เอ็กโซโด บทที่ 3
2. การทรงเรียกของพระเจ้าที่มีต่อผู้ที่ถูกตระเตรียมไว้
3:1–22
3:1–22
อซด.
3:1 ฝ่าย1โมเซขณะเมื่อเลี้ยงฝูงแพะแกะของยิธโรผู้เป็นพ่อตา ซึ่งเป็นปุโรหิตคนมิดยาน ได้พาฝูงแพะแกะไปด้านหลังของป่ากันดาร มาถึงกภูเขาของพระเจ้าชื่อโฮเร็บ.
อซด.
3:2 กและ1ขทูตของพระยะโฮวาก็ปรากฏแก่โมเซเป็น2เปลวไฟท่ามกลาง2คพุ่มไม้หนาม. โมเซได้พิจารณาดูเห็นพุ่มไม้หนามนั้นมีไฟลุกโชนอยู่แต่มิได้ไหม้วอดไป.
อซด.
3:3 โมเซจึงว่า "เราจะแวะเข้าไปดูสิ่งแปลกประหลาดนี้ว่า เหตุไฉนพุ่มไม้หนามจึงมิได้ไหม้วอดไป."
อซด.
3:4 ครั้นพระยะโฮวาทอดพระเนตรเห็นโมเซแวะเข้าไปดู พระองค์จึงกตรัสเรียกออกมาจากขพุ่มไม้หนามนั้นว่า "โมเซ โมเซเอ๋ย." แล้วโมเซทูลตอบว่า "ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่."
อซด.
3:5 พระองค์จึงตรัสว่า "อย่าเข้ามาใกล้ที่นี่เลย. จงถอดกรองเท้าของเจ้าออกเสียเถิด เพราะว่าที่ซึ่งเจ้ายืนอยู่นี้เป็นขที่บริสุทธิ์."
อซด.
3:6 แล้วพระองค์ตรัสอีกว่า "เราเป็น1กพระเจ้าแห่งบิดาของเจ้า เราเป็นพระเจ้าของอับราฮาม, พระเจ้าของยิศฮาค, และพระเจ้าของยาโคบ." โมเซก็ปกปิดหน้าไว้ เพราะกลัว ไม่กล้ามองดูพระเจ้า.
อซด.
3:7 พระยะโฮวาจึงตรัสว่า "แท้จริงเราได้เห็นกความทุกข์ของพวกพลไพร่ของเราที่อยู่ในอียิปต์ เราได้ยินเสียงร้องของเขาเพราะเหตุขนายงานนั้น เรารู้ถึงความทุกข์โศกของเขา.
อซด.
3:8 เรากลงมาเพื่อจะได้1ขช่วยให้เขารอดพ้นจากมือของชนชาติอียิปต์ และ1คนำเขาออกจากดินแดนนั้นไปยังงดินแดนที่ดี กว้างขวาง ซึ่งไหลล้นไปด้วย2จน้ำนมและน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นที่อยู่ของฉชนชาติคะนาอัน, ชนชาติเฮ็ธ, ชนชาติอะโมรี, ชนชาติฟะริซี, ชนชาติฮีวี, และชนชาติยะบูศ.
อซด.
3:9 บัดนี้กเสียงร้องของชนชาติอิสราเอลมาถึงเราแล้ว ทั้งเราได้เห็นขการบีบคั้นซึ่งชนชาติอียิปต์ได้ทำแก่เขา.
อซด.
3:10 เหตุฉะนี้ เราจะกใช้เจ้าไปเฝ้าฟาโรห์ เพื่อเจ้าจะได้พาชนชาติอิสราเอลพลไพร่ของเราออกจากอียิปต์."
อซด.
3:11 ฝ่ายโมเซจึงทูลพระเจ้าว่า "1กข้าพเจ้าเป็นผู้ใดเล่าที่จะไปเฝ้าฟาโรห์ และนำชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์?"
อซด.
3:12 พระองค์จึงตรัสว่า "เราจะกอยู่กับเจ้าเป็นแน่ นี่เป็นเครื่องหมายให้เจ้ารู้ว่าเราได้ใช้เจ้าไป คือเมื่อเจ้านำพลไพร่ออกจากอียิปต์แล้ว เจ้าทั้งหลายจะได้ปรนนิบัติพระเจ้าบน1ภูเขานี้."
อซด.
3:13 ฝ่ายโมเซได้ทูลพระเจ้าว่า "เมื่อข้าพเจ้ามาหาชนชาติอิสราเอลและบอกเขาว่า พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่านทั้งหลายได้ทรงใช้ให้ข้าพเจ้ามาหาท่าน ถ้าเขาถามข้าพเจ้าว่า พระองค์มีพระนามอะไร? ข้าพเจ้าจะตอบเขาอย่างไร?"
อซด.
3:14 พระเจ้าจึงตรัสแก่โมเซว่า "1กเราเป็นซึ่งเราเป็น" และตรัสอีกว่า "เจ้าจงไปบอกชนชาติอิสราเอลว่า พระองค์ผู้ทรงพระนามว่า ขเราเป็นนั้น ได้ใช้ข้าพเจ้ามาหาท่านทั้งหลาย."
อซด.
3:15 พระเจ้าจึงตรัสแก่โมเซอีกว่า "เจ้าจงกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลดังนี้ว่า 1ยะโฮวาพระเจ้าของบรรพบุรุษของเจ้า คือพระเจ้าของกอับราฮาม, ยิศฮาค, และยาโคบ ได้ใช้ข้าพเจ้ามาหาท่าน. นี่แหละเป็นขนามของเราเป็นนิตย์ นี่แหละเป็นคที่ระลึกของเราตลอดทุกชั่วอายุมนุษย์.
อซด.
3:16 เจ้าจงไปเรียกประชุมบรรดากผู้อาวุโสของชนชาติอิสราเอลพร้อมกัน แล้วกล่าวแก่เขาว่า ยะโฮวาพระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเจ้า คือขพระเจ้าของอับราฮาม, ยิศฮาค, และยาโคบ ได้ปรากฏแก่ข้าพเจ้าตรัสว่า แท้จริงเราลงมาคเยี่ยมเจ้าทั้งหลายแล้ว และได้เห็นการกระทำที่มีต่อเจ้าทั้งหลายในอียิปต์.
อซด.
3:17 เราได้กล่าวไว้แล้วว่า เราจะนำเจ้าทั้งหลายให้ออกจากความทุกข์ลำบากในอียิปต์ ไปยังดินแดนกชนชาติคะนาอัน, ชนชาติเฮ็ธ, ชนชาติอะโมรี, ชนชาติฟะริซี, ชนชาติฮีวี, และชนชาติยะบูศ ซึ่งเป็นดินแดนที่ไหลล้นไปด้วยขน้ำนมและน้ำผึ้ง.
อซด.
3:18 เขาจะเชื่อถ้อยคำของเจ้า และเจ้ากับผู้อาวุโสของชนชาติอิสราเอลจงพากันไปเฝ้ากษัตริย์ของอียิปต์ทูลว่า กยะโฮวาพระเจ้าของ1ชนชาติเฮ็บรายได้ปรากฏแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย บัดนี้ขอได้โปรดให้ข้าพเจ้าเดินทางไปในป่ากันดารสัก2สามวัน เพื่อจะขถวายเครื่องบูชาแด่พระยะโฮวาพระเจ้าของข้าพเจ้า.
อซด.
3:19 เรารู้แล้วว่ากษัตริย์ของอียิปต์จะกไม่ยอมให้เจ้าทั้งหลายไป เว้นแต่จะถูกบังคับด้วยขหัตถ์อันทรงฤทธิ์.
อซด.
3:20 แล้วเราจะเหยียดหัตถ์ออกโจมตีอียิปต์ด้วยกการอัศจรรย์ทั้งปวงของเราที่จะกระทำในดินแดนนั้น แล้วภายหลังกษัตริย์นั้นจะขยอมปล่อยเจ้าทั้งหลายไป.
อซด.
3:21 เราจะกระทำให้พลไพร่นี้กเป็นที่โปรดปรานในสายตาของชนชาติอียิปต์ แล้วขณะเมื่อเจ้าทั้งหลายออกไปนั้น จะไม่ต้องไปมือเปล่า.
อซด.
3:22 แต่ผู้หญิงทุกคนจะขอเครื่องเงิน กเครื่องทองและเสื้อผ้าจากเพื่อนบ้านและจากหญิงที่อาศัยอยู่ในเรือนของเขา เจ้าจะได้นำเครื่องแต่งตัวนั้นมาแต่งให้บุตรชายบุตรหญิงของเจ้า เช่นนี้แหละพวกเจ้าก็ได้1ริบเอาขสิ่งของของชนชาติอียิปต์ไป."
คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 3
อซด.
3:1 1 โมเซเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าคนแรกที่มีคุณสมบัติสมบูรณ์ในพระคัมภีร์ และการทรงเรียกที่พระเจ้าทรงมีต่อโมเซนั้นก็คือมาตรฐานแห่งการทรงเรียกที่พระองค์ทรงมีต่อผู้รับใช้ทั้งปวงของพระองค์. โมเซได้รับการทรงเรียกของพระเจ้าและถูกใช้ไปยังพลไพร่ของพระองค์ เขาจึงเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นอัครทูตที่ถูกพระเจ้าใช้มาจากพระเจ้าและด้วยกันกับพระเจ้าถึงพวกเรา (ยฮ.6:46; 8:16, 29; ฮร.3:1–6).
อซด.
3:1 ก อซด.4:27; 18:5; 24:13; 1พกษ.19:8; เทียบอฤธ.10:33
อซด.
3:2 ก ข้อ 2–8; เทียบ กจ.7:30–35; อซด.3:16; 4:5; ฮร.11:27
อซด.
3:2 ข ยนซ.22:11–12; วนฉ.6:11–24; กจ.7:35; เทียบ อซด.14:19
อซด.
3:2 1ข ชื่อเรียก “ทูตของพระยะโฮวา” ชี้ถึงพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าผู้ถูกพระเจ้าใช้มา (เทียบ ยฮ.8:42) เพื่อช่วยพลไพร่ของพระองค์หลุดพ้นจากสภาพการณ์แห่งการทนทุกข์ของพวกเขาเป็นหลัก (เทียบ วนฉ.6:12–22; 13:3–22). ตามข้อ 2 และข้อ 6 ทูตของพระยะโฮวาผู้ถูกใช้นั้นก็คือตัวของพระยะโฮวาผู้ทรงใช้ให้ออกไปนั่นเอง (เทียบ ซคย.2:6–11) และพระยะโฮวาก็คือพระเจ้าตรีเอกภาพ (ข้อ 6, 15). พระเจ้าผู้ทรงใช้ให้ออกไปนั้นได้ปรากฏตัวต่อโมเซในฐานะที่เป็นผู้ถูกใช้ให้มาเรียกโมเซและใช้เขาออกไป (เทียบ ยฮ.20:21; ดู กจ.7:30–31 และคำอธิบาย).
อซด.
3:2 2 เปลวไฟชี้ถึงสง่าราศีแห่งการแบ่งแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้า ซึ่งสง่าราศีนี้ได้กันไม่ให้มนุษย์ที่ตกต่ำติดต่อพระเจ้าผู้เป็นต้นไม้แห่งชีวิตโดยตรง (ยนซ.3:24 และคำอธิบาย). ตามเยเนซิศ 3:17–19 พุ่มไม้หนามเป็นส่วนหนึ่งของการสาปแช่งเนื่องมาจากความบาปของมนุษย์. เหตุฉะนั้นพุ่มไม้หนามจึงเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงมนุษย์ที่ตกต่ำที่อยู่ภายใต้การสาปแช่ง. พุ่มไม้หนามในที่นี่เป็นตัวแทนถึงตัวของโมเซเองซึ่งเป็นคนบาปที่ได้รับการไถ่. การที่เปลวไฟลุกโชนอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้หนามนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่า แม้ว่าโมเซผู้ถูกเรียกโดยพระเจ้านั้นเป็นคนบาปที่อยู่ภายใต้การสาปแช่งของพระเจ้า แต่สง่าราศีแห่งการแบ่งแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้าก็ยังลุกโชนอยู่ในเขาและอยู่บนตัวเขา. สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้ก็เป็นเพราะการไถ่ของพระคริสต์นั่นเอง (ยนซ.3:21; 4:4) ได้ตอบสนองข้อเรียกร้องแห่งการแบ่งแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้าและได้ขจัดการสาปแช่งออกไป ดังนั้นจึงทำให้ไฟอันศักดิ์สิทธิ์ (พระวิญญาณนั้น) สามารถเสด็จมาเยี่ยมเยียนและอาศัยอยู่ในพุ่มไม้หนาม (คนบาปที่ได้รับการไถ่) กระทั่งไฟกับพุ่มไม้หนามได้กลายเป็นหนึ่ง (ฆต.3:13–14). ข้อเท็จจริงที่ว่าพุ่มไม้หนามนั้นมีไฟลุกโชนอยู่ แต่มิได้ไหม้วอดไปนั้นบ่งชี้ว่า ไม่ใช่โมเซ แต่เป็นตัวของพระเจ้าเองซึ่งเป็น “เชื้อเพลิง” สำหรับการลุกโชน (เทียบ รม.12:11; 2ตธ.1:7; ฟป.4:3; กซ.1:29). โมเซเป็นแค่ภาชนะและช่องทางที่ให้สง่าราศีแห่งการแบ่งแยกบริสุทธิ์ของพระเจ้าจะได้ปรากฏแจ้งโดยผ่านตัวเขา (เทียบ 2กธ.4:7; ดู ข้อ 11 คำอธิบาย 1).
ตามพระบัญญัติ 33:16 พุ่มไม้หนามนี้เป็นที่ประทับของพระเจ้า. เนื่องจากพลไพร่แห่งกลุ่มชนของพระเจ้าคือที่ประทับที่แท้จริงของพระองค์ (ฮร.3:6 และคำอธิบาย) นี่จึงเปิดเผยเป็นนัยว่าพุ่มไม้หนามก็ชี้ถึงพลไพร่ที่ถูกไถ่โดยพระเจ้าซึ่งเป็นรูปกายจริงแห่งกลุ่มชน. หลังจากพลับพลาซึ่งเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงชนชาติอิสราเอล ในฐานะที่เป็นที่ประทับของพระเจ้าถูกตั้งขึ้นแล้ว ในเวลากลางคืน เมฆแห่งสง่าราศีของพระเจ้าปกคลุมอยู่เหนือพลับพลานี้มีรูปลักษณะดุจไฟ (อฤธ.9:15–16). การที่ไฟนั้นลุกโชนอยู่บนพลับพลาเป็นเครื่องหมายเล็งว่าชนชาติอิสราเอลเป็นพุ่มไม้หนามแห่งกลุ่มชนที่ลุกโชนอยู่. คริสตจักรในฐานะเป็นที่ประทับของพระเจ้า ก็เป็นพุ่มไม้หนามที่ลุกโชนอยู่. กล่าวคือ พระเจ้าตรีเอกภาพทรงเผาผลาญ ทั้งอยู่ในมนุษย์ที่ได้รับการไถ่และอยู่บนตัวเขาด้วย (ลก.12:49; กจ.2:3–4) โดยการเผาผลาญของไฟอันศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ พุ่มไม้หนามที่เคยถูกสาปแช่งและได้รับการไถ่นั้น ได้เปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นที่ประทับของพระเจ้า. นี่ก็คือแผนการบริหารของพระเจ้า.
ตามพระบัญญัติ 33:16 พุ่มไม้หนามนี้เป็นที่ประทับของพระเจ้า. เนื่องจากพลไพร่แห่งกลุ่มชนของพระเจ้าคือที่ประทับที่แท้จริงของพระองค์ (ฮร.3:6 และคำอธิบาย) นี่จึงเปิดเผยเป็นนัยว่าพุ่มไม้หนามก็ชี้ถึงพลไพร่ที่ถูกไถ่โดยพระเจ้าซึ่งเป็นรูปกายจริงแห่งกลุ่มชน. หลังจากพลับพลาซึ่งเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงชนชาติอิสราเอล ในฐานะที่เป็นที่ประทับของพระเจ้าถูกตั้งขึ้นแล้ว ในเวลากลางคืน เมฆแห่งสง่าราศีของพระเจ้าปกคลุมอยู่เหนือพลับพลานี้มีรูปลักษณะดุจไฟ (อฤธ.9:15–16). การที่ไฟนั้นลุกโชนอยู่บนพลับพลาเป็นเครื่องหมายเล็งว่าชนชาติอิสราเอลเป็นพุ่มไม้หนามแห่งกลุ่มชนที่ลุกโชนอยู่. คริสตจักรในฐานะเป็นที่ประทับของพระเจ้า ก็เป็นพุ่มไม้หนามที่ลุกโชนอยู่. กล่าวคือ พระเจ้าตรีเอกภาพทรงเผาผลาญ ทั้งอยู่ในมนุษย์ที่ได้รับการไถ่และอยู่บนตัวเขาด้วย (ลก.12:49; กจ.2:3–4) โดยการเผาผลาญของไฟอันศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ พุ่มไม้หนามที่เคยถูกสาปแช่งและได้รับการไถ่นั้น ได้เปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นที่ประทับของพระเจ้า. นี่ก็คือแผนการบริหารของพระเจ้า.
อซด.
3:2 ค มก.12:26; ลก.20:37
อซด.
3:4 ก เทียบ อซด.19:3
อซด.
3:4 ข พบญ.33:16
อซด.
3:5 ก ยฮซ.5:15
อซด.
3:5 ข เทียบ 2ปต.1:18
อซด.
3:6 ก ยนซ.28:13; อซด.4:5; 1พกษ.18:36; มธ.22:32; มก.12:26; ลก.20:37
อซด.
3:6 1ก การเปิดเผยแห่งพระนามของพระเจ้าในบทนี้ (6, 14-16, 18) แท้จริงก็คือการเปิดเผยแห่งตัวพระเจ้านั่นเอง. โดยการเปิดเผยเช่นนี้โมเซจึงได้รู้จักพระองค์ผู้ทรงร้องเรียกเขาและใช้เขาออกไปเพื่อสำเร็จการมอบหมายของพระองค์. พระนามอันศักดิ์สิทธิ์ในบทนี้บ่งชี้ว่า พระเจ้าเป็นพระเจ้าผู้ทรงตั้งพันธสัญญา (2:24) และก็เปิดเผยเป็นนัยว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งการเป็นขึ้น (มธ.22:31-32 และคำอธิบาย; กจ.3:13). ยิ่งกว่านั้น พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของบุคคล 3 คน (เทียบข้อ 15) ซึ่งเปิดเผยเป็นนัยว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าตรีเอกภาพ คือ พระบิดา, พระบุตร, และพระวิญญาณ (มธ.28:19; ดู ยนซ.12:1 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 2).
อซด.
3:7 ก อซด.2:23–25; นฮย.9:9
อซด.
3:7 ข อซด.5:13–14
อซด.
3:8 ก ยนซ.11:5,7; 18:21
อซด.
3:8 ข อซด.6:6
อซด.
3:8 1ข จุดประสงค์ที่พระเจ้าทรงเรียกโมเซนั้น กล่าวในด้านลบคือ ต้องการช่วยให้พลไพร่อิสราเอลรอดพ้นจากการครอบงำและความทารุณของฟาโรห์และอียิปต์ แต่ในด้านบวกคือต้องการนำเขาเข้าสู่คะนาอันซึ่งเป็นดินแดนที่หลั่งไหลด้วยน้ำนมและน้ำผึ้ง (พบญ.8:7–9) ณ ที่นั่นเขาสามารถก่อตั้งอาณาจักรของพระเจ้า (19:6; 2ซมอ.5:12; 7:12, 16) และก่อตั้งที่ประทับของพระองค์บนแผ่นดินโลก (2ซมอ.7:13). ตามแบบเล็ง นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการช่วยให้ผู้คนรอดพ้นจากการครอบงำ ความทารุณของซาตานและฟาโรห์ และนำเขาเข้าสู่พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งซึ่งมีแบบเล็งโดยดินแดนคะนาอัน (ดู พบญ.8:7 คำอธิบาย 1) เพื่อก่อสร้างคริสตจักรเป็นอาณาจักรของพระเจ้า และที่ประทับของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก (รม.14:17; อฟ.2:20–22; 4:12).
ตามการเปิดเผยในบทนี้ ชนชาติอิสราเอลได้ผ่านด่าน 3 ด่านในการสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้าคือ ป่ากันดาร (ข้อ 18), ภูเขา (ข้อ 12), และแผ่นดินงาม (ข้อ 8, 17). โดยเทศกาลปัศคา (12:11, 31–41) และการข้ามทะเลแดง (14:21–30) ชนชาติอิสราเอลได้ออกจากอียิปต์และเข้าไปในป่ากันดาร. หลังจากนั้นเขาถูกนำไปสู่ภูเขาโดยอาศัยต้นไม้ที่ทำให้น้ำขมกลับกลายเป็นหวาน (15:23–25), บ่อน้ำพุ 12 บ่อในเอลิม (5:27), มานาที่ลงมาจากสวรรค์ (16:14–15, 31–32, 35), ศิลาที่แยกออกได้หลั่งไหลน้ำแห่งชีวิต (17:6), และการมีชัยชนะต่อชนชาติอะมาเล็ค (17:8–16). เขายังถูกนำไปบนภูเขานั้น. ณ ที่นั่นเขาได้รับการเปิดเผยและมองเห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น, วิถีชีวิตที่เขาควรดำเนินตามคุณลักษณะของพระเจ้า, และพระทัยปรารถนาของพระเจ้าที่ว่าพระองค์จะได้รับที่ประทับบนแผ่นดินโลกท่ามกลางพลไพร่ของพระองค์ (บทที่ 19—34). เขาก็ก่อสร้างพลับพลาเป็นที่ประทับชั่วคราวของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก (บทที่ 35—40). ในที่สุดชนชาติอิสราเอลได้เข้าสู่แผ่นดินงามโดยอาศัยหีบพันธสัญญาพร้อมด้วยพลับพลา (ยฮซ.3:3, 6, 8, 13–17; 4:10–19). ณ ที่นั่นเขาได้รับสุขผลิตผลที่อุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินงามนั้น โดยสิ่งนี้เขาจึงได้ต่อสู้ชนะชนชาติคะนาอันซึ่งครอบครองแผ่นดินงามนั้น และได้ก่อสร้างพระวิหารเป็นที่ประทับถาวรของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก (1พกษ.6). การที่ชนชาติอิสราเอลมีประวัติศาสตร์เช่นนี้ก็คือรูปภาพที่บรรยายถึงความรอดที่ครบสมบูรณ์ของผู้เชื่อ.
ตามการเปิดเผยในบทนี้ ชนชาติอิสราเอลได้ผ่านด่าน 3 ด่านในการสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้าคือ ป่ากันดาร (ข้อ 18), ภูเขา (ข้อ 12), และแผ่นดินงาม (ข้อ 8, 17). โดยเทศกาลปัศคา (12:11, 31–41) และการข้ามทะเลแดง (14:21–30) ชนชาติอิสราเอลได้ออกจากอียิปต์และเข้าไปในป่ากันดาร. หลังจากนั้นเขาถูกนำไปสู่ภูเขาโดยอาศัยต้นไม้ที่ทำให้น้ำขมกลับกลายเป็นหวาน (15:23–25), บ่อน้ำพุ 12 บ่อในเอลิม (5:27), มานาที่ลงมาจากสวรรค์ (16:14–15, 31–32, 35), ศิลาที่แยกออกได้หลั่งไหลน้ำแห่งชีวิต (17:6), และการมีชัยชนะต่อชนชาติอะมาเล็ค (17:8–16). เขายังถูกนำไปบนภูเขานั้น. ณ ที่นั่นเขาได้รับการเปิดเผยและมองเห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น, วิถีชีวิตที่เขาควรดำเนินตามคุณลักษณะของพระเจ้า, และพระทัยปรารถนาของพระเจ้าที่ว่าพระองค์จะได้รับที่ประทับบนแผ่นดินโลกท่ามกลางพลไพร่ของพระองค์ (บทที่ 19—34). เขาก็ก่อสร้างพลับพลาเป็นที่ประทับชั่วคราวของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก (บทที่ 35—40). ในที่สุดชนชาติอิสราเอลได้เข้าสู่แผ่นดินงามโดยอาศัยหีบพันธสัญญาพร้อมด้วยพลับพลา (ยฮซ.3:3, 6, 8, 13–17; 4:10–19). ณ ที่นั่นเขาได้รับสุขผลิตผลที่อุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินงามนั้น โดยสิ่งนี้เขาจึงได้ต่อสู้ชนะชนชาติคะนาอันซึ่งครอบครองแผ่นดินงามนั้น และได้ก่อสร้างพระวิหารเป็นที่ประทับถาวรของพระเจ้าบนแผ่นดินโลก (1พกษ.6). การที่ชนชาติอิสราเอลมีประวัติศาสตร์เช่นนี้ก็คือรูปภาพที่บรรยายถึงความรอดที่ครบสมบูรณ์ของผู้เชื่อ.
อซด.
3:8 ค ยนซ.50:24; อซด.12:51
อซด.
3:8 ง พบญ.1:25; 8:7–9
อซด.
3:8 จ อซด.3:17; 13:5; 33:3; ลวต.20:24; อฤธ.13:27; 14:8; พบญ.26:9, 15; ยรม.11:5; 32:22; ยอค.20:6
อซด.
3:8 2จ ทั้งน้ำนมและน้ำผึ้งเป็นผลิตผลผสมด้วยชีวิตสองอย่างคือชีวิตสัตว์และชีวิตพืช. น้ำนมนั้นผลิตจากวัวที่กินหญ้า น้ำผึ้งนั้นผลิตโดยผึ้งที่ได้ดูดเกสรดอกไม้. น้ำนมและน้ำผึ้งจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์ซึ่งมาจากสองด้านของชีวิตของพระองค์คือชีวิตแห่งการไถ่ของพระองค์ซึ่งมีแบบเล็งโดยชีวิตสัตว์ (ยฮ.1:29) และชีวิตแห่งการให้กำเนิดของพระองค์ซึ่งมีแบบเล็งโดยชีวิตพืช (ยฮ.12:24).
อซด.
3:8 ฉ ยนซ.15:18–21; อซด.13:5; 23:23; 33:2; พบญ.7:1
อซด.
3:9 ก อซด.2:23
อซด.
3:9 ข อซด.1:11–14
อซด.
3:10 ก บพส.105:26; เทียบ มคา.6:4
อซด.
3:11 ก 1ซมอ.18:18; ยซย.6:5; ยรม.1:6
อซด.
3:11 1ก ขณะที่โมเซอายุ 40 ปี เขามีภาระที่จะช่วยให้ชนชาติอิสราเอลรอดพ้นจากพันธนาการของอียิปต์ (2:11–12). อย่างไรก็ตาม พระเจ้าได้ฝึกฝนโมเซนานถึง 40 ปี (กจ.7:30) และไม่เสด็จมาเรียกเขาจนกว่าเขาได้สูญเสียความมั่นใจในตัวเขาเองทั้งสิ้น (เทียบ 4:10 และคำอธิบาย). โมเซจำต้องเรียนรู้ที่จะร่วมมือกับพระเจ้าโดยไม่ใช้ความสามารถและกำลังธรรมชาติของเขา.
อซด.
3:12 ก ยฮซ.1:5; พบญ.31:8, 23
อซด.
3:12 1 พระประสงค์ของพระเจ้าไม่เพียงเป็นการช่วยให้พลไพร่ของพระองค์รอดพ้นจากการข่มเหงในอียิปต์เท่านั้น แต่คือนำเขากลับสู่ตัวของพระองค์ ณ ภูเขาของพระเจ้า เช่นนี้พระองค์จึงสามารถทำให้เขาถูกซึมซาบไปด้วยตัวของพระองค์เอง เพื่อเขาจะได้กลายเป็นทรัพย์ล้ำค่าของพระองค์เอง อาณาจักรแห่งปุโรหิตและประเทศที่แบ่งแยกบริสุทธิ์ (19:4–6).
อซด.
3:14 ก ยซย.44:6; วว.1:4, 8, 17; 4:8; เทียบ อซด.6:3
อซด.
3:14 1ก หรือ เราจะเป็นซึ่งสิ่งที่เราจะเป็น หรือ เราจะกลายเป็นสิ่งซึ่งเราจะกลายเป็น. “เราเป็น” ซึ่งเป็นพระนามอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ชี้ว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้ทรงดำรงอยู่เองและดำรงอยู่นิรันดร์ พระองค์ไม่ได้พึ่งพิงสิ่งใดที่นอกเหนือจากตัวของพระองค์เอง (เทียบ ยฮ.8:24, 25, 58 และข้อ 24 คำอธิบาย 2). ในฐานะทรงเป็น “เราเป็น” พระองค์ทรงเป็นผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง ซึ่งเป็นความเที่ยงแท้ของทุกสิ่งที่อยู่ในด้านบวกและของทุกสิ่งที่ผู้ถูกพระองค์เรียกและใช้ออกไปนั้นต้องการ.
อซด.
3:14 ข ยฮ.8:24, 28, 58; 18:5–6
อซด.
3:15 1 ดูเยเนซิศ 2:4 คำอธิบาย 3. นี่เป็นครั้งแรกที่พระเจ้าทรงทำให้พลไพร่ของพระองค์รู้จักตัวของพระองค์โดยพระนามยะโฮวา (6:3; ดู ข้อ 6 คำอธิบาย 1).
อซด.
3:15 ก อซด.3:6
อซด.
3:15 ข อซด.6:3; บพส.68:4
อซด.
3:15 ค บพส.135:13; ฮซอ.12:5
อซด.
3:16 ก อซด.4:29
อซด.
3:16 ข อซด.3:6
อซด.
3:16 ค อซด.4:31; ลก.1:68
อซด.
3:17 ก อซด.3:8
อซด.
3:17 ข อซด.3:8
อซด.
3:18 ก อซด.5:3; 7:16; 9:1, 13; 10:3; ยนา.1:9
อซด.
3:18 1 ดูเฮ็บราย 1:1 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 3. พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของคนที่ข้ามแม่น้ำ ซึ่งก็คือพวกที่ได้แบ่งแยกออกจากโลกเพื่อสำเร็จพระประสงค์ของพระองค์.
อซด.
3:18 2 ดู 15:22 คำอธิบาย 1.
อซด.
3:18 ข อซด.5:3, 8, 17; 8:8, 25–29; 10:25; เทียบ อซด.5:1
อซด.
3:19 ก อซด.4:21; 5:2; 7:14; 8:32; 9:7, 17, 35; 10:20, 27; 11:10; 13:15
อซด.
3:19 ข อซด.6:1; 13:3
อซด.
3:20 ก อซด.4:21; 7:3; พบญ.6:22; 7:19; นฮย.9:10; บพส.105:27; 135:9; ยรม.32:20; กจ.7:36
อซด.
3:20 ข อซด.11:1; 12:31
อซด.
3:21 ก อซด.11:3; 12:36
อซด.
3:22 ก อซด.11:2; 12:35; บพส.105:37
อซด.
3:22 1 ดู 12:36 คำอธิบาย 1.
อซด.
3:22 ข ยนซ.15:14; อซด.12:36