การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ยะซายา บทที่ 9

6. การเปิดเผยของพระคริสต์ในฐานะเป็นความสว่างที่ยิ่งใหญ่และองค์ผู้มหัศจรรย์ ซึ่งเป็นผลมาจากการลงโทษของพระยะโฮวาที่มีต่ออาณาจักรอิสราเอลและการพิพากษาที่พระองค์มีต่ออัสซีเรีย
9:1—10:34
(1) การเปิดเผยของพระคริสต์ในฐานะเป็นความสว่างที่ยิ่งใหญ่
9:1–5
ยซย. 9:1 แต่ความมืดมนจะไม่คงอยู่ในสถานที่ซึ่งเคยมีความทุกข์ระทม: ในกาลก่อนพระองค์ทรงให้กดินแดนซะบูโลนและดินแดนขนัฟธาลีเป็นที่ดูหมิ่น แต่ในภายหลัง พระองค์จะทรงทำให้หนทางฝั่ง1ทะเลฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้น คือฆาลิลายของพวกต่างชาตินั้นได้รับสง่าราศี.
ยซย. 9:2 พลไพร่ที่ดำเนินในกความมืดได้เห็น1ขความสว่างยิ่งใหญ่ บรรดาคนที่อาศัยอยู่ในดินแดนของคเงาแห่งความตายก็มี1ความสว่างส่องมาถึงเขาทั้งหลายแล้ว.
ยซย. 9:3 พระองค์ทรง1กเพิ่มทวีจำนวนคนในประชาชาตินั้นขึ้น พระองค์ทรงเพิ่มพูนความชื่นบานของพวกเขา เขาทั้งหลายมีความชื่นบานต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ดั่งความชื่นบานในฤดูเกี่ยวเก็บ ดั่ง[คน]ชื่นชมยินดีเมื่อเขาแบ่งของริบให้แก่กัน.
ยซย. 9:4 เพราะว่าแอกอันเป็นภาระของเขาก็ดี ไม้เท้าบนบ่าเขาก็ดี คทาของผู้กดขี่เขาก็ดี พระองค์ทรงหักเสียเหมือนอย่างในวันของ1กคนมิดยาน.
ยซย. 9:5 เพราะรองเท้าทุกคู่ของนักรบที่กระทืบในสงครามจนสั่นสะเทือน และเสื้อคลุมทุกตัวที่เกลือกอยู่ในกโลหิต จะถูกเผาเป็นเชื้อเพลิงใส่ขไฟ.
(2) การเปิดเผยของพระคริสต์ในฐานะองค์มหัศจรรย์
9:6-7
ยซย. 9:6 ด้วยมี1ทารกคนหนึ่งกเกิดมา2เพื่อเรา 1บุตรคนหนึ่งขประทาน2แก่เรา และ3การปกครองจะอยู่บนบ่าของท่าน และเขาจะเรียกนามของท่านว่า 4คที่ปรึกษาองค์มหัศจรรย์, 5งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์, 5จพระบิดาองค์นิรันดร์, และ6ฉองค์สันติราช.
ยซย. 9:7 การเพิ่มพูนขึ้นของ1การปกครองและ1สันติสุข[ของพระองค์]จะกไม่มีที่สิ้นสุด บน2ขพระที่นั่งของดาวิด และเหนืออาณาจักรของพระองค์ เพื่อจะสถาปนาและค้ำชูมันไว้ในความยุติธรรมและความชอบธรรม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนนิรันดร์กาล. คความร้อนรนของพระยะโฮวาจอมพลโยธาจะทำสำเร็จการนี้.
(3) การลงโทษของพระยะโฮวาที่มีต่ออาณาจักรอิสราเอล
9:8—10:4
ยซย. 9:8 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้พระคำไปต่อสู้1ยาโคบ และจะตกอยู่เหนือ1อิสราเอล.
ยซย. 9:9 พลไพร่ทั้งหมดจะรู้เรื่อง คือเอ็ฟรายิมและผู้ที่อาศัยอยู่ในซะมาเรีย ผู้กล่าวด้วยความเย่อหยิ่งและด้วยใจจองหองว่า
ยซย. 9:10 ก้อนอิฐทั้งหลายพังลงแล้ว แต่เราจะสร้างด้วยศิลาสกัด ต้นซุกะโมรถูกโค่นลง แต่เราจะทดแทนด้วยต้นสนสีดาร์.
ยซย. 9:11 พระยะโฮวาจึงทรงยกชูปฏิปักษ์ของระซีนมาสู้เขาทั้งหลาย และทรงกระตุ้นพวกศัตรูของเขา.
ยซย. 9:12 คนอารัมทางตะวันออกและคนฟะลิศตีมทางตะวันตก: พวกเขาอ้าปากออกกลืนกินอิสราเอลเสีย. ถึงกระนั้นก็ดี พระพิโรธของพระองค์ก็ยังไม่ได้หันกลับ และพระหัตถ์ของพระองค์ยังเหยียดออกอยู่.
ยซย. 9:13 พลไพร่ก็ยังกไม่ได้หันมาหาพระองค์ผู้ทรงตีพวกเขา และไม่ได้แสวงหาพระยะโฮวาจอมพลโยธา.
ยซย. 9:14 ฉะนั้นพระยะโฮวาจึงทรงตัดหัวตัดหางออกเสียจากอิสราเอล ทั้งกิ่งอินทผลัมและต้นอ้อเล็กกในวันเดียว.
ยซย. 9:15 ผู้อาวุโสและคนมีตำแหน่งสูงคือหัว ส่วนผู้เผยพระวจนะ[และ]ผู้สอนเท็จคือหาง.
ยซย. 9:16 พวกคนที่นำพลไพร่นี้ได้นำ[เขาทั้งหลาย]ให้กหลง และคนที่ถูกพวกเขานำมาก็สับสนวุ่นวาย.
ยซย. 9:17 ฉะนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงชื่นชมยินดีในพวกคนหนุ่มของเขา และไม่ทรงพระกรุณาลูกกำพร้าหรือหญิงม่ายของเขา เพราะว่าทุกคนล้วนดูหมิ่นพระเจ้าและเป็นคนทำความชั่ว และปากทุกปากก็กล่าวคำโฉดเขลา ถึงกระนั้นก็ดี พระพิโรธของพระองค์ก็ยังไม่ได้หันกลับ และพระหัตถ์ของพระองค์ยังเหยียดออกอยู่.
ยซย. 9:18 เพราะความชั่วก็ไหม้เหมือนไฟไหม้ มันผลาญทั้งต้นหนามและหญ้าหนาม มันจุดไฟเข้าไปที่พุ่มไม้ของป่าทึบ แล้วป่าก็ม้วนขึ้นข้างบน[กลายเป็น]เสาควัน.
ยซย. 9:19 เพราะพระพิโรธของพระยะโฮวาจอมพลโยธา แผ่นดินนั้นก็ถูกเผา และพลไพร่ก็เหมือนเชื้อเพลิง ไม่มีใครไว้ชีวิต[กระทั่ง]พี่น้องของตน.
ยซย. 9:20 เขาตัดด้านขวา แต่ยังหิวอยู่ [เขา]กินด้านซ้ายแต่ก็ยังไม่อิ่ม. ต่างก็กินเนื้อจากแขนของตนเอง.
ยซย. 9:21 มะนาเซกินเอ็ฟรายิม เอ็ฟรายิมกินมะนาเซ และทั้งคู่ก็ต่อสู้กับยูดา. ถึงกระนั้นก็ดี พระพิโรธของพระองค์ก็ยังไม่ได้หันกลับ และพระหัตถ์ของพระองค์ยังเหยียดออกอยู่.

คำอธิบาย ยะซายา บทที่ 9

ยซย. 9:1 ก ข้อ 1ข-2: มธ.4:15-16
ยซย. 9:1 ข 2พกษ.15:29; 2คนก.16:4
ยซย. 9:1 1 ทะเลฆาลิลาย.
ยซย. 9:1 2 ดู มธ.4:15 คำอธิบาย 1.
ยซย. 9:2 ก ลก.1:79; กจ.26:18
ยซย. 9:2 1 คำพยากรณ์นี้ได้สำเร็จเป็นจริงใน มธ.4:12-16 เมื่อพระคริสต์ได้เสด็จมายังฆาลิลาย ในฐานะความสว่างที่ยิ่งใหญ่ — ความสว่างแท้, ความสว่างแห่งชีวิต (ยฮ.1:9, 4; 8:12) — เพื่อส่องสว่างบนพลไพร่ที่ดำเนินอยู่ในความมืด (ยฮ.1:5; กจ.26:18; 1ปต.2:9ข) และผู้ที่อาศัยอยู่ในเงาแห่งความตาย (ลก.1:78-79). การส่องสว่างของพระคริสต์ในฐานะความสว่างที่ยิ่งใหญ่ที่มาถึงพลไพร่ของพระเจ้านั้นได้ช่วยพวกเขาให้รอดจากความมืดแห่งความตาย, ปลดปล่อยพวกเขาจากการผูกมัดแห่งความมืด (ข้อ 3; กซ.1:13), หักแอกที่อยู่บนตัวของพวกเขา (ข้อ 4; 10:26-27), และทำลายศัตรูของพวกเขาพร้อมทั้งยุทธภัณฑ์ของพวกมัน (ข้อ 5).
ยซย. 9:2 ข ยซย.60:1-3; มคา.7:8-9
ยซย. 9:2 ค บพส.23:4
ยซย. 9:3 ก ยซย.26:15
ยซย. 9:3 1ก คำพยากรณ์นี้ชี้ถึงการเพิ่มพูน, แผ่ขยาย, และเติบโตของพระคริสต์บนแผ่นดินโลกผ่านผู้เชื่อทั้งหมดในพันธสัญญาใหม่ผู้เป็นชาวนาที่ได้เก็บเกี่ยวและเป็นนักรบที่ได้ของริบดังที่ได้กล่าวถึงในตอนท้ายของข้อนี้.
ยซย. 9:4 ก วนฉ.7:25; บพส.83:9; ยซย.10:26
ยซย. 9:4 1ก องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงหักแอกอันเป็นภาระของพลไพร่ของพระเจ้า, หักไม้เท้าบนบ่าของพวกเขา, และหักคทาของผู้ที่กดขี่พวกเขาโดยการส่องสว่างของพระคริสต์ เหมือนอย่างในวันของคนมิดยาน เมื่อฆิดโอนได้รับชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่เหนือชนชาติมิดยาน (วนฉ.7:22-25). ชนชาติอัสซีเรียมารุกรานยูดาและกดขี่พวกเขา แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงทำลายพวกเขาเหมือนกับที่พระองค์ได้ทรงทำลายชนชาติมิดยานผ่านฆิดโอน (2พกษ.19:35-37).
ยซย. 9:5 ก วว.19:13
ยซย. 9:5 ข ยซย.66:15-16
ยซย. 9:6 1 ทารกคนหนึ่งซึ่งเกิดมาจากหญิงพรหมจารี (7:14) คือบุตรที่พระบิดาองค์นิรันดร์ประทานให้. พระคริสต์ทรงเป็นทารกที่บังเกิดจากทั้งสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์ (มธ.1:20-23) และพระองค์ยังทรงเป็นบุตรในสภาพพระเจ้าที่พระบิดาองค์นิรันดร์ประทานให้. พระบิดาองค์นิรันดร์ประทานบุตรอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์เป็นของขวัญแก่เราผ่านการบังเกิดของทารกที่มีทั้งสภาพพระเจ้าและมนุษย์. ในการประทานเช่นนี้ ทุกคนที่เชื่อและต้อนรับพระบุตรที่รักผู้นี้ก็จะได้รับชีวิตนิรันดร์ (ยฮ.3:16; 1ยฮ.5:11-12). ดู 7:14 คำอธิบาย 1.
ยซย. 9:6 ก ยซย.7:14; มธ.1:21; ลก.2:11
ยซย. 9:6 2 วลี “เพื่อเรา” และ “แก่เรา” (ภาษาเดิมเป็นคำเดียวกัน) ซึ่งได้มีการกล่าวซ้ำนั้นบ่งชี้ถึงการเน้นย้ำว่าทุกด้านของพระคริสต์ที่ได้เปิดเผยในข้อนี้มีไว้เพื่อประสบการณ์ส่วนบุคคลและเป็นทัศนะภายในของเรา.
ยซย. 9:6 ข ยฮ.3:16
ยซย. 9:6 3 หรือ ควบคุม, อำนาจครอบครอง. ในข้อถัดไปก็เช่นเดียวกัน. การบริหารปกครองอันศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่บนบ่าของพระคริสต์ผู้เป็นองค์มหัศจรรย์.
ยซย. 9:6 ค วนฉ.13:18
ยซย. 9:6 4ค แปลตามตรงคือ ความมหัศจรรย์ของที่ปรึกษา หรือ ความมหัศจรรย์, ที่ปรึกษา. พระคริสต์ทรงมหัศจรรย์ (วนฉ.13:18) และพระองค์ยังทรงเป็นที่ปรึกษาด้วย. พระองค์ทรงให้คำปรึกษาแก่เรา แล้วจากนั้นในฐานะพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระองค์ทรงเป็นฤทธิ์เดชและกำลังเพื่อมาทำให้คำปรึกษานั้นสำเร็จลุล่วง (1กธ.1:24).
ยซย. 9:6 5 ในฐานะทารกที่เกิดมาเพื่อเรา พระคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ (มธ.2:11; รม.9:5; ฮร.1:8) และในฐานะบุตรที่ประทานแก่เรา พระองค์ทรงเป็นพระบิดาองค์นิรันดร์ (63:16; 64:8; ยฮ.5:43; 10:30; 14:7-10). ดู 63:16 คำอธิบาย 1.
ยซย. 9:6 ง บพส.45:6; ตต.2:13
ยซย. 9:6 จ เทียบ ยฮ.14:10
ยซย. 9:6 ฉ ลก.2:14; อฟ.2:14; ฮร.7:2
ยซย. 9:6 6ฉ พระคริสต์ทรงเป็นองค์สันติราชต่อเรา (อฟ.2:14) ในเรื่องที่พระองค์ทรงปกครองอยู่ภายในเราเป็นสำคัญ (กซ.3:15).
ยซย. 9:7 1 ตั้งแต่ช่วงเวลาในเยเนซิศบทที่ 11 เมื่อมนุษย์ละทิ้งพระเจ้าในฐานะผู้ปกครองของพวกเขา แล้วตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ปกครอง เรื่องของการปกครองก็ได้กลายเป็นปัญหาที่ใหญ่หลวงสำหรับมนุษย์. แต่เมื่อการฟื้นสภาพมาถึง (กจ.3:21) พระคริสต์จะทรงเป็นผู้ปกครองเพียงหนึ่งเดียว และการปกครองของพระเจ้าตรีเอกภาพจะอยู่บนบ่าของพระองค์ (ข้อ 6). การปกครองนี้จะเพิ่มพูนขึ้นและเติมเต็มทั่วทุกมุมโลก (บพส.72:8; ซคย.9:10ข; ดู ดนอ.2:35 คำอธิบาย 3) ทำให้แผ่นดินโลกเต็มไปด้วยสันติสุข (เทียบ 2:4; 11:6-9).
ยซย. 9:7 ก ดนอ.2:44; ลก.1:32-33
ยซย. 9:7 ข ลก.1:32
ยซย. 9:7 2ข ก่อนอื่นการปกครองของพระคริสต์บนพระที่นั่งของดาวิดเหนืออาณาจักรของพระองค์จะเกิดขึ้นในอาณาจักรพันปี แล้วจากนั้นก็เกิดขึ้นในฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ไปจนถึงโลกนิรันดร์. ดู ลก.1:32-33 และ ข้อ 33 คำอธิบาย 1.
ยซย. 9:7 ค 2พกษ.19:31; ยซย.37:32; ยฮ.12:34
ยซย. 9:8 1 ยะซายา 9:8—10:34 แสดงให้เห็นว่าทั้งอาณาจักรอิสราเอลที่ถูกกดขี่และอาณาจักรอัสซีเรียที่ทำการกดขี่นั้นล้วนอยู่ภายใต้การพิพากษาของพระเจ้า. แท้จริงแล้ว การพิพากษาทั้งสองนี้เป็นการพิพากษาเดียว (10:22-23). หลังจากสมัยของซะโลโม ชนชาติอิสราเอลถูกแบ่งออกเป็นอาณาจักรอิสราเอลทางตอนเหนือและอาณาจักรยูดาทางตอนใต้ (1พกษ.11:26—12:20). เนื่องจากอาณาจักรอิสราเอลได้ตกต่ำจนถึงขั้นที่อยู่ในระดับของชาวต่างชาติ กระทั่งได้กลายเป็นพันธมิตรกับกษัตริย์แห่งอารัม (7:1) อิสราเอลจึงไม่เพียงอยู่ภายใต้การลงโทษของพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังอยู่ภายใต้การพิพากษาของพระองค์ด้วย. การลงโทษของพระเจ้าที่มีต่ออิสราเอล (เอ็ฟรายิม — ข้อ 9) ได้กลายเป็นการพิพากษาที่มีต่ออิสราเอล.
ยซย. 9:13 ก ยรม.5:3; ฮซอ.7:10
ยซย. 9:14 ก ยซย.10:17; วว.18:8
ยซย. 9:16 ก ยซย.3:12; มธ.15:14
สารบัญ