การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8

เพลงไพเราะ บทที่ 6

(9) คำถามที่สองที่เธอถูกถาม
6:1
พพร. 6:1 โอ แม่สาวงามล้ำเลิศในท่ามกลางสาวอื่นๆ 1ที่รักของเธอไปไหนเสีย? ที่รักของเธอหันกลับไปไหนเสียแล้วเล่า? เพื่อพวกเราจะไปเสาะหาเขากับเธอ.
(10) คำตอบของเธอ
6:2-3
พพร. 6:2 ที่รักของดิฉันลงไปยัง1กสวนของเขาเพื่อจะไปที่ลานเครื่องเทศ และเพื่อจะไปเลี้ยงฝูงแกะในสวนและเก็บดอกลิลลี่.
พพร. 6:3 กตัวดิฉัน1เป็นของที่รักของดิฉัน และที่รักก็เป็นของดิฉัน เขาเลี้ยงฝูงแกะอยู่ท่ามกลางหมู่ขดอกลิลลี่.
2. การดำเนินชีวิตที่อยู่ในม่าน
6:4-13
(1) คำสรรเสริญของที่รัก
ข้อ 4-10
พพร. 6:4 ยอดรักของฉันเอ๋ย เธอช่างงดงามประหนึ่ง1กรุงทีระซาและงามน่ารักดัง1กรุงเยรูซาเล็มเธอกน่าเกรงขามดัง2กองทัพมีธงประจำ.
พพร. 6:5 ขอละ1สายตาไปจากฉันเถอะ เพราะว่าฉันแพ้นัยน์ตาของเธอแล้ว 2กผมของเธอดุจฝูงแพะที่นอนลงบนภูเขาฆีละอาด.
พพร. 6:6 1ฟันของเธอดังฝูงแกะตัวเมียเพิ่งขึ้นมาจากการชำระล้าง มีลูกแฝดติดมาทุกตัว ไม่มีตัวใดแท้งลูกเลย.
พพร. 6:7 1แก้มทั้งสองของเธอเหมือนผลทับทิมชิ้นหนึ่งที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้า.
พพร. 6:8 มี1มเหสีหกสิบองค์ และ1นางสนมแปดสิบคน 1กพวกหญิงพรหมจารีอีกมากมายเหลือคณานับ.
พพร. 6:9 กแม่นกพิราบของฉัน แม่ผู้ครบสมบูรณ์ของฉัน เป็นคนเดียว เธอเป็นคนเดียวของมารดา เป็นสุดที่รักของผู้ให้กำเนิด. หญิงสาวทั้งหลายเห็นเธอ และเรียกเธอว่า เป็นสุข ทั้งเหล่ามเหสีและเหล่านางสนมก็สรรเสริญเยินยอเธอว่า
พพร. 6:10 แม่สาวคนนี้เป็นผู้ใดหนอ มองลงมาก็ดังอรุโณทัย งดงามดัง1ดวงจันทร์ กระจ่างจ้าดัง1ดวงตะวัน กน่าเกรงขามดัง2กองทัพมีธงประจำ?
(2) การงานของคนรัก
ข้อ 11
พพร. 6:11 ดิฉันลงไปใน1สวนวอลนัท เพื่อจะดูหมู่ไม้เขียวตามหุบเขาว่า เถาองุ่นกแตกหน่อหรือยัง และเพื่อจะดูว่าผลทับทิมมีดอกแล้วหรือยัง.
(3) ความก้าวหน้าและชัยชนะของคนรัก
ข้อ 12-13
พพร. 6:12 เมื่อดิฉันยังไม่ทันรู้ตัว จิตของดิฉันได้กระทำให้ดิฉันเหมือน[อยู่ท่ามกลาง]1รถม้าของผู้สูงศักดิ์.
พพร. 6:13 กลับมาเถอะ กลับมาเถิด โอ 1ชูลามิทจ๋า กลับมาเถิด กลับมาเถอะจ๊ะ เพื่อพวกดิฉันจะได้เชยชมเธอ. ทำไมเธอทั้งหลายจ้องมองชูลามิทดังดูการเต้นรำของ2กสองกองทัพ?

คำอธิบาย เพลงไพเราะ บทที่ 6

พพร. 6:1 1 ผู้เชื่อที่ยังเยาว์วัย (บุตรีแห่งเยรูซาเล็ม) ยังคงเห็นว่าคนรักเป็นผู้ที่งามล้ำเลิศที่สุดในท่ามกลางหญิงสาวทั้งหลาย (เทียบ 5:9ก) พวกเธอได้ถามคนรักว่าที่รักของเธอหันกลับไปที่ไหนเสียเล่า เพื่อพวกเธอจะได้เสาะหาเขาด้วยกันกับเธอ ซึ่งบ่งชี้ว่าพวกเธอได้รับการดึงดูดโดยพยานที่เธอมีต่อที่รักของเธอ. เธอเป็นผู้แสวงหาพระคริสต์ และการแสวงหาของเธอนั้นมีอิทธิพลและส่งผลต่อผู้อื่นและดึงดูดพวกเขาให้มาหาพระองค์ (เทียบ 1:4ก).
พพร. 6:2 ก พพร.4:16; 5:1
พพร. 6:2 1ก หลังจากที่ได้เสาะหาความช่วยเหลือจากผู้อื่นแล้ว เธอก็ได้ตระหนักว่าที่รักของเธออยู่ภายในเธอในฐานะสวนของพระองค์ และอยู่ภายในผู้เชื่ออื่นๆ ทั้งหมดในฐานะลานเครื่องเทศของพระองค์ พระองค์ได้ทรงป้อนเลี้ยงเธอและผู้เชื่อคนอื่นๆ ในฐานะสวนของพระองค์และรวบรวมผู้ที่บริสุทธิ์หมดจดและเชื่อพึ่งเข้าด้วยกัน (ดอกลิลลี่). สวนของพระคริสต์นั้นอยู่ในวิญญาณของเรา. ถ้าเราดำเนินชีวิตอยู่ในวิญญาณของเรา วิญญาณของเราก็กลายเป็นสวนที่เราจะปลูกสิ่งที่งดงาม, อยู่ฝ่ายวิญญาณ, ศักดิ์สิทธิ์, และอยู่ฝ่ายสวรรค์ ซึ่งมีรสชาติที่หวานชื่นต่อพระองค์.
พพร. 6:3 ก พพร.2:16; 7:10; 1กธ.1:2
พพร. 6:3 1 คนรักบอกพวกเขาตามความเชื่อของเธอว่า เธอเป็นของที่รัก และที่รักก็เป็นของเธอ อีกทั้งบัดนี้พระองค์ทรงป้อนเลี้ยงผู้ที่บริสุทธิ์หมดจดและเชื่อพึ่งพระองค์ (ดอกลิลลี่). ตอนนี้เธอได้สุกงอมในชีวิตมากขึ้นกว่าครั้งที่เธอพูดถ้อยคำเดียวกันนี้ใน 2:16 (ดูคำอธิบายในข้อนั้น).
พพร. 6:3 ข มธ.6:28
พพร. 6:4 1 กรุงทีระซาเป็นเมืองหลวงของกษัตริย์ทั้งหลายแห่งอิสราเอลและเป็นที่ตั้งของพระราชวัง (1พกษ.14:17; 15:21; 16:23) กรุงทีระซาได้ถูกกล่าวถึงในที่นี้ในเชิงบวก เพื่อเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสถานที่บริสุทธิ์ของพระเจ้าอันที่ประทับของพระเจ้าผู้เป็นกษัตริย์. ส่วนเมืองบริสุทธิ์กรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของยูดาและเป็นสถานที่ป้องกันที่ประทับของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก (พระวิหาร). ดังนั้นเมืองทั้งสองจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสถานที่บริสุทธิ์ของพระเจ้า, ที่ประทับของพระเจ้าที่มีเมืองบริสุทธิ์ของพระเจ้าอยู่ล้อมรอบเพื่อมาปกป้องเมืองนั้น. องค์ที่รักทรงชมคนรักของพระองค์ว่า เธอสวยงามประดุจสถานที่บริสุทธิ์ฝ่ายสวรรค์ (กรุงทีระซา) และงามน่ารักดุจกรุงเยรูซาเล็มฝ่ายสวรรค์. เรื่องนี้บ่งชี้ว่า คนรักของพระคริสต์ได้ดำเนินชีวิตอยู่ในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์ในฐานะสิ่งทรงสร้างใหม่ที่อยู่ในการเป็นขึ้น เช่นนี้เธอจึงสุกงอมในความอุดมสมบูรณ์แห่งชีวิตของพระคริสต์ จนเธอไม่เพียงกลายเป็นสวนของพระคริสต์เท่านั้น (พพร.4:12—5:1; 6:2) แต่ยังเป็นการก่อสร้างของพระเจ้า (เทียบ ยนซ.2:8–12, 18–24; 1กธ.3:9–12) คือเป็นสถานที่บริสุทธิ์ของพระเจ้าที่มาปกป้องสถานที่บริสุทธิ์นั้น. กรณีนี้บ่งชี้ต่อไปว่าเธอดำเนินชีวิตอยู่ในที่บริสุทธิ์สุด อยู่ในห้องชั้นในแห่งสถานที่บริสุทธิ์ฝ่ายสวรรค์ อยู่ภายในม่าน เพื่อจะมีประสบการณ์ต่อการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์ผ่านกางเขนหลังจากที่ได้เธอได้ประสบการณ์ต่อการเป็นขึ้นของพระองค์แล้ว. การกลายเป็นสวนสำหรับพระคริสต์คือการทำให้องค์ประกอบแห่งชีวิตของพระคริสต์พร้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์อันหาที่สุดไม่ได้เจริญงอกงามขึ้น; การกลายเป็นสถานที่บริสุทธิ์ของพระเจ้าคือการถูกก่อสร้างขึ้น (มีความเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างพระกายของพระคริสต์) ในการเติบโตในชีวิตของพระคริสต์พร้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์อันหาที่สุดไม่ได้จนบรรลุถึงความสุกงอม (อฟ.4:12-16). ในพันธสัญญาเดิมนั้น การก่อสร้างของพระเจ้ามีแบบเล็งโดยกรุงทีระซาและกรุงเยรูซาเล็ม. ส่วนในพันธสัญญาใหม่ การก่อสร้างนี้ก็คือพระกายอินทรีย์ของพระคริสต์. ในที่สุดการก่อสร้างพระกายอินทรีย์ของพระคริสต์ ซึ่งก็คือภรรยาของพระคริสต์นั้น (อฟ.5:25-32) จะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ซึ่งเป็นเมืองบริสุทธิ์อันเป็นการสำเร็จสุดยอดของที่บริสุทธิ์สุด ซึ่งเป็นที่ประทับซึ่งกันและกันระหว่างพระเจ้ากับผู้ที่พระองค์ทรงไถ่ไว้ในโลกนิรันดร์ (วว.21:2-3, 16, 22).
แม้สถานที่บริสุทธิ์ของพระเจ้านั้นจะอยู่ในสวรรค์ แต่ถูกม่านซึ่งเป็นแบบเล็งถึงเนื้อหนังของเรา (ฮร.9:1-5, 12, 24; 10:19-20) แบ่งออกเป็นสองคือ ส่วนที่บริสุทธิ์ทางภายนอกและที่บริสุทธิ์สุดทางภายในที่ซึ่งตัวของพระเจ้าเองประทับอยู่. ในแง่ของพระคริสต์นั้น ม่านที่อยู่ในสถานที่บริสุทธิ์ของพระเจ้าถูกแยกออกในเวลาที่พระคริสต์ทรงตรึงตาย (มธ.27:51) แต่ในแง่ของผู้เชื่อ ม่านยังคงอยู่เพื่อพระเจ้าจะใช้ม่านนั้นมาสำเร็จผู้ที่แสวงหาพระองค์ และเพื่อพวกเขาจะเป็นหนึ่งกับพระเจ้าโดยการอาศัยอยู่ในพระองค์ผู้เป็นที่บริสุทธิ์สุด (ดู วว.21:22 และคำอธิบาย). อัครทูตเปาโลได้สุกงอมในชีวิตของพระคริสต์ ดำเนินชีวิตอยู่ในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์ แต่พระเจ้าก็ยังคงอนุญาตให้เขามีหนามอยู่ในเนื้อหนังของเขาผ่านทูตของซาตาน เพื่อไม่ให้เขายกตัวเองจนเกินไป (2กธ.12:7). ถ้าพิจารณาตามแผนการบริหารของพระเจ้าแล้ว ไม่ว่าเราจะสุกงอมและอยู่ฝ่ายวิญญาณมากแค่ไหน ตราบใดที่เรายังดำเนินชีวิตอยู่บนโลกหรือตราบใดที่ร่างกายของเรายังไม่ได้เปลี่ยนรูปลักษณะ (รม.8:23; ฟป.3:21) เราก็ยังคงมีเนื้อหนังซึ่งก็คือม่าน. ดังนั้นเราจึงยังจำเป็นต้องมีการทรงเรียกสุดท้ายขององค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อจะดำเนินชีวิตอยู่ในม่านผ่านประสบการณ์ที่เข้มข้นมากขึ้นต่อกางเขนมาจัดการกับเนื้อหนังของเราหลังจากที่เราได้มีประสบการณ์ต่อการเป็นขึ้นของพระคริสต์ในฐานะสิ่งทรงสร้างใหม่ของพระเจ้าแล้ว. เราต้องเรียนรู้ที่จะผ่านม่านโดยการมีประสบการณ์ต่อการจัดการของกางเขนทุกวัน เพื่อเราจะดำเนินชีวิตอยู่ในม่าน คืออยู่ในที่บริสุทธิ์สุด. ในที่นี้เอง ผู้ที่แสวงหาพระคริสต์ทุกคนที่ดำเนินชีวิตอยู่ในที่บริสุทธิ์สุด คือในพระเจ้าตรีเอกภาพที่สำเร็จสุดยอดจะรับสุขพระคริสต์ผู้ซ่อนเร้นอย่างครบบริบูรณ์ที่สุดอยู่ในการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตที่ซ่อนเร้นของพระองค์ (มีเครื่องหมายเล็งถึงโดยมานาที่อยู่ในโถทองคำ — อซด.16:32-34; วว.2:17ก), ในชีวิตแห่งการเป็นขึ้น (มีเครื่องหมายเล็งโดยไม้เท้าที่ออกช่อ — อฤธ.17:1-11) และในกฎแห่งชีวิตทางภายใน (มีเครื่องหมายเล็งโดยแผ่นแห่งพยาน — อซด.25:16; 31:18; พบญ.10:1-5; ยรม.31:33) ที่ถูกซ่อนไว้ในหีบพันธสัญญาภายในที่บริสุทธิ์สุด (ฮร.9:4). นี่คือระยะที่สูงที่สุดในการมีประสบการณ์ต่อคนรักของพระคริสต์ที่ได้นำเสนอไว้ในหนังสือเล่มนี้.
พพร. 6:4 ก พพร.6:10
พพร. 6:4 2 คำสรรเสริญที่มีต่อคนรักนี้บ่งชี้ว่าการที่เธอได้กลายเป็นสถานที่บริสุทธิ์ฝ่ายสวรรค์และกรุงเยรูซาเล็มฝ่ายสวรรค์นั้นเป็นเพราะเธอได้มีชัยชนะเหนือศัตรู. เราสามารถดำเนินชีวิตอยู่ภายในม่านได้ก็ต่อเมื่อเราเป็นผู้มีชัยชนะเท่านั้น.
เมื่อคนรักที่มีชัยชนะของพระคริสต์ได้กลายเป็นหนึ่งกับพระเจ้า เพื่อเป็นที่ประทับของพระเจ้า ในสายพระเนตรของพระเจ้านั้น เธอคือผู้ที่งดงามประหนึ่งกรุงทีระซา และงามน่ารักดังกรุงเยรูซาเล็ม. แต่สำหรับศัตรูนั้นเธอน่าเกรงขามดังกองทัพมีธงประจำ. ธงประจำบ่งชี้ถึงความพร้อมในการสู้รบและยังเป็นเครื่องหมายของการได้รับชัยชนะแล้ว. กองทัพที่น่าเกรงขามเป็นเครื่องหมายเล็งว่าเหล่าผู้มีชัยชนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทำให้ซาตานศัตรูของพระเจ้าเกรงกลัว และเป็นที่น่าเกรงขามในสายตาของพลไพร่ของพระเจ้า. กองทัพนี้ทำการสู้รบเพื่ออาณาจักรของพระเจ้าในเวลาที่พลไพร่ของพระเจ้าตกต่ำไป พวกเขาได้กลายเป็นผู้มีชัยชนะที่ตอบรับคำทรงเรียกขององค์พระผู้เป็นเจ้า (วว.2:7, 11, 17, 26; 3:5, 12, 21). ในที่สุดเหล่าผู้มีชัยชนะก็จะกลายเป็นเจ้าสาวแห่งกลุ่มชนที่ทำการสมรสกับพระคริสต์ (วว.19:7–9). หลังจากงานมงคลสมรสแล้ว เจ้าสาวผู้นี้จะกลายเป็นกองทัพที่มาสู้รบร่วมกันกับพระคริสต์ผู้เป็นสามีของเธอ มาปราบผู้ต่อต้านพระคริสต์และผู้ที่ติดตามมันให้พ่ายแพ้ไป (วว.19:11–21).
พพร. 6:5 1 นี่คือถ้อยคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่คล้ายกับจะปฏิเสธ (เทียบ มก.7:25-27; ยฮ.11:5-7; อซด.32:10; ยนซ.32:26) แต่แท้จริงแล้วเป็นถ้อยคำที่เชิญชวนคนรักของพระองค์ให้แสดงออกถึงความรักที่มีชัยชนะของเธอที่มีต่อพระองค์โดยการเพ่งพินิจที่ตัวของพระองค์ (เทียบ ฮร.12:2).
พพร. 6:5 ก ข้อ 5ข-7: พพร.4:1-3
พพร. 6:5 2ก 5.2. ดู 4:1 คำอธิบาย 1.
พพร. 6:6 1 ดู 4:2 คำอธิบาย 1.
พพร. 6:7 1 ดู 4:3 คำอธิบาย 1.
พพร. 6:8 1 ในข้อ 8-9 ที่รักของเธอ (ซะโลโมซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ในด้านบวก) ได้ถูกรักโดยผู้เชื่อต่างๆ มากมาย บางคนเป็นมเหสี บางคนเป็นนางสนม และบางคนเป็นหญิงพรหมจารี (ในบทกวีล้วนแต่มีความหมายด้านบวก) แต่พระองค์ทรงเห็นว่าเธอเป็นคนรักของพระองค์ เป็นผู้ครบสมบูรณ์ และได้สรรเสริญเธอเป็นคนรักเพียงคนเดียวของพระองค์ และเป็นคนเดียวเป็นสุดที่รักที่ได้บังเกิดใหม่จากพระคุณ(มารดาของเธอผู้ให้กำเนิดเธอ — ฆต.4:26).
พพร. 6:8 ก บพส.45:14; พพร.1:3; มธ.25:1
พพร. 6:9 ก พพร.2:14
พพร. 6:10 1 การที่เธอได้ดำเนินชีวิตอยู่ในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์และดำเนินชีวิตก้าวไปอีกขั้นโดยอยู่ในม่าน มีประสบการณ์ต่อกางเขนของพระคริสต์อย่างเข้มข้นขึ้น คนรักของพระคริสต์จึงถูกเปลี่ยนแปลงกลายเป็นดวงสว่างฝ่ายสวรรค์ ซึ่งในที่นี้ได้บ่งชี้โดยดวงจันทร์และดวงตะวัน. กรณีนี้บ่งชี้ว่าเธอไม่เพียงอยู่ฝ่ายวิญญาณอย่างครบถ้วน (3:6) แต่ยังอยู่ฝ่ายสวรรค์อย่างสิ้นเชิง และเป็นเครื่องหมายบ่งชี้ว่าเธอได้กลายเป็นผู้มีชัยชนะ (ฟป.2:15 และคำอธิบาย 5; มธ.13:43 และคำอธิบาย 1; วว.12:1, 5 และข้อ 1 คำอธิบาย 1 กับข้อ 5 คำอธิบาย 2). ในบทเพลงไพเราะ คนรักของพระคริสต์ได้มีชัยชนะในระยะต่างๆ ในระยะแรกมีชัยชนะต่อการดึงดูดของโลกโดยได้ถูกพระคริสต์จับไปเป็นเชลย (1:2—2:7); ในระยะที่สอง มีชัยชนะต่อตัวเองที่ได้ทำให้เธอแยกไปจากการสถิตอยู่ของพระคริสต์โดยการเป็นหนึ่งกับกางเขนของพระคริสต์ (2:8—3:5); ในระยะที่สาม มีชัยชนะต่อสิ่งทรงสร้างเก่า (สิ่งของทางกายภาพ) โดยการดำเนินชีวิตในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์ในการเป็นขึ้นหลังจากที่ตัวเองของเธอได้ถูกกางเขนจัดการ (3:6—5:1); และในระยะที่สี่ มีชัยชนะต่อเนื้อหนัง, มนุษย์ธรรมชาติ, คนเก่าโดยการดำเนินชีวิตอยู่ในม่าน (5:2—6:13).
พพร. 6:10 ก พพร.6:4
พพร. 6:10 2 ดูข้อ 4 คำอธิบาย 2.
พพร. 6:11 1 ในที่นี้ เราเห็นถึงการงานของคนรัก. เธอทำการงานบนตัวของเธอเองในฐานะสวนที่เติบโตขึ้นตามหุบเขาที่มีหมู่ไม้เขียวสดงอกงาม, ในฐานะเถาองุ่นที่แตกหน่อ, และในฐานะผลทับทิมที่มีดอก. เธอเห็นว่าตัวเองไม่เพียงเป็นสวนที่เกิดผลที่อ่อนนุ่มเท่านั้น แต่ยังเป็นสวนที่มีลูกวอลนัทมาเป็นอาหารที่คงทนและแข็งแกร่งสำหรับพระคริสต์.
พพร. 6:11 ก พพร.7:12
พพร. 6:12 1 ข้อ 12 และ 13 บรรยายถึงความก้าวหน้าและชัยชนะของคนรัก. เธอไม่ได้ตระหนักว่าเธอกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเหมือนกับรถม้าของผู้ที่สูงศักดิ์ที่กำลังวิ่งไป.
พพร. 6:13 1 เป็นรูปเพศหญิงของ “ซะโลโม” มาจากรากศัพท์ที่แปลว่า “สันติสุข”. การใช้ชื่อนี้ในที่นี้บ่งชี้ว่า ณ จุดนี้เธอได้กลายเป็นแบบจำลอง เป็นคู่ครองของซะโลโม ซึ่งเป็นเหมือนกับซะโลโมในชีวิต, นิสัย, การสำแดง, และการใช้งานดังเช่นเอวาที่เหมือนกับอาดาม (ยนซ.2:20-23 และคำอธิบาย). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าในการสุกงอมในชีวิตของพระคริสต์นั้น คนรักของพระคริสต์ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ถอดแบบของพระคริสต์ เป็นเหมือนกับพระองค์ในชีวิต, นิสัย, การสำแดง, และการใช้งาน แต่ไม่มีส่วนในฐานันดรความเป็นพระเจ้า เพื่อจะคู่ควรกับพระองค์มาสมรสกับพระองค์ (2กธ.3:18; รม.8:29).
การที่คู่สมรสนี้ได้กลายเป็นหนึ่งนั้นบ่งชี้ถึงกรุงเยรูซาเล็มใหม่. ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่นั้น พระเจ้าพระผู้ไถ่ (มีเครื่องหมายเล็งโดยซะโลโม) และผู้ที่พระองค์ทรงไถ่ไว้ทุกคน (มีเครื่องหมายเล็งโดยชูลามิท) ได้กลายเป็นหนึ่ง — คู่สมรสแห่งจักรวาล (วว.21:9-10; 22:17). กรุงเยรูซาเล็มใหม่คือการผสมกลมกลืนระหว่างสภาพพระเจ้ากับสภาพมนุษย์ เพื่อมาสำแดงพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนและสำเร็จสุดยอดในคุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์.
พพร. 6:13 ก ยนซ.32:2
พพร. 6:13 2ก ภาษาเฮ็บรายคือ มาฮะนายิม (mahanaim เทียบ ยนซ.32:2). ในที่นี้นางชูลามิทถูกเปรียบเหมือนสองกองทัพหรือค่ายที่กำลังเต้นรำในการเฉลิมฉลองชัยชนะของพวกเขา. หลังจากที่ยาโคบได้พบกับทูตของพระเจ้า เขาก็แบ่งภรรยา, บุตรชายหญิง, และทรัพย์สินที่เหลือของเขาเป็นสองค่ายหรือสอง “กองทัพ” (ยนซ.32:1-10). ความหมายสำคัญฝ่ายวิญญาณของสองค่ายหรือสองกองทัพคือเรามีชัยชนะอย่างเหลือล้น (รม.8:37). อีกทั้งยังเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพยานที่เข้มแข็ง. การมีสองกองทัพบ่งชี้ว่านางชูลามิทซึ่งเป็นหญิงชนบทไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวคนเดียว. กองทัพบ่งชี้ถึงหลักการแห่งพระกายของพระคริสต์ (รม.12:5).
พระเจ้าไม่ได้ต้องการผู้ที่เข้มแข็งในตัวเอง. พระองค์ต้องการแต่เพียงผู้ที่อ่อนกำลัง, ผู้ที่อ่อนแอ, ผู้หญิงและเด็ก (เทียบ 1กธ.1:26-28; 2กธ.12:9-10). พวกเขาสามารถกลายเป็นกองทัพของพระองค์ เพราะการสู้รบนั้นไม่ได้อยู่ในมือของเขา แต่อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์. พระองค์ต้องการผู้ที่เป็นหนึ่งกับพระองค์ คือผู้ที่ยอมนอบน้อมต่อพระองค์ดังที่มีเครื่องหมายเล็งโดยผมเปีย (1:11) และเชื่อฟังพระองค์ด้วยความตั้งใจที่ยืดหยุ่นดังที่มีเครื่องหมายเล็งโดยลำคอที่สวมสร้อยเพชรพลอย (1:10). ผู้ที่ถูกนับว่าคู่ควรจะเป็นผู้มีชัยชนะจะเป็นผู้ที่อ่อนแอที่พึ่งพิงองค์พระผู้เป็นเจ้า (เทียบ วว.3:8; รม.9:16; ฆต.2:20).
สารบัญ