ยิระมะยา บทที่ 7
5. การนมัสการที่หน้าซื่อใจคดของอิสราเอล (ในความเป็นจริงคือยูดา) ที่มีต่อพระยะโฮวา
7:1—10:25
7:1—10:25
ยรม.
7:1 พระคำจากพระยะโฮวามาถึงยิระมะยาว่า
ยรม.
7:2 เจ้าจงยืนอยู่ในประตูพระนิเวศน์ของพระยะโฮวา และร้องประกาศถ้อยคำเหล่านี้ที่นั่นว่า บรรดาคนยูดาทั้งปวงผู้เข้าประตูนี้มาเพื่อจะนมัสการพระยะโฮวา จงฟังพระคำพระยะโฮวา
ยรม.
7:3 พระยะโฮวาจอมพลโยธาพระเจ้าของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า กจงแก้ไขวิถีทางและการประพฤติของเจ้าเสีย และเราจะให้เจ้าอาศัยอยู่ในสถานที่นี้.
ยรม.
7:4 อย่าเชื่อพึ่งในคำเท็จเหล่านี้ที่ว่า [สิ่งก่อสร้าง]เหล่านี้เป็น1พระวิหารของพระยะโฮวา พระวิหารของพระยะโฮวา พระวิหารของพระยะโฮวา.
ยรม.
7:5 เพราะว่า ถ้าเจ้าแก้ไขวิถีทางและการประพฤติของเจ้าจริงๆ ถ้าเจ้าให้ความยุติธรรมระหว่างคนหนึ่งกับเพื่อนบ้านของเขาจริงๆ
ยรม.
7:6 [ถ้า]เจ้าไม่1กดขี่ข่มเหงผู้ค้างแรม, ลูกกำพร้า, หรือแม่ม่าย และไม่ทำให้โลหิตที่ไร้ความผิดต้องหลั่งออกในที่นี้ และถ้าเจ้าทั้งหลายไม่ติดตามพระอื่นจนเป็นอันตรายต่อตัวเอง
ยรม.
7:7 แล้วเราจะทำให้เจ้าอาศัยอยู่ในสถานที่นี้ ในดินแดนซึ่งเราได้ยกให้แก่บรรพบุรุษของเจ้าตั้งแต่นิรันดร์กาลจนถึงนิรันดร์กาล.
ยรม.
7:8 ดูเถิด เจ้าเชื่อพึ่งในคำเท็จโดยไม่ได้เป็นประโยชน์อะไร[แก่เจ้า]เลย.
ยรม.
7:9 เจ้าจะกลักทรัพย์, ฆ่าคน, คบชู้, ปฏิญาณเท็จ, และเผาเครื่องหอมถวายพระบาละและติดตามพระอื่น ซึ่งเจ้าทั้งหลายไม่รู้จัก
ยรม.
7:10 แล้วก็มายืนต่อหน้าเราในนิเวศน์นี้ ซึ่งเรียกตามชื่อของเรา และกล่าวว่า เราทั้งหลายได้รับการช่วยให้รอดพ้นแล้ว — เพื่อเจ้าจะไปทำสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนเหล่านั้นทั้งสิ้นหรือ?
ยรม.
7:11 กนิเวศน์ซึ่งเรียกตามชื่อของเราได้กลายเป็นถ้ำของพวกขโจรในสายตาของเจ้าไปแล้วหรือ? กระนั้น ตัวเราได้เห็นเองแล้ว พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ
ยรม.
7:12 แต่จงไปยังสถานที่ของเราซึ่งเคยอยู่ในเมือง1กซีโล ซึ่งตอนแรกเราได้ทำให้ชื่อของเราอาศัยอยู่ที่นั่น จงดูขสิ่งที่เราได้ทำต่อสถานที่นั้นเพราะเหตุความชั่วของอิสราเอลพลไพร่ของเรา.
ยรม.
7:13 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า บัดนี้เพราะเจ้าทั้งหลายได้ทำสิ่งเหล่านี้ทั้งสิ้น และเมื่อเราได้ว่าแก่พวกเจ้า โดยได้กตื่นขึ้นมาพูดแต่เช้ามืด แต่เจ้าทั้งหลายไม่ได้ฟัง และเมื่อเราได้เรียกพวกเจ้า แต่เจ้าไม่ได้ตอบ
ยรม.
7:14 ดังนั้นเราจะกระทำต่อนิเวศน์นี้ซึ่งเราเรียกตามชื่อของเรา และซึ่งพวกเจ้าได้เชื่อพึ่งนั้น และทำต่อสถานที่ซึ่งเราได้ยกให้แก่เจ้าและแก่บรรพบุรุษของเจ้าเหมือนเราได้กระทำต่อกซีโล
ยรม.
7:15 และเราจะเหวี่ยงเจ้าทิ้งจากเบื้องหน้าเรา เหมือนอย่างที่เราได้ทิ้งบรรดาพวกพี่น้องของเจ้า คือบรรดาเชื้อสายของเอ็ฟรายิมทั้งหมดนั้น.
ยรม.
7:16 กส่วนเจ้า อย่าอธิษฐานเพื่อพลไพร่นี้ อย่าร้องขอหรืออธิษฐานเพื่อเขา และอย่าทูลขอแทนเขาต่อเรา เพราะเราจะไม่ฟังเจ้า.
ยรม.
7:17 เจ้าไม่เห็นหรือว่า เขาทำอะไรกันในเมืองทั้งหลายของยูดา และตามถนนหนทางในเยรูซาเล็ม?
ยรม.
7:18 พวกเด็กก็เก็บฟืน พวกพ่อก็ก่อไฟ พวกผู้หญิงก็นวดแป้ง เพื่อทำขนมถวายแด่1ราชินีแห่งฟ้าสวรรค์ และเขาเทเครื่องดื่มบูชาถวายแก่พระอื่นๆ เพื่อยั่วยุให้เราโกรธ.
ยรม.
7:19 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า เขายั่วยุเราให้โกรธหรือ ไม่ใช่[ยั่วยุ]ให้หน้าของเขาเองได้รับความอับอายหรือ?
ยรม.
7:20 ฉะนั้นองค์พระยะโฮวาเจ้าจึงตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด ความกริ้วและความโกรธของเราจะเทลงบนสถานที่นี้ บนมนุษย์และสัตว์ บนต้นไม้ในท้องทุ่ง และบนพืชผลของแผ่นดิน ซึ่งจะเผาผลาญเสียและจะดับไม่ได้.
ยรม.
7:21 พระยะโฮวาจอมพลโยธาพระเจ้าแห่งอิสราเอล ตรัสดังนี้ว่า จงเพิ่มเครื่องบูชาเผาเข้ากับเครื่องสัตวบูชาของเจ้า และจงรับประทานเนื้อ.
ยรม.
7:22 เพราะในวันที่เราได้พาบรรพบุรุษของเจ้าออกมาจากดินแดนอียิปต์ เราไม่ได้พูดกับพวกเขาหรือสั่งเขาในเรื่องเครื่องบูชาเผาและเครื่องสัตวบูชา
ยรม.
7:23 แต่เราบัญชาเขาทั้งหลายอย่างนี้ว่า กจงเชื่อฟังเสียงของเรา และขเราจะเป็นพระเจ้าของเจ้า และเจ้าจะเป็นพลไพร่ของเรา และเจ้าจงดำเนินในทางที่เราได้บัญชาเจ้าไว้ เพื่อเจ้าจะมีความผาสุก
ยรม.
7:24 แต่พวกเขาไม่ได้เชื่อฟังหรือเงี่ยหูฟัง แต่กลับดำเนินตามแผนการของเขาเองและความดื้อรั้นแห่งใจที่ชั่วร้ายของเขา และเดินถอยหลัง ไม่เดินไปข้างหน้า.
ยรม.
7:25 ตั้งแต่วันที่บรรพบุรุษของพวกเจ้าออกจากดินแดนอียิปต์จนทุกวันนี้ กเราได้ใช้บรรดาผู้เผยพระวจนะผู้รับใช้ของเราไปยังเจ้า ซึ่งได้ตื่นแต่เช้ามืดทุกวันเพื่อใช้[พวกเขา]ไป.
ยรม.
7:26 ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ฟังเรา หรือเงี่ยหูฟัง แต่ได้ทำให้คอของตนแข็ง เขาได้กระทำชั่วร้ายยิ่งกว่าบรรดาบรรพบุรุษของเขาเสียอีก.
ยรม.
7:27 เจ้าจงกล่าวถ้อยคำเหล่านี้แก่เขา แต่เขาจะไม่ฟังเจ้า เจ้าจงร้องเรียกเขา แต่เขาจะไม่ยอมตอบเจ้า.
ยรม.
7:28 เจ้าจงพูดแก่เขาว่า นี่เป็นประชาชาติที่ไม่เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยะโฮวาพระเจ้าของเขา และไม่ยอมรับการตีสอน หลักความจริงได้สูญสิ้นไป ได้ถูกตัดขาดจากปากของเขาแล้ว.
ยรม.
7:29 กจงตัด1ผมของเจ้าออกเหวี่ยงทิ้งไป จงคร่ำครวญบนที่สูงโล่ง เพราะว่าพระยะโฮวาทรงปฏิเสธ และทรงละทิ้งชั่วอายุที่ยั่วยุพระพิโรธของพระองค์แล้ว.
ยรม.
7:30 คนยูดาได้กระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายตาของเรา พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ กพวกเขาได้วางสิ่งที่น่ารังเกียจไว้ในขนิเวศน์ซึ่งเรียกตามชื่อของเรา ทำให้เป็นมลทินเสีย
ยรม.
7:31 และได้สร้างแท่นสูงของกโธเฟธ ซึ่งอยู่ในหุบเขาบุตรแห่งฮินนอม เพื่อเผาบุตรชายและบุตรสาวของพวกเขาเสียด้วยไฟ ซึ่งเราไม่ได้บัญชา และไม่เคยมีขึ้นในใจของเรา.
ยรม.
7:32 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า เพราะฉะนั้น ดูเถิด วันเวลาจะมาถึง เมื่อเขาจะไม่เรียกที่นั้นอีกว่าโธเฟธ หรือหุบเขาบุตรแห่งฮินนอม แต่จะเรียกว่า หุบเขาแห่งการฆ่าฟันกัน เพราะเขาจะฝังกันไว้ในโธเฟธเพราะไม่มีที่[อื่น]แล้ว
ยรม.
7:33 และศพของพลไพร่นี้จะเป็นอาหารของกนกในอากาศ และของสัตว์บนแผ่นดินโลก และไม่มีใครจะขับไล่[มัน]ไปเสียได้.
ยรม.
7:34 เราจะทำให้กเสียงรื่นเริงและเสียงยินดี เสียงของเจ้าบ่าวและเสียงของเจ้าสาวขาดหายไปเสียจากเมืองต่างๆ ของยูดา และจากถนนหนทางแห่งเยรูซาเล็ม เพราะว่าดินแดนนั้นจะกลายเป็นที่รกร้าง.
คำอธิบาย ยิระมะยา บทที่ 7
ยรม.
7:3 ก ยรม.18:11; 26:13; 35:15
ยรม.
7:4 1 การนมัสการที่หน้าซื่อใจคดของอิสราเอล (ในความเป็นจริงคือยูดา—7:21; 9:26) ที่มีต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเขาเป็นการนมัสการที่เทียมเท็จและเป็นการนมัสการที่งมงาย. ในการนมัสการที่งมงายของพวกเขานั้น แม้แต่พระวิหารก็กลายเป็นรูปเคารพและสิ่งที่งมงาย. ดังนั้นยิระมะยาจึงบอกพวกเขาว่าอย่าพูดถ้อยคำเหล่านี้เกี่ยวกับพระวิหารของพระยะโฮวา. เทียบ 1ซมอ.4:3 คำอธิบาย 1.
ยรม.
7:6 1 ในฐานะผู้ที่นมัสการพระเจ้าด้วยความหน้าซื่อใจคด อิสราเอล (ในความเป็นจริงคือยูดา) ได้กระทำความชั่วร้ายมากมาย ( ข้อ 6, 9, 18, 23-26, 28, 30-31; 8:5-10, 19; 9:2-5, 8, 26). อิสราเอลเสื่อมเสียในทุกด้านทั้งในความสัมพันธ์ต่อพระเจ้าและต่อกันและกัน.
ยรม.
7:9 ก เทียบ อซด.20:3, 13-16
ยรม.
7:11 ก ยซย.56:7
ยรม.
7:11 ข มธ.21:13; มก.11:17; ลก.19:46
ยรม.
7:12 ก ยฮซ.18: 12ข whกt 1ซมอ.4:10-12; บพส.78:60
ยรม.
7:12 1ก ซีโล ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่บ้านของพระเจ้าถูกตั้งขึ้นในดินแดนคะนาอันนั้น (ยฮซ.18:1) ได้ถูกโจมตีและถูกทำลายเพราะเหตุความชั่วของอิสราเอล (ข้อ 12-14; 26:6ก, 9ก; 1ซมอ.4:4, 10-11).
ยรม.
7:12 ข 1ซมอ.4:10-12; บพส.78:60
ยรม.
7:13 ก ยรม.11:7; 25:3; 35:14; เทียบ ยรม.7:25
ยรม.
7:14 ก ยรม.26:6
ยรม.
7:16 ก ยรม.11:14; 14:11; เทียบ 1ยฮ.5:161; วนฉ.18:31
ยรม.
7:18 1 ภรรยาของนิมโรดคือเซมิรามิส (Semiramis) ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อเทวีอาร์เทมิสในเมืองเอเฟโซ (กจ.19:27) การที่อิสราเอลทำขนมถวายภรรยาของนิมโรดเป็นทั้งการล่วงประเวณีทางฝ่ายวิญญาณและการกราบไหว้รูปเคารพ.
ยรม.
7:23 ก อซด.15:26; พบญ.6:3; ยรม.11:4, 7
ยรม.
7:23 ข ลวต.26:12; ยรม.11:4; 24:7; 30:22; 31:1, 33; 32:38; ยอค.37:27; วว.21:7
ยรม.
7:25 ก 2คนก.36:15; ยรม.25:4; 26:5; 29:19; 35:15; 44:4; เทียบ ยรม.7:13
ยรม.
7:29 ก อฤธ.6:9, 18; วนฉ.16:17; มคา.1:16
ยรม.
7:29 1 เทียบ อฤธ.6:5 คำอธิบาย 1.
ยรม.
7:30 ก ข้อ 30ข-32: ยรม.32:34-35
ยรม.
7:30 ข 2พกษ.21:4, 7; 2คนก.33:4-5, 7; ยอค.7:20
ยรม.
7:31 ก 2พกษ.23:10; ยรม.19:5-6
ยรม.
7:33 ก พบญ.28:26; บพส.79:2; ยรม.16:4; เทียบ วว.19:17
ยรม.
7:34 ก ยซย.24:7-8; ยรม.16:9; 25:10; ยอค.26:13; วว.18:23