เอ็กโซโด บทที่ 25
11. นิมิตของพลับพลากับสิ่งของเครื่องใช้ในพลับพลา
25:1—30:38
25:1—30:38
(1) เกี่ยวกับวัสดุและรูปแบบ
25:1–9
25:1–9
อซด.
25:1 1ฝ่ายพระยะโฮวาได้ตรัสแก่โมเซว่า
อซด.
25:2 กเจ้าจงสั่งชนชาติอิสราเอลให้นำ1เครื่องบูชายกมาถวายแก่เรา ของนั้นให้รับมาจากทุกๆ คนที่ขเต็มใจถวาย.
อซด.
25:3 เครื่องบูชายกซึ่งเจ้าจะต้องรับจากเขาคือ1ทองคำ, เงิน, ทองเหลือง,
อซด.
25:4 ด้าย1กสีฟ้า, สีม่วง, สีแดงเข้ม, 2ป่านเนื้อละเอียด, และ3ขนแพะ,
อซด.
25:5 1กหนังแกะตัวผู้ย้อมสีแดง, 2หนังปลาโลมา, และ3ไม้ซิติม
อซด.
25:6 1กน้ำมันสำหรับประทีป, 2ขเครื่องเทศสำหรับปรุงน้ำมันชโลม, และคเครื่องหอม
อซด.
25:7 กโกเมนและขเพชรพลอยสำหรับฝังที่คเอโฟดและที่ทับทรวง.
อซด.
25:8 แล้วให้เขาสร้างกที่บริสุทธิ์ถวายแก่เรา เพื่อเราจะได้อยู่ขท่ามกลางเขา.
อซด.
25:9 จงสร้าง1กพลับพลาและเครื่องใช้ทั้งปวงของพลับพลานั้น เจ้าจงทำตาม2ขแบบที่เราชี้แจงไว้แก่เจ้านี้.
(2) หีบแห่งพยานรวมทั้งฝาปกปิดบาป
25:10–22
25:10–22
อซด.
25:10 กให้เขาทำ1ขหีบใบหนึ่งด้วย2ไม้ซิติม ยาว3สองศอกครึ่ง กว้าง3ศอกครึ่ง และสูง3ศอกครึ่ง.
อซด.
25:11 หีบนั้นหุ้มด้วย1ทองคำบริสุทธิ์ทั้งข้างในและข้างนอก แล้วทำ2กระจังรอบขอบหีบนั้นด้วยทองคำ.
อซด.
25:12 ให้หล่อ1ห่วงทองคำสี่ห่วงสำหรับหีบนั้นติดไว้ที่ขาทั้งสี่ ด้านนี้2สองห่วง ด้านโน้นอีกสองห่วง.
อซด.
25:13 ให้ทำ1คานหามด้วยไม้ซิติมหุ้มด้วยทองคำ.
อซด.
25:14 แล้ว1สอดคานหามเข้าที่ห่วงข้างหีบสำหรับใช้ยกหามหีบนั้น.
อซด.
25:15 ไม้คานหามให้สอดไว้ในห่วงของหีบอย่าถอดออกเลย.
อซด.
25:16 [แผ่นแห่ง]พยานที่เราจะให้แก่เจ้าจง1เก็บไว้ในกหีบนั้น.
อซด.
25:17 กแล้วจงทำ1ขฝาปกปิดบาปด้วยทองคำบริสุทธิ์ยาว2สองศอกครึ่ง กว้าง2ศอกครึ่ง.
อซด.
25:18 จงตีแผ่ทองคำทำเป็น1คะรูบิมสองรูป ตั้งไว้ที่ปลายฝาปกปิดบาปทั้งสองข้าง.
อซด.
25:19 คะรูบิมนั้นตั้งไว้ที่ปลายฝาปกปิดบาปข้างนี้รูปหนึ่งและข้างโน้นรูปหนึ่ง และทำคะรูบิมนั้นให้1ติดเชื่อมกับฝาปกปิดบาปตลอดปลายทั้งสองข้าง.
อซด.
25:20 ให้รูปคะรูบิมนั้นกาง1กปีกออกบดบังฝาปกปิดบาป และให้หัน1หน้าเข้าหากัน คือให้หันหน้ามาตรงฝาปกปิดบาป.
อซด.
25:21 แล้วจง1ติดตั้งกฝาปกปิดบาปนั้นไว้บนหีบนั้น ในหีบนั้นจง2บรรจุแผ่นแห่งพยานซึ่งเราให้ไว้แก่เจ้า.
อซด.
25:22 และเราจะ1กพบกับเจ้า ณ ที่นั่น และจะพูดกับเจ้าเหนือฝาปกปิดบาปขระหว่างกลางคะรูบิมทั้งสองนั้น ซึ่งตั้งอยู่บนหีบแห่งพยานนั้นด้วยถ้อยคำทั้งหลาย ซึ่งเราจะสั่งให้เจ้าประกาศแก่ชนชาติอิสราเอล.
(3) โต๊ะตั้งขนมปังถวาย
25:23–30
25:23–30
อซด.
25:23 กเจ้าจงเอา1ไม้ซิติม2ขทำโต๊ะ 3ยาวสองศอก กว้างหนึ่งศอก 4สูงศอกครึ่ง.
อซด.
25:24 หุ้มโต๊ะนั้นด้วยทองคำบริสุทธิ์ และทำ1กระจังทองคำรอบขอบโต๊ะนั้นด้วย.
อซด.
25:25 จงทำ1กรอบล้อมขอบโต๊ะนั้นให้กว้างไปหนึ่งฝ่ามือโดยรอบ แล้วทำเป็นกระจังทองคำล้อมรอบกรอบนั้น.
อซด.
25:26 จงทำ1ห่วงทองคำสี่อันติดไว้ที่มุมขาโต๊ะทั้งสี่.
อซด.
25:27 ห่วงนั้นติดให้ชิดกับกรอบเพื่อให้สอดคานหามโต๊ะนั้น.
อซด.
25:28 1คานหามทั้งสองสำหรับหามโต๊ะนั้นทำด้วยไม้ซิติมหุ้มด้วยทองคำ.
อซด.
25:29 1กจาน, 1ถ้วย, 1คนโท, และ1ชามที่จะใช้สำหรับเทเครื่องบูชาดื่ม จงทำด้วยทองคำบริสุทธิ์.
อซด.
25:30 แล้วจงตั้ง1กขนมปัง2ถวายไว้บนโต๊ะนั้นต่อหน้าเราเป็นนิตย์.
(4) คันประทีปทองคำ
25:31–40
25:31–40
อซด.
25:31 กเจ้าจง1ตีขึ้นรูป2ขคันประทีปอันหนึ่งด้วย3ทองคำบริสุทธิ์ ทองนั้นทำเป็น4ฐาน เป็น4ลำ เป็น5ถ้วย และ5ฐานดอกกับ5ดอกตูมของประทีปนั้นให้ติดเป็นเนื้อเดียวกัน.
อซด.
25:32 ให้มีกิ่ง1หกกิ่งออกจากลำประทีปนั้น ข้างละ1สามกิ่ง
อซด.
25:33 ข้างนี้แต่ละกิ่งมี1สามถ้วยเหมือนรูปดอกอัลมอนด์ แต่ละถ้วยมีฐานดอกและดอกตูม อีกข้างหนึ่งแต่ละกิ่งมีสามถ้วยเหมือนรูปดอกอัลมอนด์ ให้เป็นดังนี้ทั้งหกกิ่งซึ่งยื่นออกจากลำประทีปนั้น.
อซด.
25:34 บนลำประทีปนั้นให้มีถ้วย1สี่ถ้วย เหมือนรูปดอกอัลมอนด์ มีฐานดอกและดอกตูม
อซด.
25:35 ข้างล่างของกิ่งทุกๆ คู่ที่ลำนั้นให้มี1ฐานดอก ให้ติดเป็นเนื้อเดียวกันกับลำประทีป2ทั้งหกกิ่งที่ยื่นออกจากลำล้วนเป็นเช่นนี้.
อซด.
25:36 จงตีแผ่ทองคำบริสุทธิ์ทำเป็นฐานดอกและกิ่งทั้งหลายให้ติดเป็นเนื้อเดียวกับคันประทีป.
อซด.
25:37 จงทำดวงประทีป1กเจ็ดดวง แล้วจุดดวงประทีปนั้นให้แสง2ส่องสว่างเข้าหากัน.
อซด.
25:38 ให้ทำกรรไกรและถาดรองกรรไกรนั้นด้วยทองคำบริสุทธิ์.
อซด.
25:39 คันประทีปกับเครื่องใช้เหล่านั้นทั้งหมดให้ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์หนักหนึ่ง1ตะลันต์.
อซด.
25:40 จงระวังทำตามกแบบที่เราชี้แจงแก่เจ้าแล้วบนภูเขานั้น.
คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 25
อซด.
25:1 1 กฎบัญญัติของพระเจ้าครอบคลุมถึงกฎบัญญัติด้านศีลธรรม (บทที่ 20—23) และกฎบัญญัติด้านพีธีการ (อซด.25—ลวต.27). กฎบัญญัติด้านศีลธรรมที่เป็นพยานของพระเจ้าซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนคุณลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ประกอบด้วยพระบัญญัติทั้งสิบข้อ (20:2–17). กฎเกณฑ์ (20:22–26) และบทบัญญัติ (21:1—23:19) กฎบัญญัติด้านศีลธรรมเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นพยานของพระเจ้าและการสำแดงของพระองค์ (ดู 20:1 คำอธิบาย 1). กฎบัญญัติด้านพีธีการประกอบด้วยกฎบัญญัติเกี่ยวกับพลับพลา เครื่องบูชา ระบบกลุ่มปุโรหิต และเทศกาลเลี้ยง. พลับพลาเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ทรงเป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้า (กซ.2:9; ยฮ.1:14) เพื่อพลไพร่ของพระเจ้าจะได้ติดต่อกับพระองค์และเข้าสู่ภายในของพระองค์และให้เรามีการรับสุข เครื่องบูชาเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นเครื่องบูชาทั้งปวง (ลวต.1—7; ฮร.10:5–12) เพื่อตอบสนองความต้องการที่พระเจ้าทรงมีต่อพลไพร่ของพระองค์ และความต้องการที่พลไพร่ของพระองค์มีต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์ ระบบกลุ่มปุโรหิตเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นมหาปุโรหิต (ฮร.8:1) พระองค์ทรงดูแลพลไพร่ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์ เทศกาลเลี้ยงเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นการรับสุขที่ครบถ้วนสมบูรณ์ในทุกๆ ด้าน ซึ่งพระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้ให้กับพลไพร่ที่ถูกเลือกสรรของพระองค์ (กซ.2:16–17; ฟป.1:19).
พระเจ้าทรงทราบว่า ไม่มีบุคคลใดสามารถถือรักษาพระบัญญัติทั้งสิบข้อ (กล่าวคือ ส่วนที่เป็นศีลธรรมของกฎบัญญัติของพระองค์) จนได้รับการโปรดให้ชอบธรรมจากพระองค์ได้ (รม.3:20). ด้วยเหตุนี้เนื่องด้วยพระคุณของพระองค์และตามแผนการบริหารของพระองค์ พระเจ้าก็ได้ทรงประทานส่วนที่เป็นพิธีการของกฎบัญญัติให้แก่พลไพร่ของพระองค์ เพื่อคนบาปที่ถูกปรับโทษ ซึ่งก็คือคนที่ฝ่าฝืนกฎบัญญัติทางด้านศีลธรรมของพระเจ้านั้น สามารถได้รับการช่วยให้รอดพ้นจากการปรับโทษภายใต้กฎบัญญัติทางด้านศีลธรรมและยังสามารถติดต่อพระเจ้าและเข้าสู่ภายในของพระองค์ กระทั่งรับสุขพระองค์เป็นทุกสิ่งของเขา โดยอาศัยระบบกลุ่มปุโรหิตและบรรดาเครื่องบูชา. เมื่อเป็นเช่นนี้ คนบาปก็สามารถได้รับการโปรดให้ชอบธรรมจากพระเจ้าและกลายเป็นคนชอบธรรม (เทียบ มธ.1:19ก; ลก.1:6, 75; 2:25; 23:50) และยังสามารถมีการสามัคคีธรรมกับพระเจ้า.
การที่พระเจ้าทรงนำกฎบัญญัติทั้งหมดประกาศแก่พลไพร่ของพระองค์นั้น จุดประสงค์คือเพื่อเปิดโปงพลไพร่ของพระองค์และทำให้เขาสำนึกผิดและติเตียนตนเองโดยส่วนที่เป็นศีลธรรมแห่งกฎบัญญัติของพระองค์ ทั้งนี้ก็เพื่อเขาจะถูกนำไปสู่ส่วนที่เป็นพิธีการแห่งกฎบัญญัติของพระองค์ นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พลไพร่ของพระเจ้าควรถูกนำไปสู่พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งซึ่งเป็นการแปรสภาพที่เป็นรูปธรรมของพระเจ้าตรีเอกภาพเพื่อเขาจะได้รับการไถ่ ได้รับความรอดและการรับสุขที่ครบบริบูรณ์ในทุกๆ ด้าน (ฆต.3:23–24) โดยผ่านยุคสมัยทั้งหมดตลอดจนโลกนิรันดร์.
พระเจ้าทรงทราบว่า ไม่มีบุคคลใดสามารถถือรักษาพระบัญญัติทั้งสิบข้อ (กล่าวคือ ส่วนที่เป็นศีลธรรมของกฎบัญญัติของพระองค์) จนได้รับการโปรดให้ชอบธรรมจากพระองค์ได้ (รม.3:20). ด้วยเหตุนี้เนื่องด้วยพระคุณของพระองค์และตามแผนการบริหารของพระองค์ พระเจ้าก็ได้ทรงประทานส่วนที่เป็นพิธีการของกฎบัญญัติให้แก่พลไพร่ของพระองค์ เพื่อคนบาปที่ถูกปรับโทษ ซึ่งก็คือคนที่ฝ่าฝืนกฎบัญญัติทางด้านศีลธรรมของพระเจ้านั้น สามารถได้รับการช่วยให้รอดพ้นจากการปรับโทษภายใต้กฎบัญญัติทางด้านศีลธรรมและยังสามารถติดต่อพระเจ้าและเข้าสู่ภายในของพระองค์ กระทั่งรับสุขพระองค์เป็นทุกสิ่งของเขา โดยอาศัยระบบกลุ่มปุโรหิตและบรรดาเครื่องบูชา. เมื่อเป็นเช่นนี้ คนบาปก็สามารถได้รับการโปรดให้ชอบธรรมจากพระเจ้าและกลายเป็นคนชอบธรรม (เทียบ มธ.1:19ก; ลก.1:6, 75; 2:25; 23:50) และยังสามารถมีการสามัคคีธรรมกับพระเจ้า.
การที่พระเจ้าทรงนำกฎบัญญัติทั้งหมดประกาศแก่พลไพร่ของพระองค์นั้น จุดประสงค์คือเพื่อเปิดโปงพลไพร่ของพระองค์และทำให้เขาสำนึกผิดและติเตียนตนเองโดยส่วนที่เป็นศีลธรรมแห่งกฎบัญญัติของพระองค์ ทั้งนี้ก็เพื่อเขาจะถูกนำไปสู่ส่วนที่เป็นพิธีการแห่งกฎบัญญัติของพระองค์ นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พลไพร่ของพระเจ้าควรถูกนำไปสู่พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งซึ่งเป็นการแปรสภาพที่เป็นรูปธรรมของพระเจ้าตรีเอกภาพเพื่อเขาจะได้รับการไถ่ ได้รับความรอดและการรับสุขที่ครบบริบูรณ์ในทุกๆ ด้าน (ฆต.3:23–24) โดยผ่านยุคสมัยทั้งหมดตลอดจนโลกนิรันดร์.
อซด.
25:2 ก ข้อ 2–8; อซด.35:5–9
อซด.
25:2 1 การยกก็คือการยกขึ้นสู่เบื้องบน. เครื่องบูชายกเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ถูกยกชู ซึ่งก็คือพระคริสต์ผู้ถูกยกชูในการเสด็จสู่สวรรค์ (กจ.1:9) เครื่องบูชายกมักจะถูกจัดวางคู่กับเครื่องบูชาแกว่ง ซึ่งเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้เป็นขึ้นอยู่เสมอ (29:26–28; ลวต.7:30–32; อฤธ.18:11). ข้อเท็จจริงที่ว่า พลไพร่ของพระเจ้านำวัสดุสำหรับการก่อสร้างพลับพลามาถวายแด่พระเจ้าเป็นเครื่องบูชายกนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าคริสตจักรไม่ใช่สิ่งที่ถูกก่อสร้างขึ้นด้วยวัสดุฝ่ายธรรมชาติใดๆ ทั้งสิ้น แต่ด้วยพระคริสต์ที่พลไพร่ของพระเจ้าได้รับ, ครอบครอง, รับสุข, และประสบการณ์ในการเป็นขึ้นและในขอบเขตแห่งสวรรค์ทั้งหลายนั่นเอง (ฟป.3:7–14; อฟ.3:8; 2:5–6; เทียบ 1กธ.3:12 และคำอธิบาย).
วัสดุทั้งหมดสำหรับการก่อสร้างพลับพลานั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคุณธรรมแห่งฐานันดรและการงานของพระคริสต์. วัสดุที่ใช้มี 12 อย่างนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ แร่ธาตุ ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงชีวิตแห่งการก่อสร้างของพระคริสต์ (1กธ.3:9–12); พืชซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงชีวิตแห่งการก่อกำเนิดของพระคริสต์ (ยฮ.12:24); และสัตว์ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงชีวิตแห่งการไถ่ของพระคริสต์ (ยฮ.1:29). ชีวิตแห่งการไถ่มีไว้เพื่อชีวิตแห่งการก่อกำเนิด ส่วนชีวิตแห่งการก่อกำเนิดมีไว้เพื่อชีวิตแห่งการก่อสร้าง. การที่แร่ธาตุถูกเรียงเป็นวัสดุประเภทแรกนั้นบ่งชี้ว่า สิ่งทั้งปวงที่พระคริสต์ทรงเป็น, ทรงกระทำแล้ว, และกำลังกระทำอยู่ล้วนมีไว้เพื่อการก่อสร้างของพระเจ้า (มธ.16:18). ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งก็คือการสำเร็จสุดยอดแห่งการก่อสร้างของพระเจ้า ที่นั่นมีแต่แร่ธาตุเท่านั้นคือ ทองคำ, ไข่มุก, และเพชรพลอย (วว.21:18–21). อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องการชีวิตแห่งการไถ่และชีวิตแห่งการก่อกำเนิดเพื่อบรรลุถึงเป้าหมายของพระเจ้า.
วัสดุทั้งหมดสำหรับการก่อสร้างพลับพลานั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคุณธรรมแห่งฐานันดรและการงานของพระคริสต์. วัสดุที่ใช้มี 12 อย่างนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ แร่ธาตุ ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงชีวิตแห่งการก่อสร้างของพระคริสต์ (1กธ.3:9–12); พืชซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงชีวิตแห่งการก่อกำเนิดของพระคริสต์ (ยฮ.12:24); และสัตว์ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงชีวิตแห่งการไถ่ของพระคริสต์ (ยฮ.1:29). ชีวิตแห่งการไถ่มีไว้เพื่อชีวิตแห่งการก่อกำเนิด ส่วนชีวิตแห่งการก่อกำเนิดมีไว้เพื่อชีวิตแห่งการก่อสร้าง. การที่แร่ธาตุถูกเรียงเป็นวัสดุประเภทแรกนั้นบ่งชี้ว่า สิ่งทั้งปวงที่พระคริสต์ทรงเป็น, ทรงกระทำแล้ว, และกำลังกระทำอยู่ล้วนมีไว้เพื่อการก่อสร้างของพระเจ้า (มธ.16:18). ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งก็คือการสำเร็จสุดยอดแห่งการก่อสร้างของพระเจ้า ที่นั่นมีแต่แร่ธาตุเท่านั้นคือ ทองคำ, ไข่มุก, และเพชรพลอย (วว.21:18–21). อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องการชีวิตแห่งการไถ่และชีวิตแห่งการก่อกำเนิดเพื่อบรรลุถึงเป้าหมายของพระเจ้า.
อซด.
25:2 ข อซด.35:5, 22, 29; 1คนก.29:9, 17; อษร.7:16; 2กธ.9:7
อซด.
25:3 1 แร่ธาตุในข้อ 3–7 เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ทรงเป็นวัสดุแห่งการก่อสร้างที่พระเจ้าทรงกำหนดและตระเตรียมไว้. ทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์และดำรงอยู่นิรันดร์. เงิน (26:19; 27:10) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการไถ่ของพระคริสต์ ซึ่งก็มีความเกี่ยวข้องกับการสิ้นสุดและการแทนที่ (ดู 20:24 คำอธิบาย 2). ทองเหลือง (27:2–4, 6; 30:18) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการที่พระคริสต์ถูกทดสอบโดยการพิพากษาของพระเจ้า (อฤธ.16:39; 21:8–9). โกเมน (ข้อ 7; 28:9–10) มีสีแดง ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระโลหิตของพระคริสต์ซึ่งหลั่งออกเพื่อการไถ่. เพชรพลอยชนิดอื่นๆ (ข้อ 7; 28:17–20) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงด้านต่างๆ ของการงานแห่งการเปลี่ยนแปลงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (2กธ.3:18) ซึ่งอยู่บนพื้นฐานแห่งการไถ่ของพระคริสต์.
อซด.
25:4 ก อซด.26:1
อซด.
25:4 1ก สีฟ้าเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการอยู่ฝ่ายสวรรค์ทั้งในด้านของเนื้อแท้และในด้านของลักษณะที่ปรากฏทางภายนอก (เทียบ 1กธ.15:47–48). สีม่วงชี้ถึงความเป็นกษัตริย์ ซึ่งก็คือการอยู่ฝ่ายกษัตริย์ทั้งในด้านของฐานะและในด้านของการประพฤติ (อธร.8:15; ยฮ.19:2, 19–22). ส่วนสีแดงเข้ม เป็นสีแดงจัดชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระโลหิตที่พระคริสต์ทรงหลั่งเพื่อการไถ่ (ฮร.9:22; เทียบ ยฮซ.2:18 และคำอธิบาย).
อซด.
25:4 2 ป่านเนื้อละเอียด (26:1) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการประพฤติอันชอบธรรมของพระคริสต์ผู้เป็นมนุษย์ที่บริสุทธิ์และครบสมบูรณ์ (เทียบ วว.19:8).
อซด.
25:4 3 แพะเป็นเครื่องหมายเล็งถึงคนบาป (มธ.25:33, 41) และขนแพะเป็นเครื่องหมายเล็งถึงบรรดาบาปทั้งปวงของคนบาป. ขนแพะสำหรับคลุมพลับพลา (26:7) เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ได้กลายเป็นความบาปแทนที่เราในการงานแห่งการไถ่ของพระองค์ (2กธ.5:21).
อซด.
25:5 ก อซด.26:14
อซด.
25:5 1ก หนังแกะตัวผู้ย้อมสีแดง (ข้อ 5; 26:14) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการตายของพระคริสต์ และการหลั่งพระโลหิตเพื่อสำเร็จการไถ่ของพระองค์ (1ปต.1:18–19; อฟ.1:7; ฮร.9:22). หนังปลาโลมา (ข้อ 5; 26:14) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ผู้ทรงเข้มแข็งต่อซาตานและสามารถทนต่อการทดสอบ, การโจมตี, ความยากลำบาก, และความทุกข์ยาก (มธ.4:1–11; ยฮ.14:30; 1ปต.2:21–23).
อซด.
25:5 2 ความหมายของภาษาเฮ็บรายนั้นไม่ชัดเจน. อาจจะหมายถึงหนังของสัตว์ทะเลชนิดหนึ่ง เช่นหนังปลาโลมาหรือหนังปลาวาฬ.
อซด.
25:5 3 ดู ข้อ 10 คำอธิบาย 2.
อซด.
25:6 ก อซด.27:20
อซด.
25:6 1ก น้ำมันเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณของพระคริสต์ ซึ่งครอบคลุมถึงคุณธรรมทั้งปวงแห่งพระคริสต์ผู้ทรงกลายเป็นเนื้อหนัง, ตรึงตาย, เป็นขึ้น, และเสด็จสู่สวรรค์ (ดู รม.8:9 คำอธิบาย 4).
อซด.
25:6 ข อซด.30:23–25, 31; 31:11
อซด.
25:6 2ข เครื่องเทศสำหรับปรุงน้ำมันชโลมและเครื่องหอมที่เผาผลาญต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า (30:23–24ก, 34–35) เป็นแบบเล็งถึงประสิทธิภาพและความหวานชื่นแห่งการตายและการเป็นขึ้นของพระคริสต์ (ดู 30:25 คำอธิบาย 1 และ 34 คำอธิบาย 1).
อซด.
25:6 ค อซด.30:7, 34–37; 31:11
อซด.
25:7 ก ยนซ.2:12; อซด.28:9; เทียบ วว.21:19
อซด.
25:7 ข อซด.28:17–21
อซด.
25:7 ค อซด.28:4, 6, 15
อซด.
25:8 ก อซด.36:1–4; ฮร.9:1
อซด.
25:8 ข อซด.29:45; 1พกษ.6:12–13; ยอค.37:27; 2กธ.6:16; เทียบ ยฮ.1:14
อซด.
25:9 ก อซด.26:1; 38:21
อซด.
25:9 1ก พลับพลา (และพระวิหารที่มาภายหลัง) ฝ่ายวัตถุซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้าในพันธสัญญาเดิมนั้น แท้จริงเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงพลไพร่แห่งกลุ่มชน กล่าวคือชนชาติอิสราเอลในฐานะบ้านของพระเจ้า (ฮร.3:6 คำอธิบาย 1). ในตอนต้นของยุคพันธสัญญาใหม่ พระคริสต์ผู้กลายเป็นเนื้อหนังในฐานะการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้านั้น ทรงเป็นทั้งพลับพลาของพระเจ้าและเป็นพระวิหารของพระเจ้า (ยฮ.1:14; 2:19–21) โดยอาศัยการตายและการเป็นขึ้นของพระคริสต์ พระคริสต์ที่เป็นปัจเจกชนได้ขยายใหญ่ขึ้นเป็นพระคริสต์แห่งกลุ่มชน ซึ่งก็คือคริสตจักรที่ประกอบด้วยผู้เชื่อในพันธสัญญาใหม่ในฐานะที่เป็นพระวิหารของพระเจ้า บ้านของพระเจ้า และพระกายของพระคริสต์ (1กธ.3:16–17; 1ตธ.3:15; ฮร.3:6; 1กธ.12:12). ในที่สุดพลับพลาและพระวิหารจะสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ กล่าวคือพระเจ้าตรีเอกภาพผสมกลมกลืนกับพลไพร่ที่พระองค์ทรงไถ่ไว้ทั้งในพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่เป็นที่ประทับอันนิรันดร์ของพระเจ้า (วว.21:3, 22; ดู วว.7:15 คำอธิบาย 3; 21:3 คำอธิบาย 1; ข้อ 12 คำอธิบาย 4; ข้อ 14 คำอธิบาย 2 และข้อ 22 คำอธิบาย 1).
อซด.
25:9 ข กจ.7:44; 1คนก.28:11–12; ฮร.8:5
อซด.
25:9 2ข แบบของพลับพลาและเครื่องใช้ทั้งปวงในพลับพลานั้นเป็นแบบเล็งที่สมบูรณ์ครบถ้วน ของพระคริสต์ที่เป็นปัจเจกชนซึ่งเป็นศีรษะและเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ที่เป็นกลุ่มชนนั้นซึ่งเป็นพระกายคือคริสตจักร อีกทั้งยังครอบคลุมถึงรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับการประสบการณ์พระคริสต์เพื่อชีวิตคริสตจักร (ดู ฮร.9:4 คำอธิบาย 3).
อซด.
25:10 ก ข้อ 10–16; อซด.37:1–5
อซด.
25:10 ข พบญ.10:3; ฮร.9:4
อซด.
25:10 1ข เนื่องจากกฎบัญญัติที่เป็นพยานของพระเจ้า (ดู 20:1 คำอธิบาย 1) ถูกวางไว้ในหีบพันธสัญญา (ข้อ 16, 21; พบญ.10:1–5). หีบพันธสัญญาจึงถูกเรียกว่าหีบแห่งพยาน (ข้อ 22; 26:33–34) และเนื่องจากหีบพันธสัญญานั้นอยู่ในพลับพลา พลับพลาจึงถูกเรียกว่าพลับพลาแห่งพยาน (38:21; อฤธ.1:50, 53). พลับพลาเป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมแห่งพยานของพระเจ้า ซึ่งเป็นแบบเล็งว่า พระคริสต์ทรงเป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้า (กซ.2:9). หีบพันธสัญญาเป็นแบบเล็งของพระคริสต์นั่นชี้ว่า พลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้สามารถติดต่อกับพระเจ้าและรับสุขพระองค์ในพระคริสต์และโดยพระคริสต์ (ดู ข้อ 22 คำอธิบาย 1; ยฮ.14:6; ฮร.10:19–20).
หีบพันธสัญญาเป็นศูนย์กลางและเนื้อหาสาระของพลับพลา นี่ก็เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ทรงเป็นศูนย์กลางและเนื้อหาสาระของคริสตจักรในฐานะพลับพลาของพระเจ้าและบ้านของพระองค์ (อฟ.2:21–22; 1ตธ.3:15). ในนิมิตแห่งพลับพลาและเครื่องใช้ในพลับพลานั้น สิ่งที่ถูกกล่าวถึงประการแรกก็คือหีบพันธสัญญา นี่บ่งชี้ว่าหีบพันธสัญญานั้นดำรงความเป็นเอก (เทียบ กซ.1:18) และก็บ่งชี้ว่าคริสตจักรที่เป็นพระกายของพระคริสต์ ซึ่งมีแบบเล็งโดยพลับพลานั้นออกมาจากพระคริสต์ที่เป็นแบบเล็งของหีบพันธสัญญา. ดู 26:15 คำอธิบาย 1; ยนซ.2:22 คำอธิบาย 1; เทียบ 36:8 คำอธิบาย 1 และ 40:3 คำอธิบาย 1.
หีบพันธสัญญาเป็นศูนย์กลางและเนื้อหาสาระของพลับพลา นี่ก็เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ทรงเป็นศูนย์กลางและเนื้อหาสาระของคริสตจักรในฐานะพลับพลาของพระเจ้าและบ้านของพระองค์ (อฟ.2:21–22; 1ตธ.3:15). ในนิมิตแห่งพลับพลาและเครื่องใช้ในพลับพลานั้น สิ่งที่ถูกกล่าวถึงประการแรกก็คือหีบพันธสัญญา นี่บ่งชี้ว่าหีบพันธสัญญานั้นดำรงความเป็นเอก (เทียบ กซ.1:18) และก็บ่งชี้ว่าคริสตจักรที่เป็นพระกายของพระคริสต์ ซึ่งมีแบบเล็งโดยพลับพลานั้นออกมาจากพระคริสต์ที่เป็นแบบเล็งของหีบพันธสัญญา. ดู 26:15 คำอธิบาย 1; ยนซ.2:22 คำอธิบาย 1; เทียบ 36:8 คำอธิบาย 1 และ 40:3 คำอธิบาย 1.
อซด.
25:10 2 ไม้ซิติม (ข้อ 5, 10, 23; 26:15; 27:1) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงสภาพมนุษย์ของพระคริสต์ ซึ่งมีคุณสมบัติที่แข็งแกร่งและมาตรฐานที่สูงส่ง. สภาพมนุษย์ของพระคริสต์เป็นองค์ประกอบขั้นพื้นฐานและแก่นแท้ขั้นพื้นฐานแห่งการเป็นพยานเพื่อพระเจ้าบนแผ่นดินโลกของพระองค์. ดู มก.1:1 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 2; ลก.1:3 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 2; กซ.2:9 คำอธิบาย 3.
อซด.
25:10 3 ขนาดของหีบพันธสัญญานั้นเป็นครึ่งหนึ่งของหมายเลข 3 และหมายเลข 5 ซึ่งเป็นหมายเลขแห่งการก่อสร้างของพระเจ้า (ดู ยนซ.6:15 คำอธิบาย 2). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าหีบพันธสัญญาเป็นพยานที่ต้องการอีกครึ่งหนึ่งจึงจะกลายเป็นหน่วยที่ครบถ้วน เพื่อเป็นพยานที่ครบบริบูรณ์ (พบญ.17:6; 19:15; มธ.18:16; 19:5–6ก). นี่เปิดเผยเป็นนัยถึงพระคริสต์ผู้มีแบบเล็งโดยหีบพันธสัญญาต้องการคริสตจักรเป็นเจ้าสาวและคู่ครองของพระองค์ เพื่อเป็นพยานที่ครบบริบูรณ์ในสภาพมนุษย์ (อฟ.5:22–32; 3:21 และคำอธิบาย).
อซด.
25:11 1 หีบพันธสัญญาถูกทำด้วยไม้ซิติม (ข้อ 10) หุ้มด้วยทองคำ ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ทรงมีตัวตนเพียงหนึ่งเดียว พร้อมด้วยนิสัยสองอย่างได้แก่ นิสัยของมนุษย์และพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์. พระองค์ทรงเป็นทั้งพระเจ้าและมนุษย์ ซึ่งก็คือมนุษย์พระเจ้านั่นเอง. การที่ไม้ซิติมหุ้มด้วยทองคำทั้งข้างในและข้างนอกนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ผสมกลมกลืนกับนิสัยของมนุษย์คือพระเจ้ากับมนุษย์กลายเป็นหนึ่ง แต่ในการผสมกลมกลืนนี้ไม่ได้ก่อกำเนิดสภาพที่สาม. นี่ก็เป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ซึมซาบเข้าสู่นิสัยของมนุษย์ และค้ำจุนด้วยนิสัยฝ่ายมนุษย์และได้รับการสำแดงโดยนิสัยฝ่ายมนุษย์.
อซด.
25:11 2 กระจังหรือมงกุฎ กล่าวคือขอบที่เป็นรูปพวงมาลัยดอกไม้ดั่งมงกุฎ. ข้อ 24–25; 30:3, 4; 37:2, 11–12, 26–27 ก็เช่นเดียวกัน. กระจังทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสง่าราศีแห่งพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์. พระคริสต์ผู้ทรงเป็นการแปรสภาพเป็นรูปธรรมของพระเจ้าสำแดงพระเจ้าโดยการปรากฏออกซึ่งสง่าราศีของพระองค์ (ฮร.1:3ก; 2กธ.4:6). โดยการดำเนินชีวิตแห่งสภาพมนุษย์ของพระคริสต์ พระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ได้รับการสำแดงดั่งพวงมาลัยหรือมงกุฎอันสง่าราศี.
สง่าราศีแห่งพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นขอบนั้นก็เป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งการคุ้มครองและกำลังแห่งการค้ำจุนของพระเจ้า. พระคริสต์ที่เราดำเนินชีวิตและสำแดงใหญ่ขึ้น (ฟป.1:20–21ก) กลายเป็นสง่าราศีที่สำแดงออกโดยเราและสง่าราศีนี้ก็คือขอบที่คุ้มครองและค้ำจุนเรา.
สง่าราศีแห่งพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นขอบนั้นก็เป็นเครื่องหมายเล็งถึงฤทธิ์เดชแห่งการคุ้มครองและกำลังแห่งการค้ำจุนของพระเจ้า. พระคริสต์ที่เราดำเนินชีวิตและสำแดงใหญ่ขึ้น (ฟป.1:20–21ก) กลายเป็นสง่าราศีที่สำแดงออกโดยเราและสง่าราศีนี้ก็คือขอบที่คุ้มครองและค้ำจุนเรา.
อซด.
25:12 1 ห่วง 4 ห่วงและคานหาม 2 อัน (ข้อ 13) มีไว้เพื่อการเคลื่อนไหวของหีบพันธสัญญา (อฤธ.10:33). ตัวเลข 4 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงมุม 4 ด้านของแผ่นดิน พระคริสต์ผู้ทรงเป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมแห่งพยานของพระเจ้า ควรจะถูกแบกไปสู่มุม 4 ด้านของแผ่นดิน เพื่อไปถึงมนุษย์ทั้งปวง (วว.7:1; มธ.28:19; กจ.1:8). ห่วงเป็นสิ่งที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดสิ้นสุด ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณที่นิรันดร์ (ฮร.9:14; ลก.15:22). ห่วงทองคำ 4 ห่วงเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระวิญญาณของพระคริสต์เป็นปัจจัยและฤทธิ์เดชแห่งการประสานสนิท เพื่อแบกรับพระคริสต์ผู้เป็นพยานของพระเจ้า. การหลอมทองคำเป็นห่วงนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงประสบการณ์แห่งกางเขนซึ่งทำให้พระวิญญาณผู้ประทานชีวิตที่นิรันดร์กลายเป็นฤทธิ์เดชแห่งการประสานสนิทที่อยู่ภายในเรา.
อซด.
25:12 2 ห่วง 2 ห่วงพร้อมด้วยคานหาม 2 อัน (ข้อ 14) ที่อยู่ด้านข้างทั้ง 2 ด้านของหีบพันธสัญญานั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่า การเคลื่อนไหวแห่งพระคริสต์ผู้เป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมแห่งพยานของพระเจ้านั้น ต้องอาศัยการร่วมประสานที่ดีเพื่อเป็นพยานในทุกๆ ด้าน (ลก.10:1 และคำอธิบาย 2).
อซด.
25:13 1 คานหาม 2 อันที่ทำด้วยไม้ซิติมเป็นเครื่องหมายเล็งว่า นิสัยฝ่ายมนุษย์ของพระคริสต์เป็นกำลังเพื่อการเคลื่อนไหวของพระองค์ผู้เป็นพยานของพระเจ้า. คานหามหุ้มด้วยทองคำเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์เป็นการสำแดงแห่งการเคลื่อนไหวของพระองค์. การเคลื่อนไหวของพระคริสต์มักจะอาศัยนิสัยฝ่ายมนุษย์และพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ทั้งสองสภาพได้ผสมกลมกลืนเป็นหนึ่ง (ดู ข้อ 11 คำอธิบาย 1).
อซด.
25:14 1 การสอดคานหามเข้าที่ห่วงสำหรับใช้ยกหามหีบนั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่า การเคลื่อนไหวของพระคริสต์ต้องอาศัยมนุษย์แบกรับพยานของพระเจ้าบนร่างกายของเขา (เทียบ 2กธ.4:10–12) ในฤทธิ์เดชแห่งการประสานสนิทของพระวิญญาณนั้น (อฟ.4:3). คนที่หามหีบพันธสัญญานั้นได้หามหีบบนบ่า ซึ่งบ่งชี้ว่าเขาเป็นหนึ่งกับหีบพันธสัญญา. ในความเป็นจริง การหามหีบพันธสัญญาก็คือการดำเนินชีวิตพระคริสต์ เพื่อเป็นพยานของพระคริสต์และพยานบุคคลของพระองค์ ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนก็ตาม (กจ.1:8 และคำอธิบาย 3; 23:11 คำอธิบาย 4). ไม้คานหามให้สอดไว้ในห่วงของหีบอย่าถอดออก (ข้อ 15). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า เราได้เตรียมพร้อมเพื่อการเคลื่อนไหวของพระคริสต์ผู้เป็นพยานของพระเจ้า.
อซด.
25:16 1 ดู ข้อ 10 คำอธิบาย 1 ย่อหน้าที่ 1. พยาน (กฎบัญญัติ) ถูกเก็บไว้ในหีบพันธสัญญา นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า กฎบัญญัติที่มีชีวิตของพระเจ้าในฐานะที่เป็นพยานของพระเจ้าอาศัยอยู่ในพระคริสต์อย่างมีรูปมีร่าง (ยฮ.1:18).
อซด.
25:16 ก อซด.25:21; 16:34; 40:20; 1พกษ.8:9
อซด.
25:17 ก ข้อ 17–22; อซด.37:6–9
อซด.
25:17 ข ฮร.9:5; เทียบ รม.3:25
อซด.
25:17 1ข ฝาปกปิดบาปเทียบเท่ากับสถานที่ระงับข้อพิพาทในโรม 3:25 และเฮ็บราย 9:5 ซึ่งก็คือฝาของหีบพันธสัญญา ซึ่งเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ทรงเป็นการปกปิดแห่งกฎบัญญัติอันชอบธรรมของพระเจ้าและก็เป็นสถานที่ซึ่งพระเจ้าทรงพบกับพลไพร่ที่พระองค์ทรงไถ่ไว้และตรัสกับเขาในพระคุณ (ข้อ 22). ด้วยเหตุนี้ ฝาปกปิดบาปที่อยู่บนหีบพันธสัญญาในที่บริสุทธิ์สุดนั้นเทียบเท่ากับพระที่นั่งแห่งพระคุณ ซึ่งก็คือพระคริสต์นั้นผู้อาศัยอยู่ในวิญญาณของเรา (ฮร.4:16 และคำอธิบาย 1). ตามวิวรณ์ 8:3 นี่ก็คือพระที่นั่งแห่งอำนาจของพระเจ้าและก็คือพระที่นั่งแห่งการปกครองของพระเจ้า. ทองคำบริสุทธิ์ที่ใช้ทำฝานี้เป็นเครื่องหมายเล็งถึง พระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ที่บริสุทธิ์ของพระคริสต์ (ดู ลวต.16:1 คำอธิบาย 1).
อซด.
25:17 2 ดู ข้อ 10 คำอธิบาย 3.
อซด.
25:18 1 คะรูบิมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสง่าราศีของพระเจ้า (ยอค.10:18; ฮร.9:5). เหตุฉะนั้น คะรูบิมที่อยู่บนฝาปกปิดบาปชี้ว่าพระคริสต์ทรงสำแดงสง่าราศีของพระเจ้า (ยฮ.1:14). คะรูบิมถูกทุบตีออกมา นี่บ่งชี้ว่า การที่พระคริสต์สำแดงสง่าราศีของพระเจ้านั้นต้องอาศัยการทนทุกข์ (เทียบ ฮร.2:9–10; รม.8:17–18).
อซด.
25:19 1 คะรูบิมทั้งสองเชื่อมติดกับฝาปกปิดบาป นี่บ่งชี้ว่าสง่าราศีของพระเจ้าส่องออกจากพระคริสต์และส่องบนพระคริสต์ผู้เป็นฝาปกปิดบาป กลายเป็นพยาน (เทียบ ยฮ.1:14; 2กธ.4:4, 6). รูปร่าง ขนาดและน้ำหนักของคะรูบิมนั้นไม่มีการจดบันทึกไว้ นี่บ่งชี้ว่าสง่าราศีแห่งการฉายส่องของพระคริสต์นั้นเป็นสิ่งที่ลับลึกและหยั่งวัดไม่ได้.
อซด.
25:20 ก 1พกษ.8:7; 1คนก.28:18
อซด.
25:20 1ก ปีกของคะรูบิมบดบังฝาปกปิดบาป นี่บ่งชี้ว่าสง่าราศีของพระเจ้าสำแดงออกในพระคริสต์และกลายเป็นพยานที่ครบบริบูรณ์ (ฮร.1:3ก; อฟ.3:21 และคำอธิบาย 4) คะรูบิมหันหน้าเข้าหากันและหันหน้ามาตรงฝาปกปิดบาป นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าสง่าราศีของพระเจ้าได้เพ่งพินิจและมองดูสิ่งที่พระคริสต์ทรงกระทำ.
อซด.
25:21 1 คะรูบิมและฝาปกปิดบาปทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ (ข้อ 17–18) นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ทรงเป็นแสงรัศมีของพระเจ้า (ฮร.1:3ก) การฉายส่องของพระองค์นั้นเป็นการฉายส่องอันศักดิ์สิทธิ์. ฝาปกปิดบาปที่ทำด้วยทองคำถูกครอบไว้บนหีบพันธสัญญาที่ทำด้วยไม้ซิติม (ข้อ 10) นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า สภาพมนุษย์ซึ่งไม่ใช่สภาพพระเจ้าของพระคริสต์เป็นพื้นฐานที่พระองค์ทรงสำแดงสง่าราศีแห่งพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ (ดู ข้อ 10 คำอธิบาย 2).
อซด.
25:21 ก อซด.26:34; 40:20; ลวต.16:2
อซด.
25:21 2 ดู ข้อ 16 คำอธิบาย 1.
อซด.
25:22 ก อซด.29:42; 30:6, 36; อฤธ.17:4
อซด.
25:22 1ก หมายถึง พบกันในสถานที่นัดพบ หรือ พบกันตามการนัดหมาย. ใน 29:42, 43 และ 30:6, 36 ก็เช่นเดียวกัน. คำนี้เป็นรากศัพท์ของคำว่า “การประชุม” ในวลีที่ว่า “กระโจมแห่งการประชุม”. พระเจ้าทรงพบกับพลไพร่ของพระองค์และตรัสกับเขาเหนือฝาปกปิดบาประหว่างกลางคะรูบิม นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระเจ้าทรงพบกับเราและตรัสกับเราในพระคริสต์ผู้ระงับข้อพิพาทและในสง่าราศีที่สำแดงออกจากพระคริสต์ผู้ระงับข้อพิพาทในฐานะพยานของพระองค์ (เทียบ 2กธ.3:8–11, 18). เหตุฉะนั้น ฝาปกปิดบาปพร้อมด้วยเลือดของสัตวบูชาที่ประพรมบนฝาในวันแห่งการปกปิดบาปนั้น (ลวต.16:14–15, 29–30) เป็นรูปภาพที่บรรยายถึงพระคริสต์ผู้ทำการไถ่ในสภาพมนุษย์ของพระองค์กับพระคริสต์ผู้ทรงส่องสว่างในสภาพพระเจ้าของพระองค์นั้นเป็นสถานที่ซึ่งคนบาปที่ตกต่ำสามารถพบกับพระเจ้าที่ชอบธรรม แยกบริสุทธิ์ และสง่าราศี ทั้งยังได้ยินคำตรัสของพระองค์ด้วย ดังนั้น เขาจึงถูกซึมซาบด้วยพระเจ้าผู้ทรงเป็นพระคุณและได้รับนิมิต การเปิดเผยและการชี้นำจากพระองค์ (ดู ข้อ 17 คำอธิบาย 1).
อซด.
25:22 ข อฤธ.7:89; 1ซมอ.4:4; 2ซมอ.6:2; 2พกษ.19:15; บพส.80:1; ยซย.37:16
อซด.
25:23 ก ข้อ 23–30; อซด.37:10–16
อซด.
25:23 1 ไม้ซิติมในที่นี่ เป็นเครื่องหมายเล็งว่า สภาพมนุษย์ของพระคริสต์เป็นองค์ประกอบขั้นพื้นฐานเพื่อให้พระองค์เป็นงานเลี้ยงของเรา (ยฮ.6:51, 53–55). ทองคำที่ใช้หุ้มไม้นั้นเป็นเครื่องหมายเล็งถึงสภาพพระเจ้าของพระคริสต์ซึ่งเป็นการสำแดงของพระเจ้า. ขณะที่เรารับสุขพระคริสต์เป็นการหล่อเลี้ยงของเราเพื่อการปรนนิบัติพระเจ้า ผลลัพธ์ก็คือทองคำ ซึ่งเป็น สภาพพระเจ้าของพระคริสต์อันเป็นการสำแดงของพระเจ้า.
อซด.
25:23 ข ฮร.9:2; เทียบ 2คนก.4:8
อซด.
25:23 2ข โต๊ะที่ตั้งขนมปังถวายเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ที่เป็นงานเลี้ยงเพื่อบำรุงเลี้ยงผู้เชื่อที่เป็นปุโรหิตของพระเจ้า (1ปต.2:5, 9; วว.1:6; 5:10). โต๊ะนี้ถูกวางไว้ในที่บริสุทธิ์ที่อยู่ในพลับพลา (40:22; ฮร.9:2) อยู่ในพลับพลาเป็นเครื่องหมายเล็งถึง อยู่ในหรืออยู่ท่ามกลางพลไพร่ของพระเจ้าที่เป็นที่ประทับที่ถูกก่อสร้างขึ้นของพระองค์ (ดู 26:15 คำอธิบาย 2). ในพระคัมภีร์ โต๊ะไม่ได้เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการกินดื่มของปัจเจกชนแต่เป็นงานเลี้ยงแห่งกลุ่มชน (1กธ.10:16, 21; เทียบ บพส.23:5). พระคริสต์ที่เป็นอาหารของปุโรหิตของพระเจ้ามีไว้เพื่องานเลี้ยงแห่งกลุ่มชนที่อยู่ในที่ประทับของพระเจ้า.
ตามลำดับแห่งการเปิดเผยของพระเจ้า โต๊ะที่ตั้งขนมปังถวายถูกเปิดเผยหลังจากหีบพันธสัญญา (ข้อ 10–22). นี่เปิดเผยเป็นนัยว่า โต๊ะได้สัมพันธ์สนิทกับหีบพันธสัญญา. ในประสบการณ์ฝ่ายวิญญาณ ขณะที่เราพบกับพระเจ้าบนพระคริสต์ที่เป็นฝาปกปิดบาป รับสุขการสามัคคีธรรมกับพระเจ้าและได้ยินคำตรัสที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระองค์ หีบพันธสัญญาก็กลายเป็นโต๊ะที่ตั้งขนมปังถวาย ในที่นั่นเรารับสุขงานเลี้ยงที่เต็มด้วยการบำรุงเลี้ยง. นี่หมายความว่า พระคริสต์ที่เป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมแห่งพยานของพระเจ้า นำเราเข้าสู่การรับสุขที่มีต่อพระองค์. ยิ่งกว่านั้นในประสบการณ์ของเรา การรับสุขที่เรามีต่อพระคริสต์มักนำเรากลับสู่พระองค์ผู้เป็นพยานของพระเจ้า.
ตามลำดับแห่งการเปิดเผยของพระเจ้า โต๊ะที่ตั้งขนมปังถวายถูกเปิดเผยหลังจากหีบพันธสัญญา (ข้อ 10–22). นี่เปิดเผยเป็นนัยว่า โต๊ะได้สัมพันธ์สนิทกับหีบพันธสัญญา. ในประสบการณ์ฝ่ายวิญญาณ ขณะที่เราพบกับพระเจ้าบนพระคริสต์ที่เป็นฝาปกปิดบาป รับสุขการสามัคคีธรรมกับพระเจ้าและได้ยินคำตรัสที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระองค์ หีบพันธสัญญาก็กลายเป็นโต๊ะที่ตั้งขนมปังถวาย ในที่นั่นเรารับสุขงานเลี้ยงที่เต็มด้วยการบำรุงเลี้ยง. นี่หมายความว่า พระคริสต์ที่เป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมแห่งพยานของพระเจ้า นำเราเข้าสู่การรับสุขที่มีต่อพระองค์. ยิ่งกว่านั้นในประสบการณ์ของเรา การรับสุขที่เรามีต่อพระคริสต์มักนำเรากลับสู่พระองค์ผู้เป็นพยานของพระเจ้า.
อซด.
25:23 3 ขนาดความยาวกับความกว้างของโต๊ะนั้นคูณกันคือ 2 ตารางศอก ซึ่งครอบคลุมถึง 2 หน่วย หน่วยละ 1 ตารางศอก นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของพระคริสต์ที่ครบสมบูรณ์ (ที่มีเครื่องหมายโดยรูปทรงสี่เหลี่ยม) และครบถ้วน (ที่มีเครื่องหมายโดยหมายเลข 1) และก่อกำเนิดพยาน (ที่มีเครื่องหมายโดยหมายเลข 2).
อซด.
25:23 4 โต๊ะกับหีบแห่งพยานนั้นมีความสูงเท่ากัน นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า การบำรุงเลี้ยงของพระคริสต์ที่เป็นการหล่อเลี้ยงต่อปุโรหิตที่ทำการปรนนิบัตินั้น สมกับมาตรฐานแห่งพยานของพระเจ้า (เทียบ 16:34 คำอธิบาย 1).
อซด.
25:24 1 เกี่ยวกับกระจังทองคำรอบขอบโต๊ะนั้น ดู ข้อ 11 คำอธิบาย 2.
อซด.
25:25 1 กรอบใกล้กับส่วนล่างของโต๊ะ และชิดกับห่วง 4 อันที่ติดไว้ที่มุมขาโต๊ะทั้ง 4 ขา (ข้อ 26–27). จุดประสงค์คือเชื่อมติดขาโต๊ะและเสริมให้แข็งแรงมั่นคง. กว้างหนึ่งฝ่ามือ เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเต็มไปด้วยกำลังแห่งการเชื่อมติดและเสริมให้แข็งแรงมั่นคง. กระจังทองคำล้อมรอบขอบนั้นมีไว้เพื่อการรักษาและการค้ำจุน (ข้อ 11 คำอธิบาย 2). ในประสบการณ์ฝ่ายวิญญาณ การรับสุขพระคริสต์เป็นงานเลี้ยงสามารถเสริมให้เราแข็งแรงมั่นคง เชื่อมติดเรา ค้ำจุนเรา และรักษาเรา.
อซด.
25:26 1 เหมือนกับห่วงของหีบพันธสัญญา ห่วง 4 อันของโต๊ะเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณของพระคริสต์ที่เป็นปัจจัยและฤทธิ์เดชแห่งการประสานสนิท (ดู ข้อ 12 คำอธิบาย 1). ความเป็นหนึ่งของพระวิญญาณนั้นเหมือนดังห่วง ซึ่งเป็นการผูกพันที่มีฤทธิ์เดชแห่งการประสานสนิท (อฟ.4:3). ห่วง 4 อันถูกติดไว้ที่ขาโต๊ะทั้ง 4 ขา นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ที่เป็นงานเลี้ยงของเราเคลื่อนไหวและติดตามเราตลอดเวลา (เทียบ 1กธ.10:4). ห่วงที่ใช้สอดคานหามนั้นชิดกับกรอบ (ข้อ 27) นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ทั้งการประสานสนิทและการเคลื่อนไหวล้วนขึ้นอยู่กับการเชื่อมติดและการเสริมให้แข็งแรงมั่นคง (ดู ข้อ 25 คำอธิบาย 1).
อซด.
25:28 1 ดู ข้อ 13 คำอธิบาย 1.
อซด.
25:29 ก อฤธ.4:7
อซด.
25:29 1ก จานมีไว้สำหรับการจัดวางขนมปัง. ถ้วยนั้นบรรจุกำยาน (ที่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเป็นขึ้นของพระคริสต์) และเทบนขนมปังถวายที่วางไว้บนโต๊ะ (ลวต.24:7). คนโท และชามใช้เพื่อเทเครื่องบูชาดื่ม. ภาชนะเหล่านี้ล้วนต้องทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าสภาพพระเจ้าของพระคริสต์เป็นสื่อกลางให้เรามีส่วนในพระองค์ที่เป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของเราและเครื่องบูชาที่เราถวายแด่พระเจ้า.
อซด.
25:30 ก ลวต.24:5–6; 1พกษ.7:48; เทียบ มธ.12:4; มก.2:26; ลก.6:4
อซด.
25:30 1ก ขนมปังถวายที่ตั้งไว้บนโต๊ะ ถูกเรียกว่า ขนมปังแห่งพระพักตร์ เพราะว่าโต๊ะนั้นถูกตั้งไว้ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า ซึ่งก็คือในการสถิตอยู่ของพระองค์ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากหีบพันธสัญญา. มานาที่พลไพร่ทั้งปวงได้เก็บที่ป่ากันดารนั้นได้อยู่ข้างนอกของบริเวณภายนอกของพลับพลา สำหรับขนมปังแห่งการสถิตอยู่ของพระเจ้าได้ประทานให้ปุโรหิตที่อยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้าในที่บริสุทธิ์ของพลับพลารับสุขเท่านั้น (40:22–23; ฮร.9:2; ลวต.24:9). มานาเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ที่เป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตต่อพลไพร่ของพระเจ้า เพื่อการดำเนินชีวิตของเขา (ดู 16:19 คำอธิบาย 1). ขนมปังบนโต๊ะนั้นเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ที่เป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตต่อปุโรหิต เพื่อเขาไม่เพียงสามารถดำเนินชีวิตเท่านั้น แต่ยังปรนนิบัติพระเจ้าอีกด้วย. ขนมปังนี้บ่งชี้ว่าพลไพร่ของพระเจ้าไม่ควรที่จะดำเนินชีวิตโดยตัวเขาเองอีกต่อไปแต่ควรดำเนินชีวิตโดยพระคริสต์ที่เป็นชีวิตและการหล่อเลี้ยงของชีวิตของเขา (ยฮ.6:57).
ขนมปังถวายนั้นเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดในบรรดาเครื่องบูชาของพระยะโฮวาที่เผาด้วยไฟ (ลวต.24:7, 9). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าส่วนที่ล้นเหลือจากการรับสุขที่ผู้เชื่อมีต่อพระคริสต์นั้นถูกถวายแด่พระเจ้าเป็นอาหารของพระองค์เพื่อให้พระองค์อิ่มหนำ. พระเจ้าทรงแบ่งบางส่วนของขนมปังถวายนี้ออกมา นำเข้าสู่ที่บริสุทธิ์และจัดวางบนโต๊ะเพื่อเป็นอาหารของปุโรหิตที่ทำการปรนนิบัติ.
ขนมปังถวายนั้นเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดในบรรดาเครื่องบูชาของพระยะโฮวาที่เผาด้วยไฟ (ลวต.24:7, 9). นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่าส่วนที่ล้นเหลือจากการรับสุขที่ผู้เชื่อมีต่อพระคริสต์นั้นถูกถวายแด่พระเจ้าเป็นอาหารของพระองค์เพื่อให้พระองค์อิ่มหนำ. พระเจ้าทรงแบ่งบางส่วนของขนมปังถวายนี้ออกมา นำเข้าสู่ที่บริสุทธิ์และจัดวางบนโต๊ะเพื่อเป็นอาหารของปุโรหิตที่ทำการปรนนิบัติ.
อซด.
25:30 2 ขนมปังถวายแปลตามตรงคือ ขนมปังของใบหน้า (พระพักตร์). ขนมปังถวายก็คือขนมปังแห่งพระพักตร์ ซึ่งหมายความถึงการสถิตอยู่ของพระเจ้า พระพักตร์ของพระเจ้า ซึ่งเป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของปุโรหิตที่ทำการปรนนิบัติ (เทียบ 2กธ.2:10; 4:6–7; 3:18). ในประสบการณ์ของเรา ความเที่ยงแท้แห่งการสถิตอยู่ของพระเจ้าก็คือพระวิญญาณนั้นที่อยู่ในวิญญาณของเรา (2ตธ.4:22; เทียบ 2กธ.3:17) และพระวิญญาณนั้นก็คือความเที่ยงแท้ของพระคริสต์ที่เป็นขนมปังแห่งชีวิต (ยฮ.6:33, 51ก, 63).
อซด.
25:31 ก ข้อ 31–39; อซด.37:17–24
อซด.
25:31 1 การตีแผ่ทองคำเพื่อการส่องสว่าง เป็นเครื่องหมายเล็งว่าการที่พระคริสต์ส่องออกซึ่งความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์เป็นการสำแดงแห่งสง่าราศีอันศักดิ์สิทธิ์ (วว.21:23) ต้องอาศัยการทนทุกข์ (เทียบ ข้อ 18 คำอธิบาย 1). โดยการทนทุกข์ของพระคริสต์จึงได้ถูกก่อรูปเป็นผู้รองรับความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ และได้ส่องสว่างในที่ประทับของพระเจ้าเพื่อผู้ปรนนิบัติพระเจ้าสามารถทำการปรนนิบัติที่นั่น. การตีแผ่ทองคำเป็นรูปคันประทีปยังเป็นเครื่องหมายเล็งว่าผู้เชื่อมีส่วนในการทนทุกข์ของพระคริสต์และเขามีการผสมกลมกลืนเข้าด้วยกันโดยกางเขนด้วยพระวิญญาณนั้น เพื่อก่อกำเนิดและก่อสร้างคริสตจักร ซึ่งก็คือพระกายของพระคริสต์ (รม.8:17; 1ปต.2:21; ฟป.3:10; กซ.1:24;1กธ.12:24)
อซด.
25:31 ข ฮร.9:2; เทียบ 1พกษ.7:49; 2คนก.4:20; ซคย.4:2; วว.1:12
อซด.
25:31 2ข ตามคำบรรยายในข้อ 31–36 คันประทีปประกอบด้วย ฐาน ลำที่อยู่ตรงกลาง และกิ่ง 3 คู่ที่อยู่ทั้ง 2 ข้าง. มีฐานดอกอยู่ข้างล่างกิ่งแต่ละคู่ เพื่อรองรับกิ่ง 2 กิ่งที่อยู่บนลำต้น. บนกิ่งแต่ละกิ่งมีถ้วยสามถ้วย รูปคล้ายๆ กับดอกอัลมอนด์ แต่ละถ้วยนั้นประกอบด้วยฐานดอก (ส่วนที่เป็นสีเขียวสดคล้ายใบไม้อยู่ด้านล่างของดอกไม้) และดอกตูม. ดอกไม้ทั้งดอกซึ่งครอบคลุมถึงฐานดอกและดอกตูม คือถ้วย 1 ถ้วย รูปคล้ายๆ กับดอกอัลมอนด์. บนคันประทีปนั้นมีฐานดอก 25 อัน (มี 1 อันอยู่ใต้กิ่งแต่ละคู่ บนกิ่ง 6 กิ่งนั้นต่างก็มี 3 อัน และมีอีก 4 อัน บนลำต้น” พร้อมด้วยดอกตูม 22 ดอก (ฐานดอก 3 อันที่อยู่ด้านล่างกิ่งแต่ละคู่นั้นไม่มีดอกตูม). แนวคิดอันศักดิ์สิทธิ์ในที่นี่ก็คือ แท้ที่จริงคันประทีปคือต้นไม้ที่มีชีวิตซึ่งกำลังจำเริญเติบโตอยู่ ซึ่งมีฐานดอกและก็มีดอกตูมด้วย.
คันประทีปเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพที่แปรสภาพเป็นรูปธรรมและสำแดงออกมา. เนื้อแท้แห่งทองคำบริสุทธิ์ของคันประทีป(ข้อ 31) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าพระบิดา รูปร่างของคันประทีปเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระเจ้าพระบุตรทรงเป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้าพระบิดา (ยฮ.14:9–11ก; 2กธ.4:4ข; กซ.1:15; 2:9) ส่วนดวงประทีปทั้งเจ็ด (ข้อ 37) เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระเจ้าพระวิญญาณทรงเป็นพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า เพื่อการสำแดงที่เพิ่มกำลังเจ็ดเท่าของพระบิดาที่อยู่ในพระบุตร (วว.4:5; 5:6). คันประทีปในบทนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ทรงเป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมและการสำแดงของพระเจ้าตรีเอกภาพที่ส่องสว่างโดยดวงประทีปทั้งเจ็ดซึ่งก็คือพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า (กซ.2:9; มธ.4:16; ยฮ.1:4–9) คันประทีปใน 1 พงศาวดารกษัตริย์ 7:49 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ที่ขยายใหญ่ขึ้น คันประทีปในซะคาระยาบทที่ 4 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงชนชาติอิสราเอลที่เป็นพยานที่ส่องสว่างของพระเจ้าโดยอาศัยพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตที่เพิ่มกำลังเจ็ดเท่าซึ่งเป็นความเที่ยงแท้ของพระคริสต์ (ซคย.4:2, 6, 10; วว.5:6) ส่วนคันประทีปในวิวรณ์บทที่ 1 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงคริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลายที่เป็นผลิตภัณฑ์ถอดแบบของพระคริสต์และการอัดสำเนาของพระวิญญาณนั้น (วว.1:11–12, 20). การสำเร็จสุดยอดและการสรุปรวมของคันประทีปทั้งหมดในพระคัมภีร์ก็คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ที่เป็นคันประทีปทองคำที่สำเร็จสุดยอด มีเพียงหนึ่งเดียวและดำรงอยู่นิรันดร์ซึ่งมีพระคริสต์เป็นดวงประทีปและมีพระเจ้าเป็นแสงสว่าง เพื่อที่จะส่องสว่างในพระคริสต์และส่องผ่านทั่วทั้งเมือง เพื่อพระเจ้าตรีเอกภาพจะได้รับการสำแดงในโลกนิรันดร์ (วว.21:11, 18, 23; 22:5 ดู วว.1:12 คำอธิบาย 3).
การที่คันประทีปถูกเปิดเผยหลังจากโต๊ะที่ตั้งขนมปังถวาย (ข้อ 23–30) บ่งชี้ว่าพระคริสต์ที่เป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตซึ่งมีเครื่องหมายโดยโต๊ะนั้น กลายเป็นความสว่างแห่งชีวิตของเรา (ยฮ.1:4; 8:12) ซึ่งมีเครื่องหมายโดยคันประทีป. คันประทีปถูกตั้งไว้ตรงข้ามกับโต๊ะ แต่ใกล้กับหีบพันธสัญญาในที่บริสุทธิ์ (26:34–35) นี่บ่งชี้ว่าในคริสตจักร แสงสว่างแห่งหลักความจริง (1ยฮ.1:5–6) กับการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตจำต้องมีความเหมาะสมและความสมดุลระหว่างกันและกัน เพื่อแบกรับพระคริสต์ผู้เป็นพยานของพระเจ้า. ในการจัดทำและจัดวางเครื่องใช้ของพลับพลา สิ่งที่ตามหลังคันประทีปคือแท่นเผาเครื่องหอม (37:23–25; 40:24–27) นี่บ่งชี้ว่า การส่องสว่างของพระคริสต์ในการเป็นขึ้นซึ่งเป็นแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ นำเรารับสุขพระคริสต์ที่เป็นสุคนธรสแห่งการเป็นขึ้นในการอธิษฐานแห่งการสามัคคีธรรมกับพระเจ้า. แสงสว่างของคันประทีปชี้นำให้เรารับสุขพระคริสต์เป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิต และก็นำพาเราเข้าสู่ที่บริสุทธิ์สุด เพื่อรับสุขพระคริสต์ที่เป็นพยานของพระเจ้าพร้อมด้วยพระที่นั่งแห่งพระคุณอย่างลึกซึ้งที่สุด (ดูข้อ 10 คำอธิบาย 1 และข้อ 17 คำอธิบาย 1).
คันประทีปเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพที่แปรสภาพเป็นรูปธรรมและสำแดงออกมา. เนื้อแท้แห่งทองคำบริสุทธิ์ของคันประทีป(ข้อ 31) เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าพระบิดา รูปร่างของคันประทีปเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระเจ้าพระบุตรทรงเป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้าพระบิดา (ยฮ.14:9–11ก; 2กธ.4:4ข; กซ.1:15; 2:9) ส่วนดวงประทีปทั้งเจ็ด (ข้อ 37) เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระเจ้าพระวิญญาณทรงเป็นพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า เพื่อการสำแดงที่เพิ่มกำลังเจ็ดเท่าของพระบิดาที่อยู่ในพระบุตร (วว.4:5; 5:6). คันประทีปในบทนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ทรงเป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมและการสำแดงของพระเจ้าตรีเอกภาพที่ส่องสว่างโดยดวงประทีปทั้งเจ็ดซึ่งก็คือพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า (กซ.2:9; มธ.4:16; ยฮ.1:4–9) คันประทีปใน 1 พงศาวดารกษัตริย์ 7:49 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระคริสต์ที่ขยายใหญ่ขึ้น คันประทีปในซะคาระยาบทที่ 4 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงชนชาติอิสราเอลที่เป็นพยานที่ส่องสว่างของพระเจ้าโดยอาศัยพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตที่เพิ่มกำลังเจ็ดเท่าซึ่งเป็นความเที่ยงแท้ของพระคริสต์ (ซคย.4:2, 6, 10; วว.5:6) ส่วนคันประทีปในวิวรณ์บทที่ 1 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงคริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลายที่เป็นผลิตภัณฑ์ถอดแบบของพระคริสต์และการอัดสำเนาของพระวิญญาณนั้น (วว.1:11–12, 20). การสำเร็จสุดยอดและการสรุปรวมของคันประทีปทั้งหมดในพระคัมภีร์ก็คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ที่เป็นคันประทีปทองคำที่สำเร็จสุดยอด มีเพียงหนึ่งเดียวและดำรงอยู่นิรันดร์ซึ่งมีพระคริสต์เป็นดวงประทีปและมีพระเจ้าเป็นแสงสว่าง เพื่อที่จะส่องสว่างในพระคริสต์และส่องผ่านทั่วทั้งเมือง เพื่อพระเจ้าตรีเอกภาพจะได้รับการสำแดงในโลกนิรันดร์ (วว.21:11, 18, 23; 22:5 ดู วว.1:12 คำอธิบาย 3).
การที่คันประทีปถูกเปิดเผยหลังจากโต๊ะที่ตั้งขนมปังถวาย (ข้อ 23–30) บ่งชี้ว่าพระคริสต์ที่เป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตซึ่งมีเครื่องหมายโดยโต๊ะนั้น กลายเป็นความสว่างแห่งชีวิตของเรา (ยฮ.1:4; 8:12) ซึ่งมีเครื่องหมายโดยคันประทีป. คันประทีปถูกตั้งไว้ตรงข้ามกับโต๊ะ แต่ใกล้กับหีบพันธสัญญาในที่บริสุทธิ์ (26:34–35) นี่บ่งชี้ว่าในคริสตจักร แสงสว่างแห่งหลักความจริง (1ยฮ.1:5–6) กับการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตจำต้องมีความเหมาะสมและความสมดุลระหว่างกันและกัน เพื่อแบกรับพระคริสต์ผู้เป็นพยานของพระเจ้า. ในการจัดทำและจัดวางเครื่องใช้ของพลับพลา สิ่งที่ตามหลังคันประทีปคือแท่นเผาเครื่องหอม (37:23–25; 40:24–27) นี่บ่งชี้ว่า การส่องสว่างของพระคริสต์ในการเป็นขึ้นซึ่งเป็นแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ นำเรารับสุขพระคริสต์ที่เป็นสุคนธรสแห่งการเป็นขึ้นในการอธิษฐานแห่งการสามัคคีธรรมกับพระเจ้า. แสงสว่างของคันประทีปชี้นำให้เรารับสุขพระคริสต์เป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิต และก็นำพาเราเข้าสู่ที่บริสุทธิ์สุด เพื่อรับสุขพระคริสต์ที่เป็นพยานของพระเจ้าพร้อมด้วยพระที่นั่งแห่งพระคุณอย่างลึกซึ้งที่สุด (ดูข้อ 10 คำอธิบาย 1 และข้อ 17 คำอธิบาย 1).
อซด.
25:31 3 ทองคำบริสุทธิ์เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ นี่บ่งชี้ว่า ในฐานะที่เป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้าพระบิดา เพื่อการสำแดงของพระองค์ พระคริสต์ทรงบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์. แม้ว่าพระคริสต์ทรงเป็นมนุษย์และมีสภาพมนุษย์ แต่การที่พระองค์ส่องสว่างเป็นความสว่างแห่งชีวิต (ยฮ.8:12) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสภาพมนุษย์ของพระองค์ แต่ได้เกี่ยวข้องกับสภาพพระเจ้าของพระองค์ต่างหาก (ยฮ.1:1, 4–5). คริสตจักรที่เป็นคันประทีปก็เช่นเดียวกัน (วว.1:20) กล่าวคือความเที่ยงแท้และการส่องสว่างของคริสตจักรไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพมนุษย์ แต่ขึ้นอยู่กับว่าองค์ประกอบอันศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกถ่ายเทและกระทำเข้าสู่คริสตจักรนั้นมีมากเท่าไร (2ปต.1:4).
อซด.
25:31 4 ฐานมีไว้เพื่อความมั่นคง ลำมีไว้เพื่อกำลัง ทั้งสองอย่างนี้เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระเยซูทรงมั่นคงและมีกำลังเสมอ (มธ.8:24–26; ลก.4:29–30).
อซด.
25:31 5 ถ้วยเท่ากับดอกไม้ทั้งดอก ซึ่งประกอบด้วยฐานดอก (ชั้นนอกเขียวสดลักษณะเหมือนใบไม้ของดอกไม้) และดอกตูม ในความเป็นจริงแล้วดอกตูมก็คือตัวดอก (หรือกลีบดอก ข้อ 33–34). ถ้วยเหมือนรูปดอกอัลมอนด์ นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ชีวิตที่เป็นขึ้นออกดอกแล้ว (อฤธ.17:8). การฉายแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ก็คือการออกดอก. นี่บ่งชี้ว่า การที่พระคริสต์ทรงเป็นความสว่างแห่งชีวิต และเราที่เป็นคริสตจักรฉายส่องความสว่างแห่งชีวิตนั้น ล้วนเป็นเรื่องที่อยู่ในการเป็นขึ้น (เทียบ ข้อ 32 คำอธิบาย 1). ฐานดอกห่อหุ้มดอกตูม นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ในฐานะที่เป็นภาชนะ ชีวิตที่เป็นขึ้นผดุงรักษาไว้ซึ่งการฉายแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา. ดอกตูมเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการสำแดงแห่งชีวิตที่เป็นขึ้น.
อซด.
25:32 1 หมายเลข 3 ชี้ถึงการเป็นขึ้น (1กธ.15:4) และพระเจ้าตรีเอกภาพผู้ทรงเป็นการเป็นขึ้น (ยฮ.11:25). กิ่งที่ออกจากลำประทีป ข้างละ 3 กิ่ง เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการเป็นขึ้น ส่วนตัวกิ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการแตกกิ่งจากชีวิตที่เป็นขึ้นของพระคริสต์ กิ่ง 6 กิ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 3 กิ่ง นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพยานของความสว่างแห่งชีวิต ส่วนหมายเลข 2 เป็นตัวเลขแห่งพยาน (พบญ.19:15).
อซด.
25:33 1 ถ้วย 3 ถ้วยที่ทำเหมือนรูปดอกอัลมอนด์บนแต่ละกิ่งนั้นมีฐานดอกและมีดอกตูม นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า การออกดอกของชีวิตที่เป็นขึ้นนั้นอยู่ในชีวิตที่เป็นขึ้นและพร้อมกับชีวิตที่เป็นขึ้น. การฉายส่องของคันประทีปเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการออกดอกและการสำแดงของชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในการเป็นขึ้น. ผู้เชื่อที่อยู่ในพระคริสต์ได้รับชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์พร้อมด้วยนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์โดยการบังเกิดใหม่แล้ว (กซ.3:4; 2ปต.1:4) ถ้าหากเขาจะมีการออกดอกของชีวิตที่เป็นขึ้นเพื่อที่จะฉายส่องความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ต้องดำเนินชีวิตพระคริสต์และดำเนินชีวิตสภาพพระเจ้าโดยการฝึกฝนการเป็นวิญญาณเดียวกันกับองค์พระผู้เป็นเจ้า (1กธ.6:17; ฆต.2:20; ฟป.1:21ก).
อซด.
25:34 1 ข้อเท็จจริงที่ว่า คันประทีปทำด้วยทองคำบริสุทธิ์นั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์ในฐานะที่ทรงเป็นการแปรสภาพอันเป็นรูปธรรมของพระเจ้า พระองค์ทรงศักดิ์สิทธิ์โดยสิ้นเชิง. อย่างไรก็ตาม ถ้วย 4 ถ้วยที่ทำเหมือนรูปดอกอัลมอนด์บนลำประทีป ซึ่งมีฐานดอกและดอกตูมนั้นก็เป็นเครื่องหมายเล็งว่า สภาพมนุษย์ของพระคริสต์ส่องสว่างด้วยชีวิตที่เป็นขึ้น. เหตุฉะนั้นในคันประทีปทองคำไม่เพียงมีพระเจ้าตรีเอกภาพ แต่ยังมีสิ่งทรงสร้างซึ่งมีเครื่องหมายโดยหมายเลข 4 (ยอค.1:5; เทียบ กซ.1:15ก; 27:20 คำอธิบาย 2).
อซด.
25:35 1 ตามคำบรรยายของบทนี้ ในแนวคิดอันศักดิ์สิทธิ์ แท้ที่จริงคันประทีบทองคำก็คือต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีชีวิตและกำลังเติบโตอยู่ ซึ่งมีฐานดอกและดอกตูม (ดู ข้อ 31 คำอธิบาย 2 ย่อหน้าที่ 1). เหตุฉะนั้นคันประทีปจึงเป็นรูปภาพที่บรรยายถึงพระเจ้าตรีเอกภาพผู้ทรงแปรสภาพเป็นรูปธรรมในพระคริสต์ คือพระองค์ทรงเป็นต้นไม้ที่มีชีวิตต้นหนึ่ง ที่กำลังเติบโต แตกกิ่ง ออกดอกตูม และออกดอก จนส่องสว่างเพื่อให้พระองค์ได้รับการสำแดงอย่างครบบริบูรณ์. ฐานดอกที่อยู่ข้างล่างกิ่งแต่ละคู่นั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่า ชีวิตแตกกิ่งออกโดยการเติบโตเพื่อก่อกำเนิดการฉายส่อง. วรรคแรกของข้อนี้แปลตามตรงคือ ข้างล่างกิ่ง 2 กิ่งที่ลำนั้นมีฐานดอกให้ติดเป็นแผ่นเดียวกันกับคันประทีป และมีการพูดซ้ำประโยคนี้ถึง 3 ครั้ง การเน้นย้ำถึงฐานดอกและดอกตูมเช่นนี้ ก็ชี้ถึงการเติบโตเช่นกัน. ขณะที่ลำซึ่งอยู่ตรงกลางของคันประทีปเติบโตขึ้น ก็ก่อกำเนิดกิ่ง 3 คู่ และเมื่อเกิดการแตกกิ่งออกไปก็มีฐานดอก ดอกตูม และตัวดอกปรากฏบนกิ่ง (ข้อ 33). ความสว่างของคันประทีปก็คือการออกดอกของชีวิตที่เป็นขึ้น (ยฮ.1:4; ฆต.5:22; อฟ.5:9) ส่วนการฉายส่องของความสว่างคือผลลัพธ์ที่เกิดจากการเติบโต การแตกกิ่ง การออกดอกตูม และการออกดอก. ฐานดอก 25 ฐาน และดอกตูม 22 ดอก นั้นบ่งชี้ว่าสำหรับคันประทีปนั้น การแบกรับหน้าที่ของการเติบโตจะสำคัญยิ่งกว่าการออกดอกตูม การออกดอกและการฉายส่อง.
อซด.
25:35 2 หมายเลข 6 เป็นหมายเลขของมนุษย์ เนื่องจากมนุษย์ถูกเนรมิตสร้างในวันที่ 6 (ยนซ.1:26) หมายเลข 6 ในที่นี่ประกอบด้วยหมายเลข 3 บวกกับหมายเลข 3. หมายเลข 3 เป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในการเป็นขึ้น. ด้วยเหตุนี้ กิ่ง 6 กิ่งเป็นเครื่องหมายเล็งถึง ผู้เชื่อในพระคริสต์ ซึ่งก็คือมนุษย์ที่ถูกเนรมิตสร้างในพระเจ้าตรีเอกภาพที่อยู่ในการเป็นขึ้น. รูปภาพของคันประทีปบ่งชี้ว่า พระคริสต์ที่เป็นชีวิตที่เป็นขึ้น กำลังเติบโต แตกกิ่ง ออกดอกตูม และออกดอก ทั้งในตัวของพระองค์เองซึ่งเป็นลำต้นและในผู้เชื่อของพระองค์ซึ่งเป็นกิ่งของพระองค์ (ยฮ.15:5ก; กซ.2:19) กระทั่งส่องความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อการสำแดงของพระเจ้าตรีเอกภาพ.
อซด.
25:37 ก อฤธ.8:2; เทียบ ซคย.4:2; วว.4:5
อซด.
25:37 1ก ดวงประทีปเจ็ดดวงของคันประทีปเป็นเครื่องหมายเล็งถึงพระวิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า (วว.4:5) ซึ่งก็คือดวงพระเนตรเจ็ดดวงของพระยะโฮวา (ซคย.4:10) ยังเป็นดวงพระเนตรเจ็ดดวงของพระเมษโปดกที่ทำการไถ่ (วว.5:6) และดวงพระเนตรเจ็ดดวงของศิลาแห่งการก่อสร้าง (ซคย.3:9) เพื่อพระเจ้าตรีเอกภาพจะได้รับการสำแดงอย่างครบบริบูรณ์ (ดู ซคย.4:10 คำอธิบาย 1; วว.4:5 คำอธิบาย 1; 5:6 คำอธิบาย 5 และ 1:14 คำอธิบาย 3).
อซด.
25:37 2 แปลตามตรงคือ ส่องสว่างตรงไปข้างหน้า. ในสามส่วนของพลับพลามีความสว่าง 3 ชนิด.ความสว่างในบริเวณภายนอกเป็นความสว่างตามธรรมชาติซึ่งก็คือความสว่างของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว. ความสว่างในที่บริสุทธิ์เป็นความสว่างทางภายใน ซึ่งก็คือความสว่างของคันประทีป นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระเจ้าผู้อยู่ในพระคริสต์ทรงส่องสว่างในการเป็นขึ้นและในพระวิญญาณนั้น. ความสว่างในที่บริสุทธิ์สุดเป็นความสว่างทางภายในสุด ซึ่งเป็นการปรากฏของพระเจ้าในแสงรัศมีของพระองค์บนฝาปกปิดบาป ซึ่งก็คือสถานที่ระงับข้อพิพาทที่เป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ (ข้อ 22; 40:34; เทียบ วว.21:23; 22:5). ในที่สุดโดยการที่เรารับสุขพระคริสต์ในที่บริสุทธิ์สุด ความสว่างที่ฉายส่องโดยคันประทีปก็จะถูกแทนที่และกลายเป็นแสงรัศมีของพระเจ้า เพื่อเราจะมีการสามัคคีธรรมกับพระเจ้าอย่างสนิทชิดใกล้ที่สุด (2กธ.3:18; 4:6).
อซด.
25:39 1 คันประทีปพร้อมด้วยอุปกรณ์ทั้งหมดทำด้วยทองคำบริสุทธิ์หนักหนึ่งตะลันต์ (ประมาณ 100 ปอนด์) นั้นเป็นเครื่องหมายเล็งว่าพระคริสต์เป็นคันประทีปฉายส่องความสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ในการเป็นขึ้นนั้น มีน้ำหนักเต็มอัตราและครบสมบูรณ์ (ยฮ.7:45–46; 18:37–38; เทียบ 2กธ.4:17; 1ตธ.2:2). การไม่บันทึกถึงขนาดของคันประทีป เป็นเครื่องหมายเล็งว่าสภาพพระเจ้าของพระคริสต์และความสว่างที่พระองค์ทรงฉายส่องนั้นไม่อาจคำนวณนับได้ (เทียบ ยฮ.3:34).
อซด.
25:40 ก อซด.25:9; 26:30; 27:8; อฤธ.8:4; กจ.7:44; ฮร.8:5