ยิระมะยา บทที่ 40
(5) หลังการล่มสลายของกรุงเยรูซาเล็ม
40:1—44:30
40:1—44:30
ก. การปลดปล่อยยิระมะยาจากโซ่ตรวนท่ามกลางผู้ที่ถูกกวาดต้อนไป
40:1-6
40:1-6
ยรม.
40:1 พระคำจากพระยะโฮวามาถึงยิระมะยา หลังจากที่นะบูซาระดานผู้บัญชาการทหารองครักษ์ได้ปล่อยเขาไปจากรามา ครั้งเมื่อนะบูซาระดานจับยิระมะยาในขณะที่ถูกตีตรวนท่ามกลางบรรดาเชลยจากกรุงเยรูซาเล็มและยูดาที่ต้องถูกกวาดต้อนไปยังบาบิโลน.
ยรม.
40:2 ผู้บัญชาการทหารองครักษ์ได้นำยิระมะยามา แล้วพูดกับเขาว่า พระยะโฮวาพระเจ้าของท่านทรงประกาศเหตุร้ายต่อสถานที่นี้.
ยรม.
40:3 พระยะโฮวาทรงทำให้เป็นไปและทรงกระทำตามที่พระองค์ตรัสไว้ เพราะพวกท่านได้กกระทำบาปต่อพระยะโฮวา และไม่เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์ สิ่งนี้จึงได้เกิดขึ้นแก่พวกท่าน.
ยรม.
40:4 นี่แน่ะ วันนี้ข้าพเจ้าปล่อยท่านจากโซ่ตรวนที่มือของท่าน. ถ้าท่านเห็นชอบที่จะมายังกรุงบาบิโลนกับข้าพเจ้า ก็จงมาเถิด ข้าพเจ้าจะดูแลท่าน แต่ถ้าท่านไม่เห็นชอบที่จะมายังกรุงบาบิโลนกับข้าพเจ้า ก็อย่ามา. ดูเถิด ดินแดนทั้งหมดนี้อยู่ต่อหน้าท่าน ท่านจะไปที่ไหนก็ได้ตามแต่ท่านเห็นว่าดีเห็นว่าถูกต้องที่จะไป.
ยรม.
40:5 ขณะเมื่อยิระมะยายังไม่กลับไป [ผู้บัญชาการทหารองครักษ์กล่าวว่า] ท่านจงกลับไปหากฆะดัลยาบุตรอะฮีคามผู้เป็นบุตรซาฟาน ผู้ซึ่งกษัตริย์แห่งบาบิโลนได้แต่งตั้งให้ปกครองเหนือหัวเมืองต่างๆ ของยูดา และอาศัยอยู่กับเขาท่ามกลางเหล่าพลไพร่ หรือจะไปที่ไหนที่ท่านเห็นชอบจะไปก็ได้. ผู้บัญชาการทหารองครักษ์จึงสั่งอนุมัติเสบียงและให้ของขวัญแก่ยิระมะยา แล้วปล่อยเขาไป.
ยรม.
40:6 ยิระมะยาก็ไปหาฆะดัลยา บุตรอะฮีคามที่มิศพา และอาศัยอยู่กับเขาท่ามกลางพลไพร่ที่เหลืออยู่ในดินแดนนั้น.
ข. ประวัติศาสตร์ของคนที่เหลืออยู่ของยูดาตั้งแต่ฆะดัลยาจนถึงโยฮานาน
40:7—44:30
40:7—44:30
(ก) การรวบรวมคนที่เหลืออยู่ของยูดากลับสู่ฆะดัลยา
40:7-12
40:7-12
ยรม.
40:7 กเมื่อบรรดาผู้บังคับบัญชาพลรบที่อยู่ในทุ่งนา ทั้งตัวพวกเขา และคนของเขาได้ยินว่า กษัตริย์แห่งบาบิโลนแต่งตั้งฆะดัลยาผู้เป็นบุตรอะฮีคามให้ปกครองเหนือดินแดนนั้น และได้มอบชายหญิงกับเด็ก และผู้ที่เป็นคนจนในดินแดน ซึ่งไม่ได้ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยยังบาบิโลนไว้ให้เขานั้น
ยรม.
40:8 เขาทั้งหลายก็ไปหาฆะดัลยาที่มิศพา มียิศมาเอลบุตรนะธันยา โยฮานานและโยนาธานบุตรคารียา ซะรายาบุตรธัลฮูเม็ธ บรรดาบุตรของเอฟายคนนะโตฟา ยิศซะนายาบุตรของคนมาอะคา ทั้งตัวพวกเขาและคนของเขา.
ยรม.
40:9 ฆะดัลยาบุตรอะฮีคามผู้เป็นบุตรซาฟาน ก็ได้ปฏิญาณแก่พวกเขาและคนของเขาว่า อย่ากลัวที่จะปรนนิบัติคนเคเซ็ด จงอาศัยอยู่ในดินแดนและกปรนนิบัติกษัตริย์แห่งบาบิโลน แล้วท่านก็จะอยู่เย็นเป็นสุข.
ยรม.
40:10 ส่วนตัวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะอาศัยอยู่ที่มิศพา เพื่อจะคอยรับใช้คนเคเซ็ด ผู้ซึ่งจะมาหาเรา แต่ส่วนท่านจงเก็บเหล้าองุ่น ผลไม้ฤดูร้อน และน้ำมันไว้ในภาชนะ และจงอาศัยอยู่ในหัวเมืองต่างๆ ของท่านซึ่งท่านยึดได้นั้น.
ยรม.
40:11 เมื่อคนยิวทั้งปวงซึ่งอยู่ที่โมอาบและท่ามกลางคนอำโมนและในอะโดมและในดินแดนอื่นๆ ได้ยินว่ากษัตริย์แห่งบาบิโลนได้ทิ้งคนส่วนหนึ่งให้เหลือไว้ในยูดาและได้แต่งตั้งฆะดัลยาบุตรอะฮีคาม ผู้เป็นบุตรซาฟานให้ปกครองเหนือเขาทั้งหลาย.
ยรม.
40:12 คนยิวทั้งปวงก็ได้กลับมาจากทุกที่ซึ่งเขาถูกขับไล่ให้ไปอยู่นั้น และมายังดินแดนยูดามาหาฆะดัลยาที่มิศพา และ[เขาทั้งหลาย]เก็บเหล้าองุ่นและผลไม้ฤดูร้อนได้เป็นอันมาก.
(ข) การสังหารฆะดัลยา
40:13—41:10
40:13—41:10
ยรม.
40:13 โยฮานานบุตรของคารียาและบรรดาผู้บังคับบัญชาพลรบที่อยู่ในทุ่งนาได้มาหาฆะดัลยาที่มิศพา
ยรม.
40:14 และกล่าวแก่เขาว่า ท่านทราบหรือไม่ว่าบาอะลิศกษัตริย์ของคนอำโมนได้ส่งให้ยิศมาเอลบุตรนะธันยามาเอาชีวิตของท่าน? ส่วน1ฆะดัลยาบุตรอะฮีคามไม่เชื่อพวกเขา.
ยรม.
40:15 แล้วโยฮานานบุตรคารียาได้พูดกับฆะดัลยาเป็นการลับที่มิศพาว่า จงให้ข้าพเจ้าไปฆ่ายิศมาเอลบุตรนะธันยาเสีย และจะไม่มีใครทราบเรื่อง. เหตุใดจะให้เขาเอาชีวิตของท่าน แล้วพวกคนยิวซึ่งมารวมกันอยู่กับท่านจะกระจัดกระจายกันไป และคนยูดาที่เหลืออยู่นี้ก็จะพินาศ?
ยรม.
40:16 แต่ฆะดัลยาบุตรอะฮีคามพูดกับโยฮานานบุตรคารียาว่า ท่านอย่าทำสิ่งนี้เลย เพราะที่ท่านพูดถึงยิศมาเอลนั้นเป็นความเท็จ.
คำอธิบาย ยิระมะยา บทที่ 40
ยรม.
40:3 ก พบญ.29:24-25; 1พกษ.9:8-9; ดนอ.9:11
ยรม.
40:5 ก 2พกษ.25:22
ยรม.
40:7 ก ข้อ 7-9: 2พกษ.25:23-24
ยรม.
40:9 ก ยรม.27:11
ยรม.
40:14 1 แม้ว่าฆะดัลยาจะสัตย์ซื่อในการดูแลยิระมะยาผู้เป็นผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า (ข้อ 5-6) แต่เขาก็ไม่ได้แสวงหาพระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้า (ข้อ 13-14) เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่ความเคยชินของเขา. เขาไม่ได้ยึดเอาพระเจ้าเป็นแหล่งกำเนิดของตนเพื่อจะเป็นหนึ่งกับพระองค์และต้อนรับทุกสิ่งที่ออกมาจากพระองค์. หากเขาเป็นบุคคลที่เป็นหนึ่งกับพระเจ้า สิ่งแรกที่เขาจะทำก็คือการต้อนรับพระคำของพระเจ้า. ถ้าจะรับเอา, ต้อนรับ และถือรักษาพระคำของพระเจ้าในฐานะที่เป็นการแสดงออกถึงความคิด, น้ำพระทัย, พระทัยปรารถนา และความชอบพระทัยอันดีงามของพระองค์ เราก็ต้องเป็นหนึ่งกับพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง. เราต้องเชื่อพึ่งในพระองค์, พึ่งพิงพระองค์ และไม่มีความเห็นใดๆ ที่มาจากตัวเอง. เทียบ ยฮซ.9:14 และคำอธิบาย.