การงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
หากท่านต้องการมีส่วนในการงานบรรณกิจของห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
ท่านสามารถมอบถวายทรัพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของห้องสมุด:
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค
ชื่อบัญชี: นายปิยะ ตั้งเสรีมั่นคง และ
นางสุมิตรา อดุลประวิตรชัย และ
นางสาวทานาธิบดี ชูมณี
เลขที่บัญชี: 218-3-99941-1

รบกวนส่งสลิปการโอนมาที่ Line ID: @gospelbookroom

เอ็กโซโด บทที่ 23

อซด. 23:1 อย่านำ1เรื่องเท็จไปเล่าต่อๆ กันไป อย่าร่วมใจกับคนชั่วในการเป็นกพยานที่ปองร้าย.
อซด. 23:2 เจ้าอย่าได้กระทำการชั่วตามอย่างกคนส่วนมากที่เขากระทำกันนั้นเลย อย่าทำชั่วตามอย่างคนหมู่มาก อย่าเป็นพยานในคดีความโดยลำเอียงไปทางคนหมู่มาก จนบิดเบือนความยุติธรรมไป
อซด. 23:3 อย่าลำเอียงกเข้าข้างคนจนในคดีความใดๆ ดุจกัน.
อซด. 23:4 ถ้าแม้เจ้าพบกโคหรือลาของศัตรูพลัดฝูงหลงมา จง1ขจูงไปส่งคืนให้เจ้าของให้ได้.
อซด. 23:5 ถ้าเห็นลาของผู้ที่เกลียดชังเจ้าล้มลงเพราะบรรทุกของหนัก อย่าได้เมินหน้าเสีย จงช่วยปลดปล่อยลาของเขา.
อซด. 23:6 อย่าได้กบิดเบือนความยุติธรรมในคดีความของคนจน.
อซด. 23:7 จงหลีกห่างจากการใส่ความผู้อื่น อย่าประหารกคนไร้เดียงสาและคนชอบธรรม เพราะเราไม่ถือว่าคนชั่วนั้นชอบธรรม.
อซด. 23:8 อย่ารับกสินบนเลย เพราะว่าสินบนนั้นย่อมทำให้คนตาดีกลับบอดไป และกระทำให้คำพูดของคนชอบธรรมพลิกผันไป.
อซด. 23:9 อย่ากดขี่กคนต่างแดน เพราะเจ้าเคยมีความรู้สึกของคนต่างแดนแล้ว เหตุว่าเจ้าทั้งหลายก็เคยเป็นคนต่างแดนในดินแดนอียิปต์มาแล้ว.
อซด. 23:10 จงกหว่านพืชและเกี่ยวเก็บผลในนาของเจ้าตลอดหกปี
อซด. 23:11 แต่1ปีที่เจ็ดนั้นจงงดเสียปล่อยให้นานั้นว่างอยู่ เพื่อพลไพร่ที่เป็นคนจนจะได้เก็บกิน ส่วนที่เหลือนอกนั้นก็จงปล่อยให้สัตว์ในทุ่งนากิน. ฝ่ายสวนองุ่นและสวนมะกอกเทศของเจ้า จงกระทำดังนั้นเหมือนกัน.
อซด. 23:12 กจงทำการงานของเจ้าในกำหนดหกวัน แต่ในวันที่เจ็ดนั้นจงงดการไว้ เพื่อโคและลาของเจ้าจะได้พัก และลูกชายแห่งทาสีของเจ้ากับคนต่างแดนจะได้สดชื่นขึ้น.
อซด. 23:13 สิ่งสารพัดที่เราได้สั่งเจ้าไว้นั้นจงถือรักษาอย่างระมัดระวัง และอย่าออกกชื่อพระอื่นเลย และอย่าเอ่ยให้ได้ยินจากปากของเจ้า.
อซด. 23:14 1กจงถือเทศกาลเลี้ยงสำหรับเราปีละสามครั้ง.
อซด. 23:15 จงถือ1กเทศกาลเลี้ยงกินขนมปังไม่มีเชื้อในเดือนขอาบิบ อันเป็นเวลาซึ่งเราได้กำหนดตั้งไว้ เจ้าจงกินคขนมปังไม่มีเชื้อให้ครบเจ็ดวัน ตามที่เราได้สั่งเจ้าแล้ว เพราะในเดือนนั้นเจ้าได้ออกจากอียิปต์ อย่าให้ผู้ใดมาเฝ้าเราด้วยงมือเปล่าเลย.
อซด. 23:16 แล้วจงถือ1กเทศกาลเลี้ยงเก็บเกี่ยว คือผลแรกที่เกิดจากพืชผล ซึ่งเจ้าได้ตรากตรำหว่านไว้ และจงถือ2ขเทศกาลเลี้ยงปลายปี เมื่อเจ้าได้เก็บรวบรวมพืชผลจากทุ่งนาด้วยการตรากตรำของเจ้า.
อซด. 23:17 ให้ชายทั้งหลายเฝ้าองค์พระยะโฮวาเจ้าปีละสามครั้ง.
อซด. 23:18 อย่าถวาย1เลือดของเครื่องบูชาของเราโดยมีของที่กมีเชื้อปนอยู่ด้วย อย่าให้2ไขมันสัตว์แห่งเครื่องบูชาของเราเหลืออยู่จนถึงรุ่งเช้าเลย.
อซด. 23:19 1ผลกแรกอันเกิดแต่นาของเจ้านั้น จงนำมาถวายในวิหารพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า อย่าได้2ขต้มเนื้อลูกแพะด้วยน้ำนมของแม่มันเลย.
7. ทูตของพระยะโฮวานำพาพลไพร่ของพระองค์มาครอบครองดินแดนตามคำทรงสัญญา
23:20–33
อซด. 23:20 นี่แหละ เราจะใช้1กทูตของเราไปข้างหน้าพวกเจ้า เพื่อคุ้มครองพวกเจ้าตามทาง และจะนำไปถึงที่ซึ่งเราได้เตรียมไว้.
อซด. 23:21 จงเฝ้าระวังต่อหน้าทูตนั้น และจง1เชื่อฟังคำของท่าน อย่าขัดขืนต่อท่านเพราะท่านจะไม่ยกความล่วงละเมิดของเจ้าเลย ด้วย2พระนามของเราอยู่ในเขา.
อซด. 23:22 ถ้าแม้ว่าเจ้าทั้งหลายจะฟัง1คำของท่านจริงๆ และทำสิ่งสารพัดซึ่ง1เราสั่งไว้ เราจะเป็นกศัตรูต่อศัตรูของพวกเจ้า จะเป็นปรปักษ์ต่อปรปักษ์ของเจ้า.
อซด. 23:23 ด้วยทูตของเราจะดำเนินไปข้างหน้าเจ้า และจะนำพวกเจ้าไปถึงเมืองของ1กชนชาติอะโมรี ชนชาติเฮ็ธ ชนชาติพะริซี ชนชาติคะนาอัน ชนชาติฮีวี และชนชาติยะบูศ แล้วเราจะกวาดล้างคนเหล่านั้นเสีย.
อซด. 23:24 อย่าได้กราบไหว้พระของเขา หรือกปรนนิบัติหรือขทำตามแบบอย่างที่พวกเขากระทำอยู่นั้น แต่จงคทำลายรูปเคารพของเขา และจงทุบเสาศักดิ์สิทธิ์ของเขาเสียให้แหลกละเอียด.
อซด. 23:25 จงกปรนนิบัติพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเจ้า แล้วพระองค์จะทรง1ขอวยพระพรแก่อาหารและน้ำของพวกเจ้า เราจะขจัดไปซึ่งคความเจ็บป่วยจากท่ามกลางพวกเจ้า.
อซด. 23:26 จะไม่มีการแท้งลูกหรือกเป็นหมันในดินแดนของเจ้า เราจะให้อายุขัยของพวกเจ้าครบเต็มบริบูรณ์.
อซด. 23:27 เราจะให้กความตระหนกตกใจไปล่วงหน้าพวกเจ้า และชาวเมืองทั้งปวงที่พวกเจ้าจะเผชิญนั้นจะเกิดสับสนอลหม่าน เราจะให้พวกศัตรูทั้งปวงหันหนีไปจากพวกเจ้า.
อซด. 23:28 เราจะใช้กฝูงต่อให้ไปล่วงหน้าพวกเจ้า จะได้ไล่ชนชาติฮีวี ชนชาติคะนาอัน ชนชาติเฮ็ธไปให้พ้นหน้าพวกเจ้า.
อซด. 23:29 เราจะไม่กไล่เขาให้พ้นหน้าพวกเจ้าใน1กำหนดปีเดียว เกรงว่าดินแดนจะรกร้างไป และขสัตว์ป่าจะทวีขึ้นต่อสู้กับพวกเจ้า.
อซด. 23:30 แต่เราจะค่อยๆ ไล่เขาให้พ้นหน้าพวกเจ้า จนพวกเจ้าจะเพิ่มทวีมากขึ้น แล้วจะได้รับดินแดนนั้นเป็นมรดก.
อซด. 23:31 เราจะกำหนดเขตแดนของพวกเจ้าไว้ ตั้งแต่ทะเลแดงจนถึง1ทะเลแห่งพวกฟะลิศตีม ตั้งแต่ป่ากันดารจนจรด2กแม่น้ำใหญ่ เพราะเราจะมอบผู้คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนนั้นไว้ในขเงื้อมมือของพวกเจ้า 3ให้พวกเจ้าไล่พวกเขาให้พ้นหน้าพวกเจ้า.
อซด. 23:32 พวกเจ้าอย่า1กทำพันธสัญญากับเขาหรือกับพระของเขาเลย.
อซด. 23:33 เขาจะอาศัยในดินแดนของเรามิได้เลย เกรงว่าเขาจะเป็นเหตุให้เจ้าทำผิดต่อเรา เพราะว่าถ้าพวกเจ้าจะปรนนิบัติพระของเขา ก็จะกลายเป็นกบ่วงแร้วแก่เจ้าเป็นแน่.

คำอธิบาย เอ็กโซโด บทที่ 23

อซด. 23:1 1 ในข้อ 1–3, 6–8 มีรายละเอียดเกี่ยวกับพระบัญญัติข้อที่ 9 คือห้ามเป็นพยานเท็จ (20:16).
อซด. 23:1 ก พบญ.19:16–18; มธ.26:59–61
อซด. 23:2 ก เทียบ อซด.32:1–2; มธ.27:24
อซด. 23:3 ก ลวต.19:15
อซด. 23:4 ก เทียบ สภษ.25:21; มธ.5:44; ลก.6:27; รม.12:20
อซด. 23:4 ข พบญ.22:1, 4
อซด. 23:4 1ข การจูงโคที่พลัดฝูงหลงมาของศัตรูส่งคืนให้เจ้าของ และช่วยปลดปล่อยลาที่บรรทุกของหนักของผู้ที่เกลียดชังเรา (ข้อ 5) เป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ทรงนำสิ่งมีชีวิต (ปศุสัตว์) ที่หลงหายไปส่งคืนมนุษย์ที่ตกต่ำและช่วยให้เขาหลุดพ้นจากภาระหนัก (ยฮ.10:10ข; มธ.11:28–29). กฎเกณฑ์เหล่านี้ก็เป็นเครื่องหมายเล็งว่า เราควรจะคืนดีกับศัตรูของเราและคนที่เกลียดชังเราเท่าที่จะทำได้ โดยอาศัยชีวิตของพระคริสต์ (มธ.5:23–26, 43–48; 18:15–35; รม.12:17–21).
อซด. 23:6 ก พบญ.27:19; ยซย.10:1–2; มลค.3:5
อซด. 23:7 ก พบญ.27:25
อซด. 23:8 ก พบญ.16:19; เทียบ 1ซมอ.8:3; บพส.26:10; สภษ.17:23; ยซย.1:23; 5:23; กจ.24:26
อซด. 23:9 ก อซด.22:21
อซด. 23:10 ก ลวต.25:3–4
อซด. 23:11 1 การถือวันซะบาโต (ข้อ 12) เพื่อปศุสัตว์จะได้พักและลูกชายแห่งทาสีของเจ้ากับคนต่างแดนจะได้ฟื้นชื่นขึ้น เป็นแบบเล็งว่า การต้อนรับพระคริสต์เป็นการพักสงบของเราทำให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ด้วย. การถือปีซะบาโตเพื่อคนจนและสัตว์ในทุ่งนาจะได้เก็บกิน เป็นแบบเล็งว่าการต้อนรับพระคริสต์เป็นการพักสงบที่ครบบริบูรณ์ยิ่งขึ้นของเราทำให้ผู้อื่นได้รับอาหาร.
อซด. 23:12 ก อซด.20:9
อซด. 23:13 ก ยฮซ.23:7; บพส.16:4; ฮซอ.2:17; เทียบ ซคย.13:2
อซด. 23:14 ก ข้อ 14–17; อซด.34:23; พบญ.16:16; ลวต.23:5–6, 16, 34
อซด. 23:14 1ก การถือเทศกาลเลี้ยงสำหรับพระเจ้าปีละสามครั้ง เป็นแบบเล็งถึงการรับสุขพระเจ้าตรีเอกภาพอย่างครบบริบูรณ์ในพระคริสต์. นี่คือความหมายสุดยอดแห่งกฎเกณฑ์ทั้งปวงของกฎบัญญัติ. (ดูข้อ 15–16 คำอธิบาย).
อซด. 23:15 ก อซด.12:17; 34:18
อซด. 23:15 1ก การถือเทศกาลกินขนมปังไม่มีเชื้อ (พบญ.16:1–8) เป็นแบบเล็งถึงการชำระล้างสิ่งที่มีบาปทั้งหมดโดยการรับสุขพระคริสต์เป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของเราที่ไม่มีบาป. ดูบทที่ 12:8 คำอธิบาย 2, ข้อ 15 คำอธิบาย 1 และ 2. เทศกาลเลี้ยงนี้เป็นการสืบเนื่องของเทศกาลเลี้ยงปัศคา.
อซด. 23:15 ข อซด.13:4
อซด. 23:15 ค อซด.12:15; เทียบ 1กธ.5:8
อซด. 23:15 ง อซด.34:20; พบญ.16:16
อซด. 23:16 ก อซด.34:22; เทียบ ลวต.23:9–22
อซด. 23:16 1ก กล่าวคือ เทศกาลเลี้ยงแห่งเจ็ดสัปดาห์ (พบญ.16:9–12) หรือ เทศกาลเพ็นเทคอส. เทศกาลเลี้ยงนี้เป็นแบบเล็งถึงการรับสุขผลแรกของพระวิญญาณแห่งพระคริสต์ที่เป็นขึ้น (รม.8:23 และคำอธิบาย 1). ในแบบเล็งของพันธสัญญาเดิม ผลแรกเป็นเครื่องหมายเล็งว่า พระคริสต์ที่เป็นขึ้น (1กธ.15:20, 23 และข้อ 20 คำอธิบาย 2) ถวายแด่พระเจ้าในวันแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์ (ยฮ.20:17) ซึ่งมีแบบเล็งโดยผลแรกที่ถวายแด่พระเจ้าในวันถัดไปของวันซะบาโต ซึ่งก็คือวันแห่งการเป็นขึ้น (มธ.28:1) ในเลวีติโก 23:10–11. วันเพ็นเทคอสพระวิญญาณนั้นในฐานะการไหลออกที่ครบบริบูรณ์ของพระคริสต์ผู้เป็นขึ้นได้ทรงชโลมลงบนคริสตจักร (กจ.2:1–4). นี่ชี้ให้เห็นว่า พระคริสต์ที่เป็นขึ้นได้ทรงกลายเป็นพระวิญญาณนั้นชโลมบนตัวผู้เชื่อของพระองค์เพื่อเป็นการรับสุขที่ครบบริบูรณ์ของเขา (1กธ.15:45; 2กธ.3:17; ดู กจ.2:1 คำอธิบาย 1 และลวต.23:16 คำอธิบาย 1).
อซด. 23:16 ข อซด.34:22; พบญ.16:13; เทียบ ลวต.23:34–44
อซด. 23:16 2ข หรือ เทศกาลเลี้ยงตั้งทับอาศัย (ลวต.23:34; พบญ.16:13–15). เทศกาลเลี้ยงตั้งทับอาศัยเป็นการสำเร็จเสร็จสิ้นของการเก็บเกี่ยว ซึ่งก่อนอื่นเป็นแบบเล็งถึงอาณาจักรพันปีที่จะมาถึง ซึ่งเป็นพระพรแห่งยุคสมัยที่ชื่นชมยินดีสำหรับพลไพร่ที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้ ซึ่งครอบคลุมถึงผู้มีชัยชนะและชาวอิสราเอลที่ได้รับความรอด พวกเขาจะรับสุขร่วมกับพระเจ้าในแผ่นดินที่ถูกฟื้นสภาพเป็นเวลาหนึ่งพันปี. ในที่สุดเทศกาลเลี้ยงตั้งทับอาศัยที่นิรันดร์คือ พลไพร่ของพระเจ้าทั้งหมดจะรับสุขกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งก็คือพลับพลาอันนิรันดร์ (วว.21:2–3) ในฟ้าใหม่แผ่นดินโลกใหม่ เป็นการสำเร็จสุดยอดแห่งการเก็บเกี่ยวในประสบการณ์ที่มีต่อพระเจ้าของเขา. (ดู ลวต.23:33–34 และคำอธิบาย).
อซด. 23:18 1 เลือดของเครื่องบูชาเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการไถ่ของพระคริสต์ ส่วนเชื้อเป็นเครื่องหมายเล็งถึงชีวิตที่ทำบาปของเรา. สองสิ่งนี้ไม่อาจปะปนด้วยกันเป็นอันขาด. เราจำต้องถูกแยกออกจากชีวิตที่ทำบาปของเรา เพื่อรับสุขการไถ่ของพระคริสต์ (1กธ.5:6–8).
อซด. 23:18 ก อซด.34:25; ลวต.2:11
อซด. 23:18 2 นี่เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ในการถือเทศกาลเลี้ยงของพระเจ้า เราควรจะรับสุขไขมัน ซึ่งเป็นส่วนที่หวานชื่นที่สุดของพระคริสต์ ร่วมกับพระเจ้าในวันนี้อย่าให้เหลืออยู่จนถึงรุ่งเช้า.
อซด. 23:19 1 ผลแรกอันเกิดแต่นา เป็นแบบเล็งถึงส่วนที่สุดยอดแห่งประสบการณ์ที่ดีเลิศต่อพระคริสต์ผู้เป็นผลสุกงอมรุ่นแรก (1กธ.15:20, 23). สิ่งเหล่านี้ควรจะถูกนำไปสู่ที่ประทับของพระเจ้า ซึ่งก็คือการประชุมของคริสตจักร และถวายแด่พระเจ้าโดยตรงเพื่อให้พระองค์อิ่มหนำ (เทียบ ยฮ.20:17 และคำอธิบาย 1).
อซด. 23:19 ก อซด.34:26; ลวต.2:12; 23:10, 17; อฤธ.18:12–13; พบญ.26:2, 10; นฮย.10:35; ยอค.44:30; วว.14:4
อซด. 23:19 ข อซด.34:26; พบญ.14:21
อซด. 23:19 2ข นี่เป็นแบบเล็งถึงน้ำนมแห่งพระคำของพระเจ้า ซึ่งเป็นการหล่อเลี้ยงแห่งชีวิตของพระคริสต์ สิ่งนี้ควรจะใช้ในการบำรุงเลี้ยงผู้แรกเชื่อในพระคริสต์ (1ปต.2:2; ฮร.5:12–13; 1กธ.3:2). แต่ไม่ควรใช้ในการ “ฆ่า” เขา (2กธ.3:6 “ตัวอักษรนั้นประหารให้ตาย”—ดู 1ธซ.2:7–8 และคำอธิบาย).
อซด. 23:20 ก อซด.14:19; 33:2; ยซย.63:9
อซด. 23:20 1ก การประกาศกฎบัญญัติสิ้นสุดลงด้วยถ้อยคำตอนหนึ่งที่กล่าวถึงทูตของพระยะโฮวาและแผ่นดินงาม ซึ่งชี้ให้เห็นว่า จุดประสงค์ของการประกาศกฎบัญญัติก็เพื่อพวกที่ได้ต้อนรับกฎบัญญัติจะเข้าสู่แผ่นดินงาม. ทูตของพระยะโฮวาเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ถูกใช้ออกไปโดยพระเจ้าเพื่อคุ้มครองพลไพร่ของพระองค์ตามทาง และนำพาเขาเข้าสู่แผ่นดินงาม (14:19 และคำอธิบาย) ส่วนแผ่นดินงามเป็นแบบเล็งถึงพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งในฐานะส่วนแบ่งที่แจกจ่ายให้พลไพร่ของพระเจ้า (ดู พบญ.8:7 คำอธิบาย 1). เหตุฉะนั้นพระคริสต์ผู้ถูกใช้ออกไปทรงนำพาพลไพร่ของพระเจ้าเข้าสู่ตัวของพระองค์เองซึ่งก็คือแผ่นดินงามนั่นเอง. เป้าหมายแห่งพระประสงค์ของพระเจ้าก็คือนำพลไพร่ของพระองค์เข้าสู่การรับสุขที่ครบบริบูรณ์ต่อพระคริสต์ผู้ทรงเป็นแผ่นดินที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง.
อซด. 23:21 1 หรือน้อมฟัง. ข้อ 22 ก็เช่นเดียวกัน. พระคริสต์ผู้ถูกใช้ออกไปโดยพระเจ้าได้อยู่ในเราทำการตรัสเพื่อพระเจ้า (เทียบ ยฮ.10:3, 16, 27). ถ้าเราจะครอบครองตัวพระองค์ เราก็ต้องเรียนรู้ในการนอบน้อมต่อคำตรัสของพระองค์.
อซด. 23:21 2 พระนามของพระยะโฮวาเป็นหนึ่งกับตัวตนของพระองค์ ซึ่งบ่งชี้ว่าทูตของพระยะโฮวาก็คือตัวของพระยะโฮวานั่นเอง.
อซด. 23:22 1 คำของทูตนั้นก็คือคำตรัสของพระยะโฮวา นี่เป็นการยืนยันที่หนักแน่นว่า ทูตนั้นกับพระยะโฮวาเป็นหนึ่ง.
อซด. 23:22 ก พบญ.30:7; เทียบยนซ.12:3; ยรม.30:20
อซด. 23:23 ก อซด.13:5
อซด. 23:23 1ก ชนเผ่านอกศาสนาต่างๆ ที่ยึดครองแผ่นดินงามเป็นเครื่องหมายเล็งถึง แต่ละด้านที่ไม่เหมือนกันแห่งชีวิตธรรมชาติของเรา. พระต่างๆ (รูปเคารพ) ของชนเผ่านอกศาสนา (ข้อ 24) พร้อมด้วยผีมารที่อยู่เบื้องหลัง (เทียบ 1กธ.10:20) เป็นตัวแทนถึงอิทธิพลฝ่ายวิญญาณอันชั่วร้าย (อฟ.6:12). สิ่งที่อยู่เบื้องหลังชีวิตธรรมชาติของเราคืออิทธิพลที่ชั่วร้าย (เทียบ มธ.16:23 และคำอธิบาย 1) ซึ่งใช้ประโยชน์ ชักใยและบงการให้แต่ละด้านแห่งชีวิตธรรมชาติของเรา ขัดขวางเราในการครอบครองพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งและรับสุขความอุดมสมบูรณ์ของพระองค์.
ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า ชนเผ่านอกศาสนาบนแผ่นดินงามเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชนชาติอิสราเอลทำบาป ซึ่งได้ผิดต่อพระเจ้า (เทียบ ข้อ 33). นี่บ่งชี้ว่า ชีวิตธรรมชาติของเราคือต้นกำเนิดแห่งความบาปของเรา. ในสายพระเนตรของพระเจ้า พวกที่ดำเนินชีวิตตามชีวิตธรรมชาติ ไม่ว่าเขาจะกระทำการดีหรือกระทำการชั่ว ก็ล้วนแต่เป็นการทำบาปอย่างไม่หยุด. เพราะว่าชีวิตธรรมชาติขัดขวางเราในการครอบครองและรับสุขพระองค์ ดังนั้นเราจำต้องเกลียดชังมัน (ลก.14:26) นอกจากนั้น ขณะที่เราได้เติบโตในพระคริสต์เราควรต้องขับไล่มันออกไปด้วยความยินดี. (ข้อ 29 คำอธิบาย 1 และข้อ 31 คำอธิบาย 3).
อซด. 23:24 ก อซด.20:5
อซด. 23:24 ข ลวต.18:3; เทียบ พบญ.12:4, 30, 31
อซด. 23:24 ค อซด.34:13; อฤธ.33:52; พบญ.7:5; 12:3
อซด. 23:25 ก พบญ.6:13; 10:20; 11:13; 13:4; ยฮซ.22:5; มธ.4:10
อซด. 23:25 ข พบญ.7:13; 28:8
อซด. 23:25 1ข พระพรในที่นี่และในข้อ 26 เป็นเครื่องหมายเล็งว่า ในด้านฝ่ายวิญญาณแล้ว พระเจ้าจะโปรดประทานอาหาร (พระคำของพระเจ้า— มธ.4:4) แก่เราเพื่อป้อนเลี้ยงเรา และประทานน้ำ (พระวิญญาณนั้น—ยฮ.7:37–39) แก่เราเพื่อให้เราอิ่มหนำ ซึ่งจะทำให้เราเติบโตและเพิ่มทวีมากขึ้นและขจัดไปซึ่งโรคภัยไข้เจ็บของเรา เพื่อเราจะไม่ตายในขณะที่ชีวิตยังไม่สุกงอม (เทียบ 1กธ.11:30; 1ยฮ.5:16) แต่จะเติบโตจนสุกงอมในชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ คือเติบโตขึ้นอย่างครบสมบูรณ์ (อฟ.4:13; กซ.1:28) เพื่อได้รับพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่งเป็นทรัพย์สมบัติของเราและให้เรารับสุข (ฟป.3:8).
อซด. 23:25 ค อซด.15:26; พบญ.7:15
อซด. 23:26 ก พบญ.7:14
อซด. 23:27 ก ยนซ.35:5; พบญ.2:25; ยฮซ.2:9
อซด. 23:28 ก พบญ.7:20; ยฮซ.24:12
อซด. 23:29 ก เทียบ 2ซมอ.7:1
อซด. 23:29 1 พระเจ้าจะไม่ตัดทิ้งชีวิตธรรมชาติของเรา (ซึ่งมีแบบเล็งโดยชนเผ่านอกศาสนา—ข้อ 23 คำอธิบาย 1) เสียหมดภายในครั้งเดียว เพราะนี่จะทำให้ภายในของเรากลายเป็นที่ว่างและเป็นอันตรายที่จะถูกผีมาร (ซึ่งมีแบบเล็งโดยสัตว์ป่า—เทียบ มธ.12:43–45) ยึดครอง. พระเจ้าทรงตัดชีวิตธรรมชาติของเราทีละนิดทีละหน่อยตามระดับแห่งการเติบโตในชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา (ข้อ 30). พระคริสต์เพิ่มพูนอยู่ในเรายิ่งมาก พระองค์ก็จะยิ่งแทนที่ชีวิตธรรมชาติของเรา.
อซด. 23:29 ข พบญ.7:22
อซด. 23:31 1 กล่าวคือ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน. ทะเลและแม่น้ำ ณ ที่นี่เป็นเครื่องหมายเล็งถึงน้ำแห่งความตาย ส่วนป่ากันดารเป็นเครื่องหมายเล็งถึงการขาดแคลน. ดินแดนแห่งพระสัญญาเป็นที่ราบสูงที่เต็มไปด้วยชีวิตและเกิดผลอย่างอุดมสมบูรณ์ (พบญ.8:7–8) ซึ่งล้อมรอบด้วยน้ำและป่ากันดาร นี่บ่งชี้ว่า นอกเหนือจากพระคริสต์ที่เป็นความเที่ยงแท้ของแผ่นดินงาม (ดู พบญ.8:7 คำอธิบาย 1) ก็มีแต่ความตายและการขาดแคลน.
อซด. 23:31 ก ยนซ.15:18; พบญ.11:24; ยฮซ.1:4; บพส.72:8
อซด. 23:31 2ก กล่าวคือ แม่น้ำยูเฟรติส (the Euphrates).
อซด. 23:31 ข ยฮซ.21:44; วนฉ.1:4; 11:21
อซด. 23:31 3 พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะขับไล่ชนเผ่านอกศาสนาให้ออกไป (ข้อ 29–30) แต่พลไพร่ของพระเจ้าต้องร่วมมือกับพระองค์โดยการตั้งต้นทำลายล้างมันเสีย (ข้อ 31–33; เทียบ รม.8:13; ฆต.5:24; กซ.3:5; ฟป.2:12–13). พระคริสต์เพิ่มพูนอยู่ในเรายิ่งมาก เราก็จะยิ่งสามารถร่วมมือกับพระเจ้าในการขับไล่ชีวิตธรรมชาติให้ออกไป. (ดู ข้อ 29 คำอธิบาย 1).
อซด. 23:32 ก อซด.34:12; พบญ.7:2
อซด. 23:32 1ก การทำพันธสัญญากับชนเผ่านอกศาสนา เป็นเครื่องหมายเล็งถึงการประนีประนอมและการฝืนทนต่อชีวิตธรรมชาติของเรา.
อซด. 23:33 ก
สารบัญ