การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

เอ็กโซโด บทที่ 9

(8) ข้อขัดแย้ง ครั้งที่เจ็ด ภัยพิบัติประการที่ห้า — โรคระบาด
9:1–7
อซด. 9:1 ขณะนั้นพระยะโฮวาได้ตรัสแก่โมเซว่า จงไปพบฟาโรห์บอกว่า กยะโฮวาพระเจ้าของชนชาติเฮ็บรายนั้น ตรัสดังนี้ว่า ขจงปล่อยพลไพร่ของเราไป เพื่อเขาจะได้ปรนนิบัติเรา.
อซด. 9:2 ถ้าเจ้ายังเหนี่ยวรั้งเขาไว้ไม่ยอมปล่อยให้ไป
อซด. 9:3 แล้วกพระหัตถ์ของพระยะโฮวาจะทำให้ฝูงปศุสัตว์ในทุ่งนา ฝูงม้า, ฝูงลา, ฝูงอูฐ, ฝูงโค, และฝูงแพะแกะให้เกิดเป็น1ขโรคระบาดอย่างร้ายแรงขึ้น.
อซด. 9:4 ยะโฮวาจะ1กแยกฝูงปศุสัตว์ของชนชาติอิสราเอลจากฝูงปศุสัตว์ของชนชาติอียิปต์ สัตว์ของชนชาติอิสราเอลจะไม่ตายเลยสักตัวเดียว.
อซด. 9:5 พระยะโฮวาทรงกำหนดเวลาไว้ว่า พรุ่งนี้เราจะกระทำเรื่องนี้ ณ ดินแดนนั้น.
อซด. 9:6 วันรุ่งขึ้นพระยะโฮวาก็ได้ทรงกระทำการนั้น ฝูงปศุสัตว์ของชนชาติอียิปต์ก็ตายหมด แต่ฝูงปศุสัตว์ของชนชาติอิสราเอลไม่ตายสักตัวเดียว.
อซด. 9:7 ฟาโรห์ทรงใช้คนไปดู จึงทราบว่าฝูงปศุสัตว์ของชนชาติอิสราเอลไม่ตายสักตัวเดียว. แต่พระทัยของฟาโรห์ก็กดื้อด้านไปอีก ขไม่ยอมปล่อยให้พลไพร่นั้นไป.
(9) ข้อขัดแย้ง ครั้งที่แปด ภัยพิบัติประการที่หก — ฝีพุพอง
9:8–12
อซด. 9:8 พระยะโฮวาจึงตรัสแก่โมเซและอาโรนว่า เจ้าจงกำ1ขี้เถ้าออกจากเตาหลายกำมือ แล้วให้โมเซซัดขึ้นไปบนท้องฟ้าต่อหน้าฟาโรห์.
อซด. 9:9 ขี้เถ้านั้นจะกลายเป็นผงฝุ่นทั่วดินแดนอียิปต์ ทำให้เกิดเป็นฝีพุพองทั้งกายมนุษย์และสัตว์ทั่วดินแดนอียิปต์.
อซด. 9:10 เขาทั้งสองจึงได้กำขี้เถ้าออกจากเตา ไปยืนอยู่ต่อพระพักตร์ฟาโรห์ พอโมเซซัดขี้เถ้าขึ้นไปในอากาศ ขี้เถ้านั้นก็กระทำให้เกิดกฝีพุพองไป ทั้งกายมนุษย์และสัตว์ด้วย.
อซด. 9:11 ฝ่ายพวกนักเวทมนตร์คาถาก็ไม่อาจกยืนต่อหน้าโมเซเนื่องด้วยฝีนั้น เหตุว่าฝีนั้นได้เกิดลามไปที่ตัวพวกนักเวทมนตร์คาถา และชนชาติอียิปต์ทั้งปวง.
อซด. 9:12 แต่พระยะโฮวาทรง1ให้พระทัยของฟาโรห์กแข็งกระด้างไปไม่เชื่อฟังโมเซและอาโรนเหมือนคำที่ได้ตรัสแก่โมเซแล้ว.
(10) ข้อขัดแย้ง ครั้งที่เก้า ภัยพิบัติประการที่เจ็ด — ลูกเห็บ
9:13–35
อซด. 9:13 พระยะโฮวาจึงตรัสแก่โมเซว่า จงตื่นแต่กเช้าตรู่ไปยืนต่อหน้าฟาโรห์ บอกว่า ขยะโฮวาพระเจ้าของชนชาติอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า คจงปล่อยพลไพร่ของเราไปเพื่อเขาจะได้ปรนนิบัติเรา.
อซด. 9:14 ด้วยว่าคราวนี้เราจะให้เกิดกภัยพิบัติแก่1เจ้า และข้าราชการ และแก่พลไพร่ เพื่อเจ้าจะได้ขรู้แน่ว่าทั่วแผ่นดินโลกไม่มีผู้ใดเสมอคเหมือนกับเรา.
อซด. 9:15 บัดนี้ถ้าเราจะยกหัตถ์ขึ้นโจมตีเจ้าและพลไพร่ของเจ้าด้วยโรคระบาด เจ้าก็จะถูกกำจัดไปจากแผ่นดินโลก.
อซด. 9:16 แต่เหตุที่เรายัง1ให้เจ้าดำรงชีวิตอยู่ก็กเพื่อจะขสำแดงให้เจ้าเห็นฤทธานุภาพของเรา และเพื่อคนามของเราจะได้ถูกป่าวประกาศไปทั่วแผ่นดินโลก.
อซด. 9:17 เจ้ายังจะยกชูตัวเองต่อสู้พลไพร่ของเรา กไม่ยอมปล่อยเขาไปอีกหรือ?
อซด. 9:18 พรุ่งนี้ประมาณเวลานี้ เราจะให้1กลูกเห็บตกมาอย่างหนักอย่างที่ไม่เคยมีในอียิปต์ตั้งแต่ก่อตั้งเป็นประเทศมาจนถึงทุกวันนี้.
อซด. 9:19 เหตุฉะนั้นจงใช้คนไปต้อนฝูงปศุสัตว์และทุกสิ่งที่อยู่ในทุ่งนาให้รีบเข้ามา ในที่ปลอดภัย เพราะทุกคนและสัตว์ทุกตัวที่อยู่ในทุ่งนาที่มิได้เข้ามาอยู่ในบ้าน จะโดนลูกเห็บตายหมด.
อซด. 9:20 ฝ่ายข้าราชการของกษัตริย์ฟาโรห์ทุกคนที่เกรงกลัวพระคำของพระยะโฮวา ก็ให้ทาสและฝูงปศุสัตว์ของตนกลับเข้าบ้าน.
อซด. 9:21 และผู้ที่ไม่ใส่ใจต่อพระคำของพระยะโฮวาก็ปล่อยให้ทาสและฝูงปศุสัตว์ของตนอยู่ที่ทุ่งนา.
อซด. 9:22 พระยะโฮวาจึงตรัสแก่โมเซว่า จงชูมือขึ้นในท้องฟ้า เพื่อจะได้ให้ลูกเห็บตกทั่วดินแดนอียิปต์ บนมนุษย์ บนสัตว์ และบนผักทุกอย่างซึ่งอยู่ในทุ่งนาที่อยู่ ในดินแดนอียิปต์.
อซด. 9:23 โมเซก็ชูกไม้เท้าขึ้นบนท้องฟ้า แล้วพระยะโฮวาได้ทรงให้มีฟ้าร้อง มีลูกเห็บและไฟตกลงมาบนแผ่นดิน กับได้ให้ลูกเห็บตกทั่วดินแดนอียิปต์.
อซด. 9:24 ในเวลานั้นมีลูกเห็บตกลงมาอย่างหนักพร้อมด้วยไฟแลบในท่ามกลางลูกเห็บนั้นอย่างต่อเนื่องทั่วดินแดนอียิปต์ การเช่นนี้ไม่เคยมีในอียิปต์ตั้งแต่ตั้งประเทศเป็นต้นมา.
อซด. 9:25 ทั่วดินแดนอียิปต์มีกลูกเห็บตกกระหน่ำใส่ทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์และสัตว์ในทุ่งนา ลูกเห็บยังกระหน่ำใส่ต้นผักทั้งหมดในทุ่งนา และต้นไม้ทุกต้นในทุ่งนาก็หักโค่นล้มลง.
อซด. 9:26 เว้นแต่ดินแดนโฆเซ็น ที่กชนชาติอิสราเอลอาศัยอยู่นั้น หามีลูกเห็บไม่.
อซด. 9:27 ฟาโรห์จึงรับสั่งให้โมเซและอาโรนมาเฝ้า แล้วตรัสว่า ในครั้งนี้เราได้กทำผิดแล้ว พระยะโฮวาทรงขชอบธรรม แต่เรากับพลไพร่ของเราได้ผิดไปแล้ว.
อซด. 9:28 ขอท่านได้กวิงวอนขอต่อพระยะโฮวา เนื่องด้วยฟ้าร้องและลูกเห็บของพระยะโฮวามากพอแล้ว 1เราจะปล่อยท่านทั้งหลายไม่กักไว้อีกต่อไป.
อซด. 9:29 โมเซทูลว่า เมื่อข้าพเจ้าออกไปจากเมืองนี้แล้ว ข้าพเจ้าจะยกกมือทั้งสองทูลพระยะโฮวา เสียงฟ้าร้องก็จะเงียบและจะไม่มีลูกเห็บตกอีกต่อไป เพื่อพระองค์จะได้ขทราบว่าคทั่วทั้งแผ่นดินนี้เป็นของพระยะโฮวา.
อซด. 9:30 แต่พระองค์และข้าราชการของพระองค์นั้นข้าพเจ้ารู้อยู่ว่าพวกท่านยังไม่เกรงกลัวพระยะโฮวาพระเจ้า.
อซด. 9:31 ต้นป่าน ต้นข้าวบาเลย์ก็ต้องถูกทำลายเสีย เพราะในเวลานั้นต้นข้าวบาเลย์ก็มีรวงและต้นป่านก็ออกดอกแล้ว.
อซด. 9:32 ส่วนข้าวสาลีและข้าวสแปลต์นั้นมิได้ถูกทำลายเสียเพราะยังมิได้งอกขึ้น.
อซด. 9:33 เมื่อโมเซทูลลาฟาโรห์ไปจากเมือง ก็ได้ยกมือทั้งสองขึ้นทูลพระยะโฮวา เสียงฟ้าร้องกับลูกเห็บนั้นก็ได้หยุดไป ฝนก็มิได้ตกบนแผ่นดิน.
อซด. 9:34 เมื่อฟาโรห์ทราบว่าฝนกับลูกเห็บและฟ้าร้องนั้นหยุดไปแล้ว ท่านก็กลับทำผิดต่อไปอีกและพระทัยก็กแข็งกระด้างไป ทั้งพระองค์และข้าราชการของพระองค์ด้วย.
อซด. 9:35 พระทัยของฟาโรห์ก็กแข็งกระด้างไป ขไม่ยอมปล่อยชนชาติอิสราเอล ดังที่พระยะโฮวาได้ตรัสแล้วด้วยปากของโมเซ.

คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 9

อซด. 9:1 ก อซด.5:1
อซด. 9:1 ข อซด.7:16
อซด. 9:3 ก อซด.3:20; 7:4–5; 9:15; 13:14; กจ.13:11; เทียบ อซด.16:3
อซด. 9:3 ข บพส.78:50
อซด. 9:3 1ข ส้ตว์ที่ตายในภัยพิบัตินี้เป็นสัตว์ที่ถูกใช้สำหรับการขนส่งและสำหรับเป็นอาหาร. เพราะฉะนั้น โดยภัยพิบัตินี้ พระเจ้าได้ทรงพิพากษาทั้งการขนส่งและอาหารของอียิปต์ ซึ่งบ่งชี้ว่าวิธีการขนส่งและวิธีการกินในโลกนี้จะถูกพิพากษาโดยพระเจ้า. เนื่องจากปศุสัตว์เหล่านี้เป็นกรรมสิทธิ์ของชนชาติอียิปต์ มันก็ได้เกี่ยวพันกับความบาปของชนชาติอียิปต์ เพราะฉะนั้น ปศุสัตว์ของชนชาติอียิปต์ก็ถูกพิพากษาตามความชอบธรรมของพระเจ้าด้วย.
อซด. 9:4 ก อซด.8:22–23; 11:7
อซด. 9:4 1ก ขณะที่พระเจ้าเสด็จเข้ามาพิพากษาโลกตามความชอบธรรมของพระองค์ พระองค์ก็ยังทรงคำนึงถึงพลไพร่ของพระองค์ เพื่อสำเร็จพระทัยปรารถนาของพระองค์ กล่าวคือได้รับที่ประทับบนแผ่นดินโลก (26; 11:7; 12:13, 23; เทียบ วว.7).
อซด. 9:7 ก อซด.7:14
อซด. 9:7 ข อซด.3:19
อซด. 9:8 1 ในตอนท้ายของภัยพิบัติประการที่ 5 ทรัพยากรทั้งหมดของอียิปต์ล้วนได้ถูกพิพากษาโดยพระเจ้า. แต่ว่าขี้เถ้าซึ่งเป็นสิ่งที่เหลือไว้หลังจากของถูกเผาแล้ว ยังคงต้องถูกจัดการ. นี่บ่งชี้ว่าสิ่งใดที่เหลืออยู่ในการดำเนินชีวิตที่ตกต่ำของเราล้วนต้องถูกพิพากษาโดยพระเจ้า. ขณะที่โมเซและอาโรนเอาขี้เถ้าซัดขึ้นไปบนท้องฟ้า ขี้เถ้าก็ได้กลายเป็นผงฝุ่นซึ่งก่อให้เกิดฝีพุพอง. ในสายพระเนตรของพระเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของอียิปต์ ซึ่งก็คือการดำเนินชีวิตของโลกล้วนจำต้องถูกเปิดโปงและพิพากษาโดยสิ้นเชิง. กระทั่ง “ขี้เถ้า” ซึ่งคือสิ่งที่เหลือจากของที่มีความบาปก็จำต้องถูกพิพากษา. สิ่งที่อยู่ในการดำเนินชีวิตของโลกไม่ควรเหลือไว้สักอย่างเดียว.
อซด. 9:10 ก พบญ.28:27; โยบ 2:7; ยซย.38:21; วว.16:2
อซด. 9:11 ก เทียบ 2ตธ.3:9
อซด. 9:12 1 ในด้านหนึ่งพระเจ้าทรงกระทำให้พระทัยของฟาโรห์แข็งกระด้าง (4:21; 7:3; 9:12; 10:1, 20, 27; 11:10; 14:4, 8) ในอีกด้านหนึ่งฟาโรห์ได้ทำให้ใจของตนเองแข็งกระด้างไป (8:15, 32; 9:34). นี่บ่งชี้ว่าพระเจ้าทรงมีอำนาจสิทธิ์ขาด (รม.9:14–24) และมนุษย์มีความตั้งใจที่อิสระซึ่งถูกสร้างขึ้นมาโดยพระเจ้า ดังนั้นมนุษย์ก็ต้องรับผิดชอบต่อการประพฤติของตน. อำนาจสิทธิ์ขาดของพระเจ้ากับความตั้งใจที่อิสระของมนุษย์สอดคล้องซึ่งกันและกันโดยไม่ขัดแย้งกัน. ตอนแรกพระเจ้าทรงทำให้พระทัยของฟาโรห์แข็งกระด้างในอำนาจสิทธิ์ขาดของพระองค์ (4:21) จากนั้นฟาโรห์ก็แสดงความแข็งกระด้างนี้ออกมาโดยผ่านความตั้งใจที่อิสระของตน. เนื่องจากฟาโรห์ทำให้พระทัยของพระองค์เองแข็งกระด้าง ในที่สุดพระทัยของพระองค์ก็แข็งกระด้างไป นั่นก็คือกลายเป็นความแข็งกระด้าง และยังคงแข็งกระด้างจนถึงที่สุด (7:13, 22; 8:19; 9:35).
อซด. 9:12 ก อซด.4:21
อซด. 9:13 ก อซด.7:15; 8:20
อซด. 9:13 ข อซด.3:18
อซด. 9:13 ค อซด.5:1
อซด. 9:14 ก วว.11:6
อซด. 9:14 1 แปลตามตรงคือ ใจของเจ้า.
อซด. 9:14 ข เทียบ อซด.7:5
อซด. 9:14 ค อซด.8:10
อซด. 9:16 1 ในด้านหนึ่งพระเจ้าทรงกระทำให้พระทัยของฟาโรห์แข็งกระด้าง ในอีกด้านหนึ่งพระองค์ยังให้ฟาโรห์ดำรงชีวิตอยู่ เพราะว่าพระเจ้าทรงกระทำให้พระทัยของฟาโรห์แข็งกระด้าง ฟาโรห์ก็ไม่ยอมจำนนต่อการจัดการของพระเจ้า. ยิ่งกว่านั้น ในเมื่อพระเจ้าทรงทราบว่า ในตัวของฟาโรห์เองไม่เข้มแข็งพอที่จะต่อสู้กับพระองค์ พระเจ้าก็ยังให้เขาดำรงชีวิตอยู่ เพื่อพระองค์จะได้มีโอกาสที่จะสำแดงฤทธานุภาพของพระองค์และเพื่อพระนามของพระองค์จะได้ถูกป่าวประกาศไปทั่วแผ่นดินโลก (เทียบ รม.9:17). ฟาโรห์ไม่เคยถูกพระเจ้าสยบอย่างสิ้นเชิง แต่เขาได้ถูกใช้โดยพระเจ้าในอำนาจสิทธิ์ขาดของพระองค์เพื่อสำเร็จพระประสงค์ของพระองค์ (ดู 14:4 คำอธิบาย 1).
อซด. 9:16 ก รม.9:17
อซด. 9:16 ข เทียบ อซด.10:1–2; 14:17
อซด. 9:16 ค เทียบ นฮย.9:10; บพส.83:18; ยซย.63:12
อซด. 9:17 ก อซด.3:19
อซด. 9:18 ก ยฮซ.10:11; บพส.18:12; 78:47–48; 105:32; 148:8; ยซย.30:30; ยอค.38:22; วว.8:7; 16:21
อซด. 9:18 1ก ในภัยพิบัติ 3 ประการของกลุ่มที่ 3 พระเจ้าได้ทรงเปลี่ยนแปลงกฎธรรมชาติบางประการ. ในภัยพิบัติประการที่ 7 พระองค์ได้ทรงเปลี่ยนแปลงการใช้งานของน้ำฝน โดยให้น้ำฝนไม่ตกรดแผ่นดินเพื่อก่อกำเนิดชีวิต แต่กลับกลายเป็นลูกเห็บซึ่งทำลายผลผลิตของแผ่นดิน น้ำฝนจะไม่ดับความกระหายของมนุษย์อีกแต่กลับประหารชีวิตเขา. นอกจากนี้ ลูกเห็บนั้นปนไฟ (ข้อ 24) ซึ่งเป็นการย้ำว่าพระเจ้าได้ทรงเปลี่ยนแปลงกฎธรรมชาติประการหนึ่งที่ควบคุมแผ่นดินโลก.
อซด. 9:23 ก อซด.4:2
อซด. 9:25 ก บพส.78:47; 105:32–33
อซด. 9:26 ก อซด.8:22; 9:4, 6; 10:23; 11:7
อซด. 9:27 ก อซด.10:16
อซด. 9:27 ข 2คนก.12:6; บพส.129:4; 145:17; พรท.1:18; ดนอ.9:14
อซด. 9:28 ก อซด.8:8
อซด. 9:28 1 ดู 5:2 คำอธิบาย 1.
อซด. 9:29 ก 1พกษ.8:22, 38; บพส.143:6; ยซย.1:15
อซด. 9:29 ข เทียบ อซด.7:5
อซด. 9:29 ค เทียบ พบญ.10:14; บพส.24:1; 1กธ.10:26
อซด. 9:34 ก อซด.8:15
อซด. 9:35 ก อซด.7:13
อซด. 9:35 ข อซด.3:19
สารบัญ