ยิระมะยา บทที่ 32
(2) ยิระมะยาถูกคุมขังและปรับโทษโดยซิดคียา
32:1-5
32:1-5
ยรม.
32:1 พระคำมาจากพระยะโฮวาถึงยิระมะยาในปีที่สิบแห่งกซิดคียากษัตริย์ของยูดา ซึ่งเป็นปีที่สิบแปดของนะบูคัศเนซัร.
ยรม.
32:2 ครั้งนั้นกองทัพของกษัตริย์แห่งบาบิโลนกำลังล้อมกรุงเยรูซาเล็มอยู่ และยิระมะยาผู้เผยพระวจนะถูกขังอยู่ในบริเวณลานทหารองครักษ์ ซึ่งอยู่ในพระราชวังของกษัตริย์แห่งยูดา.
ยรม.
32:3 เพราะซิดคียากษัตริย์แห่งยูดาได้จำคุกท่านไว้กล่าวว่า เหตุใดท่านจึงเผยพระวจนะโดยกล่าวว่า กพระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า เราจะมอบเมืองนี้ไว้ในมือของกษัตริย์แห่งบาบิโลน และเขาจะยึดเมืองนี้
ยรม.
32:4 ซิดคียากษัตริย์แห่งยูดาจะหนีไปไม่พ้นจากมือของคนเคเซ็ด แต่จะถูกมอบไว้ในมือของกษัตริย์แห่งบาบิโลนเป็นแน่ และจะได้พูดกันปากต่อปาก และเห็นกันตาต่อตา
ยรม.
32:5 และเขาจะนำซิดคียาไปยังบาบิโลน และซิดคียาจะอยู่ที่นั่นจนกว่าเราจะไปเยี่ยมเยียนเขา พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ แม้เจ้าจะต่อสู้กับคนเคเซ็ด เจ้าก็จะไม่ราบรื่น?
(3) ยิระมะยาซื้อที่นาในอะนาโธท
32:6-15
32:6-15
ยรม.
32:6 ยิระมะยากล่าวว่า พระคำของพระยะโฮวามายังข้าพเจ้าว่า
ยรม.
32:7 ฮะนันเอลบุตรซาลุมอาของเจ้าจะมาหาเจ้าและกล่าวว่า จงซื้อที่นาของข้าพเจ้าซึ่งอยู่ที่อะนาโธท เพราะว่าท่านมีกสิทธิ์ที่จะไถ่ซื้อ[ที่นานี้].
ยรม.
32:8 แล้วฮะนันเอลลูกของอาของข้าพเจ้าก็มาหาข้าพเจ้าที่บริเวณลานทหารองครักษ์ตามพระคำของพระยะโฮวา และพูดกับข้าพเจ้าว่า จงซื้อที่นาของข้าพเจ้าซึ่งอยู่ที่อะนาโธทในดินแดนเบ็นยามิน เพราะสิทธิ์ของการถือกรรมสิทธิ์และ[สิทธิ์ของ]การไถ่เป็นของท่าน จงซื้อไว้สำหรับตัวเองเถิด. แล้วข้าพเจ้าจึงทราบว่า นี่เป็นพระคำของพระยะโฮวา
ยรม.
32:9 และข้าพเจ้าก็ซื้อที่นาในอะนาโธทจากฮะนันเอลลูกของอาของข้าพเจ้า และได้ชั่งเงินให้แก่เขาสิบเจ็ดเชกไกละ.
ยรม.
32:10 ข้าพเจ้าก็ลงนามในโฉนดประทับตราปิดผนึกไว้ให้พยานรับรองและเอาตาชั่งชั่งเงิน.
ยรม.
32:11 แล้วข้าพเจ้าก็รับโฉนดของการซื้อ ทั้งฉบับประทับตราปิดผนึกแล้วซึ่งมีข้อตกลงและเงื่อนไข กับฉบับที่เปิดอยู่
ยรม.
32:12 และข้าพเจ้าก็มอบโฉนดของการซื้อให้แก่บารุคบุตรเนรียา ผู้เป็นบุตรของมาเซยา ต่อหน้าฮะนันเอล[ลูก]ของอาของข้าพเจ้า ต่อหน้าพยานผู้ลงนามในโฉนดของการซื้อ และต่อหน้าพวกคนยิวทั้งหมดซึ่งนั่งอยู่ในบริเวณลานทหารองครักษ์.
ยรม.
32:13 ข้าพเจ้าได้กำชับกบารุคต่อหน้าพวกเขาว่า
ยรม.
32:14 พระยะโฮวาจอมพลโยธาพระเจ้าแห่งอิสราเอล ตรัสดังนี้ว่า จงเอาโฉนดเหล่านี้ไปเสีย ทั้งโฉนดของการซื้อที่ประทับตราปิดผนึกและฉบับที่เปิดอยู่นี้ แล้วบรรจุไว้ในภาชนะดินเพื่อจะคงอยู่ได้นานหลายวัน.
ยรม.
32:15 เพราะพระยะโฮวาจอมพลโยธาพระเจ้าแห่งอิสราเอล ตรัสดังนี้ว่า 1บ้านเรือนและไร่นาและสวนองุ่นจะมีการซื้อขายกันอีกในดินแดนนี้.
(4) การต่อรองของยิระมะยากับพระยะโฮวาเกี่ยวกับที่นา
32:16-25
32:16-25
ยรม.
32:16 หลังจากข้าพเจ้ามอบโฉนดของการซื้อให้แก่บารุคบุตรเนรียาแล้ว ข้าพเจ้าได้อธิษฐานต่อพระยะโฮวาว่า
ยรม.
32:17 ข้าแต่องค์พระยะโฮวาเจ้า! พระองค์ทรงกสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกด้วยฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์และด้วยพระหัตถ์ซึ่งเหยียดออกของพระองค์. ขไม่มีสิ่งใดที่อัศจรรย์เกินไปสำหรับพระองค์
ยรม.
32:18 พระองค์ทรงสำแดงกความเอ็นดูรักใคร่ต่อคนเป็นพันๆ [ชั่วอายุ] แต่ทรงตอบสนองความบาปชั่วของบิดาให้ตกถึงอกของลูกหลานสืบต่อมา. โอ พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่และทรงฤทธิ์ พระนามของพระองค์คือพระยะโฮวาจอมพลโยธา
ยรม.
32:19 ทรงยิ่งใหญ่ในคำปรึกษา ทรงฤทธานุภาพในพระราชกิจ พระเนตรของพระองค์เห็นทุกวิถีทางแห่งบุตรทั้งหลายของมนุษย์ ทรงตอบแทนแก่ทุกคนตามวิถีทางของเขาและตามผลแห่งการกระทำของเขา
ยรม.
32:20 กทรงสำแดงขเครื่องหมายและการอัศจรรย์ในดินแดนอียิปต์ และก็ทรงสำแดงจนถึงทุกวันนี้ในอิสราเอล และท่ามกลางมนุษยชาติ และทรงทำให้พระนามเลื่องลือไปอย่างทุกวันนี้.
ยรม.
32:21 พระองค์ได้ทรงนำอิสราเอลพลไพร่ของพระองค์ออกจากดินแดนอียิปต์ด้วยเครื่องหมายและการอัศจรรย์ และด้วยพระหัตถ์ที่เข้มแข็งและพระกรที่เหยียดออกและด้วยเหตุน่ากลัวยิ่ง
ยรม.
32:22 และพระองค์ประทานดินแดนนี้แก่พวกเขา ซึ่งทรงปฏิญาณแก่บรรพบุรุษของพวกเขาว่าจะประทานแก่เขา คือกดินแดนซึ่งไหลล้นไปด้วยน้ำนมและน้ำผึ้ง
ยรม.
32:23 และพวกเขาก็ได้เข้าไปและถือกรรมสิทธิ์ดินแดนนั้น แต่พวกเขาไม่ได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์ หรือดำเนินตามกฎบัญญัติของพระองค์. สิ่งซึ่งพระองค์ทรงบัญชาเขาให้ทำนั้น พวกเขาไม่ได้ทำเลย เพราะฉะนั้นพระองค์ทรงให้เหตุร้ายทั้งสิ้นนี้มาถึงเขา.
ยรม.
32:24 ดูเถิด เชิงเทินที่โอบล้อมอยู่ได้มาถึงกรุงเพื่อจะยึดเอาแล้ว และเนื่องด้วยดาบ การกันดารอาหาร และโรคระบาด เมืองนี้ก็ได้ถูกมอบไว้ในมือของคนเคเซ็ดผู้กำลังต่อสู้อยู่นั้น. สิ่งที่พระองค์ตรัสก็เกิดขึ้นแล้ว และพระองค์ก็ทอดพระเนตรเห็นแล้ว.
ยรม.
32:25 โอ องค์พระยะโฮวาเจ้า พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า จงเอาเงินซื้อที่นาสำหรับตัวเองและหาพยานเสีย. แม้ว่าเมืองนั้นจะถูกมอบไว้ในมือของคนเคเซ็ดแล้ว.
(5) คำตอบของพระยะโฮวาที่มีต่อยิระมะยา
32:26-44
32:26-44
ยรม.
32:26 พระคำของพระยะโฮวามายังยิระมะยาว่า
ยรม.
32:27 แน่ทีเดียว เราคือยะโฮวาพระเจ้าของบรรดาเนื้อหนังทั้งสิ้น. มีกสิ่งใดที่อัศจรรย์เกินไปสำหรับเราหรือ?
ยรม.
32:28 เพราะฉะนั้น พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า เราจะมอบเมืองนี้ไว้ในมือของคนเคเซ็ดและในมือของนะบูคัศเนซัรกษัตริย์แห่งบาบิโลน และเขาจะยึดเอาแน่.
ยรม.
32:29 คนเคเซ็ดผู้ต่อสู้กับเมืองนี้จะมาจุดไฟเผาเมืองนี้เสีย รวมทั้งบรรดาบ้านที่พวกเขาเผาเครื่องหอมถวายกพระบาละที่บนหลังคา และเทเครื่องบูชาดื่มถวายแก่พระอื่นเพื่อยั่วยุเราให้โกรธ
ยรม.
32:30 เพราะชนชาติอิสราเอลและชนชาติยูดากระทำแต่กความชั่วในสายตาของเราตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ชนชาติอิสราเอลได้แต่ยั่วยุเราให้โกรธด้วยผลงานแห่งมือของเขา พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม.
32:31 เมืองนี้ได้[ยั่วยุ]ความกริ้วและความโกรธของเรา ตั้งแต่วันที่พวกเขาได้สร้างมันขึ้นจนถึงวันนี้ เพราะฉะนั้น เราจะเอามันออกไปให้พ้นสายตาของเรา
ยรม.
32:32 เพราะว่าความชั่วร้ายทั้งสิ้นของชนชาติอิสราเอล และชนชาติยูดาซึ่งเขาได้กระทำเพื่อยั่วยุให้เราโกรธ คือทั้งตัวเขา บรรดากษัตริย์และเจ้านายของเขา บรรดาปุโรหิตและผู้เผยพระวจนะของเขา คนยูดาและผู้ที่อาศัยในกรุงเยรูซาเล็ม.
ยรม.
32:33 พวกเขาได้หันหลังให้เรา มิใช่หันหน้า แม้ว่าเราได้สอนเขา กตื่นขึ้นมาสอนแต่เช้ามืด แต่เขาก็ไม่ได้ฟังเพื่อรับการชี้แนะ
ยรม.
32:34 กแต่พวกเขาได้ตั้งสิ่งน่าสะอิดสะเอียนของเขาไว้ในนิเวศน์ซึ่งเรียกตามชื่อของเรา กระทำให้นิเวศน์นี้มีมลทิน.
ยรม.
32:35 พวกเขาได้สร้างแท่นสูงสำหรับพระบาละในหุบเขาบุตรแห่งฮินนอม เพื่อถวายบุตรชายและบุตรหญิงของเขาให้ลุย[ไฟ]ต่อพระโมเล็ค เขาทำสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนนี้ทำให้ยูดากระทำผิดบาป ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ได้บัญชาให้เขา[ทำ] หรือคิดอยู่ในใจของเรา.
ยรม.
32:36 เพราะฉะนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสเกี่ยวกับเมืองนี้ว่า พวกเจ้ากล่าวว่า เมืองนี้ถูกมอบไว้ในมือของกษัตริย์แห่งบาบิโลน ด้วยดาบ ด้วยการกันดารอาหาร และด้วยโรคระบาด.
ยรม.
32:37 แน่ทีเดียว เราจะ1กรวบรวมพวกเขาออกมาจากดินแดนทั้งปวง ซึ่งเราได้ขับไล่เขาให้ไปอยู่นั้นด้วยความกริ้ว ด้วยความพิโรธและความโกรธอย่างรุนแรงของเรา เราจะนำเขาทั้งหลายกลับมายังสถานที่นี้ และจะทำให้เขาอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย.
ยรม.
32:38 พวกเขาจะเป็นพลไพร่ของเรา และกเราจะเป็นพระเจ้าของเขา
ยรม.
32:39 เราจะให้1กใจเดียวและทางเดียวแก่เขา เพื่อเขาจะยำเกรงเราอยู่เป็นนิตย์ เพื่อเป็นประโยชน์สุขแก่เขาและแก่ลูกหลานของเขาที่ตามมา.
ยรม.
32:40 เราจะทำ1กพันธสัญญานิรันดร์กับพวกเขาว่าเราจะไม่หันไปจากพวกเขา จะกระทำดีต่อพวกเขา และเราจะบรรจุความยำเกรงต่อเราไว้ในใจของพวกเขา เพื่อเขาจะไม่หันไปจากเรา.
ยรม.
32:41 เราจะกชื่นชมยินดีเพราะพวกเขาและกระทำดีต่อเขา และเราจะขปลูกเขาไว้ในดินแดนนี้อย่างสัตย์จริงด้วยสุดใจและสุดจิตของเรา.
ยรม.
32:42 เพราะพระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า เราได้นำสิ่งร้ายอย่างยิ่งทั้งปวงนี้มาเหนือชนชาตินี้ฉันใด เราก็จะนำสิ่งดีทั้งปวงซึ่งเราได้สัญญาไว้นั้นมาเหนือเขาฉันนั้น.
ยรม.
32:43 จะมีการซื้อขายที่นากันในดินแดนซึ่งเจ้ากล่าวถึงว่าเป็นที่ร้างเปล่า ไม่มีมนุษย์หรือสัตว์ ถูกมอบไว้ในมือของคนเคเซ็ด.
ยรม.
32:44 ที่นานั้นจะซื้อกันด้วยเงิน ลงนามในโฉนดและประทับตราปิดผนึกต่อหน้าพยานในดินแดนของเบ็นยามินและในที่ต่างๆ ซึ่งอยู่รอบกรุงเยรูซาเล็ม และในหัวเมืองของยูดา ในหัวเมืองแถบแดนเทือกเขา ในหัวเมืองแถบที่ราบต่ำ และในหัวเมืองแถบ1เนเกบ เพราะเราจะให้พวกเขากลับจากการเป็นเชลย พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
คำอธิบาย ยิระมะยา บทที่ 32
ยรม.
32:1 ก 2พกษ.25:1-2; ยรม.39:1
ยรม.
32:3 ก ข้อ 3ข-5: ยรม.34:2-3
ยรม.
32:7 ก ลวต.25:24-25, 32; นรธ.4:4
ยรม.
32:13 ก ยรม.36:4
ยรม.
32:15 1 กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าแม้กรุงเยรูซาเล็มจะถูกยึดและซิดคียาจะถูกจับไปเป็นเชลย แต่พระเจ้าก็ยังทรงรักษาดินแดนบริสุทธิ์ไว้กับพลไพร่ของพระองค์. ในความมุ่งหมายของพระเจ้านั้น ดินแดนบริสุทธิ์ยังคงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับให้พลไพร่ของพระองค์อยู่อาศัย.
ยรม.
32:17 ก 2พกษ.19:15
ยรม.
32:17 ข ยรม.32:27; ยนซ.18:14; มธ.19:26; ลก.1:37
ยรม.
32:18 ก อซด.20:6; 34:7; พบญ.5:9-10
ยรม.
32:20 ก นฮย.9:10
ยรม.
32:20 ข อซด.7:3; พบญ.4:34
ยรม.
32:22 ก อซด.3:8, 17; พบญ.26:9; ยรม.11:5
ยรม.
32:27 ก ยรม.32:17
ยรม.
32:29 ก ยรม.19:5
ยรม.
32:30 ก ยรม.2:7; 3:25; 7:22-26; ยอค.20:28
ยรม.
32:33 ก ยรม.7:13
ยรม.
32:34 ก ยรม.7:30-31
ยรม.
32:37 ก พบญ.30:3; ยรม.23:3; ยอค.37:21
ยรม.
32:37 1ก ในที่นี้ ยิระมะยาได้รู้ถึงความมุ่งหมายของพระเจ้า และความมุ่งหมายของพระองค์ที่ทรงเปิดเผยในพระคำต่อยิระมะยานั้นก็ได้กลายเป็นพระสัญญาของพระองค์ต่อผู้เผยพระวจนะผู้นี้.
ยรม.
32:38 ก ยรม.24:7
ยรม.
32:39 ก ยรม.24:7; ยอค.11:19-20
ยรม.
32:39 1ก เราซึ่งเป็นผู้ที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรรนั้นควรมีใจเดียว — มารักพระเจ้า, แสวงหาพระเจ้า, ดำเนินชีวิตพระเจ้า และกลายเป็นพระเจ้าในชีวิตและนิสัยของพระองค์ แต่ไม่มีส่วนในฐานันดรความเป็นพระเจ้า เพื่อเราจะกลายเป็นการสำแดงของพระองค์ — และมีทางเดียว — ก็คือตัวของพระเจ้าตรีเอกภาพเองในฐานะที่เป็นกฎแห่งชีวิตทางภายในพร้อมด้วยศักยภาพอันศักดิ์สิทธิ์ (31:33-34; ยฮ.14:6ก). ใจเดียวและทางเดียวนี้ก็คือความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (กจ.1:14; 2:46; 4:24; รม.15:6). การแตกแยกเป็นผลมาจากการมีใจเพื่อสิ่งอื่นนอกเหนือจากพระคริสต์ และเลือกเดินในทางที่นอกเหนือจากพระคริสต์.
ยรม.
32:40 ก ยซย.55:3; ยรม.31:33
ยรม.
32:40 1ก พันธสัญญานิรันดร์นี้ก็คือพันธสัญญาใหม่ (ยรม.31:31-34; ฮร.13:20). โดยพันธสัญญานี้เอง พระเจ้าจะไม่หันไปจากเรา และจะทรงปลูกเราลงในพระคริสต์ผู้เป็นแผ่นดินงามของเรา (ดู พบญ.8:7 คำอธิบาย 1) และเราจะซื้อพระคริสต์ในด้านต่างๆ ทั้งปวงของพระองค์ (ยรม.32:40-44) กล่าวคือ เราจะได้รับพระคริสต์โดยการจ่ายราคาเพื่อจะลืมทุกสิ่งที่อยู่เบื้องหลังและแสวงหาพระคริสต์ (ฟป.3:8-14).
ยรม.
32:41 ก พบญ.30:9; ซฟย.3:17
ยรม.
32:41 ข ยรม.24:6; 31:28; อมศ.9:15
ยรม.
32:44 1 ดู 17:26 คำอธิบาย 1.