การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

เอ็กโซโด บทที่ 30

(14) แท่นทองคำเผาเครื่องหอม
30:1–10
อซด. 30:1 กเจ้าจงทำ1ขแท่นสำหรับเผาเครื่องหอม แท่นนั้นจงทำด้วย2ไม้ซิติม.
อซด. 30:2 ให้1ยาวหนึ่งศอกกว้างหนึ่งศอก เป็นรูปสี่เหลี่ยม และสูงสองศอก2กเชิงงอนทั้งสี่ของแท่นนั้นให้เป็นไม้ชิ้นเดียวกัน.
อซด. 30:3 และแท่นนั้นจงหุ้มด้วย1กทองคำอันบริสุทธิ์ทั้งด้านบนและด้านข้างล้อมรอบรวมทั้งเชิงงอนทั้งสี่ด้วย และจงทำ2กระจังทองคำล้อมรอบ.
อซด. 30:4 จงทำ1ห่วงทองคำติดไว้ใต้กระจังสองห่วงซึ่งอยู่ตรงข้ามกันข้างละห่วง ห่วงนั้นสำหรับสอดใส่1กไม้คานหาม.
อซด. 30:5 ไม้คานหามนั้นจงทำด้วยไม้ซิติมหุ้มด้วยทองคำ.
อซด. 30:6 แท่นนั้นจงตั้งไว้1ข้างนอกม่านที่อยู่ใกล้หีบแห่งพยาน ข้างหน้าฝาปกปิดบาปซึ่งอยู่เหนือพยานนั้น ที่นั่นเราจะกพบกับเจ้า.
อซด. 30:7 จงให้อาโรนกเผา1ขเครื่องหอมบนแท่นนั้นทุกๆ เช้า เมื่อเขา2แต่งประทีปก็จงเผาเครื่องหอมนั้นด้วย.
อซด. 30:8 และเวลาเย็นเมื่ออาโรนจุดประทีป ให้เผาเครื่องหอมบนแท่นนั้น เพื่อจะมีกกลิ่นหอมเป็นนิตย์ต่อพระพักตร์พระยะโฮวาตลอดทุกชั่วอายุของเจ้า.
อซด. 30:9 แต่1เครื่องหอมอย่างอื่นอย่าได้เผาบนแท่นนั้นเลย หรืออย่าถวาย2เครื่องบูชาเผา หรือ2เครื่องบูชาธัญญาหารหรือ2เครื่องบูชาดื่มที่นั้นเลย.
อซด. 30:10 ให้อาโรนทำ1กการปกปิดบาปที่เชิงงอนทั้งสี่ปีละหน ให้ถวายขเครื่องบูชาไถ่ด้วย2เลือดสำหรับปกปิดบาปคปีละหน ให้ทำการปกปิดบาปในที่นั่นตลอดทุกชั่วอายุของเจ้า แท่นนั้นจะเป็นบริสุทธิ์ที่สุดต่อพระพักตร์พระยะโฮวา.
(15) เงินที่ใช้ปกปิดบาป
30:11–16
อซด. 30:11 ฝ่ายพระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า
อซด. 30:12 เมื่อเจ้าจะจดสำมะโนครัวชนชาติอิสราเอลตาม1กจำนวนรวมที่นับได้นั้น จงให้เขานำขค่าไถ่ของ2ตนเองมาถวายพระยะโฮวา เพื่อจะมิได้เกิดภัยพิบัติแก่เขาเนื่องจากการจดสำมะโนครัวนั้น.
อซด. 30:13 ทุกคนที่1ถูกนับนั้นจะต้องถวายครึ่งเชกไกละตามเชกไกละในที่บริสุทธิ์ (เชกไกละหนึ่งนั้นเท่ากับยี่สิบเกราห์) และกครึ่งเชกไกละนั้นจะเป็น2เครื่องบูชายกที่จะนำมาถวายพระยะโฮวา.
อซด. 30:14 ทุกๆ คนที่ถูกนับนั้น ตั้งแต่อายุ1ยี่สิบปีขึ้นไป ให้นำเครื่องบูชายกนี้มาถวายพระยะโฮวา.
อซด. 30:15 เมื่อเขานำเครื่องบูชายกมาถวายพระยะโฮวา เพื่อจะปกปิดบาปของ1ตัวเองสำหรับคนมั่งมีอย่าให้เกินครึ่งเชกไกละ และสำหรับคนยากจนก็อย่าให้น้อยกว่านั้น.
อซด. 30:16 และเงินสำหรับปกปิดบาปของชนชาติอิสราเอลนั้น จงเก็บไว้ใช้ใน1การปรนนิบัติในกระโจมประชุม จะเป็นที่ให้พระยะโฮวาทรงระลึกถึงชนชาติอิสราเอลในการปกปิดบาปของ2เจ้าทั้งหลาย.
(16) อ่างทองเหลืองสำหรับล้างชำระ
30:17–21
อซด. 30:17 ฝ่ายพระยะโฮวาตรัสแก่โมเซอีกว่า
อซด. 30:18 จงทำ1กอ่าง2ทองเหลืองให้ฐานรองอ่างนั้นเป็นทองเหลืองด้วย สำหรับล้างชำระ. จงตั้งอ่างนั้นไว้3ขระหว่างกลางพลับพลาประชุมและแท่นบูชา แล้วจงตัก4น้ำใส่อ่างนั้น.
อซด. 30:19 ให้อาโรนและบุตรของเขาใช้1กล้างมือและเท้าที่นั่น.
อซด. 30:20 เมื่อเขาจะเข้าไปในกระโจม เขาจะต้องชำระด้วยน้ำ เพื่อจะมิได้1ตายเมื่อเขามาใกล้แท่นบูชาทำการปรนนิบัติถวายเครื่องบูชาแด่พระยะโฮวาด้วยไฟ
อซด. 30:21 จงให้เขาล้างมือและเท้าเพื่อจะมิได้ตาย. และให้เป็นบทบัญญัติสำหรับอาโรนกับเชื้อสายของเขาตลอดทุกชั่วอายุเป็นนิตย์.
(17) น้ำมันชโลมอันบริสุทธิ์
30:22–33
อซด. 30:22 อนึ่งพระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า
อซด. 30:23 จงเอากเครื่องเทศอย่างดีที่สุด คือมดยอบเหลวห้าร้อยเชกไกละ และอบเชยหอมประมาณครึ่งหนึ่ง คือสองร้อยห้าสิบเชกไกละ และแฝกหอมสองร้อยห้าสิบเชกไกละ
อซด. 30:24 และคัศซะยะหนักห้าร้อยเชกไกละตามเชกไกละในที่บริสุทธิ์นั้น และน้ำมันมะกอกเทศหนึ่งฮิน.
อซด. 30:25 มาปรุงเป็น1กน้ำมันชโลมอันบริสุทธิ์โดยการผสมผสานรวมกันเป็น2น้ำมันหอมอันหอมหวนตามวิธีช่างปรุงเครื่องหอม ให้ใช้น้ำมันนั้นเป็น1น้ำมันชโลมอันบริสุทธิ์.
อซด. 30:26 แล้วจงเอาน้ำมันชโลมนี้มา1กชโลมกระโจมประชุม และหีบแห่งพยานด้วย
อซด. 30:27 โต๊ะและเครื่องใช้สำหรับโต๊ะ ประทีปกับเครื่องใช้สำหรับประทีปและแท่นเผาเครื่องหอม
อซด. 30:28 แท่นเครื่องบูชาเผาและเครื่องใช้สำหรับแท่น ทั้งอ่างและฐานรองอ่างนั้น.
อซด. 30:29 จงแบ่งแยกสิ่งเหล่านั้นให้บริสุทธิ์ เพื่อจะบริสุทธิ์ที่สุด และอะไรมาถูกสิ่งเหล่านั้นก็จะเป็นบริสุทธิ์ด้วย.
อซด. 30:30 จงกชโลม1อาโรนและบุตรของเขาให้แยกบริสุทธิ์ไว้เพื่อเขาจะได้ปรนนิบัติเราในฐานะปุโรหิต.
อซด. 30:31 จงกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลว่า นี่แหละเป็นน้ำมันชโลมอันบริสุทธิ์สำหรับเราตลอดทุกชั่วอายุของเจ้า.
อซด. 30:32 น้ำมันนี้อย่าใช้ชโลม1บนตัวคนอื่นเลย และอย่าปรุงน้ำมันอื่นให้มีส่วนผสม2เหมือนอย่างน้ำมันนี้ น้ำมันนี้เป็นบริสุทธิ์ เจ้าทั้งหลายจงถือไว้เป็นบริสุทธิ์.
อซด. 30:33 ผู้ใดจะผสมน้ำมันเหมือนอย่างน้ำมันนี้ หรือผู้ใดจะใช้ชโลม1คนธรรมดาทั่วไป ผู้นั้นจะถูกตัดขาดจากพลไพร่.
(18) เครื่องหอม
30:34–38
อซด. 30:34 พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า จงเอา1กเครื่องเทศที่หอมหวน คือนาทาฟ ซะเฮเล็ธ และฮัลบานา นำเครื่องเทศที่หอมหวนเหล่านี้ผสมกับ1กำยานอันบริสุทธิ์ ให้มีอัตราส่วน2เท่าๆ กันทุกอย่าง
อซด. 30:35 จงนำสิ่งเหล่านี้มาทำเป็น1กเครื่องหอมคือ2สุคนธรสปรุงตามศิลปะของช่างปรุงเจือด้วย3ขเกลือให้เป็นของหมดจดและบริสุทธิ์.
อซด. 30:36 จงเอาส่วนหนึ่งมา1ตำให้ละเอียดและตั้งไว้2ข้างหน้าพยานในกระโจมประชุมที่เราจะกพบกับเจ้า เครื่องหอมนั้นเจ้าจงถือว่าบริสุทธิ์ที่สุด.
อซด. 30:37 เครื่องหอมที่เจ้ากระทำสำหรับ1ใช้เองนั้น อย่าทำตามอย่างส่วนผสมนี้เลย เจ้าจงถือว่านี่เป็นเครื่องหอมอันบริสุทธิ์สำหรับพระยะโฮวา.
อซด. 30:38 ผู้ใดจะทำเครื่องหอมเหมือนเครื่องหอมนี้ไว้ใช้สำหรับดมกลิ่นเองบ้าง ผู้นั้นต้องถูกตัดขาดจากพลไพร่.

คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 30

อซด. 30:1 ก ข้อ 1–5; เทียบ อซด.37:25–28
อซด. 30:1 ข อซด.37:25; 40:5; ฮร.9:4
อซด. 30:1 1ข แท่นเผาเครื่องหอมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ในฐานะผู้ทูลขอแทนที่คอยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับพลไพร่ของพระองค์ (รม.8:34; ฮร.7:25; วว.8:3). การจัดแจงพลับพลาพร้อมด้วยสิ่งของเครื่องใช้นั้นเป็นรูปภาพที่บรรยายถึงการปกครองและแผนการบริหารของพระเจ้าในจักรวาลนี้ได้อย่างถูกต้องและละเอียดถี่ถ้วน. ตามรูปภาพนั้นหีบพันธสัญญาเป็นจุดศูนย์รวมของพลับพลา แต่ในด้านภาคปฏิบัตินั้นมีแท่นเผาเครื่องหอมเป็นศูนย์กลาง. พระคริสต์ผู้ทูลขอแทนทรงเป็นศูนย์กลางในการบริหารแห่งการปกครองของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก. จากวิวรณ์ 8:3–6 ผู้ทูลขอแทนไม่เพียงเป็นพระคริสต์ที่เป็นปัจเจกชน แต่เป็นพระคริสต์แห่งกลุ่มชนคือศีรษะและพระกาย. พระคริสต์ในฐานะศีรษะทรงทำการทูลขอแทนอยู่บนสวรรค์ ส่วนคริสตจักรในฐานะพระกายก็ได้ทูลขอแทนอยู่บนแผ่นดินโลก (1ตธ.2:1).
ในเอ็กโซโด แท่นเผาเครื่องหอมถูกเปิดเผยหลังจากการเปิดเผยของพลับพลาและสิ่งของเครื่องใช้ อีกทั้งการตกแต่งของระบบปุโรหิต. สิ่งนี้บ่งชี้ว่าการปรนนิบัติในฐานะปุโรหิตนั้นเริ่มต้นที่แท่นเผาเครื่องหอม ซึ่งเป็นสถานที่ที่คำอธิษฐานของผู้ทูลขอแทนถูกถวายแด่พระเจ้า (ลก.1:10). แท่นเผาเครื่องหอมเป็นสถานที่ที่ผลักดันให้เกิดการเคลื่อนไหวอื่นๆ ทั้งหมดในพลับพลา. แท่นเผาเครื่องหอมนี้ไม่เพียงเป็นสิ่งของสิ่งหนึ่งบนทางเดินในพลับพลาเท่านั้น แต่ยังสามารถเปรียบได้กับมอเตอร์ที่ทำให้ทุกสิ่งดำเนินการไปได้. ดังนั้นในประสบการณ์ของเราที่มีต่อพลับพลา (ดู ฮร.9:4 คำอธิบาย 3) ตัวของแท่นเผาเครื่องหอมจึงเป็นเหมือนจุดหันเปลี่ยน. แท่นเผาเครื่องหอมเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกด้านของพลับพลา รวมถึงบริเวณภายนอกเกิดประสิทธิภาพขึ้นในประสบการณ์ของเรา. คำอธิษฐานของผู้ทูลขอแทนนั้นยังได้ผลักดันผู้อื่นให้มายังพระคริสต์ที่แท่นสำหรับเครื่องบูชาเผา ที่อ่างล้างชำระ ที่โต๊ะ ที่คันประทีป และที่หีบพันธสัญญาในที่บริสุทธิ์สุด. จากวิวรณ์ 8:3 แท่นเผาเครื่องหอมนั้นอยู่เบื้องหน้าพระที่นั่งแห่งอำนาจของพระเจ้าโดยตรง ซึ่งก็คือพระที่นั่งแห่งพระคุณเช่นกัน (ดู วว.4:2 คำอธิบาย 2). คำอธิษฐานที่ถูกถวายบนแท่นเผาเครื่องหอม ซึ่งก็ คือคำอธิษฐานที่ถูกถวายในพระคริสต์และด้วยพระคริสต์ในฐานะเครื่องหอมนั้น (ดู ข้อ 7 คำอธิบาย 1) ได้กำกับการแจกจ่ายแห่งพระคุณของพระเจ้าและผลักดันการบริหารแห่งการปกครองอันศักดิ์สิทธิ์. ดังนั้นคำอธิษฐานนี้จึงเป็นสิ่งที่ปกครองกำกับทั่วทั้งจักรวาลนี้.คือคำอธิษฐานที่ถูกถวายในพระคริสต์และด้วยพระคริสต์ในฐานะเครื่องหอมนั้น (ดู ข้อ 7 คำอธิบาย 1) ได้กำกับการแจกจ่ายแห่งพระคุณของพระเจ้าและผลักดันการบริหารแห่งการปกครองอันศักดิ์สิทธิ์. ดังนั้นคำอธิษฐานนี้จึงเป็นสิ่งที่ปกครองกำกับทั่วทั้งจักรวาลนี้.
อซด. 30:1 2 ไม้ซิติมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสภาพมนุษย์ของพระคริสต์ ส่วนทองคำ (ข้อ 3) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงสภาพพระเจ้าของพระองค์. แท่นเผาเครื่องหอมทำด้วยไม้ซิติมหุ้มด้วยทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งว่าสภาพมนุษย์ของพระคริสต์นั้นมีคุณสมบัติที่เข้มแข็งและมีมาตรฐานที่สูงส่งเพื่อที่จะสำแดงสภาพพระเจ้าของพระองค์. ไม่มีสิ่งใดสามารถสำแดงพระเจ้าได้มากเท่ากับชีวิตแห่งการทูลขอแทนที่มีพื้นฐานอยู่บนสภาพมนุษย์ที่ถูกเปลี่ยนใหม่และถูกยกชูของพระคริสต์.
อซด. 30:2 1 แท่นเผาเครื่องหอมเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่ยาว 1 ศอก กว้าง 1 ศอก และสูง 2 ศอก. ดังนั้นแท่นเผาเครื่องหอมจึงเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดหนึ่งศอกสองหน่วย. รูปสี่เหลี่ยมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความครบสมบูรณ์ ส่วนรูปทรงสี่เหลี่ยมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความครบสมบูรณ์ในความครบสมบูรณ์. ยิ่งไปกว่านั้น หมายเลข 2 ยังบ่งชี้ถึงสิ่งที่มายืนยันหรือแบกรับพยาน. นี่ก็บ่งชี้เป็นนัยว่าพระคริสต์ผู้ทูลขอแทน หรือชีวิตแห่งการทูลขอแทนนี้ก็คือการยืนยัน ความครบสมบูรณ์ และพยาน. นอกจากนั้นความสูงของแท่นเผาเครื่องหอมนั้นมากกว่าความสูงของโต๊ะและหีบพันธสัญญา (เทียบ 25:10, 23). สิ่งนี้บ่งชี้ว่าพระคริสต์ทรงทูลขอแทนอยู่ในที่ที่สูงสุด.
อซด. 30:2 ก เทียบ อซด.27:2; ลวต.4:7
อซด. 30:2 2ก เชิงงอน (เขาสัตว์) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงกำลัง. เชิงงอนทั้งสี่บนแท่นเผาเครื่องหอมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกำลังแห่งการทูลขอแทนของพระคริสต์ และบ่งชี้ว่าการทูลขอแทนของพระคริสต์นั้นมีฤทธิ์เดชทั่วทั้งสี่มุมแห่งแผ่นดินโลก.
อซด. 30:3 ก เทียบ อซด.30:4–5; วว.8:3
อซด. 30:3 1ก ดู ข้อ 1 คำอธิบาย 2.
อซด. 30:3 2 ดู 25:11 คำอธิบาย 2. กระจัง (หรือมงกุฎทองคำ) รอบแท่นเผาเครื่องหอมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสง่าราศีแห่งสภาพพระเจ้าของพระคริสต์เป็นฤทธิ์เดชแห่งการทูลขอแทนของพระคริสต์เพื่อปกป้องพลไพร่ของพระเจ้าและผลประโยชน์ของพระองค์.
อซด. 30:4 1 ห่วงทองคำสองห่วงซึ่งมีไว้สอดใส่ไม้คานหามสำหรับเคลื่อนแท่นบูชานั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเคลื่อนไหวแห่งการทูลขอแทนของพระคริสต์. ไม้คานหามซึ่งทำจากไม้ซิติมหุ้มด้วยทองคำ (ข้อ 5) เป็นเครื่องหมายเล็งว่านิสัยมนุษย์ของพระคริสต์พร้อมด้วยพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์นั้นเป็นกำลังสำหรับการเคลื่อนไหวแห่งการทูลขอแทนของพระองค์. ทั้งห่วงและไม้คานหามล้วนชี้ถึงพระวิญญาณของพระคริสต์ ซึ่งก็คือพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต ซึ่งครอบคลุมทั้งสภาพพระเจ้าของพระคริสต์และสภาพมนุษย์ของพระองค์. พระวิญญาณผู้ประทานชีวิตได้นำเอาคำทูลขอแทนของพระคริสต์ไปยังทุกแห่งทั่วแผ่นดินโลก. เมื่อคริสตจักรทั้งหลายและวิสุทธิชนอธิษฐานร่วมกับพระคริสต์ พระวิญญาณผู้ประทานชีวิตก็จะทรงนำเอาประสิทธิภาพแห่งการทูลขอแทนของพระคริสต์ไปยังทุกแห่งบนแผ่นดินโลกที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของพระเจ้า เพื่อกระทำให้สิ่งที่พวกเขาได้อธิษฐานสำเร็จเป็นจริง.
อซด. 30:4 ก อฤธ.4:11
อซด. 30:6 1 เกี่ยวกับที่ตั้งของแท่นเผาเครื่องหอมให้ดูเฮ็บราย 9:4 คำอธิบาย 1. แท่นเผาเครื่องหอมนั้นอยู่ที่ศูนย์กลางของพลับพลา และพลับพลานี้เป็นแบบเล็งถึงพระเจ้าผู้กลายเป็นเนื้อหนัง (ยฮ.1:14). ถ้าจะอธิษฐานที่แท่นเผาเครื่องหอม เราก็ต้องเข้าสู่พลับพลา ซึ่งก็คือเข้าสู่พระคริสต์ในฐานะพระเจ้าผู้กลายเป็นเนื้อหนัง โดยการถวายพระคริสต์ในฐานะเครื่องบูชาแห่งการล่วงละเมิดและเครื่องบูชาไถ่บาปบนแท่นบูชาเผาในบริเวณภายนอก (เทียบฮร.10:19–20) และโดยการกินพระคริสต์ซึ่งเป็นส่วนของเราที่เราได้มอบถวายนั้น (ยฮ.6:57). ดังนั้นการอธิษฐานที่แท่นเผาเครื่องหอมก็คือการอธิษฐานในพระคริสต์และด้วยกันกับพระคริสต์ผู้เป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตที่เพิ่มกำลังอยู่ภายในเรา. แท้จริงแล้ว คำอธิษฐานเช่นนี้ก็คือพระคริสต์ที่ได้ทรงอธิษฐานอยู่ภายในเรา.
อซด. 30:6 ก อซด.25:21–22
อซด. 30:7 ก 1ซมอ.2:28; 1คนก.23:13; 2คนก.2:4; 29:11; ลก.1:9
อซด. 30:7 ข อซด.30:34; 31:11; 37:29; 40:27
อซด. 30:7 1ข การเผาเครื่องหอมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการอธิษฐาน (บพส.141:2; ลก.1:10–11; วว.8:3–4). เครื่องหอมเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นขึ้นและเสด็จสู่สวรรค์ (ดู 30:35 คำอธิบาย 3 และ วว.8:3 คำอธิบาย 4). ดังนั้นการเผาเครื่องหอมก็คือการอธิษฐานพระคริสต์ ซึ่งก็คือการอธิษฐานในพระคริสต์และร่วมกันกับพระคริสต์ในฐานะเครื่องหอม. การอธิษฐานประเภทนี้คือการอธิษฐานทูลขอแทน ไม่ใช่อธิษฐานเพื่อตัวเราเอง แต่เพื่อการสำเร็จการปกครองอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อการแจกจ่ายของพระคุณแห่งการหล่อเลี้ยงของพระเจ้า และเพื่อคริสตจักรทั้งหลายกับวิสุทธิชน. คำอธิษฐานเช่นนี้เป็นเครื่องหอมที่ฟุ้งไปยังพระเจ้า ซึ่งจะมาสำเร็จพระประสงค์ของพระองค์ กระทำให้ความปรารถนาของพระองค์อิ่มหนำ และเป็นที่พอพระทัยของพระองค์.
อซด. 30:7 2 หรือ การตัดแต่ง.
อซด. 30:8 ก เทียบ วว.8:4
อซด. 30:9 1 ในด้านแบบเล็ง การถวายเครื่องหอมอย่างอื่นคือการอธิษฐานสิ่งอื่นที่ไม่ใช่พระคริสต์ หรือไม่เกี่ยวกับพระคริสต์ (เทียบ ข้อ 7 คำอธิบาย 1) ส่วนการใช้ไฟอย่างอื่นก็คือการอธิษฐานด้วยเหตุจูงใจที่ยังไม่ได้ถูกกางเขนจัดการ (เทียบ ข้อ 35 คำอธิบาย 2).
อซด. 30:9 2 เครื่องบูชาเหล่านี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้ตรึงกางเขนและถูกพิพากษาซึ่งควรจะถูกถวายบนแท่นบูชาแห่งเครื่องบูชาเผาที่บริเวณภายนอก. ส่วนที่แท่นเผาเครื่องหอมนั้นมีเพียงพระคริสต์ผู้เป็นขึ้นและเสด็จสู่สวรรค์ในฐานะเครื่องหอมเท่านั้นที่พระเจ้าทรงยอมรับนอกเหนือจากนี้ล้วนห้ามนำมาถวายทั้งสิ้น.
อซด. 30:10 ก ลวต.16:18
อซด. 30:10 1ก ดู เลวีติโกบทที่ 16 และคำอธิบาย.
อซด. 30:10 ข อซด.29:36; ลวต.23:27
อซด. 30:10 2 แท่นเผาเครื่องหอมนั้นจะเชื่อมต่อกับแท่นสำหรับเครื่องบูชาเผาได้ก็โดยพระโลหิตแห่งการไถ่ของเครื่องบูชาไถ่ (ลวต.4:7) และโดยไฟที่เผาบนแท่นบูชาในบริเวณภายนอก (ลวต.16:12–13). สิ่งนี้บ่งชี้ว่าถ้าจะอธิษฐานที่แท่นเผาเครื่องหอม เราจำต้องมีประสบการณ์ที่แท่นบูชาเผาเสียก่อน ซึ่งก็คือประสบการณ์ของพระโลหิตที่จัดการกับปัญหาแห่งบาปและการล่วงละเมิดของเรา รวมถึงประสบการณ์ของไฟที่มาเผาผลาญเรา สิ้นสุดเรา และทำให้เราลดน้อยลงกลายเป็นเถ้าถ่าน. จากนั้นเราก็จะต้องไปยังโต๊ะขนมปังแห่งพระพักตร์เพื่อจะรับสุขพระคริสต์เป็นชีวิตและการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของเรา (ตรงข้ามกับการประพฤติตามธรรมชาติของเรา) แล้วไปยังคันประทีบเพื่อจะได้รับการส่องสว่างโดยพระคริสต์ในฐานะความสว่างของเรา (ตรงข้ามกับสายตาตามธรรมชาติของเรา) อีกทั้งไปยังหีบพันธสัญญา เพื่อจะสัมผัสกับพระคริสต์ในฐานะพยานของพระเจ้า (ตรงข้ามกับทั้งตัวที่เป็นฝ่ายธรรมชาติของเราในฐานะม่าน). หลังจากที่ได้ผ่านสถานที่ต่างๆ ในบริเวณภายนอก ที่บริสุทธิ์ และที่บริสุทธิ์สุดแล้ว เราก็จะไม่เป็นบุคคลฝ่ายธรรมชาติอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นอวัยวะของพระคริสต์แห่งกลุ่มชน ซึ่งมีคุณสมบัติที่จะทูลขอแทนบนแท่นเผาเครื่องหอมด้วยกันกับพระคริสต์ในฐานะเครื่องหอม (ตรงข้ามกับคุณธรรมตามธรรมชาติของเรา).
อซด. 30:10 ค ลวต.16:34; ฮร.9:7; 10:3
อซด. 30:12 ก อฤธ.1:2–4; 26:2; เทียบ 2ซมอ.24:1–2
อซด. 30:12 1ก นี่คือจำนวนรวมของผู้ชายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไป (ข้อ 14; อฤธ.1;2–3) — ผู้ชายจำนวน หกแสนสามพันห้าร้อยห้าสิบคนซึ่งสามารถจะตั้งเป็นกองทัพในการสู้รบเพื่อผลประโยชน์ของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก (38:26; อฤธ.1:45–46; 2:32). มีเพียงคนเหล่านี้เท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติที่จะได้รับการไถ่โดยเงินที่ใช้ปกปิดบาป (ไม่ใช่พวกผู้หญิงหรือชายหนุ่มที่อายุไม่ถึงยี่สิบปี).
พลับพลาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าที่ได้แปรสภาพเป็นรูปธรรมอยู่ในพลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรเพื่อการเคลื่อนไหวของพระองค์บนแผ่นดินโลกในการก่อสร้างคริสตจักรในฐานะการสำแดงแห่งกลุ่มชนของพระองค์. คำอธิษฐานที่ถูกถวายที่แท่นเผาเครื่องหอมนั้นมีเพื่อการเคลื่อนไหวของพระเจ้า. คำอธิษฐานทูลขอแทนเหล่านี้ได้ก่อกำเนิดพลไพร่ของพระเจ้าจำนวนที่นับได้สำหรับตั้งเป็นกองทัพเพื่อต่อสู้กับศัตรูของพระเจ้าที่ได้ต่อต้านการเคลื่อนไหวของพระองค์ คือต่อสู้กับผู้ปกครองและผู้มีอำนาจในสถานอากาศ ซึ่งมีผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินงามเป็นแบบเล็ง (ดู 23:23 คำอธิบาย 1). เมื่อพระเจ้าทรงมีกองทัพเช่นนี้พระองค์ก็สามารถจะเคลื่อนไหวบนแผ่นดินโลกเพื่อผลประโยชน์ของพระองค์. ดังนั้นเงินที่ใช้ปกปิดบาปและแท่นเผาเครื่องหอมจึงมีความสัมพันธ์กันโดยตรง.
อซด. 30:12 ข อซด.21:30; อฤธ.31:50; ยซย.43:3; บพส.49:7; เทียบ มธ.20:28; มก.10:45; 1ตธ.2:6
อซด. 30:12 2 แปลตามตรงคือจิตของเขา มนุษย์ธรรมชาติของเราไม่มีคุณสมบัติที่จะต่อสู้ในกองทัพของพระเจ้า. ดังนั้นเราจำต้องประสบการณ์พระคริสต์เป็นค่าไถ่ของเรา ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งถึงโดยเงินที่ใช้ปกปิดบาป.
อซด. 30:13 1 แปลตามตรงคือ คนที่ถูกรวมเข้ากับคนที่ถูกนับแล้ว. ข้อต่อไปก็เช่นเดียวกัน.
อซด. 30:13 ก อซด.38:26
อซด. 30:13 2 เครื่องบูชายกที่เป็นเงินครึ่งเชกไกละเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เสด็จสู่สวรรค์ที่พลไพร่ของพระเจ้าได้ประสบการณ์และได้ชำระเงินเป็นการปกปิดบาป. ถ้าจะมีการสู้รบฝ่ายวิญญาณ เราจะต้องมีประสบการณ์ต่อพระคริสต์ถึงจุดสูงสุด คือจุดที่เราร่วมนั่งในขอบเขตแห่งสวรรค์ทั้งหลายด้วยกันกับพระองค์ (อฟ.2:6; 6:12). ถ้าเราต่อสู้โดยอยู่ในตัวเองไม่ใช่อยู่ในพระคริสต์ผู้เสด็จสู่สวรรค์ เราก็จะทนทุกข์กับภัยพิบัติฝ่ายวิญญาณ (ข้อ 12 ดู อฟ.6:10 คำอธิบาย 4).
เงินที่ใช้ปกปิดบาปนั้นเป็นจำนวนครึ่งเชกไกละ ซึ่งบ่งชี้ว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงมีข้อเรียกร้องที่สูงเกินไปในเรื่องนี้. ต่อมาในท่ามกลางบุตรหลานชาวอิสราเอล เงินจำนวนครึ่งเชกไกละ ถูกเรียกว่า ภาษีบำรุงพระวิหาร หรือภาษีรายบุคคล (มธ.17:24–27).
อซด. 30:14 1 ในด้านฝ่ายวิญญาณ ชายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไป (อฤธ.1:2–3) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงคนเหล่านั้นท่ามกลางพลไพร่ของพระเจ้าที่ไม่ใส่ใจสถานะทางธรรมชาติของตัวเอง แต่มีความเข้มแข็งในวิญญาณและสุกงอมในชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์. มีเพียงคนเหล่านี้เท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติที่จะตั้งเป็นกองทัพในการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์และการเคลื่อนไหวของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก.
อซด. 30:15 1 แปลตามตรงคือ จิตของเจ้าทั้งหลาย.
อซด. 30:16 1 พระเจ้าทรงใช้เงินครึ่งเชกไกละที่จ่ายมานั้นเพื่อจุดประสงค์สองประการคือ ประการที่ 1 เพื่อสำเร็จการจัดตั้งกองทัพ (ดู ข้อ 12 คำอธิบาย 1) และประการที่ 2 เพื่อรวบรวมเงินในการก่อสร้างพลับพลา. จาก 38:25–28 เงินที่ใช้ปกปิดบาปนั้นถูกใช้เพื่อทำฐานรองรับเสา 100 อันสำหรับฝากระดานและเสาของพลับพลา และยังใช้ทำขอสำหรับเสา หัวเสา และราวยึดเสา. สิ่งนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ผู้เสด็จสู่สวรรค์ซึ่งวิสุทธิชนที่เข้มแข็งและสุกงอมในคริสตจักรท้องถิ่นได้ประสบการณ์และถวายนั้นทรงกลายเป็นรากฐาน (ฐานรองรับ) ที่ทำให้คริสตจักรยืนหยัดอยู่และกลายเป็นสง่าราศี (หัวเสา) รวมถึงกำลังและฤทธิ์เดชแห่งการเชื่อมต่อ (ขอและราวยึดเสา) ของคริสตจักรนั้นๆ.
อซด. 30:16 2 แปลตามตรงคือ จิตของเจ้าทั้งหลาย.
อซด. 30:18 ก อซด.38:8; เทียบ 1พกษ.7:38
อซด. 30:18 1ก อ่างล้างชำระเป็นแบบเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งการชำระของพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตซึ่งเป็นผลมาจากการตายของพระคริสต์. ตำแหน่งที่ตั้งของอ่างล้างชำระถูกวางไว้หลังแท่นบูชาเป็นเครื่องหมายเล็งว่าฤทธิ์เดชแห่งการชำระของอ่างนั้นออกมาจากการพิพากษาของพระเจ้าที่แท่นบูชา. หลังจากที่ได้ผ่านการพิพากษาที่ครบสมบูรณ์ของพระเจ้าที่แท่นบูชา (กางเขน) พระคริสต์ผู้ตรึงตายก็ได้เข้าสู่การเป็นขึ้นและกลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตมาชำระล้างเรา (1กธ.15:45; 6:11; ตต.3:5). การที่ไม่ได้บันทึกถึงขนาดของอ่างล้างชำระนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตไม่อาจหยั่งวัดได้ คือไร้ขอบเขตจำกัดนั่นเอง (ยฮ.3:34).
อซด. 30:18 2 ทองเหลืองเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการพิพากษาอันชอบธรรมของพระเจ้า (ดู 26:37 คำอธิบาย 2). ทองเหลืองที่ใช้ทำอ่างล้างชำระนั้นมาจากกระจกทองเหลืองของพวกผู้หญิงที่ปรนนิบัติอยู่ที่ทางเข้ากระโจมประชุม (38:8) ซึ่งมีความหมายเป็นนัยว่าอ่างทองเหลืองสำหรับการล้างชำระนี้ก็คือกระจกที่สามารถสะท้อนและเปิดโปง. สิ่งนี้บ่งชี้ว่าการพิพากษาที่พระคริสต์ทรงทนทุกข์บนไม้กางเขนนั้นมีฤทธิ์เดชที่จะเปิดโปงความไม่สะอาดของเราและบ่งบอกถึงความต้องการในการล้างชำระของเรา.
อซด. 30:18 ข อซด.40:7, 30
อซด. 30:18 3ข อ่างล้างชำระถูกวางไว้ระหว่างแท่นบูชาและกระโจมประชุมเพื่อสานต่อการงานของแท่นบูชาในการนำมนุษย์เข้าสู่พลับพลา. ตำแหน่งที่ตั้งของอ่างล้างชำระอยู่ด้านหลังแท่นบูชา แต่หน้าที่การใช้งานของอ่างล้างชำระนั้นมาก่อนแท่นบูชา (ข้อ 20–21).
อซด. 30:18 4 น้ำที่ถูกตักใส่ในอ่างล้างชำระเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการชำระของพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต (ดู อฟ.5:26 และคำอธิบาย).
อซด. 30:19 ก อซด.40:31–32
อซด. 30:19 1ก การชำระที่อ่างล้างชำระไม่ใช่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการชำระบาปโดยพระโลหิตของพระคริสต์ (1ยฮ.1:7) แต่เป็นการชำระสิ่งมลทินที่เกิดจากการติดต่อกับสิ่งของฝ่ายโลกโดยพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต (ดู ยฮ.13:5 และคำอธิบาย).
อซด. 30:20 1 ปุโรหิตจำต้องชำระในอ่างล้างชำระก่อนจึงจะมาปรนนิบัติได้ มิเช่นนั้นพวกเขาก็จะตาย. สิ่งนี้บ่งชี้ว่า ถ้าเราพยายามที่จะปรนนิบัติพระเจ้าโดยไม่ได้รับการชำระสิ่งมลทินฝ่ายโลกของเราโดยพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตก่อน เราก็จะประสบกับความตายฝ่ายวิญญาณ.
อซด. 30:23 ก พพร.4:14; 1:3, 13; บพส.45:8; มธ.2:11; ยฮ.19:39
อซด. 30:25 ก อซด.37:29; บพส.45:7–8; 89:20
อซด. 30:25 1ก น้ำมันชโลมอันบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นการผสมผสานรวมกันระหว่างน้ำมันมะกอกเทศกับเครื่องเทศสี่ชนิดนั้น (ข้อ 23–24) เป็นแบบเล็งที่ครบสมบูรณ์ของพระวิญญาณของพระเยซูคริสต์ ซึ่งก็คือพระวิญญาณที่ผสมผสานรวมกัน ครอบคลุมสรรพสิ่งและประทานชีวิตของพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนโดยการตายและการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (1กธ.15:45; เทียบ ยฮ.7:39 คำอธิบาย 1 และ ฟป.1:19 คำอธิบาย 3). ความหมายของส่วนประกอบต่างๆ ของน้ำมันชโลมที่ผสมผสานรวมกันมีดังนี้ (1) มดยอบเหลว ซึ่งเป็นเครื่องหอมที่ใช้ในการฝังศพ (ยฮ.19:39) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการตายอันล้ำค่าของพระคริสต์ (รม.6:3) (2) อบเชยหอม เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความหวานชื่นและประสิทธิภาพแห่งการตายของพระคริสต์ (รม.8:13) (3) แฝกหอม เป็นต้นอ้อที่งอกตั้งตรงขึ้นในหนองน้ำหรือสถานที่ที่เป็นโคลนตมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเป็นขึ้นอันล้ำค่าของพระคริสต์ (อฟ.2:6; กซ.3:1; 1ปต.1:3) (4) คัศซะยะ ซึ่งใช้ในการขับไล่แมลงและงูในสมัยโบราณ เป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (ฟป.3:10) และ (5) น้ำมันมะกอกเทศ ซึ่งเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของน้ำมันชโลมที่ผสมผสานรวมกัน เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณของพระเจ้าในฐานะที่เป็นพื้นฐานของพระวิญญาณที่ผสมผสานรวมกัน (ยนซ.1:2). ในเมื่อหมายเลข 4 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงสิ่งที่ถูกสร้าง (ยอค.1:5) ซึ่งมีมนุษย์เป็นประมุข (ยนซ.1:26) ส่วนหมายเลข 1 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าองค์เดียว (พบญ.4:35; 1ตธ.2:5) เครื่องเทศทั้งสี่ชนิดจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสภาพมนุษย์ของพระคริสต์ที่อยู่ในการทรงสร้างของพระเจ้า ส่วนน้ำมันมะกอกเทศหนึ่งฮินก็เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าองค์เดียวพร้อมด้วยสภาพพระเจ้าของพระองค์. ดังนั้นการผสมกลมกลืนของน้ำมันมะกอกเทศกับเครื่องเทศทั้งสี่ชนิดจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการผสมผสานรวมกัน การผสมกลมกลืนของพระเจ้ากับมนุษย์ และสภาพพระเจ้ากับสภาพมนุษย์ในพระวิญญาณที่ผสมผสานรวมกัน (เทียบ ลวต.2:4 และคำอธิบาย 3). น้ำมันมะกอกเทศและเครื่องเทศสี่ชนิดได้ถูกตระเตรียมไว้โดยผ่านขั้นตอนของการบดหรือการตัด ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระวิญญาณของพระเจ้าได้ทรงกลายเป็นพระวิญญาณของพระคริสต์ (รม.8:9 และคำอธิบาย 4) โดยผ่านการทนทุกข์ของพระคริสต์ (มธ.26:36 และคำอธิบาย). ยิ่งไปกว่านั้น การที่ปริมาตรของเครื่องเทศทั้งสี่ชนิดเป็นสามหน่วยที่ครบถ้วนอย่างละห้าร้อยเชกไกละ สำหรับห้าร้อยเชกไกละที่อยู่ตรงกลางนั้นได้แยกออกเป็นสองส่วนซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในการเป็นขึ้น ซึ่งเป็นพระภาคที่สอง คือพระบุตรนั้นได้ถูก “แยก” โดยการตายของพระองค์บนกางเขน. ในเมื่อหมายเลข 5 ในพระคัมภีร์เป็นหมายเลขของความรับผิดชอบ (มธ.25:2 และคำอธิบาย 1) ดังนั้นองค์ประกอบทั้งห้าชนิดในน้ำมันชโลมที่ผสมผสานรวมกันและสามหน่วย หน่วยละห้าร้อยเชกไกละของเครื่องเทศสี่ชนิดจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในการเป็นขึ้นในฐานะฤทธิ์เดช สมรรถภาพในการแบกรับความรับผิดชอบ. ในเมื่อหมายเลข 3 และ 5 มีความเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างของพระเจ้า (ดู ยนซ.6:15 คำอธิบาย 2) หมายเลขเหล่านี้ในน้ำมันชโลมที่ผสมผสานรวมกันจึงเป็นเครื่องหมายเล็งว่าในพระวิญญาณที่ผสมผสานรวมกันนั้นมีองค์ประกอบสำหรับการก่อสร้างของพระเจ้า. บนพื้นฐานในความหมายที่บรรยายไว้ข้างต้นนั้น การผสมผสานรวมกันระหว่างเครื่องเทศสี่ชนิดกับน้ำมันมะกอกเทศเพื่อใช้ทำน้ำมันชโลมจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการผสมกลมกลืนขององค์ประกอบข้างต้นทั้งหมดกับพระวิญญาณของพระเจ้าโดยผ่านขั้นตอนของการกลายเป็นเนื้อหนัง ดำเนินชีวิตมนุษย์ ตรึงตาย เป็นขึ้น และเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์ เพื่อก่อกำเนิดพระวิญญาณที่ผสมผสานรวมกันสำหรับการก่อสร้างที่ประทับอันนิรันดร์ของพระเจ้า.
อซด. 30:25 2 แปลตามตรงคือ การผสมผสานรวมกันของเครื่องเทศ.
อซด. 30:26 ก อซด.40:9; ลวต.8:10; อฤธ.7:1
อซด. 30:26 1ก น้ำมันชโลมที่ผสมผสานรวมกันมีไว้เพื่อชโลมพลับพลารวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ทั้งหมด แท่นบูชารวมถึงเครื่องใช้ทั้งหมด อ่างล้างชำระรวมถึงฐานรองรับ และปุโรหิต เพื่อที่จะกระทำให้สิ่งเหล่านี้บริสุทธิ์ แบ่งแยก แยกบริสุทธิ์ต่อพระเจ้าสำหรับพระประสงค์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ (ข้อ 26–30; เทียบ 1ปต.1:2; 1กธ.6:11; รม.15:16). ดังนั้นน้ำมันชโลมนี้จึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพที่ทรงผ่านขั้นตอนและสำเร็จสุดยอดโดยการกลายเป็นเนื้อหนัง ตรึงตาย และเป็นขึ้นของพระคริสต์จนกลายเป็นพระวิญญาณที่ผสมผสานรวมกันที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง เพื่อเสด็จมายังพลไพร่ที่พระองค์ทรงเลือกสรรและไถ่ไว้ รวมถึงจะทรงชโลมพวกเขาด้วยตัวของพระองค์เอง กระทำให้พระองค์เป็นหนึ่งกับพวกเขาและให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งกับพระองค์ (ยฮ.20:22; 1ยฮ.2:20, 27; 2กธ.1:21; 1กธ.6:17). การชโลมเช่นนี้ซึ่งก็คือการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณที่ผสมผสานรวมกันที่อยู่ภายในเรา ซึ่งได้ปฏิบัติการบนตัวของเราและยังได้เพิ่มเติมองค์ประกอบของพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนและสำเร็จสุดยอดเข้าสู่ภายในแห่งสิ่งที่เราเป็น เพื่อมนุษย์ภายในของเราจะได้เติบโตขึ้นในชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์พร้อมด้วยองค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ และเพื่อเราจะสามารถถูกผสมกลมกลืนเข้าด้วยกันกับพระเจ้าจนกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน.
น้ำมันชโลมอันบริสุทธิ์นั้นมีเพื่อจุดประสงค์ในการชโลมที่ประทับของพระเจ้าและระบบปุโรหิตเท่านั้น (เทียบ 1ปต.2:5 และคำอธิบาย 7). ดังนั้นจึงมีเพียงผู้ที่อยู่เพื่อที่ประทับของพระเจ้าและเพื่อระบบปุโรหิตเท่านั้นจึงจะสามารถรับสุขพระวิญญาณที่ผสมผสานรวมกันที่ครอบคลุมสรรพสิ่งได้.
อซด. 30:30 ก อซด.29:7; เทียบ 2กธ.1:21
อซด. 30:30 1 เทียบ บทเพลงสรรเสริญ 133:1–2 และคำอธิบาย.
อซด. 30:32 1 แปลตามตรงคือ เนื้อหนัง. เนื้อหนังของมนุษย์ชี้ถึงมนุษย์ที่ตกต่ำซึ่งอยู่ในสิ่งทรงสร้างเก่า (ยนซ.6:3; ฆต.2:16). ผู้ที่ดำเนินชีวิตและกระทำสิ่งต่างๆ ตามเนื้อหนัง ซึ่งก็คือคนเก่านั้นไม่สามารถมีส่วนในพระวิญญาณผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งได้.
อซด. 30:32 2 นี่หมายความว่าเราไม่ควรเลียนแบบคุณธรรมฝ่ายวิญญาณใดๆ ซึ่งก็คือผลของพระวิญญาณที่ผสมผสานรวมกันขึ้นมา (ฆต.5:22–23) โดยความพยายามฝ่ายชีวิตธรรมชาติของเรา.
อซด. 30:33 1 คนธรรมดาในที่นี้ชี้ถึงผู้ที่ไม่ใช่ปุโรหิต. ในสายพระเนตรของพระเจ้า ผู้ที่ดำเนินชีวิตตามเนื้อหนัง ซึ่งก็คือคนเก่านั้นถือว่าเป็นคนธรรมดา (ดู ข้อ 32 คำอธิบาย 1).
อซด. 30:34 ก อซด.30:7; 25:6; 37:29
อซด. 30:34 1 เครื่องเทศที่หอมหวนสามชนิดเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในการเป็นขึ้น (หมายเลขสามเป็นเครื่องหมายเล็งถึงทั้งพระเจ้าตรีเอกภาพและการเป็นขึ้น) และการเพิ่มกำยานอันบริสุทธิ์เข้ามาทำให้กลายเป็นองค์ประกอบสี่อย่าง ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสภาพมนุษย์ของพระคริสต์ (หมายเลข 4เป็นเครื่องหมายเล็งถึงมนุษย์ในฐานะสิ่งทรงสร้างของพระเจ้า—ยอค.1:5). การนำองค์ประกอบทั้งสี่ชนิดมาผสมผสานรวมกันเป็นเครื่องหอมชนิดหนึ่งนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการผสมกลมกลืนของพระเจ้ากับมนุษย์ และสภาพพระเจ้ากับสภาพมนุษย์ในพระคริสต์ในฐานะเครื่องหอม. เครื่องหอมทั้ง 3 อย่างแต่ละชนิดล้วนเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการตายของพระคริสต์ดังนี้ (1) นาทาฟ เป็นมดยอบหรือยางไม้ชนิดหนึ่งจากต้นไม้ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการตายอันหอมหวนของชีวิตแห่งการก่อกำเนิดของพระคริสต์ (มีเครื่องหมายเล็งถึงโดยชีวิตพืช—ยฮ.12:24) (2) ซะเฮเล็ธ คือเปลือกของสัตว์ที่มีขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่เติบโตในที่ที่มีน้ำขังของทะเลแดง ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการตายของพระคริสต์พร้อมด้วยชีวิตแห่งการไถ่ของพระองค์ (มีเครื่องหมายเล็งถึงโดยชีวิตสัตว์—ยฮ.1:29) และ (3) ฮัลบานา คือยางไม้จากต้นไม้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งการตายของชีวิตแห่งการก่อกำเนิดของพระคริสต์. กลิ่นอันน่าเบื่อซึ่งไม่ชวนให้ดมของฮัลบานาได้เพิ่มความหอมหวนให้กับเครื่องหอมชนิดอื่นๆ และทำให้กลิ่นหอมนั้นคงอยู่ได้นาน. ฮัลบานาใช้สำหรับขับไล่แมลงที่มีพิษและสัตว์เลื้อยคลานที่มีพิษ รวมถึงงูพิษด้วย. เครื่องหอมชนิดที่สองซึ่งเป็นชีวิตสัตว์นั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระภาคที่สองแห่งฐานันดรความเป็นพระเจ้าได้ทรงถูกฆ่าเพื่อสำเร็จการไถ่. ดังนั้นเครื่องหอมทั้งสามชนิดบ่งชี้ว่าการตายของพระคริสต์ในชีวิตแห่งการก่อกำเนิดและชีวิตแห่งการไถ่ของพระองค์นั้นมีหน้าที่การใช้งานสามอย่างคือให้กำเนิดเรากลายเป็นบุตรของพระเจ้า ไถ่เราจากการตกต่ำ และขับไล่งูพิษ ซึ่งก็คือมารออกไป (เทียบ ยฮ.12:24; 1ปต.1:18–19; ฮร.2:14). ส่วนองค์ประกอบชนิดที่สี่ คือกำยานนั้นเป็นยางไม้สีขาว ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเป็นขึ้นที่หอมหวานของพระคริสต์. เครื่องเทศทั้งสามกับกำยานนั้นต้องเจือด้วยเกลือ (ข้อ 35) ทำให้องค์ประกอบกลายเป็นห้าอย่าง ซึ่งหมายเลข 5 นั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความรับผิดชอบ (มธ.24:2 เทียบ ข้อ 25 คำอธิบาย 1).
อซด. 30:34 2 การที่องค์ประกอบทั้งสี่ชนิดมีอัตราส่วนเท่ากันเป็นเครื่องหมายเล็งว่าประสบการณ์ที่เรามีต่อพระคริสต์ควรจะสม่ำเสมอ สมดุลกัน รวมถึงประสบการณ์ที่มีต่อการตายและการเป็นขึ้นของพระองค์ต้องเท่าๆ กันด้วย. แต่ในที่นี้ไม่ได้ระบุถึงปริมาณ ซึ่งก็เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ทรงไม่อาจหยั่งวัดได้ คือไร้ขอบเขตจำกัดนั่นเอง (เทียบ อฟ.3:8, 18).
อซด. 30:35 ก เทียบ วว.5:8; 8:3
อซด. 30:35 1ก น้ำมันชโลมอันบริสุทธิ์ (ข้อ 23–25) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ในฐานะพระวิญญาณผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งทรงเสด็จจากพระเจ้ามาหาเรา ในขณะที่เครื่องหอมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ทรงเป็นคำอธิษฐานของเราที่มาจากเราไปยังพระเจ้า. นี่คือการไปมาหาสู่ของสองเส้นทางอันศักดิ์สิทธิ์. การชโลมนำพระเจ้าเข้าสู่เราในพระคริสต์และผ่านพระคริสต์ เพื่อเราจะได้มีส่วนในองค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ ส่วนเครื่องหอมคือการอธิษฐานที่เราเข้าเฝ้าพระเจ้าด้วยพระคริสต์และในฐานะเป็นพระคริสต์เพื่อให้พระเจ้าได้รับสุข. การอธิษฐานประเภทนี้จะทำให้พระเจ้าทรงอิ่มหนำกับสุคนธรสอันหอมหวน ในขณะเดียวกันก็ได้กระทำให้แผนการบริหารของพระเจ้า ซึ่งก็คือการปกครองของพระเจ้าสำเร็จลุล่วง (ดู ข้อ 1 คำอธิบาย 1).
อซด. 30:35 2 แปลตามตรงคือ การผสมผสานรวมกันของเครื่องเทศ.
อซด. 30:35 ข ลวต.2:13
อซด. 30:35 3ข เกลือฆ่าความเสื่อมเสียและมีหน้าที่ป้องกันความเปื่อยเน่า (มธ.5:13). ในด้านแบบเล็ง เกลือเป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งการประหารและฤทธิ์เดชแห่งการปกป้องรักษาแห่งการตายของพระคริสต์. องค์ประกอบทั้งสี่ชนิดของเครื่องเทศเจือด้วยเกลือนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าคำอธิษฐานของเรา จำต้องอาศัยกางเขน “เจือด้วยเกลือ” เพื่อเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ต่างๆ ในใจของเราและความเอนเอียงในวิญญาณของเราจะได้ถูกประหาร. การที่พระเจ้าทรงอยู่ในน้ำมันชโลมที่ผสมผสานรวมกันเสด็จมาถึงตัวเราจำเป็นต้องมีพระวิญญาณ ซึ่งก็คือน้ำมัน (ข้อ 24) ส่วนการที่เราเข้าเฝ้าพระเจ้าในการอธิษฐานนั้นจำเป็นต้องมีกางเขน ซึ่งก็คือเกลือนั่นเอง.
อซด. 30:36 1 จากข้อ 35–36 เครื่องหอมจะต้องถูกเจือด้วยเกลือ ต้องตำและเผา. การตำเครื่องหอมและตั้งไว้ข้างหน้าหีบแห่งพยานในกระโจมประชุมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการผสมกลมกลืนระหว่างการตายอันหอมหวานของพระคริสต์กับการเป็นขึ้นอันหอมหวนของพระองค์ รวมทั้งถวายการตายและการเป็นขึ้นของพระองค์แด่พระเจ้าที่แท่นเผาเครื่องหอมในฐานะการอธิษฐานสำหรับการทูลขอแทนของพระคริสต์และอวัยวะของพระองค์. ถ้าจะมีพระคริสต์ในฐานะเครื่องหอมถวายแด่พระเจ้าเป็นสุคนธรสอันหอมฟุ้ง เราก็จำเป็นต้องมีประสบการณ์ที่แท้จริงต่อพระคริสต์พร้อมด้วยองค์ประกอบทั้งหมดของเครื่องหอม และประสบการณ์เหล่านี้จะต้องถูกเจือด้วยเกลือ ตำให้ละเอียด และเผาอีกด้วย.
อซด. 30:36 2 หรือ บนแท่นเผาเครื่องหอม. คำพยานก็คือกฎบัญญัติที่อยู่ในหีบแห่งพยาน (ดู 16:34 คำอธิบาย 1). ดังนั้นข้อนี้จึงบ่งชี้ว่าแท่นเผาเครื่องหอมนั้นอยู่หน้าหีบแห่งพยาน. ความหมายของระยะห่างที่ใกล้กันของแท่นเผาเครื่องหอมกับหีบแห่งพยานก็คือการอธิษฐานที่มีตัวของพระคริสต์เองเสด็จขึ้นไปยังพระเจ้าในฐานะเครื่องหอมนั้นเป็นผลลัพธ์จากการที่เราติดต่อกับพระเจ้าและดำเนินอยู่ในการสถิตอยู่ของพระองค์.
อซด. 30:36 ก อซด.25:22
อซด. 30:37 1 เครื่องหอมนั้นมีเพื่อให้พระเจ้ารับสุขและอิ่มหนำอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่มีไว้เพื่อมนุษย์. สิ่งนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่าเราไม่ควรอธิษฐานเพื่อให้มนุษย์มองดู (มธ.6:5–6).
สารบัญ