การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

ยะซายา บทที่ 29

3. การพิพากษาของพระยะโฮวาต่อความหน้าซื่อใจคดของผู้นมัสการแห่งเยรูซาเล็ม ส่งผลให้เกิดการฟื้นสภาพ
29:1–24
ยซย. 29:1 วิบัติแก่เจ้า 1อารีเอล อารีเอลเอ๋ย เมืองที่ดาวิดทรงตั้งค่าย! จงเพิ่มปีเข้าด้วยปี จงให้มีเทศกาลเลี้ยงตามรอบของมัน.
ยซย. 29:2 แต่เรายังจะให้อารีเอลทุกข์ใจ จะมีการคร่ำครวญและร้องทุกข์ และจะเป็นเหมือนอารีเอลแก่เรา.
ยซย. 29:3 เราจะกตั้งค่ายเหมือนวงล้อมรอบๆ เจ้า เราจะปิดล้อมเจ้าด้วยหอรบ และเราจะตั้งเครื่องล้อมเมืองขึ้นสู้เจ้า.
ยซย. 29:4 แล้วเจ้าจะถูกทำให้ต่ำลง และพูดจากพื้นดิน คำพูดของเจ้าจะดังแผ่วขึ้น[มา]จากผงคลี. เสียงของเจ้าเหมือนเสียงผีที่ดังมาจากพื้นดิน และคำพูดของเจ้าจะกระซิบออกมาจากผงคลี.
ยซย. 29:5 แต่มวลศัตรูของเจ้าจะเหมือนผงฝุ่นละเอียด และมวลชนที่น่ากลัวจะเหมือนแกลบกระจายไป เพียงชั่วประเดี๋ยวและในทันทีทันใด.
ยซย. 29:6 พระยะโฮวาจอมพลโยธาจะเยี่ยมเยียนเจ้า ด้วยฟ้าร้อง ด้วยแผ่นดินไหว และด้วยเสียงดังสนั่น ทั้งพายุหมุน ลมพายุ และเปลวเพลิงที่เผาผลาญ
ยซย. 29:7 และมวลประชาชาติทั้งหมดที่ต่อสู้กับอารีเอล ทั้งหมดที่ต่อสู้กับเธอและกับที่กำบังเข้มแข็งของเธอ ทั้งทำให้เธอทุกข์ใจ จะเป็นเหมือนความฝัน [เหมือน]นิมิตในเวลากลางคืน
ยซย. 29:8 เหมือนคนหิวที่ฝันว่าเขากำลังกินอยู่ และเมื่อตื่นขึ้นเขายังหิวอยู่ หรือเหมือนคนกระหายที่ฝันว่าเขากำลังดื่มอยู่ แล้วเมื่อตื่นขึ้นมาก็อ่อนเปลี้ย และคอยังแห้งอยู่ และมวลประชาชาติทั้งหมดที่มาต่อสู้กับภูเขาซีโอนก็จะเป็นเช่นนั้น.
ยซย. 29:9 จงรั้งรอและตกตะลึง จงทำตัวเองให้มืดบอดและเป็นคนตาบอด. เขาทั้งหลายเมา แต่ไม่ใช่ด้วยเหล้าองุ่น เขาโซเซ แต่ไม่ใช่ด้วยเหล้าแก่.
ยซย. 29:10 กเพราะว่าพระยะโฮวาทรงเทวิญญาณแห่งการหลับสนิทลงเหนือเจ้าทั้งหลาย และทรงปิดขตาเจ้าคือบรรดาผู้เผยพระวจนะ และคลุมศีรษะเจ้าคือบรรดาผู้ทำนายของเจ้า.
ยซย. 29:11 นิมิตทั้งหมดนี้กลายเป็นเหมือนถ้อยคำในหนังสือม้วนที่ปิดตราไว้ต่อพวกเจ้า เมื่อเขาให้แก่คนที่อ่านออกและกล่าวว่า “โปรดอ่านเล่มนี้” เขาจะกล่าวว่า “ข้าอ่านไม่ได้เพราะมีตราปิดไว้.”
ยซย. 29:12 และเมื่อเขาให้หนังสือแก่คนที่อ่านไม่ออกและกล่าวว่า “โปรดอ่านเล่มนี้” เขาจะกล่าวว่า “ข้าไม่รู้หนังสือ.”
ยซย. 29:13 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า กเพราะพลไพร่นี้1เข้ามาใกล้เราด้วยปากของเขา และให้เกียรติเราด้วยริมฝีปากของเขา แต่ใจของเขาห่างไกลจากเรา เขายำเกรงเราเหมือนเป็นคำสั่งของมนุษย์ที่เรียนกันมา
ยซย. 29:14 เพราะฉะนั้น ดูเถิด เราจะทำกสิ่งมหัศจรรย์กับพลไพร่นี้อีก คือทั้งประหลาดและอัศจรรย์ สติปัญญาของคนมีปัญญาของเขาจะขพินาศไป และความเข้าใจของคนที่เข้าใจจะถูกปิดซ่อนไว้.
ยซย. 29:15 วิบัติแก่ผู้1ซ่อนแผนงานของเขาไว้ลึกๆ จากพระยะโฮวา ซึ่งการกระทำของเขาอยู่ในความมืด พวกเขากล่าวว่า “ใครจะเห็นเรา? ใครจะรู้เรื่องของเรา?”
ยซย. 29:16 เจ้าทำกลับตาลปัตรเสีย จะถือว่าช่างปั้นเท่ากับดินเหนียวหรือ? และกสิ่งถูกสร้างจะพูดถึงผู้สร้างมันว่า “เขาไม่ได้สร้างข้า” หรือสิ่งถูกปั้นจะพูดถึงผู้ปั้นมันว่า “เขาไม่มีความเข้าใจ” อย่างนี้หรือ?
ยซย. 29:17 1อีกพักเดียวเท่านั้นไม่ใช่หรือที่เลบานอนจะเปลี่ยนไปเป็นท้องทุ่งอันอุดมสมบูรณ์ และท้องทุ่งอันอุดมสมบูรณ์จะถือว่าเป็นป่า
ยซย. 29:18 และในวันนั้น บรรดากคนหูหนวกจะได้ยินถ้อยคำของหนังสือม้วน และตาของคนตาบอดจะมองเห็นจากความเลือนรางและความมืด
ยซย. 29:19 กคนทุกข์ใจจะเพิ่มพูนความยินดีในพระยะโฮวา และคนขัดสนท่ามกลางมนุษย์จะเปรมปรีดิ์ในองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล.
ยซย. 29:20 เพราะคนโหดร้ายจะสูญสิ้น และคนชอบดูหมิ่นจะถูกผลาญไป และทุกคนที่หาโอกาสทำความบาปชั่วจะถูกตัดออก
ยซย. 29:21 คือผู้ทำให้ผู้อื่นทำบาปด้วยถ้อยคำของเขา และวางกับดักไว้ดักผู้ตัดสินความที่ประตูเมือง ทั้งกีดกันคนชอบธรรมด้วยเรื่องที่ไร้แก่นสาร
ยซย. 29:22 เพราะฉะนั้นพระยะโฮวาผู้ทรงกไถ่อับราฮามตรัสดังนี้เกี่ยวกับวงศ์วานของยาโคบว่า ยาโคบจะไม่อับอายอีก และหน้าของเขาจะไม่ซีดลงอีกต่อไป
ยซย. 29:23 แต่เมื่อเขาเห็นลูกหลานของเขา ซึ่งเป็นผลงานของมือเราในท่ามกลางเขา เขาทั้งหลายจะกให้พระนามของพระองค์เป็นที่นับถืออันบริสุทธิ์ เขาทั้งหลายจะให้องค์บริสุทธิ์ของยาโคบเป็นที่นับถืออันบริสุทธิ์ และจะเกรงกลัวขพระเจ้าของอิสราเอล.
ยซย. 29:24 พวกที่วิญญาณผิดพลาดไปจะมาถึงความเข้าใจ และพวกชอบบ่นจะยอมรับการสอน.

คำอธิบาย ยะซายา บทที่ 29

ยซย. 29:1 1 แปลว่า สิงโตแห่งเอล. ชื่อที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเยรูซาเล็มและเป็นตัวแทนของอาณาจักรยูดาทางตอนใต้.
ยซย. 29:3 ก เทียบ 2พกษ.25:1; ยอค.21:22; ลก.19:43
ยซย. 29:10 ก รม.11:8
ยซย. 29:10 ข บพส.69:23; ยซย.6:10
ยซย. 29:13 ก ยอค.33:31; มธ.15:8-9; มก.7:6-7
ยซย. 29:13 1 อาณาจักรทางตอนเหนือของอิสราเอลเต็มไปด้วยพวกเมาเหล้า (บทที่ 28) ส่วนอาณาจักรทางตอนใต้ของยูดาก็เต็มไปด้วยพวกนมัสการที่หน้าซื่อใจคด. สภาพการณ์ทั้งสองนี้ได้บ่งชี้ถึงลักษณะเฉพาะของสภาพการณ์ของมนุษยชาติที่ตกต่ำบนแผ่นดินโลก. ประการแรก ผู้คนเมามาย เพราะพวกเขารักสิ่งอื่นนอกเหนือจากองค์พระผู้เป็นเจ้า และประการที่สอง พวกเขาไม่จริงใจ เต็มด้วยความจอมปลอม. ผู้นมัสการที่หน้าซื่อใจคดที่ได้บรรยายไว้ในข้อนี้จะคงอยู่ต่อเนื่องไปจนกว่าจะถึงเวลาของพระคริสต์ (มธ.15:1-14; ยฮ.4:20-24). พระยะโฮวาทรงพิพากษาผู้นมัสการที่หน้าซื่อใจคดในกรุงเยรูซาเล็ม ดังที่ได้เปิดเผยไว้ในข้อ 1-12, 14-16.
ยซย. 29:14 ก กจ.13:41
ยซย. 29:14 ข โยบ 5:13; ยรม.49:7; Oขกง. 8; 1กธ.1:19
ยซย. 29:15 1 ผู้นมัสการหน้าซื่อใจคดที่ได้กล่าวไว้ในบทนี้มีแต่ความอนิจจัง ไม่มีความเที่ยงแท้ (ข้อ 13) มีแต่ความตาบอด ไม่มีสติปัญญา (ข้อ 9-12, 15-16). พระคริสต์ได้ทรงนำเราเข้าสู่ความเที่ยงแท้ของจักรวาลนี้ผ่านการกลายเป็นเนื้อหนังของพระองค์ ซึ่งความเที่ยงแท้นี้ก็คือพระเจ้าตรีเอกภาพผู้ทรงเป็นตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ที่ได้แปรสภาพเป็นรูปธรรมอยู่ในตัวตนของพระเยซูคริสต์ (ยฮ.1:14, 17). เมื่อเราตระหนักถึงความเที่ยงแท้ที่ได้แปรสภาพเป็นรูปธรรม ซึ่งก็คือตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในพระคริสต์แล้ว ตาของเรา, หูของเรา, และความเข้าใจของเราก็ได้ถูกเปิดออก แล้วเราก็จะมีสติปัญญา. พระคริสต์ทรงเป็นความเที่ยงแท้และสติปัญญาต่อผู้ที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้ (ยฮ.14:6ก, 1กธ.1:24, 30) เพื่อจะทำให้พวกเขากลายเป็นผู้นมัสการพระเจ้าที่แท้จริง (ยฮ.4:23-24).
ยซย. 29:16 ก ยซย.45:9; รม.9:20
ยซย. 29:17 1 การพิพากษาที่พระยะโฮวามีต่อความหน้าซื่อใจคดของผู้นมัสการในกรุงเยรูซาเล็มนั้นส่งผลให้เกิดการฟื้นสภาพ (ข้อ 17-24).
ยซย. 29:18 ก ยซย.35:5; มธ.11:5
ยซย. 29:19 ก ยซย.61:1
ยซย. 29:22 ก ยฮซ.24:3; เทียบ ยนซ.48:16
ยซย. 29:23 ก มธ.6:9; ลก.11:2; 1ปต.3:15
ยซย. 29:23 ข มธ.15:31; ลก.1:68
สารบัญ