การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8

เพลงไพเราะ บทที่ 1

หัวข้อหลัก: ประวัติศาสตร์แห่งความรักที่อยู่ในการสมรสที่ล้ำเลิศ โดยเปิดเผยถึงประสบการณ์ที่ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ในการสามัคคีธรรมแห่งความรักระหว่างผู้เชื่อที่เป็นปัจเจกบุคคลกับพระคริสต์

ผู้เขียน: ซะโลโม (1:1).

เวลาที่เขียน: ประมาณ 1000 ปีก่อนคริสตศักราช.

สถานที่เขียน: กรุงเยรูซาเล็ม.

พพร. 1:1 1กบทเพลงแห่งบทเพลงทั้งหลายซึ่งเป็นบทเพลงของซะโลโม
I. ได้รับการดึงดูดมาแสวงหาพระคริสต์เพื่อความอิ่มหนำ
1:2—2:7
1. ได้รับการดึงดูดให้วิ่งตามพระคริสต์ไป
1:2-4ก
พพร. 1:2 ขอเขากจูบดิฉัน ด้วย1จูบจากขปากของเขา เพราะว่าคความรักของเธอดีกว่าเหล้าองุ่น.
พพร. 1:3 น้ำมันชโลมของเธอนั้นกหอมฟุ้ง นามชื่อของเธอหอมเหมือนน้ำมันหอมที่เทออกแล้ว เพราะฉะนั้น1ขสาวๆ จึงรักเธอ.
พพร. 1:4 1กขอโปรดดึงดูดดิฉัน พวกดิฉันจะขวิ่งตามเธอไป —
2. สามัคคีธรรมกับพระคริสต์ส่งผลให้เข้าสู่การดำเนินชีวิตคริสตจักร
1:4ข-8
กษัตริย์ได้นำดิฉันเข้าไปใน2คห้องชั้นในของพระองค์ พวกดิฉันก็จะยินดีและ3ชื่นชมในตัวเธอนั้น พวกดิฉันจะ3เทิดทูนความรักของเธอให้ยิ่งกว่าเหล้าองุ่น ที่เขาเหล่านั้นรักเธอก็สมควรแล้ว.
พพร. 1:5 โอ กบุตรีแห่งเยรูซาเล็มเอ๋ย ดิฉันผิว1ดำ แต่ก็งามน่ารัก ดังกระโจมของเคดาร ดังวิสูตรของซะโลโม.
พพร. 1:6 อย่ามองค่อนขอดดิฉัน เพราะดิฉันผิวดำ เนื่องด้วยแสงแดด1แผดเผาดิฉัน. พวกบุตรชายร่วมมารดาของดิฉันได้ขึ้งโกรธดิฉัน เขาทั้งหลายใช้ดิฉันให้เป็นคนดูแลสวนองุ่น [แต่]สวนของดิฉันเอง ดิฉันไม่ได้ดูแล.
พพร. 1:7 โอ เธอผู้ที่จิตดิฉันรัก ขอบอกดิฉันว่า 1เธอเลี้ยง[ฝูงแกะ]อยู่ที่ไหน? ในเวลา2เที่ยงวัน เธอให้[มัน]นอนพักที่ไหน? เหตุใดดิฉันต้องเป็นเหมือนคนที่ถูกคลุมหน้าไว้ไปอยู่ข้างฝูงแกะของพวกเพื่อนเธอ?
พพร. 1:8 โอ แม่กงามเลิศในท่ามกลางหญิงทั้งหลาย ถ้าเธอไม่รู้ 1จงเดินไปตามรอยเท้าของขฝูงแกะ แล้วจงเลี้ยงลูกแพะของเธอไว้ที่ข้างกระโจมของผู้เลี้ยงเถิด.
3. ได้รับการเปลี่ยนแปลงโดยการสร้างขึ้นใหม่ของพระวิญญาณนั้น
1:9-16ก; 2:1-3ก
พพร. 1:9 โอ 1กแม่ยอดรักของฉันเอ๋ย ฉันขอเปรียบเธอประหนึ่ง2ขอาชาเทียมราชรถของฟาโรห์.
พพร. 1:10 1แก้มทั้งสองของเธองามด้วยผมเปียประดับ 1กลำคอของเธอก็สวยด้วย2สร้อยประดับเพชร.
พพร. 1:11 1พวกฉันจะถัก2เปียทองคำมี2ลูกปัดเงินประดับให้แก่เธอ.
พพร. 1:12 เมื่อกษัตริย์กำลังประทับที่1โต๊ะ[งานเลี้ยง] น้ำมันหอมนาระดาของดิฉันก็ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไป.
พพร. 1:13 ที่รักของดิฉันเป็นเหมือน1ห่อกมดยอบสำหรับดิฉัน ได้วางอยู่ระหว่างอกของดิฉันในยามค่ำคืน.
พพร. 1:14 ที่รักของดิฉันเป็นเหมือนช่อกดอกเฮนนะสำหรับดิฉัน ที่อยู่ในสวนองุ่น1ขเอนฆะดี.
พพร. 1:15 กโอ แม่ยอดรักของฉัน เธอช่างสวยงาม! โอ เธอช่างสวยงาม! 1ดวงตาทั้งสองของเธอดังขนกพิราบ.
พพร. 1:16 โอ ที่รักของดิฉัน เธอช่างสวยงาม! ช่างน่าพึงใจ!
4. ได้รับความอิ่มหนำด้วยการพักสงบและการรับสุขในพระคริสต์
1:16ข-17; 2:3ข-7
1ที่นอนของเราเขียวสด.
พพร. 1:17 ขื่อเรือนของเราทำด้วยไม้สนสีดาร์ และแปของเรานั้นทำด้วยไม้สนไซเพรส.

คำอธิบาย เพลงไพเราะ บทที่ 1

พพร. 1:1 ก 1พกษ.4:32
พพร. 1:1 1ก หนังสือบทเพลงไพเราะเป็นประวัติศาสตร์แห่งความรักที่อยู่ในการสมรสที่ล้ำเลิศ เป็นเรื่องราวแห่งความรักระหว่างกษัตริย์ซะโลโมผู้ทรงสติปัญญาซึ่งเป็นผู้ประพันธ์หนังสือเล่มนี้ กับนางชูลามิท (6:13) หญิงชนบท. ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงเป็นบทบรรยายที่อัศจรรย์และมีชีวิตชีวาในรูปแบบของบทกวีถึงความรักแห่งการสมรสระหว่างพระคริสต์ผู้เป็นเจ้าบ่าวกับเหล่าคนรักของพระองค์ผู้เป็นเจ้าสาวของพระองค์ (ยฮ.3:29-30; วว.19:7) ซึ่งได้รับสุขกันและกันในการผสมกลมกลืนระหว่างคุณลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์กับคุณธรรมฝ่ายมนุษย์ของคนรักของพระองค์. หนังสือบทเพลงไพเราะไม่ได้เน้นในเรื่องพระกายของพระคริสต์ในด้านกลุ่มชน แต่เน้นถึงผู้เชื่อในพระคริสต์ในด้านปัจเจกบุคคล ซึ่งได้เปิดเผยถึงประสบการณ์ที่ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ในการสามัคคีธรรมแห่งความรักระหว่างผู้เชื่อที่เป็นปัจเจกบุคคลกับพระคริสต์ในสี่ระยะดังที่ได้ชี้ให้เห็นถึงในเลขโรมันที่ I-IV ในโครงร่างของหนังสือเล่มนี้. ความสอดคล้องกันระหว่างความก้าวหน้าในบทกวีและความก้าวหน้าในประสบการณ์ของคนรักของพระคริสต์นั้นเป็นการเปิดเผยทางภายในที่อยู่ในพระคำอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าผู้ทรงกระทำได้สารพัด, รอบรู้ทุกอย่าง, และอยู่ในทุกหนแห่ง. ระยะของความก้าวหน้าเช่นนี้ควรเป็นหลักเขตแก่เราในเส้นทางแห่งการแสวงหาพระคริสต์ของเราเพื่อความอิ่มหนำซึ่งกันและกันระหว่างเรากับพระคริสต์.
ในโรมานซ์ระหว่างกษัตริย์ซะโลโมผู้ยิ่งใหญ่กับหญิงชนบทนั้น (เทียบ ข้อ 5-8) เนื่องจากทั้งสองไม่คู่ควรกัน กษัตริย์จึงได้กลายเป็น “ชายชนบท” เพื่อเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อตามเกี้ยวเธอและได้รับความรักจากเธอ. ด้านหนึ่ง พระองค์ทรงทำให้พระองค์เองเหมือนกับหญิงชนบท; อีกด้านหนึ่ง พระองค์ก็ทรงกระทำให้หญิงชนบทกลายเป็นราชินี. นี่คือแบบเล็งถึงเรื่องราวโรมานซ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์. พระเจ้าผู้ทรงเป็นสามีนั้นทรงศักดิ์สิทธิ์ ส่วนภรรยาที่พระองค์ทรงปรารถนาจะสมรสด้วยนั้นเป็นมนุษย์; ทั้งสองไม่คู่ควรกันเลย. ในการทำให้พระทัยปรารถนาของพระเจ้าสำเร็จเป็นจริงนั้น พระเจ้าทรงกลายเป็นมนุษย์ผู้ต่ำต้อยพร้อมด้วยสภาพมนุษย์ในการกลายเป็นเนื้อหนัง และพระองค์ทรงติดต่อกับมนุษย์ด้วยความสัมพันธ์ของความรัก. จากนั้นในการเป็นขึ้นของพระองค์ พระองค์ทรงยกชูสภาพมนุษย์ของพระองค์เข้าสู่สภาพพระเจ้าในฤทธิ์เดชอันศักดิ์สิทธิ์ตามพระวิญญาณที่แยกบริสุทธิ์ แล้วพระองค์ทรงถูกชี้หมายว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้าในสภาพมนุษย์ของพระองค์ (รม.1:3-4 และคำอธิบาย). วันนี้พระองค์ผู้เป็นเจ้าบ่าวแห่งจักรวาลทรงเป็นมนุษย์พระเจ้าที่มีทั้งสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์. ในการทำให้เจ้าสาว หรือภรรยาของพระองค์กลายเป็นเหมือนกับพระองค์นั้น พระองค์ทรงทำให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงเลือกสรรได้บังเกิดใหม่ ทรงใส่สภาพพระเจ้าของพระองค์เข้าไปในสภาพมนุษย์ของพวกเขาและยกชูสภาพมนุษย์ของพวกเขาให้บรรลุถึงมาตรฐานของสภาพพระเจ้า (1ปต.1:3, 23; ยฮ.3:6). หลังจากที่ทรงทำให้พวกเขาบังเกิดใหม่แล้ว พระองค์ก็ทรงค่อยๆ เปลี่ยนแปลงจิตของผู้แสวงหาที่พระองค์ทรงรัก และสุดท้ายทำให้ร่างกายของพวกเขาเปลี่ยนรูปลักษณะจนกระทั่งทั้งตัวของพวกเขาเป็นเหมือนกับพระองค์ในชีวิต, นิสัย, ฉายา, และการใช้งาน แต่ไม่มีส่วนในฐานันดรความเป็นพระเจ้าของพระองค์ (รม.12:2; 2กธ.3:18; ฟป.3:21; 1ยฮ.3:2). โรมานซ์ในบทเพลงไพเราะนั้นได้บรรยายถึงขั้นตอนที่ผู้แสวงหาของพระคริสต์ได้ผ่านเพื่อที่จะกลายเป็นนางชูลามิท ซึ่งเป็นแบบจำลองของซะโลโมและภาพเล็งของกรุงเยรูซาเล็มใหม่. ดู 6:13 คำอธิบาย1.
พพร. 1:2 ก บพส.2:12
พพร. 1:2 1 จูบจากปากเป็นจูบที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมที่สุด. ความปรารถนาที่จะถูกพระคริสต์จูบนั้นเป็นผลสะท้อนของความรักที่ทำให้เกิดความยินดี ซึ่งดีกว่าเหล้าองุ่น (ข้อ 2ข) และเป็นผลสะท้อนต่อพระนามอันน่าหลงใหลของพระองค์ (มีค่าเท่ากับตัวตนของพระองค์) ซึ่งเป็นเหมือนน้ำมันหอม (พระวิญญาณที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง, ผสมผสานรวมกัน, ผู้ประทานชีวิตอันเป็นการแปรสภาพเป็นจริงแห่งตัวตนของพระคริสต์ — 1กธ.15:45; อซด.30:23-25 และข้อ 25 คำอธิบาย 1) ที่ได้ถูกเทออกพร้อมกับน้ำมันชโลมที่หอมฟุ้ง (ข้อ 3ก). ไม่มีผู้ใดอาจต้านทานความรักของพระคริสต์ที่ทำให้เกิดความยินดีและตัวตนอันน่าหลงใหลของพระองค์ได้.
ถ้าพิจารณาตามข้อ 2-3 คนรักของพระคริสต์ได้รับมาซึ่งส่วนหนึ่งแห่งความรักของพระคริสต์แล้ว แต่บัดนี้เธอปรารถนาบางสิ่งที่น่าใกล้ชิดสนิทสนมยิ่งขึ้น. กรณีนี้บ่งชี้ว่าพระคริสต์ที่เราได้เชื่อนั้นทรงเป็นส่วนบุคคลและน่ารักใคร่ต่อเรา และความสัมพันธ์ระหว่างผู้เชื่อทุกคนกับพระคริสต์นั้นก็ต้องเป็นส่วนบุคคลและน่ารักใคร่ (มก.16:7 และคำอธิบาย; ยฮ.13:23; 20:1-17; ฆต.2:20ข). หลังจากที่เราได้เชื่อในพระคริสต์เพื่อต้อนรับพระองค์เป็นชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว (ยฮ.1:4, 12) เรายังต้องรักพระคริสต์อย่างเป็นส่วนบุคคลและน่ารักใคร่ด้วย เพื่อเราจะได้แสวงหาพระองค์และรับสุขพระองค์เป็นความอิ่มหนำของเรา (1กธ.2:9 และคำอธิบาย 3; 1ตธ.1:14 และคำอธิบาย 2).
พพร. 1:2 ข พพร.5:16
พพร. 1:2 ค พพร.4:10
พพร. 1:3 ก 2กธ.2:14
พพร. 1:3 ข พพร.6:8; บพส.45:14; มธ.25:1; 2กธ.11:2
พพร. 1:3 1ข สาวๆ (หญิงพรหมจารี) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้เชื่อที่บริสุทธิ์ (2กธ.11:2) ที่ได้รักพระคริสต์เนื่องด้วยความรักของพระองค์ที่ทำให้เกิดความยินดี (1ปต.1:8ก).
พพร. 1:4 ก ฮซอ.11:4
พพร. 1:4 1ก ในการที่คนรักของพระคริสต์แสวงหาพระองค์เพื่อความอิ่มหนำนั้น เธอได้ขอให้พระองค์ดึงดูดเธอ เพื่อเธอและสหายของเธอ (“เรา”) จะได้วิ่งตามพระองค์ไป. ในการทำให้แผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์นั้น พระองค์ทรงเนรมิตสร้างมนุษย์ตามพระฉายาของพระองค์ เพื่อมนุษย์จะได้สำแดงพระองค์ (ยนซ.1:26). พระองค์ยังทรงเนรมิตสร้างมนุษย์ให้มีวิญญาณ เพื่อมนุษย์จะได้ต้อนรับพระองค์และบรรจุพระองค์ (ยนซ.2:7; ซคย.12:1) อีกทั้งให้มีใจมาแสวงหาตัวของพระเจ้าเอง เพื่อพระเจ้าจะกลายเป็นความอิ่มหนำของมนุษย์ (ผปก.3:11). แม้ว่ามนุษย์จะตกต่ำห่างเหินจากพระเจ้า และความบาปก็เข้ามาผ่านซาตานเพื่อขัดขวางมนุษย์ไม่ให้ต้อนรับพระเจ้ามาเป็นความอิ่มหนำของเขา แต่ความปรารถนาพระเจ้า, การแสวงหาพระเจ้าก็ยังคงอยู่ในใจของมนุษย์. หนังสือเล่มนี้บอกเราถึงหนทางที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้รับความอิ่มหนำจากพระเจ้า — การแสวงหาและได้รับพระคริสต์ (ฟป.3:7-14) ผู้เป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมและความเที่ยงแท้ของพระเจ้า (กซ.2:9; ยฮ.1:18) ที่ได้เสด็จมายังแผ่นดินโลกเพื่อมนุษย์จะได้ต้อนรับพระองค์มาเป็นความอิ่มหนำ. เทียบ ผปก.1:2 และคำอธิบาย 2.
พพร. 1:4 ข ฟป.3:12-14
พพร. 1:4 ค บพส.45:14-15
พพร. 1:4 2ค ขณะที่เธอแสวงหาพระคริสต์ ผู้แสวงหาก็ถูกพระองค์นำเข้าสู่วิญญาณที่บังเกิดใหม่ของเธอซึ่งเป็นที่บริสุทธิ์สุด (ห้องชั้นใน — พพร.1:4) เพื่อจะสามัคคีธรรมกับพระองค์ (2กธ.13:14; ฟป.2:1). วิญญาณที่บังเกิดใหม่ของเรา (ยฮ.3:6) ในฐานะที่ประทับของพระเจ้า ซึ่งได้ผสมกลมกลืนกับพระคริสต์และมีพระคริสต์อาศัยอยู่ภายในในฐานะพระวิญญาณผู้แจกจ่ายชีวิต (1กธ.6:17; 2ตธ.4:22) ได้กลายเป็นห้องชั้นในของพระองค์ ซึ่งก็คือที่บริสุทธิ์สุดของพระองค์ในความเป็นจริง (ฮร.4:16; 10:19) เพื่อเราจะมีส่วนในพระองค์และรับสุขพระองค์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าตรีเอกภาพที่สำเร็จสุดยอด.
พระคริสต์ในฐานะอาดามคนสุดท้าย, มนุษย์ที่อยู่ในเนื้อหนังได้ทรงกลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต โดยการตายและการเป็นขึ้นของพระองค์ (1กธ.15:45; 2กธ.3:17). ในฐานะพระวิญญาณผู้สำเร็จสุดยอดที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง พระองค์ทรงเยี่ยมเยียนเราในวิญญาณของเราเป็นการส่วนตัว โดยเสด็จมาหาเราทางฝ่ายวิญญาณ ไม่ใช่ทางกายภาพ.
พพร. 1:4 3 การสามัคคีธรรมระหว่างพระคริสต์กับคนรักของพระองค์ในวิญญาณที่ผสมกลมกลืนของเธอนั้นอยู่ในความยินดีของคนรักของพระคริสต์กับสหายของเธอ (“เรา”) ซึ่งก็อยู่ในการเทิดทูนของเขาที่มีต่อความรักอันหาที่เปรียบไม่ได้ของพระองค์.
พพร. 1:5 ก พพร.2:7; 3:5, 10; 5:8, 16; 8:4; ลก.23:28
พพร. 1:5 1 ในการสามัคคีธรรมกับองค์พระผู้เป็นเจ้านั้น คนรักของพระคริสต์ได้รับการฉายส่องให้มองเห็นว่าเธอเป็นคนบาปที่อยู่ในอาดาม (ดำเหมือนกระโจมของเคดาร) แต่เธอได้รับการโปรดให้ชอบธรรมในพระคริสต์ (งามน่ารักเหมือนวิสูตร (ม่าน) ของซะโลโม).
พพร. 1:6 1 ฉบับอื่นแปลว่า มองดูดิฉัน.
พพร. 1:7 1 ผู้แสวงหาตระหนักว่าเธอได้ถูกแยกตัวให้อยู่ห่างจากการสถิตอยู่ของพระคริสต์และจากฝูงแกะของพระคริสต์ — คริสตจักรที่ถูกต้องตามคำสอนของพวกอัครทูต (ยฮ.10:16; กจ.20:28; 1ปต.5:2) — อีกทั้งตระหนักว่าเธอต้องการการป้อนเลี้ยงของพระคริสต์และการพักสงบที่อิ่มหนำ.
พพร. 1:7 2 ช่วงเวลาที่แสงตะวันแรงกล้าที่สุด ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก.
พพร. 1:8 ก พพร.5:9; 6:1
พพร. 1:8 1 ในการสามัคคีธรรมระหว่างเธอกับผู้เป็นที่รักของเธอ ผู้เป็นที่รักได้บอกเธอให้ออกไปจากสถานที่ซึ่งได้แยกให้เธออยู่ห่างจากการดำเนินชีวิตคริสตจักรที่ถูกต้องและติดตามพระองค์ไปตามรอยเท้าของคริสตจักร (ฝูงแกะ) และเลี้ยงดูบุตรฝ่ายวิญญาณของเธอ (ลูกแพะ) ในคริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลาย (กระโจมของผู้เลี้ยง) ที่ซึ่งพระองค์ทรงเลี้ยงดูคริสตจักรของพระองค์. การติดตามรอยเท้าของฝูงแกะคือการติดตามคริสตจักร, ติดตามรอยเท้าของผู้แสวงหาพระคริสต์ที่สัตย์ซื่อทุกคนตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา. เมื่อเราติดตามคริสตจักร เราก็ถูกนำเข้าสู่การสถิตอยู่ของพระคริสต์ และเราก็นำผู้ที่ยังเยาว์วัยทุกคน (ลูกแพะ) มายังคริสตจักรเช่นเดียวกัน. คริสตจักรคือสถานที่ซึ่งมีการสถิตอยู่ของพระคริสต์และที่ซึ่งพระองค์ทรงเลี้ยงดู, ป้อนเลี้ยงวิสุทธิชนของพระองค์ (ยฮ.10:11, 16; กจ.20:28; 1ปต.5:2-4).
คนรักขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้เสาะหาพระองค์เพื่อความอิ่มหนำของเธอเอง แต่สิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสนพระทัยคือความอิ่มหนำของพระเจ้าที่ได้ถูกแปรสภาพให้เป็นจริงโดยการทำให้แผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระองค์สำเร็จสมบูรณ์. แผนการบริหารของพระเจ้าคือการช่วยคนบาปให้รอดเพื่อจะได้รับคริสตจักรท้องถิ่นที่ถูกต้อง ทำให้ธาตุแท้ของคริสตจักรเหล่านี้สามารถกลายเป็นพระกายอินทรีย์ของพระคริสต์ซึ่งจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่อันเป็นการสำเร็จสุดยอดแห่งแผนการบริหารของพระเจ้า. ดังนั้นคำตอบที่พระคริสต์มีให้กับคนรักของพระองค์นั้น พระองค์ทรงชี้แนะให้เธอเข้าสู่การดำเนินชีวิตคริสตจักรและยังกำชับให้เธอดูแลบุตรฝ่ายวิญญาณของเธอ ซึ่งเป็นอวัยวะในพระกายของพระคริสต์ด้วย.
พพร. 1:8 ข บพส.95:7; ยอค.34:31; ลก.12:32; ยฮ.10:16; กจ.20:28
พพร. 1:9 ก พพร.2:2, 10, 13
พพร. 1:9 1ก หรือเพื่อนสนิทของฉัน. ในหนังสือเล่มนี้ ซะโลโมจะเรียกนางชูลามิทเช่นนี้ ส่วนเธอก็จะเรียกเขาว่า “ที่รักของดิฉัน” (เช่น ข้อ 13).
พพร. 1:9 ข 2คนก.1:16-17
พพร. 1:9 2 ในช่วงแรกเริ่มนั้น คนรักของพระคริสต์มีตัวตนทางธรรมชาติที่เข้มแข็ง (อาชา — ข้อ 9) ดำเนินชีวิตอยู่ในโลกที่สับสนวุ่นวายของซาตาน (อียิปต์) และตกเป็นทาสของซาตานเพื่อจุดประสงค์ฝ่ายโลกของมัน (ราชรถของฟาโรห์ — ดู อซด.1:1 คำอธิบาย 2). แต่ในการดำเนินชีวิตคริสตจักรนั้น เธอได้ถูกเปลี่ยนแปลง (รม.12:2; 2กธ.3:18) เป็นผู้ที่ไม่ดำเนินชีวิตโดยชีวิตธรรมชาติของเธอที่พึ่งพิงกำลังตามธรรมชาติ แต่พึ่งพิงชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ในการเชื่อพึ่งพระเจ้า (ดอกลิลลี่ — 2:1-2; มธ.6:28) และมองไปที่พระองค์ด้วยสายตาหนึ่งเดียว (ดวงตาดุจนกพิราบ — ข้อ 15ข; มธ.10:16).
พพร. 1:10 1 ในที่นี้ผู้เป็นที่รักได้ชื่นชมความน่ารักของผู้แสวงหาที่เธอนอบน้อมต่อพระองค์ (แก้มทั้งสองงามด้วยผมเปียประดับ) และความงดงามของเธอที่เธอเชื่อฟังต่อพระวิญญาณที่ทำการเปลี่ยนแปลง (ลำคอที่มีสร้อยประดับเพชร).
พพร. 1:10 ก พพร.4:9
พพร. 1:10 2 ดู ข้อ 11 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2.
พพร. 1:11 1 พวกฉัน ในที่นี้บ่งชี้ว่าในการดำเนินชีวิตคริสตจักรนั้น การเปลี่ยนแปลงของคนรักของพระคริสต์ถูกกระทำให้สำเร็จลุล่วงโดยพระวิญญาณที่ทำการเปลี่ยนแปลงผู้เป็นการสำเร็จสุดยอดของพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอน (2กธ.3:18) ที่ได้ร่วมประสานกับสหายของคนรัก ซึ่งก็คืออวัยวะที่มีของประทานในพระกายของพระคริสต์ผู้ทำการงานในการสำเร็จวิสุทธิชน (อฟ.4:11-12). พระวิญญาณที่ทำการเปลี่ยนแปลงกับสหายของคนรักนั้นได้ตกแต่งเธอด้วยการก่อรูปชีวิตของพระเจ้า (เปียทองคำ) โดยการงานแห่งการไถ่ของพระคริสต์ (ลูกปัดเงิน). ดูข้อ 11 คำอธิบาย 2.
ทองคำชี้ถึงพระเจ้าพระบิดาในพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์; เงินชี้ถึงพระคริสต์พระบุตรในการไถ่ที่ครอบคลุมสรรพสิ่งของพระองค์; และสร้อยประดับเพชร (เพชรพลอยที่ร้อยเข้าด้วยกันเป็นสร้อย — ข้อ 10) ชี้ถึงพระเจ้าพระวิญญาณในการงานแห่งการเปลี่ยนแปลงของพระองค์ (เทียบ 1กธ.3:12 คำอธิบาย 2 ย่อหน้า 1). ในการดำเนินชีวิตคริสตจักรที่ถูกต้อง สหายของคนรัก ซึ่งก็คือผู้เชื่อที่ได้รับการสำเร็จนั้นจะร่วมประสานกับพระวิญญาณที่ทำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสำเร็จคนรักโดยการแจกจ่ายพระเจ้าตรีเอกภาพเข้าสู่เธอเพื่อเธอจะได้รับการเปลี่ยนแปลงโดยการที่คุณลักษณะของพระเจ้าตรีเอกภาพถูกกระทำเข้าสู่ภายในเธอเพื่อกลายเป็นคุณธรรมของเธอ. นี่มีเพื่อการก่อสร้างคริสตจักรอันเป็นพระกายอินทรีย์ของพระคริสต์ ซึ่งจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ (เทียบ 1กธ.3:12; วว.21:18-21) เพื่อทำให้แผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์.
พพร. 1:11 2 ผมของผู้แสวงหาถูกถักเป็นเปียทองคำ ซึ่งบ่งชี้ถึงการที่เธอนอบน้อม (ผมถัก) ต่อพระเจ้าผ่านการเปลี่ยนแปลงของพระวิญญาณนั้นด้วยพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า (ทองคำ). เปียทองคำถูกคาดด้วยลูกปัดเงิน ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทำการไถ่.
พพร. 1:12 1 เมื่อพระคริสต์ทรงร่วมโต๊ะงานเลี้ยงกับคนรักของพระองค์และสหายของเธอที่โต๊ะนั้น (กษัตริย์ประทับที่โต๊ะ) ความรักของเธอ (น้ำมันนาระดา) ที่มีต่อพระองค์ก็แพร่กระจายกลิ่นหอมออกมา (เทียบ ยฮ.12:1-3). ในที่นี้คนรักของพระคริสต์ถูกพระองค์นำเข้าสู่โต๊ะงานเลี้ยงอันเป็นการสำแดงออกถึงผลลัพธ์ในช่วงต้นของการได้รับและรับสุขซึ่งกันและกันระหว่างพระคริสต์และคนรักของพระองค์ในคริสตจักรทั้งหลาย. กรณีนี้แสดงถึงการรับสุขและความอิ่มหนำซึ่งกันและกันระหว่างพระคริสต์และคนรักของพระองค์ในคริสตจักรทั้งหลาย.
พพร. 1:13 1 คนรักได้รับพระคริสต์ (ฟป.3:8) และรับสุขพระองค์อย่างเป็นส่วนตัว (ยามค่ำคืน) ในการตายของพระองค์ (ห่อมดยอบ) ในการที่เธอโอบล้อมพระองค์ไว้ด้วยความรักและความเชื่อ (อก — 1ตธ.1:14; 1ธซ.5:8). เธอยังได้รับและรับสุขพระองค์อย่างเปิดเผยในการเป็นขึ้นของพระองค์ (ช่อดอกเฮนนะ — ข้อ 14) ในคริสตจักรทั้งหลายของพระคริสต์ (สวนองุ่น) ที่ก่อสร้างขึ้นบนต้นน้ำแห่งการไถ่ของพระองค์ (เอนฆะดี — ดูข้อ 14 คำอธิบาย 1) ต้นน้ำแห่งการไถ่ก็คือพระวิญญาณนั้น.
ประสบการณ์ทั้งหมดที่เรามีต่อพระคริสต์ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับการตายของพระองค์, การเป็นขึ้นของพระองค์, และพระวิญญาณของพระองค์. การตายของพระคริสต์, การเป็นขึ้นของพระคริสต์, และพระวิญญาณของพระคริสต์จะดำเนินไปด้วยกันเสมอ (ยฮ.19:34; 1กธ.15:45; รม.8:9, 11, 13). การตายของพระองค์ดำเนินควบคู่ไปกับการเป็นขึ้นของพระองค์ และพระวิญญาณของพระองค์ก็เป็นการแปรสภาพเป็นจริงของการเป็นขึ้นของพระองค์. หนทางที่จะได้รับพระคริสต์และรับสุขพระองค์คือการมีประสบการณ์ต่อพระองค์ในการตายและการเป็นขึ้นของพระองค์ อีกทั้งคงอยู่ในพระวิญญาณของพระองค์ผู้สถิตอยู่ในวิญญาณของเรา (รม.8:16).
พพร. 1:13 ก อซด.30:23; บพส.45:8; พพร.3:6; 4:6, 14; 5:1, 5, 13; ยฮ.19:39
พพร. 1:14 ก พพร.4:13
พพร. 1:14 ข 1ซมอ.23:29
พพร. 1:14 1ข หมายถึง ต้นน้ำของลูกแพะ.
พพร. 1:15 ก พพร.4:1
พพร. 1:15 1 พระคริสต์ทรงชื่นชมความงามของเธอที่ได้พึ่งพระวิญญาณนั้นมามองดูพระองค์ด้วยสายตาหนึ่งเดียว (ดวงตาดังนกพิราบ — มธ.3:16 และคำอธิบาย 4). เธอชื่นชมความสง่างามของพระองค์ในความน่าพึงใจของพระองค์ (ข้อ 16).
พพร. 1:15 ข พพร.5:12; เทียบ มธ.3:16
พพร. 1:16 1 คนรักได้รับความอิ่มหนำด้วยการพักสงบในชีวิตที่ทำการป้อนเลี้ยงของพระคริสต์ (สีเขียวเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณแห่งชีวิต — รม.8:2) มาเป็นที่พำนักในเวลากลางคืน (ที่นอน) อยู่ในการโอบล้อมของพระองค์ (2:6). ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังได้รับความอิ่มหนำด้วยการที่เธอได้พักสงบในการตายของพระคริสต์ (ไม้สนไซเพรส) และการเป็นขึ้นของพระองค์ (ไม้สนสีดาร์) มาเป็นที่กำบัง (ขื่อและแป — ข้อ 17). คนรักได้รับพระคริสต์และรับสุขพระองค์เป็นสามีของเธอ (บ่งชี้เป็นนัยโดยที่นอน) ในชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ในฐานะที่นอนเขียวสด, ในพระคริสต์ที่อยู่ในการเป็นขึ้นของพระองค์ในฐานะขื่อ, และในพระคริสต์ที่อยู่ในการตายของพระองค์ในฐานะแปสำหรับเป็นที่กำบังของเธอ. เทียบ ข้อ 13 คำอธิบาย 1.
สารบัญ