เอ็กโซโด บทที่ 34
17. โมเซอยู่ร่วมกับพระเจ้า
34:1–35
34:1–35
อซด.
34:1 ฝ่ายพระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า จงสกัด1กศิลาอีกสองแผ่นเหมือนเดิมนั้น แล้วเราจะขจารึกคำซึ่งอยู่ในแผ่นเดิมที่เจ้าได้ทำคแตกละเอียดไปนั้น.
อซด.
34:2 จงเตรียมให้พร้อมก่อนพรุ่งนี้เช้า แล้วจงขึ้นมาบนภูเขาซีนายแต่เช้า จงยืนเฝ้าเราบนยอดเขานั้น.
อซด.
34:3 อย่าให้ผู้ใดขึ้นมากับเจ้า และอย่าให้เห็นผู้ใดทั่วบริเวณกภูเขา อย่าให้ฝูงโค ฝูงแพะแกะกินหญ้าอยู่หน้าภูเขานี้เลย.
อซด.
34:4 ฉะนั้น1โมเซจึงสกัดศิลาสองแผ่นตามอย่างเดิมนั้น. แล้วท่านก็2ตื่นแต่เช้าขึ้นไปบนภูเขาซีนาย ถือศิลาสองแผ่นตามรับสั่งของพระยะโฮวา.
อซด.
34:5 ฝ่ายพระยะโฮวาได้กเสด็จลงมาในเมฆทรงยืนอยู่กับโมเซ และ1ประกาศขพระนามพระยะโฮวา.
อซด.
34:6 พระยะโฮวาได้เสด็จผ่านไปข้างหน้าท่าน ป่าวประกาศว่า พระยะโฮวา พระยะโฮวา พระเจ้าผู้ทรงกความกรุณา ทรงเต็มด้วยพระคุณ ทรงขอดทนนานและบริบูรณ์ด้วยความเอ็นดูรักใคร่อีกทั้งความสัตย์จริง
อซด.
34:7 ผู้ทรงกดำรงคงไว้ซึ่งความเอ็นดูรักใคร่ถึงหลายพันชั่วอายุคน ผู้ทรงโปรดยกความชั่ว การล่วงละเมิดและความบาปของเรา ขแต่ไม่ทรงถือว่าไม่มีบาปอย่างเด็ดขาด และให้โทษของบิดาตกทอดถึงลูกหลานจนถึงสามสี่ชั่วอายุคน.
อซด.
34:8 ฝ่ายโมเซจึงรีบก้มกราบลงถึงดินนมัสการ.
อซด.
34:9 แล้วจึงทูลว่า โอ องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าแม้ข้าพเจ้าเป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรพระองค์ ขอพระองค์ได้โปรดกร่วมเสด็จไปในท่ามกลางพวกข้าพเจ้า แม้ว่าพวกนั้นเป็นพลไพร่ที่ขคอแข็ง แต่ขอพระองค์ได้โปรดอภัยความชั่วและความบาปของพวกข้าพเจ้า และโปรดรับพวกข้าพเจ้าเป็นคมรดกของพระองค์
อซด.
34:10 ฝ่ายพระยะโฮวาตรัสว่า นี่แหละเราจะตั้งกพันธสัญญาไว้ เราจะทำ1การอัศจรรย์ต่อหน้าพลไพร่ของเจ้า ซึ่งไม่มีผู้ใดเคยกระทำในนานาประเทศทั่วพิภพ และพลไพร่ทั้งปวงซึ่งเจ้าอยู่ท่ามกลางเขานั้นจะได้เห็นราชกิจของพระยะโฮวา เพราะการซึ่งเราจะทำต่อหน้าพวกเจ้าจะเป็นที่น่าเกรงขามยิ่งนัก.
อซด.
34:11 จงถือรักษาตามคำซึ่งเราได้บัญชาเจ้าในวันนี้. เราจะกไล่ชนชาติอะโมรี ชนชาติคะนาอัน ชนชาติพะริซี ชนชาติฮีวีและชนชาติยะบูศไปให้พ้นหน้าของเจ้า.
อซด.
34:12 จงระวังตัวให้ดีอย่าตั้งกพันธสัญญากับผู้ที่อาศัยในดินแดนซึ่งเจ้าจะไปถึงนั้น เกรงว่าพวกเขาจะเป็นบ่วงแร้วดักพวกเจ้า.
อซด.
34:13 แต่เจ้าทั้งหลายจงทำลายกแท่นบูชาและทุบเสาศักดิ์สิทธิ์ของเขาให้แหลกละเอียดและโค่น1เสาแม่อาเซราห์ของเขานั้นลงเสีย
อซด.
34:14 ส่วนพวกเจ้าอย่าได้นมัสการ1พระอื่นเลย เพราะพระยะโฮวาผู้ทรงนามว่าหวงแหนเป็นกพระเจ้าผู้หวงแหน
อซด.
34:15 เกรงว่าเจ้าจะตั้งพันธสัญญากับผู้ที่อาศัยในดินแดนนั้น และเมื่อเขาไปผิดประเวณีตามพระของเขา และถวายสัตวบูชาแก่พระของเขาและบางคนได้เชิญพวกเจ้าไปร่วมด้วย และพวกเจ้าจะไปกินของที่เขาบูชานั้น
อซด.
34:16 เกรงว่า เจ้าจะรับบุตรหญิงของเขามาเป็นภรรยาของบุตรชายของเจ้า และบุตรหญิงของเขานั้นจะไปผิดประเวณีตามพระของเขา และชักชวนให้บุตรชายของเจ้าไปผิดประเวณีตามพระนั้นด้วย.
อซด.
34:17 เจ้าอย่าได้หล่อรูปพระไว้สำหรับตัวเองเลย.
อซด.
34:18 กเจ้าทั้งหลายจง1ถือเทศกาลเลี้ยงขนมปังไม่มีเชื้อ. จงกินขนมปังไม่มีเชื้อเป็นเวลาเจ็ดวันตามเวลากำหนดในเดือนอาบิบที่เราได้บัญชาเจ้าแล้ว เพราะเจ้าได้ออกจากอียิปต์ในเดือนอาบิบ.
อซด.
34:19 สรรพสัตว์ทั้งปวงซึ่ง1กออกจากครรภ์ครั้งแรกล้วนเป็นของๆ เรา คือลูกหัวปีตัวผู้ทั้งปวงในฝูงปศุสัตว์ของเจ้า จะเป็นโคก็ดี แกะก็ดี เป็นของๆ เรา.
อซด.
34:20 ส่วน1ลูกลาหัวปีนั้นเจ้าจงนำกลูกแกะมาไถ่ ถ้าแม้เจ้ามิได้ไถ่ก็จงหักคอมันเสีย. บุตรหัวปีทั้งหลายของพวกเจ้านั้นจะต้องไถ่ด้วย อย่าให้ผู้ใดมาเฝ้าเราขมือเปล่าเลย.
อซด.
34:21 จงทำการในกำหนดกหกวัน แต่1วันที่เจ็ดจงหยุดพัก. แม้แต่ในฤดูไถหว่านและฤดูเกี่ยวข้าวก็จงหยุดพัก.
อซด.
34:22 จงถือกเทศกาลเลี้ยงครบรอบเจ็ดสัปดาห์ ด้วยผลแรกของการเก็บเกี่ยวข้าวสาลีและถือขเทศกาลเลี้ยงฉลองการเก็บผลในปลายปี.
อซด.
34:23 ผู้ชายทั้งหลายของพวกเจ้าต้องมาปรากฏตัวต่อพระพักตร์องค์พระยะโฮวาเจ้าของชนชาติอิสราเอล1กปีละสามครั้ง
อซด.
34:24 1เพราะเราจะ2กขับไล่พวกต่างชาติไปให้พ้นหน้าเจ้า และจะ2ขขยายเขตแดนของเจ้าให้กว้างขวางออกไป เมื่อพวกเจ้าจะขึ้นไปปรากฏตัวต่อพระพักตร์พระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าปีละสามครั้งนั้น จะไม่มีใคร2โลภอยากได้ดินแดนของเจ้าเลย.
อซด.
34:25 1กเลือดของสัตวบูชาอย่าได้ถวายพร้อมกับขนมปังใส่เชื้อ และเครื่องสัตวบูชาในขเทศกาลเลี้ยงปัศคานั้นอย่าให้เหลือไว้จนถึง2วันรุ่งขึ้น.
อซด.
34:26 1กผลสุกงอมรุ่นแรกในผืนแผ่นดินจงนำมาถวายในพระวิหารพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า ขอย่า2ต้มเนื้อลูกแพะด้วยน้ำนมแม่ของมันเลย.
อซด.
34:27 ฝ่ายพระยะโฮวาตรัสแก่โมเซอีกว่า คำเหล่านี้จงจดไว้ เพราะเราได้ตั้งกพันธสัญญากับเจ้าและชนชาติอิสราเอลตาม1ถ้อยคำเหล่านี้แล้ว.
อซด.
34:28 ฝ่ายโมเซได้เฝ้าอยู่กับพระยะโฮวาบนภูเขานั้นกสี่สิบวันสี่สิบคืน มิได้รับประทานอาหารหรือน้ำเลย และโมเซได้จารึกถ้อยคำแห่งพันธสัญญาคือ1พระบัญญัติสิบประการนั้นไว้ที่ขแผ่นศิลา.
อซด.
34:29 อยู่มาเมื่อโมเซได้ลงมาจากภูเขาซีนาย กำลังถือกแผ่นศิลาแห่งพยานสองแผ่น เวลาที่ลงมาจากภูเขานั้นโมเซก็ไม่รู้ว่าขผิวหน้าของตนได้ทอแสงเนื่องด้วย1พระยะโฮวาได้ทรงสนทนากับท่าน.
อซด.
34:30 เมื่ออาโรนและชนชาติอิสราเอลทั้งปวงได้มองดูโมเซ ก็เห็นว่าผิวหน้าของท่านได้ทอแสง และเขาก็กลัวไม่กล้าเข้ามาใกล้ท่าน.
อซด.
34:31 ฝ่ายโมเซเรียกเขามา แล้วอาโรนกับบรรดาหัวหน้าของชุมนุมชนได้กลับมาหาโมเซและท่านได้สนทนากับเขา.
อซด.
34:32 ภายหลังพวกอิสราเอลได้เข้ามาใกล้ โมเซก็ได้สั่งกำชับเขาในทุกข้อที่พระเจ้าได้ตรัสกับท่านบนภูเขาซีนาย.
อซด.
34:33 เมื่อโมเซพูดกับเขาจบลงแล้วก็ได้ใช้1กผ้าคลุมหน้าไว้.
อซด.
34:34 แต่เมื่อโมเซเข้าไปเฝ้าทูลพระยะโฮวา ท่านก็ปลด1ผ้าคลุมนั้นออกจนกว่าจะกลับออกมา เมื่อท่านได้ออกมาเล่าให้ชนชาติอิสราเอลฟังตามที่ท่านได้รับคำสั่งมาแล้วนั้น.
อซด.
34:35 และชนชาติอิสราเอลได้เห็นผิวหน้าของโมเซได้ทอแสง. ฝ่ายโมเซได้ใช้ผ้าคลุมหน้าท่านไว้อีกจนกว่าจะได้เข้าไปเฝ้าทูลพระองค์.
คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 34
อซด.
34:1 ก พบญ.10:1; 2กธ.3:7; ฮร.9:4
อซด.
34:1 1ก บทนี้กล่าวถึงการฟื้นฟูพันธสัญญาระหว่างพระเจ้ากับพลไพร่ของพระองค์ที่ได้ถูกทำลายไป (32:19; 34:10ก).
อซด.
34:1 ข อซด.34:28; พบญ.10:2, 4
อซด.
34:1 ค อซด.32:19
อซด.
34:3 ก อซด.19:12–13
อซด.
34:4 1 แปลตามตรงคือ เขา.
อซด.
34:4 2 การพบกับพระเจ้าในยามเช้าไม่เพียงเป็นการพบกับพระองค์ตั้งแต่เริ่มต้นของวัน แต่ยังเป็นการพบกับพระเจ้าในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความสว่างอีกด้วย (เทียบ สภษ.4:18). เช่นเดียวกับโมเซ เราก็ควรไปพบกับพระเจ้าเป็นการส่วนตัว โดยไม่มีบุคคล เรื่องราว หรือสิ่งของอื่นใดมารบกวนหรือยึดครองเรา (ข้อ 3; เทียบ มก.1:35).
อซด.
34:5 ก อซด.19:18; อฤธ.11:25
อซด.
34:5 1 พระเจ้าประกาศพระนามของพระองค์หมายความถึงการแสดงฐานะของพระองค์ออกมาโดยการประกาศถึงสิ่งที่พระองค์ทรงเป็น.
อซด.
34:5 ข อซด.33:19
อซด.
34:6 ก 2คนก.30:9; นฮย.9:17; บพส.86:15; 103:8; 145:8; ยอล.2:13; ยก.5:11
อซด.
34:6 ข อฤธ.14:18; นฮม.1:3
อซด.
34:7 ก อซด.20:6; พบญ.5:10; ยรม.32:18; ดนอ.9:4
อซด.
34:7 ข อซด.20:5; พบญ.5:9
อซด.
34:9 ก อซด.33:15–16
อซด.
34:9 ข อซด.32:9
อซด.
34:9 ค พบญ.32:9; บพส.28:9; 33:12; 78:62; 94:14; ยรม.10:16
อซด.
34:10 ก อซด.34:27; พบญ.5:2; 29:1
อซด.
34:10 1 การกระทำที่อัศจรรย์ของพระเจ้านั้นมีเพื่อเป้าหมายในการนำพลไพร่ของพระองค์เข้าสู่แผ่นดินงามเพื่อการก่อสร้างพระวิหารมาเป็นพยานของพระเจ้าและเป็นที่ประทับของพระองค์บนแผ่นดินโลก. ในทำนองเดียวกัน พระเจ้าก็ทรงทำการอัศจรรย์ต่อเราก็เพื่อพระประสงค์ในการนำเราเข้าสู่พระคริสต์ ซึ่งเป็นความเที่ยงแท้ของแผ่นดินงาม (ดู พบญ.8:7 คำอธิบาย 1) เพื่อการก่อสร้างคริสตจักรเป็นพยานของพระเจ้าและเป็นพระวิหารของพระเจ้า (วว.1:2; 1กธ.3:16).
อซด.
34:11 ก อซด.33:2; พบญ.7:1; 9:4–5
อซด.
34:12 ก อซด.23:32; พบญ.7:2; วนฉ.2:2
อซด.
34:13 ก พบญ.7:5; 12:3; วนฉ.2:2; 6:25; 2คนก.34:4
อซด.
34:13 1 ชี้ถึงรูปพระที่เป็นผู้หญิง.
อซด.
34:14 1 ข้อ 12–17 เป็นคำเตือนเกี่ยวกับบ่วงแร้วของการกราบไหว้รูปเคารพ ซึ่งเป็นการกล่าวซ้ำสามข้อแรกในพระบัญญัติสิบประการ (20:2–7). รูปเคารพคือบุคคล เรื่องราว หรือสิ่งของใดๆ ก็ตามที่มาแทนที่พระเจ้าและกันเราให้ออกห่างจากการรับสุขที่ครบบริบูรณ์ของพระคริสต์ในฐานะแผ่นดินงามของเรา. พระเจ้าทรงป่าวประกาศว่าพระองค์จะทรงกระทำทุกสิ่งเพื่อนำพลไพร่เข้าสู่แผ่นดินงาม (ข้อ 10–11) แต่พระองค์ก็ทรงชี้ถึงอันตรายของการกราบไหว้รูปเคารพ ซึ่งจะลบล้างการอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อบุตรหลานชาวอิสราเอลไป. ในทำนองเดียวกัน พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะกระทำทุกสิ่งที่จำเป็นเพื่อนำเราเข้าสู่พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งมาเป็นการรับสุขของเรา (เทียบ กซ.1:12–13) ส่วนเราจำต้องใส่ใจต่อคำเตือนของพระเจ้าเกี่ยวกับการกราบไหว้รูปเคารพ (เทียบ 1ยฮ.5:21).
อซด.
34:14 ก อซด.20:5
อซด.
34:18 ก อซด.23:15; อฤธ.28:17; ลวต.23:6
อซด.
34:18 1 พระประสงค์ของพระเจ้าไม่ใช่ให้พลไพร่ของพระองค์ใช้กำลังของตัวเองมาพยายามถือรักษาพระบัญญัติสิบประการ. ในทางกลับกัน พระประสงค์ของพระองค์ต้องการให้พลไพร่ของพระองค์รับสุขพระองค์ ซึ่งก็คือถือเทศกาลเลี้ยงกับพระองค์และร่วมพักสงบกับพระองค์. นี่ตรงข้ามกับความปรารถนาตามธรรมชาติของเราที่ต้องการทำบางสิ่งเพื่อพระเจ้า (เทียบ ลก.15:18–32 และข้อ 19 คำอธิบาย 2). การถือรักษาพระบัญญัติของพระเจ้านั้นเป็นเรื่องรองซึ่งควรจะเป็นผลลัพธ์จากการถือเทศกาลเลี้ยงกับองค์พระผู้เป็นเจ้าและพักสงบร่วมกันกับพระองค์ (ดู ยนซ.2:17 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 1).
ส่วนความหมายของเทศกาลเลี้ยงทั้งสามในแต่ละปีที่กล่าวไว้ในข้อ 18 และ 22–23 นั้นให้ดูคำอธิบายใน 23:14–16 และ ลวต.23).
ส่วนความหมายของเทศกาลเลี้ยงทั้งสามในแต่ละปีที่กล่าวไว้ในข้อ 18 และ 22–23 นั้นให้ดูคำอธิบายใน 23:14–16 และ ลวต.23).
อซด.
34:19 ก อซด.13:2
อซด.
34:19 1ก ดู 13:2 คำอธิบาย 2.
อซด.
34:20 1 ดู 13:13 คำอธิบาย 1
อซด.
34:20 ก อซด.13:13; อฤธ.18:15
อซด.
34:20 ข อซด.23:15; พบญ.16:16
อซด.
34:21 ก อซด.20:9
อซด.
34:21 1 นอกจากเทศกาลเลี้ยงประจำปีแล้ว (ข้อ 18, 22–23) ทุกสัปดาห์บุตรหลานชาวอิสราเอลยังต้องถือวันซะบาโต คือหยุดจากการทำงานและพักสงบร่วมกับพระเจ้าเพื่อระลึกถึงพระองค์ในฐานะพระผู้สร้างและพระผู้ไถ่. ถ้อยคำเกี่ยวกับวันซะบาโตที่แทรกเข้ามาระหว่างถ้อยคำเกี่ยวกับเทศกาลเลี้ยงนั้นบ่งชี้ว่าขณะที่เรารับสุขพระคริสต์ เราก็จะพักสงบร่วมกับพระองค์โดยอัตโนมัติ.
อซด.
34:22 ก อซด.23:16; ลวต.23:9–22; อฤธ.28:26 พบญ.16:9–10
อซด.
34:22 ข อซด.23:16; อฤธ.29:12; พบญ.16:13–15
อซด.
34:23 ก อซด.23:14, 17; พบญ.16:16
อซด.
34:23 1ก สำหรับบุตรหลานชาวอิสราเอล พวกเขาจะต้องถือเทศกาลเลี้ยงทุกปี และถือวันซะบาโต (ข้อ 21) ทุกสัปดาห์. อย่างไรก็ตาม นี่ควรจะเป็นรูปภาพของการประสบการณ์พระคริสต์ในแต่ละวันของเรา. เราควรจะรับสุขพระคริสต์เป็นเทศกาลเลี้ยงทั้งสามที่กล่าวไว้ในบทนี้ทุกวัน และเราควรจะหยุดจากการงานของเราและพักสงบร่วมกับพระคริสต์เพื่อระลึกถึงพระองค์วันละหลายๆ ครั้ง.
อซด.
34:24 1 ข้อนี้ได้ให้เหตุผลที่พลไพร่ของพระเจ้าจะต้องถือเทศกาลเลี้ยงกับพระองค์และพักสงบร่วมกับพระองค์. หนทางที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับศัตรูและทำให้ศัตรูออกห่างจากเราก็คือการรับสุของค์พระผู้เป็นเจ้า.
อซด.
34:24 ก อซด.23:28–30; บพส.78:55; 80:8
อซด.
34:24 2ก การขับไล่พวกต่างชาติออกไปเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการทำลายสิ่งที่มาครอบงำและช่วงชิงเรา (ดู 23:23 คำอธิบาย 1) ส่วนการขยายเขตแดนของแผ่นดินงามเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการขยายความสามารถในการรับสุขพระคริสต์ของเราให้ใหญ่ขึ้น (1คนก.4:10 และคำอธิบาย) การรักษาไม่ให้ศัตรูโลภอยากได้ดินแดนเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการปกป้องรักษาการรับสุขพระคริสต์ของเรา.
อซด.
34:24 ข อซด.23:31; พบญ.12:20; 19:8
อซด.
34:25 ก อซด.23:18–19
อซด.
34:25 1ก ดู 23:18 คำอธิบาย 1.
อซด.
34:25 ข อซด.12:48; ลวต.23:5
อซด.
34:25 2 สิ่งนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่าเราควรรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์ในระดับที่ครบบริบูรณ์ในยุคนี้ และไม่เลื่อนเวลาการรับสุขไปจนถึงยุคหน้า (วันรุ่งขึ้น เทียบ 2ปต.1:19 เทียบ 29:34 คำอธิบาย 2).
อซด.
34:26 ก อซด.23:19; เทียบ วว.14:4
อซด.
34:26 1ก ดู 23:19 คำอธิบาย 1.
อซด.
34:26 ข อซด.23:19; พบญ.14:21
อซด.
34:26 2 ดู 23:19 คำอธิบาย 2.
อซด.
34:27 ก อซด.34:10; พบญ.4:13; 31:9
อซด.
34:27 1 แปลตามตรงคือ ปาก. ถ้อยคำที่พระเจ้าตรัสในบทนี้เป็นคำกล่าวซ้ำในถ้อยคำที่พระองค์ตรัสในบทที่ 20–23. จุดศูนย์กลางของการกล่าวซ้ำนี้ไม่ใช่อยู่ที่การถือรักษาพระบัญญัติสิบประการและกฎบัญญัติในส่วนที่เป็นกฎเกณฑ์ แต่อยู่ที่การรับสุขพระเจ้าผ่านการรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินงามและร่วมถือเทศกาลเลี้ยงและร่วมพักสงบกับพระองค์ครั้งแล้วครั้งเล่า. สิ่งนี้สอดคล้องกับจุดศูนย์กลางของคำสอนในพันธสัญญาใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับการรับสุขพระคริสต์เป็นหลัก (1กธ.1:9; 5:8). พระเจ้าไม่เพียงประสงค์ให้พลไพร่ถือการรักษากฎบัติญญัติและกฎเกณฑ์. แต่พระประสงค์ของพระเจ้าคือการแจกจ่ายตัวของพระองค์เองเข้าสู่พลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรร เพื่อให้พวกเขาถูกถ่ายเทด้วยพระองค์อย่างเต็มเปี่ยมเพื่อจะสำแดงพระองค์ (ดูข้อ 29 คำอธิบาย 1).
อซด.
34:28 ก อซด.4:18; พบญ.9:9, 18;เทียบ มธ.4:2
อซด.
34:28 1 แปลตามตรงคือ ถ้อยคำสิบประโยค.
อซด.
34:28 ข อซด.34:1; 32:16; พบญ.4:13; 10:2, 4
อซด.
34:29 ก ฮร.9:4
อซด.
34:29 ข 2กธ.3:7
อซด.
34:29 1 หรือ ท่าน (โมเซ) ได้สนทนากับพระยะโฮวา (เทียบ อฤธ.7:89). โดยการตรัสของพระเจ้าต่อโมเซขณะที่เขาอยู่กับพระเจ้าเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทำให้โมเซถูกถ่ายเทด้วยพระเจ้าและซาบซ่านด้วยพระองค์อย่างถี่ถ้วน. ผลลัพธ์คือผิวหน้าของโมเซทอแสง. จากบทนี้พระเจ้าไม่ได้ทรงประทานแผ่นศิลาแห่งกฎบัญญัติให้กับโมเซก่อน แต่พระเจ้าทรงใช้เวลามาถ่ายเทตัวของพระองค์เองแก่โมเซ โดยการสนทนากับเขาเกี่ยวกับการรับสุขของพระองค์เอง (เทียบ 2กธ.3:3). ก่อนที่พระเจ้าจะทรงประทานกฎบัญญัติแก่โมเซ พระเจ้าได้ทรงประทานพระองค์เองให้แก่เขา. สิ่งนี้บรรยายถึงพระประสงค์ของพระเจ้าได้อย่างชัดเจน.
อซด.
34:33 ก 2กธ.3:13
อซด.
34:33 1ก ดู 2 โกรินโธ 3:13 และคำอธิบาย.
อซด.
34:34 1 เทียบ 2 โกรินโธ 3:18 และคำอธิบาย 3–6.