บทเพลงร้องทุกข์ของยิระมะยา บทที่ 3
II. บทเพลงร้องทุกข์บทที่สาม — บทเพลงร้องทุกข์ถึงผู้เผยพระวจนะผู้ทุกข์ยาก ซึ่งได้นำตัวเองไปประสานสนิทกับพลไพร่ของเขาที่ถูกลงโทษ
3:1-66
3:1-66
1. ความทุกข์ยากของผู้เผยพระวจนะ (เป็นตัวแทนพลไพร่ของเขา)
ข้อ 1-20
ข้อ 1-20
พรท.
3:1 1ข้าพเจ้าเป็นคนที่ได้เห็นความทุกข์ยาก โดยไม้เรียวแห่งพระพิโรธของพระองค์.
พรท.
3:2 พระองค์ทรงขับไล่ข้าพเจ้าและนำข้าพเจ้าเข้าไปในความมืดและไม่ใช่ในความสว่าง.
พรท.
3:3 แน่ทีเดียว พระองค์พลิกพระหัตถ์ต่อสู้ข้าพเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่วันยังค่ำ.
พรท.
3:4 พระองค์ทรงทำให้เนื้อและหนังข้าพเจ้าซูบซีดไป ทรงหักกระดูกข้าพเจ้า.
พรท.
3:5 พระองค์สร้าง[กำแพง]โอบล้อมข้าพเจ้า ทรงเอาดีขมและความทุกข์ยากลำบากล้อมข้าพเจ้าไว้.
พรท.
3:6 พระองค์ทรงให้ข้าพเจ้าอาศัยอยู่ในที่มืด ดุจคนที่ตายนานแล้ว.
พรท.
3:7 พระองค์ทรงทำกำแพงล้อมข้าพเจ้าไว้ เพื่อข้าพเจ้าจะออกไปไม่ได้ พระองค์ทรงให้ตรวนทองเหลืองของข้าพเจ้าหนักอึ้ง.
พรท.
3:8 แน่ทีเดียว เมื่อข้าพเจ้าร้องทูลขอความช่วยเหลือ พระองค์ทรงปิดกั้นไม่ฟังคำอธิษฐานของข้าพเจ้า.
พรท.
3:9 พระองค์ทรงทำกำแพงกั้นทางข้าพเจ้าด้วยก้อนหินที่สกัดแล้ว พระองค์ทรงทำให้วิถีทางของข้าพเจ้าคดเคี้ยว.
พรท.
3:10 พระองค์ทรงเป็นดุจหมีที่ซุ่มคอยอยู่ และดั่งสิงโตในที่ซ่อน.
พรท.
3:11 พระองค์ทรงหันข้าพเจ้าไปจากทางของข้าพเจ้า และฉีกข้าพเจ้าเป็นชิ้นๆ พระองค์ทรงทำให้ข้าพเจ้าโดดเดี่ยวอ้างว้าง.
พรท.
3:12 พระองค์ทรงโก่งคันธนู และเอาข้าพเจ้าเป็นเป้าสำหรับลูกธนู.
พรท.
3:13 พระองค์ทรงเอาลูกธนูในแล่ง ยิงเข้าที่1หัวใจข้าพเจ้าแล้ว.
พรท.
3:14 ข้าพเจ้ากลายเป็นที่กหัวเราะเยาะของบรรดาพลไพร่ของข้าพเจ้า เป็นเพลง[เยาะเย้ย]ของพวกเขาวันยังค่ำ.
พรท.
3:15 พระองค์ทรงให้ความขมขื่นเติมเต็มข้าพเจ้า พระองค์ทรงให้ข้าพเจ้าเมามายด้วยบอระเพ็ด.
พรท.
3:16 พระองค์ทรงให้ฟันของข้าพเจ้าหักด้วยก้อนกรวด พระองค์ทรงปกคลุมข้าพเจ้าด้วยขี้เถ้า.
พรท.
3:17 พระองค์ทรงให้จิตของข้าพเจ้าห่างไกลจากสันติสุข ข้าพเจ้าลืมเสียแล้วว่าความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างไร.
พรท.
3:18 ข้าพเจ้าจึงว่า กำลังของข้าพเจ้าสูญไปแล้ว ทั้งความหวังของข้าพเจ้าในพระยะโฮวาด้วย.
พรท.
3:19 [โอ พระยะโฮวา ขอทรง]ระลึกถึงความทุกข์ยากและการ1ระหกระเหินของข้าพเจ้า[ที่เหมือนกับ]บอระเพ็ดและดีขม.
พรท.
3:20 จิตของข้าพเจ้ายังนึกถึง[สิ่งเหล่านี้]เนืองๆ และหดหู่อยู่ภายในข้าพเจ้า.
2. ความหวังของผู้เผยพระวจนะ (เป็นตัวแทนพลไพร่ของเขา)
ข้อ 21-39
ข้อ 21-39
พรท.
3:21 ใจของข้าพเจ้าหวนคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงมีความหวัง.
พรท.
3:22 ก[เพราะ]ความเอ็นดูรักใคร่ของพระยะโฮวา พวกข้าพเจ้าจึงไม่ถูก1ล้างผลาญ เพราะขความกรุณาของพระองค์มีอยู่ไม่ขาดสาย.
พรท.
3:23 สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งใหม่1ทุกๆ กยามเช้า 2ขความสัตย์ซื่อของพระองค์ก็ใหญ่ยิ่งนัก.
พรท.
3:24 จิตของข้าพเจ้าว่า พระยะโฮวาทรงเป็น1กส่วนของข้าพเจ้า ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงเฝ้าหวังในพระองค์.
พรท.
3:25 พระยะโฮวาทรงดีต่อคนทั้งปวงที่1กคอยท่าพระองค์ และต่อจิตที่แสวงหาพระองค์.
พรท.
3:26 คนเราจะเฝ้าหวังและคอยท่าความรอดของพระยะโฮวาด้วยความสงบก็เป็นการดี.
พรท.
3:27 คนเราจะแบกแอกไว้ตั้งแต่หนุ่มสาวก็เป็นการดี.
พรท.
3:28 ให้เขานั่งเงียบๆ ตามลำพัง เพราะพระองค์ทรงวาง[แอกนั้น]ไว้บนตัวเขา.
พรท.
3:29 ให้เขาเอาปากจรดผงคลีดิน บางทีจะมีหวัง.
พรท.
3:30 ให้เขาหันกแก้มของเขาแก่ผู้ที่ตบเขา ให้เขารับการด่าประณามอย่างเต็มขนาด.
พรท.
3:31 เพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะไม่ทรงกละทิ้งเป็นนิตย์.
พรท.
3:32 แม้พระองค์ทรงทำให้เกิดความเศร้าโศก พระองค์จะทรงพระกรุณาตามความเอ็นดูรักใคร่อันล้นเหลือของพระองค์
พรท.
3:33 เพราะพระองค์มิได้ตั้งพระทัยทำให้ผู้ใดทุกข์ยาก หรือทำให้บุตรทั้งหลายของมนุษย์โศกเศร้า.
พรท.
3:34 การบดขยี้นักโทษทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินโลกไว้ใต้เท้า
พรท.
3:35 การเบี่ยงเบนความยุติธรรมของผู้หนึ่งผู้ใดต่อเบื้องพระพักตร์องค์ผู้สูงสุด
พรท.
3:36 การบิดเบือนคดีของมนุษย์ องค์พระผู้เป็นเจ้าจะไม่ทอดพระเนตรเห็น[สิ่งเหล่านี้]หรือ?
พรท.
3:37 เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงบัญชาให้เป็นไป ผู้ใดจะพูดแล้วสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นเล่า?
พรท.
3:38 กวิบัติและสิ่งดีก็ออกมาจากขพระโอษฐ์ขององค์ผู้สูงสุดนั้นมิใช่หรือ?
พรท.
3:39 มนุษย์ที่มีชีวิตจะบ่นไปทำไม? คือคนที่ถูกลงโทษเพราะความบาปของตน.
3. คำร้องขอของผู้เผยพระวจนะต่อพลไพร่ของเขา
ข้อ 40-54
ข้อ 40-54
พรท.
3:40 ให้เราพิจารณาและทดสอบวิถีทางของเรา และกหันกลับมาหาพระยะโฮวาเถิด.
พรท.
3:41 ให้เรายกใจขึ้นด้วยมือ[ของเรา]ต่อพระเจ้าผู้อยู่ในฟ้าสวรรค์[ทูลว่า]
พรท.
3:42 พวกข้าพเจ้าได้ล่วงละเมิดและกบฏแล้ว และพระองค์ยังไม่ได้ทรงอภัยโทษ.
พรท.
3:43 พระองค์ทรงคลุม[พระองค์เอง]ด้วยพระพิโรธและทรงตามล่าพวกข้าพเจ้า ได้ทรงประหารโดยไม่ทรงสงวนไว้เลย.
พรท.
3:44 พระองค์คลุมพระองค์เองด้วยเมฆ เพื่อว่าการอธิษฐานจะไม่ทะลุ[ไปถึงพระองค์ได้].
พรท.
3:45 พระองค์ได้ทรงทำให้พวกข้าพเจ้าเป็นเหมือนกสิ่งโสโครกและหยากเยื่ออยู่ท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย.
พรท.
3:46 ศัตรูทั้งสิ้นของพวกข้าพเจ้าได้อ้าปากโจมตีพวกข้าพเจ้า.
พรท.
3:47 กความหวาดกลัวและหลุมพรางมาถึงพวกข้าพเจ้า ทั้งความร้างเปล่าและการทำลายล้าง.
พรท.
3:48 [น้ำ]ตาของข้าพเจ้ากไหลเป็นสายน้ำ เนื่องด้วยการทำลายล้างแห่งธิดาของชนชาติของข้าพเจ้า.
พรท.
3:49 [น้ำ]ตาของข้าพเจ้าไหลไม่หยุด และไม่ได้พักเลย
พรท.
3:50 จนกว่าพระยะโฮวาจะทอดพระเนตรลงมาจากฟ้าสวรรค์.
พรท.
3:51 ดวงตาของข้าพเจ้าทำให้จิตของข้าพเจ้าระทม เพราะเหตุบรรดาบุตรสาวของเมืองข้าพเจ้า.
พรท.
3:52 พวกที่เป็นศัตรูกับข้าพเจ้าโดยไม่มีเหตุนั้นได้ไล่ล่าข้าพเจ้าเหมือนไล่ล่านก.
พรท.
3:53 พวกเขาพยายามจบชีวิตข้าพเจ้าในบ่อ และขว้างหินใส่ข้าพเจ้า.
พรท.
3:54 น้ำท่วมมิดศีรษะข้าพเจ้า ข้าพเจ้าว่า ข้าถูกตัดออกเสียแล้ว.
4. คำอธิษฐานของผู้เผยพระวจนะ (เป็นตัวแทนพลไพร่ของเขา) ต่อพระยะโฮวา
ข้อ 55-66
ข้อ 55-66
พรท.
3:55 โอ พระยะโฮวา ข้าพเจ้าได้1กร้องเรียกพระนามของพระองค์จากบ่อที่ลึกที่สุด.
พรท.
3:56 พระองค์ได้ทรงสดับฟังเสียงของข้าพเจ้า โปรดอย่าซ่อนพระกรรณของพระองค์จากเสียงลมหายใจของข้าพเจ้า หรือจากเสียงร้องของข้าพเจ้า.
พรท.
3:57 พระองค์ทรงเข้ามากใกล้ในวันที่ข้าพเจ้าร้องเรียกพระองค์ พระองค์ตรัสว่า อย่ากลัวเลย.
พรท.
3:58 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงแก้ต่างคดีที่อยู่ในจิตของข้าพเจ้า พระองค์ทรงไถ่ชีวิตข้าพเจ้า.
พรท.
3:59 โอ พระยะโฮวา พระองค์ทรงเห็นการกดขี่ที่เขาทำต่อข้าพเจ้าแล้ว ขอทรงพิพากษาคดีของข้าพเจ้าเถิด.
พรท.
3:60 พระองค์ทรงเห็นการแก้แค้นทั้งสิ้นของพวกเขา และแผนการทั้งหมดที่ต่อต้านข้าพเจ้าแล้ว.
พรท.
3:61 โอ พระยะโฮวา พระองค์ทรงได้ยินการด่าประณามของพวกเขา และแผนการทั้งหมดที่ต่อต้านข้าพเจ้าแล้ว
พรท.
3:62 คือริมฝีปากของผู้ที่ลุกขึ้นต่อต้านข้าพเจ้า และการคิดใคร่ครวญของพวกเขาที่ต่อสู้ข้าพเจ้าอยู่วันยังค่ำ
พรท.
3:63 ดูเถิด ไม่ว่าเขาจะนั่งหรือลุกขึ้น ตัวข้าพเจ้าก็เป็นเพลงให้เขาร้องเยาะเย้ย.
พรท.
3:64 โอ พระยะโฮวา กขอทรงตอบสนองพวกเขา ตามการงานที่มือเขาได้กระทำ.
พรท.
3:65 ขอประทานใจที่แข็งกระด้างแก่เขาและให้การแช่งสาปของพระองค์ตกเหนือเขา.
พรท.
3:66 ขอทรงไล่ตามเขาด้วยพระพิโรธและทำลายเขาเสียจากกใต้ฟ้าสวรรค์ของพระยะโฮวา.
คำอธิบาย บทเพลงร้องทุกข์ของยิระมะยา บทที่ 3
พรท.
3:1 1 แม้ว่าตัวของยิระมะยาเองจะไม่ได้รับความทุกข์ยากจากพระเจ้า แต่เขาก็เป็นหนึ่งกับพลไพร่ของพระเจ้าที่กำลังทุกข์ยาก. ดังนั้นในความรู้สึกของเขา ในความเห็นอกเห็นใจของเขา เขาก็กำลังทนทุกข์กับความทุกข์ยากชนิดเดียวกัน. สิ่งนี้บ่งชี้ว่าผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าต้องเรียนรู้ที่จะนำตัวเองไปประสานสนิทกับพลไพร่ของพระเจ้า ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร และโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ทุกข์ยาก (เทียบ 2กธ.11:29).
พรท.
3:13 1 แปลตามตรงคือ ส่วนต่างๆ ทางภายใน.
พรท.
3:14 ก ยรม.20:7
พรท.
3:19 1 หรือ ความทุกข์ทรมาน.
พรท.
3:22 ก อษร.9:8; นฮย.9:31; บพส.78:38; มลค.3:6
พรท.
3:22 1 ไม่ว่าพระเจ้าจะทรงลงโทษอิสราเอลมากเพียงใด พระองค์ก็มิได้ทรงล้างผลาญพวกเขาจนหมดสิ้น. ยิระมะยาและคนอื่นๆ อีกหลายคนก็ยังคงเหลืออยู่. นี่คือความเอ็นดูรักใคร่ของพระเจ้า. ชนชาติอิสราเอลล้มเหลว แต่ความกรุณาของพระเจ้ามีอยู่ไม่ขาดสาย. ความกรุณาของพระองค์ได้ทรงรักษาคนที่เหลืออยู่ของอิสราเอลไว้ เพื่อทำให้แผนการบริหารของพระองค์สำเร็จลุล่วง. ดู ยรม.23:5-6 และข้อ 6 คำอธิบาย 3.
พรท.
3:22 ข บพส.86:15; มคา.7:19; ซคย.1:16; ลก.1:78; รม.12:1
พรท.
3:23 1 กรณีนี้บ่งชี้ว่ายิระมะยาได้ติดต่อกับองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยความกรุณาในทุกยามเช้า. เขาได้รับถ้อยคำเกี่ยวกับความเอ็นดูรักใคร่, ความกรุณา และความสัตย์ซื่อของพระเจ้า โดยผ่านการติดต่อกับองค์พระผู้เป็นเจ้าเช่นนี้เอง.
พรท.
3:23 ก ยซย.33:2
พรท.
3:23 ข บพส.36:5; 57:10; 100:5; 108:4; 117:2; 119:90
พรท.
3:23 2ข ความกรุณาของพระเจ้ามีอยู่ไม่ขาดสาย เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ที่สัตย์ซื่อ. ความสัตย์ซื่อของพระเจ้าชี้ถึงพระคำของพระองค์ และยังมีความเกี่ยวข้องกับพันธสัญญาของพระองค์ด้วย. เนื่องจากพระองค์ได้ทรงทำพันธสัญญากับอับราฮาม และทรงยืนยันพันธสัญญานั้นกับยิศฮาศและยาโคบ (ยนซ.15:1-21; 17:1-22; 26:1-4; 35:11-12) พระเจ้าจึงต้องสัตย์ซื่อในการรักษาพระคำของพระองค์.
พรท.
3:24 ก บพส.16:5; 73:26
พรท.
3:24 1ก ถ้อยคำนี้ที่กล่าวถึงพระยะโฮวาในฐานะที่เป็นส่วนของเราและการที่เรามีความหวังในพระองค์นั้นมีรสชาติของพันธสัญญาใหม่ (กซ.1:12, 27). ยิระมะยาได้รับสุขพระยะโฮวาในฐานะที่เป็นส่วนของตน และเขามิได้วางความหวังไว้ในตัวเอง, ในผู้คน หรือในสิ่งอื่นใด แต่เฝ้าหวังในพระยะโฮวาเพียงเท่านั้น. ด้านหนึ่ง ยิระมะยาตระหนักว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูรักใคร่ ทรงมีความกรุณา และพระคำของพระองค์ก็สัตย์ซื่อ (ข้อ 22-23). อีกด้านหนึ่ง ยิระมะยาก็ตระหนักว่า เรายังจำเป็นต้องติดต่อกับองค์พระผู้เป็นเจ้าในทุกยามเช้า, เฝ้าหวังในพระองค์อย่างสิ้นเชิง, คอยท่าพระองค์ และร้องเรียกพระนามของพระองค์ (ข้อ 23-25, 55).
พรท.
3:25 ก บพส.130:6; ยซย.30:18
พรท.
3:25 1ก แม้ว่าพระเจ้าจะทรงจริงแท้, ทรงพระชนม์อยู่, เปี่ยมด้วยความกรุณา และสัตย์ซื่อ แต่พระองค์ก็มักจะล่าช้าในการทำให้พระคำของพระองค์สำเร็จเป็นจริง เพื่อจะทดสอบพลไพร่ของพระองค์. ในกรณีของยิระมะยานั้น การคอยท่าองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นยาวนานมาก. การสำเร็จเป็นจริงของคำพยากรณ์ที่เขากล่าวถึงยุคแห่งการฟื้นสภาพก็ยังมาไม่ถึง. กรณีนี้บ่งชี้ว่าเราจำเป็นต้องเรียนรู้บทเรียนของการคอยท่าองค์พระผู้เป็นเจ้า. วันนี้ยังไม่ใช่เวลาของการสำเร็จสุดยอด ดังนั้นเราจึงต้องคอยท่าองค์พระผู้เป็นเจ้า.
พรท.
3:30 ก ยซย.50:6; มธ.5:39; ลก.6:29
พรท.
3:31 ก บพส.94:14
พรท.
3:38 ก โยบ 2:10; ยซย.45:7; อมศ.3:6
พรท.
3:38 ข มธ.4:4; วว.19:21
พรท.
3:40 ก พบญ.4:30
พรท.
3:45 ก 1กธ.4:13
พรท.
3:47 ก ยซย.24:17; ยรม.48:43
พรท.
3:48 ก พรท.1:16
พรท.
3:55 ก บพส.130:1; ยนา.2:2; รม.10:12
พรท.
3:55 1ก ดู ยนซ.4:26 คำอธิบาย 2.
พรท.
3:57 ก ยก.4:8
พรท.
3:64 ก บพส.28:4; เทียบ ยรม.11:20
พรท.
3:66 ก พบญ.25:19; ยรม.10:11