ยะซายา บทที่ 53
(8) ความสัมพันธ์ระหว่างการไถ่ที่ทรงมหิทธิฤทธิ์ของพระคริสต์ ผ่านการตายแทนและการเป็นขึ้นที่แพร่พันธุ์ของพระองค์กับการที่พระองค์ทรงเป็นพันธสัญญาเพื่อความปลอดภัยของอิสราเอล
53:1—54:17
53:1—54:17
ก. การไถ่ที่ทรงมหิทธิฤทธิ์ของพระองค์ผ่านการตายแทนและการเป็นขึ้นที่แพร่พันธุ์ของพระองค์
53:1–12
53:1–12
ยซย.
53:1 กใครเล่าได้เชื่อสิ่งที่เรา1ประกาศ ขพระกรของพระยะโฮวาทรง1เปิดเผยแก่ผู้ใด?
ยซย.
53:2 1เพราะท่านเติบโตขึ้นต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวาอย่าง2ต้นอ่อน และเหมือนกรากที่งอกจากดินแห้ง ท่านไม่มี3รูปร่าง[ที่น่าดึงดูด]หรือขความสง่างามที่จะให้พวกเรามองดู และไม่มีรูปลักษณ์งดงามซึ่งจะให้เราพึงปรารถนา.
ยซย.
53:3 ท่านถูกกดูหมิ่นและผู้คนทอดทิ้ง เป็นคน1เศร้าโศก และคุ้นเคยกับความระทมทุกข์ และเป็นดังผู้ซึ่ง[คนทั้งหลาย]หันหน้าหนี ท่านถูกดูหมิ่น และเราก็ไม่ได้นับถือท่าน.
ยซย.
53:4 กแน่ทีเดียวท่าน1แบก2ความเจ็บป่วยของเราและหอบ2ความเศร้าโศกของเราไป 3ถึงกระนั้นเราเองกลับถือว่าท่านถูกตี คือถูกพระเจ้าโบยตีและทำให้ขมขื่น.
ยซย.
53:5 1แต่ท่านรับกบาดแผลเพราะการล่วงละเมิดของเรา; ท่านถูกบดคั้นเพราะความบาปชั่วของเรา; การลงโทษเพื่อให้เกิดสันติสุขแก่พวกเราไปตกอยู่กับท่าน และรอยถูกขเฆี่ยนของท่านก็ทำให้เราได้รับการ2รักษาให้หาย.
ยซย.
53:6 เราทุกคนหลงทางไปเหมือนกแกะ แต่ละคนหันไปตามทางของตน และพระยะโฮวาทรงให้ความบาปชั่วของ1เราทุกคน2ตกอยู่กับท่าน.
ยซย.
53:7 ท่านถูก1กดขี่และต้องขมขื่น แต่ก็กไม่ปริปาก; ท่านถูกนำตัวไปขเหมือนลูกแกะที่ถูกนำไปฆ่า และเหมือนแกะที่เงียบอยู่ต่อหน้าคนตัดขน ท่านก็ไม่ได้ปริปากเช่นกัน.
ยซย.
53:8 ท่านถูกนำตัวไป1กโดยการกดขี่และการพิพากษา; [ท่ามกลาง]ผู้คนใน2ชั่วอายุเดียวกันกับท่าน ใครจะคิดว่าท่านถูกขตัดขาดจากแดนคนเป็นก็เพราะการล่วงละเมิดแห่งพลไพร่ของเราซึ่ง[สมควร]รับการโบยตี?
ยซย.
53:9 และเขา1จัดหลุมศพของท่านไว้กับคนชั่ว แต่ใน2ความตายของท่าน เขาจัดไว้กับกเศรษฐี ทั้งๆ ที่ท่านไม่เคยทำอะไร3ด้วยความทารุณ และในปากของท่านก็ไม่มีขคำหลอกลวงแต่อย่างใด.
ยซย.
53:10 แต่พระยะโฮวายังทรงชอบพระทัยให้ท่านถูกบดคั้นและต้องขมขื่นด้วยความระทมทุกข์. เมื่อท่านทำให้ตนเองกลายเป็น1กเครื่องบูชาสำหรับความบาป. ท่านจะได้เห็น2เชื้อสายของท่าน ท่านจะ3ยืดขวันเวลา[ของท่าน] 4ความชอบพระทัยของพระยะโฮวาจะเจริญรุ่งเรืองในมือของท่าน.
ยซย.
53:11 ท่านจะเห็น1[ผล]จากการตรากตรำแห่งจิตของท่าน และท่านจะ2อิ่มหนำ กผู้ชอบธรรมซึ่งเป็นผู้รับใช้ของเราจะ3ทำให้คนเป็นอันมากขชอบธรรมโดยการ4รู้จักท่าน และท่านจะแบกคความบาปชั่วของพวกเขาไว้.
ยซย.
53:12 ด้วยเหตุนี้เราจะให้ท่านแบ่งกส่วนกับ1ผู้ยิ่งใหญ่ และท่านจะแบ่ง2ทรัพย์เชลยกับ1ผู้แข็งแกร่ง เพราะท่านขเท3ชีวิตของตนจนถึงแก่ความตาย และถูก4คนับเข้ากับบรรดาผู้ล่วงละเมิด แต่ท่านก็งแบกรับความบาปของคนเป็นอันมากไว้แต่เพียงผู้เดียว และได้4จทูลขอแทนเพื่อผู้ที่ล่วงละเมิด.
คำอธิบาย ยะซายา บทที่ 53
ยซย.
53:1 ก ยฮ.12:38; รม.10:16
ยซย.
53:1 1 เหล่าผู้เผยพระวจนะได้ประกาศกิตติคุณแห่งพันธสัญญาใหม่ที่อยู่ในแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ แต่ไม่มีใครเชื่อสิ่งที่พวกเขาประกาศ. สิ่งที่พวกเขาประกาศนี้มีพื้นฐานอยู่บนการเปิดเผยของพระเจ้าถึงพระคริสต์ในฐานะพระกรแห่งพระยะโฮวามาเป็นพระผู้ไถ่ที่ทรงมหิทธิฤทธิ์ (ดู 51:9 คำอธิบาย 1). ทั้งสิ่งที่ถูกประกาศและเปิดเผยนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับพระคริสต์ในฐานะผู้รับใช้ของพระยะโฮวา (ข้อ 11ข).
บทนี้กล่าวถึงพระคริสต์ในสี่ช่วงเวลาไว้อย่างชัดเจน:(1) ช่วงเวลาแห่งการกลายเป็นเนื้อหนังของพระคริสต์ (ข้อ 1ข-3), (2) ช่วงเวลาแห่งการตรึงตายของพระคริสต์ (ข้อ 4-10ก, 12ข), (3) ช่วงเวลาแห่งการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (ข้อ 10ข-11), (4) ช่วงเวลาแห่งการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์ (ข้อ 12ก). บทนี้ทั้งหมดเป็นคำยอมรับที่จะถูกกระทำโดยครอบครัวอิสราเอลที่จะได้รับความรอดในการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์ (ซคย.12:10; รม.11:26-27). ในเวลานั้นพวกเขาจะยอมรับถึงเนื้อหาของยะซายาบทที่ 53 และบทนี้จะเต็มไปด้วยรสชาติแก่พวกเขา.
บทนี้กล่าวถึงพระคริสต์ในสี่ช่วงเวลาไว้อย่างชัดเจน:(1) ช่วงเวลาแห่งการกลายเป็นเนื้อหนังของพระคริสต์ (ข้อ 1ข-3), (2) ช่วงเวลาแห่งการตรึงตายของพระคริสต์ (ข้อ 4-10ก, 12ข), (3) ช่วงเวลาแห่งการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (ข้อ 10ข-11), (4) ช่วงเวลาแห่งการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์ (ข้อ 12ก). บทนี้ทั้งหมดเป็นคำยอมรับที่จะถูกกระทำโดยครอบครัวอิสราเอลที่จะได้รับความรอดในการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์ (ซคย.12:10; รม.11:26-27). ในเวลานั้นพวกเขาจะยอมรับถึงเนื้อหาของยะซายาบทที่ 53 และบทนี้จะเต็มไปด้วยรสชาติแก่พวกเขา.
ยซย.
53:1 ข ยซย.51:9
ยซย.
53:2 1 คำว่า “เพราะ” ในที่นี้นำเสนอถึงเหตุผลที่ไม่มีใครเชื่อสิ่งที่ประกาศและไม่มีใครต้อนรับการเปิดเผยเกี่ยวกับพระคริสต์ (ข้อ 1).
ยซย.
53:2 2 ข้อ 1ข-3 ประกอบด้วยสิ่งที่ผู้เผยพระวจนะประกาศและการเปิดเผยของพระยะโฮวาถึงพระคริสต์ในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดที่ได้กลายเป็นเนื้อหนัง ผู้ซึ่งทรงดำเนินชีวิตมนุษย์ที่ต่ำต้อยและเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ซึ่งทำให้พระองค์มีคุณสมบัติอย่างครบบริบูรณ์ที่จะมาเป็นพระผู้ไถ่และพระผู้ช่วยให้รอด เพื่อช่วยมนุษย์ที่ตกต่ำให้รอดจากซาตาน, ความบาป, ความตาย, และตัวเอง (ฮร.2:14-18; มธ.1:21; รม.8:3; 2ตธ.1:10; มธ.16:24-25).
ในสภาพมนุษย์ของพระองค์ พระคริสต์ทรงเติบโตขึ้นมาไม่ใช่เป็นดั่งต้นไม้ใหญ่ แต่เป็นเหมือนต้นอ่อนเล็กที่บอบบาง (ต้นอ่อน) ต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวา ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก (ดินแห้ง) ซึ่งรวมถึงการที่พระองค์เกิดในครอบครัวยากจนและดำเนินชีวิตอยู่ในเมืองนาซาเร็ธ ซึ่งเป็นเมืองที่ถูกดูหมิ่นในมณฑลฆาลิลายซึ่งเป็นเขตแดนที่ถูกดูหมิ่น.
ในสภาพมนุษย์ของพระองค์ พระคริสต์ทรงเติบโตขึ้นมาไม่ใช่เป็นดั่งต้นไม้ใหญ่ แต่เป็นเหมือนต้นอ่อนเล็กที่บอบบาง (ต้นอ่อน) ต่อเบื้องพระพักตร์พระยะโฮวา ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก (ดินแห้ง) ซึ่งรวมถึงการที่พระองค์เกิดในครอบครัวยากจนและดำเนินชีวิตอยู่ในเมืองนาซาเร็ธ ซึ่งเป็นเมืองที่ถูกดูหมิ่นในมณฑลฆาลิลายซึ่งเป็นเขตแดนที่ถูกดูหมิ่น.
ยซย.
53:2 ก ยซย.11:1
ยซย.
53:2 3 พระเยซูไม่มีความสง่างาม มีแต่ความยากจน (มธ. 8:20) และพระองค์ไม่มีรูปร่างที่น่าดึงดูดและรูปลักษณ์ที่งดงาม แต่กลับมีหน้าตาและรูปร่างที่เสียโฉม (ยซย.52:14).
ยซย.
53:2 ข ยซย.52:14
ยซย.
53:3 ก บพส.22:6; ยซย.49:7; มก.9:12; ลก.23:11
ยซย.
53:3 1 แปลตามตรงคือ “ความเจ็บปวด”. ในข้อถัดไปก็เช่นเดียวกัน. พระคริสต์ทรงเป็น “บุคคลที่มีลักษณะหลักที่ไม่เหมือนใครคือมีชีวิตที่ต้องทนรับความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง” (Keil and Delitzsch: ไคล์และเดลิทช์). ในฐานะพระเจ้าที่ครบถ้วน ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งโดยพระกรของพระยะโฮวา (ข้อ 1; 51:9; 52:10) ซึ่งก็คือฤทธิ์เดชของพระเจ้านั้น (1กธ.1:22-24) พระคริสต์ทรงกลายเป็นมนุษย์ที่ครบสมบูรณ์ในการกลายเป็นเนื้อหนังของพระองค์ ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งโดยคนเศร้าโศก (ยฮ.1:1, 14; 1ตธ.2:5ข).
ยซย.
53:4 ก มธ.8:17
ยซย.
53:4 1 ในสิ่งที่เหล่าผู้เผยพระวจนะแจ้งและการเปิดเผยของพระยะโฮวานั้น (ข้อ 1) พระคริสต์ทรงถูกเปิดเผยในฐานะพระผู้ไถ่ที่ถูกตรึงตาย ผู้ได้ทรงสละพระองค์เองเพื่อการล่วงละเมิดของเรา (ความบาปของเรา) มาทำให้การไถ่ที่นิรันดร์ของพระยะโฮวาสำเร็จสมบูรณ์ (ข้อ 4-10ก; ฮร.9:12) เพื่อทำให้ผู้เชื่อในพระคริสต์ได้รับการไถ่ (การอภัยบาป—กจ. 10:43, การโปรดให้ชอบธรรม—กจ.13:39, และการคืนดีกันกับพระเจ้า—รม. 5:10) ผลลัพธ์ทำให้เกิดการเข้าสนิทในชีวิตกับพระคริสต์ในการเป็นขึ้นของพระองค์ (ข้อ 10ข) ซึ่งความเที่ยงแท้ของการเป็นขึ้นนี้ก็คือพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต (ยฮ.11:25; 1กธ.15:45ข; รม. 8:11).
ยซย.
53:4 2 ความเจ็บป่วยและความเศร้าโศกก็มาจากความบาปเช่นเดียวกับการล่วงละเมิดและความบาปชั่ว (ข้อ 5) ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการไถ่ของพระคริสต์ด้วย (มธ.8:17 และคำอธิบาย). พระคริสต์ทรงแบกความเจ็บป่วยของเราในเวลาที่ทรงถูกพระเจ้าพิพากษาบนกางเขน ซึ่งเป็นชั่วโมงที่พระเจ้าทรงวางความบาปชั่วทั้งหมดของเราไว้บนพระองค์ (ข้อ 6ข; 1ปต.2:24).
ยซย.
53:4 3 ผู้คนคิดว่าพระคริสต์ต้องทำผิดอะไรบางอย่าง และส่งผลให้พระองค์ถูกทำโทษ ถูกพระเจ้าตีและทำให้ขมขื่น. พวกเขาไม่เข้าใจว่าพระคริสต์ทรงตายแทนเรา ทรงมาแทนที่คนบาปอย่างเรา (ข้อ 4-5, 8-9, 11ค, 12ค; 2กธ.5:21; 1ปต.3:18ก).
ยซย.
53:5 1 ดูข้อ 4 คำอธิบาย 3.
ยซย.
53:5 ก มธ.27:26; มก.15:15; รม.4:25; 1กธ.15:3; 1ยฮ.3:5
ยซย.
53:5 ข 1ปต.2:24
ยซย.
53:5 2 ดู 1ปต.2:24 คำอธิบาย 8.
ยซย.
53:6 ก บพส.119:176; 1ปต.2:25; มธ.10:6; ลก.15:6
ยซย.
53:6 1 ในที่นี้ชี้เฉพาะถึงชาวยิวที่เหลืออยู่ในช่วงเวลาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จกลับมา. ในเวลานั้นชาวยิวที่เหลืออยู่ทั้งหมดจะกลับใจ (ซคย. 12:10-14; วว.1:7) และจะพูดถ้อยคำในข้อนี้.
ยซย.
53:6 2 ในเวลาที่พระเจ้าทรงพิพากษาพระเยซูบนกางเขน พระองค์ได้ทรงให้ความบาปชั่วของเราทุกคนตกอยู่กับพระองค์ คือในขณะนั้นทรงทำให้พระเยซูเป็นคนบาปเพียงคนเดียวในสายพระเนตรของพระเจ้า (มธ. 27:45-46 และข้อ 45 คำอธิบาย 1 กับข้อ 46 คำอธิบาย 2). การตายของพระคริสต์ไม่ใช่เป็นเพียงการถูกประหาร (กจ.7:52) หรือการพลีชีพ แต่เป็นการกระทำของพระเจ้าเองที่เป็นไปตามกฎบัญญัติของพระองค์. ดังนั้นพระคริสต์จึงมาเป็นตัวแทนของคนบาปเพื่อตายแทนคนบาป (1ปต.3:18) ซึ่งการตายนี้เป็นไปตามกฎบัญญัติของพระเจ้าและได้รับการยอมรับและรับรองโดยพระเจ้าตามกฎบัญญัติ.
ยซย.
53:7 1 ในการตายแทนเพื่อคนบาปนั้น พระคริสต์ถูกกดขี่, ทำให้ขมขื่น, และเหมือนลูกแกะที่ถูกนำไปฆ่า อีกทั้งเหมือนแกะที่ถูกตัดขนต่อหน้าคนตัดขนโดยไม่มีการตอบโต้ใด ๆ (กจ.8:32; มธ.26:62-63; 27:12, 14).
ยซย.
53:7 ก มธ.26:62-63; 27:12, 14; มก.14:61; 15:5, 20
ยซย.
53:7 ข กจ.8:32; ยฮ.19:16
ยซย.
53:8 ก กจ.8:33
ยซย.
53:8 1ก พระคริสต์ถูกกดขี่โดยผู้นำชาวยิวที่หน้าซื่อใจคด (มธ.26:57, 59, 65-68) และถูกพิพากษาโดยเจ้าหน้าที่โรมันที่ไม่ยุติธรรม (ลก.23:1-12; ยฮ.18:33-38; 19:1-16). ด้วยเหตุทั้งสองนี้ พระองค์จึงถูกนำไปและถูกตรึงตาย.
ยซย.
53:8 2 ไม่มีใครในท่ามกลางชั่วอายุของพระคริสต์เข้าใจว่า พระองค์ถูกตัดขาดออกจากแดนคนเป็นเพราะการล่วงละเมิดแห่งพลไพร่ของผู้เผยพระวจนะซึ่งก็คือชาวยิวซึ่งสมควรได้รับการโบยตี.
ยซย.
53:8 ข ดนอ.9:26
ยซย.
53:9 1 ผู้ที่ตรึงพระคริสต์วางแผนที่จะฝังพระองค์ร่วมกับนักโทษที่ชั่วร้ายสองคน (ลูกา 23:32-33) แต่ในที่สุดพระเจ้าผู้ทรงอำนาจสิทธิ์ขาดได้ทรงทำให้พระคริสต์ถูกฝังในหลุมฝังศพของเศรษฐี (มธ.27:57-60).
ยซย.
53:9 2 คำว่า “ความตาย” ในภาษาเฮ็บรายเป็นพหูพจน์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึง “ความตายที่รุนแรง เป็นความเจ็บปวดซึ่งเหมือนการตายซ้ำแล้วซ้ำอีก” (Keil and Delitzsch: ไคล์และเดลิทช์).
ยซย.
53:9 ก มธ.27:57-60; มก.15:46; ยฮ.19:38, 41
ยซย.
53:9 3 พระคริสต์ทรงปราศจากความบาป (2กธ.5:21; ฮร.4:15; 1ปต.2:22) ดังนั้นพระองค์จึงไม่ได้ตายเพื่อความบาปของพระองค์เอง แต่ทรงตายแทนคนบาปอย่างเรา (1ปต.3:18).
ยซย.
53:9 ข 1ปต.2:22; 1ยฮ.3:5
ยซย.
53:10 ก ยฮ.1:29; รม.8:3; 2กธ.5:21; 1ปต.2:24
ยซย.
53:10 1ก พระคริสต์ทรงสมัครใจที่จะเป็นเครื่องบูชาสำหรับความบาป ซึ่งชี้ถึงเครื่องบูชาสำหรับความบาปทั้งหมด (ยฮ.1:29) — เพื่อการกระทำผิด, ความผิดพลาด, การล่วงละเมิด, ความชั่วร้าย, และความบาปชั่ว — ซึ่งครอบคลุมถึงทั้งเครื่องบูชาไถ่บาป (ลวต.4) และเครื่องบูชาไถ่การล่วงละเมิด (ลวต.5).
ยซย.
53:10 2 ข้อ 10ข-11 ชี้ถึงพระคริสต์ที่อยู่ในการเป็นขึ้นของพระองค์. คำว่า “เชื้อสาย” ในที่นี้คือเชื้อสายแห่งกลุ่มชน ซึ่งก็คือคริสตจักรในฐานะพระกายของพระคริสต์ อันประกอบด้วยผู้เชื่อทั้งหมดที่ก่อกำเนิดมาเป็นเมล็ดมากมายโดยการตายของพระคริสต์ผู้เป็นเมล็ดข้าวสาลีเมล็ดเดียว และโดยการเป็นขึ้นที่ทำการแพร่พันธุ์ (ยฮ.12:24; 1ปต.1:3). พระคริสต์ในฐานะผู้รับใช้ของพระยะโฮวาทรงเป็นผู้ประทานชีวิตที่เป็นขึ้น ซึ่งก็คือพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต (1กธ.15:45; 2กธ.3:6, 17) เพื่อก่อกำเนิดเชื้อสายสำหรับการก่อสร้างพระกายของพระองค์มาเป็นการสานต่อของพระองค์ เพื่อความชอบพระทัยของพระยะโฮวาและเพื่อความอิ่มหนำของพระคริสต์.
ยซย.
53:10 3 วันนี้พระคริสต์ทรงยืดวันเวลาของพระองค์ออกไปโดยการดำเนินชีวิตอยู่ในบรรดาผู้เชื่อของพระองค์ (ฆต.2:20; ดู กจ. 28:9 คำอธิบาย 1). บรรดาผู้เชื่อของพระองค์ในฐานะพระกายของพระองค์ก็คือการขยายออกไปของพระองค์.
ยซย.
53:10 ข รม.6:9
ยซย.
53:10 4 ความชอบพระทัยของพระเจ้า (อฟ.1:5, 9; ฟป.2:13) คือการได้เห็นบุตรมากมายที่บังเกิดจากพระองค์ กลายเป็นอวัยวะของพระคริสต์ ซึ่งก่อรูปขึ้นเป็นคริสตจักรในฐานะพระกายของพระคริสต์ เป็นการสำแดงแห่งกลุ่มชนของพระคริสต์. สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับการตายและการเป็นขึ้นของพระคริสต์ทั้งสิ้น.
ยซย.
53:11 1 ผลที่เกิดจากการตรากตรำแห่งจิตของพระคริสต์นั้นบ่งชี้เป็นนัยถึงประเด็นต่างๆ ที่ก่อกำเนิดขึ้นในการเป็นขึ้นของพระคริสต์และผ่านการเป็นขึ้นของพระองค์ดังต่อไปนี้: (1) ในฐานะผู้ที่ผ่านขั้นตอน ซึ่งก็คืออาดามคนสุดท้าย พระคริสต์ทรงกลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต มาเป็นความเที่ยงแท้ของพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระวิญญาณ เพื่อการแพร่พันธุ์ของพระองค์ผ่านการแจกปันชีวิต (1กธ.15:45; 2กธ.3:17); (2) ในฐานะผู้ที่เป็นเอก เป็นอันดับแรกในทุกสิ่ง พระคริสต์ทรงกลายเป็นผู้บังเกิดคนแรกจากท่ามกลางคนตาย เพื่อให้สิ่งทรงสร้างใหม่ของพระเจ้ามีการเริ่มต้นแห่งการเกิดใหม่ และเพื่อพระคริสต์จะเป็นศีรษะของพระกาย (กซ.1:18; วว.1:5ก); (3) ในฐานะมนุษย์พระเจ้า พระคริสต์ได้บังเกิดจากพระเจ้าในสภาพมนุษย์ของพระองค์ (กจ.13:33) เพื่อเป็นพระบุตรหัวปีของพระเจ้าทั้งในสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์มาเป็นแม่แบบสำหรับการถอดแบบบุตรมากมายตามพระฉายาของพระองค์ (รม.8:29ข); (4) ในฐานะชีวิตแห่งการเป็นขึ้น (ยฮ.11:25) พระคริสต์ทรงให้ผู้เชื่อทุกคนบังเกิดใหม่ (1ปต.1:3) ทำให้พวกเขากลายเป็นพี่น้องของพระองค์และเป็นบุตรมากมายของพระเจ้า (ฮร.2:10ก, 11ข-12; รม.8:29ข; ยฮ.20:17) ผู้เป็นคนในครอบครัวของพระเจ้ามาเป็นอาณาจักรของพระเจ้า (อฟ.2:19; ฆต.6:10) และเป็นมรดกอันล้ำค่าของพระเจ้า (อฟ.1:11); (5) ในฐานะเมล็ดข้าวสาลีเมล็ดหนึ่ง พระคริสต์ได้กลายเป็นเมล็ดข้าวสาลีมากมาย (ยฮ.12:24) ซึ่งเป็นการเพิ่มพูนของพระองค์ (ยฮ.3:30) และเป็นส่วนประกอบแห่งพระกายของพระองค์ ซึ่งก็คือขนมปังก้อนเดียว คือคริสตจักร (1กธ.10:17; อฟ.1:22-23); (6) พระคริสต์ได้ก่อกำเนิดเชื้อสายแห่งกลุ่มชนอันเป็นผลจากการตรากตรำแห่งจิตของพระองค์ผ่านการตายที่ปลดปล่อยชีวิตและการเป็นขึ้นที่แจกปันชีวิต ซึ่งเป็นเชื้อสายที่พระองค์ทรงเห็นในการเป็นขึ้นของพระองค์และทำให้พระองค์อิ่มหนำพระทัย (ข้อ 10ค-11ข; เทียบ ฆต.3:29); (7) ในฐานะชีวิตของผู้เชื่อ พระคริสต์ผู้เป็นขึ้นทรงเป็นทุกอวัยวะและอยู่ในทุกอวัยวะของคนใหม่ (กซ.3:10-11).
ยซย.
53:11 2 พระคริสต์จะทรงเห็นคริสตจักรและอิ่มหนำพระทัยเพราะคริสตจักร.
ยซย.
53:11 ก กจ.3:13
ยซย.
53:11 3 พระคริสต์จะทรงทำให้ผู้ที่รู้จักพระองค์ในฐานะผู้ชอบธรรมนั้นชอบธรรม. ในเมื่อข้อนี้ชี้ถึงพระคริสต์ในการเป็นขึ้นของพระองค์ ดังนั้นการทำให้เราชอบธรรมนั้นจึงไม่ใช่เพียงการโปรดให้เราชอบธรรมทางทัศนะภายนอกเท่านั้น แต่เป็นการทำให้เราชอบธรรมทางทัศนะภายในโดยการที่พระองค์มีชีวิตเป็นอยู่ในเราในฐานะชีวิตแห่งการเป็นขึ้นและการที่เราดำเนินชีวิตพระองค์ (มธ.5:20 และคำอธิบาย 1; รม.5:19 และคำอธิบาย 1; 2กธ.5:21 และคำอธิบาย 3; ฟป.3:9 และคำอธิบาย 5).
ยซย.
53:11 ข ยซย.45:25
ยซย.
53:11 4 ไม่ใช่ความรู้ถึงพระคริสต์ แต่เป็นการรู้จักพระองค์ในฐานะผู้ชอบธรรม คือพระคริสต์ผู้เป็นขึ้นในฐานะผู้รับใช้ของพระยะโฮวา.
ยซย.
53:11 ค ยซย.53:4-5; ฮร.9:28
ยซย.
53:12 ก บพส.2:8
ยซย.
53:12 1 ส่วนแรกของข้อนี้กล่าวถึงพระคริสต์ในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์. “ผู้ยิ่งใหญ่” และ “ผู้แข็งแกร่ง” ในที่นี้ชี้ถึงพระเจ้า. ในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์ พระเจ้าทรงให้พระคริสต์รับส่วนแบ่งด้วยกันกับพระเจ้าในฐานะผู้ยิ่งใหญ่ และพระคริสต์ทรงแบ่งทรัพย์เชลยกับพระเจ้าในฐานะผู้แข็งแกร่ง.
ยซย.
53:12 2 ทรัพย์เชลยบ่งชี้ว่าสงครามได้สู้รบไปแล้ว. พระคริสต์ทรงเสด็จขึ้นบนกางเขนและในการเป็นขึ้นนั้นทรงสู้รบ, ได้รับชัยชนะ, และนำทรัพย์เชลยกลับมาจากซาตาน (ดู อฟ.4:8 คำอธิบาย 2). ในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์มีการจัดแสดงชัยชนะของพระคริสต์โดยการแบ่งทรัพย์เชลยที่ได้รับมาในชัยชนะของพระคริสต์. ในฐานะผู้มีชัยชนะที่ได้เสด็จสู่สวรรค์ พระคริสต์ทรงแบ่งทรัพย์เชลยแห่งชัยชนะของพระองค์กับพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง (บพส.68:18 และคำอธิบาย 3). จากนั้นพระคริสต์ทรงมอบทรัพย์เชลยนั้นให้แก่คริสตจักรเป็นของประทานสำหรับการก่อสร้างพระกายของพระคริสต์ (อฟ.4:8ข, 11-12 และข้อ 8 คำอธิบาย 3). สิ่งนี้มีเพื่อทำให้ความชอบพระทัยของพระยะโฮวาสำเร็จสมบูรณ์ ซึ่งจะมีความราบรื่นในพระหัตถ์ของพระคริสต์ตามความปรารถนาและโครงการของพระเจ้า (ข้อ 10ค).
ยซย.
53:12 ข บพส.22:14; ยฮ.10:11; เทียบ ฟป.2:17; 2ตธ.4:6
ยซย.
53:12 3 แปลตามตรงคือ จิต. ทั้งมนุษย์, พระเจ้า, และพระคริสต์ล้วนมีส่วนในการตรึงตายของพระคริสต์. มนุษย์เป็นผู้สังหาร เป็นผู้ประหาร (กจ.7:52) แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้ดำเนินการพิพากษาตามกฎหมาย ทรงประหารพระคริสต์ในฐานะตัวแทนที่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อพระคริสต์จะทรงตายแทนคนบาป (ข้อ 6ข, 10ก). นอกจากนี้ ตัวของพระคริสต์เองก็ทรงสมัครใจที่จะเป็นเครื่องบูชานั้น. พระองค์ทรงถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชา (ข้อ 10ข) และทรงเทชีวิตของพระองค์ออกเพื่อจุดประสงค์นี้ (ยฮ.10:17-18; ฮร.9:14).
ยซย.
53:12 4 เมื่อพระคริสต์ถูกตรึงบนกางเขน พระองค์ทรงถูกนับเข้ากับบรรดาผู้ล่วงละเมิด (ลก.23:32-33) และพระองค์ทรงทูลขอแทนผู้ล่วงละเมิดเหล่านั้น (ลก.23:34ก).
ยซย.
53:12 ค มธ.27:38; มก.15:28; ลก.22:37; 23:33
ยซย.
53:12 ง ฮร.9:28; 1ยฮ.3:5
ยซย.
53:12 จ ลก.23:34; รม.8:34; ฮร.7:25