การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8

เพลงไพเราะ บทที่ 8

VI. การเฝ้าหวังจะถูกรับขึ้นไป
8:1-14
1. การคร่ำครวญถึงเนื้อหนังของเธอ
ข้อ 1
พพร. 8:1 โอ ถ้าเธอได้เป็นเหมือน1พี่ชายของดิฉัน ผู้ได้ดูดนมจากอกมารดาของดิฉันก็จะดี! เพราะเมื่อดิฉันพบเธอ2นอกบ้าน ดิฉันจะได้จูบเธอได้ แล้วคนทั้งหลายจะได้ไม่ดูถูกดูหมิ่นดิฉัน.
2. การเฝ้าหวังจะถูกช่วยให้รอดจากการคร่ำครวญถึงเนื้อหนัง
ซึ่งบ่งชี้ว่าเธอเฝ้าหวังจะถูกรับขึ้นไป
ข้อ 2-4
พพร. 8:2 แล้วดิฉันจะได้เดินนำเธอพาเธอให้เข้ามาใน1เรือนมารดาของดิฉัน ผู้ซึ่งจะสอนดิฉัน ดิฉันจะได้ให้เธอดื่มเหล้าองุ่นใส่เครื่องเทศจากน้ำทับทิมของดิฉัน.
พพร. 8:3 กแล้วมือซ้ายของเขาจะช้อนใต้ศีรษะของดิฉันไว้ และมือขวาของเขาจะโอบกอดดิฉันไว้.
พพร. 8:4 โอ กบุตรสาวแห่งเยรูซาเล็มเอ๋ย ดิฉัน1ขขอให้เธอทั้งหลายปฏิญาณว่า เธอทั้งหลายจะไม่เร้าหรือจะไม่ปลุกแม่ยอดรักของดิฉันให้ตื่นขึ้น จนกว่าเธอจะพอใจแล้ว.
3. ก่อนจะถูกรับขึ้นไป
ข้อ 5-14
พพร. 8:5 ใครกันหนอที่ขึ้นมาจากกป่ากันดาร 1อิงแอบมากับที่รักของเธอ? 2ดิฉันได้ปลุกเธอเมื่อเธออยู่ใต้ต้นแอปเปิล ที่นั่นแหละที่มารดาของเธอได้เจ็บครรภ์เพราะเธอ ที่ตรงนั้นแหละผู้ที่คลอดเธอได้เจ็บครรภ์เพราะเธอ.
พพร. 8:6 โปรดวางดิฉันไว้1กดุจตราประทับบนดวงใจของเธอ ดุจตราประทับบนแขนของเธอ เพราะความรักนั้นเข้มแข็งดุจความตาย ความหวงแหนก็เหี้ยมโหดดุจ2แดนมรณา และประกายแห่งความหวงแหนนั้นก็คือประกายเพลิง คือเปลวเพลิงแห่งพระยะโฮวา.
พพร. 8:7 น้ำมากหลายไม่อาจดับความรักให้มอดเสียได้ หรืออุทกธารทั้งหลายไม่อาจท่วมความรักให้จมเสียได้. แม้ว่าคนใดจะเอาทรัพย์สมบัติในเหย้าเรือนของตนทั้งสิ้นมาแลกกับความรักนั้น คนนั้นจะถูกดูหมิ่นอย่างยิ่ง.
พพร. 8:8 เรามี1น้องสาวคนหนึ่งและเธอยังไม่มีถัน เราจะทำอย่างไรเพื่อน้องสาวของเรา เมื่อถึงวันที่เขามาสู่ขอน้องของเรา?
พพร. 8:9 ถ้าหากน้องสาวนั้นเป็น1กำแพง พวกเราก็จะสร้างสันปราการเงินไว้ และถ้าหากน้องเป็น1ประตู พวกเราจะโอบล้อมเธอด้วยแผ่นไม้สนสีดาร์.
พพร. 8:10 ดิฉันเป็น1กำแพง ถันทั้งสองของดิฉันเหมือนดังหอคอย เพราะฉะนั้นในสายตาของเขาดิฉันจึงเป็นดังผู้ที่ได้รับสันติสุข.
พพร. 8:11 ซะโลโมทรงมีสวนองุ่นอยู่แปลงหนึ่งที่เมือง1บาละอาโมน พระองค์ทรงมอบกสวนองุ่นนั้นให้แก่ผู้รักษาสวนเช่า ทุกคนต้องส่งเงินคนละหนึ่งพัน[เชกไกละ]เป็นค่าผลไม้.
พพร. 8:12 สวนองุ่นของดิฉัน ซึ่งเป็นของดิฉันเอง อยู่ต่อหน้าดิฉัน โอ ข้าแต่ ซะโลโม [เงิน]หนึ่งพันนั้นพระองค์รับไปเถิด และผู้ดูแลผลไม้ในสวนนั้นก็รับไปสองร้อยเถิด.
พพร. 8:13 โอ เธอผู้อยู่ในสวน พวกเพื่อนๆ ของ[ดิฉัน]คอยฟัง1กเสียงของเธออยู่ ขอให้ดิฉันได้ยิน[เสียงเธอ].
พพร. 8:14 1กที่รักของดิฉันจ๋า เร็วเข้าเถอะ ขอให้เธอเป็นดังเลียงผาหรือกวางหนุ่มที่อยู่บนภูเขาที่เต็มด้วยเครื่องเทศ.

คำอธิบาย เพลงไพเราะ บทที่ 8

พพร. 8:1 1 ณ จุดนี้ คนรักของพระคริสต์ได้สุกงอมในชีวิตจนถึงขั้นที่เธอได้กลายเป็นเหมือนกับพระคริสต์ในทุกด้าน เว้นเสียแต่เธอยังคงมีเนื้อหนังอยู่. คนรักได้ตระหนักถึงสิ่งรบกวนทั้งปวงที่มาจากเนื้อหนังของเธอ เธอจึงคาดหวังว่าพระคริสต์จะเป็นพี่ชายในเนื้อหนังของเธอที่ได้บังเกิดจากพระคุณ (มารดาของเธอ — ฆต.4:26) ซึ่งก็คือคาดหวังว่าพระองค์จะเป็นเหมือนกับเธอในเนื้อหนัง. ในแง่ของบทกวีนั้น กรณีนี้บ่งชี้ถึงการคร่ำครวญถึงเนื้อหนังของเธอ. ในข้อ 2-4 เธอเฝ้าหวังที่จะถูกช่วยให้รอดจากการคร่ำครวญถึงเนื้อหนัง ซึ่งบ่งชี้ว่าเธอเฝ้าหวังจะถูกรับขึ้นไปผ่านการที่ร่างกายของเธอได้รับการไถ่ (รม.8:23; 2กธ.5:1-8; อฟ.4:30ข).
พพร. 8:1 2 หรือ อยู่ภายนอกข้อจำกัดของเนื้อหนัง. เมื่อร่างกายของเธอได้เปลี่ยนรูปลักษณะ (ฟป.3:21) เธอกับองค์พระผู้เป็นเจ้าก็จะเป็นเหมือนกัน (1ยฮ.3:2) และจะไม่มีผู้ใดดูถูกดูหมิ่นเธอเพราะเหตุข้อบกพร่องในเนื้อหนัง.
พพร. 8:2 1 ในข้อ 2-3 คนรักของพระคริสต์เฝ้าหวังว่าเธอกับที่รักของเธอจะพบกันในกรุงเยรูซาเล็มฝ่ายสวรรค์ที่ซึ่งเธอได้รับการสำเร็จโดยพระคุณ (เรือนมารดาของเธอ — ฆต.4:26) และเฝ้าหวังว่าเธอจะหาทางให้ที่รักของเธอได้รับสุขความอุดมสมบูรณ์จากประสบการณ์ที่เธอมีต่อชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ (เหล้าองุ่นใส่เครื่องเทศจากน้ำทับทิมของเธอ) เพื่อเธอจะมาเป็นความอิ่มหนำของพระองค์ในขณะที่พระองค์ทรงโอบกอดเธอ เหมือนกับที่พระองค์ทรงโอบกอดเธอก่อนที่เธอจะถูกรับขึ้นไป (2:6).
พพร. 8:3 ก พพร.2:6
พพร. 8:4 ก พพร.2:7; 3:5
พพร. 8:4 ข พพร.1:5
พพร. 8:4 1ข ที่รักของเธอกำชับผู้เชื่อที่ไปก้าวก่าย (บุตรสาวแห่งเยรูซาเล็ม) ไม่ให้ปลุกเธอจากความเฝ้าหวังที่ถูกต้องที่มีต่อการถูกรับขึ้นไปจนกว่าเธอจะตื่นขึ้นต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ คือจนกว่าเธอจะพบกับพระองค์หน้าต่อหน้าในการถูกรับขึ้นไป.
พพร. 8:5 ก พพร.3:6
พพร. 8:5 1 พระวิญญาณนั้น ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งโดยฝ่ายที่สามที่เป็นผู้พูดนั้นได้ถามว่าคนรักของพระคริสต์คือใครหนอผู้ที่ครั้งหนึ่งได้ขึ้นมาจากป่ากันดารฝ่ายวิญญาณ (สภาพแวดล้อมฝ่ายโลก) ด้วยตัวเธอเอง (3:6) และบัดนี้ก็ขึ้นมาจากป่ากันดารฝ่ายเนื้อหนัง (ขอบเขตฝ่ายโลก) โดยอิงแอบมากับที่รักของเธอ. ในขณะที่เธอกำลังรอคอยการเสด็จมาของพระองค์นั้น เธอก็ออกไปกับพระองค์เพื่อพบกับพระองค์ (เทียบ มธ.25:1)
พพร. 8:5 2 ในที่นี้พระคริสต์ทรงตอบว่าเธอเป็นคนบาปที่ได้กลับใจและได้รับความรอดโดยพระคุณ (มารดาของเธอ — ฆต.4:26; อฟ.2:8ก) ผ่านการบังเกิดใหม่ (กำเนิด) ในพระองค์ในฐานะผู้หล่อเลี้ยงชีวิต (ต้นแอปเปิล — 2:3). ในที่นี้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงย้ำเตือนคนรักของพระองค์ในการสำเร็จสุดยอดแห่งชีวิตคริสเตียนของเธอว่ากระทั่งบัดนี้เธอก็ไม่เป็นอะไรเลย เป็นเพียงคนบาปที่ได้รับความรอดโดยพระคุณของพระคริสต์เท่านั้น.
พพร. 8:6 ก ยซย.49:16; ฮาฆ.2:23
พพร. 8:6 1ก เมื่อคนรักได้ยินถึงสิ่งซึ่งที่รักของเธอได้กล่าวไว้ในข้อ 5 เธอก็ยอมรับว่าเธอไม่สามารถยืนหยัดและดำเนินชีวิตในที่รักของเธอด้วยตัวของเธอเองจนกว่าเธอจะถูกรับขึ้นไป. ในขณะที่เธอยังอยู่ในเนื้อหนัง อยู่ในสิ่งทรงสร้างเก่า เธอไม่เชื่อพึ่งในตัวเอง เธอขอให้ที่รักของเธอรักษาเธอไว้โดยความรักของพระองค์ (ดวงใจ) และกำลังของพระองค์ (แขน) เพราะความรักของพระองค์นั้นเข้มแข็งดุจความตายที่ไม่อาจสั่นคลอนและความหวงแหนของพระองค์ก็เหี้ยมโหดดุจแดนมรณาที่ไม่อาจสยบได้ ซึ่งเป็นเหมือนกับความหวงแหนของพระยะโฮวาผู้ทรงเป็นเพลิงที่เผาผลาญ (พบญ.4:24) ที่คอยเผาสิ่งของด้านลบทั้งหมดไปเสีย. ความรักของพระองค์ไม่อาจถูกการล่อลวงทำให้ดับมอดได้และไม่อาจถูกการข่มเหงทำให้จมเสียได้ อีกทั้งไม่อาจเอาทรัพย์สมบัติใดๆ มาแลกได้ (ข้อ 7; รม.8:35-39; 1กธ.13:1-3).
พพร. 8:6 2 ดู มธ.11:23 คำอธิบาย 1.
พพร. 8:8 1 ในเมื่อคนรักได้สุกงอมในชีวิตในการแสวงหาพระคริสต์และการสำเร็จสุดยอดแห่งประสบการณ์ของเธอที่มีต่อพระคริสต์แล้ว ก่อนที่เธอจะถูกรับขึ้นไป เธอกับพระคริสต์เป็นกังวลถึงคนรักของพระคริสต์ที่ยังเยาว์วัยกว่า คือผู้ที่ความเชื่อและความรัก (ถันทั้งสอง — 1ตธ.1:14) ยังไม่สุกงอม. เธอเป็นกังวลว่าจะสำเร็จผู้ที่เยาว์วัยกว่าเหล่านี้อย่างไรให้พวกเขาสุกงอมในชีวิตเพื่อการก่อสร้างพระกายของพระคริสต์และรักพระคริสต์จนกว่าพวกเขาจะได้หมั้นหมายกับพระองค์ในความรักเพื่อจะก่อรูปขึ้นเป็นเจ้าสาวของพระคริสต์ (2กธ.11:2; ฆต.4:19).
พพร. 8:9 1 ถ้าผู้ที่เยาว์วัยกว่า (ดูข้อ 8 คำอธิบาย 1) เป็นกำแพงที่มีเพื่อแบ่งแยกจากโลก (การแบ่งแยกบริสุทธิ์) คนรักที่สุกงอมของพระคริสต์กับที่รักของเธอก็จะสำเร็จเขาโดยการก่อสร้างสันปราการไว้บนเธอโดยมีการไถ่ของพระคริสต์เป็นพื้นฐาน (เงิน). ถ้าผู้ที่เยาว์วัยกว่าเป็นประตูที่เป็นทางเข้าสำหรับให้ผู้คนเข้าสู่พระคริสต์ คนรักของพระคริสต์กับที่รักของเธอก็จะสำเร็จเขาโดยการก่อสร้างสิ่งล้อมรอบเธอด้วยสภาพมนุษย์ฝ่ายสวรรค์และได้รับสง่าราศีของพระคริสต์ (มธ.26:64; กจ.3:13) และด้วยชีวิตมนุษย์ฝ่ายสวรรค์ของพระองค์ (ไม้สนสีดาร์ — ฟป.2:7-8). กรณีนี้บ่งชี้ว่าคนรักของพระคริสต์คือผู้ที่มีประสบการณ์ ซึ่งไม่เพียงรู้ว่าจะบำรุงเลี้ยงผู้อื่นอย่างไร แต่ยังรู้ว่าจะก่อสร้างพวกเขาขึ้นอย่างไรด้วยวัสดุที่เหมาะสมตามความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของพวกเขา.
พพร. 8:10 1 ในที่นี้คนรักของพระคริสต์ได้เป็นพยานว่าเธอเป็นผู้ที่แบ่งแยกบริสุทธิ์ (กำแพงที่มีเพื่อแบ่งแยก) ที่ความเชื่อและความรักได้พัฒนาขึ้นแล้ว (ถันทั้งสองเหมือนดังหอคอย — 1ตธ.1:4) ซึ่งตรงข้ามกับผู้เชื่อที่ยังไม่สุกงอมในข้อ 8. ในสายตาของที่รักของเธอนั้น เธอเปรียบเหมือนผู้ที่ได้รับสันติสุขโดยมีพื้นฐานอยู่บนการแบ่งแยกบริสุทธิ์ (1ธซ.5:23 และคำอธิบาย 2).
พพร. 8:11 1 แปลว่า “เจ้านายของคนทั้งปวง.” ซะโลโมเป็นเจ้านายผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งได้ถือครองสวนองุ่นมากมายที่ได้ให้ผู้รักษาสวนเช่าไปเพื่อเกิดผลผลิต. ผู้รักษาสวนเช่าจะจ่ายเงินหนึ่งพันเชกไกละให้แก่ซะโลโม. ผู้ดูแลสวนเช่าแต่ละคนจะมีผู้ช่วยดูแลผลไม้ และเขาต้องจ่ายให้พวกเขาสองร้อยเชกไกละ (ข้อ 12). ในการงานของพระคริสต์นั้น พระคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของการงานทั้งหมด (สวนองุ่น). เราผู้เป็นคนรักของพระคริสต์นั้นเป็นผู้รักษาสวนเช่าคือผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งในการงานของพระคริสต์. ถ้าพิจารณาตามข้อเรียกร้องขององค์พระผู้เป็นเจ้า เราควรจ่ายเงินหนึ่งพันเชกไกละแก่พระองค์ หรือจ่ายสิ่งที่พระองค์ทรงเรียกร้องให้แก่พระองค์. ในการงานที่ทำร่วมกับองค์พระผู้เป็นเจ้านั้น เราไม่มี “ผู้ช่วย” ดังนั้นผู้รักษาสวนเช่าอย่างเราจึงต้องสามารถดูแลผลไม้ด้วยตัวของเราเอง. เราไม่ต้องเอาสองร้อยเชกไกละไปให้คนอื่น เราให้กับตัวเราเอง. นี่เหมือนกับการที่องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานสองร้อยเชกไกละให้เป็นบำเหน็จแก่เรา. ข้อ 11-12 แสดงให้เห็นว่าการงานที่เราทำร่วมกับองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นจะต้องเหนือล้ำกว่าที่พระองค์ทรงเรียกร้อง. องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่เพียงเรียกร้องสิ่งที่พระองค์ทรงมอบไว้ให้เรา แต่ยังเรียกร้องสิ่งที่พระองค์มอบให้แก่เราพร้อมทั้งดอกเบี้ยด้วย (มธ.25:26-27). ในเวลาที่พระองค์เสด็จกลับมานั้น พระองค์จะประทานบำเหน็จแก่เราตามดอกเบี้ยนี้. บำเหน็จนี้ไม่ได้ประทานให้ตามพระคุณขององค์พระผู้เป็นเจ้า แต่ตามความชอบธรรมของพระองค์.
พระคริสต์ผู้ทรงเป็นที่รักของเรานั้นคือองค์พระผู้เป็นเจ้าของคนทั้งปวง ทรงถือครองทุกสิ่ง (กจ.10:36) และเราซึ่งเป็นคนรักของพระองค์ก็ได้ร่วมมีส่วนในทุกสิ่งที่พระองค์ทรงมี (1กธ.3:21-22) อย่างไม่คิดมูลค่าในพระคุณของพระคริสต์ (รม.3:24) ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากความรักของพระเจ้า (2กธ.3:14). แต่เราผู้เป็นคนรักของพระองค์ก็ยังคงต้องมอบสิ่งที่เราควรมอบแก่พระองค์ผู้เป็นคนรักของเรา ซึ่งไม่ใช่ด้วยหน้าที่ แต่เป็นเรื่องของความรัก (เทียบ ฆต.5:13). พระคริสต์ผู้เป็นคนรักของเราได้นำพระองค์เองมาเข้าสนิทเป็นหนึ่งกับเรา พระองค์ยังคงชอบพระทัยที่จะประทานบำเหน็จแห่งความชอบธรรมแก่เรา (2ตธ.4:8). กรณีนี้บ่งชี้เป็นนัยว่าพระคริสต์ผู้เป็นคนรักของเราได้ประทานบำเหน็จแก่เราเพื่อการตรากตรำที่ยังคงเหลืออยู่ของเรามาหนุนใจเราที่เราได้ตรากตรำเพื่อพระองค์อย่างสัตย์ซื่อในความรัก (เทียบ มธ.25:20-23) ดังนั้นนี่จึงเป็นบำเหน็จแห่งความชอบธรรม.
พพร. 8:11 ก 1กธ.9:7; เทียบ มก.12:1; ลก.20:9
พพร. 8:13 ก พพร.2:14
พพร. 8:13 1ก คนรักของพระคริสต์ขอให้พระองค์ผู้อาศัยอยู่ในผู้เชื่อทั้งหลายในฐานะที่เป็นสวนให้เธอได้ยินเสียงของพระองค์ในขณะที่พวกเพื่อนๆ ของเธอคอยฟังเสียงของพระองค์อยู่. กรณีนี้บ่งชี้ว่าในการงานซึ่งเราผู้เป็นคนรักของพระองค์ได้กระทำเพื่อพระองค์ผู้เป็นที่รักของเรานั้น เราควรจะสามัคคีธรรมกับพระองค์. ในขณะที่เราร่วมงานกับพระองค์ เราต้องคงไว้ซึ่งการสามัคคีธรรมกับพระองค์ ฟังพระองค์อยู่เสมอ (เทียบ ลก.10:38-42 และข้อ 42 คำอธิบาย 1).
พพร. 8:14 ก พพร.2:17; เทียบ วว.22:17, 20
พพร. 8:14 1ก ในฐานะบทสรุปของหนังสือแห่งบทกวีเล่มนี้ คนรักของพระคริสต์ได้อธิษฐานขอให้ที่รักของเธอรีบกลับมาในฤทธิ์เดชแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ (เลียงผาและกวางหนุ่ม) เพื่อจะก่อตั้งอาณาจักรที่หวานชื่นและงดงามของพระองค์ (ภูเขาที่เต็มด้วยเครื่องเทศ) ซึ่งจะเติมเต็มทั่วแผ่นดินโลก (วว.11:15; ดนอ.2:35) คำอธิษฐานเช่นนี้บรรยายถึงการเข้าสนิทและการสามัคคีธรรมระหว่างพระคริสต์ผู้เป็นเจ้าบ่าวกับคนรักของพระองค์ซึ่งเป็นเจ้าสาวในความรักแห่งการสมรสของพวกเขา; กรณีนี้ก็เหมือนกับที่คำอธิษฐาน (ซึ่งเป็นบทสรุปของพระคัมภีร์ทั้งเล่ม) ของโยฮันผู้เป็นคนรักของพระคริสต์ ได้เปิดเผยถึงแผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้าซึ่งเกี่ยวกับพระคริสต์และคริสตจักรในความรักอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ (วว.22:20).
สารบัญ