:17 คำอธิบาย 1.
ยอค. 33:9 ก กจ.20:26; 1ตธ.4:16
ยอค. 33:11 ก 2ซมอ.14:14; ยอค.18:23, 32; 2ปต.3:9
ยอค. 33:12 1 แปลตามตรงคือ มัน.
ยอค. 33:16 ก ยอค.18:22
ยอค. 33:17 ก ข้อ 17-20: ยอค.18:25-29
ยอค. 33:21 ก 2พกษ.25:4; ยรม.39:2
ยอค. 33:22 ก ยอค.1:3
ยอค. 33:22 ข ยอค.24:27
ยอค. 33:24 ก ยซย.51:2; กจ.7:5
ยอค. 33:25 ก ยนซ.9:4; ลวต.3:17; 7:26; 17:10; พบญ.12:16
ยอค. 33:31 ก มก.4:16
ยอค. 33:31 ข มก.7:6
สารบัญ