ยิระมะยา บทที่ 49
4. ต่อคนอำโมน
49:1-6
49:1-6
ยรม.
49:1 เกี่ยวกับ1กคนอำโมน พระยะโฮวาตรัสว่า อิสราเอลไม่มีบุตรชายหรือ? เขาไม่มีทายาทหรือ? ทำไม2พระมาละโคมจึงได้รับ[ดินแดนของ]ฆาดเป็นมรดก และให้พลไพร่ของตนไปอาศัยอยู่ในเมืองทั้งหลายของฆาด?
ยรม.
49:2 พระยะโฮวาตรัสว่า ดังนั้นแน่ทีเดียว วันเวลาจะมาถึง เมื่อเราจะทำให้ได้ยินเสียงสัญญาณสงครามสู้กับเมืองรับบาของคนอำโมน มันจะกลายเป็นกองซากเมืองที่ร้างเปล่า และชนบทของเมืองนั้นจะถูกเผาเสียด้วยไฟ. แล้วอิสราเอลจะขับไล่ผู้ที่ขับไล่เขา พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม.
49:3 โอ เฮ็ศโบนเอ๋ย จงร้องโหยหวนเพราะเมืองฮายถูกทำลาย โอ บุตรสาวของเมืองรับบาเอ๋ย จงร้องร่ำไร จงเอาผ้ากระสอบคาดเอวไว้ จงโอดครวญ วิ่งไปวิ่งมาอยู่ท่ามกลางรั้วกั้น เพราะพระมาละโคมจะต้องถูกกกวาดต้อนไปเป็นเชลยพร้อมกับพวกปุโรหิตและพวกเจ้านายของมัน.
ยรม.
49:4 โอ บุตรสาวที่ทรยศเอ๋ย เจ้าผู้เชื่อพึ่งในทรัพย์สมบัติของตน[ว่า] ใครจะมาโจมตีฉัน? ทำไมเจ้าโอ้อวดถึงบรรดาหุบเขาของเจ้า หุบเขาของเจ้า[ที่น้ำ]กำลังไหลหมดไป.
ยรม.
49:5 องค์พระยะโฮวาเจ้าจอมพลโยธาตรัสว่า เราจะนำความหวาดกลัวมาเหนือเจ้า จากทุกคนที่อยู่รอบตัวเจ้า และเจ้าแต่ละคนจะถูกขับไล่ออกไปจนหัวซุกหัวซุน และจะไม่มีใครรวบรวมคนที่หลบหนีไปได้
ยรม.
49:6 1แต่ภายหลังเราจะให้คนอำโมนที่ตกเป็นเชลยกกลับมา พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
5. ต่ออะโดม
49:7-22
49:7-22
ยรม.
49:7 เกี่ยวกับ1กอะโดม พระยะโฮวาจอมพลโยธาตรัสดังนี้ว่า ขสติปัญญาไม่มีในเธมานอีกแล้วหรือ? คำปรึกษาสูญสิ้นไปจากผู้ที่มีความเข้าใจแล้วหรือ? สติปัญญาของเขาถูกใช้หมดไปแล้วหรือ?
ยรม.
49:8 โอ ผู้ที่อาศัยในดะดานเอ๋ย จงหนีไป จงหันกลับ จงอาศัยในที่ซ่อน เพราะว่าเราจะนำภัยพิบัติของเอซาวมาเหนือเขา ในเวลาที่เราลงโทษเขา.
ยรม.
49:9 กถ้าคนเก็บองุ่นมาหาเจ้า เขาจะไม่เหลือองุ่นตกค้างไว้บ้างหรือ? ถ้าขโมย[มา]เวลากลางคืน เขาจะไม่ทำลายเอา[เฉพาะ]ที่เพียงพอสำหรับเขาหรือ?
ยรม.
49:10 แต่เราได้ทำให้เอซาวเปลือยเปล่า เราได้เปิดเผยที่ซ่อนของเขา และเขาไม่สามารถซ่อนตัวได้ เชื้อสายและพี่น้องของเขาถูกทำลาย รวมทั้งเพื่อนบ้านของเขา ไม่มีเขาอีกต่อไปแล้ว.
ยรม.
49:11 เจ้าทิ้ง1เด็กกำพร้าไว้ เราจะให้[เขา]มีชีวิตอยู่ และให้1หญิงม่ายของเจ้าเชื่อพึ่งในเราเถิด.
ยรม.
49:12 เพราะพระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า ถ้าคนที่ถูกตัดสินว่าไม่สมควรจะดื่มจากกจอกนั้นยังต้องดื่ม เจ้าจะพ้นโทษไปได้หรือ? เจ้าจะพ้นโทษไปไม่ได้ เจ้าจะต้องดื่มด้วย.
ยรม.
49:13 พระยะโฮวาตรัสว่า เราได้ปฏิญาณโดยนามของเราแล้วว่า กเมืองบัศราจะต้องกลายเป็นที่ร้างเปล่า เป็นที่ด่าประณาม เป็นซากปรักหักพัง และเป็นคำสาปแช่ง และบรรดาหัวเมืองทั้งสิ้นของเธอจะเป็นที่ทิ้งร้างเป็นนิตย์.
ยรม.
49:14 กข้าพเจ้าได้ยินข่าวจากพระยะโฮวา ทูตคนหนึ่งถูกใช้ไปท่ามกลางบรรดาประชาชาติ [บอกว่า] จงรวบรวมพวกเจ้าเข้ามาต่อสู้เมืองนั้น และลุกขึ้นทำสงครามเถิด.
ยรม.
49:15 เพราะแน่ทีเดียว เราจะทำให้เจ้าเป็นผู้ที่เล็กน้อยท่ามกลางบรรดาประชาชาติ ให้เป็นที่ดูหมิ่นท่ามกลางมนุษย์.
ยรม.
49:16 ความหวาดกลัวของเจ้า ทั้งความเย่อหยิ่งแห่งใจของเจ้าได้หลอกลวงเจ้า โอ เจ้าผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในซอกหิน ผู้ยึดยอดภูเขาไว้เอ๋ย แม้เจ้าทำรังของเจ้าสูงเหมือนอย่างรังนกอินทรี เราจะดึงเจ้าลงมาจากที่นั่น พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม.
49:17 อะโดมจะกลายเป็นที่น่าประหลาดใจ ทุกคนที่ผ่านเธอไปจะประหลาดใจ และจะเย้ยหยันบาดแผลทั้งสิ้นของเธอ
ยรม.
49:18 อย่างเมื่อกเมืองซะโดม เมืองอะโมรา และเมืองใกล้เคียงของมันถูกล้มล้าง พระยะโฮวาตรัสว่า ไม่มีใครจะอาศัยอยู่ที่นั่น ไม่มีบุตรของมนุษย์คนใดจะค้างแรมในเมืองนั้น.
ยรม.
49:19 กแน่ทีเดียว จะมีผู้หนึ่งเหมือนอย่างสิงโตขึ้นมาจาก1ขดงลุ่มแม่น้ำจอร์แดนกระโจนสู่ที่อาศัยอันมั่นคง เราจะทำให้พวกเขาหนีไปจากเธออย่างฉับพลัน เราจะแต่งตั้งผู้ที่เราเลือกสรรไว้เหนือเธอ. ใครเป็นอย่างเราเล่า? ใครจะกำหนดเวลาแก่เราเล่า? ผู้เลี้ยงแกะคนใดจะทนยืนอยู่ต่อหน้าเราได้?
ยรม.
49:20 เพราะฉะนั้น จงฟังคำปรึกษาซึ่งพระยะโฮวาทรงกระทำไว้ต่อสู้เมืองอะโดม และพระดำริซึ่งพระองค์ทรงดำริขึ้นต่อสู้ผู้ที่อาศัยในเธมาน แน่ล่ะ ถึงแม้แกะตัวเล็กๆ ที่อยู่ในฝูงก็ต้องถูก1ศัตรูลากเอาไป พระองค์จะทรงกระทำให้ที่อาศัยของพวกเขาร้างเปล่าไปเพราะเหตุพวกเขาด้วย.
ยรม.
49:21 แผ่นดินโลกจะสั่นสะเทือนเพราะเสียงที่มันล้ม. เสียงคร่ำครวญของเขาจะได้ยินถึงทะเลแดง.
ยรม.
49:22 แน่ทีเดียวพระองค์จะทะยานขึ้นและโฉบลงเหมือนกนกอินทรี และกางปีกออกสู้1บัศรา และใจของนักรบแห่งอะโดมในวันนั้นจะเป็นเหมือนใจของหญิงที่กำลังขคลอดบุตร.
6. ต่อดาเมเซ็ก
49:23-27
49:23-27
ยรม.
49:23 เกี่ยวกับ1กดาเมเซ็ก[ว่า] เมืองฮามัธและเมืองอาระฟาต้องถูกทำให้อับอาย เพราะเขาทั้งหลายได้ยินข่าวร้าย. [ใจของ]พวกเขาก็หลอมละลาย ทะเลก็กระวนกระวาย สงบลงไม่ได้.
ยรม.
49:24 เมืองดาเมเซ็กก็อ่อนแรง เธอหันเพื่อจะหนี และความหวาดผวาจับเธอไว้ ความเจ็บปวดและความทุกข์ระทมจะยึดกุมเธออย่างผู้หญิงกกำลังคลอดบุตร.
ยรม.
49:25 เมืองที่ได้รับการสรรเสริญ คือเมืองแห่งความยินดีนั้นจะไม่ถูกทอดทิ้งได้อย่างไร?
ยรม.
49:26 เพราะฉะนั้น คนหนุ่มๆ ของเมืองนั้นจะล้มลงตามลานเมือง และบรรดาทหารของเมืองนั้นจะถูกทำให้เงียบเสียในวันนั้น พระยะโฮวาจอมพลโยธาตรัสดังนี้แหละ
ยรม.
49:27 และเราจะก่อไฟขึ้นที่กำแพงเมืองดาเมเซ็ก และไฟนั้นจะเผาผลาญวังของเบนฮะดัดเสีย.
7. ต่อเคดารและอาณาจักรทั้งหลายของฮาโซร
49:28-33
49:28-33
ยรม.
49:28 เกี่ยวกับ1กเคดารและอาณาจักรทั้งหลายของ1ฮาโซร ซึ่งนะบูคัศเนซัรกษัตริย์แห่งบาบิโลนโจมตีนั้น พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า จงลุกขึ้น ไปสู้กับเคดาร จงทำลายชนชาติตะวันออกเสีย.
ยรม.
49:29 กระโจมและฝูงแกะของพวกเขาจะถูกริบเสีย ทั้งม่านและภาชนะทั้งสิ้นของเขา อูฐของเขาจะถูกนำเอาไปจากเขา และผู้คนจะร้องแก่กันว่า ความหวาดผวามีอยู่ทุกด้าน!
ยรม.
49:30 พระยะโฮวาตรัสว่า โอ ผู้ที่อาศัยในเมืองฮาโซรเอ๋ย จงหนีไป จงไปให้ไกล ไปอาศัยในที่ซ่อน เพราะนะบูคัศเนซัรกษัตริย์แห่งบาบิโลนได้ปรึกษาเพื่อต่อสู้เจ้า และคิดแผนการต่อสู้เจ้า.
ยรม.
49:31 พระยะโฮวาตรัสว่า จงลุกขึ้น ไปสู้ประชาชาติหนึ่งที่อยู่สบายไร้กังวล ซึ่งอาศัยอยู่อย่างมั่นคง ไม่มีประตูเมืองและไม่มีดาลประตู พวกเขาอาศัยอยู่แต่ลำพัง.
ยรม.
49:32 อูฐของพวกเขาจะกลายเป็นของที่ปล้นมาได้ และฝูงปศุสัตว์ของเขาจะเป็นของที่ริบมา พระยะโฮวาตรัสว่า เราจะทำให้คนที่โกน[ผม]จอนของเขากระจัดกระจายไปทุกทางลม และเราจะนำภัยพิบัติจากทุกด้านมาถึงเขา.
ยรม.
49:33 เมืองฮาโซรจะเป็นกที่อาศัยของหมาใน เป็นที่ทิ้งร้างอยู่เป็นนิตย์ ไม่มีใครจะอาศัยที่นั่น ไม่มีบุตรของมนุษย์คนใดจะค้างแรมในนั้น.
8. ต่อเอลาม
49:34-39
49:34-39
ยรม.
49:34 พระคำของพระยะโฮวา ซึ่งมายังยิระมะยาผู้เผยพระวจนะเกี่ยวกับ1กเอลาม ในตอนต้นรัชกาลซิดคียากษัตริย์แห่งยูดา กล่าวว่า
ยรม.
49:35 พระยะโฮวาจอมพลโยธาตรัสดังนี้ว่า เราจะหักคันธนูของเอลาม ซึ่งเป็นขุมพลังของพวกเขา
ยรม.
49:36 และเราจะนำกลมทั้งสี่ทิศจากสุดปลายทั้งสี่ของฟ้ามาสู้เอลาม และเราจะทำให้เขากระจัดกระจายไปตามลมเหล่านี้ จะไม่มีประชาชาติใดซึ่งผู้ที่ถูกขับไล่ออกจากเอลามจะไปไม่ถึง.
ยรม.
49:37 เราจะทำให้เอลามตกใจกลัวต่อหน้าศัตรูของพวกเขา และต่อหน้าผู้ที่แสวงหาเอาชีวิตของเขา พระยะโฮวาตรัสว่า เราจะนำเหตุร้ายมาถึงเขาทั้งหลาย คือความพิโรธอันแรงกล้าของเรา เราจะใช้ให้ดาบไล่ตามพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะถึงกาลอวสาน
ยรม.
49:38 และเราจะตั้งพระที่นั่งของเราในเอลาม และทำลายกษัตริย์และบรรดาเจ้านายจากที่นั่น พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม.
49:39 พระยะโฮวาตรัสว่า 1แต่ในวาระสุดท้าย เราจะให้เอลามที่ตกเป็นเชลยกกลับมา.
คำอธิบาย ยิระมะยา บทที่ 49
ยรม.
49:1 ก ยรม.25:21; ยอค.21:28; 25:1-7; อมศ.1:13-15; ซฟย.2:8-11
ยรม.
49:1 1ก อำโมนเกิดจากโลตที่ได้ผิดประเวณีในวงศ์ญาติกับบุตรสาวของตนเอง เช่นเดียวกับโมอาบ (ยนซ.19:30-38). ชนชาติอำโมนเป็นแบบเล็งถึงโลกแห่งราคะตัณหาฝ่ายเนื้อหนังที่ต่อสู้กับพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร และชักนำพวกเขาให้หลงไปสู่การกราบไหว้รูปเคารพ (วนฉ.11:12; 1ซมอ.12:12ก; 2คนก.20:10-11; บพส.83:4-8; 1พกษ.11:5, 7).
ยรม.
49:1 2 อาจเป็นอีกชื่อหนึ่งของพระมิลโคม ซึ่งเป็นชื่อของเทพเจ้าของชาวอำโมน (1พกษ.11:33). ข้อ 3 ก็เช่นเดียวกัน.
ยรม.
49:3 ก ยรม.48:7; อมศ.1:15
ยรม.
49:6 1 ดู 48:47 คำอธิบาย 1.
ยรม.
49:6 ก ยรม.48:47; 49:39
ยรม.
49:7 ก ยรม.25:21; ยอค.25:12-14; อมศ.1:11-12; อบย.1-21; มลค.1:3-4
ยรม.
49:7 1ก อะโดมเป็นชนชาติที่เป็นพงศ์พันธ์ุของเอซาวผู้เป็นพี่ชายฝาแฝดของยาโคบ (ยนซ.36:1). เอซาวเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเกลียดชังและถูกกำหนดให้ปรนนิบัติน้องชายของเขา และเขาก็ได้ต่อสู้ในเนื้อหนังกับน้องชายของเขา (ข้อ 10ก; ยนซ.25:21–26ก; มลค.1:3ก; รม.9:13ข; 1พกษ.11:14–16; 2พกษ.8:20, 22; บพส.83:4–6; 137:7; อฤธ.20:21). เพราะฉะนั้น ชนชาติอะโดมจึงเป็นแบบเล็งถึงโลกแห่งมนุษย์เก่าฝ่ายเนื้อหนังที่ต่อสู้กับผู้ที่อยู่ฝ่ายวิญญาณซึ่งพระเจ้าได้ทรงเลือกสรรไว้ (เทียบ ฆต.4:29; 5:17).
ยรม.
49:7 ข ยซย.19:12; ยรม.8:9; 1กธ.1:19
ยรม.
49:9 ก อบย.5
ยรม.
49:11 1 แม้แต่กับชนชาติอย่างคนอะโดม พระเจ้าก็ยังทรงห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อหญิงม่ายและเด็กกำพร้า และปรารถนาให้พวกเขา รวมถึงมนุษย์ทั้งปวงเชื่อพึ่งในพระองค์ (เทียบ 1ตธ.2:3-4).
ยรม.
49:12 ก พรท.4:21-22; อบย.16
ยรม.
49:13 ก ยซย.34:6; 63:1
ยรม.
49:14 ก ข้อ 14-16: อบย.1-4
ยรม.
49:18 ก ยนซ.19:25; พบญ.29:23; ยรม.50:40
ยรม.
49:19 ก ข้อ 19-21: ยรม.50:44-46
ยรม.
49:19 ข ยรม.12:5
ยรม.
49:19 1ข แปลตามตรงคือ ความสง่าผ่าเผย.
ยรม.
49:20 1 แปลตามตรงคือ พวกเขา.
ยรม.
49:22 ก ยรม.4:13; 48:40-41
ยรม.
49:22 1 ในการสงครามอะระมะเฆโดน พระคริสต์จะเสด็จมาเพื่อพิพากษาบรรดาประชาชาติจากบัศราเมืองหลวงของอะโดม. องค์พระเยซูเจ้าจะเสด็จกลับมายังเมืองบัศราก่อน และพระองค์จะย่ำบ่อย่ำองุ่นใหญ่จากเมืองบัศราจนถึงอะระมะเฆโดน โดยจะทรงทำลายผู้ต่อต้านพระคริสต์และกองทัพที่ชั่วร้ายทั้งหมดของโลกซึ่งรวมตัวกันอยู่ที่นั่น (วว.14:17-20; 16:12-16; 19:11-15, 19-21; ยซย.63:1-6; ยอล.3:1-2, 9-13). ดู ยซย.63:2 คำอธิบาย 1.
ยรม.
49:22 ข ยซย.13:8; ยรม.4:31
ยรม.
49:23 ก ยซย.17:1-14; 37:13; อมศ.1:3-5; ซคย.9:1-2
ยรม.
49:23 1ก ดาเมเซ็กเป็นส่วนหนึ่งของซีเรีย (2ซมอ.8:5). เมืองนี้อยู่ใกล้อิสราเอลและมีการไปมาหาสู่ รวมถึงทำสงครามกับอิสราเอล (1พกษ.15:18-21; 19:15-16; 2พกษ.16:7-16; 1พกษ.11:23-25; 1คนก.18:5-6; 2คนก.24:23). ดาเมเซ็กเป็นแบบเล็งถึงโลกที่อยู่ใกล้กับอาณาจักรของพระเจ้าและมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาณาจักรของพระเจ้า.
ยรม.
49:24 ก ยซย.13:8; ยรม.4:31; 49:22
ยรม.
49:28 1 เคดารและอาณาจักรทั้งหลายของฮาโซรก็คืออาระเบีย (ยซย.21:13-17; ยอค.27:21). ชนชาติเคดารเป็นพงศ์พันธุ์ของยิศมาเอล (ยนซ.25:13) และพวกเขาเป็นชนเร่ร่อน (บพส.120:5; พพร.1:5; ยซย.60:7). ฮาโซรมีความเกี่ยวพันอย่างมากกับอิสราเอล (ยฮซ.11:10-13; วนฉ.4:2-3; 1ซมอ.12:9). อาระเบียเป็นแบบเล็งถึงโลกที่ปะปนกับพลไพร่ของพระเจ้า.
ยรม.
49:28 ก ยซย.21:16-17
ยรม.
49:33 ก ยซย.13:22; ยรม.9:11; 10:22; มลค.1:3
ยรม.
49:34 ก ยรม.25:25
ยรม.
49:34 1ก บรรพบุรุษของคนเอลามคือบุตรชายคนหนึ่งของเซม (ยนซ.10:22). ชนชาติเอลามเคยเป็นมณฑลหนึ่งของมีเดีย โดยมีเมืองซูซัร (Shushan/Susa) เป็นเมืองหลวง (ดนอ.8:2; อธร.1:2). คนเอลามเป็นศัตรูกับอิสราเอล (อษร.4:8-9) และในสมัยโบราณกษัตริย์แห่งเอลามก็เคยพ่ายแพ้แก่อับราฮาม (ยนซ.14:1, 17). ดังนั้น เอลามจึงเป็นแบบเล็งถึงโลกที่เป็นศัตรูกับพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร (ยฮ.15:19).
ยรม.
49:36 ก ดนอ.7:2; ซคย.6:5; วว.7:1
ยรม.
49:39 1 ถ้อยคำนี้ยืนยันว่าเอลามจะเป็นส่วนหนึ่งของบรรดาประชาชาติที่ได้รับการฟื้นสภาพซึ่งอยู่รอบกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ (วว.21:24, 26; 22:2ข). ดู ยรม.46:1 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2.
ยรม.
49:39 ก ยรม.48:47; 49:6