การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ยะซายา บทที่ 6

2. นิมิตของพระคริสต์ที่อยู่ในสง่าราศี
6:1-7
ยซย. 6:1 ในปีที่กษัตริย์กอุซียาสิ้นพระชนม์ ข้าพเจ้าได้เห็น1ของค์พระผู้เป็นเจ้าทรงนั่งอยู่บนพระที่นั่งอันสูงตระหง่าน และชาย2เสื้อคลุมของพระองค์[แผ่ไป]เต็มพระวิหาร.
ยซย. 6:2 มีซะราฟิม1บินอยู่เหนือ2พระองค์ แต่ละตนมีหกปีก: กสองปีกปกคลุมหน้า สองปีกปกคลุมเท้า และอีกสองปีกใช้บินไปมา.
ยซย. 6:3 ต่างร้องขานรับต่อๆ กันว่า: 1กบริสุทธิ์, บริสุทธิ์, บริสุทธิ์ พระยะโฮวาจอมพลโยธา ทั่วขแผ่นดินโลกเต็มไปด้วยสง่าราศีของพระองค์.
ยซย. 6:4 แล้ว1ฐานรากแห่งธรณีประตูก็2สั่นสะเทือนเพราะเสียงของผู้ร้องเรียก และพระนิเวศน์ก็กเต็มไปด้วย2ควัน.
ยซย. 6:5 ข้าพเจ้าจึงร้องว่า วิบัติแก่ข้าพเจ้า! ข้าพเจ้าจบสิ้นแล้ว เพราะข้าพเจ้าเป็นคนที่มี1กริมฝีปากไม่สะอาด และข้าพเจ้าก็อาศัยอยู่ท่ามกลางผู้คนที่มี1ริมฝีปากไม่สะอาด แต่ตาของข้าพเจ้าได้ขเห็นกษัตริย์ คือพระยะโฮวาจอมพลโยธา.
ยซย. 6:6 แล้วซะราฟิมตนหนึ่งจึงบินมาหาข้าพเจ้า มี1ถ่านลุกโชนซึ่งใช้คีมคีบมาจากกแท่นบูชาอยู่ในมือ.
ยซย. 6:7 ท่านใช้ถ่านนั้นแตะกปากของข้าพเจ้าและกล่าวว่า บัดนี้เมื่อถ่านนี้ได้แตะริมฝีปากของเจ้าแล้ว ความบาปชั่วของเจ้าก็ถูกยกและความบาปของเจ้าก็ถูก1ปกปิดไว้แล้ว.’
3. คำตักเตือนของพระคริสต์ที่ทรงมอบหมายแก่ยะซายา
6:8-13
ยซย. 6:8 แล้วข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า 1ข้าจะใช้ผู้ใดไป? ผู้ใดจะไปแทน1กเรา? ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า ข้าพเจ้าอยู่ขที่นี่ โปรดใช้ข้าพเจ้าไปเถิด.
ยซย. 6:9 พระองค์ตรัสว่า 1ไปเถิด และกล่าวแก่พลไพร่นี้ว่า พวกเจ้ากฟังแล้วจะได้ยิน แต่จะไม่กระจ่างแจ้ง และมองแล้วจะเห็น แต่จะขไม่เข้าใจ.
ยซย. 6:10 กจงทำให้ขใจของพลไพร่นี้มึนชา และทำให้หูของเขาตึง และทำให้คตาของเขาปิดเสีย มิฉะนั้นเขาจะเห็นด้วยตาของเขา ได้ยินด้วยงหูของเขา และกระจ่างแจ้งด้วยใจของเขา แล้วหันกลับมาและได้รับการ1จรักษาให้หาย.
ยซย. 6:11 แล้วข้าพเจ้าว่า ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า นานเท่าไร? และพระองค์ตรัสว่า จนกว่าเมืองทั้งหลายถูกทิ้งร้าง ไม่มีผู้อยู่อาศัย และบ้านเรือนไม่มีคน ดินแดนก็กร้างเปล่าอย่างสิ้นเชิง
ยซย. 6:12 และพระยะโฮวาทรงกวาดเอาคนออกไปไกล และที่ที่ถูกทิ้งร้างท่ามกลางดินแดนนั้นมีมากมาย.
ยซย. 6:13 แม้ว่ายังมีที่เหลืออยู่ในนั้นสักหนึ่งในสิบ ก็จะกลับมาถูกไฟเผาอีก เหมือนต้นสนหรือต้นโอ๊ก ซึ่งเหลืออยู่แต่ตอเมื่อถูกโค่น ตอของมันจะเป็นกเชื้อสายที่แยกบริสุทธิ์.

คำอธิบาย ยะซายา บทที่ 6

ยซย. 6:1 ก 2คนก.26:22-23; ยซย.1:1
ยซย. 6:1 ข 1พกษ.22:19; ดนอ.7:9; ยฮ.12:41; วว.4:2
ยซย. 6:1 1ข พระองค์ผู้ทรงปรากฏแก่ยะซายาในขณะที่เขาผิดหวังกับสภาพการณ์ของชาวอิสราเอลก็คือพระคริสต์ผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า, กษัตริย์, พระยะโฮวาจอมพลโยธา (ข้อ 5ข; ยฮ.12:41 และคำอธิบาย). ไม่ว่าบนแผ่นดินโลกจะมีสถานการณ์เช่นไร และไม่ว่าท่ามกลางพลไพร่ของพระเจ้าจะมีความเสื่อมเสียหรือตกต่ำเพียงไร พระคริสต์ก็ยังคงประทับอยู่บนพระที่นั่งในสง่าราศีของพระองค์. พลไพร่ได้ตกต่ำไป แต่พระคริสต์และพระที่นั่งของพระองค์ยังคงอยู่ดังเดิมในสง่าราศีของพระองค์. ทุกสิ่งทุกอย่างบนแผ่นดินโลกนี้ล้วนแต่ผันแปรและเปลี่ยนไป แต่พระคริสต์ยังคงเหมือนเดิมทั้งในวันนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ (ฮร.13:8). ดังนั้น เราจึงไม่ควรมองไปที่สถานการณ์บนแผ่นดินโลก แต่ควรมองขึ้นไปที่พระคริสต์ผู้อยู่บนพระที่นั่ง (ฮร.12:2).
ยซย. 6:1 2 ชายเสื้อคลุมยาวของพระคริสต์เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความเจิดจรัสของพระคริสต์ในคุณธรรมของพระองค์ ซึ่งได้ถูกสำแดงออกมาในสภาพมนุษย์และผ่านสภาพมนุษย์ของพระองค์เป็นสำคัญ. การที่พระคริสต์ทรงสวมใส่เสื้อคลุมยาวนั้นบ่งชี้ว่าพระองค์ทรงปรากฏแก่ยะซายาในฉายาของมนุษย์. พระคริสต์ทรงเป็นมนุษย์พระเจ้าพร้อมด้วยสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสำแดงออกมาจากในคุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ของพระองค์.
ยซย. 6:2 1 แปลตามตรงคือ ยืน. ซะราฟิมเป็นเครื่องหมายเล็งหรือตัวแทนถึงการแยกบริสุทธิ์ของพระคริสต์ (ข้อ 3). ซะราฟิมยืนอยู่ที่นั่นเพื่อการแยกบริสุทธิ์ของพระคริสต์.
ยซย. 6:2 2 หรือ มัน ซึ่งชี้ถึงชายเสื้อคลุมของพระองค์.
ยซย. 6:2 ก ยอค.1:11
ยซย. 6:3 ก วว.4:8; 3:7
ยซย. 6:3 1ก นี่คือคำสรรเสริญที่มีแด่พระคริสต์ในการแยกบริสุทธิ์ของพระองค์. ในบทนี้ พระคริสต์ทรงถูกพบเห็นในสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ (มีเครื่องหมายเล็งถึงโดยควัน — ข้อ 4) พร้อมด้วยคุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ของพระองค์ (มีเครื่องหมายเล็งถึงโดยชายเสื้อคลุมของพระองค์ — ข้อ 1) ซึ่งถูกค้ำจุนไว้โดยการแยกบริสุทธิ์ของพระองค์ (มีเครื่องหมายเล็งถึงโดยซะราฟิมที่ยืนมั่นอยู่ — ข้อ 2). การแยกบริสุทธิ์ของพระคริสต์มีพื้นฐานอยู่บนความชอบธรรมของพระองค์ (ดู 5:16 คำอธิบาย 2). เนื่องจากพระคริสต์ทรงชอบธรรมอยู่เสมอ พระองค์จึงถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์ ถูกแยกออกจากผู้คนทั่วไป (ฮร.7:26). เทียบ วว.4:8 คำอธิบาย 1.
ยซย. 6:3 ข บพส.72:19; ฮบฆ.2:14
ยซย. 6:4 1 ความหมายในภาษาเฮ็บรายไม่แน่ชัด; ฉบับเซ็บทัวจินต์แปลวลีนี้ว่า ทับหลัง.
ยซย. 6:4 2 การที่ฐานรากแห่งธรณีประตูสั่นสะเทือนนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความเคร่งขรึม ในขณะที่พระนิเวศน์เต็มไปด้วยควันเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสง่าราศีที่เผาผลาญอยู่ในความน่าเกรงขาม. ควันเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสง่าราศีของพระคริสต์ (เทียบ 4:5).
ยซย. 6:4 ก อซด.40:34; 1พกษ.8:10; วว.15:8
ยซย. 6:5 1 ทุกคนที่ได้เห็นนิมิตขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่อยู่ในสง่าราศีอย่างแท้จริงก็จะได้รับการฉายส่องในมโนธรรมของเขาถึงความไม่สะอาดของตนเอง (เทียบ ลก.5:8).
ยซย. 6:5 ก เทียบ อซด.4:10; 6:30; ลก.5:8
ยซย. 6:5 ข วนฉ.6:22; 13:22
ยซย. 6:6 1 ถ่านลุกโชนจากแท่นบูชาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงประสิทธิภาพแห่งการไถ่ของพระคริสต์ที่ได้กระทำสำเร็จบนกางเขน.
ยซย. 6:6 ก วว.8:5
ยซย. 6:7 ก ยรม.1:9; ดนอ.10:16
ยซย. 6:7 1 หรือชำระล้าง. เรายิ่งมองเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและถูกพระองค์เปิดโปง เรายิ่งได้รับการชำระ (1ยฮ.1:7 และคำอธิบาย 3). ถ้าพิจารณาตามมโนธรรมที่ได้รับการฉายส่องของเรา เราได้รับการชำระจนสะอาดแล้ว แต่ถ้าว่าตามข้อเท็จจริงของสถานการณ์ที่อยู่ในสิ่งทรงสร้างเก่าของเรา เราก็ยังคงไม่สะอาด เพราะสิ่งทรงสร้างเก่านั้นไม่สะอาด (ดู ลวต.12:2 คำอธิบาย 1 และคำอธิบายใน 1ยฮ.1:8). หลังจากที่ร่างกายของเราได้รับการไถ่แล้ว (รม.8:23; ฟป.3:21) เราก็จะไม่อยู่ในสิ่งทรงสร้างเก่าอีก. ในเวลานั้นเราจะสะอาดอย่างครบถ้วน.
ยซย. 6:8 1 คำว่า “ข้า” คำแรกเป็นเอกพจน์ กับ “เรา” คำที่สองเป็นพหูพจน์ ซึ่งบ่งชี้ว่าพระองค์ที่กำลังตรัสนั้นทรงเป็นตรีเอกภาพ ซึ่งพระองค์ไม่เพียงเป็นพระคริสต์เท่านั้น แต่ยังเป็นพระคริสต์ผู้ได้แปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้าตรีเอกภาพด้วย. ดู ยนซ.1:1 คำอธิบาย 3 ย่อหน้า 1.
ยซย. 6:8 ก ยนซ.1:26; 3:22; 11:7
ยซย. 6:8 ข ยนซ.22:1; 31:11; 46:2; อซด.3:4; 1ซมอ.3:4; ยซย.65:1; กจ.9:10
ยซย. 6:9 1 ยะซายาถูกใช้โดยพระคริสต์ผู้เต็มด้วยสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์และคุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ที่ถูกค้ำจุนอยู่ในการแยกบริสุทธิ์ของพระองค์; พระองค์ทรงใช้เขาไปยังพลไพร่ที่ขาดไปซึ่งสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์, ฝ่าฝืนการแยกบริสุทธิ์อันศักดิ์สิทธิ์, และเสื่อมเสียในเรื่องคุณธรรมฝ่ายมนุษย์ (ข้อ 5). หลังจากที่ได้ใช้ผู้เผยพระวจนะไปยังอิสราเอลแล้ว พระเจ้าทรงใช้พระบุตรของพระองค์ และใช้เหล่าอัครทูตในพันธสัญญาใหม่ไปนำผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้ให้เข้าสู่สภาพของการดำเนินชีวิตพระคริสต์ (ฟป.1:21ก) เพื่อพวกเขาจะได้สำแดงสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์พร้อมด้วยคุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ของพระองค์ที่อยู่ในการแยกบริสุทธิ์ของพระองค์.
ยซย. 6:9 ก ยซย.43:8; ยรม.5:21; มธ.13:14; มก.4:12; ลก.8:10; กจ.28:26; เทียบ รม.11:8
ยซย. 6:9 ข พบญ.32:28; ยซย.27:11; ยรม.4:22
ยซย. 6:10 ก มธ.13:15; ยฮ.12:40; กจ.28:27
ยซย. 6:10 ข 2กธ.3:14
ยซย. 6:10 ค ยซย.44:18; 2กธ.4:4
ยซย. 6:10 ง ยซย.44:18; 2กธ.4:4
ยซย. 6:10 จ ฮร.12:13
ยซย. 6:10 1จ ถ้อยคำในข้อ 9–10 บ่งชี้ว่าพลไพร่ชาวอิสราเอลไม่มีทางถูกรักษาให้หายและได้รับการฟื้นฟูได้. นอกจากถ้อยคำเกี่ยวกับเชื้อสายที่แยกบริสุทธิ์ในข้อ 13 แล้ว คำพยากรณ์ที่เป็นคำเตือนในข้อ 9-13 ที่ได้ถูกกล่าวถึงเมื่อประมาณ 758 ปีก่อนคริสตกาลล้วนได้สำเร็จเป็นจริงแล้วทั้งสิ้น. เรื่องนี้ได้เริ่มสำเร็จเป็นจริงเมื่อประมาณ 606 ปีก่อนคริสตกาลโดยการรุกรานของชาวบาบิโลนและถูกจับไปเป็นเชลย (2พกษ.24—25). คำเตือนนี้ได้ถูกองค์พระเยซูเจ้าอ้างถึงใน มธ.13:14-15 และได้ถูกอ้างถึงอีกครั้งโดยอัครทูตเปาโลใน กจ.28:25-27 เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติให้แก่ชาวยิวที่กบฏและดื้อรั้นภายใต้การปฏิบัติของพวกเขา. ทั้งการเตือนสติขององค์พระผู้เป็นเจ้าและอัครทูตล้วนได้สำเร็จเป็นจริงในปี ค.ศ. 70 โดยกองทัพโรมันภายใต้จักรพรรดิติตัส (มธ.23:37-38; 24:2). ยิ่งไปกว่านั้นหลังจาก ค.ศ. 70 คำเตือนนี้ก็ได้สำเร็จเป็นจริงในตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา.
ยซย. 6:11 ก ยซย.1:7
ยซย. 6:13 ก อษร.9:2; ยซย.65:9; มลค.2:15; เทียบ ยซย.1:9; รม.11:5
สารบัญ