ยะซายา บทที่ 22
11. การพิพากษาของพระยะโฮวา — กรุงเยรูซาเล็มถูกเหยียบย่ำลง — หุบเขาแห่งนิมิต — เพราะเหตุความบาปชั่วที่ไม่อาจอภัยได้ของพวกเขา
22:1–25
22:1–25
ยซย.
22:1 ภาระเกี่ยวกับ1หุบเขาแห่งนิมิต นี่มันเรื่องอะไรกัน ที่เจ้าทุกคนขึ้นไปบนหลังคาบ้าน?
ยซย.
22:2 เจ้าผู้เป็นเมืองที่เต็มด้วยเสียงดัง เมืองที่อึกทึกครึกโครม นครที่เต้นโลด? พวกที่ถูกฆ่าในท่ามกลางเจ้าไม่ได้ถูกฆ่าด้วยดาบ หรือตายในสงคราม.
ยซย.
22:3 ผู้ปกครองทั้งหมดของเจ้ากหนีไปด้วยกัน พวกเขาถูกจับได้โดยไม่ต้องใช้คันธนู เจ้าทุกคนที่ถูกค้นเจอก็ถูกจับด้วยกัน [แม้ว่า]พวกเขาได้หนีไปไกล.
ยซย.
22:4 เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงว่า หันไปเสียอย่ามองข้าพเจ้า! ให้ข้าพเจ้ากร้องไห้อย่างขมขื่น. อย่ารีบเร่งมาปลอบโยนข้าพเจ้าเพราะเหตุการทำลายล้างบุตรีแห่งชนชาติของข้าพเจ้าเลย.
ยซย.
22:5 เพราะองค์พระยะโฮวาเจ้าจอมพลโยธาทรงมีวันหนึ่ง เป็นวันแห่งกการโกลาหล การเหยียบย่ำ และความยุ่งเหยิงในหุบเขาแห่งนิมิต กำแพงจะถูกทำลาย และเสียงร้องจะไปถึงภูเขา.
ยซย.
22:6 เอลามหยิบแล่งธนู พร้อมกับคนขับรถรบ[และ]พลม้า และคีราก็เผยโล่ออก.
ยซย.
22:7 หุบเขาดีที่สุดของเจ้ากเต็มด้วยรถรบ และพลม้าก็เข้าประจำที่ตรงประตูเมือง
ยซย.
22:8 พระองค์ได้ทรงเอาสิ่งที่ปกคลุมยูดาไปเสียแล้ว ในวันนั้น เจ้ามองหาศาสตราวุธในกพระตำหนักป่าดง
ยซย.
22:9 พวกเจ้าก็เห็นช่องโหว่มากมายในเมืองของดาวิด แล้วเจ้าก็กักเก็บกน้ำในสระล่าง
ยซย.
22:10 พวกเจ้านับจำนวนบ้านของกรุงเยรูซาเล็ม แล้วก็รื้อบ้านมากเสริมกำแพงเมืองให้แข็งแกร่ง.
ยซย.
22:11 เจ้าขุดกสระเก็บน้ำไว้ระหว่างกำแพงสองด้านเพื่อเก็บน้ำในสระเก่า. แต่เจ้าทั้งหลายไม่ได้มองดูขพระผู้สร้าง และไม่ได้เอาใจใส่ผู้ทรงวางแผนงานนี้ไว้นานแล้ว.
ยซย.
22:12 ในวันนั้น องค์พระยะโฮวาเจ้าจอมพลโยธาทรงเรียก[เจ้า]ให้ร่ำไห้และกคร่ำครวญ ทั้งให้โกน[ศีรษะ]และสวมผ้ากระสอบ.
ยซย.
22:13 แต่ ดูเถิด [เจ้า]กลับมีความรื่นเริงและยินดี มีการฆ่าวัวและฆ่าแกะ ทั้งกินเนื้อและดื่มเหล้าองุ่น [กล่าวว่า] กให้เรากินและดื่มเถิด เพราะว่าพรุ่งนี้เราก็จะตาย!.
ยซย.
22:14 องค์พระยะโฮวาเจ้าจอมพลโยธาทรงเปิดเผยในหูของข้าพเจ้าว่า จะไม่มีการปกปิดความบาปชั่วนี้ให้พวกเจ้าเป็นแน่ จนกว่าพวกเจ้าจะตาย องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นพระยะโฮวาจอมพลโยธาตรัสดังนี้.
ยซย.
22:15 องค์พระยะโฮวาเจ้าจอมพลโยธาตรัสดังนี้ว่า ไปเถิด ไปหาคนต้นเรือนคนนี้ คือไปยังเซ็บนา ผู้ดูแลราชสำนัก [และจงพูดกับเขาว่า]
ยซย.
22:16 เจ้าทำอะไรที่นี่? เจ้ามีใครอยู่ที่นี่? เจ้าจึงสกัดกอุโมงค์ฝังศพให้ตัวเจ้าเองที่นี่ [ดุจ]คนสกัดอุโมงค์ในที่สูง เจาะที่พักสงบให้ตนเองในศิลา?
ยซย.
22:17 ดูเถิด เจ้าผู้แกล้วกล้า ในไม่ช้าพระยะโฮวาจะทรงเหวี่ยงเจ้าออกไปไกล พระองค์จะจับเจ้าไว้แน่น
ยซย.
22:18 แล้วหมุนตัวเจ้าไปโดยรอบ [และขว้างเจ้า]เหมือนลูกบอลออกไปยังดินแดนที่กว้างใหญ่. เจ้าจะตายที่นั่น และรถรบแห่งสง่าราศีของเจ้าจะอยู่ที่นั่น[กลายเป็น]ความอับอายแก่เรือนเจ้านายของเจ้า.
ยซย.
22:19 เราจะไล่เจ้าออกจากหน้าที่ของเจ้า และเจ้าจะถูกดึงลงมาจากตำแหน่งของเจ้า.
(พระคริสต์—บิดาของผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มกับวงศ์วานของยูดา และหมุดที่ตอกไว้ในที่ที่มั่นคงเพื่อกลายเป็นพระที่นั่งแห่งสง่าราศีสำหรับวงศ์วานบิดาของพระองค์)
22:20-25
22:20-25
ยซย.
22:20 ในวันนั้น เราจะเรียกผู้รับใช้ของเรา คือ1กเอ็ลยาคิม บุตรฮิลคียา
ยซย.
22:21 และเราจะเอาเสื้อคลุมของเจ้ามาสวมให้เขา และจะเอาสายคาดเอวของเจ้าคาดเขาไว้ แล้วจะมอบอำนาจครอบครองของเจ้าไว้ในมือของเขา เขาจะเป็นเหมือน1บิดาของผู้อาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม และของวงศ์วานยูดา.
ยซย.
22:22 เราจะวาง1กลูกกุญแจแห่งวังของดาวิดไว้บนบ่าของเขา เมื่อเขาเปิดแล้วก็จะไม่มีใครปิดได้ และเมื่อเขาปิดแล้วก็จะไม่มีใครเปิดได้.
ยซย.
22:23 เราจะตอกเขาเหมือน1กหมุดไว้ในที่มั่นคง และเขาจะกลายเป็น2พระที่นั่งแห่งสง่าราศีสำหรับวงศ์วานบิดาของเขา.
ยซย.
22:24 พวกเขาจะแขวน1สง่าราศีทั้งหมดแห่งวงศ์วานบิดาของเขาไว้บนตัวเขา ทั้งลูกหลานและผู้สืบเชื้อสาย ทั้งภาชนะที่เล็กที่สุดทุกชิ้น ตั้งแต่2ถ้วยไปจนถึงเหยือกทุกอัน.
ยซย.
22:25 พระยะโฮวาจอมพลโยธาตรัสว่า ในวันนั้น1หมุดซึ่งตอกอยู่ในที่มั่นคงจะถูกย้ายเสีย มันจะถูกโค่นและล้มลงมา และภาระที่อยู่บนนั้นจะถูกตัดออก เพราะพระยะโฮวาได้ตรัสไว้แล้ว.
คำอธิบาย ยะซายา บทที่ 22
ยซย.
22:1 1 แม้กระทั่งกรุงเยรูซาเล็มก็ถูกรวมอยู่ในการพิพากษาของพระยะโฮวาที่มีต่อบรรดาประชาชาติด้วย. ในการพิพากษาของพระองค์นั้น พระยะโฮวาทรงเหยียบย่ำกรุงเยรูซาเล็มลง — หุบเขาแห่งนิมิต (ข้อ 5-7) — เพราะเหตุความบาปชั่วที่ไม่อาจอภัยได้ของพวกเขา ซึ่งก็คือพวกเขาไม่ได้เฝ้าหวังองค์พระผู้เป็นเจ้าและไม่คำนึงถึงพระองค์ (ข้อ 11ข-14).
ยซย.
22:3 ก 2พกษ.25:4-7
ยซย.
22:4 ก ยรม.4:19; 9:1
ยซย.
22:5 ก ยซย.37:3; พรท.1:5; 2:2
ยซย.
22:7 ก ยซย.8:7-8
ยซย.
22:8 ก 1พกษ.7:2; 10:17; 2คนก.9:16
ยซย.
22:9 ก 2พกษ.20:20; 2คนก.32:4, 30
ยซย.
22:10 ก 2คนก.32:5
ยซย.
22:11 ก นฮย.3:16
ยซย.
22:11 ข ยซย.37:26
ยซย.
22:12 ก ยอล.1:13; เทียบ มธ.11:17; ยก.4:9
ยซย.
22:13 ก ยซย.56:12; 1กธ.15:32; ลก.12:19
ยซย.
22:16 ก 2ซมอ.18:18; เทียบ มธ.27:60
ยซย.
22:20 ก 2พกษ.18:18
ยซย.
22:20 1ก เอ็ลยาคิมผู้รับใช้ของพระยะโฮวาแทนที่เซ็บนานั้น (ข้อ 15-19) เป็นแบบเล็งของพระคริสต์ในฐานะคนต้นเรือนในบ้านของพระเจ้า (ข้อ 22, เทียบ วว.3:7). บ้านของพระเจ้าเป็นครอบครัวอันศักดิ์สิทธิ์ (ฆต.6:10; อฟ.2:19; 1ตธ.3:15) ที่ครอบคลุมถึงผู้เชื่อทั้งหมดตลอดทุกยุคสมัย ซึ่งมีพระคริสต์เป็นคนต้นเรือนเพียงหนึ่งเดียว เป็นผู้ที่คอยดูแลครอบครัวของพระเจ้าในทุกๆ ด้าน. ในขณะที่พระคริสต์ผู้เป็นคนต้นเรือนทรงทำการปรนนิบัติในบ้านของพระเจ้า พระองค์ก็ทรงกำกับ, ปกครอง, และบริหารปกครองบุตรของพระเจ้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของพระคริสต์ไปด้วย.
ยซย.
22:21 1 พระคริสต์ทรงเป็นบิดาต่อเราผู้เป็นบุตรทั้งหลายของพระเจ้า (เทียบ 9:6). ในฐานะบิดา พระองค์ทรงเป็นแหล่งกำเนิดและการหล่อเลี้ยงที่คอยค้ำชูเราในทุกสิ่งและในทุกด้าน.
ยซย.
22:22 ก วว.3:7; เทียบ มธ.16:19; วว.1:18
ยซย.
22:22 1ก พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งดังที่มีแบบเล็งโดยเอ็ลยาคิมนั้นยังเป็นผู้ที่มีลูกกุญแจแห่ง (คลังทรัพย์ของ—39:2 และคำอธิบาย) พระนิเวศน์ของพระเจ้า (มีแบบเล็งโดยวังของดาวิดเพื่อการก่อสร้างอาณาจักรของพระเจ้า—2ซมอ.7:16) วางไว้บนบ่าของพระองค์ (วว.3:7). คริสตจักรเป็นทั้งพระนิเวศน์ของพระเจ้า (1ตธ.3:15) และอาณาจักรของพระเจ้า (มธ.16:18-19; รม.14:17). ลูกกุญแจที่ถูกวางไว้บนบ่าของพระคริสต์นั้นคือลูกกุญแจที่เก็บรักษาคลังทรัพย์ทั้งหมดแห่งพระนิเวศน์ของพระเจ้าเอาไว้ ซึ่งก็คือความอุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้นของพระคริสต์ที่มีเพื่อให้เราได้รับสุข. พระคริสต์ทรงเป็นผู้ที่สามารถเปิดและปิดประตูคลังทรัพย์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของพระเจ้าซึ่งได้แปรสภาพเป็นรูปธรรมอยู่ในพระองค์ (กซ.2:9).
ยซย.
22:23 ก อษร.9:8; ซคย.10:4
ยซย.
22:23 1ก พระเจ้าได้ทรงตอกพระคริสต์เป็นเหมือนหมุดหรือตะปูไว้ในที่มั่นคง (ข้อ 23ก) ซึ่งเป็นแบบเล็งถึงสวรรค์ชั้นสาม (เทียบ 2กธ.12:2ข) ที่ซึ่งพระเจ้าทรงยกชูพระคริสต์ขึ้นหลังจากที่พระองค์ทรงเป็นขึ้น (กจ.2:33; 5:31). เนื่องจากพระบิดาทรงอยู่ในสวรรค์ชั้นสาม (มธ.6:9) ดังนั้นการถูกยกชูขึ้นสู่สวรรค์ชั้นสามจึงเป็นการถูกยกชูขึ้นสู่พระเจ้าพระบิดา (เทียบ ลก.15:18). วันนี้พระคริสต์ทรงอยู่ในสวรรค์ทั้งหลาย ทรงเป็นเหมือนหมุดที่ถูกตอกไว้ในพระเจ้า. ดูคำอธิบายในข้อ 24.
ยซย.
22:23 2 พระคริสต์จะทรงกลายเป็นพระที่นั่งแห่งสง่าราศีสำหรับวงศ์วานบิดาของพระองค์. สง่าราศีในที่นี้ก็คือบุตรทั้งหลายของพระเจ้าที่เป็นภาชนะที่ถูกแขวนไว้บนพระคริสต์ผู้เป็นหมุด (ข้อ 24 และคำอธิบาย). สิ่งที่ตามมากับสง่าราศีก็คือพระที่นั่ง และแท้จริงแล้วพระที่นั่งนี้ก็คือตัวของพระคริสต์เอง. พระที่นั่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงอำนาจในการบริหารปกครองและอาณาจักร. ในอำนาจแห่งการบริหารปกครองของพระคริสต์นั้น พระองค์ทรงเป็นพระที่นั่งที่ปกครองทุกสิ่งภายในบ้านของพระเจ้า.
ยซย.
22:24 1 หรือ น้ำหนัก. คำว่า “สง่าราศี” ในข้อนี้มีความหมายเหมือนกับทั้งคำว่า “ลูกหลานและผู้สืบเชื้อสาย” และ “ภาชนะ”. ดังนั้นสง่าราศีแห่งวงศ์วานบิดาที่แขวนไว้บนพระคริสต์ผู้เป็นหมุด ก็คือบุตรทั้งหลายของพระเจ้าผู้เป็นลูกหลานและผู้สืบเชื้อสาย (พงศ์พันธุ์) ของพระเจ้า และบุตรทั้งหลายของพระเจ้าเหล่านี้เป็นภาชนะของพระคริสต์ที่ถูกแขวนไว้บนพระองค์เพื่อจะบรรจุพระองค์และนำพระองค์ไปหล่อเลี้ยงแก่ผู้อื่น. บุตรทั้งหลายของพระเจ้าซึ่งเป็นลูกหลานและผู้สืบเชื้อสายนั้นคือสง่าราศีที่อยู่ในบ้านของพระเจ้า และพวกเขายังเป็นภาชนะอีกด้วย.
ยซย.
22:24 2 ถ้วยและเหยือกเป็นแบบเล็งถึงวิธีและสื่อกลางต่างๆ ที่เราสามารถรับส่วนในพระคริสต์ในความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์. ถ้วย (หรือแก้ว) เป็นภาชนะเล็กที่ใช้บรรจุน้ำ ซึ่งเป็นแบบเล็งถึงพระวิญญาณของพระคริสต์ (ยฮ.7:37-39) ส่วนเหยือก (หรือคนโท) เป็นภาชนะใหญ่ที่ใช้บรรจุเหล้าองุ่น ซึ่งเป็นแบบเล็งถึงชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ (มธ.9:17 และคำอธิบาย 1). กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่าในบ้านของพระเจ้านั้น บุตรของพระเจ้าทุกคนล้วนเป็นภาชนะที่ใช้บรรจุพระวิญญาณของพระองค์ผู้เป็นน้ำเพื่อดับความกระหายของผู้คน และบรรจุชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นเหล้าองุ่นเพื่อทำให้ผู้คนชื่นชมยินดี. ความอุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้นแห่งการหล่อเลี้ยงที่อุดมสมบูรณ์ที่บุตรทั้งหลายของพระเจ้าได้รับสุขนี้ล้วนถูกแขวนไว้บนพระคริสต์ผู้เป็นหมุด เป็นผู้ค้ำชู.
ยซย.
22:25 1 ไม่ได้ชี้ถึง เอ็ลยาคิม (พระคริสต์) แต่ชี้ถึง เซ็บนา (ข้อ 15) ที่ถูกแทนที่ด้วยเอ็ลยาคิม. ในการพิพากษาของพระเจ้า พระองค์ทรงขจัด หรือ “ไล่” ทุกคนและทุกสิ่ง รวมถึงกษัตริย์ของบรรดาประชาชาติ, เซ็บนาผู้เป็นคนต้นเรือน, อีกทั้งถ้วยและเหยือกทั้งหมดในพระนิเวศน์ของพระเจ้าออกไป แล้วแทนที่สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดด้วยพระคริสต์. พระเจ้าทรงขจัดทุกคนออกไปแล้วบนกางเขน และพระองค์ทรงกำลังแทนที่ทุกคนด้วยพระคริสต์. เนื่องจากพระคริสต์ได้ทรงนำตัวของพระองค์เองมาเข้าสนิทเป็นหนึ่งกับเรา เมื่อพระองค์ทรงตายบนกางเขน เราก็ได้ร่วมตายกับพระองค์และได้ถูกทำให้สิ้นสุดแล้ว (รม.6:6; 2กธ.5:14). บัดนี้ในการเข้าสนิททางอินทรียภาพระหว่างเรากับพระคริสต์ผ่านการที่เราเชื่อในพระองค์นั้น พระองค์ทรงแทนที่เราโดยการมีชีวิตเป็นอยู่ในเรา, ด้วยกันกับเรา, โดยเรา, และผ่านเรา (ยฮ.15:5; รม.11:17; ฆต.2:20; ฟป.1:19-21ก). ยิ่งไปกว่านั้น พระเจ้าได้ทรงแทนที่ทุกสิ่งในแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาเดิมของพระองค์ด้วยพระคริสต์. (มธ.17:3-5; กซ.2:16-17; ฮร.10:5-14). ดังนั้นในแผนการบริหารของพระเจ้านั้น พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งในฐานะอิมมานูเอล (7:14) จึงแทนที่ทุกสิ่งและกลายเป็นทุกสิ่ง.