การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ยิระมะยา บทที่ 2

II. ความบาปแห่งการล่วงละเมิดของอิสราเอลที่มีต่อพระยะโฮวาและการลงโทษของพระยะโฮวาที่มีต่ออิสราเอล
2:1—45:5
1. ความชั่วร้ายสองประการของอิสราเอล — การละทิ้งพระยะโฮวาผู้เป็นต้นน้ำของน้ำที่มีชีวิต และการสกัดอ่างน้ำแตกไว้สำหรับตนเอง
2:1—3:5
ยรม. 2:1 พระคำของพระยะโฮวามาถึงข้าพเจ้าว่า
ยรม. 2:2 จงไปร้องกรอกหู[ชาว]กรุงเยรูซาเล็มเถิดว่า พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า เราระลึกถึงความเอ็นดูรักใคร่ในกวัยสาวของเจ้า ขความรักในยามที่เจ้าจะ1สมรส เมื่อเจ้าได้คติดตามเราไปในป่ากันดาร ในดินแดนที่ไม่ได้ปลูกหว่าน.
ยรม. 2:3 อิสราเอลนั้นกแยกบริสุทธิ์ต่อพระยะโฮวา เป็นขผลสุกงอมรุ่นแรกใน1การเก็บเกี่ยวของพระองค์ ทุกคนที่กินผลนั้นก็ผิด เหตุร้ายจึงมาถึงพวกเขา พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 2:4 จงฟังพระคำของพระยะโฮวา โอ วงศ์วานของยาโคบและทุกตระกูลในวงศ์วานของอิสราเอลเอ๋ย.
ยรม. 2:5 พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า บรรพบุรุษของเจ้าพบความบาปชั่วอะไรในเราเล่า? เขาจึงห่างเหินจากเรา และไปดำเนินตาม1กสิ่งอนิจจังและได้กลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์?
ยรม. 2:6 เขาทั้งหลายไม่ได้กล่าวว่า พระยะโฮวาทรงอยู่ที่ไหน ผู้ได้ทรงกนำเราขึ้นมาจากดินแดนอียิปต์ ผู้ได้ทรงนำเราผ่านป่ากันดาร ผ่านดินแดนแห้งแล้งและหลุมบ่อ ผ่านดินแดนกันดารและมีเงาแห่งความตาย ผ่านดินแดนที่ไม่มีใครผ่านไปได้ และไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ที่นั่น?
ยรม. 2:7 และเราได้นำพวกเจ้าเข้ามาในกดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อรับประทานผลและบรรดาสิ่งดีที่อยู่ในนั้น แต่เมื่อเจ้าเข้ามา เจ้าได้ทำให้แผ่นดินของเราเป็นมลทิน และทำให้มรดกของเราเป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียน.
ยรม. 2:8 พวกปุโรหิตไม่ได้กล่าวว่า พระยะโฮวาทรงอยู่ที่ไหน? คนเหล่านั้นที่กำกับดูแลกฎบัญญัติไม่รู้จักเรา บรรดาผู้เลี้ยงก็ได้ล่วงละเมิดเรา พวกผู้เผยพระวจนะได้พยากรณ์โดยพระบาละ และติดตามสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์.
ยรม. 2:9 เพราะฉะนั้น เราจึงยังคงโต้แย้งกับเจ้า พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ เราจะโต้แย้งกับลูกหลานของเจ้า.
ยรม. 2:10 จงข้ามไปยังชายฝั่งคิททิมแล้วมองดู หรือใช้[คน]ไปยังเมืองเคดาร แล้วให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ดูว่า[เคย]มีอย่างนี้บ้างไหม.
ยรม. 2:11 มีชนชาติใด[เคย]แลกเปลี่ยนพระ[ของตน] แม้ว่าพระเหล่านั้นกไม่ได้เป็นพระเจ้า? แต่พลไพร่ของเราได้เอา1ขสง่าราศีของเขาไปแลกกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์.
ยรม. 2:12 โอ ฟ้าสวรรค์ทั้งหลาย จงตกตะลึงด้วยสิ่งนี้ จงหวาดกลัวและจงอ้างว้างอย่างสิ้นเชิง พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 2:13 เพราะว่าพลไพร่ของเราได้กระทำความชั่วสองประการ เขาได้ละทิ้งเราผู้เป็น1กต้นน้ำของน้ำที่มีชีวิต แล้วไปสกัด1อ่างน้ำสำหรับตนเอง ซึ่งเป็นอ่างแตกที่กักเก็บน้ำไว้ไม่ได้
ยรม. 2:14 อิสราเอลเป็นทาสหรือ? หรือเป็น[ทาส]ที่เกิดมาในบ้าน? เหตุใดเขาจึงตกเป็นเหยื่อ?
ยรม. 2:15 เหล่าสิงโตหนุ่มคำรามใส่เขา มันแผดเสียงดังมาก และพวกมันได้ทำให้ดินแดนของเขาร้างเปล่า เมืองทั้งหลายของเขาก็ถูกไฟเผา ไม่มีคนอาศัยอยู่.
ยรม. 2:16 ยิ่งกว่านั้นอีก คนโนพและคนธาฟันเฮศได้โกนกระหม่อมของเจ้าแล้ว.
ยรม. 2:17 เจ้าหาเรื่องเหล่านี้มาใส่ตัวเจ้าเองไม่ใช่หรือ โดยการละทิ้งพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า เมื่อพระองค์ทรงนำเจ้าไปตามทาง?
ยรม. 2:18 บัดนี้เจ้าได้อะไรจากการลงไปยัง1กอียิปต์ เพื่อดื่มน้ำใน2ซีโฮร? หรือเจ้าได้อะไรจากการลงไปยัง1อัสซีเรีย เพื่อดื่มน้ำใน3แม่น้ำนั้น?
ยรม. 2:19 ความชั่วของเจ้าจะตีสอนเจ้าเอง และ1ความทรยศของเจ้าจะตำหนิเจ้า เจ้าจงรู้และเห็นเถิดว่ามันเป็นความชั่วร้ายและความขมขื่นที่เจ้าได้ละทิ้งพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า และความยำเกรงเรา ไม่ได้อยู่ในเจ้าเลย องค์พระยะโฮวาเจ้าจอมพลโยธาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 2:20 เพราะว่านานมาแล้วเจ้าหักแอกของเจ้า และทำลายโซ่ตรวนของเจ้าเสีย และเจ้าได้กล่าวว่า ข้าจะไม่ปรนนิบัติ[พระยะโฮวา]! เพราะเจ้าได้นอนลง1ล่วงประเวณีบนเนินเขาสูงทุกแห่ง และใต้ต้นไม้เขียวสดทุกต้น.
ยรม. 2:21 แต่เราได้กปลูกเจ้าไว้เป็นขเถาองุ่นอย่างดี เป็นพันธุ์แท้ทั้งนั้น. แล้วทำไมเจ้าจึงหันจากเรากลายเป็นกิ่งที่เสื่อมทรามของเถาองุ่นป่าไปได้?
ยรม. 2:22 ถึงแม้ว่าเจ้าชำระตัวด้วยน้ำด่าง และใช้สบู่มาก แต่รอยเปื้อนความบาปชั่วของเจ้าก็ยังคงอยู่ต่อหน้าเรา องค์พระยะโฮวาเจ้าตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 2:23 เจ้าจะพูดได้อย่างไรว่า ข้าไม่เป็นมลทิน ข้าไม่ได้ติดตามบรรดาพระบาละไป? จงมองดูทางของเจ้าที่ในหุบเขาสิ จงสำนึกว่าเจ้าได้ทำอะไรไป. [เจ้าเป็น]เหมือนอูฐน้อยคะนองวิ่งไปมา
ยรม. 2:24 [เหมือน]ลาป่าที่คุ้นเคยกับป่ากันดาร ได้สูดลมหายใจด้วยความอยากอันรุนแรงของมัน. ใครจะหันมันจากความใคร่ของมันได้ บรรดาผู้ที่แสวงหามันจะไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย เมื่อถึงเดือน[ที่กำหนด]ของมันจะพบมันเอง.
ยรม. 2:25 อย่าไปเท้าเปล่า และอย่าให้คอแห้ง แต่เจ้ากล่าวว่า หมดหวังเสียแล้ว เพราะข้าได้รัก[พระของ]พวกต่างชาติ และข้าจะติดตามไป.
ยรม. 2:26 เมื่อโจรถูกจับมีความอับอายอย่างไร วงศ์วานของอิสราเอลก็จะอับอายอย่างนั้น ทั้งตัวเขา บรรดากษัตริย์ เจ้านาย ปุโรหิต และผู้เผยพระวจนะของเขา
ยรม. 2:27 ผู้กล่าวแก่ต้นไม้ว่า ท่านเป็นบิดาของข้าพเจ้า และกล่าวแก่ศิลาว่า ท่านคลอดข้าพเจ้ามา เพราะ[พวกเขา]ได้หันหลังให้เรา ไม่ใช่หันหน้ามา แต่เมื่อถึงเวลาลำบากเขากล่าวว่า ขอทรงลุกขึ้นช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้รอด
ยรม. 2:28 แต่บรรดากพระของเจ้าอยู่ที่ไหนเล่า ซึ่งเจ้าสร้างไว้สำหรับตัวเอง? ถ้ามันช่วยเจ้าให้รอดเมื่อถึงเวลาที่เจ้าลำบากได้ ก็ให้มันลุกขึ้น โอ ยูดาเอ๋ย เจ้ามีเมืองต่างๆ ขมากเท่าใด เจ้าก็มีพระมากเท่านั้น.
ยรม. 2:29 เจ้าทั้งหลายจะมาโต้แย้งเราทำไม? เจ้าได้ล่วงละเมิดต่อเราหมดทุกคนแล้ว พระยะโฮวาตรัสดังนี้แหละ.
ยรม. 2:30 เราได้โบยตีลูกหลานของเจ้าเสียเปล่า พวกเขาก็ไม่รับการตีสอน. ดาบของเจ้าเองได้กลืนกผู้เผยพระวจนะของเจ้า เหมือนอย่างสิงโตที่ทำลาย.
ยรม. 2:31 คนชั่วอายุนี้เอ๋ย เจ้าทั้งหลายจงคิดพิจารณาดูพระคำของพระยะโฮวา เราเป็นเหมือนป่ากันดารแก่อิสราเอลหรือ หรือเหมือนแผ่นดินที่มืดทึบ? ทำไมพลไพร่ของเราจึงกล่าวว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นอิสระ ข้าพเจ้าจะไม่มาหาพระองค์อีก?
ยรม. 2:32 สาวพรหมจารีจะลืม1เครื่องประดับของเธอได้หรือ? เจ้าสาวจะลืม1กอาภรณ์ของตนได้หรือ? แต่พลไพร่ของเราได้ขลืมเรา เป็นจำนวนวันที่2นับไม่ถ้วน.
ยรม. 2:33 เจ้าตระเตรียมทางไปเสาะหาความรักได้ดีเสียจริง! ซ้ำเจ้ายังสอนทางของเจ้าให้หญิงชั่ว.
ยรม. 2:34 ที่ชายเสื้อของเจ้ามี1โลหิตของคนจนที่ไร้ความผิดติดอยู่ เจ้าไม่ได้พบว่าพวกเขาทำการโจรกรรม แต่[เจ้าฆ่าพวกเขา]ด้วยเรื่องต่างๆ เหล่านี้.
ยรม. 2:35 เจ้าก็ยังกล่าวว่า ข้าพเจ้าไม่มีความผิด พระพิโรธของพระองค์ได้หันไปจากข้าพเจ้าแล้ว. เราจะนำเจ้าไปสู่การพิพากษา เพราะเจ้ากล่าวว่า ข้าพเจ้าไม่ได้กระทำบาป.
ยรม. 2:36 ทำไมเจ้าเที่ยวไปๆ มาๆ อย่างนั้นโดยเปลี่ยนเส้นทางของเจ้า? อียิปต์จะทำให้เจ้าอับอาย เหมือนที่อัสซีเรียทำให้เจ้าอับอายมาแล้วนั้น.
ยรม. 2:37 เช่นเดียวกันเจ้าจะออกมาจากที่นั่น โดยเอามือกุมศีรษะของเจ้าไว้ เพราะพระยะโฮวาทรงปฏิเสธละทิ้งคนเหล่านั้นที่เจ้าเชื่อพึ่ง เจ้าจะไม่ราบรื่นเพราะพวกเขา.

คำอธิบาย ยิระมะยา บทที่ 2

ยรม. 2:2 ก ยอค.16:8, 22, 60; ฮซอ.2:15
ยรม. 2:2 ข วว.2:4
ยรม. 2:2 1 หรือ การหมั้นหมาย. ในหนังสือเล่มนี้ พระเจ้าพระยะโฮวาทรงถือว่าพระองค์เป็นสามีของผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรร คืออิสราเอลผู้เป็นที่รัก และทรงถือว่าอิสราเอลเป็นภรรยาของพระองค์ (ยรม.2:2, 32; 3:1, 14; 31:32). ยิระมะยา 2:1—3:5 จึงสามารถถือได้ว่าเป็นการสนทนาระหว่างสามีกับภรรยา. ดู อซด.20:6 คำอธิบาย 2.
ยรม. 2:2 ค พบญ.2:7
ยรม. 2:3 ก อซด.19:5-6; 28:36; ซคย.14:20
ยรม. 2:3 ข เทียบ ยก.1:18; วว.14:4
ยรม. 2:3 1 หรือ การเพิ่มพูน; เป็นผลผลิตจากแผ่นดิน. พระเจ้าทรงได้รับผลเก็บเกี่ยวจากแผ่นดินเป็นผลผลิต และอิสราเอลเป็นผลสุกงอมรุ่นแรกของผลผลิตนี้. พระเจ้าทรงให้ความล้ำค่ากับอิสราเอลว่าเป็นสิ่งแยกบริสุทธิ์แด่พระองค์ เป็นผลสุกงอมรุ่นแรกในผลเก็บเกี่ยวจากท้องทุ่งของพระองค์.
ยรม. 2:5 ก 2พกษ.17:15; ยนา.2:8
ยรม. 2:5 1ก ชี้ถึงรูปเคารพ. อิสราเอลได้ทำให้ตนเองกลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ สิ่งที่ว่างเปล่า เพราะเหตุการกราบไหว้รูปเคารพ.
ยรม. 2:6 ก อซด.13:21; 14:30; พบญ.8:14-15; ยซย.63:9, 11-13; ฮซอ.13:4
ยรม. 2:7 ก อฤธ.13:27; 14:7-8; พบญ.8:7-9
ยรม. 2:11 ก บพส.115:4; ยซย.37:19; ยรม.16:20; ฆต.4:8
ยรม. 2:11 ข บพส.106:20; ลก.2:32; รม.1:23
ยรม. 2:11 1ข อิสราเอลได้แลกเปลี่ยนความจริงแท้แห่งพระเจ้าของพวกเขา ซึ่งเป็นสง่าราศีของพวกเขากับความอนิจจังของรูปเคารพ (เทียบ รม.1:23-25).
ยรม. 2:13 1 หนังสือยิระมะยาเป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยการตรัสเกี่ยวกับความบาปแห่งการล่วงละเมิดของชาวอิสราเอล อีกทั้งพระพิโรธ, การเฆี่ยนตี, และการลงโทษของพระเจ้า ซึ่งได้เปิดเผยว่าความมุ่งหมายของพระเจ้าที่อยู่ในแผนการบริหารของพระองค์คือการเป็นต้นน้ำ เป็นแหล่งกำเนิดของน้ำที่มีชีวิต เพื่อแจกจ่ายตัวของพระองค์เองเข้าสู่ผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรร ให้พวกเขาได้อิ่มหนำและรับสุข. เป้าหมายของการรับสุขนี้ก็เพื่อก่อกำเนิดคริสตจักร ซึ่งเป็นคู่ครองของพระเจ้ามาเป็นการเพิ่มพูนของพระเจ้า เป็นการขยายใหญ่ขึ้นของพระเจ้าจนกลายเป็นความบริบูรณ์ของพระเจ้าเพื่อการสำแดงของพระองค์ (ยฮ.3:29-30; อฟ.3:16-19, 21). นี่คือพระทัยปรารถนา เป็นความชอบพระทัยอันดีงามของพระเจ้าในแผนการบริหารของพระองค์ (อฟ.1:5, 9; 3:9-11). แนวคิดซึ่งได้ถูกหว่านเป็นเมล็ดพันธุ์ในข้อนี้มีการพัฒนาที่ครบบริบูรณ์อยู่ในพันธสัญญาใหม่ (ยฮ.4:10, 14; 7:37-39; 1กธ.10:4; 12:13; วว.22:1, 17). ชาวอิสราเอลควรได้ดื่มจากพระเจ้าผู้เป็นต้นน้ำของน้ำที่มีชีวิต เพื่อพวกเขาจะกลายเป็นการเพิ่มพูนของพระองค์มาสำแดงพระองค์ แต่พวกเขากลับกระทำความชั่วสองประการ: พวกเขาละทิ้งพระเจ้าผู้เป็นต้นน้ำ เป็นแหล่งกำเนิดของเขา และพวกเขาหันไปยังแหล่งกำเนิดอื่นนอกเหนือจากพระเจ้า. ความชั่วสองประการนี้ได้กำกับหนังสือยิระมะยาทั้งเล่ม. การสกัดอ่างเป็นภาพบรรยายถึงการเหน็ดเหนื่อยตรากตรำของชาวอิสราเอลที่ใช้การตรากตรำของมนุษย์มาสร้างบางสิ่ง (รูปเคารพ) ขึ้นแทนที่พระเจ้า. การที่อ่างน้ำนั้นแตกและเก็บกักน้ำไว้ไม่ได้บ่งชี้ว่า นอกเหนือจากตัวของพระเจ้าเองผู้เป็นน้ำที่มีชีวิตที่ได้แจกจ่ายเข้าสู่ภายในเราแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดสามารถดับความกระหายของเราและทำให้เรากลายเป็นการเพิ่มพูนของพระเจ้าเพื่อการสำแดงของพระองค์ (ยฮ.4:13–14).
ยรม. 2:13 ก บพส.36:9; ยรม.17:13; ยฮ.4:14; 19:34; วว.7:17
ยรม. 2:18 1 ชาวอิสราเอลแสวงหาและเชื่อพึ่งในความช่วยเหลือของชาวอียิปต์และชาวอัสซีเรีย (ความช่วยเหลือของมนุษย์) แทนที่จะแสวงหาและเชื่อพึ่งในพระพรของพระเจ้า (ข้อ 17-18, 36; ยซย.31:3).
ยรม. 2:18 ก ยซย.30:1-2
ยรม. 2:18 2 ชี้ถึงแม่น้ำไนล์.
ยรม. 2:18 3 หรือ แม่น้ำยูเฟรติส.
ยรม. 2:19 1 การทรยศเป็นเรื่องของการละทิ้งทางของพระเจ้าและเลือกเดินอีกทางหนึ่งเพื่อติดตามสิ่งอื่นนอกเหนือจากพระเจ้า. นี่คือการละทิ้งพระเจ้าและหันไปหารูปเคารพ (ข้อ 13).
ยรม. 2:20 1 ในฐานะภรรยาของพระยะโฮวา อิสราเอลได้ละทิ้งความบริสุทธิ์ของตนไปทำการล่วงประเวณีโดยการกราบไหว้รูปเคารพ. ในการทำเช่นนี้ เธอจึงมีหน้าผากของหญิงแพศยาและปฏิเสธที่จะรู้สึกละอาย (ข้อ 20, 23-25; 3:1-3).
ยรม. 2:21 ก อซด.15:17; บพส.44:2; ยซย.5:1-2; มธ.21:33
ยรม. 2:21 ข ยฮ.15:1
ยรม. 2:28 ก พบญ.32:37; วนฉ.10:14
ยรม. 2:28 ข ยรม.11:13
ยรม. 2:30 ก นฮย.9:26; 1ธซ.2:15
ยรม. 2:32 1 ถ้อยคำเกี่ยวกับเครื่องประดับและอาภรณ์นี้บ่งชี้ว่าพระเจ้าทรงเป็นเครื่องประดับและอาภรณ์ของเรา กล่าวคือพระองค์ทรงเป็นความงดงามของเรา. แม้พระเจ้าจะทรงเป็นความงดงามของอิสราเอล แต่อิสราเอลกลับลืมพระองค์เสีย.
ยรม. 2:32 ก เทียบ วว.21:2
ยรม. 2:32 ข บพส.106:21; ยรม.13:25; ฮซอ.8:14
ยรม. 2:32 2 การที่อิสราเอลละทิ้งพระเจ้าแล้วหันไปหารูปเคารพและการที่พวกเขาละเมิดพระบัญญัติของพระเจ้านั้นเริ่มต้นเมื่อพวกเขากราบไหว้ลูกโคทองคำที่ภูเขาซีนาย (อซด.32:1-6). ต่อมา เมื่อโมเซกล่าวซ้ำกฎบัญญัติอันศักดิ์สิทธิ์ เขาได้กำชับอิสราเอลเป็นพิเศษว่า เมื่อพวกเขาเข้าสู่แผ่นดินงามแล้ว พวกเขาจะต้องรื้อถอนรูปเคารพ ทำลายสถานที่กราบไหว้รูปเคารพ และสังหารผู้ที่กราบไหว้รูปเคารพ (พบญ.7:2, 5). อย่างไรก็ตาม ชาวอิสราเอลไม่ได้เชื่อฟังพระบัญญัติที่ให้ทำลายผู้ที่กราบไหว้รูปเคารพจนหมดสิ้น. ผลลัพธ์ทำให้พวกเขาไม่สามารถถือครองแผ่นดินงามได้อย่างครบบริบูรณ์ และมีสงครามเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าระหว่างอิสราเอลกับชนชาติในดินแดนนั้น. หลังจากที่ดาวิดได้ทำสงครามกับผู้ที่อาศัยในดินแดนนั้นทั้งหมดและได้รับแผ่นดินมาเกือบทั้งหมดแล้ว อีกทั้งซะโลโมบุตรชายของเขาได้ก่อสร้างพระวิหารขึ้นราว 1000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ทว่าในวัยชราของเขา ซะโลโมได้ถูกภรรยาชาวต่างชาติของเขาชักนำไปสู่การกราบไหว้รูปเคารพ (1พกษ.11:1-8). ลูกหลานเกือบทั้งหมดของเขายังคงสานต่อการทรยศของเขา. ในที่สุด การกราบไหว้รูปเคารพของอิสราเอลและการละเมิดกฎบัญญัติของพวกเขาก็ถึงจุดสูงสุดในสมัยของยิระมะยา. ในเวลานั้น อิสราเอลอยู่ในช่วงอาทิตย์อัสดงแห่งการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์. เทียบ วนฉ.2:12 คำอธิบาย 1.
ยรม. 2:34 1 แปลตามตรงคือ โลหิตแห่งชีวิต.
สารบัญ