เอ็กโซโด บทที่ 26
(5) สิ่งปกคลุมของพลับพลา
26:1–14
26:1–14
อซด.
26:1 กเจ้าจงทำ1พลับพลาด้วยม่านสิบผืน ทำด้วย2ใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียด และด้าย3ขสีฟ้า, สีม่วง, สีแดงเข้ม จงปักรูป4คะรูบิมไว้ด้วยฝีมือ5ช่างผู้มีทักษะ.
อซด.
26:2 ม่านผืนหนึ่งให้ยาวยี่สิบแปดศอก กว้างสี่ศอก ม่านทุกๆ ผืนนั้นให้มีขนาดเท่ากัน.
อซด.
26:3 1ม่านห้าผืนให้เกี่ยวติดเป็นแถบเดียว และอีกห้าผืนนั้นให้เกี่ยวติดเป็นแถบเดียวกันด้วย.
อซด.
26:4 จงทำ1หูด้วยด้ายสีฟ้าติดไว้ที่ขอบริมม่านแถบที่หนึ่งสำหรับเชื่อมต่อ และที่ขอบริมม่านแถบที่สองก็ทำด้วยเช่นกัน.
อซด.
26:5 ที่ขอบริมม่านแถบที่หนึ่งให้ทำหูห้าสิบหู และที่ขอบริมม่านแถบที่สองให้ทำหูห้าสิบหูให้ตรงกัน.
อซด.
26:6 จงทำ1ขอทองคำห้าสิบขอสำหรับใช้เกี่ยวม่านให้เชื่อมต่อพลับพลากลายเป็นหลังเดียวกัน.
อซด.
26:7 เจ้าจงทำม่านด้วย1ขนแพะเป็นกระโจมที่2คลุมพลับพลาอีกสิบเอ็ดผืน.
อซด.
26:8 ให้ทำม่านทุกผืนยาวสามสิบศอก กว้างสี่ศอกให้มีขนาดเท่ากันทั้งสิบเอ็ดผืน.
อซด.
26:9 ม่านห้าผืนให้เกี่ยวติดกันต่างหาก และม่านอีกหกผืนให้เกี่ยวติดกันต่างหากเช่นกัน และม่านผืนที่หกนั้นจงพับเป็นสองทบให้ห้อยซ้อนลงมาข้างหน้าพลับพลานั้น.
อซด.
26:10 จงทำ1หูห้าสิบหูติดกับขอบริมม่านแถบที่หนึ่ง และทำ1หูอีกห้าสิบหูติดกับขอบริมม่านแถบที่สอง.
อซด.
26:11 แล้วทำ1ขอทองเหลืองห้าสิบขอ จงเกี่ยวขอที่หูม่านให้เชื่อมต่อด้วยกันกลายเป็นกระโจมหลังเดียวกัน.
อซด.
26:12 ส่วนชายม่านครึ่งหนึ่งซึ่งเหลืออยู่นั้น จงให้1ห้อยลงมาข้างหลังพลับพลา.
อซด.
26:13 ส่วนม่านคลุมพลับพลาซึ่งยาวเลยไปข้างละ1ศอกหนึ่งนั้น ให้ห้อยลงมาข้างๆ พลับพลาทั้งข้างนี้และข้างโน้นสำหรับใช้กำบัง.
อซด.
26:14 จงทำสิ่งคลุมกระโจมด้วย1กหนังแกะตัวผู้ย้อมสีแดง และจงคลุมข้างบนอีกชั้นหนึ่งด้วย2หนังปลาโลมา.
(6) ฝากระดานของพลับพลา
26:15–30
26:15–30
อซด.
26:15 กจงทำ1ฝากระดานของพลับพลานั้นด้วย2ไม้ซิติม.
อซด.
26:16 กระดานนั้นให้ยาวแผ่นละสิบศอก กว้าง1ศอกครึ่ง.
อซด.
26:17 ให้มี1เดือยแผ่นละสองเดือย เพื่อจะให้ยึดติดกัน กระดานทุกแผ่นของพลับพลาให้ทำอย่างนี้.
อซด.
26:18 ด้านใต้ของพลับพลาให้ทำกระดาน1ยี่สิบแผ่น.
อซด.
26:19 จงทำ1ฐานรองรับด้วยเงินสี่สิบอัน ใต้กระดานแผ่นหนึ่งให้มีฐานรองรับสองอัน สำหรับสวมเดือยสองอัน ใต้กระดานแผ่นถัดไปให้มีฐานรองรับสองอันสำหรับสวมเดือยสองอัน.
อซด.
26:20 ด้านที่สองของพลับพลาคือข้างทิศเหนือนั้นให้ทำกระดานอีกยี่สิบแผ่น
อซด.
26:21 และทำฐานรองรับด้วยเงินสี่สิบอัน ใต้กระดานแผ่นหนึ่งให้มีฐานรองรับสองอัน และใต้กระดานแผ่นถัดไปให้มีฐานรองรับสองอันเช่นกัน.
อซด.
26:22 ส่วนด้านหลังของพลับพลาคือทิศตะวันตกให้ทำกระดานอีกหกแผ่น.
อซด.
26:23 และทำอีกสองแผ่นที่มุมทั้งสองของด้านหลังพลับพลา.
อซด.
26:24 กระดานที่มุมทั้งสองนั้นข้างล่างให้ประกบเป็น1คู่ ข้างบนยอดของกระดานให้ยึดด้วยห่วงห่วงหนึ่ง ทั้งสองมุมต้องทำเช่นนี้ก็จะทำให้เกิดมุมสองมุม.
อซด.
26:25 รวมเป็นกระดาน1แปดแผ่นด้วยกัน และฐานเงินสิบหกอันสำหรับรับกระดานนั้น ใต้กระดานแผ่นหนึ่งให้มีฐานรองรับสองอัน ใต้กระดานแผ่นถัดไปก็มีฐานรองรับสองอัน.
อซด.
26:26 ให้ทำ1กลอนด้วยไม้ซิติมห้าอันสำหรับฝากระดานพลับพลาด้านหนึ่ง
อซด.
26:27 และกลอนอีกห้าอันสำหรับฝากระดานพลับพลาอีกด้านหนึ่ง และกลอนอีกห้าอันสำหรับฝากระดานพลับพลาด้านหลัง คือทิศตะวันตก.
อซด.
26:28 กลอนตัวกลางสำหรับ1ลอดผ่านให้ตลอดกันจากปลายข้างนี้ไปถึงปลายข้างโน้น.
อซด.
26:29 หุ้มกระดานเหล่านั้นด้วย1ทองคำ และทำ2ห่วงทองคำสำหรับให้กลอนลอดผ่าน และกลอนนั้นให้หุ้มด้วยทองคำ.
อซด.
26:30 พลับพลานั้นเจ้าจงทำตามกแบบที่เราได้ชี้แจงแก่เจ้าแล้วที่ภูเขานี้.
(7) ม่านที่อยู่ในพลับพลา
26:31–35
26:31–35
อซด.
26:31 กเจ้าจงทำ1ขม่านบังผืนหนึ่งของพลับพลาทอด้วยด้ายสีฟ้า สีม่วง สีแดงเข้ม และใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียดให้ปักเป็นรูปคะรูบีมไว้ด้วยฝีมือช่างผู้มีทักษะ.
อซด.
26:32 จงแขวนม่านบังนั้นด้วย1ขอทองคำไว้ที่2เสาไม้ซิติมทั้งสี่ที่หุ้มด้วยทองคำซึ่งตั้งอยู่บน3ฐานเงินสี่อัน.
อซด.
26:33 ม่านบังนั้นให้แขวนไว้กับ1ขอสำหรับเกี่ยวม่าน แล้วเอาหีบแห่งพยานนั้นเข้ามาไว้ข้างในม่านบัง และกม่านบังนั้นจะเป็นที่แบ่งพลับพลาระหว่างที่บริสุทธิ์กับขที่บริสุทธิ์ที่สุด.
อซด.
26:34 กฝาปกปิดบาปนั้นให้ตั้งไว้บนหีบแห่งพยานในที่บริสุทธิ์ที่สุด
อซด.
26:35 จงตั้งโต๊ะไว้ข้างนอกกม่านบังนั้นทางด้านเหนือของพลับพลา และจงตั้งขคันประทีปไว้ที่ด้านทิศใต้ของพลับพลาให้อยู่ตรงข้ามกัน.
(8) ม่านกั้นของพลับพลา
26:36–37
26:36–37
อซด.
26:36 กเจ้าจงทำ1ขม่านกั้นที่2ทางเข้ากระโจมนั้นด้วยด้ายสีฟ้า สีม่วง สีแดงเข้ม และใยป่านฟั่นเกลียวด้วยฝีมือช่างปัก.
อซด.
26:37 ให้ทำ1เสาห้าต้นด้วยไม้ซิติม สำหรับแขวนม่านกั้นที่ทางเข้า แล้วหุ้มเสานั้นด้วยทองคำ ขอเกี่ยวที่เสานั้นจงทำด้วยทองคำ แล้วเจ้าจงหล่อฐาน2ทองเหลืองห้าอันสำหรับรองรับเสานั้น.
คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 26
อซด.
26:1 ก ข้อ 1–14; อซด.36:8–19
อซด.
26:1 1 สิ่งปกคลุมของพลับพลามี 4 ชั้น. ชั้นที่ 1 ก็คือชั้นในสุด (ข้อ 1–6) ที่นี่ถูกเรียกว่า “พลับพลา” ประกอบด้วยม่าน 10 ผืนที่ทำด้วยใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียด และด้ายสีฟ้า สีม่วง สีแดงเข้ม. หมายเลข 10 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความครบถ้วนและความครบสมบูรณ์ของมนุษย์ (ดู วว.2:10 คำอธิบาย 2). ม่านที่ทำด้วยใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียดเป็นแบบเล็งถึงสภาพมนุษย์อันละเอียดอ่อนของพระคริสต์. ด้วยเหตุนี้ ม่านชั้นที่ 1 เป็นแบบเล็งว่าพระคริสต์ทรงเป็นมนุษย์ที่ละเอียดอ่อน ครบสมบูรณ์และครบถ้วนโดยไม่มีจุดบกพร่อง. และก็ไม่มีส่วนขาดหรือส่วนเกิน (ยฮ.19:4; 2กธ.5:21; ฮร.4:15; 7:26; 1ปต.2:22). ม่านชั้นนี้ไม่เพียงมีไว้เพื่อการปกคลุมเท่านั้น แต่ยังเป็นการปกป้องรักษาต่อฝากระดานและสิ่งทั้งปวงที่อยู่ในพลับพลา นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าสภาพมนุษย์ของพระเยซูปกคลุม ปกป้องรักษาและโอบล้อมผู้เชื่อทั้งปวงที่เป็นคริสตจักรของพระองค์. ม่านชั้นที่ 1 ประกอบขึ้นเป็นเพดานชั้นในของพลับพลาซึ่งก็คือการสำแดงทางภายในแห่งความงดงามและสง่าราศีของพระเยซูในสภาพมนุษย์ของพระองค์.
อซด.
26:1 2 ผ้าป่านเนื้อละเอียดเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการประพฤติที่ชอบธรรม (วว.19:8), ความละเอียดหมายถึงสม่ำเสมอ, ส่วนการฟั่นเกลียวในที่นี่หมายถึงถูกจัดการโดยผ่านการทนทุกข์ ดังนั้นจึงกระชับแน่นไม่หลวม. ใยป่านฟั่นเกลียวเนื้อละเอียดเป็นเครื่องหมายเล็งว่า การดำเนินชีวิตที่ละเอียดอ่อนของพระคริสต์ได้รับการสำแดงออกมาโดยการทนทุกข์และการทดลอง. (ดู 25:4 คำอธิบาย 1).
อซด.
26:1 ข อซด.26:31, 36; 28:6; 39:3, 8
อซด.
26:1 3ข ดู 25:4 คำอธิบาย 1.
อซด.
26:1 4 คะรูบิมบ่งชี้ว่าสง่าราศีของพระเจ้าปรากฏในสิ่งทรงสร้าง (ยอค.1:5, 22; 10:1, 18; ฮร.9:5). ในที่นี่ การปักภาพคะรูบิมไว้ที่ม่านซึ่งทำด้วยใยป่านเนื้อละเอียด เป็นเครื่องหมายเล็งว่าสง่าราศีของพระเจ้าปรากฏในเยซูผู้เป็นมนุษย์ที่เป็นผู้ถูกสร้าง (ยฮ.1:14; กซ.1:15). สำหรับจำนวนภาพคะรูบิมนั้นไม่มีข้อบันทึกอันใด นี่บ่งชี้ว่าสง่าราศีของพระเจ้าที่ปรากฏในสิ่งทรงสร้างของพระองค์นั้น คิดคำนวณไม่ได้ (เทียบ 25:19 คำอธิบาย 1 และข้อ 39 คำอธิบาย 1).
อซด.
26:1 5 ช่างผู้มีทักษะในที่นี่ก็คือผู้ปัก ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์. การปักภาพคะรูบิมไว้ที่ม่าน เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการงานแห่งการก่อรูปที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดำเนินการบนตัวพระเยซู เพื่อสง่าราศีของพระเจ้าจะได้ปรากฏในสิ่งทรงสร้าง. (เทียบ บพส.45:14 คำอธิบาย 1)
อซด.
26:3 1 หมายเลข 5 เป็นหมายเลขแห่งความรับผิดชอบ (เทียบ มธ.25:2 คำอธิบาย 1) ส่วนหมายเลข 2 เป็นหมายเลขแห่งพยาน (พบญ.19:15). ม่าน 5 ผืนของทั้งสองแถบล้วนเกี่ยวติดกัน (ข้อ 4–6) นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าชีวิตที่สืบเนื่องของพระเยซูเป็นชีวิตแห่งความรับผิดชอบเพื่อการเป็นพยาน.
ม่าน 5 ผืนที่เป็นสองแถบเกี่ยวติดกันเป็นผืนใหญ่ขนาด 40x28 ศอก. หมายเลข 28 ประกอบด้วย หมายเลข 4x7 หมายเลข 4 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงมนุษย์ที่เป็นสิ่งทรงสร้างของพระเจ้า (ยอค.1:5) ส่วนหมายเลข 7 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความครบถ้วน (ดู วว.1:4 คำอธิบาย 1). เหตุฉะนั้น ความยาวของม่านแต่ละผืนนั้นก็เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความครบถ้วนและความครบสมบูรณ์ของพระเยซูในฐานะที่เป็นมนุษย์ (เทียบ ข้อ 1 คำอธิบาย 1). หมายเลข 40 จึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการทดสอบและการทดลอง (ฮร.3:9; มธ.4:2). ด้วยเหตุนี้ 40 ศอกเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ความครบถ้วนและความครบสมบูรณ์ของพระเยซูในฐานะที่เป็นมนุษย์นั้น ได้ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจากพระเจ้าและมนุษย์แล้ว.
ตัวพลับพลายาว 30 ศอก กว้างและสูง 10 ศอก (ดู ข้อ 18 คำอธิบาย 1 และข้อ 33 คำอธิบาย 1). ขณะที่พลับพลาถูกตั้งขึ้น ม่านผ้าป่านเนื้อละเอียดผืนนี้ก็ปกคลุมเหนือฝากระดาน (ข้อ 15–30). ม่านทั้งผืนมีส่วนที่ห้อยลงมาข้างหลังพลับพลา 10 ศอก และด้านข้างทั้งสองข้างละ 9 ศอก แต่ด้านหน้าของพลับพลาซึ่งเป็นประตูทางเข้านั้นไม่มีส่วนที่ห้อยลงมา. หมายเลข 9 ประกอบด้วย หมายเลข 3x3 ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในการเป็นขึ้น. ส่วนที่ห้อยลงมาจากทั้งสองข้างมีความยาว 9 ศอก นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระเยซูทรงเป็นมนุษย์ที่ครบสมบูรณ์และครบถ้วนซึ่งหลั่งไหลพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในการเป็นขึ้นออกมาอย่างสม่ำเสมอและสมดุล.
ม่าน 5 ผืนที่เป็นสองแถบเกี่ยวติดกันเป็นผืนใหญ่ขนาด 40x28 ศอก. หมายเลข 28 ประกอบด้วย หมายเลข 4x7 หมายเลข 4 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงมนุษย์ที่เป็นสิ่งทรงสร้างของพระเจ้า (ยอค.1:5) ส่วนหมายเลข 7 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความครบถ้วน (ดู วว.1:4 คำอธิบาย 1). เหตุฉะนั้น ความยาวของม่านแต่ละผืนนั้นก็เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความครบถ้วนและความครบสมบูรณ์ของพระเยซูในฐานะที่เป็นมนุษย์ (เทียบ ข้อ 1 คำอธิบาย 1). หมายเลข 40 จึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการทดสอบและการทดลอง (ฮร.3:9; มธ.4:2). ด้วยเหตุนี้ 40 ศอกเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ความครบถ้วนและความครบสมบูรณ์ของพระเยซูในฐานะที่เป็นมนุษย์นั้น ได้ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจากพระเจ้าและมนุษย์แล้ว.
ตัวพลับพลายาว 30 ศอก กว้างและสูง 10 ศอก (ดู ข้อ 18 คำอธิบาย 1 และข้อ 33 คำอธิบาย 1). ขณะที่พลับพลาถูกตั้งขึ้น ม่านผ้าป่านเนื้อละเอียดผืนนี้ก็ปกคลุมเหนือฝากระดาน (ข้อ 15–30). ม่านทั้งผืนมีส่วนที่ห้อยลงมาข้างหลังพลับพลา 10 ศอก และด้านข้างทั้งสองข้างละ 9 ศอก แต่ด้านหน้าของพลับพลาซึ่งเป็นประตูทางเข้านั้นไม่มีส่วนที่ห้อยลงมา. หมายเลข 9 ประกอบด้วย หมายเลข 3x3 ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในการเป็นขึ้น. ส่วนที่ห้อยลงมาจากทั้งสองข้างมีความยาว 9 ศอก นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระเยซูทรงเป็นมนุษย์ที่ครบสมบูรณ์และครบถ้วนซึ่งหลั่งไหลพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในการเป็นขึ้นออกมาอย่างสม่ำเสมอและสมดุล.
อซด.
26:4 1 หูเป็นเครื่องหมายเล็งถึง ความสะดวกสำหรับการเชื่อมติด. หูติดไว้ที่ขอบริมม่านผืนนอกสุดของม่าน 5 ผืนทั้งสองแถบ นี่บ่งชี้ถึงผลลัพธ์ของชีวิตแห่งความรับผิดชอบเพื่อเป็นพยาน (ดู ข้อ 3 คำอธิบาย 1)
อซด.
26:6 1 ขอทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งการเชื่อมสนิทของพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์.
อซด.
26:7 1 ดู 25:4 คำอธิบาย 3. สิ่งปกคลุมชั้นที่ 2 เป็นแบบเล็งว่าพระคริสต์กลายเป็นความบาปแทนที่เรา (2กธ.5:21) และวายพระชนม์บนกางเขนเพื่อความบาปของเรา (1กธ.15:3; 1ปต.2:24; 3:18). สิ่งปกคลุม 2 ชั้นแรก รวมเข้าด้วยกันเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระเยซูผู้ทรงเป็นมนุษย์ที่ครบสมบูรณ์ ได้กลายเป็นความบาปในสายพระเนตรของพระเจ้าเพื่อการไถ่ของเรา.
อซด.
26:7 2 ในข้อ 1 สิ่งปกคลุมชั้นที่ 1 ของพลับพลาเองถูกเรียกว่าพลับพลา ในที่นี่ม่านที่ทำด้วยขนแพะคือกระโจมที่คลุมและปกป้องพลับพลา.
อซด.
26:10 1 ในฐานะที่เป็นมนุษย์ที่ครบสมบูรณ์ พระคริสต์ทรงอยู่ฝ่ายสวรรค์ แต่เมื่อพระองค์กลายเป็นความบาปเพื่อเรา พระองค์ไม่ได้อยู่ฝ่ายสวรรค์. เหตุฉะนั้นหูที่ติดไว้ที่สิ่งปกคลุมชั้นที่ 2 จึงไม่ได้ระบุว่าเป็นสีฟ้า (เทียบ ข้อ 4).
อซด.
26:11 1 ขอเป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งการเชื่อมสนิท ส่วนทองเหลืองเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการพิพากษาของพระเจ้า (อฤธ.16:39; 21:8–9). กระโจมเชื่อมต่อกันด้วยขอทองเหลือง นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า การพิพากษาอันชอบธรรมของพระเจ้าทำให้พระคริสต์ที่ถูกพิพากษาและทดสอบนั้นยังคงรักษาไว้ซึ่งความครบถ้วนของพระองค์.
อซด.
26:12 1 ม่านของสิ่งปกคลุมชั้นที่ 2 นั้นติดกันกลายเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 44x30 ศอก. สิ่งปกคลุมชั้นนี้ทำด้วยขนแพะ และห้อยลงมาข้างหลังพลับพลาและด้านข้างทั้งสอง (ข้อ 12–13) ดังนั้นมันจึงได้ปกคลุมฝากระดานและม่านที่เป็นผ้าป่านเนื้อละเอียดทั้งหมด. ตามข้อ 9 ม่านผืนที่ 6 นั้นพับเป็นสองทบให้ห้อยซ้อนลงมาข้างหน้าพลับพลาเพื่อเป็นการปกป้องรักษาและการเพิ่มกำลัง. กระโจมมีส่วนเหลือที่ห้อยลงมาข้างหลังพลับพลาและด้านข้างทั้งสอง นี่บ่งชี้ว่า หลังจากที่พระคริสต์ได้ทรงกลายเป็นความบาปแทนที่คนบาปและถูกพระเจ้าพิพากษาเพื่อคนบาปแล้ว พระองค์ก็กลายเป็นการปกปิดและการพิทักษ์รักษาของผู้เชื่อ ซึ่งเป็นส่วนประกอบแห่งที่ประทับของพระเจ้า (ดู ข้อ 15 คำอธิบาย 1).
อซด.
26:13 1 ส่วนม่านคลุมพลับพลาซึ่งห้อยลงมาทั้งสองข้างนั้น แต่ละข้างล้วนยาวเลยไปกว่าม่านที่เป็นผ้าป่านเนื้อละเอียดข้างละ 1 ศอก (ข้อ 8ก; เทียบข้อ 2ก). ด้วยเหตุนี้ม่านป่านเนื้อละเอียดได้รับการปกป้องรักษาจากกระโจมขนแพะโดยสิ้นเชิง. ส่วนที่ห้อยลงมาด้านข้างทั้งสองเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ที่ทำการไถ่ทรงกลายเป็นการปกป้องรักษาแห่งที่ประทับของพระเจ้าในสภาพการณ์ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความยากลำบาก (ทางเหนือ—ข้อ 20) หรือความราบรื่น (ทางใต้—ข้อ 18; เทียบ 2กธ.12:7–10; ฟป.4:12–13).
อซด.
26:14 ก "14ก
อซด.
26:14 1ก ดู 25:5 คำอธิบาย 1. สิ่งปกคลุมชั้นที่ 3 เป็นแบบเล็งว่า พระคริสต์ทรงเป็นผู้สำเร็จการไถ่โดยการตายและการหลั่งพระโลหิตของพระองค์ เพื่อตอบสนองความต้องการของพระเจ้าและของเรา (ฮร.9:12–14; 1ปต.1:18–19; กซ.1:14). แกะตัวผู้เป็นเพศที่เข้มแข็ง นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ทรงเป็นบุตรมนุษย์ที่เข้มแข็ง ซึ่งวายพระชนม์เพื่อการไถ่ของเรา.
สิ่งปกคลุม 3 ชั้นแรกเป็นเครื่องหมายเล็งว่า เนื่องจากพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นบุตรมนุษย์ที่ครบสมบูรณ์ (ชั้นที่ 1 คือม่านที่ทำด้วยผ้าป่านเนื้อละเอียด) ทรงกลายเป็นความบาปแทนเรา (ชั้นที่ 2 คือขนแพะ) ในฐานะที่ทรงเป็นการแทนที่เรา ดังนั้นการไถ่จึงถูกทำให้สำเร็จ (ชั้นที่ 3 คือหนังแกะตัวผู้ย้อมสีแดง). การไถ่ที่ครบสมบูรณ์และครบถ้วนของพระคริสต์ก็คือตัวของพระคริสต์เอง พระองค์ทรงปกคลุมผู้คนที่พระเจ้าทรงเลือกสรรและช่วยไถ่ซึ่งก็คือที่ประทับของพระเจ้า.
สิ่งปกคลุม 3 ชั้นแรกเป็นเครื่องหมายเล็งว่า เนื่องจากพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นบุตรมนุษย์ที่ครบสมบูรณ์ (ชั้นที่ 1 คือม่านที่ทำด้วยผ้าป่านเนื้อละเอียด) ทรงกลายเป็นความบาปแทนเรา (ชั้นที่ 2 คือขนแพะ) ในฐานะที่ทรงเป็นการแทนที่เรา ดังนั้นการไถ่จึงถูกทำให้สำเร็จ (ชั้นที่ 3 คือหนังแกะตัวผู้ย้อมสีแดง). การไถ่ที่ครบสมบูรณ์และครบถ้วนของพระคริสต์ก็คือตัวของพระคริสต์เอง พระองค์ทรงปกคลุมผู้คนที่พระเจ้าทรงเลือกสรรและช่วยไถ่ซึ่งก็คือที่ประทับของพระเจ้า.
อซด.
26:14 2 ดู 25:5 คำอธิบาย 2. สิ่งปกคลุมชั้นที่ 4 คือหนังปลาโลมา ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ไม่มีรูปร่างที่งดงามหรือหน้าตาที่หล่อเหลา (ยซย.53:2). สิ่งปกคลุมที่เป็นหนังปลาโลมาปกป้องพลับพลาให้พ้นจากการจู่โจมของพายุฝน นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าในฐานะที่เป็นการปกคลุมของเรา พระคริสต์สามารถให้เรายืนหยัดและต่อต้านซาตานพร้อมด้วยการโจมตีของมัน.
อซด.
26:15 ก ข้อ 15–30; อซด.36:20–34
อซด.
26:15 1 ผนังของพลับพลาประกอบด้วยไม้กระดาน นี่เป็นแบบเล็งว่าผู้เชื่อก่อสร้างเข้าด้วยกันกลายเป็นที่ประทับของพระเจ้า (อฟ.2:22; 1ปต.2:5). เหตุฉะนั้นคริสตจักรซึ่งเป็นพระคริสต์แห่งกลุ่มชน (1กธ.12:12) รวมทั้งพระคริสต์แห่งปัจเจกชนนั้น ล้วนถูกครอบคลุมอยู่ในแบบเล็งของพลับพลา (ดู 25:9 คำอธิบาย 1). ในรูปภาพของพลับพลา พระคริสต์แห่งกลุ่มชนถูกปกคลุมโดยพระคริสต์แห่งปัจเจกชน (เทียบ 2กธ.12:9). ในหนังสือเอ็กโซโด สิ่งปกคลุมของพลับพลาถูกเปิดเผยออกมาก่อนหน้าฝากระดาน นี่บ่งชี้ว่า การไถ่ของพระคริสต์ต้องเกิดขึ้นก่อน แล้วคริสตจักรจึงสามารถก่อกำเนิดขึ้น.
อซด.
26:15 2 ฝากระดานทำด้วยไม้ซิติม หุ้มด้วยทองคำ (ข้อ 29). ซึ่งเช่นเดียวกับวัสดุที่ใช้ในการทำหีบพันธสัญญา (25:10–11). นี่บ่งชี้ว่า ฝากระดานเป็นการขยายใหญ่ขึ้นและการแผ่ขยายออกของหีบพันธสัญญา. ทำนองเดียวกัน ผู้เชื่อในพระคริสต์ (ซึ่งมีแบบเล็งโดยฝากระดาน) ก็คือการขยายใหญ่ขึ้นและการแผ่ขยายออกของพระคริสต์ผู้เป็นพยานของพระเจ้า (ยฮ.12:23–24; 2กธ.10:1; ฟป.1:8, 20–21ก). โดยการบังเกิดใหม่ ผู้เชื่อได้ต้อนรับสภาพมนุษย์ที่ถูกยกชูของพระเยซูและพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์แห่งการห่อหุ้มของพระองค์จนกลายเป็นฝากระดานแห่งไม้ซิติมหุ้มด้วยทองคำ. ไม้ซิติมหุ้มด้วยทองคำเป็นแบบเล็งว่า พระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์ ได้กลายเป็นหนึ่งกับนิสัยฝ่ายมนุษย์ของผู้เชื่อเพื่อเป็นการสำแดงของพระเจ้า.
อซด.
26:16 1 ฝากระดานแต่ละแผ่นกว้างหนึ่งศอกครึ่ง เป็นเครื่องหมายเล็งว่าผู้เชื่อแต่ละคนเป็นแค่ครึ่งหน่วยเท่านั้น ซึ่งต้องเข้าคู่กับคนอื่นเพื่อก่อรูปเป็นสามศอกซึ่งเป็นหน่วยที่ครบถ้วนเพื่อการก่อสร้างที่ประทับของพระเจ้า (เทียบ 25:10 คำอธิบาย 3).
อซด.
26:17 1 แปลตามตรงคือ มือ. หนังสือทั้งเล่มก็เช่นเดียวกัน. เดือยและฐานรองรับ (ข้อ 17, 19) มีไว้สำหรับการตั้งยืนขึ้น ส่วนห่วงและกลอน (ข้อ 26–29) มีไว้สำหรับการเชื่อมสนิท เพื่อให้ฝากระดานของพลับพลามากมายหลายแผ่นกลายเป็นรูปกายจริงแห่งกลุ่มชน.
อซด.
26:18 1 แต่ละข้างของพลับพลามีกระดาน 10 คู่ (ข้อ 18, 20) ซึ่งประกอบกันเป็นผนังขนาด 30 ศอก. หมายเลข 30 ประกอบด้วยหมายเลข 10x3 หมายเลข 10 ชี้ถึงความครบถ้วนของมนุษย์ (ดู วว.2:10 คำอธิบาย 2) ส่วนหมายเลข 3 หมายถึงพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในการเป็นขึ้น นี่ชี้บ่งว่าสภาพมนุษย์ที่ครบถ้วนและครบสมบูรณ์กับพระเจ้าตรีเอกภาพล้วนอยู่ในการเป็นขึ้น. นี่ก็คือพยานแห่งคริสตจักรที่ก่อตั้งขึ้น.
อซด.
26:19 1 ฐานรองรับเป็นเครื่องหมายเล็งถึง การยืนหยัดมั่นคง ฐานรองรับทุกอันทำด้วยเงินหนักหนึ่งตะลันต์ (ประมาณ 100 ปอนด์ — 38:27) นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าการไถ่ของพระคริสต์เป็นพื้นฐานที่มั่นคงทำให้ผู้เชื่อสามารถยืนอยู่ในที่ประทับของพระเจ้า (ยฮ.14:2–3 และข้อ 3 คำอธิบาย 2). เดือยสองอันสวมไว้ที่ฐานรองรับสองอันใต้กระดานแต่ละแผ่น เป็นเครื่องหมายเล็งถึงความเชื่อที่ครบถ้วนซึ่งเรามีต่อการไถ่ของพระคริสต์ ความเชื่อนี้ทำให้เรามีจุดยืนที่มั่นคง ไม่หวั่นไหว (2กธ.1:24; รม.5:2; ฆต.5:1).
อซด.
26:24 1 มุมเป็นที่สำหรับการเลี้ยว. กระดานมุมมีสองแผ่น (ข้อ 23) นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ทุกครั้งที่การเคลื่อนไหวขององค์พระผู้เป็นเจ้ามีการเลี้ยวเกิดขึ้น ก็ต้องมีการเพิ่มเป็นสองเท่า การเสริมความมั่นคงและการเพิ่มกำลัง. ตัวอย่างเช่นในอันติโอเกียมีการเลี้ยวไปสู่โลกของชาวต่างชาติ เพราะฉะนั้นบาระนาบากับเซาโลจึงเป็นการเพิ่มกำลังสองเท่าและการเพิ่มกำลังจนกลายเป็นกระดานมุมเพื่อการก่อสร้างของคริสตจักร (กจ.13:2, 46).
อซด.
26:25 1 ในพลับพลามีกระดานทั้งหมด 48 แผ่น (ข้อ 18, 20, 25). หมายเลข 48 ประกอบด้วย หมายเลข 6x8. หมายเลข 6 ชี้ถึงมนุษย์ที่ถูกเนรมิตสร้างในวันที่ 6 ซึ่งตกต่ำแล้ว ต่อมาภายหลังก็ได้รับการไถ่ ส่วนหมายเลข 8 ชี้ถึงการเป็นขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 8 ซึ่งก็คือวันแรกของสัปดาห์ใหม่ (ยฮ.20:1). เหตุฉะนั้น หมายเลข 6x8 ก็หมายความว่า ในฐานะที่เป็นฝากระดานของพลับพลาผู้เชื่อก็คือผู้คนที่ถูกเนรมิตสร้าง ได้รับการไถ่ และอยู่ในการเป็นขึ้น.
อซด.
26:26 1 กลอนทำด้วยไม้ซิติม เพื่อเป็นกำลังแห่งการเชื่อมต่อ และหุ้มด้วยทองคำเพื่อเข้าสนิทด้วยกัน. นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระวิญญาณเมื่อแรกเริ่ม (ดู ข้อ 29 คำอธิบาย 2) ได้กลายเป็นพระวิญญาณแห่งการเข้าสนิทด้วยกัน เพื่ออวัยวะทั้งหลายของพระคริสต์ได้เข้าสนิทกลายเป็นพระกายหนึ่งเดียว (อฟ.4:3–4). ฝากระดานถูกตั้งไว้บนฐานรองรับที่ทำด้วยเงิน เงินเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการงานแห่งการไถ่ของพระคริสต์ และฝากระดานเข้าสนิทด้วยกันโดยทองคำ ทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งถึงตัวตนอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์. กลอนทำด้วยไม้ซิติม บ่งชี้ว่าความเป็นหนึ่งของพระวิญญาณนั้นไม่เพียงเกี่ยวข้องกับสภาพพระเจ้าของพระคริสต์แต่เกี่ยวข้องกับสภาพมนุษย์ของพระองค์ (อฟ.4:2 และคำอธิบาย). แท้ที่จริงกลอนแห่งการเข้าสนิทไม่เพียงหมายความถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้น แต่หมายถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ผสมกลมกลืนกับวิญญาณมนุษย์ของเรา (รม.8:6) กล่าวคือวิญญาณที่ผสมกลมกลืนอันครอบคลุมถึงทั้งสภาพพระเจ้าและสภาพมนุษย์.
อซด.
26:28 1 ฝากระดานพลับพลาแต่ละด้านมีกลอน 5 อัน (ข้อ 26–27) กลอนตัวกลางสำหรับลอดผ่านให้ติดกันนั้นยาวกว่ากลอนตัวอื่นสองเท่า. ด้วยเหตุนี้กลอน 5 อันก่อรูปเป็นเส้นสามสาย นี่บ่งชี้ว่ามีห่วงสามห่วงบนกระดานแต่ละแผ่นสำหรับให้กลอนลอดผ่าน.
ฝากระดานพลับพลาได้เข้าสนิทกันโดยการใช้กลอนลอดผ่านห่วงที่อยู่บนกระดานแต่ละแผ่น เพื่อให้กระดานเชื่อมติดกัน. นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ผู้เชื่อในพระคริสต์จะรวมเป็นหนึ่งได้ก็ต่อเมื่อวิญญาณของเขาร่วมมือกับพระวิญญาณนั้น และยอมให้พระวิญญาณแห่งการเข้าสนิทร้อยผ่านตัวเขาเพื่อเขาจะได้ประสานสนิทกับผู้เชื่อคนอื่นๆ.
ฝากระดานพลับพลาได้เข้าสนิทกันโดยการใช้กลอนลอดผ่านห่วงที่อยู่บนกระดานแต่ละแผ่น เพื่อให้กระดานเชื่อมติดกัน. นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ผู้เชื่อในพระคริสต์จะรวมเป็นหนึ่งได้ก็ต่อเมื่อวิญญาณของเขาร่วมมือกับพระวิญญาณนั้น และยอมให้พระวิญญาณแห่งการเข้าสนิทร้อยผ่านตัวเขาเพื่อเขาจะได้ประสานสนิทกับผู้เชื่อคนอื่นๆ.
อซด.
26:29 1 ฝากระดานพลับพลา 48 แผ่นจำต้องเข้าสนิทเป็นหนึ่งเพื่อกลายเป็นรูปกายจริงกายหนึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้า. ความเป็นหนึ่งของฝากระดานพลับพลานั้นไม่ได้อยู่ที่ไม้ซิติม แต่อยู่ที่ทองคำที่หุ้มไม้. ทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพพร้อมด้วยพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ การฉายส่องของทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสง่าราศีของพระเจ้า. ความเป็นหนึ่งของฝากระดานอันเนื่องมาจากการหุ้มด้วยทองคำ เป็นสัญลักษณ์เล็งถึงความเป็นหนึ่งของผู้เชื่อที่อยู่ในพระเจ้าตรีเอกภาพและสง่าราศีของพระองค์ ซึ่งก็คือการสำแดงของพระองค์. นี่ก็คือความเป็นหนึ่งในด้านของภาคปฏิบัติซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้อธิษฐานเผื่อในโยฮัน 17:21–23. ความเป็นหนึ่งนี้ก็คือการที่ผู้เชื่อทั้งหลายถูกก่อสร้างขึ้นกลายเป็นที่ประทับของพระเจ้า (เทียบ ยฮ.14:23).
อซด.
26:29 2 ห่วงทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณแห่งการประทับตรา (อฟ.1:13) ซึ่งก็คือพระวิญญาณแห่งการเริ่มต้น และก็คือพระวิญญาณที่ให้มนุษย์บังเกิดใหม่ (ยฮ.3:6) ซึ่งพระเจ้าทรงประทานแก่เราตอนที่เราเชื่อในพระคริสต์ (ยนซ.24:22; ลก.15:22; กจ.2:38). เนื่องจากหมายเลข 3 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในการเป็นขึ้น ดังนั้นห่วงสามห่วง (ดู ข้อ 28 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 1) จึงชี้ว่า พระวิญญาณที่ครอบคลุมสรรพสิ่งของพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในการเป็นขึ้น (ยฮ.7:39) ทรงทำให้ผู้เชื่อเข้าสนิทเป็นหนึ่ง (อฟ.4:3).
อซด.
26:30 ก เทียบ อซด.25:40
อซด.
26:31 ก ข้อ 31–35; อซด.36:35–36
อซด.
26:31 ข 2คนก.3:14; ฮร.9:3; เทียบ มธ.27:51; มก.15:38; ลก.23:45
อซด.
26:31 1ข วัสดุ สี และงานฝีมือของม่านบังเหมือนกับสิ่งปกคลุมชั้นที่ 1 ของพลับพลาโดยสิ้นเชิง (ข้อ 1). ม่านบัง ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงเนื้อหนังของพระคริสต์ (ฮร.10:20) ได้แบ่งแยกที่บริสุทธิ์ออกจากที่บริสุทธิ์สุด (ข้อ 33) และปกคลุมหีบแห่งพยาน (อฤธ.4:5). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระเจ้ากับมนุษย์แยกออกจากกันเพราะเหตุเนื้อหนังของมนุษย์ (ยนซ.6:3; เทียบ ยนซ.3:22–24 และคำอธิบาย). ม่านนี้ได้แยกออกโดยการตรึงกางเขนของพระคริสต์ นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า เนื้อหนังแห่งบาปถูกตรึงตายโดยการวายพระชนม์ของพระคริสต์บนกางเขน ดังนั้นจึงได้เปิดออกซึ่งทางที่ใหม่และมีชีวิตสำหรับคนบาปมาติดต่อกับพระเจ้าบนฝาปกปิดบาปซึ่งก็คือพระคริสต์ในที่บริสุทธิ์สุด (มธ.27:51 คำอธิบาย 1; ฮร.10:19–20; รม.3:25;เทียบ อซด.25:22).
อซด.
26:32 1 ขอทองคำที่ทำให้ม่านบังเกี่ยวติดกับเสานั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงกำลังแห่งการผดุงรักษาและการเชื่อมสนิทของพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทำให้ผู้เชื่อที่ค่อนข้างจะเข้มแข็งมากกว่าเชื่อมกับพระคริสต์เพื่อเป็นพยานแห่งการกลายเป็นเนื้อหนังและการตรึงกางเขนของพระองค์.
อซด.
26:32 2 เสาทำเหมือนกับฝากระดานคือทำด้วยไม้ซิติมหุ้มทองคำ และตั้งอยู่บนฐานเงิน ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการไถ่ของพระคริสต์. ด้วยเหตุนี้ เสาจึงเป็นเครื่องหมายเล็งถึงผู้เชื่อ (ฆต.2:9; วว.3:12; 1ตธ.3:15) เขาเหล่านั้นเป็นพยานถึงการกลายเป็นเนื้อหนังและการตรึงกางเขนของพระคริสต์อย่างเข้มแข็ง. ม่านถูกแขวนไว้ที่เสา นี่เปิดเผยเป็นนัยว่า พระคริสต์ที่เป็นม่านกับผู้เชื่อที่เป็นเสาเข้าสนิทเป็นหนึ่ง. ผู้เชื่อเหล่านี้ซึ่งเป็นเสาที่อยู่ในที่ประทับของพระเจ้าไม่เป็นอยู่ในเนื้อหนังอีกต่อไป แต่เป็นพยานว่า ม่านบังแห่งเนื้อหนังของเขาแยกออกแล้ว กล่าวคือตัวของเขาได้ถูกสิ้นสุด และเนื้อหนังของเขาก็ร่วมตรึงไว้กับพระคริสต์แล้ว (ฆต.2:20; 5:24). ม่านบังบนเสาที่แยกออกนั้นกลายเป็นทางเข้าเพื่อให้พลไพร่ของพระเจ้าเข้าสู่ที่บริสุทธิ์สุดและรับสุขพระเจ้าอย่างครบบริบูรณ์ (ดู ข้อ 37 คำอธิบาย 1).
อซด.
26:32 3 ในพลับพลามีฐานเงินรองรับทั้งหมดหนึ่งร้อยฐาน เก้าสิบหกฐานมีไว้สำหรับติดตั้งฝากระดาน และ 4 ฐานมีไว้สำหรับติดตั้งเสา. หมายเลข 10 เป็นหมายเลขแห่งความครบถ้วนของมนุษย์ (ดู วว.2:10 คำอธิบาย 2) และหมายเลข 100 ซึ่งประกอบด้วยหมายเลข 10x10 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการตอบสนองข้อเรียกร้องของพระบัญญัติสิบประการอย่างครบสมบูรณ์และครบถ้วน. ฐานรองรับ 100 ฐานทำด้วยเงินแห่งการปกปิดบาปที่เก็บรวบรวมจากพลไพร่ (30:11–16; 38:25, 27) ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ในฐานะที่เป็นฝากระดานและเสาเพื่อการก่อสร้างที่ประทับของพระเจ้า พลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่นั้นถูกตั้งอยู่บนการไถ่อันมั่นคงของพระคริสต์.
อซด.
26:33 1 ม่านบังถูกแขวนไว้ที่ขอ 50 อันบนสิ่งปกคลุมชั้นที่หนึ่ง (ข้อ 6) ซึ่งก่อร่างเป็นเส้นตรงเส้นหนึ่งบนเพดานพลับพลาและมีระยะห่างกับทางเข้า 20 ศอก ห่างกับกำแพงหลังพลับพลาสิบศอก. นี่บ่งชี้ว่าที่บริสุทธิ์สุดเป็นทรงลูกบาศก์ขนาด 10 ศอก วัดจากแต่ละทิศ ส่วนที่บริสุทธิ์ขนาด 20x10x10 ศอกนั้นใหญ่กว่าที่บริสุทธิ์สุดสองเท่าตัว. ยิ่งกว่านั้น ม่านเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาด 10x10 ศอก (เทียบ ข้อ 3 คำอธิบาย 1 ย่อหน้า 3 และข้อ 18 คำอธิบาย 1).
อซด.
26:33 ก มธ.27:51; ฮร.9:2–3; เทียบ ลวต.16:2; ฮร.10:20
อซด.
26:33 ข 1พกษ.6:16; ยอค.41:4; ฮร.9:3
อซด.
26:34 ก อซด.25:21; 40:20; ฮร.9:5
อซด.
26:35 ก อซด.40:22; ฮร.9:2
อซด.
26:35 ข อซด.40:24
อซด.
26:36 ก ข้อ 36–37; อซด.36:37–38
อซด.
26:36 ข อซด.27:16
อซด.
26:36 1ข ม่านกั้นที่ทางเข้ากระโจมทำด้วยวัสดุเดียวกันกับสิ่งปกคลุมชั้นที่ 1 และม่านที่แบ่งแยกที่บริสุทธิ์กับที่บริสุทธิ์สุด (เทียบ ข้อ 1, 31). ม่านกั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ที่อยู่ในสภาพมนุษย์ที่ครบสมบูรณ์ของพระองค์เป็นผู้กีดกันมนุษย์ เรื่องราวและสิ่งของทั้งสิ้นที่อยู่ด้านลบให้อยู่ข้างนอกที่ประทับของพระเจ้า และก็เป็นผู้ทรงวายพระชนม์ภายใต้การพิพากษาของพระเจ้าเพื่อความบาปของเรา (1กธ.15:3; 1ปต.2:24; 3:18). เพื่อเราจะได้รับการอภัยจากพระเจ้า เข้าสู่ที่ประทับอันบริสุทธิ์ของพระองค์ และรับสุขความอุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้นของพระเจ้าที่อยู่ในพระคริสต์.
ม่านกั้นและม่านที่อยู่ในพลับพลาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงทั้งสองด้านของการตายที่ครอบคลุมสรรพสิ่งของพระคริสต์. ม่านกั้นชี้ถึงพระคริสต์ตายเพื่อความบาปของเรา ทำให้บาปของเราได้รับการอภัย เพื่อให้เราได้รับการโปรดให้ชอบธรรมจากพระเจ้า ส่วนม่านนั้นชี้ถึงพระคริสต์ทรงตายเพื่อความบาปของเรา (2กธ.5:14–15, 21) ทำให้เนื้อหนังของเรา และนิสัยอันตกต่ำของเราถูกฉีกขาดและตรึงตาย เพื่อเราจะได้เข้าสู่ที่บริสุทธิ์สุดและรับสุขพระเจ้าถึงที่สุด. ม่านทั้งสองชั้นนี้มีความเกี่ยวข้องกับทั้งสองด้านแห่งการคืนดี ซึ่งเปาโลได้กล่าวถึงใน 2 โกรินโธ 5:18–21 (ดู ข้อ 20 คำอธิบาย 2).
ม่านกั้นและม่านที่อยู่ในพลับพลาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงทั้งสองด้านของการตายที่ครอบคลุมสรรพสิ่งของพระคริสต์. ม่านกั้นชี้ถึงพระคริสต์ตายเพื่อความบาปของเรา ทำให้บาปของเราได้รับการอภัย เพื่อให้เราได้รับการโปรดให้ชอบธรรมจากพระเจ้า ส่วนม่านนั้นชี้ถึงพระคริสต์ทรงตายเพื่อความบาปของเรา (2กธ.5:14–15, 21) ทำให้เนื้อหนังของเรา และนิสัยอันตกต่ำของเราถูกฉีกขาดและตรึงตาย เพื่อเราจะได้เข้าสู่ที่บริสุทธิ์สุดและรับสุขพระเจ้าถึงที่สุด. ม่านทั้งสองชั้นนี้มีความเกี่ยวข้องกับทั้งสองด้านแห่งการคืนดี ซึ่งเปาโลได้กล่าวถึงใน 2 โกรินโธ 5:18–21 (ดู ข้อ 20 คำอธิบาย 2).
อซด.
26:36 2 พลับพลาในเอ็กโซโด สามารถเข้าไปอยู่ข้างในได้. โดยการกลายเป็นเนื้อหนัง พระเจ้าไม่เพียงกลายเป็นมนุษย์ แต่ยังกลายเป็นพลับพลาที่สามารถเข้าสู่ได้ (ยฮ.1:14). น้ำพระทัยดั้งเดิมของพระเจ้าคือให้ชนชาติอิสราเอลทั้งหมดเป็นปุโรหิต (19:6) และมีสิทธิเข้าไปในพลับพลา กล่าวคือเข้าสู่พระเจ้าและอาศัยอยู่ในพระองค์. ในพันธสัญญาเดิมปุโรหิตสามารถเข้าไปในพลับพลา สำหรับวันนี้ ผู้เชื่อทั้งหลายในพระคริสต์ล้วนเป็นปุโรหิต (รม.15:16; 1ปต.2:5, 9; วว.1:6) เขาสามารถเข้าสู่พระเจ้าและอาศัยอยู่ในพระองค์ (1ยฮ.4:13, 15). พระเจ้าผู้ทรงกลายเป็นเนื้อหนังได้กลายเป็นที่อาศัยของเราและบ้านของเราแล้วเพื่อเป็นที่แห่งการรับสุข (เทียบ บพส.90:1; วว.21:22).
อซด.
26:37 1 เช่นเดียวกับเสา 4 ต้นที่เชื่อมกับม่าน (ข้อ 32) เสา 5 ต้นที่เชื่อมกับม่านกั้นนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าผู้เชื่อค่อนข้างจะเข้มแข็งมากกว่า เข้าสนิทเป็นหนึ่งกับพระคริสต์ที่กลายเป็นเนื้อหนังและตรึงกางเขน (ดู ข้อ 32 คำอธิบาย 1 และ 2). เสาที่ตั้งอยู่ที่ทางเข้าพลับพลาเหล่านี้คือผู้ประกาศกิตติคุณ เขาประกาศต่อคนทั้งปวงว่าพระคริสต์ได้วายพระชนม์เพื่อความบาปของเขาแล้ว เสาที่อยู่ในพลับพลาคือพวกที่ประสบการณ์พระคริสต์อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เขานำตัวของเขาเองไปเชื่อมติดกับม่านที่แยกออกทุกวันๆ (ม่านนี้ก็คือพระคริสต์ที่ถูกสิ้นสุดในเนื้อหนังของพระองค์) และเป็นพยานว่า เขาได้ร่วมตรึงไว้กับพระคริสต์แล้ว (เทียบ ฆต.2:20). เสาทั้งสองประเภทนี้ให้ทางเข้าแก่คนบาปเพื่อเขาจะได้รับความรอดเข้าสู่ที่ประทับของพระเจ้าแล้วตัวของเขาก็ถูกสิ้นสุด ทั้งนี้ก็เพื่อให้เขาสามารถเข้าสู่ที่บริสุทธิ์สุดของพระเจ้าและรับสุขตัวของพระเจ้าในความบริบูรณ์ของพระองค์.
มีทางเข้าพลับพลา 4 ทางอยู่ระหว่างเสา 5 ต้นที่แขวนม่านกั้น และมีทางเข้าที่บริสุทธิ์สุด 3 ทางอยู่ระหว่างเสา 4 ต้นที่แขวนม่าน. ม่านกั้นทางเข้า 4 ทางนี่ ชี้ว่าที่ประทับของพระเจ้าเปิดออกต่อคนทั้งปวงที่มาจากทั้ง 4 ทิศของแผ่นดินโลก (วว.5:9). ทางเข้า 3 ทางของม่านบ่งชี้ว่า พระเจ้าตรีเอกภาพเองเป็นทางเข้าเพื่อให้พลไพร่ที่พระองค์ทรงไถ่นั้นไม่เพียงเข้าสู่ที่ประทับของพระองค์ และยังเข้าสู่ตัวของพระองค์อีกด้วย (เทียบ วว.21:12–13 และข้อ 13 คำอธิบาย 1).
มีทางเข้าพลับพลา 4 ทางอยู่ระหว่างเสา 5 ต้นที่แขวนม่านกั้น และมีทางเข้าที่บริสุทธิ์สุด 3 ทางอยู่ระหว่างเสา 4 ต้นที่แขวนม่าน. ม่านกั้นทางเข้า 4 ทางนี่ ชี้ว่าที่ประทับของพระเจ้าเปิดออกต่อคนทั้งปวงที่มาจากทั้ง 4 ทิศของแผ่นดินโลก (วว.5:9). ทางเข้า 3 ทางของม่านบ่งชี้ว่า พระเจ้าตรีเอกภาพเองเป็นทางเข้าเพื่อให้พลไพร่ที่พระองค์ทรงไถ่นั้นไม่เพียงเข้าสู่ที่ประทับของพระองค์ และยังเข้าสู่ตัวของพระองค์อีกด้วย (เทียบ วว.21:12–13 และข้อ 13 คำอธิบาย 1).
อซด.
26:37 2 ทองเหลืองเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการพิพากษาอันชอบธรรมที่พระเจ้าทรงปฏิบัติการต่อคนที่ก่อกบฏ (อฤธ.16:38–39; 21:9). ฐานทองเหลือง 5 อันบ่งชี้ว่า พระคริสต์ถูกพิพากษาโดยพระเจ้าเพื่อความบาปของเรา (ดู 27:2 คำอธิบาย 2).