การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12

ท่านผู้ประกาศ บทที่ 1

หัวข้อหลัก: คำสอนของซะโลโม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชีวิตมนุษย์ที่อยู่ในโลกที่เสื่อมเสียนั้นล้วนแต่อนิจจัง ล้วนวิ่งไล่คว้าลม

ผู้เขียน: ซะโลโม (1:1, 12; 9; เทียบ 1พกษ.4:32).

เวลาที่เขียน: ประมาณ 977 ปีก่อนคริสตศักราชหลังจากการตกต่ำของซะโลโม (1พกษ.11:1-8).

สถานที่เขียน: กรุงเยรูซาเล็ม (1:1, 12).

I. บทนำ
1:1–11
ผปก. 1:1 ถ้อยคำของ1กท่านผู้ประกาศผู้เป็นขบุตรหลานของดาวิด ซึ่งเป็นกษัตริย์ในเยรูซาเล็ม.
ผปก. 1:2 ท่านผู้ประกาศกล่าวว่า 1กอนิจจังในอนิจจัง อนิจจังในอนิจจัง 2สารพัดล้วนขอนิจจัง
ผปก. 1:3 กมนุษย์ได้ประโยชน์อะไรจากการงานทุกอย่างของเขา ซึ่งเขาได้ตรากตรำขภายใต้ดวงตะวันนั้น?
ผปก. 1:4 คนชั่วอายุหนึ่งจากไป และคนอีกชั่วอายุหนึ่งก็มา แต่แผ่นดินโลกยังคงกตั้งอยู่เป็นนิตย์.
ผปก. 1:5 ดวงตะวันกขึ้น และดวงตะวันตก แล้วรีบเร่งกลับคืนสู่ที่ซึ่งขึ้นมานั้นอีก.
ผปก. 1:6 ลมพัดไปทางใต้ แล้วเวียนกลับไปทางเหนือ ลมพัดเวียนไปเวียนมา แล้วลมพัดกลับตามทางเวียนของมัน.
ผปก. 1:7 แม่น้ำทุกสายไหลไปสู่ทะเล แต่ทะเลก็ไม่เต็ม แม่น้ำไหลไปสู่ที่ใดก็ไหลไปสู่ที่นั่นอีก.
ผปก. 1:8 สารพัดก็น่าเบื่อหน่ายไปกันหมด ไม่มีใครสามารถบอกได้[หมด] กนัยน์ตาดูก็ไม่อิ่มหรือหูก็ฟังไม่เต็ม.
ผปก. 1:9 กสิ่งใดที่มีอยู่แล้ว ก็จะมีขึ้นอีก สิ่งที่ทำกันแล้ว คือสิ่งที่จะต้องทำกันอีก ไม่มีสิ่งใดใหม่ขภายใต้ดวงตะวัน.
ผปก. 1:10 มีสักสิ่งหนึ่งหรือที่มนุษย์จะพูดได้ว่า “ดูซี สิ่งนี้ใหม่”? แต่สิ่งนั้นมีอยู่แล้วในสมัยก่อนเราทั้งหลาย.
ผปก. 1:11 กไม่มี[ใคร]จดจำถึงคน[สมัย]ก่อน และคนที่จะเกิดมาภายหลังก็ไม่มีใครจดจำถึงโดยคนที่เกิดมาภายหลัง[พวกเขา].
II. การลองพิสูจน์ของผู้เขียน
1:12—6:12
1. ในเรื่องสติปัญญาและความรู้
1:12–18
ผปก. 1:12 ข้าพเจ้า กผู้ประกาศ เคยเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอลในกรุงเยรูซาเล็ม.
ผปก. 1:13 ข้าพเจ้าตั้งใจเสาะหาและค้นหาด้วยสติปัญญาถึง1สิ่งสารพัดที่กระทำกันกทั่วใต้ฟ้า เป็นขงานตรากตรำอย่างสาหัสซึ่งพระเจ้าประทานให้2มนุษย์ตรากตรำอยู่นั้น.
ผปก. 1:14 ข้าพเจ้าเคยเห็นการงานทั้งปวงซึ่งเขากระทำกันภายใต้ดวงตะวัน และดูเถิด สารพัดล้วนอนิจจัง ล้วน1กวิ่งไล่คว้าลม.
ผปก. 1:15 อะไรที่กคดจะทำให้ตรงไม่ได้ และอะไรที่ขาดอยู่จะนับให้ครบไม่ได้.
ผปก. 1:16 ข้าพเจ้ารำพึงในใจว่า ดูซิ ข้าพเจ้ามีสติปัญญามากยิ่ง มากกว่าทุกคนที่ครองอยู่เหนือกรุงเยรูซาเล็มกก่อนข้าพเจ้า และใจข้าพเจ้าเฝ้าสังเกตในสติปัญญาและความรู้อย่างยิ่ง.
ผปก. 1:17 ข้าพเจ้าก็ตั้งใจที่จะรู้จักสติปัญญา รู้จักความบ้าคลั่งและความเขลา ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่าเรื่องนี้ก็เป็นการวิ่งไล่คว้าลมเช่นกัน.
ผปก. 1:18 เพราะเมื่อมีสติปัญญามากขึ้น ก็มีความทุกข์ระทมมากขึ้น และบุคคลที่เพิ่มความรู้ก็เพิ่มความเศร้าโศก.

คำอธิบาย ท่านผู้ประกาศ บทที่ 1

ผปก. 1:1 ก ผปก.1:12; 7:27
ผปก. 1:1 1ก แปลตามตรงคือ ผู้พูดในการประชุม หรือ ผู้สะสม(คำพูด); ภาษาเฮ็บรายคือ Qohelet (โคเฮเลท). ในฉบับเซ็บทัวจินต์ คำนี้ถูกแปลเป็น Ecclesiastes (หมายถึง ผู้เข้าร่วมประชุม) ดังนั้นคำนี้จึงถูกใช้เป็นชื่อหนังสือในภาษาอังกฤษ.
ผปก. 1:1 ข มธ.1:1
ผปก. 1:2 ก บพส.39:5-6; ผปก.12:8
ผปก. 1:2 1ก คำนี้ยังสามารถแปลเป็น “ไอน้ำ”, “ลมหายใจ” แปลเหมือนกันตลอดทั้งเล่ม. เนื้อหาสาระของหนังสือท่านผู้ประกาศเป็นคำบรรยายของซะโลโมหลังจากที่เขาได้ตกต่ำไปจากพระเจ้า (1พกษ.11:1-8) แล้วได้หันกลับมาหาพระเจ้า ซึ่งเป็นการบรรยายถึงชีวิตของมนุษยชาติที่ได้ตกต่ำภายใต้ดวงตะวัน ซึ่งก็คือชีวิตที่อยู่ในโลกที่เสื่อมเสีย (อฟ.2:12). ถ้าพิจารณาตามหนังสือเล่มนี้ ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันล้วนแต่อนิจจัง. โดยอาศัยประสบการณ์ทั้งหมดในด้านบวกและด้านลบของชีวิตมนุษย์ภายใต้ดวงตะวัน ซะโลโมจึงมีภาพลักษณ์อย่างลึกซึ้งและถูกยึดครองด้วยความอนิจจังในอนิจจังของชีวิตมนุษย์ภายใต้ดวงตะวัน ซึ่งได้ตกต่ำไปจากพระเจ้า. พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างมนุษย์โดยมีพระประสงค์ที่สูงส่งและสูงศักดิ์ที่สุด คือให้มนุษย์มาสำแดงพระฉายาพระเจ้าด้วยชีวิตและพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ (ยนซ.1:26 และคำอธิบาย 3). แต่มารซาตานซึ่งเป็นศัตรูของพระเจ้าได้เข้ามาฉีดตัวมันเองเป็นความบาปเข้าสู่มนุษย์ที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างเพื่อพระประสงค์ของพระองค์ (ยนซ.3:1-6). เพราะเหตุการตกต่ำของมนุษย์ จึงทำให้มนุษย์และสรรพสิ่งที่ถูกเนรมิตสร้างซึ่งพระเจ้าทรงมอบหมายให้มนุษย์ครอบครองนั้นถูกนำเข้าสู่การเป็นทาสของความเสื่อมเสียและตกอยู่ภายใต้ความอนิจจัง (รม.8:20–21). ดังนั้นชีวิตมนุษย์ที่อยู่ในโลกแห่งความเสื่อมเสียจึงอนิจจัง วิ่งไล่คว้าลม (ข้อ 14). ผู้เขียนได้ตระหนักถึงเรื่องนี้อย่างสิ้นเชิงและเน้นย้ำถึงเรื่องนี้อย่างถึงที่สุดในบทบรรยายของเขา. ทว่าเขาก็ยังไม่ถึงกับสิ้นหวังต่อเรื่องนี้สักทีเดียว แต่เขาได้ชี้แนะมนุษย์ถึงหนทางที่จะหลุดพ้นจากความอนิจจังนี้ นั่นก็คือต้องกลับมาหาพระเจ้าและยึดพระเจ้าเป็นทุกสิ่งของมนุษย์ มาเป็นการไถ่, ชีวิต, ความมั่งคั่ง, การรับสุข, ความชื่นบาน, และความอิ่มหนำ (12:13) เพื่อมนุษย์จะยังคงให้พระเจ้าใช้การได้ มาทำให้พระประสงค์ดั้งเดิมของพระองค์ในการเนรมิตสร้างมนุษย์สำเร็จเป็นจริง เพื่อทำให้แผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์.
ผปก. 1:2 2 หนังสือสุภาษิตเน้นถึงสติปัญญาที่มนุษย์ได้รับจากพระเจ้าผ่านการที่เขาติดต่อกับพระเจ้า ซึ่งเป็นสติปัญญาที่สอนมนุษย์ว่าจะประพฤติตนในการดำเนินชีวิตมนุษย์อย่างไร. หนังสือท่านผู้ประกาศเน้นถึงความอนิจจังในอนิจจังของสิ่งสารพัดภายใต้ดวงตะวัน ซึ่งมนุษย์ได้ตระหนักถึงผ่านสติปัญญาที่ได้รับมาจากพระเจ้า. ไม่ว่าเรื่องนี้จะดีงาม, ล้ำเลิศ, อัศจรรย์, และดีเลิศสักเพียงใด ตราบใดที่เรื่องนั้นเป็นฝ่ายสิ่งทรงสร้างเก่า นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของอนิจจังในอนิจจังภายใต้ดวงตะวัน. มีเพียงสิ่งทรงสร้างใหม่ซึ่งอยู่ในฟ้าสวรรค์และไม่อยู่ “ภายใต้ดวงตะวัน” เท่านั้นจึงจะไม่อนิจจัง แต่เป็นความเที่ยงแท้. หนังสือเล่มถัดไปคือหนังสือบทเพลงไพเราะนั้นได้เน้นว่าพระคริสต์ทรงเป็นบทเพลงไพเราะ เป็นความอิ่มหนำในความอิ่มหนำแห่งชีวิตมนุษย์ ซึ่งตรงกันข้ามกับความอนิจจังในอนิจจังของสิ่งสารพัดภายใต้ดวงตะวัน.
ผปก. 1:2 ข รม.8:20
ผปก. 1:3 ก ผปก.2:22; 3:9
ผปก. 1:3 ข ผปก.1:9, 14; 2:11, 17-20, 22; 5:18
ผปก. 1:4 ก บพส.104:5; 119:90; เทียบ 1กธ.7:31
ผปก. 1:5 ก บพส.19:6
ผปก. 1:8 ก สภษ.27:20
ผปก. 1:9 ก ผปก.3:15
ผปก. 1:9 ข ผปก.1:3
ผปก. 1:11 ก ผปก.2:16
ผปก. 1:12 ก ผปก.1:1
ผปก. 1:13 1 ซะโลโมตั้งใจเสาะหาและค้นหาทุกสิ่งที่กระทำกันทั่วใต้ฟ้า แล้วเขาก็สังเกตเห็นว่าการงานทั้งปวงของมนุษย์ภายใต้ดวงตะวันล้วนถูกกระทำอยู่ในวัฏจักรที่กระทำอย่างต่อเนื่องคงเดิมรุ่นแล้วรุ่นเล่าเหมือนกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ (ข้อ 3-7). ทุกสิ่งล้วนแต่น่าเบื่อหน่าย, ไม่อิ่มหนำ ไม่มีสิ่งใดใหม่และไม่มีสิ่งใดถูกจดจำไว้ (ข้อ 8-11). หลังจากได้ผ่านประสบการณ์ทั้งหมดในชีวิตมนุษย์ของเขาแล้ว เขาสรุปได้ว่า ทั้งหมดล้วนแต่อนิจจังในอนิจจัง ล้วนวิ่งไล่คว้าลม (ข้อ 2, 14). บทสรุปเช่นนี้ของกษัตริย์ผู้ชาญฉลาดโดยสติปัญญาของเขาอาจถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ของชีวิตอันว่างเปล่าของมนุษย์ที่ตกต่ำ. บทสรุปของเขาในหนังสือเล่มนี้เปรียบเหมือนดั่งเพลงไว้อาลัยสำหรับมนุษย์ที่มีจุดจบอยู่ในความน่าสังเวช. การเปิดเผยทั้งหมดที่ผู้เขียนได้มาจากการลองพิสูจน์และการค้นหาของเขานั้นไม่อาจถือได้ว่าเป็นการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์จากพระเจ้าในเรื่องพระประสงค์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ที่มีต่อชีวิตมนุษย์แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะถูกครอบคลุมอยู่ในพระคัมภีร์ภายใต้การดลใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ตาม. นี่เป็นบทสรุปในการค้นคว้าของผู้เขียนจากประสบการณ์ของเขาที่อยู่ในขอบเขตของชีวิตมนุษย์ที่ตกต่ำภายใต้ดวงตะวัน. ในจุดมุ่งหมายอันศักดิ์สิทธิ์นั้น บทสรุปเหล่านี้อาจถือได้ว่าเป็นสุภาษิตหรือถ้อยคำแห่งสติปัญญาที่ชี้นำให้มนุษย์ที่ตกต่ำและผิดเป้าหมายไปได้หันกลับคืนสู่พระเจ้า (12:1ก, 13-14) และต้อนรับพระองค์ในพระบุตรของพระองค์มาเป็นพระผู้ไถ่และชีวิตของเขาตามแผนการบริหารแห่งพันธสัญญาใหม่ของพระองค์ เพื่อพวกเขาจะได้บังเกิดใหม่กลายเป็นมนุษย์พระเจ้ามาทำให้แผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์. เทียบ บพส.1:1 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2 และสภษ.1:1 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 2.
ผปก. 1:13 ก ผปก.2:3
ผปก. 1:13 ข ยนซ.3:18-19; ผปก.3:10
ผปก. 1:13 2 แปลตามตรงคือ บุตรทั้งหลายของมนุษย์ แปลเหมือนกันตลอดทั้งเล่ม.
ผปก. 1:14 ก ผปก.1:17; 2:11, 17, 26; 4:4, 6, 16; 6:9
ผปก. 1:14 1ก แปลตามตรงคือ เลี้ยงดู. วลีนี้ยังสามารถแปลได้ว่า กินลม (เทียบ ฮซอ.12:1) แปลเหมือนกันตลอดทั้งเล่ม.
ผปก. 1:15 ก ผปก.7:13
ผปก. 1:16 ก 1พกษ.3:12-13; ผปก.2:9
สารบัญ