ยิระมะยา บทที่ 11
6. การละเมิดพันธสัญญาของอิสราเอล (ในความเป็นจริงคือยูดา) ที่มีต่อพระยะโฮวา
11:1—13:27
11:1—13:27
ยรม.
11:1 พระคำมาจากพระยะโฮวาถึงยิระมะยาว่า
ยรม.
11:2 เจ้าจงฟังถ้อยคำในพันธสัญญานี้เถิด และจงกล่าวแก่คนยูดาและผู้ที่อาศัยในกรุงเยรูซาเล็ม.
ยรม.
11:3 เจ้าจงกล่าวแก่เขาว่า พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า ให้คนที่ไม่เชื่อฟังถ้อยคำใน1พันธสัญญานี้ถูกแช่งเถิด
ยรม.
11:4 คือพันธสัญญาที่เราบัญชาแก่บรรพบุรุษของพวกเจ้า ในวันที่เราได้นำพวกเขาออกมาจากดินแดนอียิปต์ จากกเตาเหล็ก และกล่าวแก่เขาว่า จงฟังเสียงของเรา และจงทำทุกอย่างที่เราบัญชาเจ้าไว้ แล้วเจ้าจะเป็นพลไพร่ของเรา และขเราจะเป็นพระเจ้าของเจ้า
ยรม.
11:5 เพื่อเราจะทำให้สำเร็จตามกคำปฏิญาณซึ่งเราได้ปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของเจ้าว่า เราจะให้ดินแดนซึ่งขไหลล้นไปด้วยน้ำนมและน้ำผึ้งแก่เขาอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้. แล้วข้าพเจ้าจึงทูลตอบว่า ข้าแต่พระยะโฮวา คเอเมน
ยรม.
11:6 และพระยะโฮวาตรัสกับข้าพเจ้าว่า จงป่าวร้องถ้อยคำทั้งหมดนี้ในเมืองต่างๆ ของยูดาและตามถนนของเยรูซาเล็มว่า จงฟังถ้อยคำแห่งพันธสัญญานี้และประพฤติตาม.
ยรม.
11:7 เพราะเราได้กล่าวตักเตือนอย่างเคร่งขรึมต่อบรรพบุรุษของเจ้า เมื่อเรานำพวกเขาขึ้นมาจากดินแดนอียิปต์ ได้กตื่นแต่เช้ามืดมาตักเตือนเขาแม้จนถึงทุกวันนี้ กล่าวว่า จงฟังเสียงของเรา.
ยรม.
11:8 พวกเขาก็ไม่เชื่อฟังหรือเงี่ยหูฟัง แต่ทุกคนดำเนินตามความดื้อรั้นแห่งใจที่ชั่วร้ายของเขา ดังนั้นเราได้บัญชาให้[เขา]กระทำตามพันธสัญญานี้ แต่เขาไม่ได้ทำตามนั้น เราจึงให้ถ้อยคำสาปแช่งทุกอย่างของพันธสัญญานี้มาตกเหนือเขา.
ยรม.
11:9 พระยะโฮวาตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า มีการคิดกบฏท่ามกลางคนยูดาและผู้ที่อาศัยในกรุงเยรูซาเล็ม.
ยรม.
11:10 พวกเขาได้หันกลับไปหาความบาปชั่วแห่งบรรพบุรุษของเขา ผู้ปฏิเสธไม่ยอมฟังถ้อยคำของเรา เขาติดตามพระอื่นๆ ไป และปรนนิบัติพระเหล่านั้น. วงศ์วานอิสราเอลและวงศ์วานยูดาได้1ละเมิดกพันธสัญญาของเรา ซึ่งเราตั้งขึ้นต่อบรรพบุรุษของเขา.
ยรม.
11:11 เพราะฉะนั้น พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า เราจะนำ1เหตุร้ายมาเหนือเขา ซึ่งเขาหนีไม่พ้น ถึงเขาจะร้องทุกข์ต่อเรา เราก็จะไม่ฟังเขา.
ยรม.
11:12 แล้วเมืองต่างๆ ของยูดาและผู้ที่อาศัยในกรุงเยรูซาเล็มจะไปร้องทุกข์ต่อพระต่างๆ ซึ่งพวกเขาได้เผาเครื่องหอมถวายนั้น แต่พระเหล่านั้นช่วยเขาในเวลาที่ลำบากไม่ได้.
ยรม.
11:13 โอ ยูดาเอ๋ย กพระทั้งหลายของเจ้าก็มากเท่ากับบรรดาเมืองของเจ้า และตามจำนวนถนนในกรุงเยรูซาเล็ม เจ้าได้ตั้งแท่นบูชาถวายสิ่งที่อับอาย คือแท่นสำหรับเผาเครื่องหอมถวายแก่พระบาละ.
ยรม.
11:14 เพราะฉะนั้น เจ้าเองอย่ากอธิษฐานเพื่อพลไพร่นี้ อย่าร้องขอขึ้นหรืออธิษฐานเพื่อพวกเขา เพราะเราจะไม่ฟังเมื่อเขาร้องต่อเราในเวลาที่เขาลำบาก.
ยรม.
11:15 กผู้เป็นที่รักของเรามาทำอะไรในนิเวศน์ของเราเล่า ในเมื่อนางได้ทำการชั่วช้าลามกมากมายและเนื้ออันบริสุทธิ์ได้พ้นไปจากเจ้าแล้ว? เมื่อเจ้ากระทำชั่ว เจ้าจึงชื่นชมยินดี.
ยรม.
11:16 พระยะโฮวาทรงเคยเรียกชื่อเจ้าว่า กต้นมะกอกเทศเขียวสดรูปร่างงดงามด้วยผลอย่างดี แต่พระองค์ทรงก่อไฟเผามันเสียด้วยเสียงดังสนั่น และกิ่งทั้งหลายของมันถูกทำลายเสียหมด.
ยรม.
11:17 พระยะโฮวาจอมพลโยธาผู้ทรงกปลูกเจ้าได้ทรงประกาศเหตุร้ายให้ตกแก่เจ้า เพราะความชั่วช้าซึ่งวงศ์วานอิสราเอลและวงศ์วานยูดาได้กระทำเพื่อตัวเองนั้นได้ยั่วยุให้เราโกรธโดยการเผาเครื่องหอมถวายแก่พระบาละ.
ยรม.
11:18 พระยะโฮวาทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าและข้าพเจ้าก็รู้ พระองค์ทรงสำแดงการประพฤติของเขาแก่ข้าพเจ้า.
ยรม.
11:19 ข้าพเจ้าเป็นเหมือนกลูกแกะอ่อนโยนตัวหนึ่ง ซึ่งถูกจูงไปฆ่า ข้าพเจ้าไม่ทราบเลยว่าพวกเขาได้ออกอุบายต่อสู้ข้าพเจ้า [โดยกล่าวว่า] ให้เราทำลายต้นไม้กับผลของมันเสียด้วย ให้เราตัดเขาออกเสียจากแดนคนเป็น เพื่อชื่อของเขาจะไม่เป็นที่ระลึกถึงอีกเลย
ยรม.
11:20 กแต่ โอ พระยะโฮวาจอมพลโยธาผู้ทรงพิพากษาอย่างชอบธรรมผู้ทรงขทดสอบทั้งส่วนต่างๆ ทางภายในและใจ ขอให้ข้าพเจ้าแลเห็น1การแก้แค้นของพระองค์ตกแก่พวกเขา เพราะข้าพเจ้าได้เผยมูลเหตุของข้าพเจ้าไว้กับพระองค์แล้ว.
ยรม.
11:21 เพราะฉะนั้น พระยะโฮวาตรัสดังนี้เกี่ยวกับคนอะนาโธทผู้แสวงหาชีวิตของเจ้า และกล่าวแก่เจ้าว่า อย่าเผยพระวจนะในพระนามของพระยะโฮวา เพื่อเจ้าจะไม่ต้องตายด้วยมือของพวกเรา
ยรม.
11:22 เพราะฉะนั้นพระยะโฮวาจอมพลโยธาตรัสว่า ดังนั้น เราจะลงโทษเขาทั้งหลาย พวกคนหนุ่มจะตายด้วยดาบ บรรดาบุตรชายและบุตรหญิงของเขาจะตายด้วยการกันดารอาหาร
ยรม.
11:23 และจะไม่มีใครเหลือเลย เพราะเราจะนำเหตุร้ายมาสู่คนอะนาโธทในปีแห่งการลงโทษพวกเขา.
คำอธิบาย ยิระมะยา บทที่ 11
ยรม.
11:3 1 พันธสัญญาระหว่างพระยะโฮวากับอิสราเอล ซึ่งเรียกว่าพันธสัญญาแรกและยังเรียกว่าพันธสัญญาเดิมนั้น (ฮร.8:7, 13) คือพันธสัญญาแห่งกฎบัญญัติของพระบัญญัติสิบประการ (อซด.20:1—24:8). กฎบัญญัติเองนั้นเป็นสิ่งบริสุทธิ์, ชอบธรรม, ดี และอยู่ฝ่ายวิญญาณ (รม.7:12, 16, 14ก) แต่กฎบัญญัติกลับอ่อนแอลงเพราะเนื้อหนังของมนุษย์ (รม.8:3ก). กฎบัญญัติของพระบัญญัติสิบประการถูกประทานมาเพื่อทดสอบมนุษย์และเปิดโปงนิสัยและสภาพการณ์ที่แท้จริงของมนุษย์ (รม.3:20ข; 5:20ก; 7:7ข). อิสราเอลได้ล้มเหลวภายใต้การทดสอบของกฎบัญญัติ พวกเขาควรได้เรียนรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถถือรักษากฎบัญญัติได้ และพวกเขาไม่อาจมีความชอบธรรมได้โดยกฎบัญญัติ (รม.8:3ก; 9:31; 10:3). อีกทั้งพวกเขาควรได้รู้ว่าพวกเขาต้องการพระคริสต์มาเป็นพระยะโฮวาในฐานะที่ทรงเป็นความชอบธรรมของพวกเขา (23:6ข; 33:16ข; 1กธ.1:30) และพวกเขาต้องมีชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์พร้อมด้วยกฎบัญญัติของชีวิตนี้ในพันธสัญญาใหม่ของพระเจ้า (31:31-34; ฮร.8:8-12; 10:16-17).
ยรม.
11:4 ก พบญ.4:20; 1พกษ.8:51
ยรม.
11:4 ข ยรม.7:23
ยรม.
11:5 ก พบญ.7:12-13; บพส.105:9-11
ยรม.
11:5 ข อซด.3:8
ยรม.
11:5 ค 1พกษ.1:36; 1คนก.16:36; นฮย.5:13; 8:6; บพส.106:48; ยรม.28:6; 1กธ.14:16
ยรม.
11:7 ก ยรม.7:13
ยรม.
11:10 1 ชาวอิสราเอลได้ละเมิดพันธสัญญาแห่งกฎบัญญัติโดยการนมัสการรูปเคารพของพวกเขา (ข้อ 10ข, 13, 15ก, 17ข; 13:10ข, 27ก) และโดยการประพฤติชั่วของพวกเขาด้วย (ข้อ 8, 10ก, 19; 12:4ก). พวกเขาได้ลบล้างกฎบัญญัติไปอย่างสิ้นเชิงโดยสองสิ่งนี้ ทำให้กฎบัญญัติไร้ประสิทธิภาพไปสำหรับพวกเขา. ดู 5:1 คำอธิบาย 1.
ยรม.
11:10 ก พบญ.31:16; ยรม.31:32
ยรม.
11:11 1 แม้ว่าความมุ่งหมายของพระเจ้าในการประทานกฎบัญญัติแก่ชาวอิสราเอลนั้นคือการทดสอบและเปิดโปงพวกเขา แต่พระองค์ยังคงจำเป็นต้องลงโทษพวกเขาเพื่อเห็นแก่ความชอบธรรมและความบริสุทธิ์ของพระองค์.
ยรม.
11:13 ก ยรม.2:28
ยรม.
11:14 ก อซด.32:10; ยรม.7:16; 14:11; 1ยฮ.5:16
ยรม.
11:15 ก ยรม.12:7
ยรม.
11:16 ก บพส.52:8; รม.11:17, 24
ยรม.
11:17 ก ยซย.5:2; ยรม.2:21
ยรม.
11:19 ก ยซย.53:7
ยรม.
11:20 ก ยรม.20:12
ยรม.
11:20 ข 1คนก.28:9; 29:17; บพส.7:9; วว.2:23
ยรม.
11:20 1 คำอธิษฐานของยิระมะยาที่ขอให้มีการแก้แค้นนั้นขัดแย้งกับคำสอนในพันธสัญญาใหม่ ซึ่งบอกให้เรารักศัตรูของเราและอธิษฐานเผื่อผู้ที่ข่มเหงเรา (มธ.5:44). เทียบ บพส.3:7 คำอธิบาย 1.