เพลงไพเราะ บทที่ 3
พพร.
3:1 ทุกค่ำคืนที่ดิฉันอยู่บนเตียงนอน ดิฉัน1เสาะหากผู้ที่2ดวงใจของดิฉันรัก ดิฉันเสาะหาเขา แต่หาไม่พบ.
5. การตื่นขึ้นและการฟื้นฟูของคนรัก
3:2-4
3:2-4
พพร.
3:2 บัดนี้ดิฉันจะ1กลุกขึ้นและไปทั่วเมือง ไปตามถนนและลานเมือง ดิฉันจะเสาะหาผู้ที่ดวงใจของดิฉันรัก. ดิฉันเสาะหาเขา แต่หาไม่พบ.
พพร.
3:3 1กพวกคนยามได้พบดิฉัน ขณะที่ลาดตระเวนในเมืองนั้น [แล้วดิฉันถามว่า] “ท่านเห็นเขาผู้ที่ดวงใจของดิฉันรักไหม?”
พพร.
3:4 พอดิฉันผ่านพวกเขาพ้นมาหน่อยเดียว ดิฉันก็พบเขาผู้ที่ดวงใจของดิฉันรัก ดิฉันจับตัวเขาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เขาหลุดไปเลย จนกระทั่งดิฉันพาเขาให้เข้ามาใน1เรือนของมารดาดิฉัน และให้เข้ามาใน1ห้องชั้นในของผู้ที่ปฏิสนธิดิฉัน.
6. คำกำชับของพระคริสต์ที่มีต่อผู้เชื่อที่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น
3:5
3:5
พพร.
3:5 กโอ ขเหล่าบุตรีแห่งเยรูซาเล็มเอ๋ย ฉันขอให้เธอทั้งหลาย1สาบานต่อละมั่งหรือกวางตัวเมียในทุ่งว่า พวกเธอจะไม่เร้าหรือจะไม่ปลุกแม่ยอดรัก[ของฉัน]ให้ตื่นขึ้น จนกว่าเธอจะพอใจแล้ว.
III. ได้รับการทรงเรียกให้ดำเนินชีวิตอยู่ในการเสด็จสู่สวรรค์ในฐานะสิ่งทรงสร้างใหม่ที่อยู่ในการเป็นขึ้น
3:6—5:1
3:6—5:1
1. สิ่งทรงสร้างใหม่
3:6—4:6
3:6—4:6
(1) การเข้าสนิทอย่างครบถ้วนระหว่างคนรักกับพระคริสต์
3:6-11
3:6-11
พพร.
3:6 1นั่น2ใครหนอที่กำลังขึ้นมาจากกป่ากันดาร ดูประดุจขเสาควัน ดุจควันหอมของคมดยอบและกำยาน กับแป้งหอมหวนนานาชนิดของพ่อค้า?
พพร.
3:7 ดูเถิด เป็น1พระแท่นของซะโลโม ห้อมล้อมด้วยผู้แกล้วกล้าหกสิบคน เป็นผู้แกล้วกล้าของอิสราเอล.
พพร.
3:8 ทุกคนถือดาบ และเป็นผู้ชำนาญศึก เขาทุกคนเหน็บดาบไว้ที่ต้นขาของตน เพราะเกรงภัยในยามราตรี.
พพร.
3:9 กษัตริย์ซะโลโมทรงสร้าง1พระวอสำหรับพระองค์ ด้วยไม้จากเลบานอน.
พพร.
3:10 พระองค์ทรงทำเสาพระวอนั้นด้วยเงิน ฐานทำด้วยทองคำและพระที่นั่งเป็นสีม่วง ข้างในบุ[ด้วย]ความรักจากกเหล่าบุตรีแห่งเยรูซาเล็ม.
พพร.
3:11 โอ กเหล่าบุตรีแห่งซีโอนเอ๋ย จงออกไป ไป1ดูกษัตริย์ซะโลโมเถิด ทรง2มงกุฎซึ่งพระราชชนนีได้สวมให้ ในวันที่พระองค์ได้ทรง3อภิเษกสมรสนั้น ในวันซึ่งพระทัยของพระองค์เบิกบานอยู่.
คำอธิบาย เพลงไพเราะ บทที่ 3
พพร.
3:1 1 ในขณะที่เธอยังคงตกอยู่ในการคำนึงแต่ภายในตัวเอง ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทรุดต่ำลงนั้น เธอก็ได้เสาะหาที่รักของเธอ แต่เธอกลับไม่พบพระองค์.
พพร.
3:1 ก พพร.5:6
พพร.
3:1 2 แปลตามตรงคือ จิต. ข้อ 2-4 ก็เช่นเดียวกัน.
พพร.
3:2 ก เทียบ พพร.2:10, 13
พพร.
3:2 1ก ในที่สุด คนรักของพระคริสต์ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ได้แต่ตอบรับคำทรงเรียกของพระองค์ และเธอก็ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นจากการคำนึงแต่ภายในตัวเองไปเสาะหาที่รักของเธอโดยวิธีการ (ถนนและลานเมือง) ของกรุงเยรูซาเล็มฝ่ายสวรรค์ (ในที่นี้มีแบบเล็งโดยกรุงเยรูซาเล็มที่อยู่บนแผ่นดินโลก — ฮร.12:22).
พพร.
3:3 ก พพร.5:7
พพร.
3:3 1ก เป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้ที่คอยเฝ้าดูพลไพร่ของพระเจ้าในด้านฝ่ายวิญญาณ (ฮร.13:17) ด้วยวิธีการของกรุงเยรูซาเล็มฝ่ายสวรรค์.
พพร.
3:4 1 หลังจากที่เธอได้พบคนรักของเธอแล้ว เธอก็จับตัวพระองค์ไว้แน่นไม่ยอมปล่อยพระองค์ไปจนกว่าเธอจะนำพระองค์เข้าไปในพระวิญญาณแห่งพระคุณที่ได้ทำให้เธอบังเกิดใหม่ (เรือนและห้องชั้นในของมารดาของเธอ) เพื่อจะมีการสามัคคีธรรมที่ซ่อนเร้น. เธอเกิดมาในเรือนของมารดาและถูกปฏิสนธิในห้องชั้นในของมารดา. มารดาคือพระคุณ (ฆต.4:26, 31 และข้อ 31 คำอธิบาย 1) และห้องชั้นในของมารดาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความรักซึ่งมาจากบิดาและก่อให้เกิดผลลัพธ์ในพระคุณ (อฟ.2:4-5). พระวิญญาณนั้นนำความรักของพระเจ้าและพระคุณของพระเจ้ามาให้กับเรา (2กธ.13:14 และคำอธิบาย 1 ย่อหน้า 1 กับ 2); ดังนั้นพระองค์จึงถูกเรียกว่าพระวิญญาณแห่งพระคุณ (ฮร.10:29). แม้คนรักของพระคริสต์จะตกอยู่ในการคำนึงแต่ภายในตัวเอง แต่วันหนึ่งเธอจะตื่นขึ้นและตระหนักว่าแม้เธอจะเป็นคนบาป แต่เธอก็ได้รับความรอดโดยพระคุณ (อฟ.2:8). เรื่องนี้ทำให้เธอได้ถูกฟื้นสภาพขึ้นมา.
พพร.
3:5 ก พพร.2:7; 8:4
พพร.
3:5 ข พพร.1:5
พพร.
3:5 1 ในที่นี้พระคริสต์ทรงกำชับผู้เชื่อที่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น (เหล่าบุตรีแห่งเยรูซาเล็ม) ไม่ให้ปลุกคนรักของพระองค์ให้ตื่นจากประสบการณ์ที่เธอมีต่อพระคริสต์จากการถูกช่วยให้หลุดพ้นจากตัวเอง, จากการแยกตัวออกไปเนื่องจากการคำนึงแต่ภายในตัวเองเข้าสู่การสามัคคีธรรมอย่างซ่อนเร้นกับพระองค์จนกว่าเธอจะพอใจเพื่อจะเข้าสู่ระยะต่อไปในการมีประสบการณ์ต่อพระองค์. (จนกว่าเธอจะพอใจ).
พพร.
3:6 1 ในระยะที่สามของหนังสือบทเพลงไพเราะ คนรักของพระคริสต์ถูกเรียกให้ดำเนินชีวิตอยู่ในการเสด็จสู่สวรรค์ในฐานะสิ่งทรงสร้างใหม่ที่อยู่ในการเป็นขึ้น. การดำเนินชีวิตอยู่ในการเสด็จสู่สวรรค์คือการดำเนินชีวิตอยู่ในวิญญาณของเราตลอดเวลา. แม้ผู้เชื่อในพระคริสต์อย่างเราจะอยู่บนแผ่นดินโลก แต่เมื่อเราดำเนินชีวิตอยู่ในวิญญาณของเรา เราก็เข้าสนิทกับพระคริสต์ผู้เสด็จสู่สวรรค์ซึ่งอยู่ในสวรรค์ทั้งหลาย (ดู ฮร.10:19 คำอธิบาย 1). การดำเนินชีวิตอยู่ในการเสด็จสู่สวรรค์เรียกร้องให้เราดำเนินชีวิต, กระทำการ, เคลื่อนไหว, และกระทำสิ่งต่างๆ ในวิญญาณของเรา (รม.8:4). เรื่องนี้เรียกร้องให้เราแยกแยะวิญญาณออกจากจิตของเรา (ฮร.4:12).
พพร.
3:6 2 ในข้อ 6-11 คนรักของพระคริสต์ได้กลายเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่โดยที่เธอได้เข้าสนิทกับพระคริสต์อย่างครบถ้วน (2กธ.5:17). ในที่นี้คนรักของพระคริสต์ในฐานะตัวแทนที่มีชัยชนะของผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรได้มาจากอียิปต์ ซึ่งก็คือฝ่ายโลก (ป่ากันดาร) เหมือนกับผู้ที่อยู่ในฤทธิ์เดชที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ของพระวิญญาณนั้น (เสาควัน — อซด.14:19; วว.3:12) หอมหวนไปด้วยการตายที่หวานชื่นและการเป็นขึ้นที่หอมหวนของพระคริสต์ (มดยอบและกำยาน) และด้วยความอุดมสมบูรณ์ที่หอมหวนทั้งหมดของพระคริสต์ผู้เป็นพ่อค้า.
ณ จุดนี้ หลังจากที่ได้คงอยู่ในการตายของพระคริสต์เป็นช่วงเวลานาน (2:14) ผู้เสาะหาพระคริสต์ได้มีประสบการณ์ต่อการแตกหักของตัวเอง ซึ่งก็คือมนุษย์ธรรมชาติของเธอ และได้เข้าสู่การเป็นขึ้น ที่ซึ่งเธอได้ถูกเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นผู้ที่อยู่ฝ่ายวิญญาณ คือผู้ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในวิญญาณ ไม่อยู่ในขอบเขตทางกายภาพ (1กธ.2:15; 3:1; 2กธ.4:16-18; กซ.3:1-3). เธอเป็นเหมือนควัน แต่เธอก็เป็นเสาที่สามารถยืนหยัดอยู่บนแผ่นดินโลกและสัมผัสสวรรค์. ในประสบการณ์นั้น เธอได้กลายเป็นเหมือนกับพระเจ้าผู้เป็นพระวิญญาณ (มีสัญลักษณ์เล็งโดยเมฆควัน — อซด.14:19; ยฮ.4:24) และเป็นเหมือนกับพระคริสต์ผู้ทรงเป็นบันได (มีความเกี่ยวข้องกับเสา — ยนซ.28:12; ยฮ.1:51) ที่ยืนหยัดอยู่บนแผ่นดินโลก นำเอาสวรรค์ไปยังแผ่นดินโลก และนำแผ่นดินโลกไปเชื่อมต่อกับสวรรค์. เมื่อเธอเป็นบุคคลเช่นนี้ เธอจึงมีคุณค่าต่อแผนการบริหารของพระเจ้าและมีคุณสมบัติที่จะร่วมเคลื่อนไหวกับพระเจ้าในการเข้าสนิทกับพระคริสต์ เพื่อมาทำให้แผนการบริหารของพระองค์สำเร็จสมบูรณ์ (เทียบ 2กธ.2:14).
ณ จุดนี้ หลังจากที่ได้คงอยู่ในการตายของพระคริสต์เป็นช่วงเวลานาน (2:14) ผู้เสาะหาพระคริสต์ได้มีประสบการณ์ต่อการแตกหักของตัวเอง ซึ่งก็คือมนุษย์ธรรมชาติของเธอ และได้เข้าสู่การเป็นขึ้น ที่ซึ่งเธอได้ถูกเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นผู้ที่อยู่ฝ่ายวิญญาณ คือผู้ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในวิญญาณ ไม่อยู่ในขอบเขตทางกายภาพ (1กธ.2:15; 3:1; 2กธ.4:16-18; กซ.3:1-3). เธอเป็นเหมือนควัน แต่เธอก็เป็นเสาที่สามารถยืนหยัดอยู่บนแผ่นดินโลกและสัมผัสสวรรค์. ในประสบการณ์นั้น เธอได้กลายเป็นเหมือนกับพระเจ้าผู้เป็นพระวิญญาณ (มีสัญลักษณ์เล็งโดยเมฆควัน — อซด.14:19; ยฮ.4:24) และเป็นเหมือนกับพระคริสต์ผู้ทรงเป็นบันได (มีความเกี่ยวข้องกับเสา — ยนซ.28:12; ยฮ.1:51) ที่ยืนหยัดอยู่บนแผ่นดินโลก นำเอาสวรรค์ไปยังแผ่นดินโลก และนำแผ่นดินโลกไปเชื่อมต่อกับสวรรค์. เมื่อเธอเป็นบุคคลเช่นนี้ เธอจึงมีคุณค่าต่อแผนการบริหารของพระเจ้าและมีคุณสมบัติที่จะร่วมเคลื่อนไหวกับพระเจ้าในการเข้าสนิทกับพระคริสต์ เพื่อมาทำให้แผนการบริหารของพระองค์สำเร็จสมบูรณ์ (เทียบ 2กธ.2:14).
พพร.
3:6 ก พพร.8:5
พพร.
3:6 ข เทียบ อซด.13:21-22
พพร.
3:6 ค พพร.1:13; 4:6; มธ.2:11
พพร.
3:7 1 คือ เตียง. ในยุคคริสตจักร คนรักของพระคริสต์ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งโดยเตียง และพระคริสต์ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งโดยผู้ที่นอนอยู่บนเตียงนั้นจะเข้าสนิทกันในความรัก. เตียงมีไว้สำหรับพักสงบและมีชัยชนะในยามค่ำคืน (มีเครื่องหมายเล็งโดยยุคคริสตจักร) ในช่วงเวลาของการสู้รบฝ่ายวิญญาณ (มีเครื่องหมายเล็งโดยผู้แกล้วกล้าหกสิบคนที่ห้อมล้อมเตียงนั้น). การที่คนรักของพระคริสต์อยู่ท่ามกลางผู้แกล้วกล้าหกสิบคนบ่งชี้ว่าเธอเป็นผู้มีชัยชนะที่นำหน้าในการสู้รบเพื่อพระคริสต์ให้พระองค์ได้พักสงบในระหว่างการสู้รบ. เธอคือชัยชนะของพระคริสต์ผู้ทรงชัยชนะ ซึ่งเต็มด้วยฤทธิ์เดชของผู้มีชัยชนะที่อยู่ท่ามกลางผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรที่ได้แบกรับพระคริสต์ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก. ผู้มีชัยชนะเหล่านี้เป็นผู้ชำนาญศึกที่ได้สู้รบด้วยอาวุธของพวกเขาในช่วงมีภัยนั้น (ข้อ 8; เทียบ 2กธ.10:3-5; อฟ.6:10-20; 1ตธ.1:18; 2ตธ.4:7).
พพร.
3:9 1 หลังจากยุคคริสตจักรจะเป็นยุคอาณาจักร คือยุคของสง่าราศีแห่งชัยชนะเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของพระคริสต์. ในยุคอาณาจักร คนรักของพระคริสต์ผู้มีเครื่องหมายเล็งโดยพระวอกับพระคริสต์ผู้มีเครื่องหมายเล็งโดยผู้ที่นั่งอยู่บนพระวอนั้น ทั้งสองจะอยู่ในการเข้าสนิทแห่งการเฉลิมฉลองชัยชนะ. คนรักของพระคริสต์เป็นพระวอ (เพื่อการเดินทางในเวลากลางวัน ซึ่งก็คือยุคอาณาจักร — 2ปต.1:19) มาเป็นยานพาหนะสำหรับพระคริสต์ ซึ่งตัวของพระคริสต์เองได้ทรงสร้างขึ้นจากสภาพมนุษย์ที่เป็นขึ้น, ถูกยกชู, และสูงศักดิ์ (ไม้จากเลบานอน) โดยมีพระนิสัยของพระเจ้า (ทองคำ) เป็นฐาน, มีการไถ่ของพระคริสต์ (เงิน) เป็นเสาค้ำ, และมีฐานะกษัตริย์ของพระคริสต์ (สีม่วง) เป็นที่นั่ง (ข้อ 9-10). ภายในของพระวอบุด้วยความรักของผู้แสวงหาพระคริสต์ (เหล่าบุตรี) อันเป็นเครื่องหมายเล็งว่าคนรักของพระคริสต์เป็นหนึ่งกับผู้แสวงหาพระคริสต์ทุกคนในความรักโดยอยู่ในหลักการของพระกาย.
พพร.
3:10 ก พพร.1:5
พพร.
3:11 ก ซคย.2:10; 9:9; มธ.21:5
พพร.
3:11 1 พระวิญญาณนั้น ซึ่งในที่นี้มีแบบเล็งโดยฝ่ายที่สามที่พูดได้สั่งให้ผู้เชื่อที่มีชัยชนะ (เหล่าบุตรีแห่งซีโอน — ดู บพส.48:2 คำอธิบาย 1) หันออกจากตัวเองมองไปที่พระคริสต์ในสภาพมนุษย์ของพระองค์ พระองค์ทรงมงกุฎซึ่งพระราชชนนีของพระองค์ (การกลายเป็นเนื้อหนัง) ได้สวมให้ในวันที่ผู้เชื่อได้หมั้นหมายกับพระองค์ ซึ่งเป็นวันที่พระทัยของพระองค์เบิกบานอยู่. ในที่นี้คนรักของพระคริสต์และพระคริสต์ได้เข้าสนิทเป็นหนึ่งในความรักยามสมรสและในชีวิตสมรส. กรณีนี้บรรยายถึงคริสตจักรกับพระคริสต์ได้เข้าสนิทเป็นหนึ่งทางอินทรียภาพกันอย่างครบถ้วนและครบบริบูรณ์ในวิญญาณที่ผสมกลมกลืน (1กธ.6:17).
พพร.
3:11 2 พระคัมภีร์ทั้งเล่มเป็นเรื่องโรมานซ์ระหว่างพระเจ้ากับผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรร (ดู อซด.20:6 คำอธิบาย 2 ย่อหน้า 2). พระเจ้าได้กลายเป็นมนุษย์ผ่านการกลายเป็นเนื้อหนัง เพื่อพระองค์จะได้เสาะแสวงหา (เกี้ยว) มนุษย์ (ยฮ.3:29-30). การกลายเป็นเนื้อหนังเป็น “มารดา” ที่มอบสภาพมนุษย์ของพระคริสต์ให้แก่พระองค์เป็นมงกุฎอันเป็นทรัพย์ล้ำค่า. สภาพมนุษย์ที่พระคริสต์ทรงสวมใส่ในการกลายเป็นเนื้อหนังของพระองค์และถูกยกชูขึ้นในการเป็นขึ้นของพระองค์นั้น (รม.1:3-4) คือมงกุฎของพระองค์. เราตอบรับต่อการเสาะแสวงหาของพระคริสต์ด้วยการเสาะแสวงหาพระองค์โดยการถูกเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นผู้ที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อการสำแดงของพระองค์ (รม.12:2; 2กธ.3:18). ในฐานะภรรยาที่เป็นมนุษย์ของพระคริสต์ซึ่งได้ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยสภาพพระเจ้าของพระองค์แล้วนั้น เราได้กลายเป็นมงกุฎสำหรับพระองค์ (เทียบ สภษ.12:4ก).
พพร.
3:11 3 การอภิเษกสมรสและชีวิตสมรสของพระคริสต์ครอบคลุมถึงยุคคริสตจักร, ยุคอาณาจักร, และยุคโลกนิรันดร์. การอภิเษกสมรสของพระคริสต์เริ่มตั้งแต่ในช่วงเวลาของการกลายเนื้อหนัง คือในเวลาที่การกลายเป็นเนื้อหนังในฐานะมารดาของพระองค์ได้ทรงมงกุฎให้แก่พระองค์ด้วยสภาพมนุษย์ของพระองค์ และต่อเนื่องผ่านยุคคริสตจักรซึ่งเป็นยุคแห่งการสู้รบ (ข้อ 7-8) ในเวลานั้นผู้เชื่อทั้งหมดของพระองค์จะเป็นหญิงพรหมจารีมาอภิเษกสมรสกับพระองค์ (2กธ.11:2). หลังจากยุคคริสตจักรคือในยุคอาณาจักรนั้น ภรรยาของพระคริสต์ที่ได้บังเกิดใหม่และเปลี่ยนแปลงแล้วจะประกอบขึ้นด้วยผู้เชื่อที่มีชัยชนะที่ได้กลายเป็นพระวอสำหรับพระองค์เพื่อการเฉลิมฉลองชัยชนะของพระองค์ (ข้อ 9-10). การเฉลิมฉลองชัยชนะของพระคริสต์คือวันแต่งงานของพระองค์เป็นเวลาหนึ่งพันปี (วว.19:7-8). ชีวิตสมรสของพระองค์หลังจากงานแต่งงานจะเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฟ้าสวรรค์ใหม่แผ่นดินโลกใหม่ไปตราบชั่วนิรันดร์ (วว.21:9-10).
การเข้าสนิทระหว่างพระแท่นกับผู้ที่นอน (ข้อ 7-8), การเข้าสนิทระหว่างพระวอกับผู้ที่นั่ง (ข้อ 9-10), และการเข้าสนิทระหว่างเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวของเธอ (ข้อ 11) ล้วนเป็นแบบเล็งถึงการเข้าสนิทที่ครบถ้วนระหว่าคนรักกับพระคริสต์ ซึ่งได้ทำให้เธอกลายเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่ของพระเจ้าในการเป็นขึ้นของพระคริสต์แล้ว (2กธ.5:17). พระแท่นในเวลากลางคืน, พระวอในเวลากลางวัน, และชีวิตสมรสในยุคที่จะมาถึงนั้นล้วนชี้ถึงคนรักเพียงคนเดียวของพระคริสต์ — นางชูลามิท (6:13 และคำอธิบาย 1). ในที่สุดกรุงเยรูซาเล็มใหม่จะเป็นชูลามิทแห่งกลุ่มชน ซึ่งจะครอบคลุมถึงพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรและไถ่ไว้ทั้งหมด (วว.21:9-10, 12, 14).
การเข้าสนิทระหว่างพระแท่นกับผู้ที่นอน (ข้อ 7-8), การเข้าสนิทระหว่างพระวอกับผู้ที่นั่ง (ข้อ 9-10), และการเข้าสนิทระหว่างเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวของเธอ (ข้อ 11) ล้วนเป็นแบบเล็งถึงการเข้าสนิทที่ครบถ้วนระหว่าคนรักกับพระคริสต์ ซึ่งได้ทำให้เธอกลายเป็นสิ่งทรงสร้างใหม่ของพระเจ้าในการเป็นขึ้นของพระคริสต์แล้ว (2กธ.5:17). พระแท่นในเวลากลางคืน, พระวอในเวลากลางวัน, และชีวิตสมรสในยุคที่จะมาถึงนั้นล้วนชี้ถึงคนรักเพียงคนเดียวของพระคริสต์ — นางชูลามิท (6:13 และคำอธิบาย 1). ในที่สุดกรุงเยรูซาเล็มใหม่จะเป็นชูลามิทแห่งกลุ่มชน ซึ่งจะครอบคลุมถึงพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรและไถ่ไว้ทั้งหมด (วว.21:9-10, 12, 14).