การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

เอ็กโซโด บทที่ 29

(13) การแบ่งแยกบริสุทธิ์ของอาโรนและบุตรทั้งหลาย เพื่อเป็นปุโรหิต
29:1–46
อซด. 29:1 เจ้าจงกระทำดังต่อไปนี้เพื่อให้อาโรนและบุตรของเขาถูก1แบ่งแยกบริสุทธิ์ ไว้ในฐานะปุโรหิตนั้น คือว่าจงเอา2โคตัวผู้หนุ่มตัวหนึ่งและ2กแกะตัวผู้สองตัวซึ่งปราศจากด่างพร้อย
อซด. 29:2 1ขนมปังไม่มีเชื้อและขนมไม่มีเชื้อ2กผสมกลมกลืนกับน้ำมัน และขนมปังแผ่นบาง ไม่มีเชื้อซึ่งทาด้วยน้ำมัน ขนมปังเหล่านี้จงทำด้วยแป้งสาลีเนื้อละเอียด.
อซด. 29:3 แล้วจงใส่ขนมปังต่างๆ ไว้ในกระบุงใบเดียว จงนำมาพร้อมกับโคตัวผู้และแกะตัวผู้สองตัวนั้น.
อซด. 29:4 จงนำอาโรนกับบุตรของเขามาถึงกระโจมที่ประชุมนั้น แล้วจง1กชำระตัวเขาด้วยน้ำ.
อซด. 29:5 กจงให้อาโรน1ขสวมเสื้อนั้น คือเสื้อตัวในและเสื้อคลุมแห่งเอโฟดกับเอโฟดและทับทรวงนั้นและจงคผูกสายสำหรับเอโฟดที่ทอด้วยฝีมือช่างผู้มีทักษะ
อซด. 29:6 จงสวมกมาลาที่ศีรษะของอาโรนและจงคาด1มงกุฎอันบริสุทธิ์ไว้กับมาลา.
อซด. 29:7 จงกชโลมอาโรนด้วยการเท1ขน้ำมันชโลมลงบนศีรษะของเขา.
อซด. 29:8 จงนำบุตรทั้งหลายของเขาเข้ามาใกล้แล้วสวมเสื้อตัวในให้.
อซด. 29:9 แล้วจงคาดเอวเขาไว้ด้วยสายกคาดเอว คือทั้งอาโรนกับบุตรเหล่านั้น แล้วจงเอาผ้าโพกศีรษะบุตรของเขา แล้วให้เขารับหน้าที่ของปุโรหิตเป็นบทบัญญัติถาวรสืบไป. ดังนี้แหละเจ้าก็จะได้ขสถาปนาอาโรนและบุตรของเขาไว้แล้ว.
อซด. 29:10 กจงนำโคตัวผู้มาที่หน้ากระโจมประชุมให้อาโรนกับบุตร1ขวางมือบนหัวโคตัวผู้นั้น.
อซด. 29:11 แล้วจง1ฆ่าโคนั้นต่อพระพักตร์พระยะโฮวาตรงทางเข้ากระโจมประชุม.
อซด. 29:12 จงเอานิ้วมือจุ่ม1เลือดโคส่วนหนึ่งทาไว้ที่2กเชิงงอนทั้งสี่ของแท่นบูชา ส่วนเลือดที่เหลือทั้งหมดจงเทไว้ที่ฐานแท่นบูชา.
อซด. 29:13 จงเอา1กไขมันที่หุ้มเครื่องใน พังผืดที่ติดอยู่กับตับ และไตทั้งสองกับไขมันที่ติดกับไตนั้น จง2เผาบูชาบนแท่น.
อซด. 29:14 แต่เนื้อกับหนังและมูลของโคนั้นจงกเผาไฟเสียนอกค่าย นี่เป็น1ขเครื่องบูชาไถ่บาป.
อซด. 29:15 กจงนำขแกะตัวผู้ตัวหนึ่งมา ให้อาโรนกับบุตรควางมือบนหัวแกะนั้น.
อซด. 29:16 แล้วจงฆ่าแกะนั้นเสีย แล้วใช้1เลือดพรมรอบๆ แท่น.
อซด. 29:17 จงชำแหละแกะตัวผู้นั้นออกเป็นท่อนๆ และเครื่องในกับขาจงล้างด้วยน้ำวางไว้กับท่อนเนื้อและหัว.
อซด. 29:18 แล้วจงเผาแกะตัวผู้นั้นทั้งหมดบนแท่นบูชา เป็น1กเครื่องบูชาเผาแด่พระยะโฮวาเป็น2ขกลิ่นหอมที่ทรงพอพระทัยถวายพระยะโฮวาเป็นเครื่องบูชาด้วยไฟ.
อซด. 29:19 กจงนำขแกะตัวผู้อีกตัวหนึ่งมา แล้วให้อาโรนและบุตรของเขาควางมือบนหัวแกะนั้น.
อซด. 29:20 แล้วจงฆ่าแกะนั้น เอาเลือดส่วนหนึ่งทาที่ปลาย1กใบหูข้างขวาของอาโรนและที่ใบหูข้างขวาของบุตรของเขา และที่1หัวแม่มือข้างขวาและ1หัวแม่เท้าข้างขวาของเขา แล้วจงเอาเลือดพรมที่รอบๆ แท่นบูชา.
อซด. 29:21 จงเอา1เลือดส่วนหนึ่งที่อยู่บนแท่นบูชาและ1กน้ำมันชโลมส่วนหนึ่งประพรมอาโรนและเสื้อของเขา ประพรมบุตรและเสื้อของบุตรด้วย อาโรนและเสื้อของเขา กับเหล่าบุตรและเสื้อของเขาก็จะถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์.
อซด. 29:22 จงเอาไขมันแกะตัวผู้นั้น และไขมันหุ้มหางกับกไขมันที่ติดกับ1เครื่องใน และพังผืดที่หุ้มตับกับไตทั้งสอง และไขมันที่ติดอยู่กับไตนั้นกับโคนขาขวาด้วย (เพราะเป็นแกะสำหรับการขสถาปนา)
อซด. 29:23 กับ1กขนมปังก้อนหนึ่ง กับขนมปังผสมกลมกลืนกับน้ำมันแผ่นหนึ่ง และขนมปังแผ่นบางแผ่นหนึ่ง จากกระบุงขนมปังที่ไม่มีเชื้อซึ่งตั้งอยู่ต่อพระพักตร์พระยะโฮวา
อซด. 29:24 แล้วจงวางบรรดาสิ่งเหล่านั้นไว้ในมือของอาโรน และในมือบุตรของเขา ให้กแกว่งไปแกว่งมาเป็น1เครื่องบูชาแกว่งต่อพระพักตร์พระยะโฮวา.
อซด. 29:25 แล้วจง1รับสิ่งเหล่านี้จากมือของเขานำไปเผาพร้อมกับเครื่องบูชาเผาบนแท่น บูชาเป็นกกลิ่นหอมที่ทรงพอพระทัยต่อพระพักตร์พระยะโฮวา ซึ่งเป็นเครื่องบูชาถวายพระยะโฮวาด้วยไฟ.
อซด. 29:26 จงเอาเนื้อที่1อกแกะตัวผู้สำหรับการสถาปนาของอาโรน แล้วแกว่งไปแกว่งมาให้เป็นเครื่องบูชาแกว่งต่อพระพักตร์พระยะโฮวานั่นแหละจะเป็น2ส่วนของเจ้า.
อซด. 29:27 และจงแบ่งแยกบริสุทธิ์เนื้อที่กอกแห่งเครื่องบูชาแกว่ง และโคนขาแห่ง1เครื่องบูชายกสำหรับในการแกว่งและยกออกจากแกะที่ใช้สำหรับการสถาปนานั้น จะเป็นส่วนของอาโรนและบุตรของเขา.
อซด. 29:28 นี่จะเป็น1ส่วนซึ่งอาโรนและบุตรของเขาจะได้รับจากพวกอิสราเอลเป็นกบทบัญญัติถาวรสืบไป เพราะนี่เป็นเครื่องบูชายก คือสัตวบูชาแบ่งถวายจาก2เครื่องบูชาสันติสุขของชนชาติอิสราเอลเพื่อเป็นเครื่องบูชายกถวายพระยะโฮวา.
อซด. 29:29 เสื้อที่บริสุทธิ์ของอาโรนจะเป็นของบุตรเขาต่อๆ ไป ให้เขาสวมเมื่อเขาจะถูกชโลม และเมื่อเขาจะมอบถวายตัว.
อซด. 29:30 จงให้บุตรซึ่งจะเป็นปุโรหิตผู้แทนอาโรนนั้นสวมเสื้อนั้นครบ1กเจ็ดวัน ขณะที่เขามาที่กระโจมประชุมเพื่อปรนนิบัติในที่บริสุทธิ์นั้น.
อซด. 29:31 กเจ้าจงต้ม1เนื้อแกะตัวผู้สำหรับการสถาปนานั้นในสถานที่บริสุทธิ์
อซด. 29:32 แล้วให้อาโรนกับบุตรของเขากินเนื้อแกะตัวผู้นั้นและกขนมปังซึ่งอยู่ในกระบุงที่ประตู1กระโจมประชุม.
อซด. 29:33 ให้เขากกินของซึ่งมีผู้นำมาถวาย1ปกปิดบาปเพื่อจะได้มอบถวายและให้เขาถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์ แต่2ขคนนอกอย่าให้กิน เพราะของนั้นเป็นของบริสุทธิ์.
อซด. 29:34 และถ้าแม้เนื้อและขนมปังที่ใช้สถาปนานั้นยัง1เหลืออยู่ถึง2รุ่งเช้าบ้างก็ให้เผาไฟเสีย อย่าให้ผู้ใดกินเลย เพราะเป็นของบริสุทธิ์.
อซด. 29:35 ดังนั้นแหละจงกระทำแก่อาโรนและบุตรของเขาตามบรรดาคำที่เราได้สั่งเจ้า จงมอบถวายตัวเขาให้ครบกเจ็ดวัน.
อซด. 29:36 จงนำโคตัวผู้ตัวหนึ่งมา1ถวาย2ทุกๆ วัน เป็นกเครื่องบูชาไถ่บาปเพื่อปกปิดบาปเมื่อเจ้าจะทำการปกปิดบาปสำหรับแท่นบูชานั้นจง3ชำระและชโลมแท่นบูชาให้3ขแยกบริสุทธิ์.
อซด. 29:37 จงทำการปกปิดบาปสำหรับแท่นบูชาและแบ่งแยกให้บริสุทธิ์จนครบเจ็ดวัน แล้วแท่นนั้นจะเป็นแท่นบริสุทธิ์ที่สุด สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ถูกต้องกแท่นนั้นจะเป็นบริสุทธิ์ด้วย.
อซด. 29:38 กนี่แหละเป็นสิ่งซึ่งเจ้าต้อง1บูชาบนแท่นนั้นทุกวันเสมอไป คือลูกแกะสองตัวมีอายุหนึ่งปี.
อซด. 29:39 จงนำลูกแกะตัวหนึ่งมาบูชากเวลาเช้าและอีกตัวหนึ่งสำหรับบูชา1เวลาเย็น.
อซด. 29:40 พร้อมกับลูกแกะตัวหนึ่งนั้นจงถวายแป้งละเอียดหนึ่งในสิบของหนึ่งเอฟาผสมกลมกลืนกับน้ำมันที่สกัดไว้หนึ่งในสี่ของหนึ่งฮิน และเหล้าองุ่นหนึ่งในสี่ของหนึ่งฮินสำหรับเป็น1เครื่องบูชาดื่ม.
อซด. 29:41 และถวายแกะอีกตัวหนึ่งในเวลาเย็นนั้นจงถวายกเครื่องบูชาธัญญาหารและเครื่องบูชาดื่มคู่กันด้วย จงทำเหมือนกับในเวลาเช้าให้เป็นขกลิ่นหอมที่ทรงพอพระทัย ซึ่งเป็นเครื่องบูชาถวายพระยะโฮวาด้วยไฟ.
อซด. 29:42 นี่จะเป็นเครื่องบูชาเผากเสมอไปตลอดทุกชั่วอายุของเจ้าที่ประตูพลับพลาประชุมนั้นต่อพระพักตร์พระยะโฮวา และที่นั่นเราจะขพบกับเจ้าและสนทนากับเจ้า.
อซด. 29:43 ที่นั่นเราจะพบกับชนชาติอิสราเอล และพลับพลานั้นจะถูกแยกบริสุทธิ์เพราะเหตุกสง่าราศีของเรา.
อซด. 29:44 เราจะแบ่งแยกบริสุทธิ์พลับพลาประชุมกับแท่นบูชา และเราจะแบ่งแยกบริสุทธิ์อาโรนกับบุตรของเขาด้วย เพื่อจะได้ปรนนิบัติเราในฐานะปุโรหิตนั้น.
อซด. 29:45 เราจะสถิตอยู่กท่ามกลางชนชาติอิสราเอล และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา.
อซด. 29:46 เขาจะกรู้ว่าเราคือยะโฮวาพระเจ้าของเขา ผู้ได้นำเขาออกจากดินแดนอียิปต์ เพื่อเราจะได้1สถิตอยู่ท่ามกลางเขา เราคือยะโฮวาพระเจ้าของเขา.

คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 29

อซด. 29:1 1 การที่จะมีคุณสมบัติมาปรนนิบัติพระเจ้าในฐานะปุโรหิตได้นั้น อาโรนและบุตรของเขาจำต้องถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์ ถูกแยกออกมาโดยการถูกชี้หมาย. เครื่องหมายที่แยกและแบ่งแยกบริสุทธิ์อาโรนและบุตรของเขาให้เป็นปุโรหิตคือ มือของเขาเต็มไปด้วยเครื่องบูชา (ข้อ 24; ดู 28:41 คำอธิบาย 1) ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ผู้เชื่อทั้งหลายเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพระคริสต์ (อฟ.3:8) โดยที่พวกเขาได้ประสบการณ์พระองค์ที่เป็นความเที่ยงแท้ของเครื่องบูชาในด้านทัศนะภายใน (ฮร.10:5–10). ขั้นตอนในการแบ่งแยกบริสุทธิ์อาโรนและบุตรของเขาประกอบด้วยการชำระความมลทินของพวกเขา (ข้อ 4) ปกปิดความเปลือยเปล่าของพวกเขาโดยเสื้อของปุโรหิต (ข้อ 5–9) จัดการกับบาปแห่งนิสัยของพวกเขาด้วยเครื่องบูชาไถ่บาป (ข้อ 10–14) และการถวายเครื่องบูชาเผา (ข้อ 15–18) และเครื่องบูชาสันติสุข (ข้อ 19–28) เพื่อให้พระเจ้าและปุโรหิตทั้งหลายอิ่มหนำ. กรณีนี้จึงไม่เป็นเพียงการสถาปนาหรือรับการแต่งตั้งของอาโรนและบุตรของเขาเท่านั้น (ดู ข้อ 28 คำอธิบาย 1).
อซด. 29:1 2 โคตัวผู้ถูกถวายแด่พระเจ้าในฐานะเครื่องบูชาไถ่บาป (ข้อ 10–14) แกะตัวผู้ตัวแรกในฐานะเครื่องบูชาเผา (ข้อ 15–18) และแกะตัวผู้ตัวที่สองในฐานะเครื่องบูชาสันติสุข (ข้อ 19–28). เครื่องบูชาไถ่บาปมีไว้สำหรับการไถ่ เครื่องบูชาเผามีไว้สำหรับการสามัคคีธรรมกับพระเจ้า และเครื่องบูชาสันติสุขมีไว้สำหรับการรับสุขและความอิ่มหนำร่วมกันกับพระเจ้า. โคตัวผู้ในบทนี้เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ถูกตรึงกางเขน ส่วนแกะตัวผู้ทั้งสองตัวเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ที่เป็นขึ้น. ในฐานะผู้ที่ถูกตรึงกางเขนและเป็นขึ้นนั้น พระคริสต์ไม่เพียงเป็นตัวแทนของเรา แต่ได้ครอบคลุมถึงเราด้วย. ดังนั้นเมื่อพระองค์ทรงถูกตรึงกางเขน เราก็ถูกตรึงไว้กับพระองค์ด้วย (ฆต.2:20ก) และเมื่อพระองค์ทรงเป็นขึ้นและถวายแด่พระเจ้า เราก็อยู่ในพระองค์ด้วยเช่นกัน (ยฮ.20:17 และคำอธิบาย 1; อฟ.2:6ก).
อซด. 29:1 ก อซด.29:15, 19; ลวต.8:2, 18
อซด. 29:2 1 โคตัวผู้และแกะตัวผู้สองตัวมาจากชีวิตสัตว์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นชีวิตแห่งการไถ่ (ยฮ.1:29) ส่วนขนมปังไม่มีเชื้อ ขนมปังผสมกลมกลืนกับน้ำมัน (cake) และขนมปังแผ่นบางนั้นมาจากชีวิตพืช ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นชีวิตแห่งการให้กำเนิด (ยฮ.12:24). ผู้ที่ปรนนิบัติพระเจ้าในฐานะปุโรหิตต้องได้รับการแบ่งแยกบริสุทธิ์ซึ่งครอบคลุมถึงประสบการณ์พระคริสต์ทั้งในฐานะที่เป็นชีวิตสัตว์สำหรับการไถ่และชีวิตพืชสำหรับให้กำเนิด.
อซด. 29:2 ก อซด.29:23; ลวต.2:4–5; 7:10; อฤธ.6:15
อซด. 29:2 2ก ดู เลวีติโก 2:4 คำอธิบาย 2. เช่นเดียวกับคำว่า “ผสมกลมกลืน” ในข้อ 40.
อซด. 29:4 ก อซด.40:12; ลวต.8:6; ฮร.10:22
อซด. 29:4 1ก การชำระตัวของอาโรนและบุตรของเขาด้วยน้ำเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการชำระล้างความมลทิลของผู้เชื่อทั้งหลายด้วยน้ำในพระคำ (ฮร.10:22; ยฮ.15:3; เทียบ อฟ.5:26). การชำระนี้แบ่งแยกบริสุทธิ์และชำระล้างผู้เชื่อให้สะอาด เพื่อมาปรนนิบัติพระเจ้าในฐานะปุโรหิต.
อซด. 29:5 ก ข้อ 5–6; ลวต.8:7–9
อซด. 29:5 ข อซด.28:4
อซด. 29:5 1ข เสื้อของปุโรหิตเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ในฐานะการสำแดงออกทางภายนอกของปุโรหิต ซึ่งเต็มไปด้วยความสง่างามและสง่าราศี (28:2 และคำอธิบาย). การสวมใส่เสื้อผ้าของอาโรนและบุตรของเขามีเพื่อปกปิดความเปลือยเปล่าของพวกเขา นั่นก็คือปกปิดรูปลักษณะแห่งเนื้อหนัง และธรรมชาติของพวกเขา ซึ่งเป็นที่น่ารังเกียจและน่าชังในสายพระเนตรของพระเจ้า (รม.8:7–8).
การแบ่งแยกบริสุทธิ์ของปุโรหิตนั้นครอบคลุมทั้งการที่ปุโรหิตสวมใส่เสื้อผ้าทางภายนอก (ข้อ 5, 9) และการที่ปุโรหิตได้รับการหล่อเลี้ยงจากเครื่องบูชาทางภายใน (ข้อ 32–33). ถ้าเราจะถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์เป็นปุโรหิตของพระเจ้า เราก็ต้องสวมใส่พระคริสต์ทางภายนอก และถูกบำรุงเลี้ยงด้วยพระคริสต์ทางภายใน (เทียบ ลก.15:22–23).
อซด. 29:5 ค อซด.28:8
อซด. 29:6 ก อซด.28:37
อซด. 29:6 1 ชี้ถึงแผ่นทองคำสลักที่คาดอยู่บนมาลาของมหาปุโรหิต (28:36–38). การที่ความบริสุทธิ์ได้ถูกยกชูขึ้นดั่งมงกุฎในที่นี้บ่งชี้ว่าความบริสุทธิ์ที่อยู่ในสภาพพระเจ้าได้ถูกยกชูขึ้นเพื่อได้รับสง่าราศี.
อซด. 29:7 ก อซด.29:21; 30:22–25, 31–32; ลวต.8:10–12, 30; 10:7; 21:10; บพส.133:2
อซด. 29:7 ข อซด.28:41
อซด. 29:7 1ข ดู ข้อ 21 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 2.
อซด. 29:9 ก อซด.28:39–40
อซด. 29:9 ข อซด.28:41
อซด. 29:10 ก ข้อ 10–14; ลวต.8:14–17
อซด. 29:10 ข อซด.29:15, 19; ลวต.1:4; 8:14
อซด. 29:10 1ข การวางมือในที่นี้และในข้อ 15 และ 19 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเข้าสนิทเป็นหนึ่งระหว่างอาโรนและบุตรของเขากับเครื่องบูชา (เทียบ ลวต.1:4; กจ.13:3). ถ้าหากเราจะเป็นปุโรหิต เราก็ต้องเป็นหนึ่งกับพระคริสต์ผู้เป็นเครื่องบูชาเผา คือ ทุกสิ่งที่เราเป็นและทำนั้นล้วนต้องถูกฆ่า ชำแหละเป็นชิ้นๆ ชำระล้าง และเผาบนแท่นบูชา (กางเขน) เพื่อให้พระเจ้าได้รับสุขและพอพระทัยอย่างสิ้นเชิง (ดู คำอธิบายใน ลวต.1:5–9).
อซด. 29:11 1 เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ถูกพระเจ้า (โดยมีโมเซเป็นตัวแทน) ฆ่าต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าเองและต่อหน้าพลไพร่ของพระองค์ (ยซย.53: 10).
อซด. 29:12 1 การทาเลือดของเครื่องบูชาไถ่บาปไว้ที่เชิงงอนทั้งสี่ของแท่นบูชาและเทเลือดที่เหลือทั้งหมดไว้ที่ฐานแท่นบูชาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการทำให้การไถ่ของพระคริสต์เต็มด้วยฤทธิ์เดชด้วยฐานรากที่มั่นคง (ดู 27:2 คำอธิบาย 1).
อซด. 29:12 ก อซด.27:2
อซด. 29:12 2ก แปลตามตรง รูปเขาสัตว์.
อซด. 29:13 ก อซด.29:22; ลวต.3:3–4
อซด. 29:13 1ก เครื่องในและไขมันเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความอุดมสมบูรณ์และความหวานชื่นของสิ่งที่พระคริสต์ทรงเป็นทางภายในเพื่อให้พระเจ้าทรงอิ่มหนำ.
อซด. 29:13 2 แปลตามตรงหมายถึงทำให้เป็นควันลอยขึ้นไป. ในข้อ 18 และ 25 ก็เช่นเดียวกัน. คำนี้ถูกใช้สำหรับการเผา (เครื่องบูชา) ของเครื่องบูชาเผาและเครื่องหอม. ในข้อ 13–14 มีการกล่าวถึงการเผาสองชนิด. การเผาไขมันและเครื่องในของโคตัวผู้บนแท่นบูชาในข้อนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับการพิพากษา แต่มีไว้สำหรับก่อกำเนิดสุคนธรสเพื่อให้พระเจ้ารับสุข. การเผานี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความอุดมสมบูรณ์และความหวานชื่นแห่งสิ่งที่พระคริสต์ทรงเป็นทางภายในที่ถวายให้กับพระเจ้าเพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องแห่งความชอบธรรม ความบริสุทธิ์ และสง่าราศีของพระองค์ (ดู ยนซ.13:24 คำอธิบาย 1). ส่วนการเผาเนื้อกับหนังและมูลนอกค่าย (เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการละทิ้งและการพิพากษา) ในข้อ 14 นั้นเป็นการเผาแห่งการพิพากษา ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการที่พระคริสต์ทรงสละร่างกายทางภายนอกของพระองค์เพื่อผู้เชื่อทั้งหลายบนแผ่นดินโลกจะได้รับการไถ่ (เทียบ ฮร.13:11–13). โดยการเผาทั้งสองชนิดนี้ พระคริสต์ในฐานะเครื่องบูชาไถ่บาปได้ทรงตอบสนองข้อเรียกร้องของพระเจ้าและแบกรับการพิพากษาของพระเจ้าแทนที่เรา.
อซด. 29:14 ก ลวต.4:11–12, 21; อฤธ.19:15; ฮร.13:11
อซด. 29:14 ข อซด.29:36; 30:10
อซด. 29:14 1ข พระคริสต์ในฐานะเครื่องบูชาไถ่การล่วงละเมิด (ลวต.5:1—6:7; ฮร.9:28; 1ปต.2:24; 3:18) ทรงจัดการกับความบาปที่เป็นพหูพจน์ ซึ่งเป็นความบาปแห่งการประพฤติทางภายนอกของเรา. ส่วนพระคริสต์ในฐานะเครื่องบูชาไถ่บาป (ลวต.4:1–35; รม.8:3; 2กธ.5:21; ฮร.9:26) ทรงจัดการกับความบาปเอกพจน์ ซึ่งเป็นบาปแห่งนิสัยทางภายในของเรา. เมื่อไรก็ตามที่เรามาปรนนิบัติพระเจ้าในฐานะปุโรหิต เราต้องตระหนักและสารภาพว่าเรายังคงมีบาปแห่งนิสัย (รม.7:17–18ก; 1ยฮ.1:8 และคำอธิบาย 1) และในทางประสบการณ์นั้นเรายังคงต้องการพระคริสต์มาเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปของเราเพื่อจัดการกับบาปแห่งนิสัยนั้น. เพราะเหตุการตกต่ำเราจึงถูกก่อรูปด้วยความบาป (รม.5:19) กระทั่งกลายเป็นความบาป (เทียบ 2กธ.5:21). ทว่าการรับสุขพระคริสต์เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปของเราได้สยบและปกป้องเรา ทำให้เราไม่วางใจในตัวเอง (ฟป.3:3) และตระเตรียมหนทางให้เรารับสุขพระคริสต์ในฐานะอาหารของปุโรหิตก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งมีแบบเล็งโดยแกะตัวผู้ ขนมปังไม่มีเชื้อ ขนมปังผสมกลมกลืนกับน้ำมัน และขนมปังแผ่นบาง (ข้อ 1–2, 32–33). นอกจากนั้น การรับสุขนี้ยังได้แก้ไขปัญหาแห่งบาประหว่างเรากับพระเจ้า ให้เราคืนดีกันกับพระเจ้าและทำให้เรามีสันติสุขกับพระเจ้า (รม.5:10, 1) เพื่อเราจะปรนนิบัติโดยถวายพระคริสต์เป็นอาหารแด่พระเจ้าในบรรยากาศแห่งสันติสุข (ข้อ 38–42).
อซด. 29:15 ก ข้อ 15–18; ลวต.8:18–21
อซด. 29:15 ข อซด.19:1; ลวต.8:2
อซด. 29:15 ค อซด.29:10
อซด. 29:16 1 เลือดในที่นี้เป็นแบบเล็งถึงพระโลหิตของพระคริสต์ที่หลั่งออกเพื่อการไถ่ (อฟ.1:7; ฮร.9:12; 1ปต.1:18–19)
อซด. 29:18 ก ลวต.1:13
อซด. 29:18 1ก เครื่องบูชาเผาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงเป็นอยู่เพื่อความอิ่มหนำของพระเจ้าโดยสิ้นเชิง (ยฮ.5:19, 30; 6:38; 7:18; 8:29; 14:29) พระองค์เป็นอาหารของพระเจ้า(อฤธ.28:2–3). เลือดถูกปะพรมรอบๆ แท่นบูชา(ข้อ 16) เพื่อการไถ่และสันติสุขของบรรดาปุโรหิต (เทียบ ฮร.9:14) และเพื่อสุคนธรสอันหอมหวนจะลอยขึ้นไปบนสวรรค์ให้พระเจ้าทรงรับสุขและอิ่มหนำ. เพราะเหตุเรามีความบาป เราจึงต้องการการไถ่ของพระคริสต์ และเพราะเหตุเราไม่ได้มีเพื่อพระเจ้า เราจึงต้องการพระคริสต์มาเป็นเครื่องบูชาเผาของเราเพื่อทำให้พระเจ้าทรงอิ่มหนำ. (ดู คำอธิบายใน ลวต.1)
อซด. 29:18 ข ยนซ.8:21; อซด.29:25, 41; เทียบ อฟ.5:2
อซด. 29:18 2ข หรือ กลิ่นหอมที่ให้อิ่มหนำ. ในข้อ 25 และข้อ 41 ก็เช่นเดียวกัน.
อซด. 29:19 ก ข้อ 19–26; ลวต.8:22–29
อซด. 29:19 ข อซด.29:1
อซด. 29:19 ค อซด.29:10
อซด. 29:20 ก เทียบ วว.2:7
อซด. 29:20 1ก ในการที่จะปรนนิบัติพระเจ้าในฐานะปุโรหิต การได้ยิน (หู) การทำงาน (มือ) และการเดิน (เท้า) ของเราจำต้องได้รับการชำระและแบ่งแยกบริสุทธิ์โดยพระโลหิตแห่งการไถ่ของพระคริสต์. เราจำต้องเรียนรู้ว่าจะฟังพระคำของพระเจ้า (เทียบ 21:2–6; ยซย.50:4–5; ลก.10:38–42) กระทำสิ่งที่พระองค์ทรงเรียกร้อง และเดินตามหนทางของพระองค์ในการปรนนิบัติพระองค์อย่างไร. ในเลวีติโก 14:14 ได้ใช้วิธีการเดียวกันนี้ในการชำระคนโรคเรื้อน. กรณีนี้บ่งชี้ว่าในสายพระเนตรของพระเจ้านั้น คนบาปอย่างเราซึ่งถูกแต่งตั้งให้เป็นปุโรหิตของพระองค์นั้นล้วนแต่ไม่สะอาดเช่นเดียวกับคนโรคเรื้อน.
อซด. 29:21 1 การนำเอาเลือดและน้ำมันชโลมมาประพรมอาโรนและบุตรของเขา รวมถึงเสื้อของพวกเขาเพื่อแบ่งแยกบริสุทธิ์พวกเขานั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระเจ้าทรงประพรมเรา ผู้เป็นปุโรหิตแห่งพันธสัญญาใหม่ และประพรมการประพฤติ (เสื้อผ้า) ของเราด้วยพระโลหิตแห่งการไถ่ของพระคริสต์และพระวิญญาณที่ผสมผสานรวมกัน (น้ำมันชโลม—30:22–23) เพื่อแบ่งแยกเรา ให้บริสุทธิ์ต่อพระเจ้า. เลือดมีความหมายเป็นนัยถึงการสิ้นสุดและการไถ่ ส่วนน้ำมันชโลมมีความหมายเป็นนัยถึงการเริ่มต้นแห่งการเกิดใหม่และการเริ่มต้นใหม่. ในฐานะผู้ที่ถูกสิ้นสุด ได้รับการไถ่ และการเริ่มต้นแห่งการเกิดใหม่ ปุโรหิตทั้งหลายจึงมีการเริ่มต้นใหม่เพื่อพวกเขาจะได้ปรนนิบัติพระเจ้า (เทียบ รม.7:6).
ในข้อ 7 อาโรนถูกชโลมโดยปราศจากการประพรมด้วยเลือด. นี่คือแบบเล็งว่า พระเจ้าทรงชโลมพระคริสต์นอกเหนือจากการไถ่ (บพส.133:2). ทว่าในที่นี้จำเป็นต้องมีการชโลมครั้งที่สองโดยอาศัยน้ำมันชโลมและการประพรมของเลือดแห่งการไถ่ เพราะว่าอาโรนและบุตรของเขามีบาป ไม่เหมือนกับพระคริสต์. ในที่นี้กล่าวถึงเลือดเป็นประการแรกบ่งชี้ว่าเราต้องมีพระโลหิตแห่งการไถ่เป็นอันดับแรกจากนั้นเราจึงจะสามารถมีส่วนในพระวิญญาณแห่งการชโลม. ที่ใดที่พระโลหิตชำระ ที่นั่นพระวิญญาณก็ทรงชโลม (ดู 30:25 คำอธิบาย 1; 30:26 คำอธิบาย 1).
อซด. 29:21 ก อซด.29:7
อซด. 29:22 ก อซด.29:13
อซด. 29:22 1 ส่วนที่อุดมสมบูรณ์และหอมหวานที่สุดของเครื่องในแกะตัวผู้และโคนขาขวา รวมถึงขนมปังก้อนหนึ่ง กับขนมปังผสมกลมกลืนกับน้ำมันแผ่นหนึ่ง และขนมปังแผ่นบางแผ่นหนึ่งถูกเผาบนแท่นบูชาเป็นอาหารของพระเจ้าสำหรับความชอบพระทัยของพระองค์ (ข้อ 22–25). เนื้ออกด้านขวาของแกะตัวผู้ถูกแกว่งต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าก่อน แล้วจึงนำไปให้โมเซเป็นส่วนของเขา (ข้อ 26) ส่วนเนื้ออกซ้ายและโคนขาซ้ายถูกยกขึ้นต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า แล้วมอบให้เป็นส่วนของอาโรนและบุตรของเขา พร้อมกับขนมปัง (ข้อ 27–28, 31–32).
ไขมัน (ข้อ 22) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงด้านที่อ่อนโยนและดีเลิศของพระคริสต์เป็นส่วนที่มีไว้สำหรับพระเจ้า. ส่วนโคนขาขวาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ในฐานะกำลังของเราในการยืนหยัด. ขนมปังไม่มีเชื้อ ขนมปังผสมกลมกลืนกับน้ำมัน และขนมปังแผ่นบาง (ข้อ 2, 23) ต่างก็เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์เป็นอาหารที่ไม่มีความบาป พระคริสต์เป็นอาหารที่ผสมกลมกลืนกับพระวิญญาณนั้น และพระคริสต์เป็นอาหารที่ง่ายและเหมาะแก่การต้อนรับ อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการป้อนเลี้ยงผู้อ่อนเยาว์ตามลำดับ (ดู ลวต.2:4 คำอธิบาย 4). การนำเอาสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้ถือไว้ในมือของอาโรนและบุตรของเขา แกว่งไปมาเป็นเครื่องบูชาแกว่ง และเผาสิ่งเหล่านั้นบนเครื่องบูชาเผาบนแท่นเพื่อเป็นเครื่องบูชาสำหรับการสถาปนานั้น (ข้อ 24–25) เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ส่วนที่อ่อนโยน ดีเลิศ และแข็งแกร่งของพระคริสต์ พร้อมด้วยด้านต่างๆ แห่งสภาพมนุษย์ของพระองค์ที่ไม่มีบาปและได้ผสมกลมกลืนกับวิญญาณเป็นอาหารที่ถูกถวายแด่พระเจ้าในการสามัคคีธรรมแห่งการทนทุกข์ถึงตายบนกางเขนของพระองค์และในการเป็นขึ้นของพระองค์ (แกว่ง—ดู ข้อ 24 คำอธิบาย 1) เพื่อเป็นเครื่องบูชาอันหอมหวนที่ทรงพอพระทัยเพื่อเราจะสามารถรับหน้าที่ปุโรหิตแห่งพันธสัญญาใหม่.
อซด. 29:22 ข อซด.29:26, 27, 31, 34; ลวต.7:37; 8:22, 28, 29, 31, 33
อซด. 29:23 ก อซด.29:2–3
อซด. 29:23 1ก ขนมปัง ขนมปังผสมกลมกลืนกับน้ำมัน (Cake) และขนมปังแผ่นบางเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการประพฤติทางภายนอกของพระคริสต์ (ดู ลวต.2:1 คำอธิบาย 2). ความอุดมสมบูรณ์และความหวานชื่นแห่งสิ่งที่พระคริสต์ทรงเป็นทางภายใน (ข้อ 22) และความล้ำค่าแห่งการประพฤติทางภายนอกของพระคริสต์คือส่วนที่แบ่งแยกบริสุทธิ์สำหรับความอิ่มหนำของพระเจ้า.
อซด. 29:24 ก ลวต.7:30; อฤธ.6:20
อซด. 29:24 1 การแกว่งบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหว และเป็นแบบเล็งถึงการที่พระคริสต์ทรงเคลื่อนไหวในการเป็นขึ้นของพระองค์. ดังนั้นเครื่องบูชาแกว่งจึงเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ในการเป็นขึ้น. อันดับแรกนั้นเครื่องบูชาต้องถูก “ฆ่า” จากนั้นจึงถูกแกว่ง ซึ่งก็หมายถึงการเป็นขึ้น. ด้วยวิธีการเช่นนี้ของเครื่องบูชาเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นเครื่องบูชาต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าในการเป็นขึ้นของพระคริสต์.
อซด. 29:25 1 สิ่งเหล่านั้นที่เติมเต็มอยู่ในมือของปุโรหิต (ข้อ 24) ได้ถวายแด่พระเจ้า. นี่แสดงให้เห็นว่าการปรนนิบัติของปุโรหิตคือการนำพระคริสต์ถวายบูชาแด่พระเจ้าโดยวิธีการที่ละเอียดละออเพื่อให้พระองค์พอพระทัย (รม.15:16; ฮร.13:15–16).
อซด. 29:25 ก อซด.29:18
อซด. 29:26 1 อกเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความรัก. ดังนั้นเนื้ออกที่ถูกแกว่งเป็นเครื่องบูชาแกว่งจึงเป็นแบบเล็งของพระคริสต์ผู้เป็นขึ้นในความรัก.
อซด. 29:26 2 อกที่ใช้แกว่งกลายเป็นส่วนของโมเซ นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าสมรรถภาพแห่งรักของพระคริสต์ในการเป็นขึ้นของพระองค์มีไว้สำหรับผู้ที่เข้ารับหน้าที่ปุโรหิตเพื่อนำพระคริสต์มาหล่อเลี้ยงแก่เรา. เมื่อไรก็ตามที่เราซึ่งเป็นผู้ปรนนิบัติได้นำพระคริสต์ไปหล่อเลี้ยงให้แก่ผู้อื่น เราก็คู่ควรที่จะได้รับสุขตัวของพระคริสต์เองผู้ซึ่งเรานำไปหล่อเลี้ยงนั้น (เทียบ 1กธ.9:23).
อซด. 29:27 ก ลวต.7:34; 10:14–15; อฤธ.18:18
อซด. 29:27 1 โคนขาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกำลังและฤทธิ์เดช และการยกเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเสด็จสู่สวรรค์. ดังนั้นโคนขาที่ถูกยกขึ้นจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้เสด็จสู่สวรรค์และถูกยกชูในฤทธิ์เดช. ส่วนของปุโรหิตซึ่งมีเนื้ออกที่ถูกแกว่งและโคนขาที่ถูกยกขึ้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพวกเขารับสุขพระคริสต์ในการเป็นขึ้นที่เต็มด้วยความรักและรับสุขพระองค์ในการเสด็จสู่สวรรค์ที่เต็มด้วยฤทธิ์เดช.
อซด. 29:28 1 หรือ นี่จะเป็นบทบัญญัติถาวรที่ชาวอิสราเอล (ถือรักษา) เพื่ออาโรนและบุตรของเขา.
อซด. 29:28 ก ลวต.10:15; อฤธ.18:8
อซด. 29:28 2 พระเจ้า โมเซ และปุโรหิตต่างก็มีส่วนหนึ่งในเครื่องบูชาสันติสุขที่ได้ถวายบูชานั้น (ดู ข้อ 22 คำอธิบาย 1). ในด้านแบบเล็งนั้น ทั้งสามฝ่ายต่างก็ได้รับสุขพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งเป็นงานเลี้ยง. ในสถานการณ์เช่นนี้ช่างเต็มไปด้วยสันติสุขและความอิ่มหนำ. นี่ก็คือการเติมเต็มในมือเพื่อรับการสถาปนา(ดู 28:41 คำอธิบาย 1) และนี่ก็คือการแบ่งแยกบริสุทธิ์โดยแท้. ณ จุดนี้อาโรนและบุตรของเขาได้ถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์ แยกออกมาอย่างสิ้นเชิง และพวกเขาถูกชำระจนไม่มีความมลทิน สวมใส่เสื้อผ้าเพื่อปกปิดความเปลือยเปล่าได้รับการไถ่จากบาปแห่งนิสัย และเติมเต็มด้วยเครื่องบูชาที่เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์. พวกเขามีบางสิ่งบางอย่างอยู่ในมือไว้ถวายแด่พระเจ้าและพวกเขายังมีส่วนสำหรับความอิ่มหนำของพวกเขาด้วย. ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงมีคุณสมบัติอย่างครบถ้วนที่จะปรนนิบัติพระเจ้าในฐานะปุโรหิต.
เครื่องบูชาต่างๆ ที่เป็นอาหารของปุโรหิตล้วนเป็นแบบเล็งของพระคริสต์. ปุโรหิตกินเครื่องบูชาสันติสุข นี่ก็เป็นแบบเล็งว่าพวกเขาถูกก่อรูปด้วยพระคริสต์ ซาบซ่านด้วยพระคริสต์ และถูกเปลี่ยนแปลงด้วยพระคริสต์. ดังนั้นพวกเขาจึงถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์ทั้งในด้านของฐานะและในด้านของนิสัย. พวกเขาถูกแยกออกมาในด้านฐานะและเปลี่ยนแปลงในด้านนิสัย. นี่ก็คือความหมายที่ครบถ้วนของการแบ่งแยกบริสุทธิ์ในพระคัมภีร์ (รม.6:19 และคำอธิบาย 2).
อซด. 29:30 ก ลวต.8:33, 35
อซด. 29:30 1ก เจ็ดวันเป็นเครื่องหมายเล็งถึงช่วงเวลาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ นั่นก็คือตลอดชั่วชีวิตคริสเตียนของเรา ตั้งแต่เราได้รับความรอด จนถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จกลับมา. การสวมใส่เสื้อที่บริสุทธิ์เป็นเวลาเจ็ดวันเป็นเครื่องหมายเล็งว่าถ้าเราต้องการเป็นปุโรหิตที่ถูกต้องเพื่อปรนนิบัติพระเจ้า เราก็ต้องดำเนินชีวิตพระคริสต์ทุกๆ วัน สวมใส่พระองค์ในด้านต่างๆ เพื่อช่วงเวลาที่ครบถ้วนสมบูรณ์แห่งชีวิตคริสเตียนของเราบนแผ่นดินโลก.
อซด. 29:31 ก ข้อ 31–34; ลวต.8:31–32
อซด. 29:31 1 การเผามีความหมายเป็นนัยถึงการพิพากษาของพระเจ้า. ทุกสิ่งที่ถวายแด่พระเจ้าเพื่อการรับสุขของพระองค์จำต้องถูกพระองค์พิพากษา นั่นก็คือต้องถูกเผาด้วยไฟที่บริสุทธิ์ของพระองค์นั่นเอง (ข้อ 18, 25). อย่างไรก็ดี อาหารของปุโรหิตไม่ต้องถูกเผา ทว่าถูกต้ม ซึ่งไม่ได้มีความหมายเป็นนัยถึงการพิพากษา. (เทียบ 12:9 คำอธิบาย 1).
อซด. 29:32 ก เทียบ มธ.12:4
อซด. 29:32 1 พลับพลา กระโจมประชุมเป็นแบบเล็งของคริสตจักร. การกินเนื้อและขนมปังที่ประตูกระโจมประชุมเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ผู้เป็นพระผู้ไถ่ (เนื้อ) พร้อมด้วยสภาพมนุษย์ของพระองค์ (ขนมปัง) ทรงเป็นอาหารของเรา (ยฮ.6:51) ผู้ซึ่งเป็นปุโรหิตแห่งพันธสัญญาใหม่ในชีวิตคริสตจักรเท่านั้น.
อาหารสำหรับปุโรหิตคือส่วนที่ดีที่สุดของหนึ่งในสิบที่พลไพร่ชาวอิสราเอลถวายแด่พระเจ้าจากผลเก็บเกี่ยวในแผ่นดินงาม (อฤธ.18:26). การรับสุขส่วนนี้ตรงประตูกระโจมประชุมนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าการรับสุขที่ดีที่สุดของพระคริสต์อยู่ในการประชุมของคริสตจักร.
อซด. 29:33 ก ลวต.10:14, 17
อซด. 29:33 1 ดู ลวต.16:1 คำอธิบาย 1.
อซด. 29:33 ข ลวต.22:10
อซด. 29:33 2ข พระคริสต์ในฐานะอาหารที่บริสุทธิ์มีไว้ให้ผู้ที่บริสุทธิ์กินในสถานที่ที่บริสุทธิ์เท่านั้น (ข้อ 31–32) นั่นก็คือกินในท่ามกลางการประชุมของคริสตจักรนั่นเอง.
อซด. 29:34 1 การที่มีบางสิ่งเหลือจากส่วนที่ถวายให้แด่พระเจ้าและส่วนที่ปุโรหิตได้รับสุขนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ผู้ที่เราถวายแด่พระเจ้าเพื่อให้พระองค์รับสุข และเราก็รับสุขนั้นทรงหาที่สุดไม่ได้. การเผาส่วนที่เหลือเป็นเครื่อง หมายเล็งว่าความอุดมสมบูรณ์อันหาที่สุดไม่ได้ของพระคริสต์ควรถูกรักษาไว้ในความบริสุทธิ์ของพระเจ้าและโดยความบริสุทธิ์ของพระองค์ (ไฟ).
อซด. 29:34 2 ตามด้านแบบเล็งนั้น รุ่งเช้าหมายความถึงเวลาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จกลับมา (2ปต.1:19; มลค.4:2). การที่ไม่ให้ปุโรหิตกินเนื้อและขนมปังที่เหลืออยู่ถึงรุ่งเช้า แต่ให้เผาถวายเพื่อให้พระเจ้ารับสุขนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าเราควรรับสุขและประสบการณ์พระคริสต์ในวันนี้และไม่ควรเก็บพระคริสต์ไว้สำหรับการรับสุขของเราในอนาคตขณะที่พระองค์เสด็จกลับมา.
อซด. 29:35 ก ลวต.8:33, 35
อซด. 29:36 1 แปลตามตรงคือ ทำให้โคตัวผู้กลายเป็นความบาป (เทียบ 2กธ.5:21).
อซด. 29:36 2 เครื่องบูชาโคตัวผู้ที่ถวายทุกๆ วันจนครบเจ็ดวัน (ข้อ 35) เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปเพื่อการแบ่งแยกบริสุทธิ์ของปุโรหิตนั้นบ่งชี้ว่าถ้าเราต้องการปรนนิบัติพระเจ้าในฐานะปุโรหิต เราควรถวายพระคริสต์แด่พระเจ้าเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปของเราทุกๆ วันตลอดทั้งชีวิตคริสเตียนของเรา (เทียบ ข้อ 30 คำอธิบาย 1; ดู ข้อ 14 คำอธิบาย 1).
อซด. 29:36 ก อซด.29:14; 30:10
อซด. 29:36 3 แท่นบูชาถูกชำระโดยเลือดของเครื่องบูชาเผา เพื่อปกปิดบาปของสิ่งเหล่านั้นที่ถวายอยู่บนแท่นบูชานั้น. แท่นบูชายังถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์โดยการชโลมด้วยน้ำมัน. หลังจากที่แท่นบูชาถูกแยกบริสุทธิ์ แท่นนั้นก็กลายเป็นแท่นที่บริสุทธิ์ที่สุด และทุกสิ่งที่ถวายบนแท่นบูชานั้นก็จะกลับกลายบริสุทธิ์ในทันที (ข้อ 37).
อซด. 29:36 ข อซด.40:10
อซด. 29:37 ก อซด.30:29; มธ.23:19
อซด. 29:38 ก ข้อ 38–41; อฤธ.28:3–8
อซด. 29:38 1 อาหารประจำวันของพระเจ้าประกอบไปด้วยลูกแกะสองตัวเป็นเครื่องบูชาเผา (ข้อ 38–42ก). แป้งละเอียดผสมกลมกลืนกับน้ำมันเป็นเครื่องบูชาธัญญาหาร (ข้อ 40–41; ดู ลวต.2:4 คำอธิบาย 3) และเหล้าองุ่นเป็นเครื่องบูชาดื่ม (ข้อ 40–41) สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงด้านต่างๆ ของพระคริสต์. ลูกแกะเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ (ยฮ.1:29) ในฐานะผู้ที่น้อมฟังพระเจ้า (ฟป.2:8; รม.5:18–19) และถ่อมลงต่อหน้ามนุษย์ (ยซย.53:7). แป้งซึ่งทำจากแป้งสาลี (ข้อ 2) เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตและผู้ทรงก่อกำเนิดชีวิต (ยฮ.6:41; 12:24). น้ำมันเป็นแบบเล็งของพระคริสต์ในฐานะพระวิญญาณแห่งการชโลม (1กธ.15:45; 2กธ.3:17) และเหล้าองุ่นเป็นแบบเล็งของพระคริสต์ที่เรารับสุขและพระคริสต์ที่ถูกเทออกจากเราและด้วยกันกับเรากลับคืนสู่พระเจ้าเพื่อให้พระองค์ชอบพระทัย (เทียบ ฟป.2:17 และคำอธิบาย 1). แป้งสาลีเกิดจากการบดเมล็ดข้าวสาลี ส่วนน้ำมันและเหล้าองุ่นเกิดจากการบีบคั้นมะกอกเทศและองุ่นตามลำดับ. ทั้งการบดและการบีบคั้นต่างก็เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการงานแห่งกางเขน.
ทุกสิ่งที่ถวายเป็นอาหารแด่พระเจ้าล้วนแต่เป็นสิ่งที่บุตรหลานชาวอิสราเอลได้ปลูก เพาะเลี้ยง เก็บเกี่ยว และผ่านกระบวนการแล้ว. ดังนั้นสิ่งเหล่านั้นจึงเป็นทัศนะภายในต่อบุตรหลานชาวอิสราเอล. นี่บ่งชี้ว่าพระคริสต์ผู้ซึ่งเราถวายเป็นอาหารแด่พระเจ้านั้นต้องเป็นทัศนะภายในต่อเรา ขั้นตอนที่เราดำเนินชีวิตพระองค์และประสบการณ์พระองค์ในทุกๆ ด้านที่ได้กล่าวมาล้วนแต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการถวายพระองค์เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปในแต่ละวันของเรา (ข้อ 36).
อซด. 29:39 ก ยอค.46:13–15
อซด. 29:39 1 แปลตามตรงคือระหว่างเวลาเย็นสองช่วง ซึ่งชี้ถึงช่วงเวลาระหว่างตะวันตกดินและกลางคืน. (ดูเพิ่มเติมในข้อ 41 และ 30:8).
อซด. 29:40 1 ดู ลวต.23:13 คำอธิบาย 2.
อซด. 29:41 ก อซด.30:9; 40:29; ลวต.2:1
อซด. 29:41 ข อซด.29:18
อซด. 29:42 ก อฤธ.28:6
อซด. 29:42 ข อซด.25:22; อฤธ.17:4
อซด. 29:43 ก อซด.16:10
อซด. 29:45 ก อซด.25:8; ลวต.26:12; ซคย.2:10; 2กธ.6:16; เทียบ วว.21:3
อซด. 29:46 ก อซด.6:7
อซด. 29:46 1 การดำเนินชีวิตที่ได้บรรยายไว้ในบทนี้ ซึ่งเป็นบทที่เรามีเสื้อผ้าของปุโรหิต (ข้อ 29–30) อาหารของปุโรหิต (ข้อ 31–34) และอาหารที่ปุโรหิตถวายแด่พระเจ้า (ข้อ 35–42ข) ผลลัพธ์ก็คือพระเจ้าจะเสด็จมาพบเรา ร่วมกินกับเรา สนทนากับเรา และสถิตอยู่ท่ามกลางพวกเรา (ข้อ 42ข, 45-46).
สารบัญ