การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

เอ็กโซโด บทที่ 27

(9) แท่นสำหรับเครื่องบูชาเผา
27:1–8
อซด. 27:1 กจงทำ1ขแท่น2รูปสี่เหลี่ยมด้วย3ไม้ซิติม ให้ยาว4ห้าศอก กว้าง4ห้าศอก สูง 5สามศอก.
อซด. 27:2 จงทำ1กเชิงงอนไว้บนสี่มุม ให้เชื่อมติดอยู่กับแท่น และจงหุ้มแท่นด้วย2ทองเหลือง.
อซด. 27:3 จงนำหม้อสำหรับใส่มูลเถ้า พลั่ว อ่าง ขอเกี่ยวเนื้อ และถาดรองไฟ คือ1อุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับแท่นทั้งหมดให้ทำด้วยทองเหลือง.
อซด. 27:4 แล้วจงทำ1ตะแกรงด้วยทองเหลืองติดตั้งที่แท่นนั้น กับทำ2ห่วงทองเหลืองที่มุมทั้งสี่ของตะแกรง.
อซด. 27:5 ตะแกรงนั้นให้ตั้งอยู่ใต้1คิ้วผนังแท่น และให้ตั้งลงมา2กึ่งกลางแท่นนั้น.
อซด. 27:6 จงทำ1ไม้คานหามแท่นนั้นด้วยไม้ซิติมและหุ้มตัวด้วยทองเหลือง.
อซด. 27:7 ไม้คานนั้นให้สอดใส่ไว้ในห่วงทั้งสองของแท่นสำหรับหาม.
อซด. 27:8 แท่นนั้นทำด้วยกระดานแต่ข้างในให้กลวง จงทำตามแบบที่กชี้แจงแก่เจ้าแล้วบนภูเขานั้น.
(10) บริเวณภายนอกของพลับพลา
27:9–19
อซด. 27:9 กเจ้าจงสร้าง1ขบริเวณภายนอกของพลับพลานั้น ด้านใต้ให้มี2ผ้าบังทำด้วย3ใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียดยาวร้อยศอก
อซด. 27:10 ให้มี1เสายี่สิบต้นกับฐานทองเหลืองรองรับเสายี่สิบฐาน ส่วน2ขอและ2ราวสำหรับยึดเสานั้นให้ทำด้วยเงิน.
อซด. 27:11 ด้านเหนือให้มีผ้าบังยาวร้อยศอกเหมือนกัน กับเสายี่สิบต้นและฐานทองเหลืองยี่สิบฐาน ขอและราวสำหรับยึดเสานั้นให้ทำด้วยเงิน.
อซด. 27:12 ด้านทิศตะวันตกของบริเวณภายนอกนั้นให้มีผ้าบังกว้างห้าสิบศอกกับเสาสิบต้นและฐานรองรับเสาสิบฐาน.
อซด. 27:13 ด้านทิศตะวันออกของลานให้ยาวห้าสิบศอก.
อซด. 27:14 ผ้าบังริมประตูข้างหนึ่งให้กว้างสิบห้าศอก มีเสาสามต้นและฐานรองรับเสาสามฐาน.
อซด. 27:15 ที่ริมประตูอีกข้างหนึ่งให้มีผ้าบังกว้างสิบห้าศอก กับเสาสามต้นและฐานรองรับเสาสามฐาน.
อซด. 27:16 ให้มีกม่านกั้นที่1ทางเข้าของบริเวณภายนอกยาวยี่สิบศอกทำด้วยด้ายสีฟ้า สีม่วง สีแดงเข้มและใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียดและด้วย2ฝีมือของช่างปักกับเสาสี่ต้นและฐานรองรับเสาสี่ฐาน.
อซด. 27:17 เสาล้อมรอบบริเวณภายนอกทั้งหมดให้มีราวทำด้วยเงินสำหรับยึดเสาติดให้ต่อกันและขอบนเสาทำด้วยเงิน และฐานรองรับเสานั้นทำด้วยทองเหลือง.
อซด. 27:18 บริเวณภายนอกนั้นให้มีผ้าบังตายาวหนึ่งร้อยศอก กว้าง1ห้าสิบศอก สูง2ห้าศอก ทำด้วยใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียดให้มีฐานทองเหลืองด้วย.
อซด. 27:19 เครื่องใช้สอยทั้งปวงของพลับพลา และ1หลักหมุดทุกตัวของพลับพลา กับ1หลักหมุดทุกตัวของบริเวณภายนอกให้ทำด้วย2ทองเหลือง.
(11) การจุดประทีป
27:20–21
อซด. 27:20 กจงสั่งชนชาติอิสราเอลให้1สกัดน้ำมันมะกอกเทศบริสุทธิ์สำหรับจุดประทีป2เพื่อจะให้ประทีปนั้นส่องสว่างอยู่เสมอ.
อซด. 27:21 ใน1กระโจมที่ประชุมข้างนอกม่านบังซึ่งบัง2หีบแห่งพยานไว้นั้น ให้3อาโรนและบุตรหลานของอาโรนกตกแต่งประทีปต่อพระพักตร์พระยะโฮวา ตั้งแต่เวลา4พลบค่ำจนถึงรุ่งเช้า ให้ชนชาติอิสราเอลถือบทบัญญัตินี้ทุกชั่วอายุของเขาสืบไปเป็นนิตย์.

คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 27

อซด. 27:1 ก ข้อ 1–8; อซด.38:1–7
อซด. 27:1 ข อซด.29:12; 38:1; 40:10, 29; เทียบ ยอค.43:13–17; 1กธ.10:18
อซด. 27:1 1ข แท่นสำหรับเครื่องบูชาเผาที่อยู่ในบริเวณภายนอกของพลับพลาเป็นแบบเล็งถึงกางเขนของพระคริสต์ (ฮร.13:10).
อซด. 27:1 2 แท่นบูชาเป็นรูปสี่เหลี่ยม นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระเยซูผู้เป็นมนุษย์นั้นเป็นคนที่ซื่อตรง ครบสมบูรณ์ และไม่มีจุดบกพร่องใดๆ เหตุฉะนั้นพระองค์จึงมีคุณสมบัติที่เป็นการแทนที่และพระผู้ไถ่ของเรา (ดู มก.12:3 คำอธิบาย 1).
อซด. 27:1 3 ไม้ซิติมที่ใช้ทำแท่นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเยซูผู้ทรงเป็นมนุษย์นั้น (1ตธ.2:5) ซึ่งถูกพระเจ้าพิพากษาบนกางเขนเพื่อแทนที่เรา. ไม้ซิติมเป็นธาตุแท้และเนื้อแท้ของทั้งหีบพันธสัญญา (25:10) และแท่นบูชา นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า มีเพียงสภาพมนุษย์ที่บรรลุถึงมาตรฐานของหีบพันธสัญญา ซึ่งก็คือสภาพมนุษย์ของพระเยซูจึงสามารถเป็นการแทนที่ของเราเพื่อช่วยเราให้รอด.
อซด. 27:1 4 หมายเลข 5 เป็นตัวเลขแห่งความรับผิดชอบ ตัวเลข 5x5 เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ได้ทรงแบกรับความรับผิดชอบอย่างครบบริบูรณ์บนกางเขน เพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องทั้งสิ้นแห่งความชอบธรรม การแบ่งแยกบริสุทธิ์และสง่าราศีของพระเจ้า (ดู ยนซ.3:24 คำอธิบาย 1).
อซด. 27:1 5 หมายเลข 3 ในที่นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพ. การไถ่ที่สำเร็จบนกางเขนนั้น ไม่เพียงกระทำโดยตัวขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าเองเท่านั้น แต่ยังถูกกระทำสำเร็จโดยพระเจ้าตรีเอกภาพอีกด้วย. ทั้งสามพระภาคแห่งตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ร่วมมีส่วนในการสำเร็จการไถ่ (ฮร.9:14; มธ.27:46; กซ.2:14–15).
อซด. 27:2 ก อซด.29:12; 30:2; เทียบ ลวต.4:7, 30; 1พกษ.1:50; บพส.118:27
อซด. 27:2 1ก แปลตามตรง (รูปเขาสัตว์ 4 เขา) ที่มุม 4 มุมของแท่นบูชานั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าฤทธิ์เดชและกำลังแห่งการไถ่ของพระคริสต์ (เทียบ บพส.92:10ก) จะแผ่ไปสู่ทั้ง 4 ทิศของแผ่นดิน. การที่เชิงงอนและแท่นติดเป็นแผ่นเดียวกันชี้ว่าฤทธิ์เดชและกำลังแห่งการไถ่ของพระคริสต์นั้นไม่สามารถแยกออกจากกางเขนของพระคริสต์.
อซด. 27:2 2 ทองเหลืองที่ใช้หุ้มแท่นมาจากเตาเผาเครื่องหอม 250 เตา ของผู้ก่อกบฏที่ได้ถูกพระเจ้าพิพากษา (อฤธ.16:37–39). ด้วยเหตุนี้ ทองเหลืองที่อยู่บนแท่นทำให้ผู้คนนึกถึงการพิพากษาของพระเจ้าที่มีต่อกบฏ. ทองเหลืองในที่นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการพิพากษาอันชอบธรรมของพระเจ้าที่มีต่อพระคริสต์ซึ่งเป็นกาแทนที่ของเรา (ยซย.53:5; 2กธ.5:21; 1ปต.3:18).
อซด. 27:3 1 อุปกรณ์ทั้งปวงล้วนทำด้วยทองเหลือง นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าทุกสิ่งที่สัมพันธ์กับกางเขนล้วนมีไว้เพื่อการพิพากษาของพระเจ้า.
อซด. 27:4 1 ตะแกรงทองเหลืองที่อยู่ในแท่นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงตัวของพระคริสต์เองที่อยู่ในการงานแห่งการไถ่. ตะแกรงทองเหลืองข้างในกึ่งกลางของแท่น ตั้งขวางจากปลายข้างหนึ่งไปสู่ปลายอีกข้างหนึ่ง (ข้อ 5) ฟืนถูกวางไว้บนตะแกรงนี้และเครื่องบูชาถูกวางไว้บนฟืน. ขณะที่เผาฟืนและเครื่องบูชา ขี้เถ้าก็จะหล่นจากตะแกรงไปตกที่ข้างใต้ของแท่น ส่วนควันก็กลายเป็นกลิ่นอันหอมหวนลอยขึ้นไปสู่พระเจ้าเพื่อเป็นที่พอพระทัยของพระองค์. ขี้เถ้าเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เครื่องบูชาได้รับการโปรดปรานจากพระเจ้า และคนที่ถวายเครื่องบูชาก็ได้รับการอภัยแล้ว. พระเจ้าทรงรับสุขกลิ่นหอมที่มาจากการเผาเครื่องบูชา ส่วนคนที่ถวายเครื่องบูชาก็ได้รับสุขสันติสุข.
ตะแกรงทองเหลืองพร้อมด้วยห่วงและคานหาม เป็นเนื้อหาสาระของแท่น ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงเนื้อหาสาระทางภายในแห่งการไถ่ของพระคริสต์. ตะแกรงนั้นอยู่ในแท่น นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า การพิพากษาที่พระเจ้าทรงกระทำบนตัวของพระคริสต์ซึ่งเป็นการแทนที่ของเราไม่เพียงดำเนินการอยู่ภายนอก แต่ยิ่งไปกว่านั้น ได้บรรลุถึงส่วนต่างๆ ที่อยู่ภายในพระคริสต์ (บพส.22:14).
อซด. 27:4 2 ห่วงทองเหลืองที่อยู่มุมทั้ง 4 มุมของตะแกรงชี้ถึงพระวิญญาณที่นิรันดร์ (เทียบ 25:12 คำอธิบาย 1) พระคริสต์ได้ถวายพระองค์เองแด่พระเจ้าบนกางเขนโดยพระวิญญาณนี้ เพื่อสำเร็จการไถ่ (ฮร.9:14 กับคำอธิบาย 1). พระวิญญาณที่นิรันดร์เป็นฤทธิ์เดช กำลัง และประสิทธิภาพแห่งการไถ่ของพระคริสต์. การใช้งานของห่วงมี 2 ชั้น ได้แก่ ชั้นที่ 1 แบกรับน้ำหนักของตะแกรงพร้อมด้วยฟืนและเครื่องบูชาที่อยู่ข้างบนสำหรับการเผา ชั้นที่ 2 ทำให้สะดวกแก่การเคลื่อนย้ายแท่น (38:5, 7). ไฟที่เผาบนแท่นนั้นมาจากพระเจ้า (ลวต.9:24; เทียบ 2คนก.7:1) และจะไม่ดับเลยเป็นนิตย์ (ลวต.6:13) ขณะที่แท่นบูชามีการเคลื่อนย้าย ไฟก็ยังลุกโชนอยู่อย่างไม่หยุดยั้ง. การลุกโชนและการเคลื่อนไหวล้วนต้องอาศัยห่วง 4 ห่วงนี้ นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระวิญญาณที่นิรันดร์ทำให้การไถ่ของพระคริสต์มีประสิทธิภาพ และก็เป็นฤทธิ์เดชที่ทำให้กางเขนของพระคริสต์สามารถเคลื่อนไหวไปสู่ 4 ทิศของแผ่นดิน (1กธ.1:18; รม.1:16; 15:18–19; กจ.1:8; 1ธซ.1:5). วัสดุที่ใช้ทำห่วงและตะแกรงนั้นล้วนเหมือนกันและห่วงกับตะแกรงติดเป็นชิ้นเดียวกัน นี่บ่งชี้ว่า พระวิญญาณผู้ประทานชีวิต เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากพระคริสต์พระผู้ไถ่ (1กธ.15:45) และการไถ่ของพระองค์ทั้งยังได้ชี้ว่าพระคริสต์ก็คือพระวิญญาณนั้น (2กธ.3:17). พระคริสต์กับการไถ่ของพระองค์ ไม่ควรที่จะแยกออกจากพระวิญญาณนั้น (วว.5:6).
อซด. 27:5 1 “คิ้วผนัง” ที่อยู่ในแท่นอาจจะมีไว้เพื่อเพิ่มกำลังแก่ตะแกรง และกันความร้อนที่เกิดจากไฟที่ลุกโชนบนตะแกรงเพื่อปกป้องไม้ซิติมซึ่งประกอบเป็นฝาผนังของแท่น. ด้วยเหตุนี้ “คิ้วผนัง” อาจเป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งการเพิ่มกำลัง ซึ่งทำให้พระคริสต์ได้รับการค้ำจุนขณะที่ทนต่อการเผาผลาญแห่งการพิพากษาอันชอบธรรมของพระเจ้า และก็เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการปกป้องรักษา เพื่อให้พระคริสต์สามารถทนต่อการพิพากษาของพระเจ้าในสภาพมนุษย์ (ซึ่งมีแบบเล็งถึงโดยไม้ซิติม).
อซด. 27:5 2 หนึ่งศอกครึ่งที่อยู่บนตะแกรงและใต้ตะแกรง เป็นความสูงเท่ากับหีบแห่งพยาน (25:10). ตะแกรงของแท่นมีความสูงเท่ากับฝาปกปิดบาปของหีบพันธสัญญา นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า การไถ่ของพระคริสต์สำเร็จลุล่วงตามมาตรฐานแห่งข้อเรียกร้องอันแยกบริสุทธิ์ ชอบธรรม และสง่าราศีของพระเจ้า (เทียบ รม.3:24–25). ยิ่งกว่านั้น หนึ่งศอกครึ่งที่อยู่บนตะแกรงชี้ถึงประสิทธิภาพแห่งการไถ่ของพระคริสต์ (ซึ่งถูกชี้แจงโดยกลิ่มหอมของเครื่องบูชาที่ลอยขึ้น ซึ่งทำให้พระเจ้าทรงพอพระทัย) ก็ได้บรรลุถึงมาตรฐานแห่งข้อเรียกร้องของพระเจ้า.
อซด. 27:6 1 คานหามที่ทำด้วยไม้ซิติมหุ้มทองเหลือง (ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์เป็นบุคคลที่อยู่ภายใต้การพิพากษาของพระเจ้า) มีไว้เพื่อการเคลื่อนย้ายของแท่น (ข้อ 7). คานหามสอดเข้าในห่วงและถูกแบกหามโดยมนุษย์ นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า การเคลื่อนไหวแห่งพระคริสต์พระผู้ไถ่ ได้พึ่งฤทธิ์เดชของพระวิญญาณนั้น และโดยคริสตจักรที่เป็นพระกายแห่งกลุ่มชน ซึ่งมีผู้เชื่อมาร่วมประสานเพื่อการเป็นพยาน (1ธซ.1:5; ลก.10:1; กจ.1:8; 13:1–4; 16:6–10).
อซด. 27:8 ก อซด.25:40
อซด. 27:9 ก ข้อ 9–19; อซด.38:9–20
อซด. 27:9 ข อซด.38:9; 40:8; เทียบ วว.11:2
อซด. 27:9 1ข บริเวณภายนอกของพลับพลาเป็นเครื่องหมายเล็งถึง ขอบเขต และเส้นแบ่งเขตแห่งที่ประทับของพระเจ้า. ขนาดของบริเวณภายนอกนั้นยาว 100 ศอก กว้าง 50 ศอก เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (ข้อ 9–13). นี่เป็นครึ่งหนึ่งของสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาด 100 ศอก ดังนั้นจึงเป็นเครื่องหมายเล็งว่าบริเวณภายนอกเป็นพยานอย่างหนึ่ง พยานนี้มีครึ่งหนึ่งอยู่ในปัจจุบันและอีกครึ่งหนึ่งต้องรอในอนาคต. กรุงเยรูซาเล็มใหม่ในฐานะที่เป็นการสำเร็จสุดยอดแห่งการก่อสร้างของพระเจ้า จะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสที่ครบสมบูรณ์และครบถ้วนไม่ใช่สี่เหลี่ยมผืนผ้า (วว.21:16—เทียบ 25:10 คำอธิบาย 3).
อซด. 27:9 2 ถ้ามองแต่ไกล ลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของพลับพลาก็คือผ้าบังที่ทำด้วยผ้าป่านเนื้อละเอียดที่บริเวณภายนอก. ผ้าบังเหล่านี้ก็คือการสำแดงและเส้นแบ่งเขตทางภายนอกแห่งการก่อสร้างของพระเจ้า. ผ้าบังของบริเวณภายนอก เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ผู้ทรงเป็นความชอบธรรมของพระเจ้าได้ทรงกลายเป็นความชอบธรรมของคริสตจักร (1กธ.1:30) และทรงดำเนินชีวิตออกจากคริสตจักรเป็นเส้นแบ่งเขตและการสำแดงของคริสตจักร (ดู 5:20 คำอธิบาย 1; ฟป.3:9 คำอธิบาย 6; วว.19:8 คำอธิบาย 2).
ถ้าพิจารณาตามพลับพลาแล้ว การสำแดงแห่งการก่อสร้างของพระเจ้านั้น ข้างนอกคือความชอบธรรม ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งถึงโดยผ้าป่านเนื้อละเอียด ส่วนข้างในคือความบริสุทธิ์ ซึ่งมีเครื่องหมายเล็งถึงโดยทองคำ. ความชอบธรรมเป็นการสำแดงของพระเจ้าในการกระทำของพระองค์ ส่วนความบริสุทธิ์เป็นการสำแดงของพระเจ้าในด้านนิสัยของพระองค์. การสำแดงทางภายนอกของคริสตจักรที่มีต่อมนุษย์ควรเป็นความชอบธรรม ส่วนการสำแดงทางภายในที่มีต่อพระเจ้าควรเป็นความบริสุทธิ์ (เทียบ อฟ.4:24). เราจำต้องมีความชอบธรรมเป็นการสำแดงทางภายนอกก่อนแล้วจึงสามารถมีความบริสุทธิ์เป็นการสำแดงทางภายใน (ดู ยซย.5:16 คำอธิบาย 2 และ รม.6:19 คำอธิบาย 1).
อซด. 27:9 3 ดู 25:4 คำอธิบาย 2 และ 26:1 คำอธิบาย 2. การสำแดงแห่งความชอบธรรมของคริสตจักรควรจะเป็นการสำแดงของการดำเนินชีวิตแห่งสภาพมนุษย์ของพระคริสต์.
อซด. 27:10 1 เสาทองเหลืองเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ที่ถูกพระเจ้าพิพากษาเป็นกำลังแห่งการยืนและการค้ำจุน ส่วนฐานทองเหลืองเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ที่ถูกพระเจ้าพิพากษาเป็นพื้นฐาน (ดู 26:37 คำอธิบาย 2). วัสดุที่โดดเด่นที่สุดในบริเวณภายนอกคือทองเหลืองและผ้าป่าน. ผ้าบังที่ทำด้วยผ้าป่านถูกแขวนไว้บนเสาทองเหลืองอันตั้งอยู่บนฐานทองเหลือง นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ความชอบธรรมของพระเจ้าเป็นผลลัพธ์อันสืบเนื่องมาจากการพิพากษาของพระเจ้า. ในพระคริสต์มีองค์ประกอบแห่งการพิพากษาของพระเจ้า. เมื่อเราดำเนินชีวิตพระคริสต์ที่ถูกพิพากษา ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเราล้วนอยู่ภายใต้การพิพากษาของพระเจ้า. ในที่สุดเราก็กลายเป็นฐานรับและเสา เพื่อแบกรับความชอบธรรมของพระเจ้า ซึ่งก็คือการสำแดงของพระเจ้าเป็นเส้นแบ่งเขตและขอบเขตแห่งที่ประทับของพระองค์.
อซด. 27:10 2 ขอและราวที่อยู่บนเสานั้นทำด้วยเงิน หัวเสาก็หุ้มด้วยเงิน (38:17) เงินนี้ถูกเก็บจากพลไพร่ เพื่อปกปิดบาปของเขา (30:11–16; 38:25, 28). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าการไถ่ของพระคริสต์มาจากการพิพากษาแห่งความชอบธรรมของพระเจ้า. หัวเสาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสง่าราศีที่เป็นมงกุฎ ขอเป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งการยึดเหนี่ยวไว้ ส่วนราวเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกำลังแห่งการประสานสนิท. การไถ่ของพระคริสต์คือสง่าราศีของเรา และก็คือฤทธิ์เดชแห่งการยึดเหนี่ยวไว้และกำลังแห่งการประสานสนิทของเรา เพื่อนำเราที่เป็นเสาเชื่อมต่อกับความชอบธรรมของพระเจ้าและก็นำเราประสานสนิทกันและกัน. องค์ประกอบแห่งบริเวณภายนอกของพลับพลาบ่งชี้ว่า เมื่อไรที่เรานอบน้อมอยู่ภายใต้การพิพากษาอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า (ทองเหลือง) เราก็จะประสบการณ์การไถ่ของพระคริสต์ (เงิน) เมื่อนั้นการไถ่นี้จะทำให้เราเชื่อมกับความชอบธรรมของพระเจ้า (ใยป่าน) ซึ่งเป็นการสำแดงและพยานของพระเจ้า.
อซด. 27:16 ก อซด.26:36
อซด. 27:16 1 ประตูทางทิศตะวันออกของบริเวณภายนอกมีความกว้าง 20 ศอก และทั้งสองข้างของประตูมีผ้าบังที่ทำด้วยผ้าป่านเนื้อละเอียดกว้าง 15 ศอก (ข้อ 13–16). ประตูมีม่านกั้น ซึ่งถักทอด้วยใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียด ด้วยสีฟ้า สีม่วง และสีแดงเข้ม (ดู 25:4 คำอธิบาย 1 และ 2) ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์พระผู้ไถ่ทรงเป็นทางเข้าแห่งการก่อสร้างของพระเจ้า. ประตูมีเสา 4 ต้น และทางเข้า 4 ทางซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า การก่อสร้างของพระเจ้าเปิดออกต่อคนที่มาจากทั้ง 4 ทิศของแผ่นดิน (ดู ข้อ 2, 4). ที่ทั้งสองข้างของประตูมีเสา 3 ต้น และฐานรองรับ 3 ฐาน แต่สำหรับตัวประตูเองมีเสา 4 ต้นและฐานรองรับ 4 ฐาน นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ลักษณะภายนอกของทางเข้าบริเวณภายนอกของพลับพลานั้น ประกอบด้วยมนุษย์ (ซึ่งมีหมายเลข 4 เป็นเครื่องหมาย) แบกรับพระเจ้าตรีเอกภาพ (มีหมายเลข 3 เป็นเครื่องหมาย) กลายเป็นพยานหนึ่ง (ซี่งมีหมายเลข 2 เป็นเครื่องหมาย). เป้าหมายของกิตติคุณคือให้คนบาปที่กลับใจผ่านประตูแห่งการพิพากษาของพระเจ้า ณ ที่นี่ ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเขาล้วนได้ถูกพิพากษา หลังจากนั้น เขาได้เข้าสู่การก่อสร้างของพระเจ้า ซึ่งก็คือคริสตจักร ในที่นั่นเขาได้เป็นพยานถึงพระเจ้าตรีเอกภาพเข้าสนิทกับมนุษย์.
อซด. 27:16 2 ดู 26:1 คำอธิบาย 4.
อซด. 27:18 1 แปลตามตรงคือ กว้าง 50 และอีก 50.
อซด. 27:18 2 ผ้าบังตาที่ทำด้วยใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียดที่อยู่ระหว่างเสาทองเหลือง 2 ต้นนั้น กว้าง 5 ศอก สูง 5 ศอก (ข้อ 9–15, 18) ซึ่งเท่ากับความกว้างและความยาวของแท่นบูชา. นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าการไถ่ของพระคริสต์ (แท่นบูชา) สอดคล้องกับข้อเรียกร้องแห่งความชอบธรรมของพระเจ้า (ใยป่าน—เทียบ รม.3:24; 5:18).
อซด. 27:19 1 หลักหมุด 2 ชุดที่ใช้ในพลับพลาและบริเวณภายนอก เป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งการยืนหยัด และการยึดเหนี่ยวไว้. ฤทธิ์เดชนี้มาจากทองเหลือง ซึ่งก็คือมาจากการพิพากษานั่นเอง (ดู 26:37 คำอธิบาย 2). ภาพทิวทัศน์ในบริเวณภายนอกเต็มไปด้วยทองเหลือง คือเต็มไปด้วยการพิพากษาของพระเจ้า. การพิพากษาของพระเจ้าเป็นพื้นฐานอันมั่นคงและกำลังแห่งการยืนหยัดที่อยู่ในการก่อสร้างของพระเจ้า. ในชีวิตคริสตจักร เรายิ่งวางตัวเราเองอยู่ภายใต้การพิพากษาของพระเจ้าเราก็จะยิ่งมั่นคง.
อซด. 27:19 2 ตามความหมายฝ่ายวิญญาณของพลับพลาพร้อมด้วยเครื่องใช้สอยที่ถูกบรรยายนั้น ทองเหลืองก่อกำเนิดเงิน เงินนำมาซึ่งทองคำ เราได้เข้าสู่บริเวณภายนอกของพลับพลาโดยประสบการณ์แห่งการพิพากษาของพระเจ้า (ทองเหลือง) และได้เข้าสู่ที่บริสุทธิ์โดยการไถ่ของพระคริสต์ (เงิน) อันเป็นผลลัพธ์แห่งการพิพากษาของพระเจ้า จนกระทั่งเข้าสู่ที่บริสุทธิ์สุด ในนั้นทุกอย่างล้วนเป็นทองคำ นี่หมายความว่า ในที่นั่นเรารับสุขพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์และได้รับการแบ่งแยกบริสุทธิ์ ซึ่งก็คือสิ่งทรงเป็นอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าเป็นการสำแดงทางภายใน.
อซด. 27:20 ก ข้อ 20–21; ลวต.24:2–4
อซด. 27:20 1 ต้นมะกอกเทศเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ (เทียบ รม.11:17) น้ำมันมะกอกเทศสกัดเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณของพระคริสต์ ซึ่งก่อกำเนิดจากกระบวนการแห่งการกลายเป็นเนื้อหนัง การดำเนินชีวิตสภาพมนุษย์ การตรึงกางเขนและการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (1กธ.15:45; รม.8:9 และคำอธิบาย 4).
อซด. 27:20 2 แปลตามตรงคือ ทำให้ตะเกียง (แสง)ลอยสูงขึ้น. คันประทีปซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงเป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้าตรีเอกภาพนั้น ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ (25:31) แต่ทว่าไส้ตะเกียงที่ลุกโชนและส่องสว่างนั้นทำมาจากชีวิตพืช. ไส้ตะเกียงจะลุกโชนและส่องสว่างออกมาก็ต้องถูกซึมซาบด้วยน้ำมัน. ไส้ตะเกียงเป็นเครื่องหมายเล็งว่าสภาพมนุษย์ที่ได้รับการยกชูของพระคริสต์ลุกโชนและส่องแสงอันศักดิ์สิทธิ์ด้วยน้ำมันอันศักดิ์สิทธิ์.
อซด. 27:21 1 พลับพลาในฐานะกระโจมประชุม เป็นสถานที่ที่พระเจ้าพบปะกับพลไพร่ที่พระองค์ทรงไถ่ไว้และตรัสกับเขา (ลวต.1:1) ซึ่งเป็นแบบเล็งถึงการประชุมของคริสตจักร. ดังนั้นตามแบบเล็งแล้วการจุดตะเกียงชี้ถึงวิธีการประชุมที่ถูกต้อง. ทุกสิ่งทุกอย่างที่กระทำอยู่ในท่ามกลางการประชุมคริสตจักร ไม่ว่าจะเป็นการอธิษฐาน การร้องเพลง การสรรเสริญ หรือการเผยพระวจนะล้วนควรกระทำให้ตะเกียงนั้นส่องสว่าง.
อซด. 27:21 2 ในภาษาเดิม ในที่นี่ไม่มีคำว่า “หีบ” มีแต่ข้อความว่า ข้างนอกม่านซึ่งบังพยานไว้นั้น ซึ่งหมายความถึง ข้างนอกม่านซึ่งบังกฎบัญญัติที่อยู่ในหีบพันธสัญญาไว้นั้น. การประชุมของพลไพร่ของพระเจ้าส่วนใหญ่จะอยู่ในที่บริสุทธิ์ ไม่ใช่ที่บริสุทธิ์สุด. อย่างไรก็ตามเราประชุมในที่บริสุทธิ์ก็เพื่อเฝ้าคอยท่าที่จะเข้าสู่ที่บริสุทธิ์สุด. แสงตะเกียงทำให้เราสามารถมองเห็นด้านต่างๆ ของพระคริสต์ (ซึ่งมีแบบเล็งโดยอุปกรณ์เครื่องใช้นานาชนิดที่อยู่ในที่บริสุทธิ์) และยังมองเห็นหนทางที่มุ่งไปสู่ที่บริสุทธิ์สุด ซึ่งเป็นการมุ่งไปสู่ส่วนลึกของพระคริสต์ที่อยู่ในพระเจ้า.
อซด. 27:21 3 การจุดตะเกียงเป็นการปฏิบัติหน้าที่อันบริสุทธิ์ อันเป็นการปรนนิบัติของคนที่แยกบริสุทธิ์ (ปุโรหิต) ไม่ใช่การปรนนิบัติของคนทั่วไป. ตามพระคัมภีร์ทั้งเล่ม ปุโรหิตเป็นคนที่ถูกครอบครอง เติมเต็ม และซึมซาบโดยพระเจ้าและเป็นอยู่เพื่อพระเจ้าอย่างเด็ดขาด. ยิ่งกว่านั้น ปุโรหิตต้องใส่เสื้อของปุโรหิต (28:2) เสื้อนี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ที่ดำเนินชีวิตออกจากระบบกลุ่มปุโรหิต. การจุดตะเกียงในที่บริสุทธิ์จึงต้องการการปรนนิบัติของคนเช่นนี้.
ความสว่างในที่บริสุทธิ์ไม่ใช่แสงธรรมชาติและก็ไม่ได้เป็นแสงที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่เป็นความสว่างที่มาจากคันประทีป ซึ่งก็คือพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์. ถ้าเราจะประสบการณ์การจุดตะเกียงอย่างแท้จริงในท่ามกลางการประชุมคริสตจักร ก็จำต้องมีพระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้าตรีเอกภาพเป็นคันประทีป มีพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์เป็นทองคำ มีสภาพมนุษย์ที่ถูกยกชูของพระคริสต์เป็นไส้ตะเกียง และมีพระวิญญาณของพระคริสต์พร้อมด้วยขั้นตอนทั้งหมดแห่งกระบวนการที่พระคริสต์ดำเนินผ่านนั้นเป็นน้ำมัน นอกจากนั้นเรายังต้องเป็นคนที่แยกบริสุทธิ์เพื่อเป็นปุโรหิตและสวมเสื้อของปุโรหิตอันเป็นการสำแดงของพระคริสต์.
อซด. 27:21 ก เทียบ อซด.30:7–8; 2คนก.13:11
อซด. 27:21 4 ที่นี่ไม่ได้กล่าวถึงเวลากลางวัน. ยุคนี้เป็นยุคมืดไม่ใช่เวลากลางวัน. เหตุฉะนั้น ในยุคที่มืดมนนี้ เราต้องการแสงตะเกียงฉายส่องจนถึงฟ้าสว่าง (เทียบ รม.13:12; 2ปต.1:19).
สารบัญ