ยะซายา บทที่ 61
(12) การปฏิบัติของพระคริสต์ผู้ถูกชโลมของพระยะโฮวาในฐานะผู้รับใช้ของพระยะโฮวานำมาซึ่งการฟื้นสภาพของอิสราเอล
61:1—63:19
61:1—63:19
ก. การปฏิบัติแห่งผู้ถูกชโลมของพระยะโฮวา
61:1–3
61:1–3
ยซย.
61:1 1กพระขวิญญาณของ2องค์พระยะโฮวาเจ้าสถิตอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระยะโฮวาทรงคชโลมข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำงข่าวดีมายังคนที่ทุกข์ยาก พระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้าไปจพัน[แผล]คนที่ใจแตกสลาย และเพื่อประกาศฉอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ทั้งเปิด[ตา]แก่ผู้ที่ถูกจำจอง
ยซย.
61:2 เพื่อประกาศ1กปีที่พระยะโฮวาทรงโปรดปราน และ[ประกาศ]1วันแห่งการแก้แค้นของพระเจ้าของพวกเรา เพื่อขปลอบโยนคนทั้งปวงที่ทุกข์โศกเศร้า
ยซย.
61:3 เพื่อจัดเตรียมให้กับพวกที่ทุกข์โศกเศร้าในซีโอน ให้มงกุฎแทนขี้เถ้าแก่พวกเขา และให้น้ำมันแห่งความยินดีแทนกการทุกข์โศกเศร้า เสื้อคลุมแห่งการสรรเสริญแทนวิญญาณที่หดหู่ แล้วคนจะเรียกพวกเขาว่าต้นโอ๊กแห่งความชอบธรรมที่พระยะโฮวาทรงขปลูกไว้เพื่อให้พระองค์ได้รับสง่าราศี.
ข. การฟื้นสภาพของอิสราเอล
61:4—63:19
61:4—63:19
ยซย.
61:4 เขาทั้งหลายจะกสร้างสิ่งปรักหักพังโบราณขึ้นใหม่ เขาจะก่อที่รกร้างแต่เก่าก่อนขึ้น เขาจะซ่อมบรรดาเมืองที่ทิ้งร้างแล้วขึ้นมาใหม่ คือที่รกร้างมาหลายชั่วอายุแล้วนั้น.
ยซย.
61:5 คนแปลกหน้าจะยืนเลี้ยงฝูงแกะของพวกเจ้า บุตรของคนต่างชาติจะเป็นคนไถนาและเป็นคนแต่งเถาองุ่นของเจ้า.
ยซย.
61:6 แต่พวกเจ้าจะถูกเรียกว่าเป็น1กปุโรหิตของพระยะโฮวา [คน]จะพูดถึงเจ้าว่าเป็นผู้ปรนนิบัติของพระเจ้าของพวกเรา. เจ้าทั้งหลายจะรับประทานขความมั่งคั่งของบรรดาประชาชาติ และเจ้าจะโอ้อวดในสง่าราศีของพวกเขา.
ยซย.
61:7 เจ้า[จะได้รับส่วน]สองเท่าแทนความอับอายของเจ้า เขาทั้งหลายจะโห่ร้องยินดีในส่วนของเขา[แทน]ความอดสู เพราะฉะนั้นพวกเขาจะได้กรรมสิทธิ์เป็นสองเท่าในดินแดนของเขา ความยินดีที่นิรันดร์จะเป็นของเขา.
ยซย.
61:8 เพราะเราเอง คือยะโฮวารักกความยุติธรรม เราเกลียด1การแย่งชิงที่อธรรม เราจะให้ค่าตอบแทนแก่[พวกเขา]อย่างสัตย์ซื่อ และเราจะทำขพันธสัญญานิรันดร์กับเขา.
ยซย.
61:9 เชื้อสายของพวกเขาจะเป็นที่รู้จักกันในท่ามกลางบรรดาประชาชาติ และลูกหลานของเขาในท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย ทุกคนที่เห็นพวกเขาจะจดจำเขาได้ว่าเขาเป็นเชื้อสายที่พระยะโฮวาทรงอวยพร.
ยซย.
61:10 ข้าพเจ้าจะชื่นชมยินดีอย่างยิ่งในพระยะโฮวา จิตของข้าพเจ้าจะลิงโลดในพระเจ้าของข้าพเจ้า เพราะพระองค์ทรงสวมเสื้อผ้าแห่งความรอดให้ข้าพเจ้า พระองค์ทรงคลุมข้าพเจ้าด้วยเสื้อคลุมแห่งความชอบธรรม เหมือนเจ้าบ่าวที่ประดับศีรษะอย่างปุโรหิต และเหมือนกเจ้าสาวที่แต่งตัวด้วยเพชรพลอย.
ยซย.
61:11 เพราะว่าแผ่นดินทำให้หน่อของมันงอกขึ้นมา และสวนทำให้สิ่งที่หว่านในนั้นงอกขึ้นมาฉันใด องค์พระยะโฮวาเจ้าจะทรงทำให้ความชอบธรรมและการสรรเสริญเกิดต่อหน้าประชาชาติทั้งหมดฉันนั้น.
คำอธิบาย ยะซายา บทที่ 61
ยซย.
61:1 ก ข้อ 1-2: ลก.4:18
ยซย.
61:1 1ก ข้อ 1-3 กล่าวถึงการปฏิบัติของพระคริสต์ในฐานะผู้ที่ได้รับการชโลมจากพระยะโฮวาในการเสด็จมาสองครั้งของพระองค์. ดังที่บันทึกไว้ในลก.4:16-22ก (ดูคำอธิบายที่นั่น) ข้อ 1-2ก ในบทนี้กล่าวถึงพระคริสต์ในการเสด็จมาครั้งแรกของพระองค์ ซึ่งในกรณีนี้ การปฏิบัติของพระองค์คือการป่าวประกาศกิตติคุณแห่งพระคุณ. ส่วนข้อ 2ข-3 กล่าวถึงพระคริสต์ในการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์ ซึ่งในกรณีนี้ การปฏิบัติของพระองค์จะเป็นการแก้แค้นให้อิสราเอลเพื่อให้พวกเขาได้รับการฟื้นสภาพ. คำพยากรณ์เกี่ยวกับพระคริสต์ในฐานะผู้ที่ได้รับการชโลมจากพระยะโฮวานั้นได้ถูกทำให้สำเร็จเป็นจริงในการเสด็จมาครั้งแรกของพระคริสต์เป็นการลิ้มรสล่วงหน้า ซึ่งได้นำมาซึ่งยุคแห่งพระคุณอันเป็นปีที่พระยะโฮวาทรงโปรดปราน นั่นก็คือปีแห่งความยินดีของพันธสัญญาใหม่ (ดู ลวต.25:10 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2) ผลลัพธ์จึงได้ก่อกำเนิดและการก่อสร้างคริสตจักร. คำพยากรณ์นี้จะถูกทำให้สำเร็จเป็นจริงอย่างครบบริบูรณ์ในการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์เพื่อการฟื้นสภาพอิสราเอลไปสู่ฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินใหม่ (65:17; 66:22).
การเสด็จมาของพระคริสต์แบ่งออกเป็นสองส่วนในสองช่วงเวลา. ในการเสด็จมาครั้งแรก พระคริสต์เสด็จมาเพื่อหล่อเลี้ยงและแจกจ่ายตัวของพระองค์เองให้แก่ผู้ที่ติดตามพระองค์. เช่นนี้พระองค์ก็ได้ทำให้การปฏิบัติแห่งพันธสัญญาใหม่สำเร็จลุล่วงในการแจกจ่ายพระเจ้าตรีเอกภาพเข้าสู่เหล่าสาวกที่อยู่ภายใต้การปฏิบัติของพระองค์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นชาวยิว. การปฏิบัติที่อยู่ในการเสด็จมาครั้งแรกของพระคริสต์นี้ได้วางฐานรากที่เป็นปึกแผ่นเพื่อการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์. เมื่อพระองค์เสด็จมาครั้งที่สอง พระองค์จะเสด็จมาช่วยเหลืออิสราเอลทางภายนอกเป็นหลักให้หลุดพ้นจากสถานการณ์ของพวกเขาและนำการฟื้นสภาพของพวกเขาเข้ามา (ซคย.12—14). การฟื้นสภาพนี้จะขยายออกไปครอบคลุมถึงสรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง (2:2-5; 11:6-9; 30:26; 35:1-10; 65:25) และจะคงอยู่เป็นเวลาหนึ่งพันปี ซึ่งก็คืออาณาจักรพันปีนั่นเอง (วว.20:2-7).
ในสายพระเนตรของพระเจ้า การเสด็จมาของพระคริสต์ทั้งสองครั้งเป็นสองด้านของการเสด็จมาหนึ่งเดียวจากพระเจ้าไปสู่มนุษยชาติ. ดังนั้นในคำพยากรณ์ของยะซายา การเสด็จมาสองครั้งของพระคริสต์จึงเปรียบเสมือนยอดเขาสองยอดที่เมื่อมองจากระยะไกลก็ดูเหมือนเป็นยอดเขาเดียว. ด้วยเหตุนี้ ยะซายาจึงมองการเสด็จมาครั้งแรกและครั้งที่สองของพระคริสต์รวมไว้ด้วยกัน.
การเสด็จมาของพระคริสต์แบ่งออกเป็นสองส่วนในสองช่วงเวลา. ในการเสด็จมาครั้งแรก พระคริสต์เสด็จมาเพื่อหล่อเลี้ยงและแจกจ่ายตัวของพระองค์เองให้แก่ผู้ที่ติดตามพระองค์. เช่นนี้พระองค์ก็ได้ทำให้การปฏิบัติแห่งพันธสัญญาใหม่สำเร็จลุล่วงในการแจกจ่ายพระเจ้าตรีเอกภาพเข้าสู่เหล่าสาวกที่อยู่ภายใต้การปฏิบัติของพระองค์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นชาวยิว. การปฏิบัติที่อยู่ในการเสด็จมาครั้งแรกของพระคริสต์นี้ได้วางฐานรากที่เป็นปึกแผ่นเพื่อการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์. เมื่อพระองค์เสด็จมาครั้งที่สอง พระองค์จะเสด็จมาช่วยเหลืออิสราเอลทางภายนอกเป็นหลักให้หลุดพ้นจากสถานการณ์ของพวกเขาและนำการฟื้นสภาพของพวกเขาเข้ามา (ซคย.12—14). การฟื้นสภาพนี้จะขยายออกไปครอบคลุมถึงสรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง (2:2-5; 11:6-9; 30:26; 35:1-10; 65:25) และจะคงอยู่เป็นเวลาหนึ่งพันปี ซึ่งก็คืออาณาจักรพันปีนั่นเอง (วว.20:2-7).
ในสายพระเนตรของพระเจ้า การเสด็จมาของพระคริสต์ทั้งสองครั้งเป็นสองด้านของการเสด็จมาหนึ่งเดียวจากพระเจ้าไปสู่มนุษยชาติ. ดังนั้นในคำพยากรณ์ของยะซายา การเสด็จมาสองครั้งของพระคริสต์จึงเปรียบเสมือนยอดเขาสองยอดที่เมื่อมองจากระยะไกลก็ดูเหมือนเป็นยอดเขาเดียว. ด้วยเหตุนี้ ยะซายาจึงมองการเสด็จมาครั้งแรกและครั้งที่สองของพระคริสต์รวมไว้ด้วยกัน.
ยซย.
61:1 ข ยซย.11:2; มธ.3:16; 12:18; ยฮ.1:32
ยซย.
61:1 2 พระวิญญาณของพระยะโฮวาสถิตอยู่เหนือพระคริสต์ในครั้งแรกที่พระองค์เสด็จมา (มธ.3:16; ลก.4:18ก) และจะสถิตอยู่เหนือพระองค์ในการเสด็จมาครั้งที่สองด้วย. เมื่อองค์พระเยซูเจ้าเสด็จมาครั้งที่สอง การสถิตอยู่ของพระวิญญาณขององค์พระยะโฮวาเจ้า (แปลตามตรงคือ พระยะโฮวาองค์พระผู้เป็นเจ้า) จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยที่ยะซายาได้เพิ่มคำว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า” เข้าไปในที่นี้โดยเฉพาะ.
ยซย.
61:1 ค บพส.45:7; ฮร.1:9
ยซย.
61:1 ง มธ.11:5; มก.1:3
ยซย.
61:1 จ บพส.147:3; ยอค.34:16
ยซย.
61:1 ฉ ยซย.42:7; ยรม.34:8
ยซย.
61:2 1 ปีที่โปรดปรานนั้นมีต่อพลไพร่ของพระเจ้า (เทียบ ลก.4:18-19) ส่วนวันแห่งการแก้แค้นนั้นมีต่อศัตรูของพลไพร่ของพระเจ้า. เมื่อพระคริสต์เสด็จมายังอิสราเอลอีกครั้ง จะเป็นปีที่ทรงโปรดปรานสำหรับพวกเขา และเป็นวันแห่งการแก้แค้นของพระเจ้าต่อศัตรูของพลไพร่ของพระองค์ด้วย ซึ่งก็คือผู้ต่อต้านพระคริสต์และผู้ติดตามของมัน (วว.19:11-21).
ยซย.
61:2 ก ลวต.25:8-12
ยซย.
61:2 ข ยซย.57:18; มธ.5:4; ลก.6:21
ยซย.
61:3 ก บพส.30:11
ยซย.
61:3 ข มธ.15:13
ยซย.
61:4 ก ยซย.58:12; ยอค.36:35-36
ยซย.
61:6 ก อซด.19:6; 1ปต.2:5, 9
ยซย.
61:6 1ก ในการฟื้นสภาพนั้น อิสราเอลจะเป็นปุโรหิตของพระยะโฮวา (ดู 2:3 คำอธิบาย 2) และเป็นผู้ปรนนิบัติพระเจ้าของพวกเขา ส่วนคนต่างชาติจะเป็นแรงงานรับใช้อิสราเอล (ข้อ 4-9).
ยซย.
61:6 ข ยซย.60:5, 11, 16
ยซย.
61:8 ก บพส.33:5; 37:28
ยซย.
61:8 1 ตามการอ่านของฉบับโบราณบางฉบับ ส่วนฉบับอื่นอ่านว่า การแย่งชิงบนเครื่องบูชาเผา.
ยซย.
61:8 ข ยซย.55:3
ยซย.
61:10 ก ยซย.49:18; วว.21:2