การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ยะเอศเคล บทที่ 17

ฉ. ผ่านอุปมาเรื่องนกอินทรีสองตัวและต้นองุ่น
17:1-24
ยอค. 17:1 พระคำของพระยะโฮวามายังข้าพเจ้าว่า
ยอค. 17:2 กบุตรมนุษย์เอ๋ย จงยกปริศนาและกล่าวเป็นอุปมาแก่วงศ์วานอิสราเอล
ยอค. 17:3 ให้กล่าวว่า องค์พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้ว่า มี1กนกอินทรีใหญ่ตัวหนึ่ง มีปีกใหญ่และขนปีกยาว ทั้งมีขนมากมายและหลากสี มันมายังเลบานอน และขจิกเอายอดของต้นสนสีดาร์ไป.
ยอค. 17:4 มันเด็ดยอด1กิ่งอ่อน แล้วก็คาบไปยังดินแดนแห่งการค้าขาย และวางไว้ในเมืองของพวกพ่อค้า.
ยอค. 17:5 แล้วมันก็เอาเมล็ดพืชบางส่วนของดินแดน ไปปลูกไว้ในทุ่งนาอันอุดมสมบูรณ์ มันเอาเมล็ดปลูกไว้ที่ริมน้ำมากหลายเหมือนปลูกต้นหลิว
ยอค. 17:6 เมล็ดก็งอกขึ้นมาและเติบโตขึ้น เป็นเถาองุ่นเตี้ยที่แผ่แขนง กิ่งทั้งหลายของต้นนี้ก็ทอดมายังตัวนกอินทรี และรากก็ยังคงอยู่ใต้มัน. เมล็ดจึงกลายเป็นเถาองุ่น มันแตกหน่อและแผ่กิ่งก้านออกไป
ยอค. 17:7 และมี1นกอินทรีใหญ่อีกตัวหนึ่ง มีปีกใหญ่และมีขนมาก ดูสิ เถาองุ่นนี้ก็กชอนรากไปหานกอินทรีตัวนี้ และทอดกิ่งไปยังนกตัวนี้ จากร่องที่ปลูกอยู่นั้น เพื่อให้นกนี้รดน้ำให้มัน.
ยอค. 17:8 มันได้ถูกปลูกไว้ในที่ดินดีริมน้ำมากหลาย เพื่อให้แตกแขนงและเกิดผล ให้เป็นเถาองุ่นที่ดีเลิศ.
ยอค. 17:9 จงกล่าวว่า องค์พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้ว่า เถานั้นจะเจริญงอกงามหรือ? นกตัวนั้นจะไม่ถอนรากมันขึ้นและเด็ดผลจนเถานั้นเหี่ยวแห้งหรือ? ทุกใบอ่อนที่งอกใหม่ของมันจะเหี่ยวแห้ง ไม่ต้องใช้กำลังมากหรือคนจำนวนมาก ก็สามารถถอนมันออกทั้งราก.
ยอค. 17:10 แน่ทีเดียว แม้มันถูกย้ายไปปลูกใหม่ มันจะเจริญงอกงามขึ้นหรือ? เมื่อลมทิศตะวันออกพัดถูกมันเข้า มันก็จะเหี่ยวแห้งไปทั้งหมดไม่ใช่หรือ? มันจะเหี่ยวแห้งไปถึงร่องที่มันปลูกมานั้น.
ยอค. 17:11 พระคำของพระยะโฮวามายังข้าพเจ้าอีกว่า
ยอค. 17:12 จงกล่าวแก่วงศ์วานที่กกบฏนั้นว่า พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าสิ่งเหล่านี้[มีความหมายอะไร]? จงบอกว่า แน่ทีเดียว ขกษัตริย์แห่งบาบิโลนได้มายังกรุงเยรูซาเล็ม แล้วนำเอา1กษัตริย์และผู้ปกครองทั้งหลายมาให้ตนเองที่กรุงบาบิโลน.
ยอค. 17:13 เขาได้เอาเชื้อพระวงศ์1ผู้หนึ่งมา แล้วทำกพันธสัญญากับผู้นั้นและให้ผู้นั้นปฏิญาณตน. เขายังเอาผู้แกล้วกล้าของดินแดนนั้นไปด้วย
ยอค. 17:14 เพื่อว่าอาณาจักรนั้นจะต่ำต้อยและยกตัวขึ้นอีกไม่ได้ [แต่]จะคงยั่งยืนอยู่ได้โดยการถือรักษาพันธสัญญาของเขา
ยอค. 17:15 แต่เขาผู้นั้นได้กกบฏต่อกษัตริย์ โดยส่งทูตของเขาไปยังอียิปต์ ด้วยหวังว่าจะได้ม้าและกำลังคนมามากมาย. เขาผู้นั้นจะราบรื่นหรือ? เขาผู้กระทำเช่นนี้จะหนีรอดหรือ? เขาจะละเมิดพันธสัญญาและหนีรอดไปได้หรือ?
ยอค. 17:16 องค์พระยะโฮวาเจ้าตรัสว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด คนผู้นั้นจะต้องตายในดินแดนของกษัตริย์ผู้ได้ตั้งเขาให้เป็นกษัตริย์ คือตายในกกรุงบาบิโลนของกษัตริย์ซึ่งคนผู้นั้นได้ดูหมิ่นคำปฏิญาณที่ให้ไว้ต่อกษัตริย์ และได้หักพันธสัญญาที่ทำไว้กับกษัตริย์.
ยอค. 17:17 ฟาโรห์ผู้มีกองทัพใหญ่โต และมีกำลังพลมากมายจะไม่ช่วยเขาผู้นั้นในการสงคราม เมื่อพวกเขาก่อเนินและก่อกำแพงล้อม เพื่อจะตัดทิ้งชีวิตคนเป็นอันมาก.
ยอค. 17:18 แน่ทีเดียว เขาผู้นั้นดูหมิ่นคำปฏิญาณโดยได้ละเมิดพันธสัญญา และเขาได้มอบมือของเราออกมาแล้วแต่ก็ยังทำสิ่งเหล่านี้ เขาจะหนีรอดไปไม่ได้.
ยอค. 17:19 เพราะฉะนั้น องค์พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้ว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด คำปฏิญาณของเราที่เขาได้ดูหมิ่น และพันธสัญญาของเราที่เขาได้ละเมิดเสีย เราจะตอบสนองให้ตกเหนือศีรษะของเขา.
ยอค. 17:20 เราจะกางตาข่ายของเราคลุมเขา แล้วเขาจะติดกับของเรา และเราจะนำเขาเข้าไปในบาบิโลน และจะพิพากษาเขาที่นั่นในความไม่สัตย์ซื่อของเขาที่เขาไม่สัตย์ซื่อต่อเรา.
ยอค. 17:21 ส่วนพวก1ทหารที่คัดเลือกไว้และกองทัพทั้งหมดของเขาจะล้มลงด้วยดาบ และพวกที่เหลือจะกกระจัดกระจายไปตามลมทุกทิศทาง แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่า เราคือยะโฮวาผู้ได้ตรัสไว้แล้ว.
ยอค. 17:22 องค์พระยะโฮวาเจ้าตรัสว่า เราจะเอา1[ยอดกิ่งอ่อน]จากปลายยอดสูงของต้นสนสีดาร์มาปักไว้ เราจะหักหน่ออ่อนจากยอดกิ่งอ่อนของมันมา และเราจะปลูก[มัน]ไว้บนภูเขาที่สูงเด่น.
ยอค. 17:23 เราจะปลูกมันไว้บนภูเขาสูงของอิสราเอล แล้วมันจะแตกกิ่งและเกิดผล และกลายเป็นต้นสนสีดาร์ที่งามสง่า แล้วนกทุกชนิดจะมาทำรังอยู่ใต้มัน คือจะมาทำรังใต้ร่มเงาของกิ่งนั้น.
ยอค. 17:24 และต้นไม้ทุกต้นในทุ่งจะรู้ว่า เราคือยะโฮวา เราทำต้นไม้สูงให้เตี้ยลง และทำต้นไม้เตี้ยให้สูงขึ้น ทำต้นไม้เขียวให้เหี่ยวแห้งไป และทำต้นไม้แห้งให้แตกหน่อ เราคือยะโฮวาได้ตรัสไว้แล้ว และเราจะทำเช่นนั้น.

คำอธิบาย ยะเอศเคล บทที่ 17

ยอค. 17:2 ก ยอค.2:1
ยอค. 17:3 ก เทียบ ยอค.17:12
ยอค. 17:3 1ก หรือ นะบูคัศเนซัรกษัตริย์แห่งบาบิโลน (ข้อ 12).
ยอค. 17:3 ข 2พกษ.24:12
ยอค. 17:4 1 หรือ ยะโฮยาคินกษัตริย์แห่งยูดา.
ยอค. 17:7 1 หรือ ฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ (ข้อ 15).
ยอค. 17:7 ก เทียบ ยอค.17:15
ยอค. 17:12 ก ยอค.2:5
ยอค. 17:12 ข ยอค.17:3; 2พกษ.24:11-16
ยอค. 17:12 1 หรือ ยะโฮยาคินกษัตริย์แห่งยูดา.
ยอค. 17:13 1 หรือ ซิดคียา ผู้ที่นะบูคัศเนซัรได้แต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์แทนที่ยะโฮยาคิน (2พกษ.24:17).
ยอค. 17:13 ก 2พกษ.24:17
ยอค. 17:15 ก 2พกษ.24:20; 2คนก.36:13
ยอค. 17:16 ก ยรม.32:5; 34:3; 52:11; ยอค.12:13
ยอค. 17:21 1 ต้นฉบับโบราณบางฉบับอ่านว่า ผู้ที่หลบหนี.
ยอค. 17:21 ก ยอค.12:14
ยอค. 17:22 1 ดู 3:17 คำอธิบาย 1. ในข้อ 3–4 และ 22–23 วงศ์วานของดาวิด ซึ่งเป็นครอบครัวของกษัตริย์นั้นถูกเปรียบเหมือนต้นสนสีดาร์. ก่อนอื่น กิ่งหนึ่งของต้นนี้ คือยะโฮยาคินได้ถูกตัดทิ้ง (ข้อ 3–4, 12; 2คนก.36:8ข–10ก). ต่อมา อีกกิ่งหนึ่ง คือซิดคียาได้ถูกตั้งขึ้น และก็ถูกตัดทิ้งเช่นกัน (ข้อ 13–21; 2คนก.36:10ข–20). ถ้าว่าตามข้อ 22–23 ยอดกิ่งอ่อนยอดหนึ่งที่อยู่บนยอดของต้นสนสีดาร์นี้ได้ถูกเด็ดออกและถูกย้ายไปปลูกบนภูเขาสูงเด่น และมันก็กลายเป็นต้นสนสีดาร์ที่งามสง่า. ยอดกิ่งอ่อนนี้คือพระคริสต์ (เทียบ ยซย.11:1). พระคริสต์ผู้ทรงบังเกิดมาเป็นพงศ์พันธุ์ของวงศ์วานดาวิดนั้น (มธ.1:1; รม.1:3) ทรงเป็นกิ่งอ่อนของต้นสนสีดาร์แห่งดาวิด. ในฐานะที่เป็นกิ่งอ่อนเช่นนี้ พระองค์ทรงถูก “เด็ดออก” โดยการถูกตรึงกางเขน. มนุษย์เป็นผู้ที่เด็ดพระองค์ผู้เป็นกิ่งอ่อนออก แต่พระเจ้าทรงทำให้พระองค์เป็นขึ้นและเสด็จสู่สวรรค์ (กจ.2:22–24, 32–36). เช่นนี้ พระเจ้าได้ทรงปลูกพระคริสต์ไว้ในที่สูง และพระคริสต์ก็ทรงกลายเป็นต้นสนสีดาร์อันสง่างาม ซึ่งคนมากมายจะได้อาศัยอยู่ใต้ร่มเงานั้น. แม้วงศ์วานของดาวิดจะถูกเด็ดออกเพราะความเสื่อมเสียของพวกเขาจนกลายเป็นที่รกร้างและต่ำต้อย แต่วันนั้นจะมาถึงเมื่อพวกเขาจะได้รับการเฟื่องฟูขึ้นในพระคริสต์ (อมศ.9:11 และคำอธิบาย). เพราะพวกเขาจะเข้าสนิทกับพระคริสต์ ดังนั้นพวกเขาจึงจะกลับมาสง่างามอีกครั้งหนึ่ง.
สารบัญ