ยะซายา บทที่ 4
ยซย.
4:1 ในวันนั้น1หญิงเจ็ดคนจะยึดชายคนหนึ่งไว้ กล่าวว่า เราจะกินอาหารของเราเองและสวมเครื่องนุ่งห่มของเราเอง ขอเพียงให้คนเรียกเราตามชื่อของท่าน ขอโปรดเอากความอดสูของเราไปเสีย.
(การนำพระคริสต์ผู้เป็นมนุษย์พระเจ้าเข้ามา ส่งผลให้เกิดการฟื้นสภาพของประเทศอิสราเอล)
4:2-6
4:2-6
ยซย.
4:2 ใน1วันนั้น 2กหน่อของพระยะโฮวาจะงดงามและมีสง่าราศี และ2ผลของแผ่นดินจะเป็นความล้ำเลิศและความเจิดจรัสของชาวอิสราเอลที่หลบหนี.
ยซย.
4:3 คนที่เหลืออยู่ในซีโอนและคงอยู่ในเยรูซาเล็มจะถูกเรียกว่าบริสุทธิ์ คือทุกคนที่ถูกกบันทึกว่ามีชีวิตในเยรูซาเล็ม
ยซย.
4:4 เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงกล้างความมลทินของบรรดาบุตรีทั้งหลายของซีโอน และชำระรอยเลือดของเยรูซาเล็มจากท่ามกลางเมืองนั้น ด้วยพระวิญญาณแห่งการพิพากษาและพระวิญญาณแห่งการเผาผลาญ.
ยซย.
4:5 พระยะโฮวาจะทรงเนรมิตสร้างกเมฆควันสำหรับกลางวัน และขแสงของเปลวเพลิงสำหรับกลางคืนอยู่เหนือทุกแห่งหนของภูเขาซีโอนและเหนือที่ชุมนุมทั้งหมดของเมืองนั้น เพราะสง่าราศีจะเป็น1สิ่งปกคลุมอยู่ทั้งสิ้น.
ยซย.
4:6 ที่นั่นจะมีพลับพลาเป็นร่มเงากันความร้อนในเวลากลางวัน ทั้งเป็นที่ลี้ภัยและกที่กำบังจากพายุและห่าฝน.
คำอธิบาย ยะซายา บทที่ 4
ยซย.
4:1 1 ข้อนี้เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างการพิพากษาของพระเจ้า (บทที่ 3) กับพระคริสต์. ถ้าว่าตามข้อ 2 แล้ว สำหรับหญิงเหล่านั้นที่หนีการพิพากษาของพระเจ้า พระคริสต์ในฐานะหน่อของพระยะโฮวาจะเป็นความงดงามและสง่าราศี และพระคริสต์ในฐานะผลของแผ่นดินจะเป็นความล้ำเลิศและความเจิดจรัส. นี่คือการนำพระคริสต์ผู้เป็นมนุษย์พระเจ้าเข้ามาผ่านการพิพากษาของพระเจ้า.
ยซย.
4:1 ก ลก.1:25
ยซย.
4:2 1 วันแห่งการฟื้นสภาพของประเทศอิสราเอลที่จะมาถึง (มธ.17:11; 19:28; กจ.1:6; 3:21; 15:16).
ยซย.
4:2 2 ในหนังสือเล่มนี้ พระคริสต์ถูกเปิดเผยในฐานะมนุษย์พระเจ้า. “หน่อของพระยะโฮวา” ชี้ถึงสภาพพระเจ้าของพระองค์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ส่วน “ผลของแผ่นดิน” (ลก.1:42) ชี้ถึงสภาพมนุษย์ของพระคริสต์พร้อมด้วยนิสัยฝ่ายมนุษย์ของพระองค์. ในฐานะหน่อของพระยะโฮวา พระคริสต์ทรงออกมาจากพระเจ้า ซึ่งก็คือออกมาจากนิรันดร์ (ยฮ.8:42; มคา.5:2). ในฐานะผลของแผ่นดิน พระคริสต์ผู้มีร่างกายของมนุษย์ที่มาจากผงคลีดินนั้น (ยนซ.2:7) ทรงออกมาจากแผ่นดิน (เทียบ 53:2). ในการฟื้นสภาพนั้น สำหรับชาวอิสราเอลที่ได้หลบหนีแล้ว พระคริสต์ผู้อยู่ในสภาพพระเจ้าของพระองค์จะทรงเป็นความงดงามและสง่าราศี และในสภาพมนุษย์ของพระองค์ซึ่งได้สำแดงออกซึ่งความงดงามและสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์นั้น พระองค์จะทรงเป็นความล้ำเลิศและความเจิดจรัส. “หน่อของพระยะโฮวา” บ่งชี้ว่าพระคริสต์ทรงเป็นการพัฒนาใหม่ของพระยะโฮวาผ่านการกลายเป็นเนื้อหนังของพระองค์ เพื่อพระเจ้าตรีเอกภาพจะได้ขยายกิ่งก้านสาขาออกจากสภาพพระเจ้าของพระองค์เองเข้าสู่สภาพมนุษย์ (7:14; มธ.1:22-23). สิ่งนี้มีเพื่อการเพิ่มพูนและการแผ่ขยายของพระเจ้าพระยะโฮวาในจักรวาลนี้. “ผลของแผ่นดิน” บ่งชี้ว่าพระคริสต์ในฐานะหน่ออันศักดิ์สิทธิ์ของพระยะโฮวานั้นยังได้ทรงกลายเป็นมนุษย์ที่มีเนื้อหนังจากแผ่นดิน (ยฮ.1:14; ฮร.2:14). สิ่งนี้มีเพื่อให้พระเจ้าตรีเอกภาพได้เพิ่มทวีและแพร่พันธุ์ในสภาพมนุษย์. ในฐานะมนุษย์ผู้หนึ่งที่มีชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ พระองค์ทรงเป็นเมล็ดพันธุ์ เป็นเมล็ดข้าวสาลีเมล็ดหนึ่งที่ได้ก่อกำเนิดเมล็ดอีกมากมาย ซึ่งก็คือผู้เชื่อทั้งหลายของพระองค์ในฐานะพี่น้องมากมายของพระองค์ผ่านการตายและการเป็นขึ้นของพระองค์ (ยฮ.12:24; 20:17; รม.8:29).
“หน่อของพระยะโฮวา” ชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์, ความใหม่สด, ความมีชีวิตชีวา, การเติบโต, และฤทธิ์เดชที่ก่อให้เกิดผลของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์. “ผลของแผ่นดิน” ชี้ถึงผลผลิตที่ได้ก่อกำเนิด, สำเร็จ, และสำแดงออกในสภาพมนุษย์ของพระคริสต์. ดังที่ได้เห็นในหนังสือกิตติคุณสี่เล่ม ผลทั้งหมดที่ได้บังเกิดโดยพระคริสต์ล้วนแต่ออกมาจากชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ แต่ได้ถูกก่อกำเนิดออกมาในสภาพมนุษย์ของพระคริสต์. ในพระคริสต์ผู้เป็นมนุษย์พระเจ้านั้น พระเจ้ากับมนุษย์ได้ดำเนินชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยมีพระเจ้าเป็นชีวิตทางภายในและมนุษย์เป็นผลทางภายนอก.
“หน่อของพระยะโฮวา” ชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์, ความใหม่สด, ความมีชีวิตชีวา, การเติบโต, และฤทธิ์เดชที่ก่อให้เกิดผลของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์. “ผลของแผ่นดิน” ชี้ถึงผลผลิตที่ได้ก่อกำเนิด, สำเร็จ, และสำแดงออกในสภาพมนุษย์ของพระคริสต์. ดังที่ได้เห็นในหนังสือกิตติคุณสี่เล่ม ผลทั้งหมดที่ได้บังเกิดโดยพระคริสต์ล้วนแต่ออกมาจากชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ แต่ได้ถูกก่อกำเนิดออกมาในสภาพมนุษย์ของพระคริสต์. ในพระคริสต์ผู้เป็นมนุษย์พระเจ้านั้น พระเจ้ากับมนุษย์ได้ดำเนินชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยมีพระเจ้าเป็นชีวิตทางภายในและมนุษย์เป็นผลทางภายนอก.
ยซย.
4:2 ก ยรม.23:5; ซคย.3:8; 6:12
ยซย.
4:3 ก ลก.10:20; ฟป.4:3; วว.21:27; เทียบ อซด.32:33
ยซย.
4:4 ก ยอค.36:25; มลค.3:2-3
ยซย.
4:5 ก อซด.13:21
ยซย.
4:5 ข ซคย.2:5
ยซย.
4:5 1 ในการฟื้นสภาพนั้น พระคริสต์ในฐานะหน่อของพระยะโฮวาในสภาพพระเจ้าของพระองค์และผลของแผ่นดินในสภาพมนุษย์ของพระองค์จะเป็นสิ่งปกคลุมแห่งสง่าราศีและเป็นพลับพลาแห่งพระคุณที่ให้ร่มเงา (ข้อ 6). สิ่งปกคลุมคือสง่าราศีของพระคริสต์ที่ทำการปกคลุมในสภาพพระเจ้าของพระองค์ ซึ่งจะปกคลุมอยู่เหนือทุกแห่งหนของภูเขาซีโอนและเหนือที่ชุมนุมทั้งหมดของเมืองนั้น หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นการปกคลุมสิทธิประโยชน์ทั้งสิ้นของพระเจ้าพระยะโฮวาบนแผ่นดินโลก. สง่าราศีของพระคริสต์จะเป็นสิ่งปกคลุมสองส่วนที่คอยปกคลุมอยู่เหนือบริเวณทั้งหมด: เมฆควันเป็นร่มเงาจากความร้อนในเวลากลางวัน และเมฆของแสงเปลวเพลิงเพื่อขจัดความมืดออกไปในเวลากลางคืน (เทียบ อซด.40:38; อฤธ.9:15). พลับพลา (ข้อ 6) คือพระคริสต์ผู้เป็นมนุษย์พระเจ้าที่อยู่ในสภาพมนุษย์ของพระองค์พร้อมด้วยพระคุณของพระองค์ เพื่อจะมาเป็นร่มเงาป้องกันและปกป้องสำหรับพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร (ยฮ.1:14; 2กธ.12:9).
ยซย.
4:6 ก ยซย.25:4