ยิระมะยา บทที่ 50
9. ต่อบาบิโลน
50:1—51:64
50:1—51:64
ยรม.
50:1 พระคำซึ่งพระยะโฮวาตรัสเกี่ยวกับ1กบาบิโลน เกี่ยวกับดินแดนของคนเคเซ็ด ผ่านยิระมะยาผู้เผยพระวจนะ ว่า
ยรม.
50:2 จงประกาศและป่าวร้องท่ามกลางบรรดาประชาชาติ จงตั้งธงขึ้นและป่าวร้อง อย่าปิดบังไว้เลย จงกล่าวว่า กบาบิโลนถูกยึดแล้ว 1พระเบลต้องอับอาย 1พระมะโรดัดก็ครั่นคร้าม รูปพระทั้งหลายของเมืองนั้นก็ถูกทำให้อับอาย และรูปเคารพทั้งหลายก็ตกใจกลัว.
ยรม.
50:3 เพราะ1ประชาชาติหนึ่งจากกทิศเหนือได้ขึ้นมาต่อสู้เมืองนั้น ทำให้ดินแดนของเธอเป็นที่ร้างเปล่า และขไม่มีใครอาศัยในนั้น ทั้งมนุษย์และสัตว์จะหนีไปหมด.
ยรม.
50:4 พระยะโฮวาตรัสว่า ในวันเหล่านั้นและในเวลานั้น ชนชาติอิสราเอลและชนชาติยูดาจะมากรวมกัน และเขาทั้งหลายจะเดินพลางขร้องไห้พลาง และเขาทั้งหลายจะคแสวงหาพระยะโฮวาพระเจ้าของเขา.
ยรม.
50:5 พวกเขาจะถามหาทางไปซีโอนโดยหันหน้าตรงไปเมืองนั้น [กล่าวว่า] มาเถิด ให้เรามาเข้าสนิทกับพระยะโฮวาในกพันธสัญญานิรันดร์ซึ่งจะไม่ถูกลืมเลย.
ยรม.
50:6 พลไพร่ของเราเป็นกแกะที่หลงหาย บรรดาผู้เลี้ยงของพวกเขาได้พาเขาให้หลงไป ได้หันเขาทั้งหลายไปเสียบนภูเขา เขาได้เดินจากภูเขาไปถึงเนินเขา เขาลืมที่พักสงบของเขาเสียแล้ว.
ยรม.
50:7 บรรดาผู้ที่พบเขาก็กลืนกินเขา และปรปักษ์ของเขาได้กล่าวว่า เราไม่มีความผิด เพราะพวกเขาได้กระทำบาปต่อพระยะโฮวาผู้ทรงเป็น1กที่อาศัยแห่งความชอบธรรมของเขา คือพระยะโฮวาผู้ทรงเป็นขความหวังของบรรพบุรุษของเขา.
ยรม.
50:8 1กจงหนีจากท่ามกลางบาบิโลน จงออกไปจากดินแดนของคนเคเซ็ด และเป็นเหมือนแพะตัวผู้ที่นำหน้าฝูงแกะ.
ยรม.
50:9 เพราะเรากำลังจะเร่งเร้าและนำบรรดาประชาชาติใหญ่หมู่หนึ่งจากดินแดนทางเหนือมาต่อสู้บาบิโลน และเขาทั้งหลายจะเข้าประจำที่มาต่อสู้กับเธอ เธอจะถูกยึดจากที่นั่น ลูกธนูของพวกเขาเหมือนของนักรบที่มีฝีมือผู้ไม่เคยกลับมือเปล่า.
ยรม.
50:10 พระยะโฮวาตรัสว่า เคเซ็ดจะกลายเป็นของริบ บรรดาผู้ที่ริบเธอไปจะอิ่มหนำ.
ยรม.
50:11 โอ บรรดาผู้ปล้นกมรดกของเราเอ๋ย เพราะเจ้าชื่นชมยินดี เพราะเจ้าลิงโลด เพราะเจ้าระเริงอย่างโคสาวที่กำลังนวดข้าว และร้องอย่างม้าตัวผู้
ยรม.
50:12 มารดาของเจ้าจะอับอายอย่างยิ่ง นางที่คลอดเจ้าจะถูกด่าประณาม แน่ทีเดียว นางจะอยู่ท้ายสุดของบรรดาประชาชาติ เป็นป่ากันดาร ที่แห้งแล้ง และทะเลทราย.
ยรม.
50:13 เมืองนั้นจะไม่มีคนเข้าอาศัย เพราะพระพิโรธของพระยะโฮวา แต่จะเป็นกที่ร้างเปล่าทั้งหมด ซึ่งทุกคนที่ผ่านเมืองบาบิโลนไปจะประหลาดใจ และเย้ยหยันในบาดแผลทั้งสิ้นของเมืองนั้น.
ยรม.
50:14 จงจัดแนวรบเข้ามาโอบล้อมบาบิโลน พวกเจ้าที่โก่งคันธนู จงยิงเธอ อย่าเสียดายลูกธนู เพราะเธอได้กระทำบาปต่อพระยะโฮวา
ยรม.
50:15 จงเปล่งเสียงโห่ร้องสู้เธอจากรอบด้าน. เธอยอมแพ้แล้ว เครื่องป้องกันของเธอล้มลงแล้ว กำแพงของเธอถูกพังลงแล้ว เพราะนี่เป็นการแก้แค้นของพระยะโฮวา จง1แก้แค้นเธอ กจงปฏิบัติต่อเธอ เหมือนอย่างที่เธอได้ปฏิบัติต่อผู้อื่น.
ยรม.
50:16 จงตัดผู้หว่านเสียจากบาบิโลน และตัดผู้ที่ถือเคียวในฤดูเก็บเกี่ยว เพราะเหตุดาบของผู้กดขี่ ทุกคนต่างก็กลับไปหาชนชาติของตน และทุกคนต่างก็หนีไปยังดินแดนของตน.
ยรม.
50:17 อิสราเอลเป็นเหมือนแกะที่กระจัดกระจายไป สิงโตได้ขับไล่[เขา]ไป ครั้งแรกกกษัตริย์แห่งอัสซีเรียได้กลืนกินเขา ในที่สุดนี้ขนะบูคัศเนซัรกษัตริย์แห่งบาบิโลนได้แทะกระดูกของเขา.
ยรม.
50:18 เพราะฉะนั้น พระยะโฮวาจอมพลโยธา พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า เราจะนำการลงโทษมาเหนือกษัตริย์แห่งบาบิโลนและดินแดนของเขา ดังที่เราได้ลงโทษกษัตริย์แห่งกอัสซีเรีย.
ยรม.
50:19 เราจะนำอิสราเอลกลับสู่กที่อาศัยของเขา และเขาจะได้รับการป้อนเลี้ยงอยู่ในคาระเมลและบาซาน และจิตของเขาจะได้รับความอิ่มหนำในเขตเทือกเขาเอ็ฟรายิมและในฆีละอาด.
ยรม.
50:20 พระยะโฮวาตรัสว่า ในวันเหล่านั้นและในเวลานั้น จะหากความบาปชั่วในอิสราเอลไม่พบเลย ความบาปในยูดาก็จะหาไม่พบเลย เพราะเราจะให้อภัยแก่คนเหล่านั้นผู้ที่เราให้เหลืออยู่.
ยรม.
50:21 พระยะโฮวาตรัสว่า จงขึ้นไปสู้กับเธอ สู้กับดินแดน1มิราธาอิม และต่อสู้ผู้ที่อาศัยในเมืองพิคด. จงฆ่าเขาและทำลายเสียให้หมดสิ้น และจงทำทุกอย่างตามที่เราได้บัญชาเจ้าไว้.
ยรม.
50:22 กเสียงสงครามและการทำลายล้างอย่างใหญ่หลวงอยู่ในดินแดนนั้น.
ยรม.
50:23 กค้อนแห่งแผ่นดินโลกทั้งสิ้นถูกตัดลงและถูกหักไปได้อย่างไร! บาบิโลนกลายเป็นความตกตะลึงท่ามกลางบรรดาประชาชาติได้อย่างไรกัน!
ยรม.
50:24 โอ บาบิโลนเอ๋ย เราวางบ่วงดักเจ้าและเจ้าก็ติดบ่วงนั้น และเจ้าไม่รู้เรื่อง เขามาพบเจ้าและจับเจ้า เพราะเจ้าได้สู้รบกับพระยะโฮวา.
ยรม.
50:25 พระยะโฮวาได้ทรงเปิดคลังอาวุธของพระองค์ และทรงนำอาวุธแห่งพระพิโรธของพระองค์ออกมา เพราะนี่แหละเป็นพระราชกิจขององค์พระยะโฮวาเจ้าผู้ทรงเป็นจอมพลโยธาที่จะโจมตีดินแดนเคเซ็ด.
ยรม.
50:26 จงมาต่อสู้กับเธอจากทุกด้าน จงเปิดบรรดายุ้งฉางของเธอ. จงกองเธอไว้เป็นกองสูงและทำลายเสียให้หมดสิ้น อย่าให้เธอเหลืออยู่เลย.
ยรม.
50:27 จงฆ่าโคตัวผู้ทั้งหมดของเธอ ให้พวกมันลงไปถูกฆ่า. วิบัติแก่พวกมันเพราะวันของมันมาถึงแล้ว คือเวลาที่มันจะถูกลงโทษ.
ยรม.
50:28 มีเสียงของผู้ที่หนีและรอดพ้นจากดินแดนบาบิโลน ไปกประกาศการแก้แค้นของพระยะโฮวาพระเจ้าของเราในซีโอน คือ1การแก้แค้นเพื่อพระวิหารของพระองค์.
ยรม.
50:29 จงเรียก1บรรดานักธนูมาต่อสู้กับบาบิโลน คือบรรดาคนที่โก่งธนู จงตั้งค่ายไว้รอบเธอ อย่าให้ใครหนีรอดพ้นไปได้. กจงตอบแทนเธอตามการกระทำของเธอ จงปฏิบัติต่อเธอเหมือนอย่างที่เธอได้ปฏิบัติต่อผู้อื่น เพราะเธอกระทำการจองหองต่อสู้พระยะโฮวาองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล.
ยรม.
50:30 กเพราะฉะนั้น คนหนุ่มๆ ของเธอจะล้มลงที่ลานของเธอ และทหารของเธอทั้งหมดจะถูกทำให้เงียบเสียในวันนั้น พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม.
50:31 กองค์พระยะโฮวาเจ้าผู้ทรงเป็นจอมพลโยธาตรัสดังนี้ว่า โอ [เจ้า]1จองหองเอ๋ย แน่ทีเดียว เราต่อสู้กับเจ้า เพราะว่าวันของเจ้ามาถึงแล้ว คือเวลาที่เราจะลงโทษเจ้า.
ยรม.
50:32 [ผู้]จองหองจะสะดุดและล้มลง จะไม่มีใครพยุงเขาขึ้นได้. เราจะก่อไฟในบรรดาหัวเมืองของมัน และไฟจะผลาญทุกสิ่งที่อยู่รอบมันเสียสิ้น.
ยรม.
50:33 พระยะโฮวาจอมพลโยธาตรัสดังนี้ว่า ชนชาติอิสราเอลและชนชาติยูดาถูกกดขี่ด้วยกัน ผู้ที่จับเขาทั้งหลายไปเป็นเชลยได้ยึดเขาไว้มั่น พวกเขาปฏิเสธไม่ยอมปล่อยเขาไป.
ยรม.
50:34 กพระผู้ไถ่ของเขาทั้งหลายนั้นเข้มแข็ง พระยะโฮวาจอมพลโยธาคือพระนามของพระองค์. พระองค์จะทรงว่าความแทนพวกเขาเป็นแน่ เพื่อพระองค์จะประทานการพักสงบแก่ดินแดน แต่ประทานความไม่สงบแก่ผู้ที่อาศัยในบาบิโลน.
ยรม.
50:35 พระยะโฮวาตรัสว่า ให้ดาบต่อสู้คนเคเซ็ด และต่อสู้ผู้ที่อาศัยในบาบิโลน และต่อสู้บรรดาเจ้านายและผู้มีปัญญาของเธอ.
ยรม.
50:36 ให้ดาบต่อสู้ผู้มุสา เพื่อเขาจะกลายเป็นคนโง่ไป ให้ดาบต่อสู้บรรดานักรบของเธอเพื่อพวกเขาจะตกใจกลัว.
ยรม.
50:37 ให้ดาบต่อสู้ม้าทั้งหลายของเขาและรถรบของเขา และต่อสู้ชนชาติที่ปะปนทั้งหมดท่ามกลางเธอ เพื่อพวกเขาจะกลายเป็น[เหมือน]ผู้หญิง ให้ดาบต่อสู้คลังสมบัติของเขา เพื่อว่าทรัพย์สมบัตินั้นจะถูกปล้นเสีย.
ยรม.
50:38 ให้ความแห้งแล้งอยู่เหนือน้ำทั้งหลายของเธอ เพื่อน้ำนั้นจะได้แห้งไป เพราะเป็นดินแดนแห่งรูปเคารพสลัก และพวกเขาก็บ้าคลั่งต่อรูปเคารพที่น่ากลัวนั้น.
ยรม.
50:39 เพราะฉะนั้น กสัตว์ป่าทั้งหลายจะอาศัยอยู่ที่นั่นกับหมาป่าไฮยีนา และนกกระจอกเทศจะอาศัยอยู่ในนั้น. เมืองนั้นจะขไม่มีผู้อาศัยอยู่อีกต่อไปเป็นนิตย์ คือไม่มีผู้อาศัยอยู่ตลอดทุกชั่วอายุ.
ยรม.
50:40 พระยะโฮวาตรัสว่า ดังที่พระเจ้าได้ทรงล้มล้างกเมืองซะโดมและเมืองอะโมราและบรรดาหัวเมืองใกล้เคียง ก็จะไม่มีคนอาศัยอยู่ที่นั่นและไม่มีบุตรของมนุษย์คนใดค้างแรมอยู่ในเมืองนั้น.
ยรม.
50:41 กชนชาติหนึ่งกำลังมาจากขทิศเหนือ ประชาชาติใหญ่ชาติหนึ่งและกษัตริย์หลายองค์จะถูกเร่งเร้าให้มาจากที่สุดปลายของแผ่นดินโลก.
ยรม.
50:42 เขาทั้งหลายจับคันธนูและหอก เขาโหดร้ายและไม่มีความเมตตา เสียงของเขาก็เหมือนเสียงทะเลคำราม พวกเขาขี่ม้า จัดเตรียมขบวนเหมือนชายที่จะเข้าสงคราม โอ ธิดาแห่งบาบิโลนเอ๋ย เขาทั้งหลายมาต่อสู้เจ้า.
ยรม.
50:43 กษัตริย์แห่งบาบิโลนทรงได้ยินข่าวเกี่ยวกับพวกเขา และมือของท่านก็อ่อนปวกเปียก ความทุกข์ระทมก็ฉวยท่านไว้ เป็นความเจ็บปวดเหมือนหญิงที่กำลังกคลอดบุตร
ยรม.
50:44 กแน่ทีเดียว จะมีผู้หนึ่งเหมือนอย่างสิงโตขึ้นมาจาก1ขดงลุ่มแม่น้ำจอร์แดนกระโจนสู่ที่อาศัยอันมั่นคง เราจะทำให้พวกเขาหนีไปจากเธออย่างฉับพลัน เราจะแต่งตั้งผู้ที่เราเลือกสรรไว้เหนือเธอ. ใครเป็นอย่างเราเล่า? ใครจะกำหนดเวลาแก่เราเล่า? ผู้เลี้ยงแกะคนใดจะทนยืนอยู่ต่อหน้าเราได้?
ยรม.
50:45 เพราะฉะนั้น จงฟังคำปรึกษาซึ่งพระยะโฮวาทรงมุ่งประสงค์ไว้ต่อสู้กบาบิโลน และพระดำริซึ่งพระองค์ทรงดำริขึ้นต่อสู้ดินแดนของคนเคเซ็ด แน่ล่ะ ถึงแม้ตัวเล็กๆ ที่อยู่ในฝูงแกะก็ต้องถูก1ศัตรูลากเอาไป พระองค์จะทรงกระทำให้ที่อาศัยของพวกเขาร้างเปล่าไปเพราะเหตุพวกเขาด้วย.
ยรม.
50:46 แผ่นดินโลกจะสั่นสะเทือนเพราะเสียงของการที่บาบิโลนถูกยึดไป และเสียงคร่ำครวญจะได้ยินถึงท่ามกลางบรรดาประชาชาติ.
คำอธิบาย ยิระมะยา บทที่ 50
ยรม.
50:1 ก ยซย.13:1–14:27; 21:1-17; 47:1-9 ดนอ.1:2
ยรม.
50:1 1ก จุดกำเนิดและการเริ่มต้นของบาบิโลนก็คือบาเบล (ยนซ.11:7-9). บาเบลถูกสร้างขึ้นโดยนิมโรดผู้เป็นพงศ์พันธุ์ของฮาม และเป็นการเริ่มต้นการปกครองของมนุษย์บนแผ่นดินโลกซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านพระเจ้า (ยนซ.10:6-11; ดนอ.2:31-32, 38). บาบิโลนเต็มไปด้วยรูปเคารพ เป็นสถานที่ซึ่งมนุษย์กราบไหว้รูปเคารพ, ยกตนเองให้สูงขึ้น และต่อต้านพระเจ้า (ข้อ 38ข; ยฮซ.24:2; ยนซ.11:3-4). บาเบลได้ถูกสานต่อมาเป็นบาบิโลน ซึ่งในสายพระเนตรของพระเจ้านั้นคือความสำเร็จสุดยอดแห่งการปกครองของมนุษย์. นะบูคัศเนซัรกษัตริย์แห่งบาบิโลนกระทั่งได้ประสานสนิทกับซาตานมาเป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของซาตาน (ยซย.14:4, 11-15). บาบิโลนนี้เองที่ได้ทำลายเมืองบริสุทธิ์ของพระเจ้าและพระวิหารบริสุทธิ์ของพระองค์ อีกทั้งได้กวาดเอาพลไพร่อันบริสุทธิ์ของพระเจ้ากับภาชนะของพระวิหารของพระเจ้าไปเป็นเชลย (2คนก.36:17-20). ในความหมายฝ่ายวิญญาณนั้น อาณาจักรโรมันที่จะมาถึงซึ่งถูกฟื้นฟูขึ้นภายใต้ผู้ต่อต้านพระคริสต์ อีกทั้งโรมันคาทอลิกจะถูกเรียกว่า “เมืองบาบิโลนใหญ่” (วว.17:5; 18:2). ดังนั้น บาบิโลนจึงเป็นแบบเล็งถึงโลก ทั้งในด้านฝ่ายกายภาพและฝ่ายวิญญาณ ซึ่งได้กราบไหว้รูปเคารพ, ยกชูมนุษย์ และเป็นกบฏต่อพระเจ้าอย่างถึงที่สุด ทั้งหมดนี้ได้ถูกหรือจะถูกพระเจ้าทำลายจนหมดสิ้น (ยรม.51:11; วว.14:8; 16:19ข; 17:16; 18:8-10).
พระเจ้าจะทรงพิพากษาบาบิโลนจนถึงขั้นที่ไม่มีสิ่งใดของบาบิโลนหลงเหลืออยู่ในจักรวาลเลย. ทั้งยะซายาและยิระมะยาได้พยากรณ์ไว้ว่า เมื่อบาบิโลนถูกทำลายแล้ว ก็จะไม่ถูกฟื้นสภาพขึ้นมาอีก (ยซย.14:22-23; ยรม.50:39; 51:62). เมื่อพระเจ้าทรงทำลายทั้งบาบิโลนฝ่ายศาสนาและฝ่ายการเมืองในช่วงสิ้นสุดยุคสมัย นั่นจะเป็นการสิ้นสุดแห่งการพิพากษาต่อบาบิโลนที่ได้พยากรณ์ไว้ในบทที่ 50—51. หลังจากนี้ก็จะไม่มีการปกครองของมนุษย์บนแผ่นดินโลกอีกต่อไป. ดู ดนอ.2:32-34 และคำอธิบาย.
พระเจ้าจะทรงพิพากษาบาบิโลนจนถึงขั้นที่ไม่มีสิ่งใดของบาบิโลนหลงเหลืออยู่ในจักรวาลเลย. ทั้งยะซายาและยิระมะยาได้พยากรณ์ไว้ว่า เมื่อบาบิโลนถูกทำลายแล้ว ก็จะไม่ถูกฟื้นสภาพขึ้นมาอีก (ยซย.14:22-23; ยรม.50:39; 51:62). เมื่อพระเจ้าทรงทำลายทั้งบาบิโลนฝ่ายศาสนาและฝ่ายการเมืองในช่วงสิ้นสุดยุคสมัย นั่นจะเป็นการสิ้นสุดแห่งการพิพากษาต่อบาบิโลนที่ได้พยากรณ์ไว้ในบทที่ 50—51. หลังจากนี้ก็จะไม่มีการปกครองของมนุษย์บนแผ่นดินโลกอีกต่อไป. ดู ดนอ.2:32-34 และคำอธิบาย.
ยรม.
50:2 ก ยซย.21:9; ยรม.51:8
ยรม.
50:2 1 รูปเคารพทั้งสองของชาวบาบิโลน ซึ่งมีพระเบลเป็นรูปเคารพหลัก (ยซย.46:1).
ยรม.
50:3 1 ชี้ถึง มีเดีย (51:11, 28).
ยรม.
50:3 ก ยรม.51:48
ยรม.
50:3 ข ยซย.13:20; ยรม.50:39-40
ยรม.
50:4 ก ฮซอ.1:11
ยรม.
50:4 ข อษร.3:12-13; บพส.126:5-6; ยรม.31:9
ยรม.
50:4 ค ฮซอ.3:5
ยรม.
50:5 ก ยซย.55:3; ยรม.31:31; 32:40
ยรม.
50:6 ก บพส.119:176; ยซย.53:6; ยรม.50:17; มธ.10:6; 1ปต.2:25
ยรม.
50:7 ก เทียบ ยรม.31:23
ยรม.
50:7 1ก พระเจ้าทรงเป็นที่อาศัย เป็นที่พำนักของพลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรร (พบญ.33:27; บพส.90:1; 1ยฮ.4:16; วว.21:22).
ยรม.
50:7 ข บพส.22:4
ยรม.
50:8 ก ยซย.48:20; 52:11; ยรม.51:6, 45; ซคย.2:6-7; วว.18:4
ยรม.
50:8 1ก ดู ยซย.48:20 คำอธิบาย 1.
ยรม.
50:11 ก บพส.79:1; ยซย.47:6
ยรม.
50:13 ก ยรม.25:12; 51:26; วว.17:16
ยรม.
50:15 1 นอกจากที่ได้ทำลายชนชาติอิสราเอล, พลไพร่อิสราเอล, พระวิหารบริสุทธิ์ของพระเจ้า, เมืองบริสุทธิ์ของพระเจ้า และแผ่นดินบริสุทธิ์ของพระเจ้าแล้ว นะบูคัศเนซัรกับกองทัพบาบิโลนยังได้ยึดเอาภาชนะบริสุทธิ์ที่ใช้ปรนนิบัติพระเจ้าในพระวิหาร และนำภาชนะเหล่านี้ส่วนใหญ่ไปยังบาบิโลน แล้ววางไว้ในวิหารของพระของเขา (2คนก.36:7, 18; ดนอ.1:1-2). สิ่งนี้เป็นการดูหมิ่นพระเจ้าอย่างถึงที่สุด และเป็นสาเหตุที่คำพิพากษาของพระเจ้าที่มีต่อบาบิโลนนั้นถูกบรรยายว่าเป็น “การแก้แค้นของพระองค์” (ข้อ 28; 51:11). ดู ดนอ.5 และคำอธิบาย.
ยรม.
50:15 ก ยรม.50:29; บพส.137:8; วว.18:6
ยรม.
50:17 ก 2พกษ.17:6
ยรม.
50:17 ข 2พกษ.24:10-16
ยรม.
50:18 ก ยซย.37:36-38; ยอค.31:3, 11-12; นฮม.1–3; ซฟย.2:13-15
ยรม.
50:19 ก ยซย.65:9-10; ยรม.33:12; ยอค.34:13-14
ยรม.
50:20 ก อฤธ.23:21; ยซย.43:25; ยรม.31:34; มคา.7:19
ยรม.
50:21 1 แคว้นหนึ่งของบาบิโลน ซึ่งชื่อนี้ยังมีความหมายว่า “การกบฏซ้ำสอง.” “บางคนถือว่าคำนี้เป็นชื่อเชิงสัญลักษณ์ของบาบิโลน” (ดาร์บี).
ยรม.
50:22 ก ยรม.51:54
ยรม.
50:23 ก ยซย.14:6; ยรม.51:20
ยรม.
50:28 ก ยรม.51:10-11
ยรม.
50:28 1 ดูข้อ 15 คำอธิบาย 1.
ยรม.
50:29 1 ฉบับอื่นอ่านว่า คนมากมาย.
ยรม.
50:29 ก ยรม.50:15; 51:56; วว.18:6
ยรม.
50:30 ก ยรม.49:26
ยรม.
50:31 ก ข้อ 31-32: ยรม.21:14
ยรม.
50:31 1 คำว่า “จองหอง” ในที่นี้และข้อ 32 ในภาษาเดิมเป็นคำนามที่แปรสภาพให้เป็นบุคคล ซึ่งชี้ถึงบาบิโลน.
ยรม.
50:34 ก ยซย.47:4
ยรม.
50:39 ก ยซย.13:21-22; 34:14; วว.18:2
ยรม.
50:39 ข ยซย.13:20; ยรม.25:12
ยรม.
50:40 ก ยนซ.19:25; ยรม.49:18
ยรม.
50:41 ก ข้อ 41-43: ยรม.6:22-24
ยรม.
50:41 ข ยรม.10:22; 50:9
ยรม.
50:43 ก ยรม.49:24
ยรม.
50:44 ก ข้อ 44-46: ยรม.49:19-21
ยรม.
50:44 ข ยรม.12:5
ยรม.
50:44 1ข แปลตามตรงคือ ความสง่าผ่าเผย.
ยรม.
50:45 1 แปลตามตรงคือ พวกเขา.
ยรม.
50:45 ก ยซย.14:22-23; ยรม.51:11