เอ็กโซโด บทที่ 28
(12) เสื้อผ้าของปุโรหิต
28:1–43
28:1–43
อซด.
28:1 จงนำ1กอาโรนพี่ชายของเจ้ากับบุตรชายของเขาออกมาจากท่ามกลางชนชาติอิสราเอลให้มาอยู่ใกล้เจ้า เพื่อจะได้เป็น2ปุโรหิตปรนนิบัติเรา คือทั้งอาโรน กับบุตรที่ชื่อขนาดาบ, อะบีฮู, เอละอาซาร, และอีธามาร.
อซด.
28:2 แล้วจงทำ1กเสื้ออันบริสุทธิ์สำหรับอาโรนพี่ชายของเจ้า 2เพื่อเป็นสง่าราศีและความงดงาม.
อซด.
28:3 และเจ้าจงกล่าวแก่คนทั้งปวงผู้มีกสติปัญญาในใจคือผู้ที่เราได้ให้เติมเต็มด้วยขวิญญาณแห่งสติปัญญา ให้เขาทำเสื้อให้อาโรน เพื่อเขาจะได้ถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์สำหรับปรนนิบัติเราในฐานะปุโรหิต.
อซด.
28:4 ให้เขาทำ1เสื้อดังต่อไปนี้ คือกทับทรวง, 2เอโฟด, ขเสื้อคลุม, คเสื้อตัวในที่3ทอขึ้น, มาลา, และงสายคาดเอว และให้เขาทำเสื้ออันบริสุทธิ์สำหรับอาโรนพี่ชายของเจ้าและบุตรของเขา เพื่อจะได้ปรนนิบัติเราในฐานะปุโรหิต
อซด.
28:5 ให้เขาเหล่านั้นใช้ด้ายทองคำ, ด้ายสีฟ้า, สีม่วง, สีแดงเข้ม, และผ้าป่านเนื้อละเอียด.
อซด.
28:6 กให้เขาทำเอโฟดนั้นด้วย1ด้ายทองคำ, ด้ายสีฟ้า, สีม่วง, สีแดงเข้ม, และใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียดด้วยฝีมือช่างผู้มีทักษะ.
อซด.
28:7 1แถบที่ผูกบ่าทั้งสองเส้นของเอโฟดนั้นให้ติดกับริมขอบบนทั้งสองข้างของเอโฟด เพื่อจะติดต่อเป็นอันเดียวกัน.
อซด.
28:8 กสายคาดเอวสำหรับ1คาดนั้นให้เชื่อมติดกับเอโฟดซึ่งทอด้วยฝีมือช่างผู้มีทักษะเช่นเดียวกับเอโฟดคือทำด้วยด้ายทองคำ, ด้ายสีฟ้า, สีม่วง, สีแดงเข้ม, และใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียด.
อซด.
28:9 แล้วให้ใช้1กโกเมนสองแผ่นสำหรับจารึกขชื่อลูกหลานชนชาติอิสราเอลไว้
อซด.
28:10 แผ่นที่หนึ่งให้จารึกชื่อหกชื่อ และแผ่นที่สองก็ให้จารึกไว้อีกหกชื่อตามลำดับการกำเนิดของพวกเขา.
อซด.
28:11 ให้ช่างฝีมือแกะจารึกชื่อเหล่าบุตรอิสราเอลไว้ที่เพชรพลอยทั้งสองแผ่นนั้นเช่นอย่างแกะตราแล้วฝังไว้ใน1กระเปาะทองคำ.
อซด.
28:12 เพชรพลอยทั้งสองแผ่นนั้นให้ติดไว้กับเอโฟดบนบ่าทั้งสองข้าง เพชรพลอยนั้นจะเป็นที่1ระลึกถึงชนชาติอิสราเอล และอาโรนจะแบกชื่อเขาทั้งหลายไว้บนบ่าทั้งสองต่อพระพักตร์พระยะโฮวาให้เป็น1ที่ระลึก.
อซด.
28:13 เจ้าจงทำกระเปาะด้วยทองคำ
อซด.
28:14 กับ1สร้อยสองสายด้วยทองคำบริสุทธิ์ โดยฝีมือช่างถักคล้ายเชือก แล้วติดไว้ที่กระเปาะทองคำนั้น.
อซด.
28:15 จงทำ1กทับทรวงสำหรับ2พิพากษาด้วยช่างฝีมือผู้มีทักษะ3เช่นเดียวกับเอโฟดนั้น คือทำด้วยด้ายทองคำ, และด้ายสีฟ้า, สีม่วง, และสีแดงเข้ม, และใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียด.
อซด.
28:16 ให้ทำทับทรวงนั้นเป็น1รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 1พับเป็นสองทบ ยาว2หนึ่งคืบ กว้าง2หนึ่งคืบ.
อซด.
28:17 จงฝัง1กเพชรพลอย2สี่แถวบนทับทรวงนั้น แถวที่หนึ่งฝังด้วย3ทับทิม, บุศราคัมน้ำอ่อน, และมรกต
อซด.
28:18 แถวที่สองฝังด้วย1พลอยสีแดง, ไพลิน, และเพชร
อซด.
28:19 แถวที่สามฝังด้วยโมราม่วง, โมรา, และเพทายม่วง
อซด.
28:20 แถวที่สี่ฝังด้วย1บุษราคัมน้ำแก่, โกเมน, และแก้วมณีโชติ เพชรพลอยทั้งหมดนี้ให้ฝังในกระเปาะทองคำ.
อซด.
28:21 เพชรพลอยเหล่านั้นมีสิบสองเม็ดตามชื่อเหล่าบุตรของอิสราเอลสิบสองคนนั้น แต่ละเม็ดมีหนึ่งชื่อ จารึกไว้เหมือน1แกะตรา เพื่อเป็นตัวแทนถึงสิบสองเผ่า.
อซด.
28:22 บนทับทรวงนั้นให้ทำเป็น1สายสร้อยด้วยทองคำบริสุทธิ์ถักด้วยช่างฝีมือคล้ายเชือก.
อซด.
28:23 แล้วให้ทำ1ห่วงทองคำสองอันติดไว้ที่ปลายทั้งสองข้างของทับทรวงนั้น.
อซด.
28:24 ส่วนสายสร้อยทองคำสองเส้นที่ถักขึ้นนั้นให้เกี่ยวห่วงที่ปลายทั้งสองข้างของทับทรวง.
อซด.
28:25 และปลายสายสร้อยทั้งสองข้างนั้นให้ติดกับกระเปาะทั้งสองซึ่งเชื่อมยึดกับแถบผูกบ่าทั้งสองข้างของเอโฟดนั้น.
อซด.
28:26 จงทำห่วงทองคำสองอันติดไว้ที่มุมล่างทั้งสองของทับทรวงซึ่งอยู่ที่ริมเอโฟดข้างใน.
อซด.
28:27 จงทำห่วงสองอันด้วยทองคำใส่ไว้ใต้แถบที่ผูกบ่าทั้งสองข้างตรงด้านหน้าของเอโฟดเหนือกสายคาดเอวที่ทอด้วยฝีมือช่างผู้มีทักษะ.
อซด.
28:28 ห่วงของทับทรวงให้ผูกติดกับห่วงของเอโฟดด้วย1แถบด้ายสีฟ้า และให้ทับทรวงทับบนสายคาดเอวที่ทอด้วยฝีมือช่างผู้มีทักษะของเอโฟด เพื่อมิให้ทับทรวงหลุดไปจากเอโฟด.
อซด.
28:29 แล้วอาโรนต้องมีชื่อเหล่ากบุตรอิสราเอลจารึกไว้ที่ทับทรวงแห่งการชี้ขาดติดไว้ที่1หน้าอกของตน ให้เป็นที่2ระลึกต่อพระพักตร์พระยะโฮวาเสมอเมื่อเขาเข้าไปในที่บริสุทธิ์นั้น.
อซด.
28:30 จงใส่1กอูริมและ2ทูมิมไว้ในทับทรวงแห่ง3การชี้ขาด และของสองสิ่งนี้จะอยู่ที่อกอาโรนเมื่อเข้าไปเฝ้าพระยะโฮวา อาโรนจะมี3เครื่องตัดสินชนชาติอิสราเอลไว้ที่อกของตนเสมอต่อพระพักตร์พระยะโฮวา.
อซด.
28:31 กจงทำ1เสื้อคลุมสำหรับเข้าชุดกับเอโฟดด้วย2สีฟ้าทั้งหมด.
อซด.
28:32 ให้ทำช่องคอกลางผืนของเสื้อนั้น แล้วขลิบรอบช่องคอเสื้อด้วยฝีมือช่างทอเช่นเดียวกับคอ1เสื้อทหาร เพื่อจะมิให้ขาดง่าย.
อซด.
28:33 ชายล่างเสื้อคลุมนั้นให้ปักเป็นรูปผล1ทับทิมด้วยด้ายสีฟ้า, สีม่วง, สีแดงเข้มรอบชายเสื้อ และให้ติด1ลูกพรวนทองคำระหว่างผลทับทิม
อซด.
28:34 คือลูกพรวนทองคำลูกหนึ่งแล้วมีผลทับทิมผลหนึ่ง ลูกพรวนทองคำลูกหนึ่ง แล้วมีผลทับทิมผลหนึ่งตลอดรอบชายเสื้อคลุมนั้น.
อซด.
28:35 อาโรนจะสวมเสื้อตัวนั้นเมื่อกำลังทำการปรนนิบัติ และจะได้ยินเสียงลูกพรวนเมื่อเข้าไปเฝ้าพระยะโฮวาในที่บริสุทธิ์ และเมื่อเดินออกมาเพื่อเขาจะไม่ตาย.
อซด.
28:36 กจงทำ1แผ่นทองคำบริสุทธิ์แล้วจารึกไว้เหมือนแกะตราว่า “2บริสุทธิ์แด่พระยะโฮวา”.
อซด.
28:37 แผ่นทองคำนั้นใช้1แถบด้ายสีฟ้าคาดไว้ข้างหน้ามาลา.
อซด.
28:38 แผ่นทองคำนั้นจะอยู่ที่หน้าผากอาโรน และอาโรนจะกแบกรับความผิดใน1สิ่งของที่ชนชาติอิสราเอลได้แยกบริสุทธิ์เพื่อเป็นเครื่อง1บรรณาการที่บริสุทธิ์ และแผ่นทองคำนั้นให้คาดอยู่ที่หน้าผากของอาโรนเสมอ เพื่อพระยะโฮวาจะได้ทรงรับสิ่งของเหล่านั้นจากเขา.
อซด.
28:39 กจงทอ1เสื้อตัวในด้วยด้ายป่านเนื้อละเอียด ส่วน1มาลานั้นจงทำด้วยผ้าป่านเนื้อละเอียด และ1ขสายคาดเอวนั้นก็ให้ปักด้วยฝีมือช่าง.
อซด.
28:40 จงทำเสื้อตัวใน สายคาดเอวและผ้าโพกศีรษะสำหรับบุตรของอาโรนให้มีสง่าราศีและงดงาม.
อซด.
28:41 จงให้อาโรนพี่ชายของเจ้าทั้งบุตรของเขาสวมเครื่องแต่งกายนั้น แล้วกชโลม1ขสถาปนาและแบ่งแยกเขาให้บริสุทธิ์ไว้ เพื่อเขาจะได้ปรนนิบัติเราในฐานะปุโรหิต.
อซด.
28:42 จงทำกกางเกงให้อาโรนด้วยผ้าป่านยาวตั้งแต่เอวลงถึงต้นขา เพื่อจะปกปิดความ1เปลือยกายของเขา.
อซด.
28:43 ให้อาโรนกับบุตรของเขาสวมกางเกงเมื่อเข้าไปในกระโจมประชุม และเมื่อเข้าใกล้แท่นจะปรนนิบัติ ณ ที่บริสุทธิ์ เพื่อเขาจะไม่ต้องแบกรับความผิดถึงตาย ให้ตัวเขาและเชื้อสายของเขาถือบทบัญญัตินี้เสมอไป.
คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 28
อซด.
28:1 ก ฮร.5:4
อซด.
28:1 1ก ในด้านแบบเล็ง อาโรนในฐานะมหาปุโรหิตนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงเป็นมหาปุโรหิตของเราที่อยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า (ฮร.4:14—7:28) ส่วนเหล่าลูกชายของอาโรนซึ่งเป็นปุโรหิตนั้นก็เป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้เชื่อที่อยู่ในพระคริสต์ซึ่งเป็นปุโรหิตทั้งหลายนั่นเอง. วว.1:6; 5:10; ดู วว.2:6 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 2.
อซด.
28:1 2 ตามลำดับของบทบันทึกอันศักดิ์สิทธิ์ในเอ็กโซโด ระบบกลุ่มปุโรหิตนั้นอยู่ลำดับหลังพลับพลา. ในด้านแบบเล็ง ระบบกลุ่มปุโรหิตและพลับพลาก็คือรูปกายจริงหนึ่ง ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคริสตจักรอันเป็นการประกอบกันขึ้นระหว่างพลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้ซึ่งเป็นพระนิเวศน์ฝ่ายวิญญาณ กับระบบกลุ่มปุโรหิตอันบริสุทธิ์ (1ปต.2:5 คำอธิบาย 7). การกล่าวถึงพลับพลาก่อนระบบกลุ่มปุโรหิตจึงเป็นการเน้นถึงความจำเป็นที่จะให้ผู้เชื่อทั้งหลายถูกก่อสร้างขึ้นเป็นที่ประทับของพระเจ้า เพื่อพวกเขาจะได้ปรนนิบัติพระเจ้าอย่างเป็นกลุ่มชน คือเป็นระบบกลุ่มปุโรหิตที่ร่วมประสานกัน (ดู รม.12:1 คำอธิบาย 7).
อซด.
28:1 ข อซด.6:23
อซด.
28:2 ก
อซด.
28:2 1ก เสื้อในด้านแบบเล็งนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการสำแดง (เทียบ ยซย.64:6; วว.19:8). เสื้อของปุโรหิตเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการสำแดงพระคริสต์ของเหล่าปุโรหิตที่กำลังปรนนิบัติอยู่. เหล่าปุโรหิตย่อมถูกแบ่งแยกให้บริสุทธิ์และแบ่งแยกถวายแด่พระเจ้าโดยเสื้ออันบริสุทธิ์ของพวกเขา (ข้อ 3).
อซด.
28:2 2 เสื้อของปุโรหิต ซึ่งมีเพื่อสง่าราศีและความงดงามเป็นสำคัญนั้น เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการสำแดงแห่งสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์และความงดงามฝ่ายมนุษย์. สง่าราศีเกี่ยวข้องกับสภาพพระเจ้าของพระคริสต์ คือคุณลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ (ยฮ.1:14; ฮร.1:3) ส่วนความงดงามนั้นเกี่ยวข้องกับสภาพมนุษย์ของพระคริสต์ คือคุณธรรมฝ่ายมนุษย์ของพระองค์. สภาพพระเจ้าของพระคริสต์ ซึ่งมีแบบเล็งโดยทองคำบนเสื้อของปุโรหิตนั้นมีเพื่อสง่าราศี ส่วนสภาพมนุษย์ของพระองค์ซึ่งมีแบบเล็งโดยด้ายสีฟ้า, สีม่วง, สีแดงเข้ม, และผ้าป่านเนื้อละเอียดนั้นมีเพื่อความงดงาม. ชีวิตที่สำแดงพระคริสต์พร้อมด้วยสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์และความงดงามฝ่ายมนุษย์นั้นได้แบ่งแยกเราให้บริสุทธิ์และทำให้เรามีคุณสมบัติที่จะกลายเป็นระบบกลุ่มปุโรหิต.
อซด.
28:3 ก อซด.31:6; 35:10, 25, 35; 36:1, 2, 8; 1พกษ.3:12
อซด.
28:3 ข พบญ.34:9; ยซย.11:2; อฟ.1:17; เทียบ อซด.31:3; 35:31
อซด.
28:4 1 ปุโรหิตทุกคนล้วนสวมกางเกงผ้าป่าน เสื้อตัวใน สายคาดเอว และมาลา (ข้อ 40–42; 26:8–9ก). นอกจากนี้มหาปุโรหิตยังสวมเสื้อคลุม เอโฟด แถบผูกบ่า และทับทรวง ทับเสื้อตัวในไว้และเขาก็สวมแผ่นจารึกไว้บนมาลา (ข้อ 36–37; 29:5–6).
อซด.
28:4 ก อซด.28:15; เทียบ วว.1:13
อซด.
28:4 2 เอโฟดเป็นแบบเล็งของพระคริสต์ที่ได้สำแดงอยู่ในสองนิสัยของพระองค์ คือสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์พร้อมด้วยคุณลักษณะและคุณธรรมของพระองค์ (ข้อ 6). เอโฟดเป็นส่วนหนึ่งของเสื้อปุโรหิตที่ใช้สำหรับผูกหรือมัด. ส่วนแถบที่ผูกบ่า 2 เส้นกับโกเมน 2 แผ่น (ดู ข้อ 9 คำอธิบาย 1) และทับทรวงกับเพชร 12 ชิ้นนั้น (ดูข้อ 15 คำอธิบาย 1) ถูกมัดและผูกไว้กับเอโฟด (ข้อ 12–28). กรณีนี้ก็เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ทรงยึด มัด และผูกคริสตจักรไว้กับตัวพระองค์เอง โดยสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์และความงดงามฝ่ายมนุษย์ของพระองค์ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอโฟด (2กธ.1:21; 2ปต.1:3ข; เทียบข้อ 2 คำอธิบาย 2, ข้อ 9 คำอธิบาย 1 และข้อ 15 คำอธิบาย 1).
อซด.
28:4 ข อซด.28:31; 29:5
อซด.
28:4 ค อซด.28:40; 29:8
อซด.
28:4 3 หรือ ถัก
อซด.
28:4 ง อซด.28:39; ลวต.8:7
อซด.
28:6 ก ข้อ 6–12; อซด.39:2–7
อซด.
28:6 1 ด้ายทองคำ, สีฟ้า, สีม่วง, สีแดงเข้ม, และใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียดล้วนเป็นด้ายที่มีสีต่างกัน. ทองเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสภาพพระเจ้าของพระคริสต์. สีฟ้าเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการอยู่ฝ่ายสวรรค์ของพระคริสต์, สีม่วงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเป็นเชื้อพระวงศ์หรือการเป็นกษัตริย์ของพระองค์, สีแดงจัดเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการไถ่ของพระองค์ที่ได้กระทำสำเร็จโดยการหลั่งพระโลหิตของพระองค์, และใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียดเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการดำเนินชีวิตมนุษย์ที่ละเอียดอ่อนของพระคริสต์ ซึ่งได้ปรากฏออกโดยการทนทุกข์ของพระองค์. ด้ายทองคำ, สีฟ้า, สีม่วง, และสีแดงเข้มล้วนถูกทอเข้ากับใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียดเพื่อนำมาทำเอโฟด. ดังนั้นเอโฟดจึงเป็นแบบเล็งถึงการประกอบกันขึ้นของพระคริสต์ซึ่งครอบคลุมถึงสภาพพระเจ้าของพระคริสต์, การเป็นกษัตริย์และการอยู่ฝ่ายสวรรค์ของพระองค์, การไถ่ของพระองค์, และสภาพมนุษย์ที่ละเอียดอ่อนของพระองค์ เพื่อการสำแดงสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์และความงดงามฝ่ายมนุษย์ของพระองค์. การทอด้วยทองคำเข้ากับใยป่านของเอโฟดนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการผสมกลมกลืนระหว่างสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์ที่อยู่ในพระคริสต์ ผู้ทรงเป็นมนุษย์พระเจ้า (ทั้งสองสภาพยังคงต่างกันในการผสมกลมกลืนนี้). โดยการกลายเป็นเนื้อหนังของพระคริสต์ ทองคำและใยป่าน ก็คือสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์ จึงได้ถูกทอเข้าด้วยกันหรือผสมกลมกลืนกัน. (ยฮ.1:1, 14). การผสมกลมกลืนนี้ย่อมกลายเป็นกำลังที่คอยผูกและฤทธิ์เดชที่คอยมัดเรายึดติดกับพระคริสต์.
ทองคำที่กลายเป็นด้ายนั้นบ่งชี้ถึงขั้นตอนอย่างหนึ่งคือ ทองคำได้ถูกตีแผ่จนกลายเป็นแผ่นบางๆ จากนั้นก็ถูกตัดเป็นด้าย และจากนั้นก็ถูกทอเข้ากับใยป่าน (ข้อ 39:3). ใยป่านยังต้องผ่านขั้นตอนจนกลายเป็นด้ายฟั่นเกลียว. กรณีนี้ก็ได้บรรยายว่าพระคริสต์ทรงกลายเป็นมนุษย์โดยการผ่านขั้นตอนอย่างหนึ่ง. ในการบังเกิดมาเป็นมนุษย์และโดยการทนทุกข์จากการดำเนินชีวิตมนุษย์ของพระองค์บนแผ่นดินโลก สภาพพระเจ้าของพระคริสต์และสภาพมนุษย์ของพระองค์จึงได้ผ่านขั้นตอนและถูกทอเข้าด้วยกัน คือผสมกลมกลืนกัน. พลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้ (เพชรพลอย) จึงถูกผูกไว้กับพระคริสต์ (อาโรน) โดยสิ่งทรงเป็นของมนุษย์พระเจ้าที่ได้ผ่านขั้นตอนแล้วของพระองค์ (เอโฟด).
ทองคำที่กลายเป็นด้ายนั้นบ่งชี้ถึงขั้นตอนอย่างหนึ่งคือ ทองคำได้ถูกตีแผ่จนกลายเป็นแผ่นบางๆ จากนั้นก็ถูกตัดเป็นด้าย และจากนั้นก็ถูกทอเข้ากับใยป่าน (ข้อ 39:3). ใยป่านยังต้องผ่านขั้นตอนจนกลายเป็นด้ายฟั่นเกลียว. กรณีนี้ก็ได้บรรยายว่าพระคริสต์ทรงกลายเป็นมนุษย์โดยการผ่านขั้นตอนอย่างหนึ่ง. ในการบังเกิดมาเป็นมนุษย์และโดยการทนทุกข์จากการดำเนินชีวิตมนุษย์ของพระองค์บนแผ่นดินโลก สภาพพระเจ้าของพระคริสต์และสภาพมนุษย์ของพระองค์จึงได้ผ่านขั้นตอนและถูกทอเข้าด้วยกัน คือผสมกลมกลืนกัน. พลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้ (เพชรพลอย) จึงถูกผูกไว้กับพระคริสต์ (อาโรน) โดยสิ่งทรงเป็นของมนุษย์พระเจ้าที่ได้ผ่านขั้นตอนแล้วของพระองค์ (เอโฟด).
อซด.
28:7 1 เอโฟดเป็นเหมือนเสื้อกั๊กมากกว่าเสื้อคลุม. แถบที่ผูกบ่าที่ติดกับเอโฟดทั้ง 2 เส้นทอด้วยฝีมือช่างผู้มีทักษะ (ข้อ 8, 27). ส่วนของเอโฟดทั้งหมดล้วนทำจากวัสดุอย่างเดียวกันและแข็งแรงพอที่จะพยุงโกเมนเอาไว้ได้. กระเปาะทองคำที่ยึดโกเมนทั้งสองเอาไว้ได้ถูกผูกไว้กับแถบที่ผูกบ่า (ข้อ 9–12).
อซด.
28:8 ก อซด.28:27–28; 29:5; ลวต.8:7
อซด.
28:8 1 สายคาดเอวของเอโฟดซึ่งคาดไว้รอบๆ ตัวของมหาปุโรหิตได้ถักทอขึ้นโดยช่างผู้มีทักษะ (29:5; ลวต.8:7).
อซด.
28:9 ก อซด.25:7
อซด.
28:9 1ก โกเมนทั้ง 2 ชิ้นถูกจารึกไว้ด้วยชื่อของบุตรหลานชาวอิสราเอล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงพลไพร่ของพระเจ้าที่ได้รับการไถ่และเปลี่ยนแปลงแล้ว (มธ.16:18; ยฮ.1:42; 1ปต.2:5; ดู ยนซ.2:12 คำอธิบาย 1) หมายเลข 2 นั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพยานของพระคริสต์. กรณีนี้บ่งชี้ว่าพระคริสต์ผู้ทรงเป็นมหาปุโรหิตทรงค้ำจุนคริสตจักรซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชื่อที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงแล้วไว้บนบ่าของพระองค์ ด้วยกำลังของพระองค์ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า. เทียบข้อ 22 คำอธิบาย 1.
อซด.
28:9 ข อซด.28:29
อซด.
28:11 1 แปลตามตรงคือ งานพับ, กระเปาะพับ, หรืองานลายถักเป็นเส้น. ในข้อ 13, 14, และ 25 ก็เช่นเดียวกัน. กระเปาะทองคำสำหรับโกเมนเป็นกระเปาะที่มีลายถักเป็นเส้น เป็นงานที่ละเอียดอ่อนซึ่งนำทองคำมาพับเป็นลวดลายที่งดงาม. กระเปาะเหล่านี้เป็นภาพบรรยายถึงสภาพพระเจ้าขององค์พระผู้เป็นเจ้าหลังจากที่ได้ผ่านขั้นตอนและการทนทุกข์มามากมาย (เทียบ ข้อ 6 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 2). การทำกระเปาะด้วยทักษะอย่างนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการงานที่ละเอียดอ่อนซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ใช้พระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์มากระทำ. กระเปาะที่มีลายถักเป็นเส้นนั้นเป็นทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งว่า มีเพียงสภาพพระเจ้าของพระคริสต์หรือพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์เท่านั้นที่สามารถค้ำจุนเราไว้ (2ปต.1:4). พระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์นี้ได้กลายเป็นฤทธิ์เดชที่คอยค้ำจุนเราไว้ในลักษณะที่งดงามและสง่าราศี.
โกเมนถูกผูกไว้กับแถบที่ผูกบ่าของเอโฟดเพื่อทำให้งดงามมากขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่าผู้เชื่อที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงซึ่งได้เสริมเติมแก่พระคริสต์นั้นคือเสริมเติมความงดงามให้กับพระองค์. โกเมนได้ฝังในกระเปาะทองคำที่มีลายถักเป็นเส้นซึ่งเสริมเติมความงดงามให้แก่โกเมน เป็นเครื่องหมายเล็งว่าการงานอันละเอียดอ่อนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เสริมเติมความงดงามของพระคริสต์ให้แก่ผู้เชื่อทั้งหลายซึ่งเป็นเพชรพลอย. นี่คือการเสริมเติมความงดงามซึ่งกันและกัน คือพระคริสต์กับผู้เชื่อซึ่งได้รับการเปลี่ยนแปลงแล้วเสริมเติมความงดงามแก่กันและกัน.
โกเมนถูกผูกไว้กับแถบที่ผูกบ่าของเอโฟดเพื่อทำให้งดงามมากขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่าผู้เชื่อที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงซึ่งได้เสริมเติมแก่พระคริสต์นั้นคือเสริมเติมความงดงามให้กับพระองค์. โกเมนได้ฝังในกระเปาะทองคำที่มีลายถักเป็นเส้นซึ่งเสริมเติมความงดงามให้แก่โกเมน เป็นเครื่องหมายเล็งว่าการงานอันละเอียดอ่อนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เสริมเติมความงดงามของพระคริสต์ให้แก่ผู้เชื่อทั้งหลายซึ่งเป็นเพชรพลอย. นี่คือการเสริมเติมความงดงามซึ่งกันและกัน คือพระคริสต์กับผู้เชื่อซึ่งได้รับการเปลี่ยนแปลงแล้วเสริมเติมความงดงามแก่กันและกัน.
อซด.
28:12 1 โกเมนทั้ง 2 ชิ้นบนแถบที่ผูกบ่าของเอโฟดได้กลายเป็นการระลึกถึงความทรงจำอันหวานชื่นต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า. คริสตจักรนั้นถูกผูกไว้กับพระคริสต์ ส่วนพระคริสต์ก็ค้ำจุนคริสตจักรไว้ต่อพระพักตร์พระเจ้าในฐานะความทรงจำที่นิรันดร์.
อซด.
28:14 1 สร้อยทองที่ทำด้วยด้ายทองที่ถักเข้าด้วยกันได้ยึดโกเมนที่อยู่ในกระเปาะทองคำไว้กับแถบที่ผูกบ่า. สิ่งเหล่านี้เป็นภาพบรรยายถึงสภาพพระเจ้าของพระคริสต์ได้อาศัยการผ่านขั้นตอน ซึ่งกลายเป็นเชือกทองคำที่ใช้สำหรับผูก (เทียบ ข้อ 6 คำอธิบาย 1 และข้อ 11 คำอธิบาย 1).
อซด.
28:15 ก ข้อ 15–28; อซด.39:8–21
อซด.
28:15 1ก ทับทรวงที่อยู่บนเอโฟดเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคริสตจักร ซึ่งเป็นการก่อสร้างพลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้บนพระคริสต์อย่างสิ้นเชิง. เพชรพลอยทั้ง 12 ชนิดซึ่งถูกฝังไว้บนทองคำนั้น (ข้อ 17–20) เป็นสัญลักษณ์เล็งถึงวิสุทธิชนซึ่งเป็นเพชรพลอยที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงแล้วได้ก่อสร้างเข้าด้วยกันในพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์ กลายเป็นกายจริงกายหนึ่ง คือคริสตจักรอันเป็นพระกายของพระคริสต์. (1กธ.3:10–12ก; อฟ.1:22–23). ดังนั้นทับทรวงจึงเป็นภาพย่อเกี่ยวกับการก่อสร้างแห่งพลไพร่ของพระเจ้า (ดู ยนซ.2:12 คำอธิบาย 1) ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้เชื่อที่อยู่ในพระคริสต์นั้นเป็นปัจเจกชนที่ต่างกัน แต่ก็ไม่แยกจากกัน (รม.12:5; 1กธ.12:27). เอโฟดและแถบที่ผูกบ่าของเอโฟดกับทับทรวงล้วนเป็นภาพบรรยายที่อัศจรรย์ของพระคริสต์กับคริสตจักร.
อซด.
28:15 2 ดู ข้อ 30 คำอธิบาย 3.
อซด.
28:15 3 ช่างผู้มีทักษะกับวัสดุที่ทำทับทรวงซึ่งเหมือนกับที่ทำเอโฟดนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ส่วนประกอบของการก่อร่างและการก่อรูปของคริสตจักรนั้นก็เหมือนกับพระคริสต์ (เทียบ ยนซ.2:18–24 พร้อมคำอธิบาย).
อซด.
28:16 1 “จัตุรัส” ชี้ถึงการปราศจากข้อบกพร่อง ส่วน “พับสองทบ” มีความหมายเป็นนัยถึงบางสิ่งที่เป็น 2 เท่า ด้วยเหตุนี้จึงหมายถึงพยาน. ดังนั้น “จัตุรัสและสองทบ” จึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพยานที่สมบูรณ์ดีพร้อม.
อซด.
28:16 2 หนึ่งคืบซึ่งเป็นความกว้างของหนึ่งฝ่ามือ เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเป็นอยู่ภายใต้สมรรถภาพของมือคนผู้หนึ่ง. ทับทรวงยาวคืบหนึ่งกว้างคืบหนึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่าคริสตจักรนั้นอยู่ภายใต้สมรรถภาพแห่งการดูแลของพระคริสต์ ซึ่งเกินกว่าที่เราจะหยั่งวัดได้และไร้จำกัด (เทียบ ยฮ.10:28).
อซด.
28:17 ก ข้อ 17–20; ยอค.28:13; วว.21:19–20
อซด.
28:17 1ก เพชรพลอย 12 ชิ้นบนทับทรวง ซึ่งมีชื่อของ 12 ชนเผ่าอิสราเอลจารึกอยู่นั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพลไพร่ของพระเจ้าทุกคนที่ได้รับการไถ่และการเปลี่ยนแปลง ได้ถูกก่อสร้างเข้าด้วยกันกลายเป็นรูปกายจริงกายหนึ่ง. เพชรพลอยไม่ได้ถูกเนรมิตสร้าง แต่ถูกก่อร่างขึ้นโดยการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่ถูกเนรมิตสร้าง. กรณีนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่าคริสตจักรก่อกำเนิดขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลง จากบางสิ่งที่อยู่ฝ่ายธรรมชาติจนกลายเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์. ในฐานะส่วนประกอบของคริสตจักร ผู้เชื่อซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากผงคลีดินนั้น (ยนซ.2:7) ต้องถูกเปลี่ยนแปลงในนิสัยฝ่ายมนุษย์ของพวกเขา โดยร่วมกับพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ ผ่านการงานของพระวิญญาณนั้น (2กธ.3:18) เพื่อกลายเป็นเพชรพลอยที่มีเพื่อการก่อสร้างที่นิรันดร์ของพระเจ้า (มธ.16:18; ยฮ.1:42; 1ปต.2:5; วว.21:18–20).
อซด.
28:17 2 หมายเลข 12 ซึ่งประกอบขึ้นจาก 4 (สิ่งทรงสร้าง) คูณกับ 3 (พระเจ้าตรีเอกภาพ) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการผสมกลมกลืนระหว่างพระเจ้าตรีเอกภาพกับสิ่งทรงสร้างของพระองค์ คือมนุษย์ เพื่อกระทำให้การบริหารแห่งการปกครองของพระเจ้าสำเร็จครบถ้วนและสำเร็จสมบูรณ์นิรันดร์ (ดู วว.21:12 คำอธิบาย 2, ข้อ 13 คำอธิบาย 1, และ วว.22:2 คำอธิบาย 4). เพชรพลอยนั้นถูกเรียงไว้ 4 แถว แถวละ 3 ชิ้น บ่งชี้ว่าผู้เชื่อไม่เพียงถูกเปลี่ยนแปลงเท่านั้น แต่ยังถูกผสมกลมกลืนกับพระเจ้าตรีเอกภาพด้วย. กระเปาะทองคำที่มีไว้ใส่เพชรพลอย (ข้อ 20) เป็นเครื่องหมายเล็งว่าผู้เชื่อที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงและผสมกลมกลืนนั้นล้วนถูกก่อสร้างอยู่ในพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์กลายเป็นรูปกายจริงกายหนึ่ง. พลไพร่เหล่านี้คือหมายเลข 12 ที่กระทำให้พระประสงค์ที่นิรันดร์ของพระเจ้าสำเร็จครบถ้วน และกลายเป็นการบริหารแห่งการปกครองอันศักดิ์สิทธิ์ในจักรวาล. ในโครงการที่นิรันดร์ของพระเจ้าและตามมุมมองที่นิรันดร์ของพระองค์ คริสตจักรที่อยู่ในพระทัยของพระคริสต์ (ข้อ 29) และคริสตจักรที่ถูกโอบอุ้มไว้ในฝ่าพระหัตถ์ของการดูแลแห่งรักของพระองค์นั้น (ข้อ 16ข) ก็คือการผสมกลมกลืนระหว่างพระเจ้าตรีเอกภาพกับสภาพมนุษย์ที่ได้รับการไถ่นั่นเอง.
อซด.
28:17 3 ดู วิวรณ์ 4:3 คำอธิบาย 2.
อซด.
28:18 1 หรือ แร่ที่ประกอบด้วยอะลูมิเนียมฟอสเฟต.
อซด.
28:20 1 หรือ เพทาย.
อซด.
28:21 1 การจารึกชื่อของ 12 ชนเผ่าบนเพชรนั้นสอดคล้องกับการสลักพระคริสต์เข้าสู่ใจของผู้เชื่อ เพื่อทำให้พวกเขากลายเป็นจดหมายที่มีชีวิตของพระคริสต์ และมีพระคริสต์ผู้เป็นเนื้อหาในจดหมายนั้น (ดู 2กธ.3:3 พร้อมคำอธิบาย). พระคริสต์ถูกสลักเข้าสู่ภายในผู้เชื่อโดยประสบการณ์ที่พวกเขามีต่อพระองค์. ตัวอักษรที่จารึกไว้บนเพชรทั้ง 12 ชิ้นนั้นเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นตัวอักษรในพยัญชนะฝ่ายสวรรค์ (เทียบ วว.22:13ก).
อซด.
28:22 1 สายสร้อยทองเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์ เมื่อได้ผ่านการทนทุกข์แล้วจึงกลายเป็นองค์ประกอบแห่งการต่อติดกัน. สร้อยทอง 2 เส้นต่อติดกับห่วงทองคำ 2 ห่วงที่มุมบนทั้งสองของทับทรวงและปลายสายสร้อยอีกข้างนั้นให้ติดกับกระเปาะทั้งสองซึ่งติดไว้ที่แถบยึดเอโฟดทั้งสองข้างบนบ่า (ข้อ 22–25; 39:15–18). บ่าเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกำลัง ส่วนอกหรือใจนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความรัก. สร้อยสองเส้นคล้องอยู่กับกระเปาะทั้งสองที่ผูกบ่าทั้งสองข้างเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์ที่ค้ำชูพลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้ พวกเขาถูกรักษาไว้ในความรักของพระคริสต์โดยพระกำลังของพระองค์ที่คอยแบกรับไว้.
อซด.
28:23 1 ห่วงทองคำของทับทรวงและเอโฟดนั้น (ข้อ 23, 26–28) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณของพระคริสต์ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่คอยยึดเหนี่ยวไว้. (เทียบ 25:26 คำอธิบาย 1).
อซด.
28:27 ก อซด.28:8
อซด.
28:28 1 มุมบนและมุมล่างของทับทรวงได้ยึดติดกับแถบผูกบ่าทั้งสองข้างของเอโฟด (ข้อ 22–25 และข้อ 22 คำอธิบาย 1). แถบด้ายสีฟ้าซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสภาพมนุษย์ฝ่ายสวรรค์ของพระคริสต์นั้นยึดทับทรวงไว้โดยห่วงทองคำ 2 อันซึ่งติดไว้ที่มุมล่างทั้งสองของทับทรวงกับห่วงทองคำสองห่วงซึ่งอยู่ใต้แถบที่ผูกบ่าทั้งสองข้างของเอโฟด ซึ่งทอด้วยฝีมือช่างผู้มีทักษะ (ข้อ 26–28; 39:19–21). ด้วยเหตุนี้คริสตจักร (ทับทรวง) จึงเชื่อมติดกับการสำแดงของพระคริสต์ (เอโฟด) โดยพระวิญญาณของพระองค์ (ห่วง) ร่วมกับสภาพพระเจ้า (สายสร้อยทอง) กับสภาพมนุษย์ของพระองค์ (เส้นใยป่าน).
อซด.
28:29 ก อซด.28:9–12
อซด.
28:29 1 แปลตามตรงคือ ใจ. ข้อถัดไปก็เช่นเดียวกัน.
อซด.
28:29 2 ทับทรวงที่ถูกยึดติดไว้บนหน้าอกของอาโรนให้เป็นที่ระลึกต่อพระพักตร์พระยะโฮวานั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคริสตจักรทั้งหมดอันเป็นรูปกายจริงกายหนึ่งที่ก่อสร้างขึ้นมา ซึ่งถูกยึดติดไว้กับพระทัยแห่งรักของพระคริสต์ เพื่อเป็นที่ระลึกหรือเป็นความทรงจำที่น่ายินดีต่อพระพักตร์พระเจ้า.
อซด.
28:30 ก ลวต.8:8; อฤธ.27:21; พบญ.33:8; ยฮซ.7:16–21; 1ซมอ.23:6, 9–12; 28:6; อษร.2:63; นฮย.7:65
อซด.
28:30 1ก หมายถึง ความสว่าง อุปกรณ์ให้ความสว่าง. อูริมเป็นอุปกรณ์ให้ความสว่างที่สอดไว้ในทับทรวง โดยอยู่ใต้เพชร 12 ชิ้นนั้น. อูริมสามารถบรรจุน้ำมันสำหรับติดไฟ และไฟที่ใช้เผาน้ำมันนี้ก็มาจากแท่นบูชา. อูริมมีอุปกรณ์ให้ความสว่างอยู่ 12 ชิ้น แต่ละชิ้นก็ให้ความสว่างแก่เพชรหนึ่งชิ้น ทำให้เพชรที่โปร่งใสเหล่านี้สามารถส่องแสงออกมาได้ (เดวิด บารอน). อูริมเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นความสว่างหรืออุปกรณ์ให้ความสว่าง (ยฮ.8:12; อฟ.5:14) ที่ส่องสว่างผ่านทางพระวิญญาณนั้น (น้ำมัน) และกางเขน (ไฟจากแท่นบูชา).
อซด.
28:30 2 หมายถึง สิ่งที่ทำให้สมบูรณ์ สิ่งที่ทำให้ครบถ้วน. ชื่อบนเพชร 12 ชิ้นบนทับทรวงมีพยัญชนะเฮ็บรายอยู่เพียง 18 ตัวเท่านั้น จากทั้งหมด 22 ตัว. ตัวอักษรที่เหลืออยู่อีก 4 ตัวอยู่บนทูมิม เพื่อทำให้สมบูรณ์และทำให้ครบถ้วน (เดวิด บารอน). โดยการส่องสว่างของอูริมบนเพชรแต่ละชิ้นนั้นพยัญชนะทั้งหมดจาก 22 ตัวจึงสามารถใช้สะกดคำและประโยคออกมาได้. ทูมิมเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ในฐานะที่ทรงเป็นสิ่งที่ทำให้สมบูรณ์และสิ่งที่ทำให้ครบถ้วน (ฮร.12:2). พระคริสต์ทรงเป็นพยัญชนะฝ่ายวิญญาณที่มีเพื่อการจารึก (ดูข้อ 21 คำอธิบาย 1) และการทำให้ครบถ้วน. อูริมและทูมิมรวมกันเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นพยานบุคคลของพระเจ้า พยานของพระเจ้า (วว.3:14) ซึ่งเป็นสื่อกลางให้พระเจ้าตรัสกับพลไพร่ของพระองค์ (ฮร.1:2). ในพันธสัญญาใหม่นั้น ความเที่ยงแท้ของอูริมและทูมิมก็คือวิญญาณที่ผสมกลมกลืน—พระวิญญาณของพระเจ้าที่เปิดเผยออกมาหรือพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งอาศัยอยู่ภายในวิญญาณที่เราได้รับมา คือวิญญาณมนุษย์ที่ได้รับการบังเกิดใหม่ของเรานั่นเอง (รม.8:4, 14).
อซด.
28:30 3 เมื่ออูริมและทูมิมถูกใส่เข้าไปที่ทับทรวงแล้ว ทับทรวงก็ไม่เป็นการระลึกเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นทับทรวงแห่งการพิพากษา. ณ ที่นี้ การพิพากษาของพระเจ้าซึ่งชี้ถึงกฎบัญญัติของพระเจ้ากับคำตัดสินและการพิพากษาตามกฎบัญญัติในพระบัญญัติ 33:8 และ 10 นั้นเกี่ยวข้องกับอูริมและทูมิม. ตามพันธสัญญาเดิม อูริมและทูมิมที่ถูกใส่เข้าไปในทับทรวงนั้นก็คือสื่อกลางให้พระเจ้าตรัสกับพลไพร่ของพระองค์ เพื่อชี้แนะการนำพาของพระองค์ให้แก่พวกเขา (ดู อ้างอิงในข้อ 30ก). การนำพาของพระเจ้าผ่านทางทับทรวงนั้นเกี่ยวข้องกับการพิพากษาเสมอ. กฎบัญญัติของพระเจ้าครอบคลุมถึงการพิพากษาของพระองค์ และการพิพากษาเหล่านี้ย่อมกลายเป็นการนำพาของพระเจ้า. ถ้าจะรู้จักการนำพาของพระเจ้าในประสบการณ์ฝ่ายวิญญาณ เราก็ต้องพิพากษาสิ่งที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนัง ตัวเอง คนเก่า และฝ่ายโลก. การนำพาของพระวิญญาณนั้นในโรม 8:14 ซึ่งเป็นความเที่ยงแท้แห่งการนำพาของพระเจ้าผ่านทางทับทรวงล้วนเป็นผลลัพธ์ที่มาจากการสรุปรวมของการพิพากษาทั้งปวงในโรม 8:1–13 (ดู ข้อ 14 คำอธิบาย 1).
ข้อเท็จจริงที่ว่าการตรัสของพระเจ้าอันเป็นการนำพาของพระองค์ที่ผ่านทับทรวงนั้น เป็นเครื่องหมายว่าพระเจ้าทรงทำให้พลไพร่ของพระองค์รู้จักการนำพาของพระองค์ผ่านทางคริสตจักร. การตรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าผ่านทับทรวงร่วมกับอูริมและทูมิมนั้น เรียกร้องให้ทำทับทรวงด้วยเพชร 12 ชิ้น ซึ่งสลักชื่อของบุตรหลานชาวอิสราเอลไว้ และคาดทับทรวงไว้ที่อกของมหาปุโรหิต. ในหลักการเดียวกัน การตรัสของพระเจ้าในวันนี้ผ่านทางคริสตจักรร่วมกับพระคริสต์เป็นผู้ให้ความสว่าง (อูริม) และผู้ทำให้สมบูรณ์ (ทูมิม) ก็เรียกร้องให้ก่อสร้างคริสตจักรร่วมกับผู้เชื่อที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา กลายเป็นเพชรที่โปร่งใส ซึ่งถูกจารึกไว้ด้วยพระคริสต์ผู้เป็นตัวอักษรของพยัญชนะฝ่ายวิญญาณ (2กธ.3:3) และยังแบกรับคริสตจักรไว้บนอกของผู้ที่นำพา.
ข้อเท็จจริงที่ว่าการตรัสของพระเจ้าอันเป็นการนำพาของพระองค์ที่ผ่านทับทรวงนั้น เป็นเครื่องหมายว่าพระเจ้าทรงทำให้พลไพร่ของพระองค์รู้จักการนำพาของพระองค์ผ่านทางคริสตจักร. การตรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าผ่านทับทรวงร่วมกับอูริมและทูมิมนั้น เรียกร้องให้ทำทับทรวงด้วยเพชร 12 ชิ้น ซึ่งสลักชื่อของบุตรหลานชาวอิสราเอลไว้ และคาดทับทรวงไว้ที่อกของมหาปุโรหิต. ในหลักการเดียวกัน การตรัสของพระเจ้าในวันนี้ผ่านทางคริสตจักรร่วมกับพระคริสต์เป็นผู้ให้ความสว่าง (อูริม) และผู้ทำให้สมบูรณ์ (ทูมิม) ก็เรียกร้องให้ก่อสร้างคริสตจักรร่วมกับผู้เชื่อที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา กลายเป็นเพชรที่โปร่งใส ซึ่งถูกจารึกไว้ด้วยพระคริสต์ผู้เป็นตัวอักษรของพยัญชนะฝ่ายวิญญาณ (2กธ.3:3) และยังแบกรับคริสตจักรไว้บนอกของผู้ที่นำพา.
อซด.
28:31 ก ข้อ 31–34; อซด.39:22–26; เทียบ วว.1:13
อซด.
28:31 1 เสื้อคลุมยาวกับเครื่องประดับทั้งหมดที่มหาปุโรหิตสวมอยู่นั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคริสตจักรอันเป็นความบริบูรณ์และการสำแดงของคุณลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์กับคุณธรรมฝ่ายมนุษย์ของพระคริสต์ (อฟ.1:22–23). ความงดงามและความบริบูรณ์ของเสื้อผ้ามหาปุโรหิตประกอบด้วยทับทรวง แถบผูกบ่า และเสื้อคลุมยาว ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นแบบเล็งถึงคริสตจักร. นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าความงดงามและความบริบูรณ์ของพระคริสต์นั้นอยู่ในคริสตจักร.
อซด.
28:31 2 เสื้อคลุมยาวซึ่งเป็นสีฟ้าทั้งหมด เป็นเครื่องหมายเล็งว่าคริสตจักรนั้นอยู่ฝ่ายสวรรค์อย่างสิ้นเชิง โดยมีชีวิต เนื้อแท้ และฐานะฝ่ายสวรรค์ (อฟ.1:3; 2:6).
อซด.
28:32 1 ความหมายตามภาษาเดิมนั้นไม่แน่ชัด. การอ้างอิงถึงเสื้อทหารในที่นี้บ่งชี้ว่าการปรนนิบัติอย่างปุโรหิตนั้นคือการสู้รบอย่างหนึ่ง (ดู อฤธ.1:3 คำอธิบาย 2).
อซด.
28:33 1 ผลทับทิมและลูกพรวนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเสื้อคลุมนั้นเกี่ยวข้องกับคริสตจักร (ดู ข้อ 31 คำอธิบาย 1). ผลทับทิมในพระคัมภีร์นั้นเต็มไปด้วยเมล็ด ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิต. ผลทับทิมที่ทำด้วยใยป่านเป็นเครื่องหมายเล็งถึงความบริบูรณ์ของชีวิตที่สำแดงอยู่ในสภาพมนุษย์ของคริสตจักร. เสียงของลูกพรวนเป็นการเตือนไม่ให้มหาปุโรหิตสะเพร่าจนถึงแก่ความตาย (ข้อ 35). ลูกพรวนนั้นทำมาจากทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งว่าเสียงเตือนในคริสตจักรนั้นมีต้นกำเนิดมาจากสภาพพระเจ้าของคริสตจักร. ผลทับทิมและลูกพรวนเป็นเครื่องหมายเล็งว่าการพูดของคริสตจักรนั้นมาจากสภาพพระเจ้าของคริสตจักรโดยมีความบริบูรณ์แห่งชีวิตเป็นพื้นฐาน ซึ่งได้สำแดงอยู่ในสภาพมนุษย์ของคริสตจักร. การสำแดงแห่งชีวิตและพระสุรเสียงอันศักดิ์สิทธิ์นี้ก็คือเครื่องหมายของชีวิตคริสตจักรที่ถูกต้อง.
อซด.
28:36 ก ข้อ 39–37; อซด.39:30–31; ลวต.8:9
อซด.
28:36 1 หรือ ดอกไม้ดอกหนึ่ง. แผ่นทองคำก็คือมงกุฎอันบริสุทธิ์ (29:6) มาลาหรือดอกไม้ดอกหนึ่ง.
อซด.
28:36 2 ความบริสุทธิ์ก็คือตัวของพระเจ้าเองในด้านพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์ของพระองค์ ซึ่งในที่นี้มีเครื่องหมายเล็งถึงโดยทองคำบริสุทธิ์. การแบ่งแยกบริสุทธิ์นั้นเป็นเรื่องของการได้รับพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่ตัวเราเพื่อทำให้เราบริสุทธิ์ เหมือนกับสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น (ดู รม.6:19 คำอธิบาย 2). การจารึกว่า “บริสุทธิ์แด่พระยะโฮวา” บ่งชี้ว่าระบบกลุ่มปุโรหิตทั้งหมดได้ถูกแบ่งแยกบริสุทธิ์ถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าแบ่งแยกถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า และซึมซาบไปด้วยองค์พระผู้เป็นเจ้า.
ในถ้อยคำสรุปเกี่ยวกับเสื้อผ้าฝ่ายปุโรหิตนั้น (ข้อ 36–43) ทองคำและใยป่านก็คือวัตถุดิบสำคัญสองอย่างที่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความบริสุทธิ์ในสภาพพระเจ้าและความชอบธรรมในสภาพมนุษย์. ด้วยเหตุนี้เสื้อผ้าของปุโรหิตจึงเป็นการสำแดงความบริสุทธิ์สำหรับสง่าราศีและการสำแดงความชอบธรรมสำหรับความงดงาม. ปุโรหิตที่ปรนนิบัติพระเจ้าต้องสำแดงคุณธรรมแห่งความบริสุทธิ์ต่อพระเจ้าและความชอบธรรมต่อมนุษย์.
ในถ้อยคำสรุปเกี่ยวกับเสื้อผ้าฝ่ายปุโรหิตนั้น (ข้อ 36–43) ทองคำและใยป่านก็คือวัตถุดิบสำคัญสองอย่างที่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความบริสุทธิ์ในสภาพพระเจ้าและความชอบธรรมในสภาพมนุษย์. ด้วยเหตุนี้เสื้อผ้าของปุโรหิตจึงเป็นการสำแดงความบริสุทธิ์สำหรับสง่าราศีและการสำแดงความชอบธรรมสำหรับความงดงาม. ปุโรหิตที่ปรนนิบัติพระเจ้าต้องสำแดงคุณธรรมแห่งความบริสุทธิ์ต่อพระเจ้าและความชอบธรรมต่อมนุษย์.
อซด.
28:37 1 แผ่นทองคำถูกคาดไว้ด้วยแถบด้ายสีฟ้า เป็นเครื่องหมายเล็งว่าแผ่นทองคำได้รับการค้ำจุนจากกำลังฝ่ายสวรรค์. กรณีนี้บ่งชี้ว่าความบริสุทธิ์ที่แท้จริงนั้นอยู่ฝ่ายสวรรค์ ไม่ใช่ฝ่ายแผ่นดินโลก.
อซด.
28:38 ก ลวต.10:17; อฤธ.18:1; เทียบ ยซย.53:11; ยอค.4:4–6; ฮร.9:28; 1ปต.2:24
อซด.
28:38 1 สิ่งที่บริสุทธิ์ก็คือส่วนที่ดีที่สุดของผลผลิตจากแผ่นดินงามที่บุตรหลานชาวอิสราเอลได้นำมาถวายแด่พระเจ้าเพื่อเป็นเครื่องบรรณาการที่บริสุทธิ์ในช่วงที่พวกเขาถือเทศกาลเลี้ยง. ส่วนหนึ่งของเครื่องบรรณาการที่บริสุทธิ์เหล่านี้ได้ถูกแบ่งแยกไว้สำหรับพระเจ้าเองได้รับสุข และส่วนที่เหลือนั้นมีไว้ให้พลไพร่รับสุข. มหาปุโรหิตมีหน้าที่รับประกันว่าส่วนที่บริสุทธิ์ที่สุดนี้คือส่วนที่แบ่งแยกไว้แด่พระเจ้า มีเพื่อพระองค์อย่างสิ้นเชิงและนอกจากปุโรหิตแล้วไม่มีผู้ใดที่สัมผัสส่วนนี้ได้. ถ้าผู้ใดละเมิดกฎเกณฑ์แห่งความบริสุทธิ์ของพระเจ้าในส่วนนี้ มหาปุโรหิตก็จะแบกรับความบาปชั่วนั้นไป. ด้วยเหตุนี้จึงเขียนไว้ที่แผ่นทองคำว่า “บริสุทธิ์แด่พระยะโฮวา” กรณีก็เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ในฐานะมหาปุโรหิตของเรานั้นทรงแบกรับความรับผิดชอบในการทำการแบ่งแยกพลไพร่ของพระเจ้าให้บริสุทธิ์ในระดับสูงสุดและปกป้องความบริสุทธิ์ที่อยู่ภายในพวกเขาไว้สำหรับพระเจ้า (เทียบ อฟ.1:4; 1ธซ.3:13; 5:23).
อซด.
28:39 ก ข้อ 39–43; อซด.39:27–29; เทียบ ยอค.44:17–18; วว.1:13
อซด.
28:39 1 เสื้อตัวในที่ทอด้วยด้ายป่านเนื้อละเอียดเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการปกคลุมแห่งความชอบธรรมที่สมบูรณ์ในสภาพมนุษย์ที่ถูกจัดการแล้ว. มาลาที่ทอด้วยผ้าป่านเนื้อละเอียดเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสง่าราศีแห่งความชอบธรรมที่สมบูรณ์. สายคาดเอวที่ปักด้วยฝีมือช่างเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเพิ่มกำลังโดยการงานแห่งการก่อรูปของพระวิญญาณนั้น. เสื้อผ้าของมหาปุโรหิตทั้งสามชิ้นกับกางเกงผ้าป่านนี้ (ข้อ 42) ล้วนเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ในฐานะความชอบธรรมที่ได้ปกคลุมร่างกายที่ตกต่ำของปุโรหิตไว้ทั้งหมด (ลก.15:22; 1กธ.1:30) ซึ่งได้สงวนชีวิตพวกเขาไว้และนำพวกเขาหลีกห่างจากความตาย (ข้อ 43).
อซด.
28:39 ข อซด.28:4; 29:9; ลวต.8:13.
อซด.
28:41 ก อซด.29:7; 30:30; 40:13, 15; ลวต.8:12, 30; อฤธ.3:3
อซด.
28:41 ข อซด.29:9, 22, 29, 33, 35; 32:29; ลวต.8:33; 16:32; 21:10
อซด.
28:41 1ข แปลตามตรงคือ เติมเต็มมือทั้งสองของเขา. ใช้เหมือนกันตลอดทั้งเล่ม.
อซด.
28:42 ก ลวต.6:10; 16:4; ยอค.44:18
อซด.
28:42 1 ชี้ถึงมนุษยชาติที่เต็มด้วยความบาปในสายพระเนตรของพระเจ้า ซึ่งบ่งชี้เป็นพิเศษถึงร่างกายจากเอวจนถึงโคนขา (เทียบ ยนซ.3:7).