การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ยิระมะยา บทที่ 23

ยรม. 23:1 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า วิบัติแก่กผู้เลี้ยงแกะผู้ทำลายและทำให้แกะแห่งทุ่งหญ้าของเรากระจัดกระจายไป.
ยรม. 23:2 เพราะฉะนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสถึงผู้เลี้ยงแกะผู้เลี้ยงดูพลไพร่ของเราดังนี้ว่า เจ้าทั้งหลายได้ทำให้ฝูงแกะของเรากระจัดกระจายไปและได้ขับไล่พวกเขาไปเสีย และเจ้าไม่ได้เยี่ยมเยียนดูแลพวกเขา เราจะลงโทษเจ้าเพราะการกระทำชั่วร้ายของเจ้า พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ
(พระยะโฮวาทรงสัญญาถึงการฟื้นสภาพของอิสราเอล)
23:3-8
ยรม. 23:3 แล้วเราจะกรวบรวมฝูงแกะของเราที่ขเหลืออยู่ออกจากดินแดนทั้งปวง ซึ่งเราได้ขับไล่ให้พวกเขาไปอยู่นั้น และจะนำพวกเขากลับมายังทุ่งหญ้าของเขา เขาจะเกิดผลและทวีมากขึ้น.
ยรม. 23:4 เราจะตั้งผู้เลี้ยงแกะไว้เหนือพวกเขาผู้จะเลี้ยงดูพวกเขา และพวกเขาจะไม่ต้องกลัว หรือตกใจกลัว หรือขาดหายไปเลย พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 23:5 กพระยะโฮวาตรัสว่า แน่ทีเดียว วันเวลาจะมาถึง เราจะให้1ขหน่อแห่งความชอบธรรมงอกออกมาสำหรับดาวิด ผู้ที่จะทรงครอบครองเป็น2กษัตริย์และทรงกระทำการอย่างเฉลียวฉลาด และจะทรงปฏิบัติให้เป็นไปตามความยุติธรรมและความชอบธรรมในดินแดนนั้น.
ยรม. 23:6 ในสมัยของท่าน ยูดาจะได้รับความรอด และอิสราเอลจะอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย และพระนามของพระองค์ที่เขาจะร้องเรียกนั้นคือ 1กพระยะโฮวา2ขความชอบธรรม3ของเรา.
ยรม. 23:7 กเพราะฉะนั้น พระยะโฮวาตรัสว่า แน่ทีเดียว วันเวลาจะมาถึง เมื่อคนจะไม่กล่าวอีกต่อไปว่า พระยะโฮวาผู้ทรงนำชนชาติอิสราเอลออกมาจากดินแดนอียิปต์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด
ยรม. 23:8 แต่จะว่า พระยะโฮวาผู้ทรงนำและพาเชื้อสายของวงศ์วานอิสราเอลออกจากดินแดนทางเหนือและออกจากกดินแดนทั้งปวงที่พระองค์ทรงขับไล่ให้ไปอยู่นั้นทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด เขาทั้งหลายก็จะได้อาศัยอยู่ในดินแดนของตนเอง.
12. การปรับโทษและการลงโทษของพระยะโฮวาที่มีต่อผู้เผยพระวจนะทั้งหลายของยูดา พร้อมกับเหล่าปุโรหิตและพลไพร่
23:9-40
ยรม. 23:9 เกี่ยวกับเรื่องบรรดาผู้เผยพระวจนะนั้น ใจข้าแตกสลายอยู่ภายในข้า และกระดูกทั้งสิ้นของข้าก็สั่นสะท้าน. ข้าเป็นเหมือนคนเมา ข้าเป็นเหมือนคนมีฤทธิ์อำนาจที่เหล้าองุ่นชัยชนะเหนือเขา เพราะเหตุพระยะโฮวาและพระคำอันบริสุทธิ์ของพระองค์.
ยรม. 23:10 เพราะว่าดินแดนนั้นเต็มด้วยคนคบชู้ ดินแดนนั้นก็คร่ำครวญเพราะเหตุคำแช่งสาป. ทุ่งหญ้าในป่ากันดารก็แห้งเหือดไป วิถีของเขาทั้งหลายก็ชั่วร้าย และฤทธิ์อำนาจของเขาก็ไม่เที่ยงตรง.
ยรม. 23:11 ทั้งผู้เผยพระวจนะและปุโรหิตก็ลบหลู่พระเจ้า กระทั่งในนิเวศน์ของเรา เราก็ได้เห็นความชั่วของเขา พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 23:12 เพราะฉะนั้น หนทางของเขาทั้งหลายจะเป็นเหมือนทางลื่นในความมืดแก่เขา เขาจะถูกขับไล่เข้าไปและล้มลงในนั้น เพราะเราจะนำเหตุร้ายมาเหนือเขา ในปีแห่งการลงโทษเขา พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 23:13 ในบรรดาผู้เผยพระวจนะแห่งซะมาเรีย เราได้เห็นสิ่งที่น่ารังเกียจ พวกเขาได้เผยพระวจนะในนามของพระบาละ และได้ให้อิสราเอลพลไพร่ของเราหลงไป
ยรม. 23:14 แต่ในบรรดาผู้เผยพระวจนะแห่งเยรูซาเล็ม เราได้เห็นสิ่งน่าหวาดหวั่น พวกเขาคบชู้และดำเนินอยู่ในความจอมปลอม เขาเพิ่มกำลังมือของผู้กระทำความชั่วร้าย จึงไม่มีใครหันจากความชั่วของเขา. ทุกคนกลายเป็นเหมือนกซะโดมแก่เรา และผู้ที่อาศัยอยู่ในนั้นก็เหมือนอะโมรา.
ยรม. 23:15 กเพราะฉะนั้น พระยะโฮวาจอมพลโยธาจึงตรัสเกี่ยวกับผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นว่า เราจะเลี้ยงเขาด้วยขบอระเพ็ด และให้เขาดื่มน้ำมีพิษ เพราะว่าการลบหลู่พระเจ้าได้แผ่ไปทั่วแผ่นดินนี้จากผู้เผยพระวจนะแห่งเยรูซาเล็ม.
ยรม. 23:16 พระยะโฮวาจอมพลโยธาตรัสดังนี้ว่า อย่าฟังถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะที่พยากรณ์ให้เจ้าฟัง พวกเขานำเจ้าไปสู่1ความอนิจจัง พวกเขากล่าวถึงนิมิตในใจของเขาเอง ไม่ใช่จากพระโอษฐ์ของพระยะโฮวา.
ยรม. 23:17 เขาพูดกับคนที่ดูหมิ่นเราเสมอว่า พระยะโฮวาได้ตรัสว่า ท่านจะมีสันติสุข และแก่ทุกคนที่ดำเนินตามความดื้อรั้นแห่งใจของตนเอง เขากล่าวว่า จะไม่มีเหตุร้ายมาถึงเจ้า.
ยรม. 23:18 เพราะว่าใครเล่าที่ได้ยืนอยู่ในที่ประชุมของพระยะโฮวาที่จะมองเห็นและได้ยินพระคำของพระองค์? หรือใครที่ใส่ใจฟังพระคำของพระองค์?
ยรม. 23:19 กดูเถิด ลมพายุของพระยะโฮวา! พระพิโรธได้ออกไปแล้ว กระทั่งเป็นพายุหมุนรุนแรง มันจะวนลงบนศีรษะของคนชั่ว.
ยรม. 23:20 พระพิโรธของพระยะโฮวาจะไม่หันกลับ จนกว่าพระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จ และจนกว่าพระองค์ทรงกระทำตามพระประสงค์ในพระทัยของพระองค์ ในวาระสุดท้าย พวกเจ้าจะเข้าใจเรื่องนี้อย่างแจ่มแจ้ง.
ยรม. 23:21 เราไม่ได้ใช้ผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นไป แต่พวกเขายังวิ่งไป เราไม่ได้พูดกับพวกเขา แต่พวกเขายังพยากรณ์
ยรม. 23:22 แต่ถ้าเขาทั้งหลายได้ยืนอยู่ในที่ประชุมของเรา เขาก็คงได้ทำให้พลไพร่ของเราได้ยินถ้อยคำของเรา พวกเขาคงได้หันกลับจากทางชั่วร้ายของเขา และหันกลับจากการกระทำชั่วร้ายของเขาแล้ว.
ยรม. 23:23 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า เราเป็นพระเจ้าที่อยู่ใกล้ ไม่ใช่พระเจ้าที่อยู่ไกลด้วยหรือ?
ยรม. 23:24 พระยะโฮวาตรัสว่า ใครจะกซ่อนตัวเองไปอยู่ในที่ลับเพื่อเราจะไม่เห็นเขาได้หรือ? เราไม่ได้อยู่เต็มฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกหรือ? พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 23:25 เราได้ยินผู้เผยพระวจนะผู้ซึ่งพยากรณ์เท็จในนามของเราได้กล่าวว่า ข้าพเจ้าฝันไป ข้าพเจ้าฝันไป.
ยรม. 23:26 ในใจของผู้เผยพระวจนะซึ่งพยากรณ์เท็จ และผู้เผยพระวจนะที่พยากรณ์ตามการหลอกลวงแห่งใจของเขาเองจะเป็น[เช่นนี้]ไปอีกนานสักเท่าใด?
ยรม. 23:27 [คือ]ผู้ที่คิดจะทำให้พลไพร่ของเราลืมชื่อเรา โดยความฝันของพวกเขาซึ่งบอกเล่าแก่เพื่อนบ้าน อย่างกับบรรพบุรุษของเขาที่ลืมชื่อเราเพราะเหตุพระบาละ?
ยรม. 23:28 จงให้ผู้เผยพระวจนะที่ฝันเล่าความฝัน และให้คนที่มีถ้อยคำของเรากล่าวถ้อยคำของเราอย่างสัตย์ซื่อ. 1ฟางข้าวจะเปรียบอะไรกับ1เมล็ดข้าวได้? พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 23:29 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า ถ้อยคำของเราเหมือน1กไฟและเหมือน1ค้อนที่ทุบหินให้แตกเป็นเสี่ยงๆ ไม่ใช่หรือ?
ยรม. 23:30 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า เพราะฉะนั้น แน่ทีเดียว เราต่อสู้กับบรรดาผู้เผยพระวจนะ ผู้ที่แต่ละคน1ขโมยถ้อยคำของเราจากเพื่อนบ้านของตน.
ยรม. 23:31 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า แน่ทีเดียว เราต่อสู้กับพวกผู้เผยพระวจนะผู้ใช้ลิ้นของเขากล่าวว่า พระองค์ตรัสว่า.
ยรม. 23:32 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า แน่ทีเดียว เราต่อสู้คนเหล่านั้นที่พยากรณ์ความฝันเท็จ และผู้ซึ่งบอกและนำพลไพร่ของเราให้หลงไป โดยคำมุสาและความไม่ยั้งคิดของเขา แม้เราไม่ได้ใช้เขาหรือสั่งเขา เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่เป็นประโยชน์แก่พลไพร่นี้อย่างใดเลย พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 23:33 เมื่อพลไพร่นี้ หรือผู้เผยพระวจนะ หรือปุโรหิตคนใดถามเจ้าว่า อะไรเป็นภาระของพระยะโฮวา? เจ้าจงตอบเขาว่า พระยะโฮวาตรัสว่า อะไรเป็นภาระหรือ? เราจะโยนเจ้าทิ้งเสีย
ยรม. 23:34 และส่วนผู้เผยพระวจนะ ปุโรหิต หรือพลไพร่คนใดซึ่งพูดว่า ภาระของพระยะโฮวา เราจะลงโทษผู้นั้นและวงศ์วานของเขา.
ยรม. 23:35 พวกเจ้าจงพูดดังนี้ คือให้ทุกคนพูดกับเพื่อนบ้านของตน และทุกคนพูดกับพี่น้องของตนว่า พระยะโฮวาทรงตอบว่าอะไร? หรือ พระยะโฮวาตรัสว่าอะไร?
ยรม. 23:36 แต่พวกเจ้าอย่าเอ่ยว่า ภาระของพระยะโฮวา อีกเลย เพราะว่าถ้อยคำของแต่ละคนนั้นก็เป็นภาระของเขา[เอง] และเจ้าได้บิดเบือนพระคำของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่คือพระยะโฮวาจอมพลโยธาพระเจ้าของพวกเรา.
ยรม. 23:37 เจ้าจงกล่าวกับผู้เผยพระวจนะดังนี้ว่า พระยะโฮวาทรงตอบท่านว่าอะไร? หรือ ‘พระยะโฮวาตรัสว่าอะไร?
ยรม. 23:38 แต่ถ้าพวกเจ้าพูดว่า ภาระของพระยะโฮวา พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า เพราะพวกเจ้าได้กล่าวคำเหล่านี้ว่า ภาระของพระยะโฮวา เมื่อเราใช้[คน]ไปหาเจ้ากล่าวว่า เจ้าอย่าพูดว่า ภาระของพระยะโฮวา.
ยรม. 23:39 เพราะฉะนั้น เราจะลืมเจ้าทั้งหลายเสียจนหมด และโยนทั้งเจ้าและเมืองซึ่งเราได้ให้แก่เจ้าและแก่บรรพบุรุษของเจ้าทิ้งเสียจากหน้าเรา
ยรม. 23:40 และเราจะนำการด่าประณามเป็นนิตย์และความอัปยศเป็นนิตย์มาเหนือเจ้าทั้งหลาย ซึ่งจะไม่ถูกลืมเลย

คำอธิบาย ยิระมะยา บทที่ 23

ยรม. 23:1 ก ยรม.10:21; 22:22; ยอค.34:2
ยรม. 23:3 ก ยซย.11:11; ยรม.32:37; ยอค.34:13
ยรม. 23:3 ข ยซย.10:21
ยรม. 23:5 ก ข้อ 5-6: ยรม.33:14-16
ยรม. 23:5 ข ยซย.4:2; เทียบ วว.22:16
ยรม. 23:5 1ข นี่คือพระคริสต์ที่ทรงกลายเป็นเนื้อหนังในฐานะมนุษย์เพื่อเป็นพงศ์พันธุ์ของดาวิด (มธ.1:1; รม.1:3). “หน่อ” ในที่นี้ชี้ถึงสภาพมนุษย์ของพระคริสต์ และยังบ่งชี้เป็นนัยถึงชีวิตด้วย. เมื่อพระคริสต์บังเกิดมา หน่อที่ใหม่และสดก็แตกออกมาจากตอของดาวิด (ดู ยซย.11:1 คำอธิบาย 1). นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้พระสัญญาของพระยะโฮวาที่จะทรงให้พระคริสต์เป็นหน่อของดาวิดได้สำเร็จเป็นจริง.
ยรม. 23:5 2 การครอบครองเป็นกษัตริย์ของพระคริสต์บ่งชี้เป็นนัยถึงการเป็นขึ้นและการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์. เมื่อได้ผ่านการเป็นขึ้นและเข้าสู่การเสด็จสู่สวรรค์แล้ว บัดนี้พระคริสต์ทรงเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย, เป็นเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลาย และเป็นผู้ปกครองเหนือบรรดากษัตริย์แห่งแผ่นดินโลก (วว.17:14; 19:16; 1:5). พระคำที่กล่าวถึงพระคริสต์ในที่นี้จะถูกทำให้สำเร็จเป็นจริงในอาณาจักรพันปี (ซคย.14:9; วว.11:15; 20:6). ดู 3:17 คำอธิบาย 1.
ยรม. 23:6 ก เทียบ ยรม.33:16
ยรม. 23:6 1ก “พระยะโฮวาความชอบธรรมของเรา” ชี้ถึงพระคริสต์ในสภาพพระเจ้าของพระองค์ ส่วน “หน่อแห่งความชอบธรรม” (ข้อ 5) ชี้ถึงพระคริสต์ในสภาพมนุษย์ของพระองค์. พระนามในที่นี้บ่งชี้ว่าพระคริสต์ในฐานะพงศ์พันธุ์ของดาวิดไม่เพียงเป็นมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นพระยะโฮวาผู้ทรงเนรมิตสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก, ทรงเลือกสรรอับราฮาม, ตั้งเผ่าพันธุ์อิสราเอลให้มั่นคง และเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของดาวิด เป็นผู้ที่ดาวิดเรียกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า (มธ.22:42-45; เทียบ วว.5:5; 22:16). พระคริสต์เสด็จมาเป็นหน่อ ซึ่งก็คือพระยะโฮวาเอง เพื่อมาเป็นความชอบธรรมของพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร.
ยรม. 23:6 ข ยซย.45:24; 54:17; 1กธ.1:30
ยรม. 23:6 2ข ความชั่วร้ายและความชั่วของอิสราเอลได้เตรียมทางให้พระคริสต์เสด็จเข้ามาเพื่อเป็นความชอบธรรมของพวกเขา. แม้อิสราเอลจะละทิ้งพระเจ้าไปหารูปเคารพ (ยรม.2:13) และกลายเป็นผู้ชั่วร้ายที่ไม่มีทางเยียวยาได้ (ยรม.13:23; 17:9) แต่เพราะเหตุความกรุณา, ความเอ็นดูรักใคร่, ความซื่อสัตย์ และความรักที่นิรันดร์ของพระองค์ (31:3; พรท.3:22-23) พระเจ้าจึงไม่ทรงล้มเลิกความตั้งใจที่มีต่อพลไพร่ที่ถูกพระองค์เลือกสรรแต่ได้ไขว้เขวไปนั้น. ขณะที่พระองค์ทรงปรับโทษ, ลงโทษ และตีสอนชาวอิสราเอล พระองค์ก็ยังคงมุ่งหมายที่จะทรงกลายเป็นเนื้อหนังมาเป็นหน่อแก่ดาวิด เพื่อพระองค์จะทรงเป็นความชอบธรรมของพลไพร่ของพระองค์. เผ่าพันธุ์ที่ชั่วร้ายของชาวอิสราเอลจึงสามารถรับการฟื้นสภาพโดยมีพื้นฐานอยู่บนการเสด็จมาของพระคริสต์ในฐานะพระยะโฮวามาเป็นความชอบธรรมของพวกเขา. ในที่สุด ชาวอิสราเอลจะทำให้พระคริสต์ผู้เป็นความชอบธรรมของพวกเขาปรากฏเป็นที่ประจักษ์ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางของเขา (สิ่งที่เขาเป็น) และการแพร่หลายของเขา (การสำแดงของเขา). การปรากฏเป็นที่ประจักษ์นี้จะสำเร็จสุดยอดในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ (วว.21:12).
ยรม. 23:6 3 คำว่า “ของเรา” ในที่นี้บ่งชี้ว่าพระคริสต์ทรงกลายเป็นหนึ่งกับเราเพื่อมาเป็นความชอบธรรมของเรา (1กธ.1:30; 2กธ.5:21). พระคริสต์ทรงถูกทำให้เป็นความชอบธรรมของเราโดยมีการไถ่ของพระองค์เป็นพื้นฐาน. ในฐานะหน่อแห่งความชอบธรรม (ข้อ 5) พระคริสต์ได้เสด็จมาในเนื้อหนังในฐานะพงศ์พันธุ์ของดาวิดเพื่อจะทรงตายบนกางเขนและหลั่งพระโลหิตของพระองค์เพื่อจะชะล้างความบาปของเราและสำเร็จการไถ่ (อฟ.1:7; ฮร.9:22; 1ปต.1:18-19). เมื่อมีการไถ่ของพระองค์เป็นพื้นฐาน เราจึงสามารถเชื่อเข้าสู่พระองค์เพื่อจะต้อนรับการอภัยจากพระเจ้า (กจ.10:43) และพระเจ้าก็สามารถโปรดให้เราชอบธรรม (รม.3:24, 26), ทำให้พระคริสต์เป็นความชอบธรรมของเรา และนำเสื้อคลุมแห่งความชอบธรรมมาสวมให้เรา (ยซย.61:10). เรื่องนี้เปิดทางให้พระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้าตรีเอกภาพ (กซ.2:9) เสด็จเข้าสู่เรามาเป็นชีวิตของเรา (กซ.3:4ก), กฎแห่งชีวิตที่อยู่ภายในของเรา (ยรม.31:33) และทุกสิ่งของเรา เพื่อจะแจกจ่ายตัวของพระองค์เข้าสู่ทั้งตัวของเรา ซึ่งจะทำให้แผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้าได้สำเร็จสมบูรณ์.
ยรม. 23:7 ก ยรม.16:14-15
ยรม. 23:8 ก ยรม.23:3; ยซย.43:5-6
ยรม. 23:14 ก พบญ.32:32; ยซย.1:9-10; วว.11:8
ยรม. 23:15 ก ยรม.9:15
ยรม. 23:15 ข วว.8:11
ยรม. 23:16 1 หรือ รูปเคารพ.
ยรม. 23:19 ก ข้อ 19-20: ยรม.30:23-24
ยรม. 23:24 ก บพส.139:7; อมศ.9:2-3
ยรม. 23:28 1 พระคำของพระเจ้าที่ออกมาจากยิระมะยาเป็นเมล็ดข้าว เป็นอาหารสำหรับการบำรุงเลี้ยง ซึ่งประกอบด้วยธาตุแท้อันศักดิ์สิทธิ์เพื่อแจกจ่ายเข้าสู่พลไพร่ของพระองค์ แต่ถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จนั้นเป็นฟางข้าว เป็นแกลบ.
ยรม. 23:29 1 ในด้านบวก พระคำของพระเจ้าเป็นเหมือนเมล็ดข้าว (ข้อ 28) ที่แจกจ่ายพระเจ้าเป็นชีวิตเข้าสู่เราเพื่อบำรุงเลี้ยงเรา. ในด้านลบ พระคำเป็นเหมือนไฟที่เผาผลาญเราและหลายสิ่งที่เราไว้วางใจ และพระคำก็เป็นเหมือนค้อนที่ทุบทำลายตัวเอง, ชีวิตธรรมชาติ, เนื้อหนัง, ราคะตัณหา และทัศนคติของเรา.
ยรม. 23:29 ก ยรม.5:14; 20:9
ยรม. 23:30 1 ยิระมะยาเป็นผู้เผยพระวจนะที่แท้จริงซึ่งได้รับพระคำจากพระเจ้า. แม้ว่าจะมีผู้เผยพระวจนะที่แท้จริงคนอื่นๆ ด้วย (เทียบ 25:4) แต่ผู้เผยพระวจนะส่วนใหญ่ในยูดานั้นเป็นผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ. ผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จเหล่านี้ไม่มีทางได้รับพระคำของพระยะโฮวา ดังนั้นพวกเขาจึงฟังถ้อยคำของผู้ที่พูดเพื่อพระเจ้า แล้วขโมยพระคำของพระยะโฮวาที่ผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นกล่าว. พวกเขาแสร้งทำเป็นว่าตนเองได้รับการเปิดเผยนี้จากพระเจ้า และแสร้งทำเป็นว่าถ้อยคำที่พวกเขาพูดนั้นเป็นของตนเอง.
สารบัญ