สุภาษิต บทที่ 10
2. การเปรียบเทียบระหว่างการประพฤติชอบธรรมในสติปัญญากับการประพฤติชั่วในความโง่เขลา
10:1—19:29
10:1—19:29
สภษ.
10:1 บรรดาสุภาษิตของซะโลโม กบุตรที่มีสติปัญญาทำให้บิดายินดี แต่บุตรที่โง่เขลาเป็นความเศร้าโศกของมารดาเขา.
สภษ.
10:2 กคลังทรัพย์ชั่วร้ายนั้นไม่เป็นประโยชน์ แต่ความชอบธรรมช่วยให้รอดพ้นจากความตาย.
สภษ.
10:3 พระยะโฮวาจะไม่ทรงปล่อยให้จิตของคนชอบธรรมหิว แต่จะทรงผลักไสความปรารถนาของคนชั่ว.
สภษ.
10:4 มือที่เกียจคร้านเป็นเหตุให้ยากจน แต่มือที่ขยันขันแข็งทำให้มั่งคั่ง.
สภษ.
10:5 ผู้ที่เก็บสะสมไว้ในฤดูร้อนก็เป็นบุตรที่เฉลียวฉลาด [แต่]ผู้ที่หลับใน[เวลา]เก็บเกี่ยวก็เป็นบุตรที่นำความอับอายมา.
สภษ.
10:6 บรรดาพระพรอยู่บนศีรษะของคนชอบธรรม 1แต่ปากของคนชั่วซ่อนความโหดร้าย.
สภษ.
10:7 การระลึกถึงคนชอบธรรมเป็นพระพร แต่ชื่อของคนชั่วจะเสื่อมโทรม.
สภษ.
10:8 คนมีสติปัญญาในใจจะยอมรับคำบัญชา แต่คนที่พูดจาโง่เขลาจะถูกเหวี่ยงให้ล้มลง.
สภษ.
10:9 คนที่ดำเนินในความสมบูรณ์หมดจดก็ดำเนินอย่างมั่นคง แต่ผู้ที่บิดเบือนทางของตนก็จะถูกเปิดโปง.
สภษ.
10:10 ผู้ที่ขยิบตาก็ก่อความเศร้าโศก แต่คนที่พูดจาโง่เขลาจะถูกเหวี่ยงให้ล้มลง.
สภษ.
10:11 ปากของคนชอบธรรมเป็นต้นกำเนิดของน้ำพุแห่งชีวิต แต่ปากของคนชั่วซ่อนความโหดร้าย.
สภษ.
10:12 ความเกลียดชังเร้าให้เกิดการวิวาท แต่ความรักกปกคลุมการล่วงละเมิดทุกอย่าง.
สภษ.
10:13 ในริมฝีปากของผู้มีความเข้าใจจะพบสติปัญญา แต่ไม้เรียวก็เหมาะแก่หลังของผู้ขาดซึ่งสามัญสำนึก.
สภษ.
10:14 คนมีสติปัญญาย่อมสะสมความรู้ไว้ดุจทรัพย์ล้ำค่า แต่ปากของคนโง่นำความหายนะมาใกล้.
สภษ.
10:15 กทรัพย์สมบัติของคนมั่งคั่งเป็นเมืองเข้มแข็งของเขา แต่ความยากจนของคนจนเป็นความหายนะของพวกเขา.
สภษ.
10:16 ค่าจ้างของคนชอบธรรม[นำไปถึง]ชีวิต แต่ค่าตอบแทนของคนชั่ว[นำไปถึง]ความบาป.
สภษ.
10:17 คนที่ใส่ใจคำชี้แนะก็อยู่ในวิถีแห่งชีวิต แต่คนที่ปฏิเสธคำตำหนิก็หลงเจิ่นไป.
สภษ.
10:18 ผู้ที่ซ่อนความเกลียดชังไว้ก็มีริมฝีปากมุสา และคนที่ใส่ร้ายป้ายสี[คนอื่น]ก็เป็นคนโง่.
สภษ.
10:19 พูดมากคำย่อมล่วงละเมิดได้ไม่หยุด แต่คนที่กยับยั้งริมฝีปากของตนก็เป็นคนฉลาด.
สภษ.
10:20 ลิ้นของคนชอบธรรมก็[เหมือน]เงินเนื้อบริสุทธิ์ ใจของคนชั่ว[มีค่า]น้อย.
สภษ.
10:21 ริมฝีปากของคนชอบธรรมบำรุงเลี้ยงคนมากมาย แต่คนโง่ตายเพราะขาดซึ่งสามัญสำนึก.
สภษ.
10:22 พระพรของพระยะโฮวากระทำให้มั่งคั่ง และพระองค์ไม่ได้ทรงเพิ่มความโศกเศร้าไว้.
สภษ.
10:23 คนโง่ทำความชั่วเหมือนการเล่นสนุก แต่คนที่มีความเข้าใจก็เพลิดเพลินกับสติปัญญา.
สภษ.
10:24 สิ่งที่คนชั่วกลัว มันจะมาถึงเขา แต่สิ่งที่คนชอบธรรมปรารถนา พระองค์จะประทานให้.
สภษ.
10:25 เมื่อพายุหมุนผ่านไปแล้ว ก็ไม่มีคนชั่วอีก แต่คนชอบธรรมจะตั้งฐานรากเป็นนิตย์.
สภษ.
10:26 น้ำส้มสายชูทำให้เข็ดฟัน และควันทำให้แสบตาอย่างไร คนเกียจคร้านก็ทำให้ผู้ที่ใช้เขาเป็นอย่างนั้นด้วย.?
สภษ.
10:27 ความยำเกรงพระยะโฮวานั้นยืดชีวิตให้ยาว แต่ปีเดือนของคนชั่วจะสั้นเข้า.
สภษ.
10:28 ความหวังของคนชอบธรรมคือความยินดี แต่ความมุ่งหวังของคนชั่วจะพินาศไป.
สภษ.
10:29 ทางของพระยะโฮวาเป็นป้อมปราการแก่คนเที่ยงตรง แต่เป็นความหายนะแก่คนที่กระทำความบาปชั่ว.
สภษ.
10:30 คนชอบธรรมจะไม่มีวันสั่นคลอน แต่คนชั่วจะไม่ได้อาศัยอยู่ในดินแดน.
สภษ.
10:31 ปากของคนชอบธรรมให้สติปัญญา แต่ลิ้นที่บิดเบือนจะถูกตัดออก.
สภษ.
10:32 ริมฝีปากของคนชอบธรรมเป็นที่ยินดีรับไว้ของผู้คน แต่ปากของคนชั่ว[พูดถ้อยคำที่]บิดเบือน.
คำอธิบาย สุภาษิต บทที่ 10
สภษ.
10:1 ก สภษ.15:20
สภษ.
10:2 ก บพส.49:6; สภษ.11:4; ลก.12:19-20
สภษ.
10:6 1 หรือ แต่ความโหดร้ายซ่อนอยู่ในปากของคนชั่ว. ข้อ 11 ก็เช่นเดียวกัน.
สภษ.
10:12 ก สภษ.17:9; 1กธ.13:4, 7; 1ปต.4:8
สภษ.
10:15 ก สภษ.18:11
สภษ.
10:19 ก สภษ.17:27-28; ยก.1:19; 3:2