การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ยิระมะยา บทที่ 31

ยรม. 31:1 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า ในครั้งนั้น กเราจะเป็นพระเจ้าของทุกตระกูลแห่งอิสราเอลและขเขาทั้งหลายจะเป็นพลไพร่ของเรา.
ยรม. 31:2 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า ชนชาติที่รอดตายจากดาบได้รับความโปรดปรานในป่ากันดาร คืออิสราเอล เมื่อ[เรา]ไปเพื่อให้เขาพักสงบ
ยรม. 31:3 พระยะโฮวาทรงปรากฏแก่ข้าพเจ้าจากที่ไกล [ตรัสว่า] เราได้กรักเจ้าด้วยความรักที่นิรันดร์ ดังนั้นเราจึงได้ขดึงดูดเจ้าด้วยความเอ็นดูรักใคร่.
ยรม. 31:4 เราจะกก่อสร้างเจ้าอีก และเจ้าจะถูกก่อสร้างขึ้น โอ หญิงพรหมจารีของอิสราเอล เอ๋ย เจ้าจะตกแต่งตัวเจ้าด้วยรำมะนาขึ้นมาอีก และจะออกไปเต้นรำกับผู้ที่รื่นเริงยินดีกัน.
ยรม. 31:5 เจ้าจะปลูกสวนองุ่นบนภูเขาซะมาเรียอีก ผู้ปลูกก็จะปลูกและจะรับส่วนใน[ผลนั้น].
ยรม. 31:6 เพราะว่าจะมีวัน[เมื่อ]คนเฝ้ายามจะร้องเรียกอยู่ในเขตแดนเทือกเขาเอ็ฟรายิม[ว่า] กจงลุกขึ้น ให้เราขึ้นไปยังซีโอนเถิด ไปเฝ้าพระยะโฮวาพระเจ้าของเรา.
ยรม. 31:7 เพราะพระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า จงโห่ร้องด้วยความยินดีเพื่อยาโคบ และเปล่งเสียงโห่ร้องท่ามกลางประมุขของบรรดาประชาชาติ จงป่าวร้องสรรเสริญ และกล่าวว่า โอ พระยะโฮวา ขอทรงช่วยพลไพร่ของพระองค์ให้รอดเถิด คือคนที่เหลืออยู่ของอิสราเอล.
ยรม. 31:8 เราจะกนำพวกเขามาจากดินแดนทางเหนือ และขรวบรวมเขาจากส่วนที่สุดปลายของแผ่นดินโลก มีคนตาบอดและคนง่อยอยู่ท่ามกลางเขา ผู้หญิงที่มีครรภ์และผู้หญิงที่กำลังจะคลอดบุตรจะมาด้วยกัน เขาจะกลับมาที่นี่เป็นหมู่ใหญ่.
ยรม. 31:9 เขาจะมาด้วยการกร้องไห้ และเราจะนำพาเขาตามคำวิงวอน[ของเขา] เราจะให้เขาเดินข้ามขลำธารน้ำ ในทางตรงซึ่งเขาจะไม่สะดุด เพราะเราเป็นคบิดาแก่อิสราเอล และเอ็ฟรายิมเป็นงบุตรหัวปีของเรา
ยรม. 31:10 โอ บรรดาประชาชาติเอ๋ย จงฟังพระคำของพระยะโฮวา และจงประกาศในแผ่นดินชายทะเลที่ห่างออกไปว่า พระองค์ผู้ทรงทำให้อิสราเอลกระจัดกระจายไปนั้นจะรวบรวมเขา และจะดูแลรักษาเขาอย่างกับผู้เลี้ยงแกะดูแลฝูงแกะของตน.
ยรม. 31:11 เพราะพระยะโฮวาทรงกไถ่ยาโคบไว้แล้ว และได้ไถ่เขาออกจากมือของผู้ที่เข้มแข็งกว่าเขา.
ยรม. 31:12 เขาทั้งหลายจึงจะมาร้องเพลงอยู่บนกที่สูงแห่งซีโอน และเขาจะหลั่งไหลออกมายังขสิ่งดีงามของพระยะโฮวา ทั้งธัญพืช, เหล้าองุ่นใหม่, น้ำมันใหม่, ลูกอ่อนในฝูงแกะและฝูงสัตว์; จิตของเขาทั้งหลายจะเหมือนกับคสวนที่ได้รับการรดน้ำและเขาจะไม่งโศกเศร้าอีกต่อไป.
ยรม. 31:13 แล้วพวกหญิงพรหมจารีจะชื่นชมยินดีในการเต้นรำ ทั้งคนหนุ่มและคนแก่จะ[ชื่นชมยินดี]ด้วยกัน เราจะกหันความโศกเศร้าของเขาไปเป็นความชื่นบาน เราจะปลอบโยนเขา และให้ความชื่นชมยินดีแก่เขาแทนความเศร้าโศก.
ยรม. 31:14 เราจะให้จิตของปุโรหิตเต็มอิ่มด้วยความครบบริบูรณ์ และพลไพร่ของเราจะอิ่มหนำด้วยสิ่งดีของเรา พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 31:15 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า กได้ยินเสียงโอดครวญและร่ำไห้อย่างขมขื่นในบ้านรามา. นางราเฮลร้องไห้ร่ำไรถึงบุตรทั้งหลายของตน โดยไม่ยอมรับคำปลอบโยนในเรื่องบุตรทั้งหลายของตน เพราะขไม่มีพวกเขาแล้ว.
ยรม. 31:16 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า ระงับเสียงร้องไห้คร่ำครวญไว้เสียเถิด และระงับน้ำตาจากตาของเจ้าเสีย เพราะว่าการงานของเจ้าจะได้รับบำเหน็จ พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ และเขาทั้งหลายจะกลับมาจากดินแดนของศัตรู.
ยรม. 31:17 พระยะโฮวาตรัสว่า เบื้องปลายของเจ้ายังมีหวัง และลูกทั้งหลาย[ของเจ้า]จะกลับมายังเขตแดนของเขาเอง.
ยรม. 31:18 เราได้ยินเอ็ฟรายิมคร่ำครวญว่า พระองค์ทรงลงโทษข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็ถูกลงโทษ อย่างลูกโคที่ยังไม่เชื่อง ขอทรงนำข้าพเจ้ากลับ เพื่อข้าพเจ้าจะได้ฟื้นสู่สภาพเดิม เพราะพระองค์ทรงเป็นพระยะโฮวาพระเจ้าของข้าพเจ้า.
ยรม. 31:19 เพราะหลังจากที่ข้าพเจ้ากหันกลับ ข้าพเจ้าก็กลับใจ และหลังจากที่ข้าพเจ้ารับคำชี้แนะแล้ว ข้าพเจ้าก็ทุบตีโคนขาของตัวเอง. ข้าพเจ้าอับอาย และขายหน้า เพราะข้าพเจ้าต้องทนรับการด่าประณาม ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อยังหนุ่มอยู่นั้น.
ยรม. 31:20 เอ็ฟรายิมเป็นบุตรชายที่มีค่าของเรา เป็นลูกที่[เรา]ชอบใจไม่ใช่หรือ? เพราะเราพูดกล่าวโทษเขาบ่อยครั้งเท่าใด เราก็ยังระลึกถึงเขายิ่งกว่านั้น เพราะฉะนั้นจิตใจของเราจึงถวิลหาเขา เราจะมีความเมตตาต่อเขาแน่ พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 31:21 จงปักป้ายชี้ทางไว้สำหรับตน จงทำเสาป้ายบอกทางไว้สำหรับตัว จงพิจารณาให้ดีถึงทางหลวง คือทางซึ่งเจ้าดำเนินไปนั้น โอ หญิงพรหมจารีของอิสราเอล เอ๋ย จงกลับเถิด จงกลับมายังเมืองเหล่านี้ของเจ้า.
ยรม. 31:22 โอ ลูกสาวที่ทรยศเอ๋ย เจ้าจะเถลไถลอยู่อีกนานสักเท่าใด? เพราะพระยะโฮวาทรงเนรมิตสร้างสิ่งใหม่บนพิภพ คือ ผู้หญิงคนหนึ่งจะล้อมชายผู้แกล้วกล้าคนหนึ่งไว้.
ยรม. 31:23 พระยะโฮวาจอมพลโยธาพระเจ้าแห่งอิสราเอล ตรัสดังนี้ว่า เมื่อเราให้เขากลับจากการเป็นเชลย เขาจะใช้ถ้อยคำต่อไปนี้ในดินแดนของยูดาและในเมืองทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง คือ 1โอ กที่พำนักแห่งขความชอบธรรมเอ๋ย โอ 1ภูเขาคบริสุทธิ์เอ๋ย ขอพระยะโฮวาทรงอวยพรเจ้า.
ยรม. 31:24 ยูดาและเมืองทั้งสิ้นจะอาศัยอยู่ด้วยกันที่นั่น ทั้งบรรดาชาวนา บรรดาผู้ที่ท่องเที่ยวไปมาพร้อมกับฝูงแกะของเขา.
ยรม. 31:25 เพราะเราจะให้จิตที่อ่อนแรงอิ่มหนำ และเราจะให้ทุกจิตที่อ่อนระอานั้นเต็มอิ่ม.
ยรม. 31:26 เมื่อนั้น ข้าพเจ้าตื่นขึ้นและมองดู และการนอนหลับของข้าพเจ้าก็เป็นที่ชื่นใจข้าพเจ้า.
ยรม. 31:27 พระยะโฮวาตรัสว่า แน่ทีเดียว วันเวลาจะมาถึง เมื่อเราจะหว่านเมล็ดพันธุ์ทั้งของคนและของสัตว์ในวงศ์วานของอิสราเอลและวงศ์วานของยูดา
ยรม. 31:28 และเมื่อเราเฝ้าดูเขาเพื่อจะถอนออก, พังลง, คว่ำเสีย, ทำลาย และนำเหตุร้ายมาอย่างไร เราจะเฝ้าดูเขาเพื่อจะสร้างและปลูกขึ้นอย่างนั้น พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ
ยรม. 31:29 ในสมัยนั้น เขาจะไม่กล่าวต่อไปอีกว่า กพ่อกินองุ่นเปรี้ยวแล้วลูกก็เข็ดฟัน
ยรม. 31:30 แต่ทุกคนจะต้องกตายเพราะความบาปชั่วของตนเอง มนุษย์ทุกคนที่กินองุ่นเปรี้ยว ตัวเขาเองก็จะเข็ดฟัน.
ยรม. 31:31 พระยะโฮวาตรัสว่า แน่ทีเดียว วันเวลาจะมาถึง เราจะทำ1กพันธสัญญาใหม่กับวงศ์วานอิสราเอลและกับวงศ์วานยูดา
ยรม. 31:32 ไม่เหมือนกับ1กพันธสัญญาซึ่งเราได้กระทำกับบรรพบุรุษของพวกเขาในวันที่เราได้ขจูงมือเขาเพื่อจะพาเขาออกจากดินแดนอียิปต์ ซึ่งเป็นพันธสัญญาของเราที่เขาได้ละเมิด ทั้งๆ ที่เราเป็นคสามีของเขา พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ
ยรม. 31:33 กแต่นี่จะเป็นขพันธสัญญาซึ่งเราจะทำกับวงศ์วานของอิสราเอลภายหลังสมัยนั้น พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ เราจะเอา1กฎบัญญัติของเราใส่ไว้ในคส่วนต่างๆ ทางภายในของพวกเขาและ2งจารึกบนหัวใจของเขา จเราจะเป็น3พระเจ้าของเขาและเขาจะเป็นพลไพร่ของเรา.
ยรม. 31:34 พวกเขาต่างก็จะไม่ต้องสอนเพื่อนบ้านและพี่น้องของตนอีกว่า จงรู้จักพระยะโฮวา เพราะพวกเขาจะ1กรู้จักเราสิ้นทุกคน ตั้งแต่ผู้น้อยที่สุดไปจนถึงผู้ใหญ่ที่สุด พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ เพราะเราจะ2ขอภัยความบาปชั่วของเขาและจะไม่จดจำความบาปของเขาอีกเลย3.
ยรม. 31:35 พระยะโฮวาผู้ทรงให้กดวงอาทิตย์เป็นแสงสว่างตอนกลางวัน และทรงกำหนดให้ดวงจันทร์และบรรดาดวงดาวเป็นแสงสว่างตอนกลางคืน ผู้กวนทะเลให้คลื่นของมันคะนอง พระยะโฮวาจอมพลโยธาคือพระนามของพระองค์ ตรัสดังนี้ว่า
ยรม. 31:36 ถ้าการกำหนดนี้จะพรากไปจากหน้าเรา เชื้อสายของอิสราเอลก็จะสิ้นสุดจากการเป็นชนชาติหนึ่งต่อหน้าเรา1เป็นนิตย์ พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 31:37 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า หากฟ้าสวรรค์เบื้องบนสามารถวัดได้ และฐานรากของพิภพเบื้องล่างสามารถสำรวจได้ เราก็จะเหวี่ยงเชื้อสายทั้งสิ้นของอิสราเอลทิ้งไปเสีย เพราะเหตุทุกสิ่งซึ่งเขาได้กระทำนั้น พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 31:38 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า แน่ทีเดียว วันเวลาจะมาถึงเมื่อเมืองนี้จะถูกกก่อสร้างขึ้นใหม่กลับคืนสู่พระยะโฮวา ตั้งแต่หอคอยฮะนันเอลไปถึงประตูมุม
ยรม. 31:39 และเชือกวัดจะไปไกลกว่านั้นตรงไปถึงเนินเขาฆาเรบ แล้วจะเลี้ยวไปถึงโฆอา
ยรม. 31:40 และทั่วทั้งหุบเขาแห่งซากศพและขี้เถ้า และทุ่งนาทั้งหมดไกลไปจนถึงลำธารคิดโรน จนถึงมุมประตูม้าไปทางตะวันออกจะกแยกบริสุทธิ์แด่พระยะโฮวา จะไม่ถูกถอนรากหรือรื้อทำลายอีกต่อไปเป็นนิตย์.

คำอธิบาย ยิระมะยา บทที่ 31

ยรม. 31:1 ก ยรม.24:7; 2กธ.6:16
ยรม. 31:1 ข ยอค.11:20; วว.21:3
ยรม. 31:3 ก มลค.1:2; รม.11:28
ยรม. 31:3 ข ฮซอ.11:4; ยฮ.6:44
ยรม. 31:4 ก ยรม.33:7
ยรม. 31:6 ก ยซย.2:3; ยรม.50:5; มคา.4:2
ยรม. 31:8 ก ยรม.3:12, 18; 23:8
ยรม. 31:8 ข ยอค.20:34, 41; 34:13
ยรม. 31:9 ก บพส.126:5-6; ยรม.50:4
ยรม. 31:9 ข ยซย.35:7-8; 43:19; 49:10-11
ยรม. 31:9 ค พบญ.32:6; 1คนก.29:10; ยซย.63:16; 64:8; ยรม.3:4
ยรม. 31:9 ง อซด.4:22
ยรม. 31:11 ก ยซย.35:10; 44:23; 48:20; 51:11; ยรม.15:21
ยรม. 31:12 ก ยอค.17:23; 20:40
ยรม. 31:12 ข ฮซอ.3:5
ยรม. 31:12 ค ยซย.58:11
ยรม. 31:12 ง ยซย.35:10; 65:19; วว.21:4
ยรม. 31:13 ก บพส.30:11
ยรม. 31:15 ก มธ.2:18
ยรม. 31:15 ข ยนซ.42:13
ยรม. 31:19 ก ฮซอ.14:1-3; เทียบ ลก.15:18
ยรม. 31:23 1 ในที่นี้ “ที่พำนักแห่งความชอบธรรม” ชี้ถึงกรุงเยรูซาเล็ม ส่วน “ภูเขาบริสุทธิ์” ชี้ถึงภูเขาซีโอน.
ยรม. 31:23 ก เทียบ ยรม.50:7
ยรม. 31:23 ข ยซย.1:26
ยรม. 31:23 ค ซคย.8:3
ยรม. 31:29 ก ยอค.18:2
ยรม. 31:30 ก ยอค.18:20
ยรม. 31:31 ก ยรม.32:40; ยอค.37:26; มธ.26:28; ลก.22:20; 1กธ.11:25; 2กธ.3:6; ฮร.8:8-12; 10:16-17
ยรม. 31:31 1ก คำเผยพระวจนะของยิระมะยาในข้อ 31-34 ที่กล่าวถึงพันธสัญญาใหม่นั้นได้ถูกอัครทูตเปาโลอ้างถึงใน ฮร.8:8-12 และได้นำมาปรับใช้กับผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่. ดังนั้นพันธสัญญาใหม่พร้อมด้วยสิทธิพิเศษและพระพรของพันธสัญญานี้จึงเป็นสิ่งที่ผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่สามารถรับสุขได้ในยุคปัจจุบัน. การมีส่วนร่วมของอิสราเอลในพันธสัญญาใหม่นั้นจะเกิดขึ้นในอาณาจักรพันปี คือในยุคแห่งการฟื้นสภาพ (มธ.19:28) ซึ่งในยุคนั้นพระคริสต์จะเป็นความชอบธรรม, การไถ่ และชีวิตของอิสราเอล และจะได้รับการยกชูให้เป็นศูนย์กลางและการแพร่หลายของพวกเขา. ในที่สุด พระเจ้าจะทรงทำให้ผู้เชื่อและอิสราเอลกลายเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่โดยผ่านพันธสัญญาใหม่นี้ (2กธ.5:17; ฆต.6:15) ซึ่งจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ตลอดชั่วนิรันดร์ (วว.21:1-3).
ยรม. 31:32 ก อซด.24:7-8; 34:28
ยรม. 31:32 1ก ดู 11:3 คำอธิบาย 1.
ยรม. 31:32 ข พบญ.1:31; เทียบ อซด.19:4
ยรม. 31:32 ค ยรม.2:2; 3:14; ยซย.54:5; ยอค.16:8; 23:4; ฮซอ.2:2; 3:1; ยฮ.3:29; 2กธ.11:2; วว.21:2
ยรม. 31:33 ก ข้อ 33-34: ฮร.8:10-12; 10:16-17
ยรม. 31:33 ข ยรม.32:40; ฮร.8:6
ยรม. 31:33 1 ดู ฮร.8:10 คำอธิบาย 1. ศูนย์กลาง, เนื้อหาสาระ และความเที่ยงแท้ของพันธสัญญาใหม่ก็คือกฎแห่งชีวิตทางภายใน (รม.8:2). ในด้านธาตุแท้แล้ว กฎนี้ชี้ถึงชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ก็คือพระเจ้าตรีเอกภาพผู้ทรงแปรสภาพเป็นรูปธรรมอยู่ในพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง (กซ.2:9) และแปรสภาพเป็นจริงเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต (1กธ.15:45) ซึ่งได้ทรงผ่านขั้นตอนและสำเร็จสุดยอดกลายเป็นทุกสิ่งแก่พลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้.
ถ้าว่าตามชีวิตของกฎนี้ กฎแห่งพันธสัญญาใหม่คือพระเจ้าตรีเอกภาพ และถ้าว่าตามการใช้งานแล้ว กฎนี้คือศักยภาพอันศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงมหิทธิฤทธิ์. ศักยภาพอันศักดิ์สิทธิ์นี้สามารถทำทุกสิ่งในเราเพื่อทำให้แผนการบริหารของพระเจ้าสำเร็จลุล่วง. ถ้าว่าตามศักยภาพนี้ เราสามารถรู้จักพระเจ้า, ดำเนินชีวิตพระเจ้า และกลายเป็นพระเจ้าในชีวิตและนิสัยของพระองค์ แต่ไม่มีส่วนในฐานันดรความเป็นพระเจ้า เพื่อเราจะกลายเป็นการเพิ่มพูนของพระองค์ เป็นการขยายใหญ่ขึ้นของพระองค์ กลายเป็นความบริบูรณ์ของพระองค์เพื่อการสำแดงที่นิรันดร์ของพระองค์ (อฟ.1:22-23; 3:19-21). ยิ่งไปกว่านั้น ศักยภาพของกฎแห่งชีวิตทางภายในนี้ยังก่อรูปเราขึ้นเป็นอวัยวะในพระกายของพระคริสต์ (1กธ.12:27; อฟ.5:30) พร้อมด้วยการใช้งานทุกประเภท (รม.12:4-8; อฟ.4:11, 16).
ยรม. 31:33 ค เทียบ ยอค.11:19-20; 36:26-27
ยรม. 31:33 ง เทียบ 2กธ.3:3
ยรม. 31:33 2ง การจารึกกฎแห่งชีวิตไว้บนใจของเราที่ได้กล่าวไว้ที่นี่สอดคล้องกับคำสอนในพันธสัญญาใหม่เกี่ยวกับการแผ่ขยายของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ออกจากศูนย์กลางของตัวเรา คือวิญญาณของเรา ไปยังเส้นรอบวง คือใจของเรา (ดู ฮร.8:10 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 1, รม.8:9 คำอธิบาย 2 และ อฟ.3:17 คำอธิบาย 1). พระเจ้าทรงจารึกกฎของพระองค์ไว้บนใจของเราโดยการเคลื่อนไหวจากวิญญาณของเราเข้าสู่ใจของเรา เพื่อจารึกสิ่งที่พระองค์ทรงเป็นเข้าสู่ตัวเรา. เทียบ 2กธ.3:3 คำอธิบาย 4.
ยรม. 31:33 จ ยรม.24:7
ยรม. 31:33 3 ดู ฮร.8:10 คำอธิบาย 5.
ยรม. 31:34 ก ยซย.54:13; ยฮ.6:45; 1กธ.2:10
ยรม. 31:34 1ก การรู้จักพระเจ้าก็คือการดำเนินชีวิตพระเจ้า. เรามีศักยภาพที่จะรู้จักพระเจ้า, ดำเนินชีวิตพระเจ้า และกระทั่งกลายเป็นพระเจ้าในชีวิตและนิสัยของพระองค์โดยการใช้งานอย่างปกติวิสัยและอัตโนมัติของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในเรา เพื่อเราจะได้กลายเป็นการสำแดงแห่งกลุ่มชนของพระองค์. ดู ยฮ.17:3 คำอธิบาย 1.
ยรม. 31:34 ข ยรม.33:8; ลก.24:47; กจ.10:43
ยรม. 31:34 2ข การอภัยบ่งชี้เป็นนัยถึงการไถ่ และกระทั่งมีค่าเท่ากับการไถ่ (อฟ.1:7; กซ.1:14). ในพันธสัญญาใหม่ พระเจ้าทรงอภัยความบาปชั่วของพลไพร่ของพระองค์บนพื้นฐานของการไถ่ของพระคริสต์ (ฮร.9:22).
ดังที่เห็นใน 23:5-6 และในข้อ 33-34 หนทางของพระเจ้าที่จะทรงทำให้พระคริสต์เป็นทุกสิ่งแก่ผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรนั้นก็โดยหนทางแห่งความชอบธรรม, การไถ่ และชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์พร้อมด้วยกฎและศักยภาพของชีวิตนั้น. ทั้งสามเรื่องนี้ ซึ่งถูกเปิดเผยทางภายในอยู่ในคำเผยพระวจนะของยิระมะยาได้รับการพัฒนาอย่างครบบริบูรณ์ในพันธสัญญาใหม่. ดู ยรม.23:6 คำอธิบาย 2.
ยรม. 31:34 3 ยิระมะยาเปิดเผยถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงประสงค์จากเรา, สิ่งที่เราเป็นในสภาพที่ตกต่ำของเรา และสิ่งที่พระคริสต์ทรงเป็นสำหรับเรา. พระเจ้าทรงประสงค์ให้เรายึดพระองค์เป็นแหล่งกำเนิดและดื่มจากพระองค์ เพื่อว่าพระองค์จะได้กลายเป็นแม่น้ำของน้ำแห่งชีวิตภายในเรา ( 2:13; เทียบ ยฮ.7:37-39; วว.22:1). อย่างไรก็ตาม เรากลับทอดทิ้งพระองค์ และในสภาพที่ตกต่ำนั้น เรากลายเป็นคนสิ้นหวัง เป็นคนที่เสื่อมเสีย, ไม่อาจเยียวยารักษา และไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างสิ้นเชิง (ยรม.13:23; 17:9) แต่พระคริสต์ได้เสด็จมาเพื่อเป็นความชอบธรรมของเรา (23:5-6) และเป็นชีวิตทางภายในของเรา (31:33). ในด้านภายนอก พระองค์ทรงเป็นความชอบธรรมของเราเพื่อให้เราได้รับการโปรดให้ชอบธรรมโดยพระเจ้า และในด้านภายใน พระองค์ทรงเป็นชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อเติมเต็มเรา, ทำให้เราเป็นหนึ่งกับพระเจ้า และกระทั่งทำให้เรากลายเป็นพระเจ้าในชีวิตและนิสัย เพื่อเราจะดำเนินชีวิตพระเจ้า (ฟป.1:21ก). การที่พระคริสต์ทรงเป็นความชอบธรรมของเราและเป็นชีวิตทางภายในของเรานั้นทำให้เรากลายเป็นพระกายแห่งกลุ่มชน เป็นกายอินทรีย์ของพระเจ้าตรีเอกภาพ ซึ่งจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่. สิ่งเหล่านี้คือแก่นของหนังสือยิระมะยา และยังเป็นคำสอนที่ครบถ้วนของพระคัมภีร์ทั้งเล่มด้วย.
ยรม. 31:35 ก ยนซ.1:16; บพส.72:5, 17; 89:36-37
ยรม. 31:36 1 ตั้งแต่ช่วงเวลาแห่งการฟื้นสภาพ ซึ่งก็คืออาณาจักรพันปีที่กำลังจะมาถึง อิสราเอลจะดำรงอยู่ตลอดไป. พวกเขาจะไม่สิ้นสุดจากการเป็นชนชาติ และพงศ์พันธุ์ (เชื้อสาย) ของพวกเขาจะไม่ถูกเหวี่ยงทิ้งเสียอีกเลย (ข้อ 37).
ยรม. 31:38 ก นฮย.3:1; ซคย.14:10
ยรม. 31:40 ก ยอล.3:17
สารบัญ