การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

สุภาษิต บทที่ 20

3. คำตักเตือนและคำสอน
20:1—24:34
สภษ. 20:1 กเหล้าอ่อนทำให้ชอบเยาะเย้ย และเหล้าแก่ก็ทำให้พาลเกเร ใครทำผิดพลาดไปเพราะมัน ก็ไม่มีสติปัญญา.
สภษ. 20:2 ความกริ้วอันน่าครั่นคร้ามของกษัตริย์ก็เหมือนเสียงคำรามของสิงโต ใครยั่วยุพระองค์ให้พระพิโรธก็ทำร้ายต่อชีวิตของตนเอง.
สภษ. 20:3 การรักษาตนให้พ้นจากการวิวาทก็เป็นเกียรติสำหรับคนเรา แต่คนโง่ทุกคนชอบทะเลาะวิวาทกัน.
สภษ. 20:4 กคนเกียจคร้านไม่ไถนาในหน้าหนาว เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวเขาจะขอทาน แต่จะไม่ได้รับอะไรเลย.
สภษ. 20:5 คำปรึกษาในใจคนเหมือนน้ำลึก แต่คนที่มีความเข้าใจจะวิดมันออกมาได้
สภษ. 20:6 คนมากมายจะป่าวร้องความเอ็นดูของตัวเอง แต่ใครจะหาคนสัตย์ซื่อพบเล่า?
สภษ. 20:7 คนชอบธรรมดำเนินในความเที่ยงตรงของตน ลูกหลานของเขาที่เกิดตามมาก็เป็นสุข.
สภษ. 20:8 กษัตริย์ผู้ประทับบนบัลลังก์พิพากษา ย่อมทรงฝัดร่อนความชั่วทุกอย่างออกด้วยพระเนตรของพระองค์.
สภษ. 20:9 ใครจะพูดได้ว่า ข้าทำให้ใจของข้าสะอาดแล้ว ข้าบริสุทธิ์หมดจดพ้นบาปแล้ว.
สภษ. 20:10 กลูกตุ้มไม่เที่ยงและเครื่องตวงไม่ได้ขนาด ทั้งคู่ต่างเป็นที่น่าสะอิดสะเอียนต่อพระยะโฮวา.
สภษ. 20:11 แม้เด็กก็เผยตัวเองออกมาโดยการประพฤติของเขา ว่าสิ่งที่เขาทำบริสุทธิ์หมดจดและเที่ยงตรงหรือไม่.
สภษ. 20:12 กหูที่ได้ยินกับตาที่มองเห็น พระยะโฮวาทรงสร้างทั้งสองอย่าง.
สภษ. 20:13 อย่ารักกการนอน เกรงว่าเจ้าจะยากจน จงลืมตาของเจ้า แล้วเจ้าจะอิ่มด้วยอาหาร.
สภษ. 20:14 ผู้ซื้อพูดว่า ของไม่ดี ของไม่ดี แต่เมื่อเขาไปแล้ว เขาจึงอวด.
สภษ. 20:15 แม้มีทองคำและหินปะการังมากมาย แต่ริมฝีปากที่มีความรู้ก็เป็นอัญมณีล้ำค่า.
สภษ. 20:16 กจงริบเสื้อผ้าของผู้ที่ค้ำประกันให้คนอื่น และจงยึดมัดจำไว้ [เมื่อเขาประกัน]ให้คนต่างด้าว.
สภษ. 20:17 อาหารที่ได้มาด้วยการหลอกลวงมีรสหวานแก่ผู้นั้น แต่ภายหลังปากของเขาจะเต็มไปด้วยกรวดทราย.
สภษ. 20:18 แผนงานทั้งสิ้นดำรงอยู่ได้ด้วยคำปรึกษา ส่วนการทำสงครามต้องอาศัยคำปรึกษาอันชาญฉลาด.
สภษ. 20:19 กคนที่เที่ยวซุบซิบย่อมเผยความลับ ฉะนั้นอย่าคบค้ากับคนที่ริมฝีปากเปิดกว้าง.
สภษ. 20:20 คนที่กแช่งบิดาหรือมารดาของตน ประทีปของเขาจะดับลงในที่มืดมิด.
สภษ. 20:21 เมื่อแรกเริ่มอาจได้มรดกมาอย่างชิงสุกก่อนห่าม ที่สุดปลายจะไม่ได้รับพระพร.
สภษ. 20:22 กอย่าพูดว่า ข้าจะแก้แค้นความชั่ว. จงเฝ้าคอยพระยะโฮวา พระองค์จะทรงช่วยเจ้าให้รอด.
สภษ. 20:23 กลูกตุ้มที่ไม่เที่ยงเป็นที่น่าสะอิดสะเอียนต่อพระยะโฮวา และตาชั่งทุจริตก็ไม่ดี.
สภษ. 20:24 กย่างเท้าของมนุษย์นั้นพระยะโฮวา[ทรงกำหนด] แล้วคนจะเข้าใจทางของเขาเองได้อย่างไร?
สภษ. 20:25 การหุนหันพูดว่า “นี่เป็นของบริสุทธิ์” แล้วจึง[เริ่ม]คิดได้หลังจากปฏิญาณไปแล้วก็เป็นบ่วงดักตนเอง.
สภษ. 20:26 กษัตริย์ที่มีสติปัญญาย่อมทรงฝัดร่อนคนชั่ว แล้วทรงขับล้อ[นวดข้าว]ทับพวกเขา.
สภษ. 20:27 1กวิญญาณของมนุษย์เป็น2ประทีปของพระยะโฮวา สืบค้นดูส่วนลึกที่สุดของเขาทั้งสิ้น.
สภษ. 20:28 ความเอ็นดูรักใคร่และความสัตย์จริงเฝ้ารักษากษัตริย์ไว้ และพระที่นั่งของพระองค์ถูกค้ำชูไว้ด้วยความเอ็นดู.
สภษ. 20:29 สง่าราศีของคนหนุ่มคือกำลังของเขา แต่เกียรติยศของคนแก่คือผมหงอก.
สภษ. 20:30 การเฆี่ยนจนเป็นบาดแผลก็ขจัดความชั่วร้ายเสีย การโบยตี[เข้าถึง]ส่วนลึกที่สุดของเขา.

คำอธิบาย สุภาษิต บทที่ 20

สภษ. 20:1 ก ยนซ.9:21; สภษ.23:29-30; อฟ.5:18
สภษ. 20:4 ก มธ.25:26
สภษ. 20:10 ก สภษ.11:1; 20:23
สภษ. 20:12 ก อซด.4:11; บพส.94:9
สภษ. 20:13 ก สภษ.6:9; รม.12:11
สภษ. 20:16 ก สภษ.27:13
สภษ. 20:19 ก สภษ.11:13
สภษ. 20:20 ก อซด.21:17; ลวต.20:9; มธ.15:4; มก.7:10
สภษ. 20:22 ก มธ.5:39
สภษ. 20:23 ก สภษ.20:10
สภษ. 20:24 ก บพส.37:23; ยรม.10:23
สภษ. 20:27 ก รม.8:16; 1กธ.2:11; 1ธซ.5:23; ฮร.4:12
สภษ. 20:27 1ก ภาษาเฮ็บรายคือ เนชามาห์ (neshamah); แปลว่า ลมหายใจ ใน ยนซ.2:7 (ดูคำอธิบาย 5) และ โยบ 32:8 (ดูคำอธิบาย).
สภษ. 20:27 2 วิญญาณของมนุษย์คือประทีปของพระเจ้าที่อยู่ภายในมนุษย์. ความสว่างที่ฉายส่องภายในวิญญาณที่บังเกิดใหม่ของมนุษย์ก็คือตัวของพระเจ้าเอง (1ยฮ.1:5). ประทีปบรรจุความสว่างและสำแดงความสว่างนั้นออกมาฉันใด วิญญาณของมนุษย์ก็ถูกเนรมิตสร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระเจ้าและสำแดงพระองค์ออกมาฉันนั้น. ถ้าจะให้ความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ส่องสว่างเข้าสู่ส่วนต่างๆ ทางภายในของมนุษย์ พระวิญญาณของพระเจ้าในฐานะที่เป็นน้ำมันก็ต้องชุ่มโชก (ผสมกลมกลืน) กับวิญญาณของมนุษย์ในฐานะที่เป็นไส้ตะเกียง (เทียบ รม.8:16) และ “เผาผลาญ” ไปด้วยกันกับวิญญาณของมนุษย์ (รม.12:11).
สารบัญ